หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 ... 235   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: “สวนเกษตรปากเสีย” คิดการใหญ่...ไปเป็นเกษตรกรผู้ประกอบการ  (อ่าน 1380713 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
James
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2466


« ตอบ #48 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2012, 08:45:49 AM »

ทึ่ง อึ้ง เยี่ยม
บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #49 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2012, 09:02:15 AM »

สรุปเทคนิคข้อคิดในการปลูกพวกเถาๆเลื้อยๆในเชิงพานิชนะครับ
1.พยายามคิดหาวิธี ลดเรื่องไม้ค้าง ต่างๆให้ได้ เกะกะเสียทั้งค่าไม้ ค่าแรง และเวลา
2.วางแผนการให้น้ำให้รอบคอบ จะได้ไม่ต้องลากสายยาง ไหล่จะถลอก เลือดสิไหล5555
3.ในระหว่างลงแปลงปลูก มีเวลาให้ไปเที่ยวตลาดสดซะคิดว่าพักผ่อน และได้เพื่อน(แม่ค้า)เพิ่ม แล้วเสียค่าโทรไปคุยกะแม่ค้าดีกว่าเสียค่าโง่แก่"พ่อค้าคนกลาง
4.จะปลูกแล้วหาเพื่อน หาเสี่ยว ชวนกันปลูกแบ่งเป็นรอบเป็นโซนแล้วพยายามสร้างกลไกตลาด
5.แตงร้านช่วงใบที่ 1-4 เป็นมุมอับสายตา พยายามเด็ดทิ้งซะถ้าไม่อยากกินแกงส้มแตงเปรี้ยวเป็นเดือน
6.ขวดM150 เค้าเอาไว้ผูกเพื่อถ่วงน้ำหนักที่ก้านตรงตูด  ไม่ใช่เอาน้ำM150 ไปฉีดเป็นโฮโมน
7.เปิดตัวเปิดใจ พูดคุยกับคนทำมาก่อน แล้วเอาข้อเสียข้อดีเค้ามาศึกษา (เรียนลัด ครูพักลักจำ)
8.อย่ากลัวเสียประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่เกษตร เค้าก็ต้องทำผลงาน เราก็ต้องการPower
9.ใครปลูกถั่วฝักยาวแล้วไม่ต้องใช้ยาได้บ้าง  ผมยังอยากเอาชนะมัน 55555
ปล.เพิ่มเติมอีกนิดครับ พวกเศษกิ่งหรือผลที่เก็บแล้วไม่สวนหรือแมลงหรือโรคทำลายเก็บออกด้วยครับ ไม่ใช่เพื่อความสวยงามครับ แต่มันคือแหล่งเพาะขยายพันธุ์ศัตรูครับ ตัวร้ายอีก 1 ที่ไม่ควรมองข้าม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2014, 09:54:25 PM โดย นายช่างเอ๋ » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
bankcnx
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2039


ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก


« ตอบ #50 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2012, 10:42:05 AM »

ปลูกเองขายเองก็สนุกดีครับ ลูกค้าก็แปลกผักที่ไม่งามเพราะไม่ได้ใส่ยาอะไรก็ไม่ชอบซื้อ

ผักงามๆที่ใส่ยากลับชอบแต่ชอบว่าฉีดยาใหม โกรธ  ถ้าตอบว่าฉีดแล้วยังจะซื้อใหมล่ะ  ยิ้มกว้างๆ 

อยู่ตลาดเจอแม่ค้าปากตลาดมากมาย แต่ลึกๆแล้วคนด่าเก่งๆหลายคนใจจิตใจดีนะ

อย่างแม่ค้าขายของทอดข้างๆผม ปากนี่ยังกะตะไกร ใครมานั่งแย่งที่กันละเป็นต้องออกไปแจ๋นๆๆๆ ยิ้มกว้างๆ

สุดท้ายก็เป็นแกแหละที่ต้องแบ่งให้พ่อค้าขาจรนั่ง เห็นมาหลายครั้งละ
บันทึกการเข้า

บ้านข้าวหอม
เลขที่ 57 ม.6 ต. บวกค้าง
อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ 50130
ID;papabank
Numdoitung
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1477


« ตอบ #51 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2012, 11:25:09 AM »

สุดยอดสุดเยี่ยม.... อายจังติดตามครับติดตามนั่งอยู่หน้าเวทีเม็ดกะจี้หมดไป1ถุงละ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11327



« ตอบ #52 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2012, 11:35:31 AM »

ว่าแล้วไหมล่ะ
ถ้าไม่ถาม :  บวบมี 100 ผล  ก็ต้องซื้อ m150 มา 100 ขวด ขวดละ 10 บาท เพื่อนำมาถ่วงบวบ
แล้วขายบวบลูกละ3 บาท

แต่เมื่อถามแล้วรู้ว่าให้ใช้ขวดเปล่า  ซื้อมาแล้วก็ต้องดื่มให้หมด
ดื่มเสร็จ ทำงานทั้งวันทั้งคืน เช้ายันเย็น เย็นยันสว่าง
ฮิ ฮิ
---------------------------------------------------
อยากทราบ(จากคนที่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการทำสวนยางและโค่นยางเพื่อปลูกผักมาแล้ว)ว่า...
จะปลูกอะไรแซมในสวนยางได้บ้าง
ปลูกข่า ได้หรือไม่
บันทึกการเข้า
James
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2466


« ตอบ #53 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2012, 11:54:06 AM »

ว่าแล้วไหมล่ะ
ถ้าไม่ถาม :  บวบมี 100 ผล  ก็ต้องซื้อ m150 มา 100 ขวด ขวดละ 10 บาท เพื่อนำมาถ่วงบวบ
แล้วขายบวบลูกละ3 บาท

แต่เมื่อถามแล้วรู้ว่าให้ใช้ขวดเปล่า  ซื้อมาแล้วก็ต้องดื่มให้หมด
ดื่มเสร็จ ทำงานทั้งวันทั้งคืน เช้ายันเย็น เย็นยันสว่าง
ฮิ ฮิ
---------------------------------------------------
เผลอๆ อาจได้ทอง หรือมอไซค์มาขี่ด้วยนะครับพี่ฟ้า เห็นเขาเปิดฝาล่าทองกันอยู่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 23, 2012, 02:57:55 PM โดย James » บันทึกการเข้า
paikla
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 276


« ตอบ #54 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2012, 01:35:52 PM »

ขอติดตามกระทู้ด้วยคน ปีหน้ามีโอกาสได้กลับบ้านที่ท่าลี่จะขอเข้าไปเยี่ยมชมครับ
บันทึกการเข้า
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #55 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2012, 03:02:19 PM »

ท่าทางผมจะโรงจิตตามพี่ๆน้องๆในเวปนี้แล้วแหละครับ ทำไมถ้าหาทางเลี่ยงๆแม่บ้านได้ ต้องแว๊บต่อเนตเข้ามาดูในเวปนี้ แล้วตอนนี้ก็ต้องมามีห่วงอีกในหน้านี้ว่าใครเค้าจะเข้ามาเยี่ยมไม๊ ....ต้องขอบคุณพี่ๆน้องๆทุกท่านจริงๆครับ แล้วยิ่งพี่น้องที่บอกว่าบ้านอยู่ท่าลี่ จะแวะมานี่ ผมก็ยังไม่รู้จริงๆจะเอาอะไรโชว์หรืออวด เพราะสวนเกษตรที่ว่าและเป็นต้นตอที่รับปากพ่อตาส่งๆไว้ จึงเป็นต้นตอ"สวนเกษตรปากเสีย" กำลังติดหลายๆโจทย์ก็พอดีอาจจะไปตรงกับที่ ท่านฟ้าลิขิตถามนะครับสวนยางนี่พรางแสงได้ในระดับนึงเลยครับ แต่ช่วงยางยังเล็กหาพืชไร่พืชสวนรอบเร็วดีกว่าครับ พวกสัปรด แตงโม แตงไทยนี่ก็เห็นใช้กันมากนะครับ ได้เงิน ได้พืชคลุมดินด้วย แต่ถ้าต้นโตแล้วผมก็เคยเอาพวกพริก กับมะเขือ ข่า ปลูกกลางร่องทำเงินมาแล้ว และยังได้ปุ๋ยจากการทำพืชแซมเข้ามาช่วยยางด้วยครับ ทั้งยังเป็นการดูแลพวกวัชพืชไปในตัว อย่าให้เราว่าง ได้ไม่ต้องประสาทครับ และอย่าให้ที่ดินว่างระหว่างการรอผลผลิตจากยางครับ เพราะ๘ณะที่รอยางโต  ยางก็ต้องกินปุ๋ย ยางก็ต้องการให้เราถากถางดูแลสวนอยู่แล้วครับ ถ้าทำอะไรเพิ่มเติมลงไปแบบที่ท่านฟ้าลิขิต ผมรับรองเลยครับเกษตรกรบ้านเรามีกินมีใช้ไม่จนๆไม่มีใครอยากทำอาชีพเกษตร การทำอาชีพเกษตรสมัยก่อนมักต้องพึ่งพาฤดูกาล
  ผมว่าเป็นการที่ถูกต้องกว่านะครับในการทำสวนไปปลูกอะไรใส่ๆไปให้เต็มๆพื้นที่ที่ทำเราจะได้ทั้งระยะหล่อเลี้ยงตัวเอง ที่ดินที่สวนก็มีรายรับ และพึ่งพากันเองในแปลงแบ่งปันกันได้เต็มที่ เพราะปุ๋ย ยาโฮโมนหรืออะไรที่ใส่ๆกันไปพืชชนิดนั้นๆก็ไม่ได้เสพจนหมดนะครับ มันก็ยังเหลือๆ((เท่าๆที่ผมอ่านๆและวิเคาะห์จากข้อมูลท่านหมอแดงนะครับ)) โดยส่วนตัวแล้วผมก็เชื่อหากพืชแข็งแรงมันก็จะสร้างภูมิป้องกันตัวเอง และหากมันมีเพียงพอมันก็ไม่อยากเสพเข้าไปเพิ่มมากๆเพราะมันก็จะกลายเป็นโทษ และอีกหนึ่งความรู้สึกนะครับไหนๆก็เสียตังซื้อที่ ลงทุนทำสวนรึสวนเกษตรกันแล้ว บางท่านทำสวนป่าด้วยซ้ำไป ปลูกๆใส่ๆเข้าไปเลยครับ มันพึ่งพาอาศัยกันได้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2014, 09:58:03 PM โดย นายช่างเอ๋ » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
THESTAR
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271


« ตอบ #56 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2012, 04:51:01 PM »

ผมจะเอาคำนี้ไปสั่งสอนลูกผม “โง่และอายไม่เป็น เป็นใหญ่ยาก" และผมจะบอกลูกว่าท่านผุ้ใหญ่ใจดี คนเมืองชลสั่งสอนมา
บันทึกการเข้า
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #57 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2012, 05:44:40 PM »


ธรรมชาติของบวบ


บวบที่ตลาดต้องการ

***ต้องขออนุญาตเอารูปมาจากเวปอื่นนะครับ แต่ในรูปที่เค้าถ่วงใช้ถุงน้ำ ของผมแค่ใช้M150 (จะเอายี่ห้อใดก็เอาเลยครับ อย่าใช้หลายยี่ห้อ น้ำหนักขวดอาจจะไม่เท่ากัน)ระยะเชือกก็ประมาณ 1 คืบครับ***

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2014, 09:59:03 PM โดย นายช่างเอ๋ » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #58 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2012, 07:06:00 PM »

พอดีวันนี้ชื่อของท่านสมาชิกท่านนึงทำให้นึกถึงบางเรื่องขึ้นมาได้ “ฟ้าลิขิต
.........หลังจากปลูกแตงร้าน บวบ ถั่วฝักยาว(โดนตัดออกจากรายการปลูกก่อนเพื่อนเพราะ “เชลไดท์”)ไปได้สัก 3 รอบก็เพิ่มมะระ ฟัก และฟักทองเข้าไปแทนที่ ก็มีเทคนิคเพิ่มขึ้น แปลงปลูกก็หมุนเวียนกันไปบนพื้นที่เพราะได้แบ่งๆเป็นโซนไว้ตั้งแต่แรก ก็หมุนเวียนและจัดองกรลูกไล่ (เพื่อให้นั่งบนหลังเสือได้ตลอดไป) แล้วยังต้องมีร้านขายปุ๋ยขายยาเครื่องมือเกษตรไปในตัว  ทำไมเหรอครับ.....ลองหาข้อมูลการเป็นตัวแทนจำหน่ายพวกนี้ดูนะครับง่ายมากจนถึงเดี๋ยวนี้ (ซื้อวัสดุอุปกรณ์ ซื้อปุ๋ย ยาต่างๆ ยังเมล็ดพันธุ์อีก ไหนๆจะสร้างองกร ลองติดต่อพวกผู้ผลิตนะครับ เป็นตัวแทนเค้าเลย ได้ตลาดแบบไม่ต้องไปวิ่งขาย ได้ยอด ได้ส่วนลด มากมายครับ)ตอนนั้นผมคิดทุบตลาดและครองตลาดบางส่วนที่ภูเก็ตให้ได้มีผลผลิตต่อเนื่องผมก็คิดบนแปลงของผม แต่ถ้าต้องการมากกว่านั้นเราต้องยอมเสี่ยงเจ็บตัว .....ก็เราไม่มีอะไรที่จะเจ็บแล้วนี่ครับสร้างระบบองกรลูกไล่ ก็ต้องมีการทุ่มทุนสร้างความมั่นใจ.  ตอนนั้นมีทั้งคนงานที่รักเราติดตามเราและคนงานที่ต้องจ้างเพิ่มเป็นรายวันหรือจ้างเหมากันบ้าง...มีกำลังทัพน้อยๆ แล้วจริงๆงานสวนต่อให้สร้างระบบหมุนเวียนยังไงก็ยังมีเวลาว่าง...ท่านต้องอยู่ดูแลมันจริงๆจังๆแบบผม(ก็ตอนนั้นไม่มีอะไรทำนี่  ก็ประมาณว่าเหมือนพี่ๆน้องๆสมาชิกหลายๆท่านที่ตกลงปลงใจลงไปทำในพื้นที่จริงๆจังๆแล้วจะเห็นว่าตัวเราเองก็ว่างมาก)คนงานที่มีก็เช่นกันจะมีช่วงว่างเลยออกไปลุยระบบ”ลูกไล่” ไปสร้างระบบน้ำ(นั่งร้านหอถังสูง)ประกอบง่ายลงทุนน้อยรื้อถอนง่าย
-นั่งร้านเหล็ก 3 ชุด ก็จะได้ความสูงเกือบ 6.00 ม
-ถัง 2000 ลิตร
-ปั๊มหอยโข่ง 2 นิ้ว (ใช้ดูดน้ำจากแหล่งที่เกษตรกรลูกไล่มี)
ปล่อยลงด้วยระบบ Gravity Flow ไม่ได้ใช้ปั๊ม โดยจะแบ่งโซนการจ่ายโดยใช้บอลวาวล์ให้ ควบคุมโดยคน
และเมื่อต้องรดน้ำด้านล่างเวลาที่เราฉีดโฮโมนต่างๆ(ช่วงนั้น 3-5 วันโดยประมาณ เค้าห้ามรถน้ำจากด้านบน)ผมให้เกษตรกรลูกไล่ลากสายยางรดเอง(ได้เลือดซิบๆเหมือนเรา5555)  เปล่าเลยครับไม่ได้รังแกใครนะแต่จำเป็นต้องทำครับ ระยะเวลานั้นดอกเริ่มติด ปัญหามากครับต้องการๆดูแลจริงๆจังๆ ถ้าทุกอย่างเป็นอัตโนมัติ เกษตรกรลูกไล่ไม่มีทางอยู่หรอกครับ เมื่อปล่อยปะละเลยก็ไม่เห็นปัญหาเราเข้าดูแลแก้ไขไม่ทันครับ
      อ่านๆกันมาคงคิดว่าทุกอย่างดูดีแล้วใช่ไม๊ครับ มีผลิตผลเองหมุนเวียน แถมยังมีลูกไล่  ยังหรอกเรื่องการคิดผลกำไรส่วนต่าง 10 บ/กก ก็เหมือนกันยังมีที่จะเล่าอีกยาวเลยครับ(ผมมองแค่กระจกด้านเดียวอยู่) เรื่องโรคต่างๆ เรื่องฤดู และแมลง พวกนี้ก็เกี่ยวกับฟ้าลิขิต สมัยนั้นอินเตอร์เนตอะไรก็ยังเต๊า เต่า แถมข้อมูลก็ยังไม่ค่อยมีอะไร ไม่เหมือนเดี๋ยวนี้ครับ มากมายจริงๆ แถมไม่ต้องจ้างพนักงานมานั่งโต้วาทีกันเพื่อถกหาข้อสรุปด้วยมีหลากหลายความคิดให้เรามีกระจกหลายบานโดยไม่ต้องเสียตัง อิอิ
   มาต่อกันเรื่องระบบลูกไล่ เพื่อสร้างฐานอำนาจ (เวร...พูดซะเหมือนพวกบ้าอำนาจเลยเรา)นี่ยังดีนะครับสมัยนั้นยังไม่เคยอ่านเรื่องท่านหมอแดง ไม่งั้นป่านนี้ผมยึดอำนาจบ้าไปแล้ว5555555555555
   ช่วงนั้นมีคนในมือรวมๆสักเกือบ 100 คนเลยนะครับ คนของผมก็ 9 คนทั้งผม ยังมีจ้างรายวัน 15 และพวกจ้างเหมา(มีหน้าที่ ลุยเก็บ คัดขนาด แพคถุง อย่างเดียวครับ) ลูกไล่ อีก 12 ราย (รายละประมาณ  5-6 คน)
   บางอย่างเข้ามาในชีวิตง่ายๆแปลกๆเหมือน “ฟ้าลิขิต”
-ยกระดับเราเองเป็น “พ่อค้าคนกลาง”  
-ลูกไล่ (ต้องขอโทษจริงๆครับที่สะกดแบบนี้ ก็ตามความรู้สึกผมไม่ว่าเราจะไม่เอาเปรียบยังไง เค้าก็เหมือนลูกไล่ของเราอยู่ดี)
-เรื่องต้องมีร้านขายเกษตรภัณท์ไปเพราะต้องสร้างฐานการต่อรองกับผู้ผลิตเพื่อเอามาใช้งานกับระบบลูกไล่
-เรื่องความหวาดกลัวเมื่อไปเห็นการใช้ “เชลไดท์” มากำจัดแมลงในแปลงของเกษตรกร เพราะความไฝ่รู้ของเราเอง
-เรื่องโรคพืช แมลงศัตรูพืช(เลยทำให้นึกถึงคำสอนที่ว่า “นกฉลาดตื่นแต่เช้า จะได้กินหนอนตัวโตๆ) เดี๋ยวไว้เล่าให้ฟังในตอนต่อไปนะครับ
-เรื่องการแก้ปัญหาหนี้สิน
-อำลาวงการเกษตร  จุดหักเหอีกครั้งเพื่อกลบหนี้ของผม
-จนถึงสวนเกษตรปากเสียที่จะเริ่มเดือน มกราคม 2556 นี้ด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2014, 10:00:28 PM โดย นายช่างเอ๋ » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
ครูซอส
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8122



« ตอบ #59 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2012, 07:29:02 PM »

 อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง
บันทึกการเข้า
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #60 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2012, 07:30:31 PM »

ผมจะเอาคำนี้ไปสั่งสอนลูกผม “โง่และอายไม่เป็น เป็นใหญ่ยาก" และผมจะบอกลูกว่าท่านผุ้ใหญ่ใจดี คนเมืองชลสั่งสอนมา
ขอพระคุณมากๆเลยครับ ประโยคนี้ควรสานต่อและเผยแพร่ไปครับ เพราะเดี่ยวนี้เด็กไทยเรา "ฉลาดมากไปและอายไม่เป็น" ที่พูดแบบนี้เพราะรูปแบบสังคม และบ้านเมืองเปลี่ยนไปมาก เท่าที่ช่วงอายุผมเห็นนะครับ การฉลาดมากไป และอายไม่เป็น ทำให้เด็กของเรา ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็ต้องเป็นคุณหนู เป็นอะไรที่ไม่เคยไม่เป็น แล้วก็ไม่ทำ ไม่ใช่ว่าผู้ใหญ่ไม่อบรมไม่สอนนะครับ แต่บางทีมันมาจากองค์ประกอบใหม่ๆ ผมก็เคยเป็นแบบนั้นคนนึง....แต่เดียวนี้ไม่อายแล้วครับที่จะถามใครๆ แม้แต่เด็กรุ่นหลังๆเพราะผมก็มีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่คนวัยจะ 50 ก็ยังไม่รู้และผมก็ไม่ยอมเป็นคนไม่ยอมรับด้วยเราปรับที่เราได้แล้วใครๆก็จะปรับมาหาเราผมเชื่อยังงั้นครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2014, 10:02:03 PM โดย นายช่างเอ๋ » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #61 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2012, 09:54:19 PM »

เรื่องโรคพืช แมลงศัตรูพืช ตอน1 ที่มา(เลยทำให้นึกถึงคำสอนที่ว่า “นกฉลาดตื่นแต่เช้า จะได้กินหนอนตัวโตๆ)
   “นกฉลาดตื่นแต่เช้า จะได้กินหนอนตัวโตๆ”  นี่เป็นสัจจะธรรมนะครับ  
คำนี้เคยได้ยินตั้งๆสมัยเด็กๆแล้วยายมักเรียกผมแบบนี้เช้าๆตี 5 ประจำ แล้วผมก็ต้องแหกขี้ตาตื่นล้างหน้าอาบน้ำตามยายไปตลาด
   ไปทำไมเหรอครับ....ไปนั่งหลับเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดเฉพาะช่วงเสาร์อาทิตย์ และเวลาวันหยุดปิดเทอมยายไปโรงปลาทูนึ่งเสร็จก็จะไปที่ตลาดสดเพื่อปล่อยของ....(กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกก)
   ยายเป็นใครเหรอครับ  ยายก็แม่ของแม่ไง555555555  ยายเป็นเจ้าแม่ครับเจ้าแม่ปลาทู อย่าได้สงสัยเลยผมมีนิสัย”ทุบตลาด” มาจากใคร ใครปลูกฝังผม
   ก่อนหน้านั้นแถวๆเฉลิมไทย ที่เมืองชลไม่มีใครไม่รู้จักยายมีที่นา มีห้องแถวให้เช่าเพียบ และมีโรงทอผ้า(ทอผ้าสมัยโบราณ แบบกี่กระตุกนั่นแหละครับ) สมัยก่อนแค่นั้นรวยแล้วครับ แล้วยังไงถึงเป็นเจ้าแม่ปลาทูสมัยนั้นเหรอครับ ก็มันมีอยู่ว่าตาน้องคนเล็กของยายทำประมงสมัยนั้นทำอวนปลาทู ก็เรือไม่ใหญ่ทำในครอบครัวแต่มันมีเรื่องว่า...ราคาปลาทูต่ำมาก ตาทำไปๆก็สู้ค่าน้ำมันไม่ไหว แม่ค้ากดราคา มาขอเงินยายไปลงทุนบ่อยๆๆๆๆมากๆ  ยายเลยบอกว่า “เอางี้เจ๊ลงทุนเอง เงินที่ยืมๆไปเจ๊ยึดเรือ ยึดเครื่องมือ ยึดอวน”(เวรแล้วยายเรา) ตอนนั้นมีความคิดว่ายายร้ายมากๆ เพราะยายพูดแบบเชือดนิ่มๆหน้าตาตายมากๆเลย แถมยังหันมาสั่งเรา “เอ๋แกดูไว้นะ ทำมาหากินทำแล้วเป็นแต่หนี้ก็ไปตายไป” โอ๊ววววววววพระเจ้าหันมาลงที่เราได้ไง ก็เค้ายังเด็ก กร๊ากกกกกกกกกก
   ยายไปสั่งปั๊มน้ำมันที่ ท่าเรือพลี สมัยนั้นไว้เรียบร้อย ลงบัญชีเจ๊ ส่วนตา(น้องของยาย) กับครอบครัวก็ทำกันไปงกๆๆๆ ได้ปลามาก็ต้องมาส่งยาย แรกๆยายก็ส่งแม่ค้าเหมือนเดิมแหละครับ แต่ทุกเช้ายายเรียกผมไปตลาดโอ้ยยยยยไปแล้วก็ไปนอน ฮ่าๆๆๆๆ  ก็ให้ผมจดบัญชี วันนี้ปลากี่โล ขายได้โลละเท่าไร ค่าน้ำมันเท่าไร สมัยนั้นไปไหนมาไหนที่เมืองชลก็  สามล้อครับ มีลุงอิสานคนนึงถึงเวลามารับ รู้หน้าที่ดีหมดไปไหนก่อนไหนหลังลุงคนนี้แหละชอบเล่าเรื่องคนอิสานให้ผมฟัง อิสานทำอะไรทำยังไง อยู่ยังไงกินอะไร
   1 เดือนผ่านไป ยายเอาสมุดไปนั่งดีดลูกคิดก๊อกๆๆแก๊กๆ เจ๊งสิครับบบบบบบบ  แต่...สมุดบัญชีเล่มใหญ่ๆปกแข็งๆของยาย....มีราคาที่แผงปลาทูที่ตลาดทุกแผงสิ่งที่เกิดคือ ราคามันต่างกันเท่าตัว(ยายบอก) ง่าส์
   ผมไปเรียนและอยู่หอ.....เด็กประจำนะขอบอกโรงเรียนดังต่างอำเภอ กลับมาอีกทีวันศุกร์ เล่นๆๆๆดูละครแล้วนอน.....เช้าขึ้นเอาอีกแล้ว “เอ๋ๆๆตื่นๆไปตลาดกันลูก “นกฉลาดตื่นแต่เช้า จะได้กินหนอนตัวโตๆ”  เอาอีกแล้วท่องได้แล้วยายยยยเฮ้อออออ...นั่งสามล้อไปกับยายไปที่แปลกๆ มีเตาใหญ่มากๆเตาแบบเตาเผาถ่าน เผาอิฐนั่นแหละครับ ยายบอกว่า “โรงปลาทู”
แล้วยายไม่ส่งปลาทูแล้วเหรอ แล้วไม่ได้ไปตลาดเหรอ (ช่วงนั้นกำลังติดใจรสชาด “ก๋วยจั๊บ” และหมวย...ฮ่าๆๆๆ (ลูกสาวแม่ค้าก๋วยจั๊บ) กำลังกังวลในใจ แล้วก็งงๆกับ”โรงปลาทูนึ่ง” ก็มีกุลีของยายเอาปลาทูมาจากท่าเรือ ส่วนนึงส่งเข้าโรงนึ่ง อีกส่วนอัดน้ำแข็งใส่รถเข็นเตรียมไปตลาด
นั่งสามล้อไปยายก็บอกว่า “ยายแก่แล้วยังต้องทำงานอีก” แล้วก็เล่าเหมือนรู้ว่าเราอยากถามอะไร “โรงปลาทูน่ะยายซื้อเค้ามา เป็นโรงเผาถ่านไม้โกงกางเก่า”  อ่อ...ถึงว่า..ทำไมต้องไปเอาเตาเอาซึ้งนึ่งไปไว้ในอุโมงค์ แล้วก็บอกอีกว่า “ตอนนี้ยายรับซื้อปลาทู จากท่าเรือพลีทั้งหมด”  อื่มๆๆๆแล้วไงอ้าไม่เข้าใจ และได้คำตอบเมื่อถึงตลาดสดแผงปลาทูที่เคยมีปลากันเต็มไปหมดตอนเช้ามืด....ไม่มีปลาเลยสักแผง ไม่มีปลาเลยสักตัว ยายพาผมเดินไปที่แผงๆนึงว่างๆมีเก้าอี้สองตัว ยายนั่งตัวนึง อีกตัวผมก็นั่งสิ...
ยายไปถึงเหมือนประหนึ่ง “เจ้าแม่” เพราะบรรดาแม่ค้าแผงปลาสดเข้ามาหากันเพื่อขอแบ่งปลาทูสดโดยราคาอยู่ที่ปากยาย...ราคาแต่ละเจ้าอยู่ที่อำเภอน้ำใจของยาย..และบางทีก็มีเสียงแม่ค้าบางคน “เอ๋ๆบอกยายแบ่งให้เจ๊มั่งน๊า”  เกิดอะไรขึ้นงง ใครก็ไม่รู้ๆจักเราด้วย ยืดซะไม่มี ยายเล่าให้ฟังทีหลังว่า  ยายไปติดต่อรับซื้อจากเรือทั้งหมดโดยให้ ตา(น้องของยาย) ไปบอกเพื่อนๆที่ทำเรือปลาทูให้มาขายให้หมดโดยราคาจะแพงกว่าแม่ค้ารายอื่นๆ ยายทำยังไงเหรอครับ
ยายเริ่มวันสองวันแรกมีมาขายให้ยายบ้าง แต่ยังน้อย วันที่สามยายไปสั่งน้ำมันลงบัญชีให้ แล้วให้ราคาล่วงหน้าเลย เช่นปกติรับซื้อกัน 20 บาท ยายให้ 30 บาท จ่ายให้ก่อนโดยเปิดบัญชีน้ำมันให้ แล้วค่อยมาหักค่าน้ำมันกัน แล้วไปซื้อโรงเผาถ่านเก่า แล้วไปเซ้งแผงที่ตลาด ผมฟังไปก็งงไป  คิดอะไรไม่ถูกเพราะยังเด็ก ป.5 ช่วงนั้นยายก็ยังส่งปลาแม่ค้าตามปกติ พอวันที่สี่ยายได้รับปลาเกือบ 50% ของเรือทั้งหมด ยายเอาไปเข้าโรงนึ่งหมดเลยครับ ไม่ขายใคร(ปลาทูนึ่งเก็บได้หลายวัน) สี่วันปลาทูหายจากระบบตลาดครึ่งนึง ไม่ใช่เรื่องเล่นแล้วยายทำอะไร555555555  ข่าวในตลาดสดนี่เร็วมากนะครับตั้งแต่สมัยผมเด็กๆมาแล้ว เร็ว แรง ยิ่งว่าโซเซีลเนตเวิรค์ ใดๆของสมัยนี้ซะอีก วันที่ห้ายายสั่งเอาปลาทูทั้งสดทั้งนึ่งเตรียมวางแผงตอนเช้ามึด ยังเตรียมของกันอยู่ที่”โรงปลาทูนึ่ง”  แม่ค้ามากันเต็มมาเพื่อขอแบ่งปลาทู  ยายเลยสั่งห้ามใครไปโรงปลาทูอีกให้รอที่แผงที่ตลาดเท่านั้น สมัยนั้นโทรศัพท์อะไรก็ยังไม่มีกันหรอกครับ รอเจอกันอย่างเดียว
สมัยนั้นผมคิดไม่ออกแต่เมื่อโตขึ้นและผ่านอะไรมาก็เหมือนบางรอยเท้าของยายได้นำเราไปเองโดยอัตโนมัติ แถมยังคิดอีกว่า “รึว่ายายเป็นคนที่อ่านสามก๊ก 3 รอบ” ยายซื้อ แปรรูป ดักตลาด สร้างระบบการค้าใหม่(ไม่ใช่ของใหม่แน่ๆครับเพราะผมเคยเห็นยายทำมาแล้ว) โดยผมมองสิ่งที่ยายทำและทำสำเร็จ
1.ยายยึดเรือ ยึดเครื่องมือหากินของ ตา(น้องของยาย) และให้แลกคืนกลับไปเปล่าๆโดยมีเงื่อนไขว่าถ้าพาเรือมาขายให้ยายได้ครึ่งนึง แถมยังได้เงินลงทุนไปอีก (ตรงนี้น่าจะเป็น กลยุทธ์เป้าล่อใจ)
2.ยายกล้ารับซื้อแพงกว่าแม่ค้าคนอื่น แล้วเอามาสร้างเงื่อนไข แปรรูปขาย ตัดทอนปริมาณในตลาด ตั้งราคาโดยแม่ค้าแผงจะต้องรอที่แผงเท่านั้น ปกติแม่ค้าจะไปดักที่สะพานปลา แม่ค้าเลยอ้างต้องขนย้ายต้องแช่น้ำแข็ง (กลยุทธุ์แม่ค้าเจอแม่ค้า)
3.ยายเซ้งแผงเอง และลงขายที่ตลาดด้วย มีแค่เก้าอี้ 2 ตัว ไม่มีปลาวางแผงเหมือนคนอื่นๆ ถ้าแผงไหนขายแพงเกินไป แผงไหนโกงตาชั่ง แผงไหนเอาเปรียบลูกค้าเมื่อไร ยายสั่งกุลีเอาของลงแผงทันที และถ้าวันไหนปลาสดขายไม่ดี ยายจะสั่งนึ่งทั้งหมด(กลยุทธ์ควบคุมตลาด)
4.ยายปากร้ายมากๆ แต่ก็แผงด้วยเมตตาธรรม ยายให้โอกาสคนมากมาย ถึงบางคนร้ายกับยาย
ทุกสิ่งที่เล่ามาผมได้มาหมดมันอยู่ในสายเลือด และมันก็ออกมาเรื่อยๆและทุกครั้งที่เจอกับบางอย่างมันก็ผุดขึ้นมาถึงเรื่องราวของผู้หญิงคนนึงที่เรียกว่า  “ยาย” และถึงทุกวันนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่า “ยายร้ายรึดี”  แล้วผมล่ะ
หากเรื่องราวส่วนนี้พี่ๆน้องท่านได้ขบคิด ตีออกเอา ไปประยุกค์ใช้กับชีวิตได้ ขอให้กุศลทั้งหมดทั้งปวงได้เกิดแก่ตัวท่านเอง และครอบครัวครับ
***รอต่อตอน2 เรื่องโรคพืช แมลงศัตรูพืช นะครับ คนที่ทำให้นึกถึงคำพูดและเรื่อง “ยาย”

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2014, 10:03:04 PM โดย นายช่างเอ๋ » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
naturefarm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 818



« ตอบ #62 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2012, 11:48:11 PM »

ชอบมากเลยครับ  แต่มีภาพประกอบเหมือนกระทู้นี้ http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=70905.0  จะได้อรรถรสมาก ครับ
บันทึกการเข้า
ครูซอส
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8122



« ตอบ #63 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2012, 11:54:48 PM »

ข้อคิดเยอะดีค่ะ..เป็นหมาก็ดีอย่างนี้นี่เอง
..เมื่อค่ำๆอ่านแล้วคิดอยากเป็นหมา แต่ไม่กล้าบอก ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
..ยายเก่งจัง...แล้วตอนนี้ยายอายุเท่าไรคะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 ... 235   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: