หน้า: 1 ... 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 [54] 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 ... 87   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สวนขี้คร้าน ห้องทดลองขนาดย่อม - โครงสร้างเติมน้ำใต้ดิน  (อ่าน 905927 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
kwanbanna
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2753


« ตอบ #848 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2013, 08:51:13 PM »

โฮ ทั่นนพ ปาดหน้าได้ไงเนี่ย
แล้วพี่จะเอาหน้าไว้ไหน  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม โกรธ โกรธ
สรุปนะ น้องนพตอบหมดแล้ว  หากพี่แขกคิดได้นอกเหนือจากนี้จะส่งมาให้ใหม่ (ลีลาเยอะ)
เพิ่งรู้ว่าเมล็ดมะค่าโมงกินได้  สงสัยต้องลอง
อ้อ กะบกนี่ต้องขยายพันธุ์ให้ได้เลยเชียว
เมล็ดคั่วหอมอร่อยมัน  แต่ทานเยอะแล้วเลี่ยนถึงขั้นมึนหัวได้(เราเป็นนะค นอื่นไม่แน่ใจ)
ไปดีกว่า...
ไปหา ไม้ผล ทนแล้ง.... ยิงฟันยิ้ม ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ


[teerapan] - เรื่องความเร็วพี่แขกไม่เป็นสองรองใครหรอก  พี่แขกเข้ามาตอบก่อน แต่โดนพี่ nine แซงทางโค้งไปนิดนึง ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 25, 2013, 09:00:48 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

lookpu99
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1742


« ตอบ #849 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2013, 08:18:57 AM »

มาเก็บความรู้ พร้อมแวะเยี่ยม
ปูไม่ได้เข้าสวนสองเดือนละ
มีความจำเป็นทำให้เข้าสวนไม่ได้ โดนคนแปลกหน้ามาคุกคาม มาตีสนิทและทำตัวเป็นเจ้าของสวน
คนกรุงเริ่มเซ็งคนเพชร ทำไมเราเจอแต่คนแปลกๆ เคสแปลกๆ
เลยหยุดทุกอย่างสิ่ง พิจารณาว่า เราทำอะไรหละ หลวมหรือพลาดไป
หรือเป็นเพราะเราเป็นผู้หญิงไปคนเดียว สับสน

[teerapan] - เอาใจช่วยนะครับพี่ปู  ค่อยๆ แก้ไปทีละเรื่องครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 25, 2013, 09:01:55 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
กัญจน์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11266


« ตอบ #850 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2013, 04:34:55 PM »

สวัสดีครับท่านธี สวนลุงนิลเป็นอีกหนึ่งจุดที่ผมพาครอบครัวไปสร้างแรงบันดาลใจ





[teerapan] - ขอบคุณครับพี่กัญจน์  เดี๋ยวอีกไม่ถึงสัปดาห์ผมก็จะได้ไปเห็นด้วยตาตัวเองแล้วครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 30, 2013, 05:47:12 AM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #851 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2013, 09:15:54 PM »

เอารูปผลไม้บางส่วนมาแชร์ให้ชมครับ  เริ่มที่ต้นมะกอก ใกล้ๆ กันจะเป็นต้นถั่วมะแฮะ


ต้นหนามแดง หรือต้นมะม่วงหาว


ต้นฝรั่ง


ต้นมะพร้าว


ต้นมะเดื่อ


ต้นน้อยหน่า


ต้นหว้า


ต้นสมอพิเภก


ต้นเชอร์รี่หวาน


ต้นละมุด


ต้นมะเฟือง


ต้นกระท้อน


บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
zin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1542


« ตอบ #852 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2013, 12:31:02 AM »

ขอแนะนำ.....
ตูมกา,ประ,ขี้กาแดง,ชุมแสง,พันชาด,มะกล่าตาหนู,สะลัดไดป่า,ตาตุ่ม,โพทะเล,โหรา,เลี่ยน,กระเบาใหญ่,และล่าสุด"ใบระบาด" ฯลฯ พืชพันธุ์เหล่านั้ล้วนทนแล้งยิ่ง

อกหักพลาดรัก การเงินตกอับ ปมเงื่อนไม่อาจคลี่คลาย ซึมเศร้ายาวนาน ลำคาญในการมีชีวิตสืบไป
ปลูกพืชพันธุ์พวกนี้ ขอรับรองว่าไม่สร้างความผิดหวังให้ สืบเสาะหามาปลูกเถอะ  ยิ้มกว้างๆ แลบลิ้น ยิ้ม

[teerapan] - ขอบคุณครับท่านพี่ zin มีต้นที่ไม่รู้จักหลายต้นเลยทีเดียว  แต่เห็นท่าน nine ทักแล้วเลยไม่เอาไปใส่ใน list ดีกว่า  ยิ้มกว้างๆ ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 27, 2013, 10:23:34 AM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
siripan1112
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 445


« ตอบ #853 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2013, 02:06:50 AM »

เป็นการปลูกที่เลียนแบบการเกิดและเติบโตตามธรรมชาติได้เนียนจริงๆครับ

[teerapan] - ขอถือว่าเป็นคำชมนะ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 26, 2013, 09:39:42 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #854 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2013, 11:23:53 AM »

เป็นการปลูกที่เลียนแบบการเกิดและเติบโตตามธรรมชาติไดเนียนจริงๆครับ

+ 1 เนียนจริงๆ ไม่ต้องเสียแรงแบบบ้านสวนผมเลย  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
ขอบคุณอีกครั้งครับสำหรับคำทักท้วงเพื่อไม่ให้เพื่อนสมาชิกที่เห็นผ่านตาเข้าใจผิดไปมากกว่านี้  โกรธ
พร้อมรับคำทักท้วงเสมอ เพราะผมเชื่อว่า
"ไม่รักกันจริง ไม่ทักท้วงกันหรอก" ครับผม  ยิ้มเท่ห์

[teerapan] -  จุ๊ๆ น้อง nomadic พูดว่ารักกันมันอันตรายนะ อาจารย์ยุทธท่านแวะมาบ่อยๆ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 26, 2013, 09:42:35 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
josave69
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2633



« ตอบ #855 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2013, 06:15:06 PM »

อาจารย์คับ ช่วยหาข้อมูลให้หน่อยได้ไหมคับ ว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้ และเคยเกิดแบบนี้หรือไม่ และต่อไปจะเกิดอีกหรือไม่ มีผลกระทบอย่างไรและบ่งบอกถึงอะไรในอนาคต ในเหตุการณเหล่านี้ ในปีนี้ ลิ้นจี่สมุทรสาครไม่ออกลูก มะขามไม่ติดฝัก และมะเกลือออกลูกหรอมเหล็ม  ขอบคุณคับ ผมได้ข้อมูลมาแบบนี้ คิดว่าน่าจะมีอะไรซ่อนอยู่ใน วาระนี้

[teerapan] - ส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา  โดยปกติมีโอกาสที่ลิ้นจี่จะไม่ติดผลทุกปีเหมือนในต้นมะม่วงอยู่แล้ว  และอีกปัจจัยหนึ่งคือลิ้นจี่ต้องการอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่า 20 องศาเป็นระยะเวลานานพอจึงจะออกดอก หากอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่านั้นหน่อจะกลายเป็นกิ่งใบแทนที่จะเป็นดอก  ในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมาอุณหภูมิแถวสมุทรสงครามไม่เย็นเท่าไหร่  จึงไม่น่าแปลกใจที่จะไม่ออกดอก

ส่วนเรื่องมะขามนั้นที่สวนก็ติดฝักนะครับ เพียงแต่น้อยกว่าปกติเนื่องจากปีนี้ฝนไม่ทิ้งช่วง มาตกตอนมะขามออกดอก จึงร่วงไปค่อนข้างเยอะ ติดฝักน้อยลง  ปัญหาเดียวกันเกิดกับมะม่วงที่สวนในปีนี้ ฝนตกตอนมะม่วงออกดอก ทำให้เกิดราดำ ดอกร่วง ไม่ค่อยติดลูกมากเท่ากับปีก่อนหน้านั้น

ส่วนมะเกลือที่ปลูกไว้ต้นยังเล็กจึงไม่มีโอกาสได้สังเกตุครับ  โดยรวมๆ ผมคิดว่าสภาพอากาศเปลี่ยนไปจึงมีผลกับการออกของผลไม้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 27, 2013, 06:07:03 AM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
yudhapol
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1925


« ตอบ #856 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2013, 01:23:30 AM »

เป็นการปลูกที่เลียนแบบการเกิดและเติบโตตามธรรมชาติไดเนียนจริงๆครับ

+ 1 เนียนจริงๆ ไม่ต้องเสียแรงแบบบ้านสวนผมเลย  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
ขอบคุณอีกครั้งครับสำหรับคำทักท้วงเพื่อไม่ให้เพื่อนสมาชิกที่เห็นผ่านตาเข้าใจผิดไปมากกว่านี้  โกรธ
พร้อมรับคำทักท้วงเสมอ เพราะผมเชื่อว่า
"ไม่รักกันจริง ไม่ทักท้วงกันหรอก" ครับผม  ยิ้มเท่ห์

[teerapan] -  จุ๊ๆ น้อง nomadic พูดว่ารักกันมันอันตรายนะ อาจารย์ยุทธท่านแวะมาบ่อยๆ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม  

เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละครับที่ปลูกต้นไม้ต่างชนิดกันจะกลายพันธุ์เป็นชนิดเดียวกันทั้งป่าครับ.. ตกใจ ตกใจ

[teerapan] - ว่าแล้วเชียว  โกรธ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 27, 2013, 04:18:17 AM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
Pohmaled
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #857 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2013, 05:45:09 AM »

ผมยังไม่เคยไปสวนโมกข์ เจอแบบนี้แล้ว กลัวจะเหมือนแนวปะการังแดนใต้ ที่คนไปครั้งแรกยังบอก ไม่สวยเลย ลังเล ลังเล

http://www.isranews.org/

[Teerapan] - ทุกสิ่งล้วนแต่อนิจจัง เห็นจะมีแต่พระธรรมที่พระพุทธองค์ค้นพบที่คงอยู่มาหลายพันปีแต่ยังทันสมัยอยู่เสมอ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 27, 2013, 06:29:14 AM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
Nine.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1918


« ตอบ #858 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2013, 08:52:23 AM »

ขอแนะนำ.....
ตูมกา,ประ,ขี้กาแดง,ชุมแสง,พันชาด,มะกล่าตาหนู,สะลัดไดป่า,ตาตุ่ม,โพทะเล,โหรา,เลี่ยน,กระเบาใหญ่,และล่าสุด"ใบระบาด" ฯลฯ พืชพันธุ์เหล่านั้ล้วนทนแล้งยิ่ง

อกหักพลาดรัก การเงินตกอับ ปมเงื่อนไม่อาจคลี่คลาย ซึมเศร้ายาวนาน ลำคาญในการมีชีวิตสืบไป
ปลูกพืชพันธุ์พวกนี้ ขอรับรองว่าไม่สร้างความผิดหวังให้ สืบเสาะหามาปลูกเถอะ  ยิ้มกว้างๆ แลบลิ้น ยิ้ม

[teerapan] - ขอบคุณครับท่าพี่ zin มีต้นที่ไม่รู้จักหลายต้นเลยทีเดียว

เอ...ทิดครับ หากความจำผมยังพอจะทำหน้าที่ปกติ ผมว่าไม้พวกนี้หากเสพมันเข้าไป
เหมือนว่ามันจะเมาๆกว่าเหล้าน๊ะครับ(เมานานถึงนานมาก เมาลึกๆ เมาเป็นควันด้วย)
ยิงฟันยิ้ม

[teerapan] - ว่างั้นท่านพี่ zin ถึงบอกว่าถ้า "รำคาญในการมีชีวิตสืบไป" ให้ปลูกพืชพันธุ์พวกนี้แล้วจะไม่ผิดหวัง  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

ปล. อ่านข้อมูลเล่นๆ

ตูมกา : ทุกส่วนของต้น และเมล็ด มีอัลคาลอยด์ เมล็ดมีอัลคอลอย์สตริกนีน (strychnine) และ brucine  อัลคาลอยด์ strychnine เป็นสารมีพิษ มีฤทธิ์กระตุ้นประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดความรู้สึกไวกว่าปกติ กลืนลำบาก กล้ามเนื้อกระตุก เกร็ง กลืนลำบาก ขาสั่น ชักอย่างแรง หัวใจเต้นแรง ขากรรไกรแข็งและตายได้ ในกรณีไม่ตายพบว่ามีไข้ ตัวชา กล้ามเนื้อเกร็ง หัวใจเต้นเร็ว และเหงื่อออกมากติดต่อกันหลายวัน ขนาดรับประทาน 60-90 มิลลิกรัม ทำให้ตายได้

ขี้กาแดง : ผลทำให้ท้องเดินอย่างรุนแรง เมล็ดเป็นยาเบื่อที่มีฤทธิ์รุนแรงมาก ทำให้เสียชีวิตได้ง่าย แต่ส่วนอื่นเป็นยาสมุนไพรที่มีประโยชน์

พันชาด : เมล็ด ใบ เนื้อไม้ เปลือกไม้ ราก มีสารกลุ่ม alkaloids ได้แก่ cassaine, cassaidine, acetylcassaidine, erythrophleine, coumingine, ivorine, coumidine อาการเริ่มแรกของการรับประทานเมล็ดซากคือ อาเจียน ซึ่งอาการมักจะเกิดหลังจากรับประทานประมาณ 30 นาที-1 ชั่วโมง หลังจากนั้นจะมีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ หลังจากนั้นจะมีผลต่อระบบประสาทอาจเกิดจากพิษโดยตรง หรืออาจเกิดจากผลทางอ้อมที่หัวใจทำงานผิดปกติแล้วเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ และทำให้เสียชีวิตได้ ความเป็นพิษเกิดจากความเข้าใจผิดคิดว่าเมล็ดของพันซาดเป็นเมล็ดของไม้แดง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกันมาก แต่เมล็ดของไม้แดงจะเล็กกว่า

มะกล่ำตาหนู : เมล็ด มีสารกลุ่ม toxalbumin (abrin) ผู้ป่วยที่กลืนเมล็ดมะกล่ำตาหนูจะมีช่วงระยะแฝงหรือภาวะที่อาการพิษยังไม่แสดง(latent period) ระหว่าง 2-3 ชั่วโมง ถึง 2-3 วัน จากนั้นพิษของมะกล่ำตาหนูจะทำให้เกิดผลต่อระบบและอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย อาการพิษของมะกล่ำตาหนูจะมีความรุนแรงมากน้อยแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ขนาดรับประทาน สภาวะร่างกาย และอายุของผู้ได้รับสารพิษ อย่างไรก็ตาม หากคนไข้ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจทำให้เสียชีวิตได้

สะลัดไดป่า : น้ำยางสีขาว มีสารพวก deoxyphorbol เช่น euphorbin มี tetracyclic diterpene เป็นต้น
น้ำยางถ้าถูกผิวหนังจะคันแดงแสบ ถ้าเข้าตา ตาจะอักเสบ ถ้ารับประทานยางเป็นยาถ่ายอย่างแรง

ตาตุ่ม :  ยางจากต้น และสารจากต้น มีสาร  oxocarol, agalocol, isoagalocol ellagic acid, gallicacid
 ยาง หรือควันไฟจากการเผาไหม้ตาตุ่มทะเลเข้าตา จะทำให้ตาเจ็บ ถ้ามากอาจทำให้ตาบอดได้ถ้าหอยปูไปเกาะไม้ตาตุ่ม เมื่อนำมารับประทานจะทำให้เกิดอาการพิษ ท้องเสียอย่างรุนแรง อาเจียน

โพทะเล : ยางจากต้น เปลือกถ้าเข้าตาทำให้ตาบอดได้ เปลือกมีฤทธิ์ทำให้อาเจียน

โหรา : เหง้า กินเข้าไปทำให้ประสาท หลอน; ใช้เป็นยาฆ่าแมลง

กระเบาใหญ่ : ใบ และเมล็ดเป็นพิษ มีสาร cyanogenetic glycoside เช่นเดียวกับมันสำปะหลังดิบ ถ้ารับประทานดิบจะทำให้เกิดการคลื่นไส้ อาเจียน กล้ามเนื้อทำงานไม่สัมพันธ์กันหายใจขัด กล้ามเนื้ออ่อนเพลีย ชักกระตุก หมดสติ

ใบระบาด : เมล็ด มีสารพิษ : agglutinin, butyric acid, g-amino, erysodine, erysopine, erythraline, erythratidine, erythratine, d-acetyl-ornithine ถ้ารับประทานเมล็ดเข้าไป ทำให้คลุ้มคลั่ง คล้ายวิกลจริต

... อย่างไรก็ตามพืชหลายชนิดนี้บางชนิดมีส่วนอื่นที่ไม่เป็นพิษ รับประทานได้ และหลายชนิดถูกนำมาใช้เป็นยารักษา มีประโยชน์หากใช้ในปริมาณที่ควมคุมโดยแพทย์  เรายังพบพืชมีพิษอีกหลายชนิดที่ถูกใช้เป็นยารักษาโรคด้วยคุณสมบัติเป็นพิษของมัน

...แต่..เพื่อนๆ ที่ไม่อยากเสี่ยง..เชื่อท่าน nine จะดีกว่า ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 27, 2013, 10:24:11 AM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

.....ศรัทธา คือ เหตุผล.....
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 756


« ตอบ #859 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2013, 10:27:00 AM »

เป็นการปลูกที่เลียนแบบการเกิดและเติบโตตามธรรมชาติไดเนียนจริงๆครับ

+ 1 เนียนจริงๆ ไม่ต้องเสียแรงแบบบ้านสวนผมเลย  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
ขอบคุณอีกครั้งครับสำหรับคำทักท้วงเพื่อไม่ให้เพื่อนสมาชิกที่เห็นผ่านตาเข้าใจผิดไปมากกว่านี้  โกรธ
พร้อมรับคำทักท้วงเสมอ เพราะผมเชื่อว่า
"ไม่รักกันจริง ไม่ทักท้วงกันหรอก" ครับผม  ยิ้มเท่ห์

[teerapan] -  จุ๊ๆ น้อง nomadic พูดว่ารักกันมันอันตรายนะ อาจารย์ยุทธท่านแวะมาบ่อยๆ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม  

เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละครับที่ปลูกต้นไม้ต่างชนิดกันจะกลายพันธุ์เป็นชนิดเดียวกันทั้งป่าครับ.. ตกใจ ตกใจ

[teerapan] - ว่าแล้วเชียว  โกรธ


ขอโต๊ดค๊าบบบบบบบ  จุมพิต จุมพิต

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 27, 2013, 11:18:37 AM โดย nomadic_man » บันทึกการเข้า
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #860 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2013, 09:59:43 PM »

วันนี้ขอพาย้อนไปดูภาพตอนขุด swale ใหม่ๆ เมื่อปีที่แล้ว (2555) ตอนฝนตกหนักๆ swale หมายเลข 3 จะมีดินเป็นดินเหนียวจึงดักน้ำไว้ในร่องได้ดี  น้ำจะเป็นสีดินเนื่องจากมีการกัดเซาะตะกอนลงมาในร่องเยอะมาก  เป็นอย่างนี้อยู่หลายเดือน


สภาพของ swale เดียวกันในเดือนสิงหาคม 2556 หนึงปีถัดมา  ยังคงมีน้ำขัง แต่มีแหนแดงเติบโตเต็มไปหมด  ไม่รู้ว่าส่งไปประกวดกับแหนแดงในนาของพี่แขกได้หรือไม่  ยิ้ม


หากมองใกล้ๆ จะเห็นว่าน้ำใส  ไม่มีตะกอนดินที่ถูกพัดพามาแล้ว  น้ำออกจะเป็นสีชาอ่อนๆ เนื่องจากมีใบไม้เน่าเปื่อยอยู่ในร่อง swale พอจะไม่ค่อยมีตะกอนดินลอยในน้ำ  แหนแดงก็ได้อาหารไม่ค่อยพอจึงเริ่มเป็นสีออกแดงบ้างเป็นบางแห่ง


แมงปอมาเกาะตามพืชชายน้ำในร่อง swale เพื่อวางไข่


บนเนินดินเหนือ swale ปกคลุมไปด้วยวัชพืช  ส่วนต้นกระถินเทพาอายุ 1 ปีเติบโตได้ดีบนเนินเดียวกัน


ไผ่กิมซุงจากอาจารย์ตั้ม  ปลูกก่อนถึง swale ไม่เคยรดน้ำ ไม่เคยใส่ปุ๋ย รอดแล้งปีที่แล้วมาได้แบบสบายๆ ปีนี้เริ่มแทงลำขึ้นมาบ้างแล้ว


ต้นเพกา 3-4  ต้นนี้งอกเองตามธรรมชาติอยู่บริเวณ swale อีกแห่งหนึ่ง  อายุปีเดียวจะออกฝักแล้วทั้งๆ ที่ต้นยังไม่สูงเท่าไหร่


ธรรมชาติรอบๆ swale กำลังเปลี่ยนไป  เป็นอีกหนึ่งบริเวณที่ผมเลือกเป็นทำเลปลูกผลไม้ เนื่องจากต้นไม้ที่ทดลองปลูกในบริเวณนี้มีอัตราการรอดสูง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 27, 2013, 10:13:33 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
หน่อย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3400

-->กะซางมัน<--


« ตอบ #861 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2013, 11:30:07 AM »

เข้ามาเยี่ยมค่ะ

ต้นเพกางามมากค่ะ คุณที
ขอถามนิดนึง สวน 1 ไร่หน่อย สามารถทำ Swale ได้ไหมคะ
ถ้าได้ทำจากส่วนไหนดี




ขอบคุณค่ะ

[teerapan] - เพกาที่เห็นว่างามเป็นประมาณ 3 ต้นขึ้นอยู่ใกล้ๆ กันมากครับ  ส่วนเรื่อง swale นั้นต้องสังเกตุจากการไหลของน้ำ run off เวลาฝนตก  หากที่ดินไม่ราบมากๆ ก็จะพอทำ swale ได้  ส่วนแนวการขุดต้องลองวัดระดับน้ำดูว่าลักษณะแนวเส้นระดับอยู่ไหน  เราไม่ได้กำหนดว่า swale อยู่ไหน  ธรรมชาติชองที่ดินจะเปิดเผยตำแหน่งให้เราเองว่าตรงไหนจะสามารถสร้าง swale ได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 28, 2013, 10:23:57 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

Never Never Never
Give-up!!
หน่อย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3400

-->กะซางมัน<--


« ตอบ #862 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2013, 11:20:42 PM »

คือ..อย่างนี้ค่ะ คุณที

ท้าวความถึงที่หน่อย เมื่อก่อนเป็นทุ่งนาด้านหน้าเป็นทางลาดคอนกีต
เมื่อก่อนเพื่อนบ้านที่ตรงข้ามซึ่งเป็นทุ่งนา เขาจะสูงกว่า และเขาไม่มีที่ระบายน้ำ
จากที่นาเขาเวลาหน้าฝน เขาก็ทำท่อ ลอดคอนกรีต ซึ่งมีมานานแล้ว ตรงมาที่ ที่ของหน่อย

ซึ่งเมื่อก่อนที่ 1 ไร่ที่บ้านปลูกข้าว ก็ไม่มีปัญหาอะไร มีท่อน้ำไหลเข้ามา ปลาก็ติดมาด้วย ทำไห้
เมื่อก่อนนา 1 ไร่นี้มีปลาเยอะเพราะมาจากน้ำที่ไหลจากท่อของเพื่อนบ้าน

และเมื่อปีที่แล้ว หน่อยถมที่ หน่อยจำเป็นต้องถมอุดท่อไว้ค่ะ เพราะไม่ต้องการไห้น้ำไหลเข้ามาอีก
เพราะตั้งใจจะทำสวน แต่ว่าหน้าฝนน้ำก็ยังเซาะเข้ามาจนตรงนั้นเป็นรู



ตอนนี้หน่อยยังลังเลอยู่ว่าจะเอายังไง ระหว่าง ข้อ 1 และ ข้อ 2

1 อุดรูตรงนั้นโดยไช้ ซีเมนต์ คือไม่ไห้น้ำไหลเข้ามาเลย
2 ขุดเป็นครองเข้ามาแบบ Swale ตรงเข้ามา จุดจบก็น่าจะเป็นบ่อปลา หรือ ที่ไหนสักแห่ง

ไม่ทราบว่าคุณทีมีความคิดเป็นยังไงคะ
       

[teerapan] - ต้องขออภัยคุณหน่อยจริงๆ ที่จะไม่คำตอบแบบสำเร็จรูปให้  เนื่องจากเราจะต้องพิจารณาหลายๆ ประเด็นก่อนจะตัดสินใจได้  ประเด็นที่อาจจะต้องพิจารณาจะมีดังนี้
- คุณสมบัติของดิน และระดับน้ำใต้ดิน  โดยปกติดินในแถบที่ทำนามักจะมีส่วนผสมของดินเหนียวค่อนข้างเยอะทำให้การระบายน้ำได้ไม่ดี และมีระดับน้ำใต้ดินสูง  หากมีการเติมน้ำลงไปในดินมากขึ้นไปอีกอาจจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดีกับพืชที่เราปลูก
- ชนิดของพืชที่เราจะปลูกว่าทนแล้ง หรือทนน้ำท่วมอย่างไร
- ทิศทางการไหลของน้ำ เช่น ถ้าเราไปอุดท่อซิเมนต์แล้วน้ำจะเอ่อท่วมถนน ไปท่วมเพื่อนบ้านอีกหลายๆ ท่านหรือไม่
- ความแข็งแรงของถนน  โดยปกติหากเราให้ระดับน้ำใต้ดินใกล้ๆ ถนนสูง  น้ำที่ซึมอยู่ในดินใต้ผิวหน้าของถนนอาจจะเร่งให้เกิดการเคลื่อนตัวของดินได้ง่ายขึ้น  อาจจะเป็นเหตุให้เกิดการยุบตัวของถนนกลายเป็นหลุมเป็นบ่อได้ง่ายขึ้นเหมือนในตอนช่วงน้ำท่วม  โดยปกติในถนนหลักจึงจะมีคูระบายน้ำที่มีความลึกกว่าถนนพอสมควรเพื่อระบายน้ำใต้ดินให้มีระดับต่ำ
- ขอบเขตของพื้นที่  หากแนวเขตที่ดินของเราติดกับถนนเลย  การขุด swale หรือคูน้ำจะกินเข้ามาในพื้นที่ของที่ดินเรา  หากเราต้องการเก็บไว้เพื่อเพาะปลูก  เราก็จะเสียพื้นที่ไปในการทำ swale เหล่านี้  แต่หากเป็นพื้นที่สาธารณะ  เราก็อาจจะต้องขออนุญาตก่อนการดำเนินการ
- ความลาดเทของที่ดิน และทิศทางการไหลของน้ำ  แนวคิดของ swale คือการชะลอการไหลของน้ำ และดักไว้ให้ซึมในพื้นที่  การวางแนวของ swale จึงเป็นไปตามลักษณะการลาดเท/ทิศทางการไหลของน้ำ run off
- ความสวยงาม และประโยชน์ใช้สอย  บางครั้งการขุด swale ตามแนวระดับยาวมาก อาจจะไปขวางทางเดินเท้าในพื้นที่  ไม่สอดคล้องกับการใช้งานพื้นที่จริง  หรือทำให้ภูมิทัศน์ของที่ดินไม่สวยงาม  เราอาจจะต้องปรับเปลี่ยนขนาด หรือตำแหน่งที่ตั้งของ swale ให้เหมาะสมกับการใช้งาน  หรือเปลี่ยนไปใช้โครงสร้างอื่น เช่น French Drain เป็นต้น

ดังนั้นจึงไม่มีคำตอบที่ตายตัวถึงคำถามว่าควรจะขุด swale หรือไม่  หรือควรจะขุดที่ไหน อย่างไร   ส่วนคำถามของคุณหน่อยที่ให้เลือกข้อ 1 หรือข้อ 2 นั้น  ผมขอเดาแบบไม่มีข้อมูลเพียงพอว่าเป็นข้อ 1 คืออุดท่อไปซะ  เนื่องจากคุณหน่อยพึ่งถมดินในที่ดิน  น่าจะถมดินจนที่ดินราบเสมอกันจนทำ swale ไปก็ไม่ได้ประโยชน์มากนั้น และที่ดินในบริเวณนั้นใช้ทำนามาก่อน  น่าจะเป็นที่ลุ่มต่ำ  ไม่มีปัญหาเรื่องระดับใต้ดิน  รวมทั้งน่าจะเป็นดินเหนียวที่มีการระบายน้ำได้ไม่ดีนัก  นอกจากนั้นดูจากสภาพแวดล้อมที่มีต้นไม้ขึ้นทั่วไป จึงเดาว่าไม่ใช่พื้นที่แห้งแล้งเท่าไหร่นัก  ส่วนการลำเลียงน้ำมาลงสระที่ขุดไว้นั้น  ผมคิดว่าขนาดของสระค่อนข้างเล็ก  ดักน้ำจากหลังคาบ้านมาใส่สระก็น่าจะเกินพอแล้วไม่น่าจะต้องใช้น้ำเยอะมาก  สมมุติฐานแบบนี้ทำให้เดาว่าไม่เหมาะสมที่จะอัดน้ำลงใต้ดินเท่าไหร่นัก  จึงอาจจะไม่คุ้มที่จะขุด swale  

 
[หน่อย]  อ่านจนลายตา  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
เสียดายจัง ทำ Swale ไม่เหมาะ ยังไงขอบคุณ คุณทีมากค่ะสำหรับคำอธิบาย

คือในรูปที่เห็นขาวๆ หน่ะไม่ไช่ท่อค่ะ ท่อจะอยู่ลึกลงไปอีกหน่อย
เมื่อก่อนตอนยังไม่เทคอนกรีตก็ขอกันต่อ ที่ไห้ต่อเพราะอยากได้น้ำเข้าที่นา
พอเขาเทคอนกรีตเขาก็เททับเลย
 
หน่อยมาสังเกตุก็ตอนถมที่แล้ว คือถ้าอุดคิดว่า น้ำจะไหลไปออกท่ออื่น คุยกับเขาแล้ว
เขาบอกเขาจะขุดคลองระบายไปท่ออื่นถ้าเราไม่ต้องการจริงๆ เรื่องท่วมถนนคงไม่ท่วม
เพราะน้ำที่ไหลมาไม่เยอะขนาดนั้น แล้วแถวนั้นก็เป็นทุ่งนาส่วนใหญ่ ถ้าน้ำไหลมาเขาก็
ขุดคันแทระบายออกด้านหลัง ส่วนมากแถวนั้นจะแล้งค่ะเจ้าของที่ อยากจะได้น้ำ ไปทำนามากกว่า
คือถ้ามีคนจะทำท่อเข้านานี่มีแต่คนอยากได้ค่ะ

อีกนิดค่ะ ดินที่นำมาถม มาจากหลายที่มีทั้งดินร่วน ดินทราย อาจจะมีดินเหนียวปนบ้างแต่ไม่เยอะค่ะ
ขอบคุณ คุณที อีกครั้งค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 29, 2013, 08:30:14 PM โดย หน่อย » บันทึกการเข้า

Never Never Never
Give-up!!
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #863 เมื่อ: กันยายน 02, 2013, 12:48:29 PM »

ในทริปการเยือนชุมพรที่ผ่านพึ่งผ่านมา  ได้รับประสบการณ์ดีๆ หลายอย่าง  ปราชญ์ท่านแรกที่ประทับใจคือ "กำนันเคว๊ด" (คนใส่เสื้อสีน้ำเงิน)


(เครดิตภาพจากพี่เซียงโส)

ประวิทย์ ภูมิระวิ (กำนันเคว็ด) ผู้เดินตามศาสตร์พระราชา  คือคนที่มองเห็นปัญหา มองหาจุดยืนให้ชาววังตะกอ ต้านกระแสการล่มสลายของสังคม    ทรัพยากร และเศรษฐกิจทุนนิยม   กำนันเคว็ด เป็นแกนนำชุมชนโครงการรักษ์ป่าสร้างคน 84 ตำบล วิถีพอเพียง ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ที่ชาวบ้านให้การยอมรับนับถือ ด้วยความเสียสละที่กำนันเคว็ด มีให้กับชุมชน เพื่อให้ชุมชนอยู่เย็นเป็นสุขโดยไม่หวังผลตอบแทน ชื่อเสียงของกำนันเคว็ดเริ่มเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศอีกครั้ง เมื่อชุมชนตำบลวังตะกอได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 10 พ.ศ. 2551 จากการเป็นต้นแบบสร้างความร่วมมือในการสร้างพื้นที่สีเขียว และจัดทำธนาคารต้นไม้ และกระแสกำนันเคว็ดโมเดล ก็เริ่มแพร่กระจายไปทั่วประเทศ ทุกคนจากทั่วประเทศเดินทางมาตำบลวังตะกอ เพื่อแลกเปลี่ยน

เทคนิคการเกษตรที่กำนันเคว็ดนำมาใช้ดำเนินการอาจจะฟังดูไม่ใช่เรื่องใหม่  เป็นสิ่งที่มีปราชญ์จำนวนมากก็ดำเนินการมาแล้วเช่นกัน  สิ่งที่ทำให้แตกต่างอย่างมากมายคือทักษะในการบริหารจัดการของกำนันเคว็ด  และสไตล์การทำงานที่เอาชนะใจของชาวบ้านจนได้รับความร่วมไม้ร่วมมือจากหลายภาคส่วนในสังคม  เรื่องราวที่คณะที่ไปเยี่ยมได้รับฟังจากกำนันเคว็ดโดยตรงคือเรื่องราวที่โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ในพระราชดำริ  ในส่วนต้นๆ ของโครงการนั้นพวกเราหลายท่านคงได้รับฟังจากทางสื่อต่างๆ บ้างแล้ว  เพื่อนๆ ที่ยังไม่เคยได้ยินเรื่องราวเหล่านี้ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก

http://www.rdpb.go.th/rdpb/visit2/100project/100project_32_1.html

ตอนแก้มลิงชุมพร.flv


1460เมตรจากหัววังถึงพนังตัก(Full)


เรื่องราวอันน่าประทับใจของน้ําพระราชหฤทัยที่ในหลวงทรงมีต่อประชาชนชาวชุมพร และความร่วมไม้ร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดำเนินการขุดคลองทะลุทะเล  ช่วยระบายน้ำออกจากพื้นที่แก้มลิงบริเวณหนองใหญ่จนสามารถช่วยให้จังหวัดชุมพรรอดพ้นจากอุทกภัยครั้งใหญ่ได้ในปี พ.ศ. 2540   ภายหลังจากความสำเร็จอย่างมากของโครงการในการป้องกันน้ำท่วมปี พ.ศ. 2540 ยังมีโครงการต่อเนื่อง เช่น การทำประตูเปิดปิดเพื่อควบคุมการระบายน้ำ  การขุดคลองละมุให้เชื่อมคลองท่าแซะกับหนองใหญ่เพื่อช่วยแบ่งน้ำส่วนหนึ่งจากคลองท่าแซะลงสู่หนองใหญ่ เป็นต้น

แต่..ความสำเร็จไม่ได้สิ้นสุดลงที่การดำเนินการโดยภาครัฐเท่านั้น  ภายหลังจากที่ดำเนินโครงการเสร็จแล้วบริเวณรอบๆ หนองใหญ่ถูกปล่อยไว้ให้รกร้าง  ทางกำนันเคว็ดและคณะทำงาน ได้รับกันทำประชาคมชาวบ้านร่วมกันลงมือพัฒนาพื้นที่รอบๆ หนองใหญ่เพื่อเป็น “ศูนย์เรียนรู้ตามศาสตร์พระราชา” และเฉลิมพระเกียรติ์ในหลวง  ภายหลังจากที่ได้รับมติของที่ประชุมให้ดำเนินการ  ทางกำนันเคว็ดนำชาวบ้านกว่า 28 ครัวเรือนยกพลขึ้นบกไปที่หนองใหญ่  รังสรรค์ผลงานพัฒนาจนแทบไม่น่าเชื่อว่าทุกอย่างที่พวกเราได้เห็นในวันนี้เป็นผลงานที่เกิดขึ้นในช่วงเวลเพียง 4-5 ปี (เครดิตภาพจากพี่เซียงโส)







ท่านใดสนใจเรื่องราวของกำนันเคว็ด ติดตามเพิ่มเติมได้จาก

วังตะกอ ชุมชนเป็นสุข ตอน 1
วังตะกอ ชุมชนเป็นสุข ตอน 1 Part 1/5

วังตะกอ ชุมชนเป็นสุข ตอน 1 Part 2/5

วังตะกอ ชุมชนเป็นสุข ตอน 1 Part 3/5

วังตะกอ ชุมชนเป็นสุข ตอน 1 Part 4/5

วังตะกอ ชุมชนเป็นสุข ตอน 1 Part 5/5


วังตะกอ ชุมชนเป็นสุข ตอน 2
วังตะกอ ชุมชนเป็นสุข ตอน 2 Part 1/5

วังตะกอ ชุมชนเป็นสุข ตอน 2 Part 2/5

วังตะกอ ชุมชนเป็นสุข ตอน 2 Part 3/5

วังตะกอ ชุมชนเป็นสุข ตอน 2 Part 4/5

วังตะกอ ชุมชนเป็นสุข ตอน 2 Part 5/5


วังตะกอ ชุมชนเป็นสุข ตอน 3
วังตะกอ ชุมชนเป็นสุข ตอน 3 Part 1/5 (Embedding disabled, limit reached)
วังตะกอ ชุมชนเป็นสุข ตอน 3 Part 2/5 (Embedding disabled, limit reached)
วังตะกอ ชุมชนเป็นสุข ตอน 3 Part 3/5 (Embedding disabled, limit reached)
วังตะกอ ชุมชนเป็นสุข ตอน 3 Part 4/5 (Embedding disabled, limit reached)
วังตะกอ ชุมชนเป็นสุข ตอน 3 Part 5/5 (Embedding disabled, limit reached)
 
บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
หน้า: 1 ... 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 [54] 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 ... 87   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: