หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 [12] 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 ... 109   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จากเกษตร part time สู่เต็มเวลา...สวนนภสินธุ์ ภูเงิน จ. ศรีสะเกษ  (อ่าน 373895 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #176 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2012, 09:41:48 PM »

   ภาพสองภาพก่อนหน้านี้นั้นเป็นอีกข้อที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการสวนคือ..." การตัดแต่งกิ่งให้โปรงและไม่ต่ำไกล้พื้นดินเกินไป "   ข้อดีมีดังนี้ครับ
      1. อากาศถ่ายเทได้ดี > ไม่อับชื้นที่ก่อให้เกิดโรคได้ง่ายเช่นเชื้อราเป็นต้น
      2. เพิ่มประสิทธิภาพของยา...ปุ๋ย...ฮอร์โมน    ในการพ่นทำให้ประหยัดและได้ผลที่ดี
      3. ยืดระยะเวลาในการตัดหญ้าออกไป ( เดิมตัดทุกๆ 15 วัน   เป็นทุกๆ 1 เดือน ) ทำให้ประหยัดน้ำมันและทีมงานมีเวลาไปทำงานอื่นๆแทน   ทำให้ได้เนื้องานมากขึ้น

      ปัจจุบันนี้ผมจะตัดแต่งกิ่งไม้ผลให้มีระยะสูงจากพื้นประมาณ 0.5 - 1 m
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 17, 2013, 01:48:06 PM โดย nopmtp » บันทึกการเข้า

nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #177 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2012, 09:54:56 PM »

       ผ่านไป 2 ข้อแล้วนะครับ    สำหรับการบริหารการจัดการสวนเพื่อให้ได้ผลผลิดที่มีคุณภาพ   มาดูข้อที 3 ต่อเลยนะครับ
คือ " ต้องปลูกพืชให้เป็นแถวและแนวเดียวกัน "  บางท่านอาจจะบอกว่าปกติใครๆ...ก็ปลูกต้นไม้ใหเป็นแถวกันอยู่แล้วนี่หน่า
แต่ความหมายของผมนั้นคือ..." การปลูกให้เป็นแถวเป็นแนวทั่วทั้งสวนครับ " มีข้อดีดังนี้ครับ
      1. การปลูกเป็นแถวเป็นแนวเดียวกันทั้งสวน:  จะทำให้เกิดการไหลเวียนอากาศโดยสะดวก   ช่วยลดอุณหภูมิภายในสวนได้
      2. เป็นการลดความเครียดของพืชจากการปลูกแบบขวางตะวัน:   ที่มีเป้าหมายให้พืชได้รับแสงอย่างเต็มที่นั้นเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 17, 2013, 01:49:37 PM โดย nopmtp » บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #178 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2012, 10:10:26 PM »


            ข้อต่อมาครับ
   ข้อที่ 4 . ไม่คุมโคนต้นไม้ในช่วงฤดูฝน : การคลุมโคนต้นไม้ในดูฝนนั้นจะทำให้เกิดการหมักและอับชื้น   ทำให้รากฝอยของต้นไม้ทำงานได้ไม่เต็มที่  เพราะการหมักจากหญ้าที่เราคลุมโคนทำให้มีความร้อน   ซึงจากให้ผลที่แตกต่างกับการคลุมในฤดูแล้งครับ

        ดูตัวอย่างจากรูปนี้เป็นมะปรางหวานลูกใหญ่เท่าไข่ไก่ครับ ปลูกใว้กับแถวแก้วมังกรจำนวน 100 ต้น  ภาพนี้อายุ 1 ปีครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 17, 2013, 01:59:30 PM โดย nopmtp » บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #179 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2012, 10:32:30 PM »

    ข้อที 5. ไม่ควรให้พืชที่เราปลูกงามมากเกินไป : ผมว่าทุกท่านจะต้องเคยได้ยินคำนี้นะครับ " คนงามย่อมเป็นที่หมายปอง...ของหนุ่มๆ...ฉันใด   ไม้งามย่อมเป็นที่หมายปอง...ของโรคแมลงฉันน้้น "   แต่สำหรับพืชนั้นโรคและแมลง   มันไม่ได้แค่หมายปองนะซิครับ...แต่มันทำลายเลยแหล่ะครับ
              ถ้าท่านไม่เชื่อผมเอางี่ครับ   ลองไปดมใบไม้ที่มีความงามที่แตกต่างกันดูครับ   ผลที่ได้จะต้องเหมือนผมว่าแน่ๆ   คือ " กลิ่นที่แตกต่างกัน " ครับ   สาเหตุมันมาจากกลิ่นของใบนั้นเองครับ   ที่มันจะหอมอ่อนๆถ้าพืชมีความงามมากๆนั้นเองครับ     อ้าว....ดมครับดมใบไม้กัน...ฮา  



         จากภาพมุมไกล้นี้จะเห็นว่าแก้วมังกรผมก้านจะไม่เขียวเข้มครับ    ไม่ใช่ไม่มีปุ๋ยจะใส่นะครับ...แต่จงใจตากหากครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 17, 2013, 02:07:22 PM โดย nopmtp » บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #180 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2012, 10:52:41 PM »

     ข้อที่ 6. ไม่ควรปลูกพืชที่ให้ผลผลิตที่ไล่ๆกันในที่ไกล้กันหรือปนกัน :  มีบางท่านที่มีความตั้งใจที่จะทำสวนผสมคือการปลูกพืชหลายๆชนิดอยู่รวมๆกัน...อันนี้เป็นความคิดที่ดีครับ    แต่ถ้าพืชที่เราเอามาปลูกไกล้กันแต่ให้ผลที่ไล่ๆกัน     จะทำให้การควบคุมโรคแมลงลำบากเพราะขณะที่ไม้ชนิดแรกกำลังสุก ( เราจะไม่สามารถพ่นยาได้ )  แต่อีกตัวหนึ่งกำลังเป็นผลเล็กๆที่จำเป็นต้องพ่นยาเพื่อจะป้องกันโรคแมลงในช่วงนั้น   เราก็ไม่สามารถทำได้นั้นเอง   หรือถ้าเราจะพยายามจะควบคุมให้ได้   ก็ต้องพยายามมากกว่าเดิมละผลที่ได้อาจไม่คุ้มกำที่เราทำก็ได้

         ฉะนั้นเราควรเลือกพืชที่มีความห่างการให้ผลของแต่ละชนิดประมาณ 1-2 เดือนครับ ( อันนี้ผมแชร์ไว้ที่หัวข้อต้นๆในการเลือกพืชไว้บางแล้ว )
         หรือถ้าเรามีแปลงที่ใหญ่    ให้แบ่งปลูกเป็นล็อกๆครับ   แล้วปลูกพืชที่ไม่สะสมแมลงเป็นแนวกำบัง   เช่น ไผ่  กล้วย  สองอย่างนี้ใช้ได้ดีครับ   และให้รายได้อีกต่างหาก

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 17, 2013, 02:09:08 PM โดย nopmtp » บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #181 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2012, 11:10:05 PM »

    ข้อที่ 7. การไม่เอาพืชที่อ่อนไหวต่อโรคแมลงมาปลูกรวมหรือไกล้กับไม้หลักของเรา :  ถ้าจำได้ผมแชร์ใว้แล้วก่อนนี่ว่าเราจะเลือกพืชมาปลูกในที่ๆมีจำกัดนั้น    สื่งที่จะคำนึงถึ่งมากๆคือ " momentum "   ความหมายคือแรงผลักหรือแรงเหวียงที่จะส่งผลต่อรายได้      และศักยภาพทีเราจะได้จากที่ดินและพืชที่เรามีนั้นเองครับ

             ความหมายของไม้หลักก็คือไม้ทำเงินครับ   แต่ไม่ใช่ว่าไม้อื่นๆเราจะไม่ปลูกนะครับ   แต่ให้แยกปลูกอีกล็อกเท่านั้นเช่น   ไม้รอง : ไม้ที่มีโอกาศทำเงินแต่เราไม้พร้อมบ้าง   ไม้มาใหม่บ้าง   ไม่รู้ว่าจะเหมาะกับดินเราหรือเปล่า  เป็นต้น   และสุดท้ายก็เป็นไม้ทดลองครับ : ไม้ที่เราพัฒนาขึ้นเองหรือไม้ที่ได้มาจากคนสนิดมากๆๆ    แบบคนอื่นฉันไม่ให้นะ...ฉันรักนายนะเลยให้มา   อะไรทำนองนี้ครับ ( อยากได้จังแบบนี้ )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 17, 2013, 02:09:40 PM โดย nopmtp » บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #182 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2012, 11:32:38 PM »

   ข้อที่ 8. ออกแบบผังสวนเพื่อการป้องกัน : โอ้ว...ไม่อยากบอกเลยครับว่า   ข้อนี้เป็นข้อสุดท้ายของหัวข้อนี้พอดีเลยครับ   เลขแปดนั้นในความหมายของคนจีนหมายถึง " ความเจริญรุ่งเรืองอย่างไม่สิ้นสุด "   อัยยะ !!!!   อะไรมันจะพอดิบพอดีขนาดนั้น   นั้นนะซิ   แต่ผมก็คิดหลายรอบแล้วนะครับ   คิดอย่างไร...มันก็ได้อยู่แค่ 8 ข้อนี้แหล่ะครับ

      เอ่...อย่างนี้ผมขอเรียกแนวทางการทำสวนแนวทางนี้ว่าเป็น "  ห้วงจุ่ยแห่งความสำเร็จ "  จะดีไหม๊ครับ

      ครับมาดูแผนผังที่ผมออกแบบแปลงใหม่ล่าสุดของผมคือแปลงที่ 4 ว่าผมออกแบบตามที่ผมเอามาแชร์หรือเปล่านะครับ
แปลงนี้ผมออกแบบเมือปี 2551  และเริมดำเนิการตามแผนเมือปี 2552 เดือน กุมภาพันธ์ ครับ  รวมแล้วแปลงที่ 4 ผมมีอายุ 4 ปีแล้วครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 17, 2013, 02:10:58 PM โดย nopmtp » บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #183 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2012, 11:50:17 PM »

    ผมขออธิบายคร่าวๆไว้ก่อนนะครับ   แนวความคิดของการออกแบบแปลงนี้มีดังนี้ครับ
 1. ผมต้องการทำเป็นสวนผสม - กึงเชิงเดี่ยว : ปลูกพืชต่างระดับในพื้นที่เดียวกัน     โดยใช้หลักการตามที่แชร์ก่อนหน้านี้แล้ว
 2. ออกแบบให้สวนเป็นสวนระบบปิด : รถลูกค้าจะเข้าได้แค่หน้าโรงคัดเท่านั้น   ไม่อนุญาติให้ขับรถเข้ามาภายในสวน
 3. รถคนทีมงานจะเข้าประตู 2 เท่านั้น
 4. ขณะทำการคัดผลผลิตไม่อนุญาติให้สวมรองเท้าเดินที่โรงคัดโดยเด็จขาด ( อยู่ระหว่างจัดหาเฉพาะโรงคัด )
 5. ประตู 1 ห้ามเข้า ( ยกเว้นเฉพาะแขกทีมาสวนเท่านั้น )
 6. ลังของลูกค้าจะต้องผ่านการฆ่าเชื้อก่อนการบรรจุ ( อยู่ระหว่างดำเนินการ )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 17, 2013, 02:11:45 PM โดย nopmtp » บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #184 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2012, 11:33:46 AM »

     มาดูรูประกอบกันเลยครับ    รูปนี้เป็นจุดจอดรถลูกค้าและขึ้นของครับ

บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #185 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2012, 11:36:28 AM »

     รูปนี้เป็นทางเข้าจากประตูสองสำหรับทีมงานครับ   ถ่ายไกลไปหน่อยครับ

บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #186 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2012, 11:41:35 AM »

     ตรงนี้เป็นประตู  1 สำหรับแขกเข้ามาจอดที่หน้าโรงคัดครับ   เพื่อไม่ให้กระทบกับรถของลูกค้าในการเข้าออกนั้นเองครับ   

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 17, 2013, 02:16:07 PM โดย nopmtp » บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #187 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2012, 12:08:08 PM »

      ทั้ง 6 ข้อที่กำหนดขึ้นมานั้นล้วนมีที่มาจาก " ประสบการณ์ที่ทำสวนทั้งนั้น  โดยเอาปัญหาที่พบมาหาแนวทางป้องกัน   และแนวทางป้องกันนั้นได้ถูกนำมาเป็นแบบของสวนในปัจจุบันในขณะนี้นั้นเองครับ "      โดยมีเป้าหมายดังนี้ครับ
  
      1. เป้าหมายในการลดการติดเชื้อจากภายนอก
      2. เป้าหมายในการป้องกันมากกว่าการฆ่าแมลง> สร้างความแข็งแรงจากภายใน
      3. เป้าหมายในเรืองความปลอดภัยต่อ...ทีมงาน>ลูกค้า>ผู้บริโภค

      จากการแนวทางการดำเนินงานแบบนี้ทำให้ 3 ปีที่ผ่านมา   สำหรับแปลงที่ 4 มีผลผลิตเกรด A ในเปอร์เซ็นที่สูงเป็นที่พอใจมากคือ  80/20 % (จากเดิมเกรด A จะอยู่ที่ 60/40 % )
      นอกจากจะได้ผลผลิตเกรด a เพิ่มแล้ว   ยังลดการพ่นยาฆ่าแมลงลดลงอย่างมากจาก 5 ครั้ง/ปี...เหลือแค่ 2 ครั้ง/ปี  เท่านั้นครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 17, 2013, 02:17:55 PM โดย nopmtp » บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #188 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2012, 12:38:25 PM »

     มาแชร์ต่อนะครับว่าสำหรับแปลงที่ 4 นี้แต่ละปีผมทำอะไรไปบ้างนะครับ 

   ปี 2552 : กำหนดกรอบการทำสวน > วางผังสวน >เจาะน้ำบาดาล (ยังไม่วางระบบน้ำ ) >ปลูกแก้วมังกร 2,044 หลัก>สร้างโรงปุ๋ยและบ้านพักคนงาน
   ปี 2553 : วางท่อ main ผ่ากลางแปลง   แล้วใส่วาวล์ไว้ >ปลูกทุเรียน 100 ต้น > ปลูกมะปรางหวานลูกใหญ่ 100 ต้น
       ปี 2554 : วางระบบน้ำสำหรับไม้ผล > ปลูกลำใยระยะชิด 200 ต้น > ปลูกกล้วยหอมทองใต้หวัน 300 ต้น >ปลูกกล้วย  น้ำหว้า 150 ต้น
       ปี 2555 : สร้างโรงคัดแยก 1 หลัง

      แปลงนี้ให้ผลผลิตมาแล้ว 3 ปี  โดยมีแก้วมังกรเป็นไม้หลัก   ให้ผลผลิตรวม 25 ตัน  ซึ่งเป็นรายได้ที่ทำให้สวนสามารถ
เลี้ยงตัวเองได้สบายๆ   และเหลือพอสำหรับการลงทุนในโอกาศหน้าต่อๆไป ได้อีกด้วยครับ    หรืออาจจะเรียกว่า " เงินต่อเงินก็ว่าได้ " 
บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #189 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2012, 12:51:35 PM »

    มาดูรูปบรรยากาศการเริ่มงานตั้งแต่แรกสำหรับแปลงที่ 4 กันเลยครับ   ปี 2552 ก่อนเลยครับ
 ท่อสังมาจากขอนแก่นครับ 2,200 ท่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 17, 2013, 02:29:23 PM โดย nopmtp » บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #190 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2012, 12:54:33 PM »

   ตามมาด้วยการขุดหลุมครับ   แบบไม่ต้องไถครับ    ผมให้รถมาไล่เศษของต้นมันออกเท่านั้น

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 17, 2013, 02:30:06 PM โดย nopmtp » บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #191 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2012, 12:56:39 PM »

     ตามมาด้วยขนท่อตามมาติดๆเลยครับ ...กดดันคนขุดหลุมนืดๆครับ   555

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 17, 2013, 02:30:51 PM โดย nopmtp » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 [12] 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 ... 109   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: