หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ... 233   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: “สวนเกษตรปากเสีย” คิดการใหญ่...ไปเป็นเกษตรกรผู้ประกอบการ  (อ่าน 1133728 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
jame kp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1541



« ตอบ #16 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2012, 11:49:16 AM »

 ยิ้มเท่ห์ ;)น่าติดตาม กระทู้สู้ชีวิต มาร่วมวงฟังด้วยครับ รีบเล่าต่อเลยครับ  อายจัง อายจัง
บันทึกการเข้า

กระดูกสันหลังของชาติ คือเกษตรกร ผู้ยิ่งใหญ่

นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #17 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2012, 11:50:15 AM »

การคิด กระบวนการธรรมชาติของมนุษย์ เมื่อเจ็บ เมื่อจน(ต่อ 2)
ความเดิมตอนที่แล้ว “นายเอาของที่เหลือในหน่วยงานขายให้หมดเถอะเพราะเจ้าของโครงการก็หนีไปแล้ว พวกผม(คนงาน)ก็ไม่อยากเฝ้าแล้ว อยากกลับบ้าน แล้วนายได้เงินก็เก็บไว้ใช้เพราะนายลำบากกว่าทุกคน” จากตรงนี้เกิดไอเดียทันที ผมบอกให้ทุกคนรอ 1 อาทิตย์ โดยผมติดต่อร้านรับซื้อของเก่าทันที  ตรงนี้สอนให้รู้ว่าเมื่อเราอยู่กับปัญหาเราก็จะแก้ปัญหาไม่ได้ แต่เมื่อไรเราฟังใครต่อใครอาจจะมีทางออกโดยบังเอิญก็ได้
   จากการติดต่อร้านขายของเก่า และร้านวัสดุก่อสร้าง บรรดาวัสดุคงค้างในหน่วยงาน และเศษวัสดุเช่นเหล็กเส้นและแคมป์คนงานทั้งหมด ผมมีเงินกลับขึ้นมาเกือบ 5 ล้าน......ไชโย....รอดแล้วมีเงินจ่ายลูกน้อง  คนงาน กับผู้รับเหมาย่อยให้ทุกๆคนแล้วได้ไม่ติดค้างในใจที่ต้องเอาคนจำนวนมากมาตกชะตากรรมเดียวกับเรา  ตรงนี้จบด้วยการอำลาจากกันไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกราจ่ายเงินให้ลูกน้อง กับพวกคนงานจนหมด เหลือเงินติดตัว 240,000.00 บาท เย้ๆๆๆเราก็รอดปอีกสักระยะได้มีเวลาคิดอีกนิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป
   และเมื่อไม่สร้างเวรกรรมกับใครๆย่อมส่งผลบุญให้เรานี่ก็อีกเรื่องที่เป็นจริง
นึกขึ้นมาได้ว่าเคยซื้อที่ไว้ให้คนที่เคยนอนข้างๆยามค่ำคืน 1 แปลงเป็นสวนยางพาราอายุสัก 4 ปี แปลงนี้รอดพ้นการยึดเพราะผมยังไม่ได้โอนมา...
แถมวันที่จ่ายเงินให้ทุกคนกลับบ้านเกิดที่อิสานกัน  ลูกน้องคนนึงก็พูดว่า “พี่ผมคืนรถให้พี่”  รถอะไร.....
ลูกน้องคนนี้เป็นวิศวกร รถก็ดาวน์ให้เค้าใช้ เค้าก็ส่งไปได้ 3 เดือน พอฟองสบู่แตกก็เลยจะไปทำงานต่างประเทศเค้าเลยคืนมาให้ใช้
    อ้า.....เหลือเงิน 240,000.00 มีที่สวนยางที่พังงาอีกแปลง แถมมีรถแล้ว.. ยิ้มกว้างๆ :Dโอ้ยยยยอะไรนี่...คนป่ามีปืน.........แต่จะทำอะไรล่ะ........
   ลุงจันดี กับลูกเขย  2 ครัวก็ 8 คน เป็นคนงานที่อยู่กันมานาน
ลุงจันดี      :นายจะไปไหนต่อ
ผม      :ยังไม่รู้เลยลุง คิดไม่ออก ลังเล ร้องไห้
ลุงจันดี      :ไปสวนยางที่พังงาของนายกัน
ผม      :ไปเหรอ...อื่ม...ไปก็ไป ลังเล
((ตรงนี้แหละจุดเริ่มต้น ของการคิดเรื่องเกษตร))  และอีกเรื่องที่เป็นเรื่องจริง หากเราคิดดี ทำดี ไม่ว่าคนหรือผีก็คุ้ม อายจัง อายจัง อายจัง

ขอขอบคุณทุกๆท่านนะครับที่สนใจเรื่องเล่า  ของคนปากเสีย ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่แนวทางสวนเกษตรปากเสียด้วยใจจริงครับ


Liked By: กัญจน์, Manjunk, James, pooyailee, adulsri, jame kp, Kai2511, momnong, wichaitb, rrwork, mskh875, dragonV, ืnattittan, cha2000, conanjunier, ไผ่หวาน, juneboy, mohock03, namping, sompol, Pakasai, watdirak, NKC, พี่ณัฐ, lookpu99, kwan444, natnat, seri, pangpond123, วิสัณห์ ม, Changnaam, tujaba, iple, rose5, Guevara, yudhapol, pornpim, kedmanee, Sa-to (สา-โท), jenner, ปากแดงดอทคอม, อารักขาพืช15, psit, HUAMAI, kwanbanna, tom_freed, udompost, maya_amazon, pp_79, ToongHuaChang, Koi_2, 2502, sompong1, toon_za, narong545, kmsmily, wee, JJJJ, dexster, tass08, phoj.wsuktha, nanatanee, Chuti, monnat, rerk, tid-ko, spyman, โอกับเอ, chumpla, powerrukawa, nitidol, kumdee, born2011, guitarcake, bauer, auenjit, Khunplong, บวร, ลุงหนวด สานฝัน, viranya, prml, aewaeang, daniel, tung3955, aod323, mameaw2520, ekaphot2, sarisa, bigbuff, ShinFTTS, jakrin choompol, St.SeiYa, supapat, bboom, Nirvana, sayan_t, pochnarin, Soulmate, mannga, wawahaha, iamnatee, somsak promwan, บ้านสวนพสธร, pathamawadee, nomadic_man, dragon4235, keawjah, ToMito, nipun, yangna, MIS2, MonAudio, ไม่หมู, panuwat5675, lief36, tsricharoen, o___O, sakura123, JOMPRAI, sukanya yensakul, chai b, Namida, missB, chinzaa, duangnil, Ekachaiyan, rattakitm, CoRoWidE, khunwah, samart_chai2012, chaiyawan, d12ift, anucha101, surakit_eak, andrew, นัท ฉัตรชัย สุพรรณโมก, muslin2557, N_T_K, Bull Rider, dragonbt50, Orangie, Atta Boonya
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 06, 2012, 08:13:56 AM โดย tapeworm » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
Manop414
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 160


คนติดดิน


« ตอบ #18 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2012, 12:00:13 PM »

 ยิ้มเท่ห์ มาฟังด้วยคน ผมมันมนุษย์เงินเดือนรัฐ ไม่มีประสพการด้านนี้ มีแต่ไม่พอกิน พอใช้ ตอนที่รัฐประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ดีที่ภรรยามีที่ดินก็เลยลุยทำกันเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ตอนนี้ก็ลุ่มๆ ดอนๆ เหมือนเดิม แต่ไม่อด ขอบคุณครับ  รูดซิบปาก
บันทึกการเข้า
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #19 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2012, 02:08:21 PM »

การคิด กระบวนการธรรมชาติของมนุษย์ เมื่อเจ็บ เมื่อจน(ต่อ 3)
 ((จุดเริ่มต้น ของการคิดเรื่องเกษตร  เกษตรเอาตัวรอดครับ))  
จะทำอะไร จะอยู่ยังไง จะกินอะไร จะโดนลูกน้อง “ตืบ”ไม๊เนี๊ยยยยย
   จะโดนลูกน้อง “ตืบ”ไม๊เนี๊ยยยยย  รอดไปแล้ว
   จะกินอะไร  มีกินแน่นอน แล้วตอนนี้เงินสด 240,000.00
   จะอยู่ยังไง  นั่นสิ..ตอนนั้นถึงสวนที่พังงาแล้ว ต้นยางๆๆๆมีแต่ต้นยาง เลยต้องหาเช่าบ้านแถวนั้นอยู่กัน แล้วกลางวันก็ไปเดินๆในสวนยางเล่นกันอยู่ 2-3 วัน เดินดูๆชาวบ้านแถวนั้น บางแปลงเค้ายังไม่ได้ปลูกยางปลูกปาล์มอะไรกันก็ปลูกแตงร้าน ปลูกถั่วฝักยาวส่งตลาดภูเก็ตกัน
   จะทำอะไร  คิดไม่ออกจริงๆก็ไม่เคยต้องเปลี่ยนแปลงอะไรเลย อยู่วงการก่อสร้างมาตั้งแต่รุ่นพ่อ แล้วช่วงนั้นเรื่องการก่อสร้างไม่ต้องพูดถึง เหมือนพาผีขึ้นเมรุเผา 5555
ลุงจันดี     :นายปลูกแตงร้านขายกัน ผมเห็นที่ข้างๆตรงข้างคลองเค้าปลูกกันช่วงนี้ขายได้โลตั้งสิบกว่าบาท
ผม      :เอาสิ
หลังจากนั้น 2 วันผมกับลุงจันดีก็ไปหาซื้อ  นั่งร้านเหล็กสำเร็จรูป  ถังน้ำ 2000 ลิตรสำเร็จรูป กับพวกท่อ PVC  ท่อเหล็ก 3”
นี่แหละครับที่ผมบอกว่า “หากเราคิดดี ทำดี ไม่ว่าคนหรือผีก็คุ้ม”ก็ประจักแก่สายตาผมโดยตอนแรกผมก็มึนๆแต่ก็คิดนะลุงจันดีแกจะชวนผมไปสวนยางที่พังงาทำไม เรารึกะว่าหมดสิ้นทุกอย่างแล้วเหลือเงิน 2แสนกว่าๆแล้วลงไปขายที่ดินสวนยางพาราที่พังงาก็คงได้เงินอีกก้อน(ช่วงนั้นสมมุติขายได้ก็คงราคาไม่ดีหรอกครับ แต่จริงๆแล้วช่วงนั้นไม่มีใครซื้อ)
***ข้อคิดสำหรับพี่ๆน้องๆผู้เป็นหนี้และหมดตัวนะครับ ขยะกองข้างกายก็ยังให้ประโยชน์ครับ เรื่องจริงมองรอบๆตัวอย่างมีสตินะครับ แม้แต่ระบบร้านรับซื้อของเก่า เช่นถ้าเราขายขวดน้ำพลาสติดใส ขวดก็ราคานึง ฝาก็ราคานึง ฉลากก็ราคานึง แต่ถ้าเราขายไปทั้งขวดเค้าก็จ่ายราคาเดียว แต่เมื่อแยกออกเก็บกองขาย ราคามันต่างกันครับ อันนี้เปรียบเทียบให้ฟังน่ะครับ***
   ตอนนั้นระบบการคิดของผมหลังจากคุยกับลุงจันดีแล้วคือ ปลูกแตงร้าน ปลูกบวบ ปลูกถั่วฝักยาวกัน
ที่จะปลูกล่ะ ยางมันโต 4 ปีสูงแล้วนะครับ อีกปีกว่าๆคงเบิกหน้ายาง คงไปปลูกระหว่างกลางร่องยางไม่ได้ หาเช่าที่ล่ะ ที่แปลงที่ยังไม่ได้ปลูกยางหรือปาล์มของชาวบ้านเค้าก็ปลูกอะไรกันไป หาไม่ได้เลย  โอเค....ผมคิดเองเออเองคนเดียวก็เราเป็นนายมาตลอดระบบสมองมันก็แบบนั้นหมดแหละครับ เลยทำแบบนี้
   1.ขายไม้ยางในสวน ได้มาอีก 2หรือ 3 แสนนี่แหละครับจำไม่ได้
   2.จ้างรถมาขุดตอ กวาดบรรดากิ่งไม้  ไถที่ดิน ลงจาน 3 จาน 5 ว่าไป   ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้นะครับไม่เหลือหรอกพวกรับซื้อไม้ยางเค้าเก็บกลับไปหมดแม้แต่ ใบยางพารา  
   3.แรงงานที่มี 8 คน +1 คือผม เริ่มตั้งนั่งร้านเป็นหอถังสูง เอาถัง2000 ลิตรขึ้นไปไว้ต่อท่อต่อปั๊ม
ขณะที่รอรถไถๆที่ดิน ผมให้ไถเป็นลานไปหมดเลย และไม่ทำเป็นร่องเพราะตอนนั้นผมยังไม่รู้เลยจะปลูกยังไงเดินท่อยังไง เลยให้ไถลงจานทิ้งไว้เป็นลานไปหมด  เหมือนสมัยเด็กๆเคยเห็นแถวบ้านที่ชลบุรีเวลาเค้าจะปลูกมันกันน่ะครับ
   4.ตอนนั้นปลูกไม่เหมือนใครครับเพราะผมเคยเห็นเค้าทำกันต้องเอาไม้ไผ่มาทำค้างปักกันเต็มไปหมดเราไม่เอาแบบเค้านะลุงจันดี เดี๋ยวผมให้เอาท่อเหล็กที่ซื้อมานั่นและตัดเลย 3.00 ม. ได้ 2 ท่อนปักระยะ 40.00 ม.โดยผังลงไปในดินประมาณ 50 Cm เป็นกรอบสี่เหลี่ยม ขึงสลิง ¼ นิ้ว ( 2 หุน) มีตัวเร่งเกลียวเพื่อตรึงสลิงกรอบให้แน่น แล้วทีนี้จะซอยร่องกี่เมตรก็เอาสลิง 1/8 นิ้ว ( 1 หุน) ไปขึงอีกจากกรอบทีแรกที่ทำไว้ เจ้าตัวซอยนี่แหละผมใช้ประโยชน์หลายอย่างครับ เป็นทั้งที่ยึดโยงแทนค้างไม้ไผ่ และเป็นที่ยึดท่อจ่ายน้ำสปริงเกอร์ จากด้านบน  เจ๋ง เจ๋ง
การทำแบบนี้ผมคิดว่าฉลาดในเวลานั้น ลดต้นทุน ประหยัดแรงงาน แล้วดัดแปลงเอาเทคโนโลยี่มาใช้ ภูมิใจซะไม่มี ส่วนลุงจันดีและครอบครัวทาสผู้ซื่อสัตย์ก็ทำตามนายว่าเพราะจนด้วยเหตุผลที่ผมใช้พื้นความรู้ด้านการก่อสร้างมาอธิบายทุกเรื่องไม่ว่าจะ ต้องไปซื้อหรือตัดไม้ไผ่ ต้องมาเสียเวลาปักค้างไม้ไผ่ ทั้งยังราวไม้ไผ่ให้บรรดา แตงร้าน บวบ หรือถั่วฝักยาวไต่ ผมชนะลุงจันดีผู้มาจากกระดูกสันหลังอย่างสิ้นเชิงหมดรูปกะผมไปเลย
   แต่....เมื่อถึงเวลา ระบบนี้ถูกเพียง 50% ที่ผมให้น้ำจากด้านบน แล้วเดี๋ยวมาต่อให้นะครับว่าทำไมผมจึงเป็น “ฟาย”  โกรธ โกรธ >:(55555
***เสียดายผมหารูปเก่าๆยังไม่เจอ จะสแกนแล้วเอามาให้ดูอีกทีนะครับ***
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 06, 2012, 08:15:26 AM โดย tapeworm » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
change
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 72


« ตอบ #20 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2012, 02:27:37 PM »

นั่งรอติดตาม ตอนต่อไปครับ
บันทึกการเข้า
kerng
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 822


« ตอบ #21 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2012, 02:41:41 PM »

ขอติดตามด้วยครับ
บันทึกการเข้า
rukava_keng
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2044

กว่างโซ้งมหาภัย เชียงรายยูไนเต็ด


« ตอบ #22 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2012, 02:54:37 PM »

มาเป็นสะตอรี่เลยครับ
มาฟังต่อครับ กำลังสนุนเลยครับ ทั้งลุ้นและเอาใจช่วยตั้งแต่หน้าแรกเลยครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

 *ขออภัย จำกัดสิทธิ์การใส่ Link-URL ในลายเซ็น*
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #23 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2012, 03:34:00 PM »

การคิด กระบวนการธรรมชาติของมนุษย์ เมื่อเจ็บ เมื่อจน(ต่อ 4 จบ)
 ((จุดเริ่มต้น ของการคิดเรื่องเกษตร  เกษตรเอาตัวรอดครับ)) 
จากที่ค้างไว้ตอนที่แล้วนะครับ ว่าทำไมระบบคิดก็ดี เทคโนโลยี่ก็ดี การประหยัดเอย การคิดเรื่องกระบวนการทำงานเอย ดีไปหมด แล้วทำไมจึงยัง “ฟาย” <<ไอ่เจ้าตัวนี้นะครับ ตัวมันถึกๆดำๆมีเขางอก ถิ่นอาศัยกลางนาแดดเปรี้ยง ทำไมถึงว่าตัวเองหลายๆคนอาจสงสัยนะครับ
   จงอย่าได้สงสัยเลยครับ ผมไม่เคยปลูกอะไรเลย นอกจากปลูกอาคาร  ผมเคยเรียนรู้มา เคยเห็น และคิดว่าทำไมต่างชาติเค้าทำยังงั้นยังงี้ในการปลูกพืชต่างๆแค่นั้น อ่อ...เค้าทำแบบนี้เกษตรกรเค้าเลยชนะเกษตรกรบ้านเรา เพราะเค้าคิดตั้งแต่เรื่องวิธีการ วางแผนการปลูก ปลูกอะไร เมื่อไร  และปลูกยังไง แต่ผมไม่เคยรู้จักพืชหรือต้นไม่เลย ว่าเค้าเป็นยังไง และเมื่อไรต้องปฏิบัติอย่างไรต่อกัน  เคยปลูกจริงจังก็เมื่อตอนทำงานกับญี่ปุ่นคนนึงแล้วเค้าส่งไปอบรมปลูกหญ้า ครับปลูกหญ้า  พวกหญ้าสนามนี่แหละครับ สมัยนึงบ้านเราสร้างสนามกอล์ฟกันเป็นว่าเล่น
   “ฟายที่1” โค่นยางพาราขาย  เพราะต้องรอปีเป็นปีกว่าจะเปิดหน้ายาง กว่าจะได้เงิน 
ในความคิดผมนะครับ โค่นขายเอาเงินมาต่อทุนก่อน ปลูกผักแบบลุงจันดีว่า 40-60 วันเอง
ข้อนี้ชาวบ้านแถวนั้น เม้ามอย กันอยู่เดือนกว่าๆเลยครับ ก็ยางเมื่อให้ผลมันอยู่กับเราเป็นสิบปี เค้าว่ากันว่าผมสติแตกเพราะเจอพิษเศรษฐกิจ
   “ฟายที่2”ในแปลงที่ผมปลูกแตงร้านผมวางระบบน้ำสปริงเกอร์ด้านบนแบบที่กล่าวข้างต้นไงครับ  ก็ไม่มีคนบอกนี่ว่า  เวลาพวกพืชพวกนี้เค้าออกดอกต้องฉีดยาฉีดโฮโมน แล้วห้ามให้น้ำจากด้านบน 55555 ไม่ “ฟาย” งานนี้แล้วไป “ฟาย” เมื่อไรล่ะครับ เดินลากสายยางให้น้ำลากกันจน บ่าเลือดแดงซิป ไม่แดงได้ไงล่ะครับสายยางรดน้ำไปก็ลากกันไป ดินโคลนติดสายยาง แล้วพอเรารดน้ำไปเปียกก็ รำคาญ ก็ถอดเสื้อสิครับ...ลุย..ลาก..ลุย  เม็ดหินเม็ดทรายติดสายยางเราก็จับพาดบ่าลุยลากไป ((เหมือนควายรึยังครับทีนี้)) 55555 เลือดซิปๆแสบนี่เอาเกษตรกรไทย....ข้าเข้าใจแล้ว  ช่วงนั้นผมออกแนว ประชดชีวิต ถอดเสื้อตากแดดตัวดำเหมือนควาย ลุยเอาลุยยยยยยยยย  ยังไม่ร้ายนะครับ เราไม่เข้าใจเอง แปลงอื่นและรอบหลังก็เลยแก้ไข ปัญหาแก้ได้ สู้ได้ครับ  แต่ที่ร้ายคืออ่านเอาในข้อต่อไปเลยครับ
   “ฟายที่3”.....พ่อค้าคนกลาง...
เรื่องแตงร้าน จำได้นะครับราคาแตงร้าน(แตงกวาทางใต้) พอผลผลิตออก เค้ามารับซื้อถึงสวนเลยครับเพราะแถวนั้นเค้าปลูกก่อนอยู่แล้ว เราก็ขายตามไปราคาแตงเหมือนกร๊าฟตลาดหุ้นนนนนน  แถมยังมีหลายเกรดอีก แตง1  แตง2 แตง3 โอ๊ววววววพระเจ้า  ช่วงนั้นในปีเดียวกันบางทีแตง1 อยู่ที่โลละ 10 บาท บางทีโลละแค่ 2 บาทเอง มันลงสุดๆขึ้นก็โด่งยังไงไม่รู้
เรื่องบวบนะครับราคาไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงแบบสุดขั่วนัก  แต่บวบผมมันหงิกงอ
เรื่องถั่วฝักยาวยอมแพ้ตั้งแต่รอบที่ 3 ครับสู้ไม่ไหวยอมเพราะต้องใช้ยามากจริงๆ
***ขอติดเรื่อง  ไว้ก่อนค่อยขยายความให้นะครับ***
-แตงกวา แตงร้าน ((แตงเปรี้ยว)) ใครเป็นคนทางใต้รู้จักดี
-เรื่องขวดM150 พิชิตบวบหอมบวบเหลี่ยม
-เรื่องเชลล์ไดท์ กำจัดปลวกกับถั่วฝักยาว
มาต่อเรื่องฟายที่3นี่นะครับ พ่อค้าคนกลาง  หลายคนยังไม่เคยมีประสบการณ์  เรียนรู้เค้า และพยายามรวมกลุ่มเกษตรกรในท้องถิ่นเดียวกันแล้วจัดระบบตลาด ระบบขายเองให้ได้นะครับ เพราะว่า......
จากวันนึงที่ผมและลุงจันดีผู้ซื่อสัตย์ของผมก็อยากเข้าภูเก็ตไปซื้อของกัน ตอนนั้นเราสร้างบ้านพักในที่สวนยางที่ตัดทิ้งขายไม้เพื่อปลูกผักปลูกแตง เราก็เลยอยากรับรู้ข่าวสารต่างๆ อยากมีทีวี ตู้เย็น แบบคนมีอันจะกินกันบ้างผลปรากฏว่าเข้าไปภูเก็ต  เจ้ารถคันเก่งที่ลูกน้องคืนมาให้ เสียซะเฉยๆเครื่องดับเลยต้องนอนค้างคืนเพื่อรอช่างซ่อมนอนโรงแรมเล็กๆแถวๆตลาดเกษตรภูเก็ต เลยหาเรื่องเที่ยวตลาดเกษตร.เลยถึงบางอ้อ...แค้นมาก
   ไม่แค้นได้ไงครับ เราก็ 1 ในอโยธยา ในเรื่องวงการก่อสร้าง มาเสียที พ่อค้าคนกลางรับซื้อแตงพืชผักสดส่งตลาดภูเก็ต....จริงๆแล้วตลาดผักภูเก็ตไม่ได้อยู่ที่ตลาดเกษตรนะครับ
มันชื่อตลาดดาวน์ทาวน์  อยู่ตรงข้ามตลาดสดเทศบาลภูเก็ต ติดกับสำนักงานการบินไทยสาขาภูเก็ต  อ้าววววววว.....ได้ข้อมูลจากมอไซด์รับจ้างเลยเหมาให้เค้าพาไป  เดินเที่ยวๆเห็นเป็นลานโล่งๆยังไม่มีอะไรตกลงคืนนั้นมอไซด์รับจ้างคนนั้นโดนเหมาเป็นเพื่อนผมกะลุงจันดี ด้วยนิสัยเค้าและความเป็นคนซื่อๆประสาคนใต้ พูดจากห้วนๆ แถมมีเสียง แย่เม็ดๆ เกือบทุกคำ กะหัวด กร๊ากกกกกกกกกกกกกก สมัยนั้นผมยังไม่คุ้นนนนนน((ผวนเอาเองนะครับ)) เลยนั่งกินนั่งดื่มกันเพื่อรอตลาดเริ่มจากแดดร่มลมตก  จนถึงค่ำๆ รถราเริ่มติดตามข้างถนนหน้าตลาดเริ่มมีการวางของ พืชผัก ของสดพืชไร่  ภูเก็ตนี่ตลาดไม่ใหญ่นะครับ แต่กำลังซื้อสูงมากๆ
และแล้ว...รถคันนึงคุ้นๆบรรทุกแตงกวา บวบ และถั่วฝักยาว มาเต็มรถ เจ้าพ่อค้าคนกลางของเรานี่เอง ผมเริ่มจับตาดู เค้าทำอะไร อย่างไร ที่ไหนบ้าง
โอ้ยยยยยย......แตงกวา 20 กว่าบาท  บวบ 15 บาท ถั่วฝักยาว 18 บาท....อะไรกันนี่เราได้ไม่เกิน 10 บาทเลยสักอย่าง
เท่านั้นยังไม่พอ เช้ามอไซด์รับจ้างเจ้าเดิมมารับที่โรงแรมพร้อมเพื่อนอีก 1 คันเพื่อพาไปสำรวจตลาด
ต๊ายยยยยยยอยากกลายเป็นตุ๊ดดดดดดด  ไม่มีอะไรต่ำกว่า 30 บาทเลยบนแผงในตลาดสดเทศบาล
สรุปได้ว่า....พ่อค้าคนกลาง....แผงผักตลาดผัก...แผงผักตลาดเทศบาล  ฆ่าใครทิ้งดี   ตอนนั้นคิดได้แค่เพลง....ก็มีแต่ ควายๆๆๆเท่านั้น
มาม่า บลูย์ ควายเท่านั้น buffalo only Mama blue
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 06, 2012, 08:16:11 AM โดย tapeworm » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
James
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2466


« ตอบ #24 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2012, 03:59:35 PM »

รอติดตามแบบใจจดใจจ่อเลยล่ะครับ
บันทึกการเข้า
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #25 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2012, 04:12:02 PM »

การต่อสู้ และการต่อต้าน กฎธรรมชาติของมนุษย์เมื่อโดนรังแก โดนกดขี่ โดนเอาเปรียบ
วันนั้นก็เที่ยวได้ขอเบอร์โทรแม่ค้าแผงผักผลไม้อะไรต่างๆ สายๆของวันนั้น โทรหาเพื่อน ด้วยความไร้ยางอายแล้วเพราะโดนเอาเปรียบ ทั้งๆไม่ค่อยเอ่ยปากรบกวนใคร
เกษตรกรใช้เวลาปลูก ลงทุนลงแรง แบบนี้เอง.....พ่อค้าคนกลางเอาเปรียบ..เปล่านะครับไม่ใช่จะชวนใครไปปิดถนน55555
โทรหาเพื่อนที่เป็นผู้รับเหมาถามไถ่เรื่องสารทุกข์สุขดิบกันเรียบร้อย ก็บ่นๆเรื่องทุกข์ของเราการโดนเอาเปรียบ  เพื่อน งง  ผมไปทำอะไรที่ไหน อยู่กับใคร ผมก็ไม่บอก ถามเพียงว่า
รถบรรทุกคนงานก่อสร้าง ใช้ไม๊   เพื่อนตอบมาแบบอยากตบกบาลเราว่า “โห....เองโดนมาก่อนใครยังมีหน้าถาม” ไม่มีอะไรจะให้ทำเลย แต่ทรัพย์สินยังอยู่ เลยออกปากยืมรถ 6 ล้อเพื่อนมาโดยบอกว่าเดี๋ยวจ่ายค่าเช่าให้  เพื่อนบอกมาอีกว่าแค่เองไม่ยืมเงินข้าก็ขอบใจแล้ว  ฮ่าๆๆๆๆ  ไม่ใช่เพื่อนคนนี้รังเกียดเราเหมือนเพื่อนบางคนนะครับ แต่ช่วงฟองสบู่แตกมันช่วยอะไรกันไม่ได้ไม่ไหวกันเลยทีเดียว อีก 1 คำพูดเพื่อนที่ยังจำได้นะครับ
“กรูไม่มีอะไรช่วยเมิงได้ แต่เมิงมีทุกข์อะไรพูดกะกรูนะ”  ไร้สาระนะครับ  ไม่มีประโยชน์เลย พูดมาได้..ถ้าเมื่อก่อนฟองสบู่แตกคงคิดแบบนั้นนะครับ  ทุยส์ๆๆๆๆ   แต่พอฟองสบู่แตก เออรูปแบบการคิดเปลี่ยนไป  เพื่อนมันพูดถูก มันช่วยอะไรไม่ได้ แต่แค่รับฟัง  ครับเวลาเราไม่มีใครหรือไม่เหลือใคร แค่ใครสักคนหมาสักตัวเราก็นั่งคุยได้ ถ้ามันฟังเรา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 06, 2012, 08:18:23 AM โดย tapeworm » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
THESTAR
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 266


« ตอบ #26 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2012, 04:30:43 PM »

การคิด กระบวนการธรรมชาติของมนุษย์ เมื่อเจ็บ เมื่อจน(ต่อ 4 จบ)
 ((จุดเริ่มต้น ของการคิดเรื่องเกษตร  เกษตรเอาตัวรอดครับ))  
จากที่ค้างไว้ตอนที่แล้วนะครับ ว่าทำไมระบบคิดก็ดี เทคโนโลยี่ก็ดี การประหยัดเอย การคิดเรื่องกระบวนการทำงานเอย ดีไปหมด แล้วทำไมจึงยัง “ฟาย” <<ไอ่เจ้าตัวนี้นะครับ ตัวมันถึกๆดำๆมีเขางอก ถิ่นอาศัยกลางนาแดดเปรี้ยง ทำไมถึงว่าตัวเองหลายๆคนอาจสงสัยนะครับ
   จงอย่าได้สงสัยเลยครับ ผมไม่เคยปลูกอะไรเลย นอกจากปลูกอาคาร  ผมเคยเรียนรู้มา เคยเห็น และคิดว่าทำไมต่างชาติเค้าทำยังงั้นยังงี้ในการปลูกพืชต่างๆแค่นั้น อ่อ...เค้าทำแบบนี้เกษตรกรเค้าเลยชนะเกษตรกรบ้านเรา เพราะเค้าคิดตั้งแต่เรื่องวิธีการ วางแผนการปลูก ปลูกอะไร เมื่อไร  และปลูกยังไง แต่ผมไม่เคยรู้จักพืชหรือต้นไม่เลย ว่าเค้าเป็นยังไง และเมื่อไรต้องปฏิบัติอย่างไรต่อกัน  เคยปลูกจริงจังก็เมื่อตอนทำงานกับญี่ปุ่นคนนึงแล้วเค้าส่งไปอบรมปลูกหญ้า ครับปลูกหญ้า  พวกหญ้าสนามนี่แหละครับ สมัยนึงบ้านเราสร้างสนามกอล์ฟกันเป็นว่าเล่น
   “ฟายที่1” โค่นยางพาราขาย  เพราะต้องรอปีเป็นปีกว่าจะเปิดหน้ายาง กว่าจะได้เงิน  
ในความคิดผมนะครับ โค่นขายเอาเงินมาต่อทุนก่อน ปลูกผักแบบลุงจันดีว่า 40-60 วันเอง
ข้อนี้ชาวบ้านแถวนั้น เม้ามอย กันอยู่เดือนกว่าๆเลยครับ ก็ยางเมื่อให้ผลมันอยู่กับเราเป็นสิบปี เค้าว่ากันว่าผมสติแตกเพราะเจอพิษเศรษฐกิจ
   “ฟายที่2”ในแปลงที่ผมปลูกแตงร้านผมวางระบบน้ำสปริงเกอร์ด้านบนแบบที่กล่าวข้างต้นไงครับ  ก็ไม่มีคนบอกนี่ว่า  เวลาพวกพืชพวกนี้เค้าออกดอกต้องฉีดยาฉีดโฮโมน แล้วห้ามให้น้ำจากด้านบน 55555 ไม่ “ฟาย” งานนี้แล้วไป “ฟาย” เมื่อไรล่ะครับ เดินลากสายยางให้น้ำลากกันจน บ่าเลือดแดงซิป ไม่แดงได้ไงล่ะครับสายยางรดน้ำไปก็ลากกันไป ดินโคลนติดสายยาง แล้วพอเรารดน้ำไปเปียกก็ รำคาญ ก็ถอดเสื้อสิครับ...ลุย..ลาก..ลุย  เม็ดหินเม็ดทรายติดสายยางเราก็จับพาดบ่าลุยลากไป ((เหมือนควายรึยังครับทีนี้)) 55555 เลือดซิปๆแสบนี่เอาเกษตรกรไทย....ข้าเข้าใจแล้ว  ช่วงนั้นผมออกแนว ประชดชีวิต ถอดเสื้อตากแดดตัวดำเหมือนควาย ลุยเอาลุยยยยยยยยย  ยังไม่ร้ายนะครับ เราไม่เข้าใจเอง แปลงอื่นและรอบหลังก็เลยแก้ไข ปัญหาแก้ได้ สู้ได้ครับ  แต่ที่ร้ายคืออ่านเอาในข้อต่อไปเลยครับ
   “ฟายที่3”.....พ่อค้าคนกลาง...
เรื่องแตงร้าน จำได้นะครับราคาแตงร้าน(แตงกวาทางใต้) พอผลผลิตออก เค้ามารับซื้อถึงสวนเลยครับเพราะแถวนั้นเค้าปลูกก่อนอยู่แล้ว เราก็ขายตามไปราคาแตงเหมือนกร๊าฟตลาดหุ้นนนนนน  แถมยังมีหลายเกรดอีก แตง1  แตง2 แตง3 โอ๊ววววววพระเจ้า  ช่วงนั้นในปีเดียวกันบางทีแตง1 อยู่ที่โลละ 10 บาท บางทีโลละแค่ 2 บาทเอง มันลงสุดๆขึ้นก็โด่งยังไงไม่รู้
เรื่องบวบนะครับราคาไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงแบบสุดขั่วนัก  แต่บวบผมมันหงิกงอ
เรื่องถั่วฝักยาวยอมแพ้ตั้งแต่รอบที่ 3 ครับสู้ไม่ไหวยอมเพราะต้องใช้ยามากจริงๆ
***ขอติดเรื่อง  ไว้ก่อนค่อยขยายความให้นะครับ***
-แตงกวา แตงร้าน ((แตงเปรี้ยว)) ใครเป็นคนทางใต้รู้จักดี
-เรื่องขวดM150 พิชิตบวบหอมบวบเหลี่ยม
-เรื่องเชลล์ไดท์ กำจัดปลวกกับถั่วฝักยาว
มาต่อเรื่องฟายที่3นี่นะครับ พ่อค้าคนกลาง  หลายคนยังไม่เคยมีประสบการณ์  เรียนรู้เค้า และพยายามรวมกลุ่มเกษตรกรในท้องถิ่นเดียวกันแล้วจัดระบบตลาด ระบบขายเองให้ได้นะครับ เพราะว่า......
จากวันนึงที่ผมและลุงจันดีผู้ซื่อสัตย์ของผมก็อยากเข้าภูเก็ตไปซื้อของกัน ตอนนั้นเราสร้างบ้านพักในที่สวนยางที่ตัดทิ้งขายไม้เพื่อปลูกผักปลูกแตง เราก็เลยอยากรับรู้ข่าวสารต่างๆ อยากมีทีวี ตู้เย็น แบบคนมีอันจะกินกันบ้างผลปรากฏว่าเข้าไปภูเก็ต  เจ้ารถคันเก่งที่ลูกน้องคืนมาให้ เสียซะเฉยๆเครื่องดับเลยต้องนอนค้างคืนเพื่อรอช่างซ่อมนอนโรงแรมเล็กๆแถวๆตลาดเกษตรภูเก็ต เลยหาเรื่องเที่ยวตลาดเกษตร.เลยถึงบางอ้อ...แค้นมาก
   ไม่แค้นได้ไงครับ เราก็ 1 ในอโยธยา ในเรื่องวงการก่อสร้าง มาเสียที พ่อค้าคนกลางรับซื้อแตงพืชผักสดส่งตลาดภูเก็ต....จริงๆแล้วตลาดผักภูเก็ตไม่ได้อยู่ที่ตลาดเกษตรนะครับ
มันชื่อตลาดดาวน์ทาวน์  อยู่ตรงข้ามตลาดสดเทศบาลภูเก็ต ติดกับสำนักงานการบินไทยสาขาภูเก็ต  อ้าววววววว.....ได้ข้อมูลจากมอไซด์รับจ้างเลยเหมาให้เค้าพาไป  เดินเที่ยวๆเห็นเป็นลานโล่งๆยังไม่มีอะไรตกลงคืนนั้นมอไซด์รับจ้างคนนั้นโดนเหมาเป็นเพื่อนผมกะลุงจันดี ด้วยนิสัยเค้าและความเป็นคนซื่อๆประสาคนใต้ พูดจากห้วนๆ แถมมีเสียง แย่เม็ดๆ เกือบทุกคำ กะหัวด กร๊ากกกกกกกกกกกกกก สมัยนั้นผมยังไม่คุ้นนนนนน((ผวนเอาเองนะครับ)) เลยนั่งกินนั่งดื่มกันเพื่อรอตลาดเริ่มจากแดดร่มลมตก  จนถึงค่ำๆ รถราเริ่มติดตามข้างถนนหน้าตลาดเริ่มมีการวางของ พืชผัก ของสดพืชไร่  ภูเก็ตนี่ตลาดไม่ใหญ่นะครับ แต่กำลังซื้อสูงมากๆ
และแล้ว...รถคันนึงคุ้นๆบรรทุกแตงกวา บวบ และถั่วฝักยาว มาเต็มรถ เจ้าพ่อค้าคนกลางของเรานี่เอง ผมเริ่มจับตาดู เค้าทำอะไร อย่างไร ที่ไหนบ้าง
โอ้ยยยยยย......แตงกวา 20 กว่าบาท  บวบ 15 บาท ถั่วฝักยาว 18 บาท....อะไรกันนี่เราได้ไม่เกิน 10 บาทเลยสักอย่าง
เท่านั้นยังไม่พอ เช้ามอไซด์รับจ้างเจ้าเดิมมารับที่โรงแรมพร้อมเพื่อนอีก 1 คันเพื่อพาไปสำรวจตลาด
ต๊ายยยยยยยอยากกลายเป็นตุ๊ดดดดดดด  ไม่มีอะไรต่ำกว่า 30 บาทเลยบนแผงในตลาดสดเทศบาล
สรุปได้ว่า....พ่อค้าคนกลาง....แผงผักตลาดผัก...แผงผักตลาดเทศบาล  ฆ่าใครทิ้งดี   ตอนนั้นคิดได้แค่เพลง....ก็มีแต่ ควายๆๆๆเท่านั้น
มาม่า บลูย์ ควายเท่านั้น buffalo only Mama blue


รอฟังตอน 5,6,7-2xx
บันทึกการเข้า
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #27 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2012, 05:20:04 PM »

ต้องขอโทษด้วยนะครับอาจจะต้องรออ่านบ้าง เพราะจริงๆอยากจะมาลงเรื่องตอนเดือนมกราคม 2556 กะจะค่อยๆรวบรวมเรื่องราวแต่..กลัวบางอย่างจะไม่ทันกาล เลยเอาประสพการณ์ชีวิตกะฟองสบู่ และชีวิตมุมมองเมื่ออายุมากขึ้นมาแชร์ก่อนน่ะครับเผื่อเป็นแรงดัน หรือทำให้พี่ๆน้องๆหลายๆคนมีมุมมองนอกกรอบครับ และขอขอบคุณที่สนใจกันนะครับ สำหรับผู้ร่วมชะตากรรมในยุคสมัยนั้นก็อาจจะได้มีเรื่องคนแก่คุยกันน่ะครับ ตามคติพจน์คนแก่...ชอบของขม ดูโนมสาว เล่าเรื่อง ลามก เอ้ยยยยยยย...ชอบของขม ชมเด็กสาว เล่าแต่เรื่องอดีตตตต ฮ่าๆๆๆ
แล้วก็ยังเรื่องราวของหลายๆคนในนี้ที่ทำให้ได้รับอธิพล  "บ้าพลัง" ไปด้วย
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=76991.0 การปลูกสตรอเบอรี่ ฉบับเมืองน่าน
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=36844.0 ป่าสวนขนุน...(ถมทะเลสาบมาทำสวน...บ้าก็บ้าว่ะ)
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=58381.0 ปลูกพริกไม่รวย.....มาช่วยกันหน่อย...ทำอย่างไร...
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=50207.0 กลับมาเป็นเถ้าแก่ที่บ้านเกิดกันเถอะ
และอีกหลายท่านนะครับ และอีกหลายคนในนี้ที่ผมคิดว่าเคยรู้จักตัวจริงท่านกันมาแล้วสมัยอยู่ภูเก็ต เช่นลุงต้า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 06, 2012, 08:17:53 AM โดย tapeworm » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #28 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2012, 06:06:22 PM »

การต่อสู้  มนุษย์จะต่อต้าน และต่อสู้เมื่อโดนเอาเปรียบ  ลังเล
   การที่โดนพ่อค้าเอาเปรียบในครั้งนั้น  ทำให้หยิบยืมรถบรรทุก 6 ล้อมาจากเพื่อน แล้วเริ่มเป็นพ่อค้าด้วยการโทรไปหาแม่ค้าแผงผักในภูเก็ตในวันที่รถมาถึงพังงา  ทำให้รู้ถึงสัจจธรรมการเป็นพ่อค้าคนกลาง
   ทุนน้อย ไม่ค่อยได้ทำอะไร ขยันโทรๆๆ คุยกับคนที่เราจะค้าขายด้วยเท่านั้น ใช้เวลาวันแรก 1 ชั่วโมงผลที่ได้คือ ยอดของแตงร้าน บวบ และถั่วฝักยาว ที่ต้องส่งเข้าภูเก็ต 10 ตัน (นี่เฉพาะเจ้าที่เค้าคุยกับเรานะครับ)ก็สวนเรามันผลิดได้สูงสุดก็วันนึง 3 ตันกว่าๆ แต่ตัวเลขสิมันทำให้เราต้องทุบตลาดให้ได้ ในตอนนั้นผักที่ส่งไปภูเก็ตนี่จะไปจาก นครศรีธรรมราช กับอีกแหล่งคือแถวๆราชบุรี จังหวัดใกล้เคียงภูเก็ตมีน้อยมาก ป้อนตลาดในจังหวัดตัวเองเช่นกระบี่หรือพังงาเองก็แทบไม่พอแล้ว 
เราอยู่พังงาใกล้ ตัดตอนการขนส่งย่นระยะทางไปได้มาก การสูญเสียน้อย แถมคุยได้เต็มปากเรื่องความสด ส่วนต่างหลังตัดพ่อค้าคนกลางไปบางส่วน โดยเสี่ยงเอาตัวเข้าแลก อย่ามองข้ามเรื่องความปลอดภัยเชียวนะครับ ตลาดผัก  เห็นฆ่ากันถึงตาย หรือมาข่มขู่กันมาแล้วนะครับ
รถปิคอับ  1 คัน แบกบรรทุกได้ไม่เกิน 2 ตันในระยะทางแบบนี้
รถ 6 ล้อ 1 คัน ได้ไม่เกิน 5 ตัน
ด้วยการบรรจุ และการจัดวางครับ เปลืองพื้นที่ และไม่สามารถวางซ้อนกันไปได้มากเรื่องน้ำหนักกดทับตัวเองอีก อะไรที่อยู่ข้างล่างก็จะเสียหายได้
บ่ายของวันเดียวกันที่ติดต่อแผงผักนัดแนะกันเรียบร้อย ผมไปจัดการอีก 2 เรื่อง
เรื่องแรก หาแปลงผักแปลงอื่นๆ รวบรวมให้ได้ออร์เดอร์
เรื่องที่สอง หาว่าจ้างรถ 6 ล้อ
ทำไปทำไม เพื่ออะไรเหรอครับ ราคา ส่วนต่าง และอำนาจการต่อรองไงครับ  ส่วนต่างโดยเฉลี่ย 10 บ./กก นั่นคือกำไร วันนึงทุบตลาดได้ 10 ตัน ก็ 10,000x10=100,000.00 บ/วัน ไม่รวมถึงผลิตผลในสวนเราเองด้วยนะครับ เพราะปกติก่อนนั้น ผมเคยขายได้ไม่เกิน 10 บ/กก แต่ตอนนี้ผมรวบรวมแล้วตั้งตัวเป็นพ่อค้าด้วย ผมได้ 20-25 โดยเฉลี่ยนะครับ เหลือเป็นส่วนของตำแหน่งพ่อค้าของผมอีกวันละแสนบวกลบ ที่บอกบวกลบนี่เพราะในเวลานั้น พ่อค้าคนกลางที่กวาดสินค้าเข้าภูเก็ตยังไม่ใช้วิธีตกเขียวเกษตรกร ผมทุบตั้งแต่สวน ตั้งราคาดึงดูดใจ ให้ขายกับเรา เราลดส่วนกำไรเราลง แชร์กัน และอีกข้อคือผมไม่เอาเปรียบทุกคน ในทุกๆวันราคาจะไม่เหมือนกันราคาพืชผักนี่ผันแปรยิ่งกว่าทอง ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 06, 2012, 08:19:31 AM โดย tapeworm » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
นายช่างเอ๋
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3361



« ตอบ #29 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2012, 07:13:43 PM »

ขึ้นหลังเสือ
   ไหนๆช่องว่างเอย ผลกำไรเอย และที่สำคัญช่วยเหลือเพื่อนๆเกษตรกรในละแวกเดียวกัน นี่แหละเป็นอีกสาเหตุที่ผมบอกว่า ชาวบ้านแถวนั้นเมาท์มอยเรื่องผมโค่นต้นยาง ไถที่ดินปลูกผัก ได้แค่เดือนกว่าๆ เพราะเมื่อผลผลิตผมออก ไม่นานที่โดนพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบ ผมทุบตลาด โดยก่อนหน้านี้เราก็คิดกันไม่มากหรอกครับผมกะลุงจันดี ที่ 10 กว่าไร่ที่ปรับกันปลูกหมุนเวียนให้มีผลผลิตป้อนพ่อค้าได้ต่อเนื่อง เลี้ยงกันไปสักพักรอให้ทุกอย่างกลับสู่ปกติ(ตอนนั้นผมพักเรื่องหนี้สินอีก 20 ล้านไปเลย)
   แล้วพอตัวเลขเป็นแสนต่อวันไม่ใช่เรื่องโม้นะครับ ลองคิดๆตามกันดูผมก็ไม่คิดเลยมันจะมากอะไรขนาดนั้น พอตัวเลขเกิดในสมอง ไอ้สมองนี่แหละครับมันก็คิดต่อ 100,000.00 x 30 x 12 =36,000,000.00  สามสิบหกล้าน
   สมองมันคิดไป ความละโมบเข้าสิง 555555555   ปีเดียวใช้หนี้ได้แถมมีเงินเหลืออีกเป็นสิบล้านตรงนี้หลายๆคนอาจจะงงนะครับ  หนี้ก็ต้องมีดอกเบี้ยสิ...ใช่แล้วครับแต่ยุคนั้นมีการเจรจาประนอมหนี้ แฮร์คัดกันด้วยเจ้าหนี้ก็ไม่มีใครอยากได้หนี้สูญ ไม่มีใครอยากให้ลูกหนี้หนีหรือตาย เกิดนวัตกรรมใหม่ในไทยอีก ได้น้อยลง(ในส่วนกำไร)ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
ทำยังไงล่ะรวยๆๆๆๆแน่ๆ ปรึกษาลุงจันดี ตัวต้นความคิด ผู้มาจากกระดูกสันหลังรุ่นโบราณของประเทศ แกตอบว่า “นายรวยลุงก็ยังเกาะนายอยู่แบบนี้แหละ”.......เวร....ให้ความเชื่อมั่นขึ้นเยอะเลย เลยนั่งกินเหล้า(ตอนนั้นยังดื่มครับ)และคุยกันถึงการทำเกษตรแถวๆบ้านลุงจันดี “โอ้ยไม่ต้องลงทุนอะไรมากเลยนาย  พอถึงเวลาเค้าก็เอาเครื่องสูบน้ำมาให้ เอาพันธุ์ เอาปุ๋ย เอายามาให้ เก็บเกี่ยวเค้าก็มารับไป จ่ายตังจบ....”
   อะไรมันง่ายขนาดนั้น สมองคิดไปในทันทีถึงคำว่า “ตกเขียวเกษตรกร” อ่อ...แบบนี้เองเสร็จเราเงินก็พอมีจากการทำเกษตรมั่งแล้วในช่วงนั้น ผมลงทุนเลยสั่งซื้อปั๊มน้ำ เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ทุกอย่างที่เราใช้เราต้องทำ แล้วคุยกับเกษตรอำเภอ (ช่วงนั้นเริ่มดังครับ เรื่องทำแปลงผักบ้าๆบอๆไม่เหมือนชาวบ้าน ปลูกก็พืชผักที่ชาวบ้านปลูกแหละครับ แต่วิธี่ที่เราทำที่กล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้แปลกไม่เหมือนใคร มันจะกางมุ้งก็ไม่กาง โดยผมเรียกว่ากางแปลง เราไม่ใช้ค้างแบบคนอื่นยุคนั้นแปลกในสายตาชาวบ้านครับ แต่สำหรับผมเค้าแค่ไม่มีโอกาสไปเห็นอะไรมาแบบเรา และเค้าคิดว่าเราทำแบบนี้ต้นทุนสูง)
   ช่วงนั้นเกษตรอำเภอได้ยินจากชาวบ้านก็มาดูๆของเรา แวะมาคุยด้วยบ้าง ถ่ายรูปบ้าง โดยผมไม่รู้เลยเอาไปทำอะไร แต่ก็คิดแง่ดีว่าเค้าสนใจ เลยเอาตรงนี้มาเข้าสู่ระบบผลประโยชน์ต่างตอบแทน เกษตรระดมคนมา ผมลงทุนระบุว่าใครปลูกอะไร ผลงานเค้าเอาไป ตลาดผมครอง
แต่ผมไม่ตกเขียวเอาเปรียบเพราะเคยโดนเอาเปรียบแบบ “พ่อค้าคนกลาง”แล้วมาทำบ้างไม่ใช่เราแน่นอน จากคิดตัวเลขไว้กำไรจากการค้าวันละแสน ผมกำหนดตัวเองไว้แค่ 50% หรือไม่เกิน ห้าหมื่น คิดง่ายๆลดลงครึ่งนึงและถ้าผมชำระหนี้ของผมก็แค่ 2 ปี ช่วงนั้นการชำระหนี้ยากครับ มั่วกันไปหมดเจ้าหนี้หายก็มี เจ้าหนี้ล้มก็มาก ถ้าผมใช้หนี้ได้ด้วยการปลูกผักและสร้างระบบตลาดได้เป็นเรื่องแปลกแต่มันเป็นไปเกือบได้แล้ว ตอนนั้นขึ้นหลังเสือเรียบร้อย ผักจากตลาดหัวอิฐ นครศรีธรรมราชตีผมไม่แตก ราชบุรีไม่ต้องพูดถึง เปลี่ยนประเภทสินค้ามาภูเก็ตกันเป็นแถว
   เกษตรกรรายใดหรือพี่ๆน้องๆในเวปไม่เชื่อเรื่องตลาดพืชผักนะครับ ลองเข้าไปเมืองใหญ่ๆใกล้บ้านท่านดูมีอะไรที่ทำได้แล้วจาก 1 มันจะไป 2 และ 3 และ 4 โดยอัตโนมัติ  เพียงแต่เราไม่ทำกันเท่านั้น  ผมย้ำนะครับเราไม่ทำกันไม่ต่อยอดกันเอง  และเราตกเป็นเหยื่อของ “พ่อค้าคนกลาง” กันเอง
   ผมทำแปลงปลูกแตงปลูกบวบปลูกถั่วฝักยาว และหลังๆเล่นพริกขี้หนูสวนเลย แถวภูเก็ตราคาดีมากตลาดแย่งกันกับโรงงานเครื่องแกง ผมเคยปลูกส่งเค้า 80-150 บ/กก
โดยก่อนเริ่มผมมองโจทย์  อะไรที่ให้ผลตอบแทนเร็ว อะไรที่ในท้องถิ่นต้องการ อะไรที่จะทำให้เราลดช่องว่างราคา(บางทีก็ต้องเปลืองตัว เสียบเป็นพ่อค้าเอง) และดำรงมันไว้ให้รอบตัว สินค้ามีตลอด อะไรจะให้ลุยปลูกกันช่วงไหน
   แต่ผมลืมไปจริงๆธรรมชาติ บางช่วงแล้ง บางช่วงน้ำถ่วม บางช่วงโรคระบาดพืช และแมลงศัตรูสำคัญ
แล้วตอนนั้น ผมก็มีร้านขายปุ๋ย ขายยา ขายเครื่องมือการเกษตร เพราะต้องการราคาต้นทุนต่ำ เราต้องสั่งให้ได้ยอด จะสั่งให้ได้ยอด ต้องหาที่เก็บ อะไรมันตามกันมาอีกเยอะครับเลยต้องมีหน้าร้านไปโดยอัตโนมัติ แถมเป็นหัวหน้ากลุ่มเกษตรกรที่เป็นพ่อค้าต่อรองกับแม่ค้าตลาด แล้วเราก็ต้องใจถึงกับเพื่อนๆเกษตรกรแชร์กัน ไม่เอาเปรียบ เราอยู่ได้เค้าอยู่ได้ เท่ากับเรามีกองกำลัง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 06, 2012, 08:25:16 AM โดย tapeworm » บันทึกการเข้า

นายช่างเอ๋ "สวนเกษตรปากเสีย"
busakorn
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7


« ตอบ #30 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2012, 07:19:00 PM »

รอฟังต่อด้วยคนครับ
บันทึกการเข้า
mskh875
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #31 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2012, 08:39:58 PM »

ขอติดตาม และเป็นกำลังใจให้ครับ...

เป็นกระทู้แนวที่ผมยังไม่เคยอ่านเลย... น่าสนใจมากๆ...  อายจัง
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ... 233   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: