หน้า: 1 2 3 4 [5] 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ... 235   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: “สวนเกษตรปากเสีย” คิดการใหญ่...ไปเป็นเกษตรกรผู้ประกอบการ  (อ่าน 1370290 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Numdoitung
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1477


« ตอบ #64 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2012, 05:17:08 AM »

ติดตามค้าบติดตาม อายจัง
บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #65 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2012, 07:39:34 AM »

ชอบมากเลยครับ  แต่มีภาพประกอบเหมือนกระทู้นี้ http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=70905.0  จะได้อรรถรสมาก ครับ

ที่จริงก็อยากจะทำแบบนั้นนะครับ(ความตั้งใจเดิม) แต่ด้วยนี่เป็นเพียงการบอกเล่าเรื่องราวจากชายใกล้ชรา และบางอย่างอาจจะไปกระทบถึงบุคคลอื่นได้ และเหตุการณ์แบบ สึนามิก็ได้พาเอาหลายๆสิ่งหายไปด้วย เลยตัดสินใจ จะลงแค่ภาพประกอบแค่ส่วนที่พอจะเป็นวิทยาทาน สิ่งเตือนสติ แก่พี่ๆน้องๆเท่านั้นครับ จนกว่าจะเข้าสู่"โครงการ สวนเกษตรปากเสีย" ตามหัวข้อกระทู้และปัจจุบันจริงๆครับ  ต้องขอบคุณและขออภัยมา ณ.ที่นี้ครับ
ข้อคิดเยอะดีค่ะ..เป็นหมาก็ดีอย่างนี้นี่เอง
..เมื่อค่ำๆอ่านแล้วคิดอยากเป็นหมา แต่ไม่กล้าบอก ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
..ยายเก่งจัง...แล้วตอนนี้ยายอายุเท่าไรคะ

ตอนนี้ถ้าท่านยังอยู่คง 120 กว่าปีแล้วมั๊งครับ  
ปล.ครูซอสก็เก่ง และคิดแปลกๆมุมมองบ้าเลือดดีนะครับ ผมแอบอ่านติดตามอยู่ประจำครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2014, 10:05:24 PM โดย นายช่างเอ๋ » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #66 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2012, 07:56:18 AM »

     เรื่องราวนี้ไม่ได้มีการเรียบเรียงไว้ก่อนหน้าทั้งๆก็ตั้งใจจริงจะทำแบบนั้นแล้วเอาเรื่องราวมาลงหลังปีใหม่ แต่กระทู้ของท่านหลายๆคนทั้งอ่อนวัยกว่า และสูงวัยได้ทำให้ผม(พลาดในชีวตอีกครั้ง)เอาเรื่องจากส่วนความทรงจำออกมาแบบสดๆ พลาดพลั้งขออภัยและโดยส่วนตัวผมรู้จักท่านผู้ใหญ่ในเวปนี้โดยส่วนตัวโดยไม่เคยรู้เลยท่านอยู่ที่นี่ด้วย และบุรุษหนึ่งที่ผมเคารพเป็นการส่วนตัว นายช่างทวี(แมว9ชีวิต)ต้องกราบขออภัยที่เอ่ยนามจริงท่านมา ณ.ที่นี้(คิดว่ารู้กันสองคนก็ได้ครับนายช่าง)
     เช้านี้หมอกลงเหมือนเมื่อ 2-3 วันที่แล้ว  ริมน้ำเหือง บ้านอาฮี ท่าลี่ จังหวัดเลย ทำให้นึกอยากฟังเพลงนี้ขึ้นมาพอดีเจอเวอร์ชั่นนี้เข้า

คาราบาว - ตุ๊กตา (Carabao Official Music Video)
 
     ลองฟังกันนะครับเผื่อเข้าใจถึงอารมณ์ คนกำลังแก่5555555555  "ชอบของขม ดูโนมสาว เล่าเรื่อง ลามก"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2014, 10:06:06 PM โดย นายช่างเอ๋ » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #67 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2012, 08:43:19 AM »

เรื่องโรคพืช แมลงศัตรูพืช ตอน2 คนที่ทำให้นึกถึงคำพูดและเรื่อง “ยาย”
เช้าวันนึงในแปลงหลังจากยืนอยู่บนเส้นทางที่เริ่มมี กองกำลัง มีผลผลิตต่อเนื่อง มีส่วนต่างกำไร มีธุรกิจต่อเนื่องมองไปเห็นยอดบวบมีอาการห่อตัวแห้ง...แปลกเกิดอะไรขึ้น
           “ลุงจันดี” เสียงผมเรียกที่ปรึกษาแล้วมาดูมาปรึกษากันมันเกิดอะไรขึ้น 5555555555 “หนอนลงแล้วนาย”อ้าว......หนอน...ก็เราดักแมลงแล้วนะ(มีขวดดักแมลง มีไฟล่อให้แมลงตกลงไปในน้ำเป็นอาหารปลา)...เราฉีดยาแล้วนะ...ตอนนั้นท่าทางจะคุมยาก...หากันยังไงก็ไม่เจอจนกว่าจะเกิดบาดแผลที่ผลิตผล
   “ต้องหาผู้ชำนาญการมาดู”.....ความคิดเราสองคนขณะนั้น  เลยไปหาเกษตรกรรุ่นเก่าท่านนึงที่ราชบุรี
ได้คำแนะนำว่า”ตื่นเช้าๆสิ คนสมัยนี้ตื่นสาย ไม่ทำตัวแบบนกล่ะ” (ด้วยคำพูดนี้แหละที่ทำให้คิดถึงคำสอนของยาย) เช้าแค่ไหนล่ะ เราก็ตื่นเช้า นอนน้อยประสาคนมีหนี้อยู่แล้ว(ที่จริงคุ้นเคยกับการตื่นเช้าตั้งแต่เด็กๆ) สรุปได้ว่าช่วงเวลาตี 5 เอาไฟฉายไปด้วยเดินสาดไปตามยอดพืชของเราๆจะเห็น
    หนอนหรือแมลงทั้งที่มาเริงร่าดื่มกิน ทั้งมาวางไข่ ไข่ และตัวอ่อน ทุกอย่างเห็นหมดเมื่อเวลาอากาศยังเย็นแล้วลงไปดูกลางคืนไม่ได้เหรอคำตอบที่รับได้คือ “ได้แต่ไม่เห็นหรอกคุณ” แน่ลุงหรอกหรือเปล่าต้อง”ลองของ”
   กลับมาถึงพังงากันก็ดึกแล้ว “ลุยเลย” สองคนกับลุงจันดี ผลคือไม่เห็นมีอะไรที่ลุงบอก พรางคิดในใจลุงแกโม้แน่ๆ พอเช้ามึดเรียกลุงจันดี “คิดว่านายยังไม่ตื่นว่าอีกสักพักจะเรียกอยู่พอดี” ลงไปเดินตรวจสวนกันไฟฉายในมือสาดไล่ไปเรื่อยๆ โห...............................นกมันตื่นเช้าเพราะแบบนี้เอง...(ธรรมชาติสอนมนุษย์) และอีกเรื่องที่ลุงบอกมาเป็นเรื่องจริง ไฟฉายสาดไปโดนน้ำค้างที่เกาะตามยอดตามใบเมื่อมีสิ่งมีชีวิตเล็กก็จะสะท้อนแสงเห็นหมด  นกมันตื่นแต่เช้ามันได้กินหนอนตัวโตๆจริงๆ คนโบราณเค้ารู้ได้ยังไง....ธรรมชาติสอนเค้าไง แล้วดึกๆก็มีน้ำค้างนี่ทำไมไม่เห็น อาจจะสัมพันธ์กับอุณภูมิครับ ดึกมีน้ำค้างแต่พืชยังคายความร้อนไม่หมด....เป็นไปได้ไงคนโบราณไม่ได้เรียนวิทยาศาสตร์นี่รู้ได้ไง......มันสืบทอดมาได้ไง...โนวฮาวระดับขั้นเทพเลย.....ส่วนผมน่ะแค่โนวฮาวขั้นเทพ(โพธิ์งาม) ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
   ลองดูกันนะครับพี่ๆน้องๆที่อยากเห็นเช้ามืดเอาไฟฉายไปส่องเจ้าพวกสิ่งเล็กๆมีชีวิตและที่เจริญแล้วเป็นตัวหนอนมันออกมาหากิน ด้านบนใบ บนยอดกัน แต่เมื่อไรที่อบอุ่นไม่รู้ไปไหน (บางส่วนใต้ไป บางส่วนลงใต้ดิน) ส่องไปไกลๆก็ยังเห็น มันเป็นแสงเรืองๆด้วยครับหลายๆชนิด
   หลังจากนั้นพวกเราโดนการระบาดของแมลงกลางคืน วิธีแก้เหรอครับ ไม่มีทางรับประกัน เมื่อมันยังอยู่ตามปกติเราเพียงป้องกันได้โดยการฉีดยาคลุม และเมื่อสังเกตุพบด้วยวิธีที่บอกก็ฉีดซ้ำพอช่วยได้ในการควบคุมอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อป้องกันอย่างสม่ำเสมอก็ “ดื้อยา” แล้วก็พัฒนาตัวเองแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว เพราะวิธีการและอาหารที่เราให้ไงครับ
   วิธีการที่เราไปช่วยมันคือ เราไถเราพรวนเอามันขึ้นมา และให้อาหารที่เราปลูกเลี้ยงพวกมัน แถมเรายังเอายาไปฉีดให้มันมี”ภูมิ” และที่ร้ายไปกว่านั้นการรวมกลุ่มของผมก็ดันไปสร้างฟาร์มอาหารให้โรคพืชและแมลงเหล่านั้น   ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่มั่วนะครับ จากประสพการณ์แปลงที่ผมทิ้งแล้ว ปล่อยให้รกร้างหญ้าขึ้น แต่บังเอิญมีเมล็ดจากผลแก่ของผลิตผลรุ่นเดิมที่เราปล่อยทิ้งมันแก่ มันงอกใหม่ขึ้นปะปนกับหญ้าและวัชพืชเราไม่ได้สนใจมันเลย มันกลับมีแมลง มีโรคพืชทำลายเพียงน้อยนิด ใบมีรูบ้าง ยอดโดนกัดกินบ้าง แต่ไม่เคยเห็นมันโดนรุมดูดน้ำเลี้ยงจนแห้งโทรมเหมือนที่เราดูแลรักษาอย่างดีเลยสักครั้ง
   จากการที่คิดเอาเองนะครับ ปลูกปล่อยไว้กับหญ้ารกมันคงมีอาหารหลากหลายอย่างตามธรรมชาติของโรคพืชและแมลงศัตรูพืช(ธรรมชาติของมันคงไม่มีใครปลูกแตง ปลูกบวบ ปลูกถั่วหรืออะไรให้จริงไม๊ครับแต่หญ้าวัชพืชต่างหากอาหารมันและเป็นพิษทำลายมันเองด้วยโดยระบบนิเวศเองหรือใครมีความคิดเห็นอย่างไรสำหรับที่ผมคิดแบบนี้ครับ โกรธ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2014, 10:08:33 PM โดย นายช่างเอ๋ » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #68 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2012, 11:21:32 AM »

***คุยเรื่องเกษตรแล้วเครียด วกไปเรื่องหนี้สินกันครับ***
เรื่องการแก้ปัญหาหนี้สิน กับบทพิสูจน์ “ไม่มี  ไม่หนี ยังไม่จ่าย กรูยังไม่ตาย กรูหาจ่ายเมิงแน่”
จากการลงสู่ภาคเกษตรเอาตัวรอดในครั้งนั้น สูตรการคิดกระจกด้านเดียว
“วันนึงทุบตลาดได้ 10 ตัน ก็ 10,000x10=100,000.00 บ/วัน แล้วพอตัวเลขเป็นแสนต่อวันไม่ใช่เรื่องโม้นะครับ ลองคิดๆตามกันดูผมก็ไม่คิดเลยมันจะมากอะไรขนาดนั้น พอตัวเลขเกิดในสมอง ไอ้สมองนี่แหละครับมันก็คิดต่อ 100,000.00 x 30 x 12 =36,000,000.00  สามสิบหกล้าน/ปี”
หนี้แค่ 20 ล้านเอง.......หมูๆยังมีเงินเหลือจากส่วนกำไรการค้า แล้วยังผลิตผลของเราเองในสวนแบบนี้รอดแน่ๆ แถมดังได้ง่ายๆปีเดียวกลับไปยืนจุดเดิมได้ ขยันอีกนิด555555555555555
เรื่องภายในตลาดสดที่มีช่องให้เราเสียบได้ตลอดเวลาโดยการ”ขึ้นหลังเสือ”เป็นเรื่องปกติครับเราไม่ทำก็มีผู้ค้ารายใหม่ๆหน้าใหม่ๆหมุนเวียนกันทำ....แล้วเราคิดแบบนี้เป็นคนเดียวเหรอ..เปล่าเลยใครๆก็คิดได้ แต่จะมองแล้วหยิบตรงไหนมาทำต่างหาก ให้สังเกตุนะครับ ตลาดทำไมต้องสร้างเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ตลาดที่เกิดใหม่เดี๋ยวก็เต็มเดี๋ยวก็เต็ม แล้วมันสร้างใหม่กันมากมายก่ายกองแล้วจะเอาใครมาซื้อ....ผมไม่เคยเห็นตลาดไหนเปิดแล้วปิดตัวลงเลยมีแต่ขยายๆจนเต็มจนล้นก็มีคนไปเดินไปจับจ่ายซื้อของกัน
“ไม่มี  ไม่หนี ยังไม่จ่าย กรูยังไม่ตาย กรูหาจ่ายเมิงแน่” เราต้องทำตามที่เราพูดด้วยนะครับสัจจะถือเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อพูดแล้วต้องทำ เมื่อสู้แล้วก็ต้องสู้ให้เหมือนหมา เวลามาถึงก็ต้องทำตามที่พูด จะได้ไม่อายหมา
ผมไม่เคยเลยที่จะไม่ไปตามนัดของเจ้าหนี้ หรือหนีหายไปเฉยๆ เป็นคนอื่นคงบอกว่า”โง่” ใครๆก็หนีกันในยุคนั้น.การชำระหนี้ก็ชำระไป ขอลดได้ก็ขอลด อีกความรู้คือ เมื่อเราไม่หนีใครๆเหล่านั้นก็ไม่เคยที่จะร้ายอะไรกับเรา อันนี้เรื่องจริง และหนี้สินมันเกิดจากหลายสาเหตุนะครับ จะว่าเราดวงไม่ดี ไม่มีฝีมือ เราใช้เงินนอกระบบก็ไม่ใช่ ก็ตอนนั้นมันเจอพร้อมๆกันไปหมดคนเป็นเจ้าหนี้เราเค้าก็โดนเจ้าหนี้เค้าทวง เค้าก็ต้องมาทวงต่อที่เรา เราก็ทวงต่อไปอีก แต่ลูกหนี้เราดันหนี เราก็ซวยไปมันเป็นวงจรเป็น วงเวียนอยู่แบบนี้แหละครับ
อย่าได้หนีใคร...ไม่มี เราไม่หนี แต่เราไม่มีจ่ายบอกเค้าไปเลยครับ สู้ๆทนๆแล้วก็อีกอย่างที่ควรทำติดต่อเจ้าหนี้เราบ่อยๆ อย่าขำไปนะครับ เมื่อเราไม่หนีใครวันนึงท่านอาจจะเจอแบบผม ด้วยการไม่หนีใครและติดต่อบอกกล่าวเจ้าหนี้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งๆที่เราไม่เหลืออะไรแล้ว (ใช่ครับไม่เหลืออะไรจะเอาอะไรได้อีกก็ต้องรอและต่ออายุให้เรา) บ่อยๆครั้งการรอให้เราชำระหนี้ก็ไม่รู้เมื่อไรจะกลบกันหมดจึงเกิดอีกประเพณีในช่วงเวลานั้นที่นิยมกัน  “การทำงานใช้หนี้” แล้วภาวะเศรษฐกิจในไทยยังแย่จะไปทำอะไรกับพวกวงการก่อสร้างก็ไม่มีสิครับแต่แล้ววันนึงก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้ใหญ่ท่านนึง

หลังจากคุยกันพักนึงได้ความว่า  มีความต้องการให้ผมชำระหนี้เพิ่มขึ้นอีกบางส่วน(มีการเรียกร้องเชิงบังคับ)โดยการไปทำงานบางชิ้นให้ท่านโดยระยะเวลา 24 เดือนที่เกาะแห่งนึง(นั่นทำยังกะบทหนัง5555)และนั่นคือจุดเริ่มการหวลคืนวงการก่อสร้างอีกครั้ง แต่ไม่ใช่เมืองไทย ตอนนั้นจะทำอะไรได้ตังเยอะเหรอครับ ก็ต้องทำงานกับฝรั่งรายรับเป็นเงินเหรียญเอามาแลกแล้วได้เยอะ การไปของผมต่างกับผู้ขายแรงงานคนอื่นๆ
และนั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่ผมเอามาใช้ทำงานแลกเงินกลบหนี้อีก 2-3 ครั้ง ตั้งแต่บาหลี ,บรูไน ,สิงค์โปรจนถึงพม่า จวบจนเป็นเป็นอิสระประมาณปี 2547 เห็นไม๊ครับกระจกที่เคยมองไว้ว่าจะค้าขายกินส่วนต่างก็ทำไปไม่ได้ถึงไหน เพราะต้องไปตามคำเชิญกึ่งบังคับ และเอามาปรับใช้เองอีก2-3 ครั้ง
แล้วหลังจากนั้นผมก็เที่ยวได้สิงสถิตย์ตามแถวๆอันดามันเพราะรักแถวนั้น และด้วยการได้ไปทำงานต่างประเทศเพื่อหาเงินชะรำหนี้สินได้มีเพื่อนๆต่างชาติมากมายต่างก็พูดกันถึงแถบอันดามัน การลงทุน การสร้างโรงแรมรีสอร์ทอะไรต่างๆ (ที่จริงแล้วก่อนหน้านั้นก็ไปๆมาๆอันดามันอยู่แล้วถึงได้ไปซื้อที่พังงานั่นแหละครับ)
และเมื่อกลับมาและยังยืนอยู่ในวงการก่อสร้างก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรนักหนา เพราะยังเจอแฮมเบอเกอร์ ยังเจออะไรอีกมาก แต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไรนัก และยังได้เจอผู้หญิงบางคนที่ทำให้เราต้องมีจุดเปลี่ยนความคิดเรื่องผู้หญิง จริงๆนะครับเราเคยคิดว่าเราก็อยู่คนเดียวได้ ถ้าเจอแต่แค่ผู้หญิงนอนข้างๆ แล้วเมื่อวัยสูงขึ้นก็ได้เจอคนที่จะไม่มีวันทิ้งเราเลย ไม่ว่าเราจะทุกข์ หรือสุข และยังหวงซะนะ แถมบ่อยๆก็เป็นเหมือนไก่(จิกๆๆๆๆ)  ผู้หญิงเป็นเผ่าพันธุ์ที่แปลกมากในความรู้สึกผมจนถึงเดี๋ยวนี้(พูดไว้มากไม่ได้ครับเดี๋ยววันไหนแม่เกิดมาเจอเข้า)55555555555
***รู้จักผมกันแล้วนะครับ ทีนี้จะเริ่มปัญหาของผม***
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2014, 10:10:53 PM โดย นายช่างเอ๋ » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #69 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2012, 11:38:17 AM »

***หลังจาคุยโม้เรื่องอดีตมานาน ทีนี้ได้เริ่มปัญหาของผมบ้าง บางท่านอาจจะเคยเห็นข้อความประสาทๆแบบนี้จากกระทู้ของพี่ๆน้องๆในเวปเกษตรพอเพียงมาบ้างแล้ว***
ผมเองอายุกำลังจะ 50 แล้ว ในฐานะลูกเขยเมืองเลย(ผู้โดนพ่อตาขู่..ไม่มาอยู่เลยจะขายให้หมด)555  ช่วงนี้ก็กำลังเร่งงานก่อสร้างรีสอร์ทที่เชียงรายให้เสร็จ ต้นปีได้มาเริ่มทำอะไรที่ บ้านอาฮี ท่าลี่ เลย ซะทีตามคำขู่...ด้วยพ่อตาและแม่ยายก็แก่มากแล้ว และก็ไม่อยากให้ลูกสาวกับหลานตัวน้อยต้องไปอยู่ต่างถิ่น ซึ่งโดยส่วนตัวผมเองไม่มีความรู้ด้านเกษตรกรรมอะไรเลย รู้แต่เรื่องออกแบบ เป็นที่ปรึกษา และก่อสร้างอะไรพวกนั้น 5555 ถือว่าเป็นโจทย์ใหม่ และยากในชีวิตพอสมควร ทั้งๆที่ชีวิตเองก็เคยเป็นแต่นักออกแบบ หรือเป็นนายช่างควบคุมโครงการเท่านั้น เอาสิ..ไหนๆก็ไหนๆแล้วกับโจทย์ใหม่ของชีวิต
     1.ห้ามขาย ห้ามโค่นทิ้ง ห้ามให้คนอื่นเช่า
     2.จะทำอะไรกับ
            -ที่ดินสวนมะขาม 12 ไร่
            -ที่นา 8 ไร่
            -ที่บ้านสวน(ติดตลาดบ้านอาฮี) 2 ไร่กว่าๆ
            -ที่บ้านพ่อตาปัจุบัน(ลูกกับเมียก็โดนยึดมาเป็นตัวประกันไว้) งานกว่าๆ
     3.จะเริ่มตรงไหนก่อน
ไม่ได้ตั้งใจจะมาอยู่มาทำเลย...จะทำอะไร  ยังไง อะไรก่อน แค่นี้ก็มึนแล้ว

ขอออกตัวก่อนนะครับ ประสพการณ์ที่ท่านได้อ่านมาก่อนจะถึงตรงนี้เป็นเพียงแค่เสี้ยวหนึ่งในชีวิตการเป็น”เกษตรกรเอาตัวรอด” และมันไม่สามารถทำแบบครั้งก่อนได้ด้วยข้อห้ามข้อที่ 1 และอีกเหตุผลที่ผมมองคำพูดพ่อตาคือ สิ่งที่สร้างไว้ทั้งหมดข้างต้นอาจจะต้องสูญสลายไปกับการแบ่งแยกให้ลูกๆ3 คนของพ่อตาอันนี้ผมไม่ได้พูดเกินเหตุ และท่านอาจจะมองเห็นเรื่องความเที่ยงธรรมของผม จึงอยากให้ผมมาทำเพราะรู้ดี(มั๊ง) ผมไม่เอาของใคร เห็นมะเป็นคนดีมันลำบากจริงๆ555555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2014, 10:12:29 PM โดย นายช่างเอ๋ » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #70 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2012, 12:36:05 PM »

***เริ่มกันก่อน ทำไมถึงชื่อ “สวนเกษตรปากเสีย” ***
   พี่ๆน้องๆจะพูดอะไรให้ระมัดระวังเรื่องวาจาและคำพูดให้หนักนะครับ. วันนึงมันจะกลับมาหลอนเรา(ฮ่าๆๆๆๆ)
   ครั้งนึงเมื่อนานมาแล้วหลังจากไปลุยซะทั่วทิศเพื่อกลบหนี้สิน  ก็ไปได้วิชามามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเล่นแชทในห้องแชทไม่ว่าจะเป็นพวก IRC หรือ JAVA
ห้องแชท IRC พวกรุ่นแรกๆจอดำๆนั่นแหละครับตัวหนังสือเขียวนั่งพิมพ์กันเข้าไป โม้กันไปแย่งกันคุยอ่านกันทันบ้างไม่ทันบ้าง
ห้องแชท JAVA ดีขึ้นมานิสสสสส  จอขาวๆมีลูกเล่นใส่อิโมได้บ้าง
ความสนุกของทั้ง2 เหรอครับก็มีเพื่อนคุย จะคุยส่วนรวมก็หน้าห้อง จะคุยส่วนตัวก็ IM อันนี้คงยังนึกออกนะครับ ก็มันว่างไม่มีอะไรทำนี่ครับ อ่อ..ที่จำได้ตอนนั้นมี ICQ เป็นโปรแกรมสื่อสารอีกตัวที่นิยมกันก่อนจะมามี Msn และ Yahoo การไปทำงานต่างประเทศของผมไม่เหมือนเพื่อนๆที่ไปค้าแรงงานผมไปฐานะ “ผู้ชำนาญการ”  เท่ซะนะตำแหน่ง เงินเรียกว่าผลประโยชน์ตอบแทนดีกว่าครับมากโข วันๆก็ประชุมกับเจ้าของแล้วก็ทีมงานออกแบบก่อนจะไปลงมือสร้างกันที่ไหนก็แล้วแต่ ผู้จ้างไม่สนใจว่าคุณจะจบอะไร เรียนมาสูงแค่ไหน ถ้า 1 เดือนคุณไม่มีกึ๋นพอ บินกลับสถานเดียวครับ แล้วไอ้ตำแหน่งพวกนี้วันๆมันไม่มีอะไรทำหรอกครับสั่งชาวบ้านเค้าทำหมด แต่หน้าที่ๆจะผ่านไม่ผ่าน คุณเอามโนภาพของเจ้าของหรือคอนเซปที่เค้ากำหนดกันไว้ออกมาได้หรือไม่ ผมก็ไม่ได้เก่งขนาดหัวหน้าทีมนะครับ มีฝรั่งอีกคนเก่งและดังมากเป็นหัวหน้า และระบบ “เลียไข่” หมดสิทธิ์  กร๊ากกกกกกก  “มีกึ๋นไม๊  โชว์มา  ไม่โชว์เองบินกลับ”  ประโยคนี้มองสายตาแกก็รู้ครับ เราก็เป็นสื่อกลางแปลด้วยตีแผ่ไอเดีย ระบบพวกมืออาชีพ  เมื่อไอเดียโครงการเป็นยังไงเค้าขายกับพวกเอเย่นซี่ทันทีครับขายกันข้ามเป็น 10 ปีคอนเซปเป็นยังงี้ ราคาเท่านี้ มีอะไร พวกเราก็ต้องสร้าง ต้องทำและคุมให้อยู่ในงบด้วยแล้วผมก็ว่างเพื่อนๆน้องๆก็ทำกันไป จะนั่งเกา “สังฆัง” <<<ขอเพี้ยนๆนิดนะครับตรงๆมันโหดร้ายทารุณ เอ๋รับไม่ได้ อิอิ
ว่างก็อยู่หน้าจอ แล้วเปิดเวปเปิดไรไป นานๆเข้ามันก็เบื่อ (เวลาอยู่หน้าจอนี่ใครๆก็คิดว่าเราทำงาน เท่นะครับ)  
มีน้องคนไทยคนนึงเล่นอะไรหว่า  มันพิมพ์ๆแล้วก็หัวเราะ กิ๊กๆกั๊กๆอยู่ในมุมของมันคนเดียวเหมือนคนบ้า.....”เล่นไรเหรอ” น้องมันเงยหน้ามาทำท่าตกใจ “โหพี่เกือบช๊อก...”  อารายของมานเนี๊ยยยยยยย   “พี่เล่นไม่เป็นเหรอ แชทไงแชท”   (((ในใจคิดกวนแล้วเมิง)))  แชทไรป๊ะเมิง  “โห..พี่ไปอยู่ไหนมา”  ว่าแล้วมันก็นั่งอธิบายแถมด้วยการสอนเล่นแชท..หลังเลิกงาน นั่นคือจุดเริ่มการใช้อินเตอร์เนตอย่างคุ้มค่าที่สุด ทั้งแชท เล่นระบบสื่อสารต่างๆไล่มาทุกอย่าง เล่นหมดและพัฒนาต่อยอดเองอย่างไม่หยุดยั้งจนกลับมาลุยงานแถวๆอันดามัน ก็ยังเล่นหมด จนมาเล่น แคมฟร๊อกกกกกก สุดยอดเล่นกันเป็นหมู่คณะส่องหน้าส่องตากัน เป็นดีเจ เล่นเกมส์เล่นไรกันมั่วไปหมด รู้จักเจ้าแคมฟร๊อกนี่เพราะข่าวตามหนังสือพิมพ์ อ่อ...มันมีโชว์ โป๊ๆไร  ว๊าววววววชายโสดอย่าได้พลาด...เราก็1 ในตองอู เล่นสิพลาดได้ไง 55555
โอ๊วววววววแม่เจ้า......ไม่มีอะไรที่พลาดอีกแล้วเรา  จนน้องๆในแคมฟร๊อกคนนึงมาปรึกษามีญาติเค้าคนนึงที่ ท่าลี่ จังหวัดเลยอยากจะสร้างบ้านเลยพามา(พามารู้จักกันในแคมฟร๊อกนะครับ) คุยกันให้คำปรึกษากันจนเค้าสร้างบ้านเสร็จ แกเป็นครูครับญาติของน้องในแคมฟร๊อกคนนั้น แล้ววันนึงแกเปิดกล้องที่โรงเรียน(ลืมบอกไปแกเป็นครูครับ) แล้วรู้สึกทางโรงเรียนกำลังจะจัดงานอะไรนี่แหละครับ มีผู้หญิงคนนึงเดินผ่านไปผ่านมาเอ....ใคร....เอ...สวย...เอ...ถูกใจ(หลายปีมาแล้วนะครับ)  นั่นแหละผู้หญิงที่ตอนนี้เป็นคู่ชีวิต ไม่มีอะไรมากครับถามครู ขอเบอร์จากครู (ตอนนั้นน้องเค้าเพิ่งเป็นครู) โทรไปคุยกัน  แงๆๆๆๆก็เราอยากคุย  แต่เค้าไม่อยากคุยด้วยนี่ บอกตรงๆครับ โทรจีบอยู่นานกว่าจะยอมคุยด้วย แล้วก็เลยคบกัน ก็ไม่มีอะไรมากครับ ถามเลยเราคบกันไม๊
อึ่งงงงงงงงงงกิมกี่ไปเลย  แต่คบเล่นๆไม่เอานะพี่อายุมากแล้วตอนจีบก็สี่สิบกว่าปีแล้ว คบกันดูแลกันเลย
ผมว่าทุกวันนี้เค้าก็คงยังเมาหมัด จากวันนั้นมา ยังไม่ไปไหนเลย แงๆๆๆๆๆๆๆๆแถมมีผลิตผลชายแท้ๆ แต่ยังไม่รู้จะเป็น “กระเทยยุวทูตแฟนต้า” ไม๊  เรียนอนุบาล ร้องอยากทาเล็บแดง อยากใส่กระโปรงแดง  เวร......  
แล้วก็ถึงวันนึงที่บ้านอาฮี  ท่าลี่ จังหวัดเลย  ช่วงนั้นน้องชายภรรยาโดนจับตรวจฉี่เป็นสีม่วง(เกย์รึเป่ายังไม่ได้ลอง) 555555
พี่สาวภรรยาเลิกกะสามี เลยส่งลูกมาให้ตากับยายเลี้ยง และยังมีหลายๆเรื่อง คงทำเอาพ่อตาปวดหมองพอสมควร แล้วผมก็ไปหาลูกหาเมียตามปกติเดือนละครั้งสองครั้งแล้วแต่ว่าหน้างานอยู่ใกล้รึไกลแล้วบ่อยๆที่ภรรยาก็พาลูกบินมาตรวจราชการ(ตรวจค้นยังก๋ามีคำสั่งค้นบ้าน5555)
วันนั้นไปถึงพอเย็นทานข้าวกัน  พ่อตาก็ถาม “แล้วจะอยู่ไกลกันแบบนี้อีกนานไม๊ ลูกก็กำลังโต เดี๋ยวก็เข้าอนุบาล” ก็ตอนนั้นงานผมอยู่ทางใต้ “งั้นเดี๋ยวผมย้ายเมีย ย้ายลูกไปอยู่ด้วยแล้วกันครับ”........เงียบกันไปพักใหญ่ “ไม่ให้ไป” จบข่าว....พ่อตารักลูกชายผมมากๆ หลังจากนั้นก็มีปัญหาและเงื่อนไขนั่นแหละครับพี่ๆน้องๆ จะทำไงได้เมื่อเวลานั้นเลยบอกพ่อตาไว้ว่า เดี๋ยวขอให้เคลียงานเบาลงนิด นี่ก็เบี้ยวๆมาหลายปี ลูกก็อนุบาลสองแล้ว
ปากเสียจริงๆเลยเรา นี่แหละครับที่มาของ “สวนเกษตรปากเสีย”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2014, 10:13:00 PM โดย นายช่างเอ๋ » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #71 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2012, 12:42:54 PM »



Uploaded with ImageShack.us
พี่ไทยอยู่ด้านล่างของแม่น้ำเหือง น้องลาวอยู่ด้านบน



Uploaded with ImageShack.us
บริเวณที่ตั้งสวนมะขาม (ภายในกรอบสีแดง)



Uploaded with ImageShack.us
รูปร่างที่ดินสวนมะขาม



Uploaded with ImageShack.us
เส้นสีแดงคือแนวเขตที่ดิน เย้ๆๆๆๆติดถนน เย้ๆๆๆมีไฟฟ้า



Uploaded with ImageShack.us
นั่นหลังเสาไฟฟ้ามี หลักปูนสีขาวๆ (กรมทาง) ลางบ่งบอกอนาคตแห่งการเวณคืน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2014, 10:16:03 PM โดย นายช่างเอ๋ » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #72 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2012, 01:10:24 PM »

"สวนเกษตรปากเสีย" ปฐมบทแห่ง รู้เค้ารู้เรา
     ศึกษาก่อนสิครับ มีอะไร บอกตรงๆเป็นเขยบ้านนี้มานานไม่เคยสนใจเลย ที่ไหนเป็นอะไร มาก็นอนบ้านแล้วก็พาพ่อตาแม่ยายไปไหนบ้างเล็กน้อย ส่วนใหญ่ไปกัน 3 คนพ่อแม่ลูก ก็พ่อตาแม่ยายก็ชอบไปสวนไปนาตามปกติของคนพื้นบ้าน
     ลงพื้นที่จริงแปลงแรก "สวนมะขาม" จากภาพถ่ายในหัวข้อที่แล้วแหละครับ

ด้านซ้ายมือเวลาหันหลังให้ถนน หันหน้าเข้าแปลง เป็นสวนไผ่หวานครับ(เค้าเรียกยังงั้น ผมไม่รู้หรอกพันธุ์อะไร ใครรู้บอกทีครับ)


Uploaded with ImageShack.us



Uploaded with ImageShack.us



Uploaded with ImageShack.us



Uploaded with ImageShack.us
รูปสุดท้ายนี่เป็นถนนหน้าโครงการครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2014, 10:16:58 PM โดย นายช่างเอ๋ » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #73 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2012, 01:24:34 PM »

ส่วนปีกขวา เป็นมะขามหวาน สีทอง กับชมพู นะครับเค้าว่ากันยังงั้น ผิดถูกขออภัยครับ


Uploaded with ImageShack.us



Uploaded with ImageShack.us



Uploaded with ImageShack.us

รูปสุดท้ายนี่ที่เห็นไกลๆลูกสาวพ่อตาครับ5555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2014, 10:17:33 PM โดย นายช่างเอ๋ » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
ae hatyai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 791


« ตอบ #74 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2012, 01:36:26 PM »

ติดตามครับพี่เอ๋  ชื่อเหมือนกันเลย  ผมก็เอ๋  มีความคิดจะทำสวนแตงร้านเหมือนกันครับพี่  อยากได้ความรู้มากเลย  เรื่องการทำร้าน  การทำให้ได้ผลผลิตเยอะ ๆ  ผมอยู่หาดใหญ่ครับ 
บันทึกการเข้า
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #75 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2012, 01:37:36 PM »

    ดูสภาพบ่อน้ำเก่านะครับ ผมว่าเป็นแปลงนามากกว่า ไม่รู้ว่ามันตื้นเขิน หรือว่าขุดไว้ไม่ลึกเลยเก็บน้ำไม่ได้


Uploaded with ImageShack.us



Uploaded with ImageShack.us



Uploaded with ImageShack.us



Uploaded with ImageShack.us



Uploaded with ImageShack.us
เห็นบอกกันว่าเมื่อก่อนมีน้ำนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2014, 10:18:28 PM โดย นายช่างเอ๋ » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #76 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2012, 01:56:38 PM »

ติดตามครับพี่เอ๋  ชื่อเหมือนกันเลย  ผมก็เอ๋  มีความคิดจะทำสวนแตงร้านเหมือนกันครับพี่  อยากได้ความรู้มากเลย  เรื่องการทำร้าน  การทำให้ได้ผลผลิตเยอะ ๆ  ผมอยู่หาดใหญ่ครับ  
    เทคนิคเหมือนๆกันครับ พื้นที่มากไม๊ พื้นที่มากๆแบ่งเป็นโซนละ 40 เมตรก่อนครับ แล้วเว้นทางสัก 3-4 เมตรไว้ให้รถวิ่งได้เพราะแตงนี้หนักนะครับ รอบแรกๆผมก็ไม่แบ่งทางไว้แบกเกือบตาย
     แต่วิธีการปลูกครับ เริ่มจากการไม่ตัดไม้ไผ่ ไม่จ้างใครตัด ไม่ซื้อไม้ไผ่มาใช้เป็นดีที่สุดครับ(ลองคิดต้นทุนกันดู)ยิ่งอยู่หาดใหญ่ร้านรับซื้อของเก่ามากนะครับเศษท่อเหล็กเศษสลิงกับอวนก็มีไม่น้อย ใช้ท่อ เหล็กปักเลยครับ 4 มุม ยาวด้านละ 40 ม. แล้วเอาสลิง 2 หุนขึงโดยรอบเป็นเมนก่อนครับเหมือนกางมุ้ง  
     แล้วแบ่งร่องตามถนัดที่พูดแบบนี้เพราะเกษตรกรบางคนบอกว่า 50เซ็นต์ก็พอ บางเจ้าบอกใหญ่หน่อยเพราะต้องการเอารถเข็นเข้าไปวางแผนกันก่อนครับ เพราะมีส่วนในการทำงานมากเลยเวลาเก็บผลผลิต
     เมื่อวางแผนร่องได้แล้ว ก็เป็นระยะที่แบ่งซอยขึงสลิง 1 หนุ ซอยกลางร่อง ในแต่ละโซนจะได้ร่องโดยประมาณโซนละ 20 ร่อง และในแต่ละร่องจะปลูกได้ 180-200 หลุมขึ้นอยู่กับระยะหลุมครับ 30-50 เซ็น หรือศอกนึงเข้าใจง่ายดี ในแต่ละหลุมใส่ 3 ต้น แนะนำนะครับควรเพาะในกะบะเพาะก่อนแล้วนำต้นที่แข็งแรงไปใส่หลุม(ลองคูณๆดูนะครับได้ทั้งหมดกี่ต้น แล้วผลผลิต 1 ต้นได้ประมณกี่กิโล(เตรียมความพร้อมเรื่องตลาดด้วยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2014, 10:19:03 PM โดย นายช่างเอ๋ » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
ae hatyai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 791


« ตอบ #77 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2012, 02:06:04 PM »

ติดตามครับพี่เอ๋  ชื่อเหมือนกันเลย  ผมก็เอ๋  มีความคิดจะทำสวนแตงร้านเหมือนกันครับพี่  อยากได้ความรู้มากเลย  เรื่องการทำร้าน  การทำให้ได้ผลผลิตเยอะ ๆ  ผมอยู่หาดใหญ่ครับ 
     เทคนิคเหมือนๆกันครับ พื้นที่มากไม๊ พื้นที่มากๆแบ่งเป็นโซนละ 40 เมตรก่อนครับ แล้วเว้นทางสัก 3-4 เมตรไว้ให้รถวิ่งได้เพราะแตงนี้หนักนะครับ รอบแรกๆผมก็ไม่แบ่งทางไว้แบกเกือบตาย
     แต่วิธีการปลูกครับ เริ่มจากการไม่ตัดไม้ไผ่ ไม่จ้างใครตัด ไม่ซื้อไม้ไผ่มาใช้เป็นดีที่สุดครับ(ลองคิดต้นทุนกันดู)ยิ่งอยู่หาดใหญ่ร้านรับซื้อของเก่ามากนะครับเศษท่อเหล็กเศษสลิงกับอวนก็มีไม่น้อย ใช้ท่อ เหล็กปักเลยครับ 4 มุม ยาวด้านละ 40 ม. แล้วเอาสลิง 2 หุนขึงโดยรอบเป็นเมนก่อนครับเหมือนกางมุ้ง 
     แล้วแบ่งร่องตามถนัดที่พูดแบบนี้เพราะเกษตรกรบางคนบอกว่า 50เซ็นต์ก็พอ บางเจ้าบอกใหญ่หน่อยเพราะต้องการเอารถเข็นเข้าไปวางแผนกันก่อนครับ เพราะมีส่วนในการทำงานมากเลยเวลาเก็บผลผลิต
     เมื่อวางแผนร่องได้แล้ว ก็เป็นระยะที่แบ่งซอยขึงสลิง 1 หนุ ซอยกลางร่อง ในแต่ละโซนจะได้ร่องโดยประมาณโซนละ 20 ร่อง และในแต่ละร่องจะปลูกได้ 180-200 หลุมขึ้นอยู่กับระยะหลุมครับ 30-50 เซ็น หรือศอกนึงเข้าใจง่ายดี ในแต่ละหลุมใส่ 3 ต้น แนะนำนะครับควรเพาะในกะบะเพาะก่อนแล้วนำต้นที่แข็งแรงไปใส่หลุม(ลองคูณๆดูนะครับได้ทั้งหมดกี่ต้น แล้วผลผลิต 1 ต้นได้ประมณกี่กิโล(เตรียมความพร้อมเรื่องตลาดด้วยครับ





มีรูปสวนที่พี่ทำไหมครับ  เอาเป็นตัวอย่าง
บันทึกการเข้า
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #78 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2012, 02:06:26 PM »

ติดตามครับพี่เอ๋  ชื่อเหมือนกันเลย  ผมก็เอ๋  มีความคิดจะทำสวนแตงร้านเหมือนกันครับพี่  อยากได้ความรู้มากเลย  เรื่องการทำร้าน  การทำให้ได้ผลผลิตเยอะ ๆ  ผมอยู่หาดใหญ่ครับ  
    เพิ่มเติมอีกนิดครับ  เมื่อเถาเลื้อยขึ้นค้างตาข่ายที่ห้อยลงมาจากสลิงซอยแล้ว ประมาณใบที่ 1-4 ควรเด็ดทิ้งครับ อย่าให้แตงชุดแรกๆเป็นแตงเปรี้ยวครับ อายุเถาจะสั้น
     ช่วงให้ดอกศึกษาการให้น้ำด้วยนะครับให้มาไปลูกแตกลูกบวม ให้น้อยไปก็ร่วงครับ พอดีๆ
     พยายามเดินทุกเช้ามืดส่องไฟฉายดูยอดแตงครับ แมลงมาเร็ว กินเร็ว เดี๋ยวจะเอาไม่ทันนะครับ
เรื่องปุ๋ยเรื่องยาไม่กล้าแนะนำครับทิ้งมาหลายปี มีปุ๋ยมาใหม่ๆมาศึกษาไม่ทันครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2014, 10:19:41 PM โดย นายช่างเอ๋ » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #79 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2012, 02:08:30 PM »

ติดตามครับพี่เอ๋  ชื่อเหมือนกันเลย  ผมก็เอ๋  มีความคิดจะทำสวนแตงร้านเหมือนกันครับพี่  อยากได้ความรู้มากเลย  เรื่องการทำร้าน  การทำให้ได้ผลผลิตเยอะ ๆ  ผมอยู่หาดใหญ่ครับ  
    เทคนิคเหมือนๆกันครับ พื้นที่มากไม๊ พื้นที่มากๆแบ่งเป็นโซนละ 40 เมตรก่อนครับ แล้วเว้นทางสัก 3-4 เมตรไว้ให้รถวิ่งได้เพราะแตงนี้หนักนะครับ รอบแรกๆผมก็ไม่แบ่งทางไว้แบกเกือบตาย
     แต่วิธีการปลูกครับ เริ่มจากการไม่ตัดไม้ไผ่ ไม่จ้างใครตัด ไม่ซื้อไม้ไผ่มาใช้เป็นดีที่สุดครับ(ลองคิดต้นทุนกันดู)ยิ่งอยู่หาดใหญ่ร้านรับซื้อของเก่ามากนะครับเศษท่อเหล็กเศษสลิงกับอวนก็มีไม่น้อย ใช้ท่อ เหล็กปักเลยครับ 4 มุม ยาวด้านละ 40 ม. แล้วเอาสลิง 2 หุนขึงโดยรอบเป็นเมนก่อนครับเหมือนกางมุ้ง  
     แล้วแบ่งร่องตามถนัดที่พูดแบบนี้เพราะเกษตรกรบางคนบอกว่า 50เซ็นต์ก็พอ บางเจ้าบอกใหญ่หน่อยเพราะต้องการเอารถเข็นเข้าไปวางแผนกันก่อนครับ เพราะมีส่วนในการทำงานมากเลยเวลาเก็บผลผลิต
     เมื่อวางแผนร่องได้แล้ว ก็เป็นระยะที่แบ่งซอยขึงสลิง 1 หนุ ซอยกลางร่อง ในแต่ละโซนจะได้ร่องโดยประมาณโซนละ 20 ร่อง และในแต่ละร่องจะปลูกได้ 180-200 หลุมขึ้นอยู่กับระยะหลุมครับ 30-50 เซ็น หรือศอกนึงเข้าใจง่ายดี ในแต่ละหลุมใส่ 3 ต้น แนะนำนะครับควรเพาะในกะบะเพาะก่อนแล้วนำต้นที่แข็งแรงไปใส่หลุม(ลองคูณๆดูนะครับได้ทั้งหมดกี่ต้น แล้วผลผลิต 1 ต้นได้ประมณกี่กิโล(เตรียมความพร้อมเรื่องตลาดด้วยครับ





มีรูปสวนที่พี่ทำไหมครับ  เอาเป็นตัวอย่าง
กำลังให้ค้นๆที่พังงาอยู่ครับ  พอดีช่วงนี้ไปสร้างรีสอร์ทที่เชียวราย แล้วก็ไปๆมาๆบ้านภรรยาน่ะครับเดี๋ยวได้แล้วจะเอามาโพสให้ดูนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2014, 10:20:27 PM โดย นายช่างเอ๋ » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
หน้า: 1 2 3 4 [5] 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ... 235   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: