หน้า: 1 2 3 4 5 [6] 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 ... 109   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จากเกษตร part time สู่เต็มเวลา...สวนนภสินธุ์ ภูเงิน จ. ศรีสะเกษ  (อ่าน 385364 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #80 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 12:15:17 AM »

     คิดว่าคงพอจะได้แง่มุมและแนวทางเกี่ยวกับค่าจ้างทีมงานบ้างนะครับ   ถ้าท่านสมาชิกท่านใดได้ลองนำไปใช้แล้วได้หรือไม่ไดผลอย่างไร   มาเล่าสู่กันฟังด้วยนะครับ
       
               เรื่องทีจะแชร์เรื่องต่อไปเป็นเรื่องเกี่ยวกับ...การเผื่อแผ่...และแบ่งปัน  ครับ  เรื่องนี้จะแชร์เกี่ยวกับการที่เราไปอยู่ต่างถิ่นเราจะทำอย่างไรได้บ้าง   ที่นอกเหนือจากงานผ้าป่าและงานบุญต่างครับ   ขอพักด้วยภาพผู้เฒ่าประจำหมู่บ้านที่ผมไปทำการเกษตรครับ   เป็นการขึ้นโรงคัดแยกเช่นกัน   ผมว่ามีความหมายดีครับ


* DSCF0034.JPG (47.32 KB, 317x238 - ดู 1394 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #81 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 08:51:33 AM »

       จริงแล้วเรื่อง " เผื่อแผ่และแบ่งปัน " นี้ผมเอารูปแบบมาจาก CSR นั้นเองครับ   ปัจจุบันผมทำ CSR มีดังนี้ครับ
              1. กิจกรรมวันเด็ก : จะให้ทีมงานไปเลี้ยงไอสครีมเด็กๆทีโรงเรียน
              2. วันเข้าพรรษา : บริจาคแก้วมังกรให้โรงเรียนจำนวน 4 แห่ง
              3. วันสงกรานต์  : บริจาคเงินเป็นค่าใช้ในงานรดน้ำดำหัวในหมู่บ้าน

           กิจกรรมทั้งสามนี้ผมจะให้ทีมงานช่วยดำเนินงานแทนผมครับ   เพราะช่วงเวลานี้ผมจะไม่ว่างนั้นเอง   ตอนนี้ก็กำลังคิดเพิ่มเติมอยู่ครับว่า   จะมีโครงการใหม่อะไรเพิ่มเติมอีกได้บ้าง   ทีจริงก็พยายามวางเป้าหมายเพิ่มกิจกรรมปีละ 1 เรื่องนะครับ   
             สำหรับปีหน้านั้นผมมีโครงการไว้บ้างแล้ว   แตอยู่ระหว่างพูดคุยกันอยู่ครับ   เดียวหลังปีใหม่จะมาเล่ารายละเอียดให้ฟังครับว่าชาวบ้านจะเอาด้วยหรือเปล่า   จริงๆแล้วโครงการนี้ที่ต่างประเทศเขาทำมานานและประสบผลสำเร็จดีมากๆ   ผมเลยจะทดลองมาใช้ดูกับบ้านเราครับ
บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #82 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 09:18:59 AM »

       ขอแชร์ต่อนะครับ   จากหัวข้อต่างๆที่ผมแชร์มาแล้วนั้น   ถ้าจัดแบ่งเป็นกลุ่มๆก็จะได้กลุ่มดังต่อไปนี้นะครับ

                    1. ต้วเราเอง : เริ่มต้นด้วยความต้องการที่จะทำในบางสิ่งที่นอกเหนือจากงานประจำ   และตามมาด้วยการเก็บข้อมูลหลังจากนั้นก็ตัดสินใจและเริ่มลงมือทำ ( จุดนี้ผมจะเน้นแชร์ในเรื่องการบริหารเวลา..ที่ดิน..และพืช  เป็นหลัก )
                    2. คนอื่นๆ : จะเป็นเรืองของทีมงานและลูกค้า
                    3. ชุมชน  : เป็นเรื่องกิจกรรมทีสมัครใจ  หรือที่เรียกว่า CSR ที่เราได้ยินบ่อยๆในตอนนี้นั้นเอง

      ถ้าสังเกตุดูและจับใจความอย่างต่อเนื้องนะครับ   ท่านจะเห็นว่าบางสิ่งบางและแนวคิดที่ผมมาแชร์นั้น   จะมีอยู่แล้วในองค์กรทั่วๆไปอยู่แล้วแหล่ะครับ     แต่ผมนำมาปรับใช้กับการทำสวนเกษตรเท่านั้นเอง
                   ดังนั้นแนวทางที่ผมนำมาแชร์ในช่วงที่ผ่านมานั้น   น่าจะพอตอบคำถามหรือเพิ่มความมั่นใจได้ระดับหนึ่งนะครับ
บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #83 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 09:40:51 AM »

     ขอแชร์ต่อเลยครับ   แม้ว่าจะทำทั้งสามอย่างที่กล่าวข้างต้นมาแล้วจะทำให้ประสบผลสำเร็จทันทีและตลอดไปนะครับ ( เดียวจะเป็นการขุดหลุมดักตัวเอง )  สามกลุ่มแรกถ้าจะพูดแบบชาวบ้านๆ  เขาเรียกว่า " เป็นการทำให้เกิด " เท่านั้น  ไม่ได้เป็นตัวรับประกันว่าสิ่งที่เราทำอยู่ขณะนี้นั้น   จะอยู่และใช้ได้....ดี   ในปีต่อๆไปครับ
               ความหมายคือ : สวนของเราจะไปต่อได้ ( เหมือน AF เลย) จะต้องมีเครื่องมืออีกที่ต้องมาช่วย  คือ...กลยุทธและนวัตกรรม   ครับ    โอ๊ยๆๆๆ....แค่จะทำสวนเนี่ยนะมำไม่ต้องทำอะไรมากมายขนาดนี้ๆๆๆๆๆ

              อย่า....ครับอย่าพึ่งเบื่อครับ  เดี่ยวมาครับ
บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #84 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 11:25:47 AM »

     ทีหายไปไม่ได้ไปไหนไกลครับ   ไปหาอะไรใส่ท้องหน่อยเท่านั้นเอง   ระหว่างที่ส่งอาหารเข้าท้องก็ไม่ลืมที่พูดในใจว่า...อืมๆๆๆๆมันคุ้มจริงๆ   แต่คนทำกับข้าวนี้เก่งนะครับ   เอาของหลายๆอย่างมารวมกัน   แล้วได้ของใหม่เกิดขึ้นมาได้  และถ้าอร่อยกว่าคนอื่นๆที่ทำมาก่อนละก็....ลูกค้าตรึ่มครับ
          จากเรื่องกับข้าวผมกำลังโยงเข้าเรื่อง " นวัตกรรม " นั้นเองครับ   แล้วนวัตกรรมมันคืออันใดหร่อ   นวัตกรรม  คือ : การทำสิ่งต่างๆ   ด้วยวิธีการใหม่   และได้ผลดีกว่าเดิม

           ว๊าว!!!   แล้วทำสวนนี้จะทำได้หร่อครับ   ตอบ:  ได้ซิครับ   แล้วเกษตรกรไทยเก่งไม่ใช่ธรรมดาเลยนะ...ขอบอก
บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #85 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 11:42:17 AM »

     ลองดูรูปนี้กันเลยครับ ( ต้องขออภัยท่านเจ้าของรูปนะครับที่นำรูปมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาติ )


* 20101112-000170612335205.jpg (44.09 KB, 256x192 - ดู 1381 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #86 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 11:54:24 AM »

     พอเห็นภาพนี้แล้วหลายๆท่านคงจะร้องออกมาเบาๆว่า....โอ้    มันเป็นอย่างนี้นี้เอง    ครับนี้คือตัวอย่างหนึ่งครับที่เรียกว่า    " นวัตกรรม " ครับ   เพราะเดิมทีนั้นมะนาวก็ปลูกในพื้นดินมานานปีดีดักแล้ว    แต่ก็มีเกษตรกรไทยนี้แหละครับทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นมา   อันนี้ผมนำมายกตัวอย่างพอให้เห็นภาพเท่านั้นครับ

                เอาละซิ....บางท่านอาจกำลังมองไปรอบๆสวนตัวเอง    แล้วคิดในใจว่าเราจะทำอะไรในสวนเราให้เกิดเป็น " นวัตกรรม " ใหม่ๆได้บ้าง...หว่า   ความสนุกในการทำสวนจะบังเกิดนะบัด Now ละครับคราวนี้
                 ใครคิดอะไรใหม่ๆได้   ก็เอามาแชร์แบ่งๆกันให้ได้ทราบด้วยนะครับ   เผือจะได้เอาไปใช้บ้าง...ไม่ต้องคิดเอง555
บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #87 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 12:08:53 PM »

      หรือในอีกความหมายหนึ่งของ " นวัตกรรม " นั้นก็คือ : การที่ไม่คิดว่า   สิ่งที่เราทำอยู่ในปัจจุบันนี้   ดีที่สุดแล้ว  นั้นเองครับ
และถ้าเพื่อนๆ  สมาชิกลองรวบรวมสิ่งที่เกิดขึ้นมาใหม่ๆ   ในวงการเกษตรบ้านเรา( เอาเท่าที่พอคิดออกนะครับ )   
            คำตอบที่ได้นั้นคงไม่ต่างจากผมเท่าไร   คือ...ยังมีน้อยอยู่ครับ    บางอย่าง 10 ปีถึงจะมีอะไรใหม่ๆเกิดขึ้นมา    จริงๆแล้วไม่ใช่ว่าเกษตรกรเราไม่เก่งนะครับ ( เพียงแต่ยังขาดความหลากหลายเท่านัน )

                       แต่ผมคิดว่า....หลังจากนี้ความถี่จะค่อยๆขยับเร็วขึ้นเรื่อยๆ   เพราะอะไรละ    เพราะโครงสร้างกลุ่มคนที่ทำการเกษตรทุกวันนี้เริ่มมีความหลากหลายทางอาชีพมาขึ้นนั้นเอง
บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #88 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 12:19:48 PM »

     แล้วถ้าคิดอะไรใหม่ๆได้จะเป็นผลดีกับตัวเราอย่างไรละ ( ถามเอง...ตอบเองเลยเรา 555)   การที่เราต้องใช้เวลานานในการคิดนวัตกรรมใหม่ๆนั้น   จะทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า " มูลค่า " งัยละครับ
           ก็ดูจากมะนาวเป็นตัวอย่างครับ   ในอตีดนั้นมีทั้ง  รุ่งและร่วง  แต่มีผู้ที่คิดวิธีปลูกแบบใหม่โดยการเอาวัสดุก่อสร้างมารวมกับการเกษตร    เท่านั้นแหละครับสามารถแก้ปัญหาต่างๆที่เคยเป็นข้อจำกัดได้   จึงทำให้เกิดผลดีในวงการมะนาวเกิดขึ้นทุกวันนี้นะครับ
บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #89 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 12:42:08 PM »

     ขอแชร์ต่อครับ   แล้วผมเองมีนวัตกรรมบ้างหรือเปล่า...พอมีครับ   เนื้องจากผมวางกรอบการทำสวนที่ไม่เน้นขายสิ่งอื่นนอกจากผลผลิต ( เพราะเจ้า part time นี่เหละ )  จึงเน้นไปที่เรือ่งต้นทุนเป็นหลักครับ
          1. ใช้เสาใยหินแทนเสาดัน  : เบาและเอากลับมาใช้ใหม่ได้   และทำให้ร้านวัสดุก่อสร้างคึกคักมากเพราะไม่เคยขายได้ที่ละมากๆ   เนื้องจากท่อใยหินใช้ทำท่อน้ำทิ้งจากห้องน้ำครับ
          2. ปลูกโดยไม่ต้องไถดิน : ประหยัดค่าไถ


* DSCF0426.JPG (49.15 KB, 370x278 - ดู 1370 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #90 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 12:54:40 PM »

         ต่อครับ
           3. โครงด้านบนใช้ยางนอกมอเตอร์ไซค์เก่า : ช่วยลดการเผาทำลายทำให้มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม   และมีความทนทานเพราะจนทุกวันนี้ก็ไม่รู้ว่ามันจะเปือยเมื่อไร
           4. โครงเหล็ก : มีความทนทานและนำกลับมาใช้งานใหม่ได้

         โดยหลักๆแล้วผมวางกรอบการทำสวนไว้ตอนเริ่มแล้วว่าทำอย่างไรให้ต้นทุนต่ำ   และนำกลับมาใช้ใหม่ให้ได้มากที่สุด
ทุกวันนี้พวกท่อใยหินที่หักๆ   ประมาณ 0.5-1m นั้นถ้าชาวบ้ามาขอผมก็ให้ครับ  โดยมากเขาเอาไปวางที่คันนาเพื่อระบายน้ำครับ   เห็นไหม๊ครับได้ทำ CSR อีกแล้ว


* DSCF0391.JPG (48.66 KB, 321x241 - ดู 1375 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #91 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 01:10:02 PM »

     และขณะนี้ผมกำลังทำนวัตกรรมใหม่อยู่ชิ้นหนึ่งครับ   แต่ยังไม่ถือว่าประสบผลสำเร็จ   เนื้องจากอยู่ระหว่างดำเนินการนั้นเอง   ตัวนี้ผมทดลองมาเป็นเวลา  4 ปีแล้วครับ
            ถ้าย้อนไปที่หัวข้อต้นๆจะมีคำพูดอยู่คำหนึ่ง    ที่ผมพูดใว้คือ " สวนเกษตรแบบผสมผสาน - กึงเชิงเดี่ยว " นั้นเองครับ
                  สำหรับที่มาและกรอบความคิดเรื่องนี้เป็นอย่างไรนั้น   ผมจะแชร์เป็นข้อต่อไปครับ   คราวๆ....หลักการเหมือนคนทำกับข้าวครับ
         อ้าว....กินแก้วมังกรรอสักครู่ครับ


Liked By: sanan_abo, chunkung, , sompol


* DSCF0380.JPG (48.67 KB, 370x278 - ดู 1365 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #92 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 01:13:16 PM »

    ขอโทษครับที่ยังไม่ผ่าให้   กินอันนี้ก็แล้วกันครับ


* DSCF0902.JPG (45.35 KB, 363x273 - ดู 1367 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #93 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 01:18:24 PM »

     กลัวไม่พอดีกันเลยผ่าย่อยลงอีกครับ


* DSCF0912.JPG (45.26 KB, 389x292 - ดู 1364 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #94 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2012, 01:24:32 PM »

    หรือจะกินแก้วมังกร 3G 555 ( 3G=แก้วมังกรสามลูกครับ ฮิๆๆ )


* แก้วมังกร2 011.jpg (47.71 KB, 365x274 - ดู 1355 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
nopmtp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136


« ตอบ #95 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2012, 02:07:28 AM »

    ขออภัยที่มาแชร์ดึกไปหน่อย  ติดงานอยู่ครับ   ก่อนที่ผมจะขอแชร์เรื่อง " สวนผสม - กึงเชิงเดียว "  จะขอย้อนถึงรูปแบบการทำการเกษตรของประเทศเราคราวๆพอนึกภาพออกนะครับ
       แบบที่ 1. เกษตรเชิงเดียว : ปลูกพืชชนิดเดียวจำนวนมาก...ใช้ที่ดินมาก   เพื่อขายให้ได้เงินมากๆ
        แบบที่ 2. ไร่นาสวนผสม : ปลูกพืชหลายชนิด...เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องราคา  ใช้ที่ดินได้ทั้งมากและน้อย
        แบบที่ 3. แบบพอเพียง : จะเป็นลักษณะสวนเล็กๆ   เน้นลดรายจ่ายเรื่องอาหารในครัวเรือน  มีเหลือก็แจกและขายเป็นต้น
             ถ้าสังเกตุีๆจะเห็นว่าไม่ว่าจะทำการเกษตรแบบใดก็ตาม   จะมีองค์ประกอบหลักอยู่ 2 สิ่งคือ. ที่ดิน   และรูปแบบการปลูกพืชในที่ดินดังกล่าว
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 5 [6] 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 ... 109   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: