หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 34   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สวนสุพิชชา & นาสาครศิลป์...หอมไอดิน ถิ่นสารคาม  (อ่าน 160884 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
supischa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1245


« เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2012, 08:52:26 PM »

...ขออนุญาตชาวเกษตรพอเพียงทุกท่าน มาเล่าประสบการณ์และความฝันของคนบ้านนอกคอกนา ที่ชื่นชอบการเกษตร เผื่อว่าบางสิ่งบางอย่างที่ผมทำอาจจะเป็นประโยชน์ให้ท่านที่ชื่นชอบการเกษตรแนวพอเพียง(กับตัวเอง)ได้นำไปปรับใช้ และความผิดพลาดของผมจะได้เป็นสิ่งให้ระมัดระวัง และจะขอรับคำชี้แนะจากท่านที่เคยทำมาแล้ว ทั้งยังเพื่อขอเป็นเพื่อนกับท่านที่กำลังจะก้าวเดินในทางนี้จะได้เป็นเพื่อนกัน
...ผมไม่ได้เรียนหรือจบทางด้านการเกษตรแต่อย่างใด แต่มันอยู่ในสายเลือดของผม พ่อผม แม่ผม ปู ย่า ตา ยาย ของผมเป็นชาวนา...บังเอิญว่ามีเหตุปัจจัยให้ผมต้องเร่ร่อนเข้ามาเรียนและทำงานอยู่ในเมืองฟ้าอมร เมืองที่มีไฟสีสวยสว่างไสวไม่เคยหลับไหลแต่ใจคนส่วนใหญ่กลับสลัวๆ(เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมเอง)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 12, 2015, 09:24:59 PM โดย supischa » บันทึกการเข้า

...กินข้าวเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินปลาเป็นอาหาร
...ทำทีละนิด ดีกว่าคิดที่จะทำ

supischa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1245


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2012, 09:02:30 PM »

...ผมเป็นเด็กบ้านนอกเกิดในครอบครัวที่ยากจนมีพี่น้องทั้งหมด 7 คน แต่บังเอิญมีผู้ท่านใหญ่ใจดีให้ทุนการศึกษาจึงมีโอกาสได้ร่ำเรียนหนังสือ พอจบออกมาก็มาทำงานเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชน ให้สัญญากับตัวเองว่าไม่เกิน 10 ปี “ฉันจะกลับบ้าน” ถามว่าทำไม 10 ปี เหตุผลของผมในตอนนั้นคือ 5 ปี เก็บเงินสร้างบ้านให้พ่อกับแม่(ถมปมด้อยตัวเองในวัยเด็กที่ต้องร่อนเร่พเนจรใช้กระท่อมปลายนาเป็นบ้าน) และบวช(ตอบแทนค่าน้ำนมและบุญคุณท่วมหัวที่พ่อแม่มีให้) อีก 5 ปีเก็บเงินแต่งงานและเป็นทุนไว้กลับบ้าน มันเป็นเหตุผลสุดคลาสสิค ของหนุ่มบ้านนอกทั่วๆไปนั่นแหละครับ ยิงฟันยิ้ม แต่ความเป็นจริงผมผิดสัญญากับตัวเองมาปีนี้ก็ครบ 10 ปีพอดี นั่นคือผมทำงานอยู่ที่เมืองฟ้าอมร 20 ปีเต็มแล้ว สิ่งที่ผมได้มีอะไรบ้าง...ผมได้ทำตามที่คิดไว้คือ สร้างบ้านให้พ่อกับแม่ บวชให้พ่อแม่ และ แต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ยินดีร่วมทุกข์ร่วมสุขกับผม(เป็นเวลา 14 ปีแล้ว)...และสิ่งที่ผมได้เพิ่มเติมมาก็คือ...โรคภูมิแพ้อากาศ ยิงฟันยิ้ม...โรคความดันโลหิตสูง ยิงฟันยิ้ม สองอย่างหลังเป็นของแถมที่ไม่มีใครปรารถนาอยากได้...อ้อลืมไปได้โรคทรัพย์จางมาด้วยและจะมาเป็นระยะๆ... ยิงฟันยิ้ม ยิ้มกว้างๆ

            ***ผมได้ทำตามที่ได้สัญญาไว้กับผู้อื่นแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำตามสัญญากับตัวเอง***
บันทึกการเข้า

...กินข้าวเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินปลาเป็นอาหาร
...ทำทีละนิด ดีกว่าคิดที่จะทำ
ดาบรินทร์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7463



« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2012, 09:04:51 PM »

มาติดตามชมครับ  ยิ้มเท่ห์  ยิ้มเท่ห์  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
Rai_Ninlapat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 728


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2012, 09:10:40 PM »

-ตามพี่ดาบรินทร์มาติดๆๆ สู้ๆๆๆ
บันทึกการเข้า
thailoei.nwk
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 101


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2012, 09:23:51 PM »

รอชมด้วยคนครับ
บันทึกการเข้า

 *ขออภัย จำกัดสิทธิ์การใส่ Link-URL ในลายเซ็น*
jame kp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1545



« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2012, 09:35:28 PM »

 ยิ้มเท่ห์ ;)กระทู้ ต่อสู้ ฝ่าฟัน ผมชอบครับ มาร่วมฟังด้วยคน จุมพิต
บันทึกการเข้า

กระดูกสันหลังของชาติ คือเกษตรกร ผู้ยิ่งใหญ่
supischa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1245


« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2012, 09:37:04 PM »

...อยู่ในเมืองก็ดีครับ ดีสำหรับคนที่หาเงินเก่งๆเพราะว่า ออกจากบ้านต้องจ่าย เข้าสังคมก็ต้องจ่าย ไปไหนนิดไปไหนหน่อยก็ต้องจ่าย จ่ายไปหมด มีของล่อกิเลสเยอะแยะไปหมด มาใหม่เรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุดตามไม่ทันเพราะชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเราตามมันไม่ทันอยู่แล้ว ยิงฟันยิ้ม
...ผมถามตัวเองอยู่เสมอว่าอาชีพที่ผมทำอยู่มันเหมาะกับผมหรือไม่ ผมมีความสุขกับมันหรือไม่หรือเพราะมันมีค่าตอบแทนค่อนข้างดีก็เลยชอบมัน ในความเป็นจริงแล้วเมื่อเขาจ้างเรามากเท่าไหร่เขามักจะใช้เราจนคุ้มหรือเกินคุ้มเสมอ(มองในมุมของลูกจ้าง) ความรับผิดชอบสูง มีความเสียงต่อความเสียหายของผู้อื่นในงานด้วย มีปัญหาเยอะแยะ ทั้งปัญหาที่เกิดจากคนและปัญหาที่ตัวงานเอง ทั้งตัวเราทำให้คนอื่นเครียดทั้งคนอื่นทำให้ตัวเราเครียด วนไปวนมา ปีหนึ่งๆทำงาน 350 วันเพื่อที่จะเก็บเงินระริกระรี้ 15 วัน ยิงฟันยิ้ม(กลับบ้านปีใหม่ สงกรานต์) เป็นอย่างนี้ผ่านมา 19 ปีแล้ว...
                           
***ทำให้คนอื่นรวยแต่ทำไมเรายิ่งทำยิ่งจนแถมเครียดอีกต่างหาก***
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 29, 2012, 09:38:45 PM โดย supischa » บันทึกการเข้า

...กินข้าวเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินปลาเป็นอาหาร
...ทำทีละนิด ดีกว่าคิดที่จะทำ
supischa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1245


« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2012, 09:47:38 PM »

...ผมเคยคิดจะกลับบ้านเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว ผมเกริ่นกับพ่อว่า...พ่อจะว่ายังไงถ้าผมจะกลับมาทำนาทำสวน...พ่อหันมามองหน้าผมและบอกผมว่า”เอ็งจะกลับมาทำไมรู้ไหมว่าทำนามันลำบากแค่ไหน มันไม่พอกินหรอกอยู่ที่กรุงเทพฯมันดีแล้ว”
...ผมได้แต่อึ้งที่อึ้งไม่ได้กลัวว่าจะลำบากเหมือนที่พ่อบอกหรอกครับเพราะผมก็ทำไร่ทำนามาแต่เล็กๆยังไม่ได้เข้าประถมด้วยซ้ำ ถึงผมจะไม่ได้ทำทุกขั้นตอนของการทำนาแต่ผมก็ร่วมทำเกือบทุกขั้นตอนเช่น ไถนา(ใช้ควายไถ) ถอนกล้า หาบกล้า ดำนา เกี่ยวข้าว หาบข้าว ตีข้าว(นวดข้าว) ขนข้าวขึ้นเล้า(ยุ้งฉาง) ก็ได้ทำเกือบทุกขั้นตอนไม่ใช่ไม่รู้เรื่องเลย...ที่ผมอึ้งเพราะพ่อยังเป็นห่วงผมทั้งๆที่ผมโตมากแล้วมีครอบครัวแล้วรับผิดชอบตัวเองได้แล้ว ผมนึกถึงคำพูดของแม่ผมที่บอกว่าลูกๆยังไงก็ยังเป็นเด็กเสมอสำหรับพ่อแม่(หมายถึงยังไงก็ยังเป็นห่วงเหมือนตอนที่เราเป็นเด็กๆ)
...หลังจากนั้นผมก็เก็บความฝันของผมที่จะมาเป็นชาวนาชาวสวนไว้ในส่วนลึกของหัวใจผมตลอดมา...ไม่เป็นไรพ่อแม่ท่านเป็นห่วงเราเราก็ทำให้ท่านสบายใจดีกว่าที่เราจะมาสบายใจแต่ท่านลำบากใจ และเราต้องทำให้ท่านเห็นว่าเราจะเลี้ยงตัวเองได้ด้วยอาชีพเกษตรแบบพอเพียงคือ...อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง...ผมไม่กลัวว่าพ่อจะโกรษผมหรือตำหนิผมที่ทิ้งอาชีพเดิมที่ผมทำอยู่มาเป็นเกษตรกร ผมกลัวใจตัวเองมากกว่าว่าจะทนทานต่อคำติฉินนินทาต่างๆนาจากชาวบ้านได้หรือไม่ หรือทนต่อสายตาที่มองมาอย่างดูถูกได้หรือไม่ ทนต่อคนที่กอดอกหัวเราะเยาะเราได้หรือไม่ แน่นอนว่าคนแถวบ้านผมคงจะคิดว่าผมบ้าหรือไม่ก็เพี้ยนแน่ๆ ยิงฟันยิ้ม ที่ออกจากงานที่ค่าตอบแทนค่อนข้างดีและสบาย(ในมุมมองของคนส่วนใหญ่ทั่วๆไป) มาทำนาทำสวนที่ต้องอาศัยฟ้าฝน ต้องเข้าใจนะครับว่าสังคมในชนบทเราถูกปลูกฝังให้ชื่นชมและชื่นชอบยกย่องและให้ความสำคัญกับคนทำงานที่ใช้สมอง นั่งทำงานในห้องแอร์เท่านั้น ไม่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้แรงงานชาวไร่ชาวนาชาวสวน...ถ้าหากผมทนไม่ได้ผมก็จะพ่ายแพ้ทันที สิ่งที่ผมฝันอยากจะทำมันก็จะพังทะลายไป ดังนั้นสิ่งที่ผมต้องฝึกคือใจของผมที่ต้องเข้มแข็ง รับให้ได้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเข้ามา ไม่ว่าดีหรือร้าย ผมโชคดีอยู่อย่างคือ ผมมีคู่ทุกข์คู่ยากที่เข้าใจและคอยเป็นกำลังใจและสนับสนุนผมเสมอ...

***ถึงจะเป็นรุ่นไปวัดไปวาแล้วแต่ก็ยังพอมีกำลังใจและกำลังกายที่จะทำเกษตรที่ตัวเองชอบเพื่อยังชีพและรอวันลาจากโลกใบนี้ไปด้วยรอยยิ้ม(หวังไว้อย่างนั้น)***
บันทึกการเข้า

...กินข้าวเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินปลาเป็นอาหาร
...ทำทีละนิด ดีกว่าคิดที่จะทำ
supischa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1245


« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2012, 09:57:03 PM »

...ผมค้นหาตัวเองมา 20 ปีแล้วและพบว่าผมเข้ากับเมืองฟ้าอมรไม่ได้เลย เป็นได้แต่เพียงส่วนเกิน ผมได้แง่คิดจากปราชญ์ท่านหนึ่งท่านบอกว่า “กินข้าวเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินปลาเป็นอาหาร” มันตรงใจของผมมากและยังได้แง่คิดจากปราชญ์ท่านหนึ่งท่านบอกว่า “ทำทีละนิด ดีกว่าคิดที่จะทำ” อันนี้เป็นคำที่ทำให้ผมเริ่มลงมือเอาจริงจังกับสวนที่มีอยู่(มรดกของภรรยา) อันที่จริงแล้วที่นาของพ่อผมและสวนก็มีอยู่บ้างประมาณ 15 ไร่ ตอนนี้ก็มีพ่อผมที่อายุ 74 ปีแล้วทำอยู่ ลูกๆก็แยกย้ายกันไปทำมาหากิน บางคนก็รับราชการ เลยไม่มีใครรับช่วงต่อ จะมีแต่พี่สาวซึ่งก็เป็นผู้หญิงยังไม่มีครอบครัวก็พอช่วยได้ หมู่บ้านของผมกับหมู่บ้านของภรรยาก็อยู่ห่างกันไม่มาก อยู่ในเภอเดียวกัน แต่อยู่คนละตำบล ระยะทางก็ห่างกันประมาณ 13 กม. ก็พบกันตอนเรียนมัธยมนั่นแหละครับ ;Dเพราะเมื่อก่อนโรงเรียนมัธยมจะมีเฉพาะในตัวอำเภอเท่านั้น


***สวนที่มีเนื้อที่อยู่เล็กน้อย 3 ไร่ ทำสองคนตายายก็คงพอไหว****(ภาพเมื่อ พ.ย. 2554)
บันทึกการเข้า

...กินข้าวเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินปลาเป็นอาหาร
...ทำทีละนิด ดีกว่าคิดที่จะทำ
supischa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1245


« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2012, 10:10:33 PM »

...วิถีชีวิตในเมืองหลวงคนส่วนหนึ่งก็มีความสุขและเข้ากันได้ดีเหลือเกิน เดินห้าง ดูหนัง ฟังเพลง และดื่มกิน แต่คนส่วนหนึ่งก็เบื่อและสุดจะทนกับวิถีชีวิตแบบนี้ หาความสุขกับมันไม่ได้และเข้ากันไม่ได้เริ่มหาทางที่จะหาวิถีชีวิตที่พอจะให้ความสุขกับตัวเองได้บ้าง ผมคนหนึ่งที่เข้ากันได้ไม่สนิทกับวิถีชีวิตแบบเมืองฟ้าอมรเพราะพื้นฐานชีวิตผมตอนเด็กๆอยู่กลางทุ่งนา ผืนป่า ชอบอยู่กับธรรมชาติ ชอบป่า ชอบเขา แม่น้ำ ลำธาร ตอนเด็กๆผมไม่เคยคิดว่าผมจะเดินมาไกลได้ขนาดนี้ มันนึกไม่ออกจริงๆ เด็กชายตัวดำๆไม่ใส่เสื้อผ้า(เพราะไม่มี)  วิ่งไล่ควาย วิ่งไล่จับตั๊กแตน ขุดปู หากบเขียด วิ่งตามแม่หาหน่อไม้ป่า หาเห็ดป่า ช่วยพ่อเลื่อยไม้ ตัดไม้ฟืนเผาถ่าน วันหนึ่งชีวิตจะได้มาทำงานในเมืองหลวงในสายอาชีพที่คนหลายคนไฝ่ฝัน(คนส่วนหนึ่งเขาว่าอย่างนั้น) แต่ผมกลับไม่มีความสุขเท่าที่ควรจะเป็น แรกๆก็รู้สึกจะภูมิใจกับอาชีพที่ทำอยู่แต่พอผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควรกลับไม่ใช่สิ่งที่วาดฝันเอาไว้ แต่ผมก็ยังขอบคุณและรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณอาชีพที่ผมทำอยู่เพราะมันทำให้ผมได้มีหลายๆสิ่ง หลายๆอย่าง ถือว่ามันเติมส่วนที่ผมเองขาดในวัยเด็ก…บางคนอาจจะคิดว่าทำงานมาตั้ง 20 ปี คงจะมีเงินเก็บเยอะแล้ว แต่เปล่าเลยครับผมไม่มีเงินเก็บ ทำไปใช้ไปและผมไม่ชอบดิ้นรนหาเงินเท่าไหร่...เพราะคำว่าดิ้นรนนี่แหละ...ดิ้น-รน...ลองนึกภาพดูครับ(ผมนึกถึงการโยนสิ่งมีชีวิตเข้ากองไฟ)...จริงๆแล้วคือผมเป็นคนขี้เกียจครับ หากที่ทำอยู่พอเลี้ยงชีพได้พอควรแล้วไม่รู้จะไปแย่งคนอื่นเขาทำไม ให้โอกาสคนอื่นเขาบ้าง(เป็นข้ออ้างสำหรับคนขี้เกียจครับ ยิงฟันยิ้ม)
...ผมตัดสินใจลาออกจากงาน(31 กรกฎาคม 2555 และกลับภูมิลำเนาเดิมเมื่อ 4 สิงหาคม 2555) หลายคนมองว่าผมยังไม่พร้อม แต่ผมคิดเองว่าผมพร้อมแล้วพร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ความพร้อมของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันและไม่สามารถวัดกันได้ พร้อมใครพร้อมมันและพร้อมแทนกันไม่ได้ เหมือนกับคำว่าพอไม่มีใครบอกได้ถูกหรอกว่าเท่าไหร่คือพอเพราะมันเป็นความพอของใครของมันไม่ว่าจะยกเหตุผลอะไรมาก็แล้วแต่สุดท้ายก็เถียงกันตายเพราะต่างคนต่างก็มีเหตุผลของตัวเอง
   หากสิ่งที่ว่าพร้อมในความคิดของหลายๆท่านที่ให้ไว้ซึ่งผมฟังแล้วคิดตามก็เป็นสิ่งที่น่าฟัง ความพร้อมที่ออกจากงานประจำมาทำเกษตรต้อง
1.   กินอิ่ม (ผมเป็นคนกินน้อยคงพอหาใส่ปากท้องพอไหว)
2.   นอนอุ่น (ที่ซุกหัวนอนก็อาศัยบ้านภรรยา ซึ่งมีหลังคา ฝาบ้าน พอคุ้มแดดคุ้มฝนได้)
3.   ทุนมี (มีที่สวนที่นาเล็กน้อย ทุนทางความรู้มีเล็กน้อย ทุนทรัพย์ก็มีเล็กน้อย ทุนทางแรงกายมีพอใช้ได้ ทุนทางแรงใจนั้นมีมากมาย)
4.   หนี้หมด (หนี้สินก็มีนิดหน่อยพอรับมือไหว)
บันทึกการเข้า

...กินข้าวเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินปลาเป็นอาหาร
...ทำทีละนิด ดีกว่าคิดที่จะทำ
supischa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1245


« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2012, 10:19:47 PM »

...ผมเองเริ่มปลูกพรรณไม้จริงๆจังๆในสวนเล็กๆที่มีเนื้อที่ 3 ไร่ เมื่อช่วง ตุลาคม 2554 เป็นช่วงหนีน้ำท่วมจาก กทม. (น้ำท่วมมันก็มีดีเหมือนกัน) และผมได้วางแผนการใช้พื้นที่ไว้ดังนี้
1.   ส่วนที่เป็นไม้ผล ตั้งใจจะปลูก ลำไย ขนุน น้อยหน่า กะท้อน มะม่วง มะขามเทศ มะขามหวาน มะไฟ ส้มโอ มะเฟือง ทุเรียน ฝรั่ง มะเม่า กล้วย มะพร้าว  มะปรางหวาน มะยงชิด มะละกอ ผีผ่วน หมากยาง กล้วยเห็น หวดข่า(มะหวด) ตะลิงปิง มะยม ชมพู่
2.   ส่วนที่เป็นผัก เช่น ข่า ตะไคร้ มะกรูด มะนาว แค กระถิน ผักเม็ก ติ้ว มะตูมซาอุ เพกา(ลิ้นฟ้า) มะรุม มะกอก ยอ ชะอม พริก มะเขือ มะเขือเทศ แตงไทย แตงกวา แตงโม ฟักทอง บวบ ถั่ว ถั่วลิสง เผือก มันเทศ มันห้านาที มันมือเสือ หอม กระเทียม ผักสาบ เครือหมาน้อย ใส้ตัน ฮ้วนหมู เหลียง มันปู ผักหวานป่า มะกอก ถั่วพู ตำลึง
3.   ส่วนที่เป็นไม้ใช้สอยและไผ่ เช่น สัก ยางนา ไผ่กิมซุง บงหวาน หม่าจู ซางหม่น ซางนวล ด้ามขวาน ศรีปราจีน
เมื่อวางผังไว้แล้วเวลาปลูกจริงต้องวัดระยะไม่งั้นจัดการยาก (วัชพืชและการให้น้ำให้ปุ๋ย) โดยแบ่งสวนเป็นปลูกผัก 3 งาน และไผ่ 1 ไร่ ไม้ผล 1 ไร่ ที่เหลือนิดหน่อยเป็นที่ทำเถียงนาไว้หลบแดดฝน ตามผังนี้ครับ
ความตั้งใจก็จะปลูกไว้กินเป็นหลักถ้ามีเหลือก็ว่ากันอีกทีว่าจะแจกแค่ไหนขายแค่ไหน(ถ้าขายได้) คิดว่าน่าจะพออยู่ได้โดยไม่อดอยาก (ไม่มีความยากจนในหมู่คนขยัน...ก็คงจะได้พิสูจน์กันครานี้ ยิงฟันยิ้ม)

*** ผังของสวนที่วางไว้เพื่อให้ง่ายต่อการดูแล (หวังไว้อย่างนั้น)***
บันทึกการเข้า

...กินข้าวเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินปลาเป็นอาหาร
...ทำทีละนิด ดีกว่าคิดที่จะทำ
chonathan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 281


« ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2012, 10:21:49 PM »

ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ..
ผมก็กำลังทำตามความฝันอยู่ครับ..

chonathan @ไร่ the forest
บันทึกการเข้า
supischa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1245


« ตอบ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2012, 02:29:41 PM »

...อุปกรณ์และเครื่องจักรเครื่องมือ
   การทำสวนก็คงต้องมีเครื่องจักรเครื่องมือบ้างครับไม่งั้นก็คงลำบาก ครั้นจะมีแค่จอบกับเสียม มีด ผมว่ามันก็ได้อยู่หรอกครับแต่คนอายุ 44 ปี อย่างผมนั่งทำงานห้องแอร์มา 20 ปี ร่างกายแข็งแรงสู้พ่อผมที่อายุ 74 ปีไม่ได้เลยถ้าไม่มีเครื่องทุ่นแรงเดี๋ยวกลายเป็นว่าเอาชีวิตมาทิ้ง(จริงๆแล้วก็พอมีกล้ามอยู่บ้างครับแต่มันน้อยนิด) ก็คงต้องค่อยๆสร้างความเคยชินไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ดีเองครับว่ากันว่า...ไม่มีแรงให้ใช้แรง จึงจะมีแรง...
อุปกรณ์และเครื่องจักรเครื่องมือที่ผมพอหาได้ไว้ใช้ในสวนครับ

1.   รถพรวนดินมือสองและอุปกรณ์เสริมนิดหน่อย (คงต้องปรับปรุงถึงจะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ)

2.   เครื่องตัดหญ้าแบบสะพายหลัง

3.   เครื่องย่อยกิ่งไม้ (เอาไว้ย่อยพืชไว้ทำปุ๋ยหมัก)

4.   เลื่อยโซ่(เอาไว้ตัดกิ่งไม้ใหญ่ เอาไว้เผาถ่าน ทำเห็ดขอน) เลื่อยมือก็ดีนะครับไม่ต้องสิ้นเปลื่งค่าน้ำมันแต่ถ้าตัดคนเดียวไม่มีคนช่วยจับไม้จะตัดไม่ได้เลยมันกลิ้งไปกลิ้งมา

5.   กรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ (ผมมีทั้งของ เยอรมัน สวิส ญี่ปุ่น และไม่รู้ที่มา ผมอยากลองใช้ดูว่าที่ว่าดีๆมันจริงหรือเปล่า)

6.   เลื่อยคันธนูเอาไว้ตัดกิ่งไม้ที่สูงๆไม่ต้องปีน(สังขารไม่อำนวย)

7.   กระบอกพ่นแบบสูบลม และถังพ่นแบบติดเครื่องยนต์ (สวนเล็กๆใช้กำลังพอดี)
8.   แล้วก็มาถึง จอบ เสียม คราด พลั่ว บัว ถังน้ำ
***มีทั้งที่จำเป็นและอำนวยความสะดวก ในความเป็นจริงแล้วมีเท่าที่จำเป็นก็น่าจะเพียงพอแล้ว...ผมมันบ้า(เกษตรเกิน)อย่าได้ตำหนิและถือสานะครับ***แล้วผมจะเล่าให้ฟังว่าใช้แล้วเป็นยังไง น่ามีหรือไม่ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

...กินข้าวเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินปลาเป็นอาหาร
...ทำทีละนิด ดีกว่าคิดที่จะทำ
supischa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1245


« ตอบ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2012, 02:46:50 PM »

...ระบบน้ำของสวน
  เนื่องจากที่สวนไม่มีทางน้ำผ่านและเป็นที่เนิน(แถวบ้านผมสวนมักจะเป็นโคก(ที่เนิน) ดังนั้นจึงไม่มีห้วยหรือคลองสาธารณะผ่าน ครั้นจะขุดบ่อรับน้ำฝนก็คำนวณพื้นที่รับน้ำ การซึม การระเหย คร่าวๆแล้วต้องใช้เนื้อที่เยอะและปริมาณน้ำฝนที่รับจากพื้นที่ไม่เพียงพอ เลยมาลงที่ใช้น้ำบาดาลซึ่งก็โชคดีเหลือเกินที่น้ำบาดาลไม่ลึกมากและมีมากพอสมควรจึงเจาะบ่อบาดาลขนาด 3 นิ้ว(ไม่อยากไปขออนุญาต) ปัญหาต่อมาคือไม่มีไฟฟ้า(ร่ำๆว่าจะมีไฟเกษตรมานี่ก็ผ่านการร่ำๆมานานโขแล้วก็ยังไม่เห็นมี) ครั้นจะขอขยายเขตก็ไม่มีทุนพอ(ระยะประมาณ 400 เมตร จากถนนหลักที่มีไฟคงต้องใช้เงินหลักแสนขึ้น) เลยคงต้องพึ่งพลังงานทางเลือกอื่นไปก่อน ตั้งใจว่าในอนาคตจะใช้ SOLAR CELL กับปั๊มชักเป็นตัวสูบน้ำจากบ่อบาดาล บางส่วนจะขึ้นถังทาซาน(ผมตั้งเอง) เอาไว้วันไหนเหนื่อยมากๆ จะใช้แรงโน้มถ่วงของโลก(ที่บอบช้ำด้วน้ำมือมนุษย์)รดน้ำต้นไม้ให้ ปัจจุบันผมใช้ปั๊มติดเครื่องยนต์ขนาด 2 นิ้ว (น้ำหนักไม่มากสามารถถอดกลับได้ แถวผมอยู่โขมยเยอะ ยิงฟันยิ้ม) ผมวางผังท่อโดยใช้ท่อหลักขนาด 50 มม.(PE) ยาวทั้งหมด 100 ม. ท่อแขนงขนาด 32 มม.(PE) เป็นตัวนำน้ำจากท่อหลักไปยัง ท่อซีเมนต์ขนาด 80 ซม. ทั้งหมด 9 จุด โดยมีท่อซีเมนต์จ่ายหลักอยู่ใกล้ๆบ่อบาดาล ติดตั้งอุปกรณ์ประตูน้ำไว้ปิดเปิด และซ่อมบำรุงเท่าที่จะพอมีทุน กะเอาไว้ว่าจะเป็นแบบ Hybrid (คำที่เขากำลังฮิต) คือจะใช้ปั๊มไฟฟ้าและจะใช้ปั๊มเครื่องยนต์ (เวลาไฟฟ้าไม่มาและไฟฟ้าไม่มี)

...แบบในการวางท่อซีเมนต์ครับ(ทำเท่ๆไปอย่างนั้นแหละครับ...อย่าได้ถือสา ยิงฟันยิ้ม)
บันทึกการเข้า

...กินข้าวเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินปลาเป็นอาหาร
...ทำทีละนิด ดีกว่าคิดที่จะทำ
supischa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1245


« ตอบ #14 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2012, 03:07:28 PM »

…ก่อนการวางท่อซีเมนต์ต้องตรวจสอบระดับก่อน...ใช้กล้องระดับเลย (วิธีนี้ผมเรียกขี่ตั๊กแตนจับช้าง ยิงฟันยิ้ม) ไม่งั้นมีหวังน้ำในแต่ละบ่อผมคงไม่เท่ากัน บ่อหนึ่งเต็มแล้วอีกบ่ออาจจะยังไม่มีน้ำเลยก็ได้ ครั้นจะใช้สายยางน้ำถ่ายระดับก็แหม...ขอหน่อยนะอุตส่าห์ร่ำเรียนมาเดี๋ยวอาจารย์ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้จะน้อยใจ (จริงๆแล้วมันง่ายกว่าระดับน้ำเยอะครับถ้าเป็นระยะไกลๆเป็น 100 เมตร) ใช้เวลาทำ 5 วัน ก็นานพอสมควรเพราะไม่ใช่มืออาชีพครับ


***ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เป็นแบบนี้ครับ ต่อไปคงต้องเอาน้ำใส่เพื่อล้างความเป็นกรดของท่อซีเมนต์***
บันทึกการเข้า

...กินข้าวเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินปลาเป็นอาหาร
...ทำทีละนิด ดีกว่าคิดที่จะทำ
supischa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1245


« ตอบ #15 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2012, 03:15:21 PM »

...กำลังหลักของการให้น้ำที่สวนในปัจจุบันครับ...เป็นปั๊มติดเครื่องยนต์ ขนาด 2 นิ้ว(เบาพอยกคนเดียวไหว)...ระดับน้ำบาดาลอยู่ที่ความลึก 3.30 เมตร จากพื้นดิน สูบประมาณ 1.5-2.0 ชั่วโมง แล้ววัดระดับน้ำใหม่ได้ความลึกที่ 3.50 เมตร(จากพื้นดิน) ก็นับว่าระดับน้ำอยู่สูงพอสมควรและปริมาณน้ำก็มากพอใช้...
บันทึกการเข้า

...กินข้าวเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินปลาเป็นอาหาร
...ทำทีละนิด ดีกว่าคิดที่จะทำ
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 34   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: