หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การกำหนดเกี่ยวข้าว  (อ่าน 2053 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
pratin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


« เมื่อ: ตุลาคม 29, 2012, 11:00:36 AM »

เพื่งจะปลูกข้าวเป็นครั้งที่สอง และปลูกข้าวนาปีเป็นครั้งแรก โยนกล้าปลูก 28 ก.ค.55 แต่กล้าหมด เลยเพาะใหม่  และโยนอีกครั้ง วันที่ 13 ส.ค.55 ขณะนี้ 29 ต.ค.55 ข้าวออกรวงหมดแล้ว ถามพ่อว่าจะกำหนดเกี่ยวเมื่อไร พ่อบอกว่า ก็ต้องดูว่าข้าวสุกดีหรือยัง แต่ในทางวิชาการบอกระยะพลับพลึง  ที่งงก็เพราะว่า   บางคนบอกว่าเริ่มนับตอนข้าวเริ่มออกรวง   บางคนบอกว่าเริ่มนับตอนข้าวออกรวงหมด และสงสัยต่อว่า  ที่ว่าออกรวงหมดนั้น หมายถึงทั้งแปลง หรือทั้งรวง  แต่ถ้าให้ดูตรงรวงข้าวว่าออกหมดหรือยัง  ผมก็คงดูไม่เป็นละครับ จึงสอบถามผู้มีประสบการณ์ช่วยไขข้อข้องใจด้วยครับ


Liked By: seri
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 29, 2012, 07:51:05 PM โดย pratin » บันทึกการเข้า

Kwanthong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 924


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2012, 09:08:11 AM »

อัพกระทู้ครับ
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7086


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2012, 07:29:13 PM »

อย่างนี้อย่าเพิ่งเกี่ยวครับ  (ยกเว้นเกี่ยวไปทำข้าวเม่า )


อย่างนี้ข้าวแก่ไม่พร้อมกัน  รออีกหน่อย



อย่างนี้เกี่ยวได้

บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 8981


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2012, 10:28:43 PM »





รูปของข้าวในระยะพลับพลึง หรือระยะที่เหมาะสมที่จะเกี่ยวข้าวครับ ถ้าปล่อยให้เมล็ดแก่หรือแห้งกว่านี้
เปอร์เซนต์ที่เมล็ดจะล่วงหล่นก็จะสูงขึ้นครับ ขึ้นอยู่ที่พันธุ์ข้าวด้วยว่าขั้วเหนียวมากน้อยต่างกัน

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
pratin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2012, 05:48:40 AM »





รูปของข้าวในระยะพลับพลึง หรือระยะที่เหมาะสมที่จะเกี่ยวข้าวครับ ถ้าปล่อยให้เมล็ดแก่หรือแห้งกว่านี้
เปอร์เซนต์ที่เมล็ดจะล่วงหล่นก็จะสูงขึ้นครับ ขึ้นอยู่ที่พันธุ์ข้าวด้วยว่าขั้วเหนียวมากน้อยต่างกัน

 ยิ้มเท่ห์

ผมอยากจะขอบคุณจริงๆ แต่ไม่รู้จะตอบตรงไหนเลยขอขอบคุณตรงนี้ละกันนะครับ  แล้วกด ตั้งกระทู้ (มือใหม่ต้องขออภัยด้วยครับ)
บันทึกการเข้า
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9263


เกษตรพอเพียง


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2012, 06:18:18 AM »

ให้ดูเมล็ดข้าวในรวงถ้าเหลืองสุกเกิน 97% เกี่ยวได้เลยครับ   การปล่อยไว้นานเกินไปจะทำให้ข้าวกรอบเมล็ดแก่จัดจะร่วงมากเวลาเกี่ยว  ต้นข้าวจะแห้งและหักงอล้มลงมาเกี่ยวยากอีก


ภาพ : ข้าวหอมมะลิ
บันทึกการเข้า

เดชอุดม
ราชมงคลสุรินทร์ 44 การประมง เกษตรกรรุ่นใหม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1372


อุบลราชธานี


« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2012, 06:57:42 AM »

ตอบหลายคนอยุ่นะครับ สาระดีๆทั้งนั้น แม้กระทั่งคุณฟ้าลิขิต   แต่ไหง ขอบคุณ คนเดียว เดี่วคนอื่นน้อยใจนะครับ... ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้


Liked By: konthain(นพ)
บันทึกการเข้า

เป็นเกษตรกรต้องอดทนและขยัน
konthain(นพ)
Administrators
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 8981


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2012, 07:50:53 AM »

เพิ่มเติม ไปเจอในเน็ตครับเอามาฝากให้อ่าน  ยิงฟันยิ้ม


การเก็บเกี่ยวระยะพลับพลึง



 วิธีการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อผลผลิต และคุณภาพของผลผลิตข้าวในแต่ละฤดู ผลของการจัดการตลอดช่วงฤดูการปลูกข้าวจะมีผลต่อคุณภาพและผลผลิตข้าวในที่สุด ราคาของข้าวเปลือกจากการซื้อขายผลผลิตข้าว นอกจากจะมีการพิจารณาตั้งแต่ความชื้นของข้าวเปลือก ลักษณะของเมล็ดได้แก่ สีเปลือก ขนาดเมล็ดเต็ม และสิ่งเจือปนต่างๆแล้ว คุณภาพการสีของข้าวเปลือกโดยคิดเป็นเปอร์เซนต์ของต้นข้าว ก็เป็นลักษณะที่ใช้กำหนดในการซื้อขายข้าวเช่นกัน เมื่อมีการจัดการที่ถูกต้องตลอดฤดูการปลูกข้าว ผลที่ได้ก็จะทำให้
        1. ได้ผลผลิตข้าวเต็มศักยภาพของแต่ละพันธุ์
        2.คุณภาพทางกายภาพ ได้แก่ สีเปลือก สีข้าวกล้อง ขนาดและรูปร่าง คุณสมบัติการหุงต้ม ตรงตามพันธุ์
        3.คุณภาพการสี ของข้าวเปลือก ได้ปริมาณข้าวเต็มเมล็ดมาก
สุดท้ายการเก็บเกี่ยวในระยะเวลาที่ถูกต้องและเหมะสม จะทำให้ได้ข้าวที่มีคุณภาพดี การเก็บเกี่ยวที่ระยะพลับพลึง เป็นระยะการเก็บเกี่ยวที่แนะนำ และเกษตรกรควรถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดถ้าต้องการให้ได้ผลผลิตข้าวที่ดีมีคุณภาพ และสามารถใช้เป็นข้อต่อรองให้ขายได้ราคาดี

        การเก็บเกี่ยวระยะพลับพลึง คือระยะการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวที่นับจากวันที่ข้าวออกดอกไปแล้ว 28-30 วัน และเก็บเกี่ยวในสภาพที่นาแห้ง หรืออย่างน้อยก็ไม่มีน้ำขังในนา
        ข้าวออกดอก วันที่ข้าวออกดอก พิจารณาจากวันที่รวงข้าวที่มีดอกบานเกือบเต็มพื้นที่ คือ 80 % ของพื้นที่ จึงบันทึกวันนั้นเป็นวันที่ข้าวออกดอก 

        วิธีการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าว
        1.การเตรียมตัวก่อนถึงวันเก็บเกี่ยวข้าว : เกษตรกรควรหมั่นเดินสำรวจแปลงนาตั้งแต่วันที่ข้าวออกดอก เพราะระยะนี้เป็นระยะที่ข้าวต้องได้รับการเอาใจใส่ทุกด้าน

            -ในนาต้องมีน้ำเพียงพอ
            -ไม่มีโรคแมลงรบกวน
            -ไม่ลงไปรบกวนในแปลงนาโดยไม่จำเป็น
            -หากเกิดปัญหาใดๆ ต้องรีบแก้ไข ไม่ทิ้งไว้จนเกิดอาการรุนแรง

        2.วางแผนการเก็บเกี่ยว : เมื่อทราบวันที่ข้าวออกดอก ให้วางแผนกำหนดวันที่จะเก็บเกี่ยว (หลังข้าวออกดอก 28-30 วัน) วิธีการเก็บเกี่ยว

            -ถ้าใช้แรงงานก็ต้องนัดแรงงานมาให้พร้อม
            -ถ้าใช้เครื่องจักรก็ต้องทำความสะอาดและดูแลเครื่องจักรให้พร้อมที่จะทำงานได้ในวันที่กำหนด

        3.ก่อนถึงวันเก็บเกี่ยว 10 วันถ้ายังคงมีน้ำอยู่ในนา ให้ระบายน้ำออกจากนาให้หมด เพื่อให้ข้าวสุกแก่สม่ำเสมอ แปลงนาที่แห้งจะสะดวกในการลงไปทำงาน ทั้งการเก็บเกี่ยวด้วยแรงงานคน และเครื่องจักร

        4.กำหนดวันที่เก็บเกี่ยว ถ้าสามารถรับฟังการพยากรณ์อากาศได้ หากคาดว่าจะมีฝนตกในช่วงวันเก็บเกี่ยว อาจทำการเก็บเกี่ยวก่อน หรือหลังวันที่กำหนดได้ แต่ควรมีแผนการขนย้ายผลผลิต หรือการเก็บผลผลิตไว้ในยุ้งฉาง ในสภาพที่แห้ง

        การลดความชื้นผลผลิตข้าว
        หลังการเก็บเกี่ยว การนวดผลผลิตข้าว และทำความสะอาดโดยการฝัดแล้ว ยังไม่สามารถเก็บรักษาเมล็ดข้าวที่มีความชื้นสูงไว้ในโรงเก็บได้ เพราะเมล็ดมีการหายใจทำให้เกิดความร้อน จะทำให้เกิดเชื้อราเข้าทำลาย ควรลดความชื้นในเมล็ดก่อนเก็บ โดย

        1.การตากข้าวบนลานตาก

            -ตากเมล็ดข้าวบนลานที่ทำความสะอาดแล้ว
            -ไม่ควรตากบนพื้นซีเมนต์หรือพื้นถนนโดยตรง เพราะเมล็ดอาจได้รับความร้อนสูงเกินไป
            -ควรปูพื้นด้วยผ้าใบหรือเสื่อสานด้วยไม้ไผ่
            -ความหนาของกองที่ตาก ประมาณ 5 -10 เซนติเมตร ไม่ควรหนาหรือบางเกินไป
            -ควรมีวัสดุคลุมกองข้าวเพื่อป้องกันน้ำค้างหรือฝน
            -ระยะเวลาการตากข้าวประมาณ 2-3 แดด ไม่ควรตากนานเกินไป

        2.การลดความชื้นโดยใช้เครื่องจักร

            -ต้องมีความรู้ความเข้าใจการใช้เครื่องจักรเป็นอย่างดี
            -วัตถุประสงค์ของการลดความชื้นเมล็ดเพื่อเก็บเป็นเมล็ดพันธุ์ต้องมีความระมัดระวังไม่ให้อุณหภูมิของเครื่องลดความชื้นจนมีผลต่อความงอกของเมล็ด
            -ควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติจะคุ้มหรือไม่

        ****ความชื้นของข้าวเปลือกที่เก็บทั่วไป ความชื้นไม่ควรสูงเกิน 14 % และถ้าเป็นเมล็ดพันธุ์ความชื้นไม่ควรเกิน 12 %****


ที่มา:http://cbr-rsc.ricethailand.go.th/famer_09.htm

 ยิ้มเท่ห์


Liked By: worawit6311, teepagon
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7086


« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2012, 10:49:44 AM »

ตอนที่ผมทำนา(เคยเหมือนกันนะ จะบอกให้)
ทานข้าวมื้อเช้าเสร็จ  เกี่ยวข้าวจนถึงประมาณ 5 โมงเย็น มีการพักรับประทานอาหารเที่ยง
หรือเอนกายงีบหลับไปบ้างเป็นบางครั้ง  และไปย้ายควายที่ล่ามไว้เป็นครั้งคราว

หยุดเกี่ยวข้าวแล้วไปหาอาหาร เช่นทอดแห หาปลาตามแปลงนาที่น้ำกำลังจะแห้ง  หากบหาเขียด
ไำปหาฟืนมาก่อไฟ ทำกับข้าวและรับประทานอาหาร
กลางคืน  นอน ดูดาว รู้จักดาวลูกไก่ ดาวไถ ฯ  ดูเวลาจากดาวลูกไก่  แต่มันจะสูงขึ้นเรื่อยๆนะครับ
กล่าวคือ ตอนต้นฤดูเก็บเี่กี่ยวตอนหัวค่ำ มันจะอยูที่ขอบฟ้าด้านตะวันออก 
พอตอนกลาง-ปลายฤดูเก็บเกี่ยว ในตอนหัวค่ำจะเห็นมันจะสูงขึ้นกว่าเดิม

ตอนเช้าไปมัดข้าวที่เกี่ยวและตากไว้ที่แปลงนา จนถึงเวลาทานอาหารเช้า
ทานอาหารเช้าเสร็จ บางคนก็เกี่ยวข้าว บางคนก็ไปขนมัดข้าวมากองไว้ที่ลาน
ยังไม่นวด  ถ้าเกี่ยวยังไม่เสร็จ  ก่อนนวดก็ต้องทำพิธีซึ่งผมก็ไม่รู้เรื่อง เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่

หน้าเกี่ยวข้าว ต้องไปนอนที่นา และต้องเลี้ยงไก่้ไว้ และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือต้องทำสาโทไว้ด้วย
ช่วงที่นวดข้าว  วันดีคืนดีอาจจะมีคนแอบมาตอนกลางคืน(เป็นกลุ่มใหญ่)มาช่วยนวดข้าว
เจ้าของนาก็ต้องจัดหาข้าวปลาอาหารมาเลี้ยง  ซึ่งก็คือไก่และสาโทนั่นแหละครับ (ไม่ต้องเสียเงินซื้อ)
แต่ต้องระวัง ซ่อนไว้ให้ดี  อาจจะมีตำรวจที่รู้แกวมาค้นเป็นบางครั้ง

หลังจากนวดข้าวเสร็จเรียบร้อย  จึงจะขนข้าวไปเก็บในยุ้งฉางต่อไปโดยใช้เกวียน
ต้องไปขอไหว้วานคนที่มีเกวียนให้มาช่วย และไหว้วานเพื่อนบ้านมาขนจากเกวียนขึ้นยุ้งฉาง
ไม่ต้องจ้าง  แต่เลี้ยงอาหาร เช่น ลาบไก่ ไก่ต้มข่า

ปัจจุบันนี้  เกี่ยวข้าวเสร็จในแต่วัน ตาก วันรุ่งขึ้นก็มัด ขนมานวด และทยอยขนมาเก็บในยุ้ง
ไม่ต้องทำลาน แต่ใช้ผ้าเต๊นท์หรือผ้าพลาสติกปูแทนการทำลาน
การไหว้วานให้เพื่อนบ้านมาช่วยฟรี หรือการลงแขก  ไม่มีอีกแล้ว  ต้องจ้างวันละ 200-300 บาท
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: