หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 ... 87   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สวนขี้คร้าน ห้องทดลองขนาดย่อม - โครงสร้างเติมน้ำใต้ดิน  (อ่าน 908763 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Nine.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1918


« ตอบ #48 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2012, 09:23:05 AM »

มาจอบหลอยเบิ่งครับ.... ยาวไป ยาวปาย...

เวลาสมองว่างๆจะได้นำไป คิด  วิเคราะห์ แยกแยะ

ขอบคุณที่แบ่งปันครับ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

.....ศรัทธา คือ เหตุผล.....

toon is
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 52


« ตอบ #49 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2012, 10:37:09 AM »

ใจเย็น ๆ ครับ
บางครั้ง การตีความในบริบทที่แตกต่าง อาจทำให้เข้าใจผิดกันไปได้
ในบทความนี้ เป็นการนำเสนอข้อมูลในแบบหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นจริงในพื้นที่บนโลก
การจะแสดงว่า บทความนี้ไม่น่าเชื่อถือก็คือ เอาสิ่งที่แตกต่างจากบทความมานำเสนอ
เพียงเท่านี้ ก็จะทำให้เรามองเห็นอีกด้านหนึ่งของความรู้จากการปฏิบัติ

ขออนุญาตคุณtoon is นำเสนออีกหนึ่งกระทู้เลยครับ
ทดลองและทดสอบให้เห็นว่า สิ่งที่ทำมาแล้วนั้น ได้ผลผลิตมากมายในระยะยาวได้จริง
แบบนี้ก็จะเป็นฐานความรู้ให้สมาชิกท่านอื่น ๆ ได้เปรียบเทียบด้วยครับ

ขออภัยนะครับ ขออนุญาตแย้งมาด้วยความเคารพ

ไปละ   อิอิอิ ยิงฟันยิ้ม
ขอโทษนะครับ

ทิดโส : ขอบคุณครับ นี่คือความน่ารักของสมาชิกในเว็บเรา
เป็นเสน่ห์ที่หาไม่ได้ในสถานที่ทั่ว ๆ ไป ขอบคุณจริง ๆ ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 30, 2012, 04:08:14 PM โดย ทิดโส โม้ระเบิด » บันทึกการเข้า
MANA1908
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 517


« ตอบ #50 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2012, 06:45:36 PM »

รอติดตามครับ
บันทึกการเข้า
manava
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1243


« ตอบ #51 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2012, 06:57:47 PM »

น่าติดตามจริง  ๆ  ขอติด+ตาม  ด้วยคน
บันทึกการเข้า

ความรู้จักพอ  ทำให้คนไม่จน
ความอดทน    ทำให้คนสำเร็จ
sanan_abo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 90


« ตอบ #52 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2012, 09:40:54 PM »

ขอบคุณครับที่กรุณาเปิดกะลาให้ผมได้รู้เรื่องราวของโลกภายนอกมากขึ้น ติดตามอย่ครับ
บันทึกการเข้า
nipun
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 133


« ตอบ #53 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2012, 10:06:23 PM »

ปูเสื่อรอดู รอแลด้วยครับ
ถ้าเป็นหนังลุง กำลังว่าปลายหน้าบท พอดี อิอิ (ถือว่ายังมาทัน)
 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
deer art
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1238



« ตอบ #54 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2012, 12:35:14 PM »



 ยิงฟันยิ้ม  มาลงชื่อติดตามชม.... เรื่องขี้คร้านผมรับมาหลายถ้วยแล้วครับ
บันทึกการเข้า

 *ขออภัย จำกัดสิทธิ์การใส่ Link-URL ในลายเซ็น*
James
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2466


« ตอบ #55 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2012, 12:44:16 PM »

กลับมาเล่ากันต่อเถอะครับ กำลังรออยู่ครับ
บันทึกการเข้า
ทิดโส โม้ระเบิด
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5596


ณ เบื้องบูรพา มีป่าที่กำลังปลูก


« ตอบ #56 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2012, 04:11:27 PM »

ใจเย็น ๆ ครับ
ชื่อก็บอกแล้ว "สวนขี้คร้าน" จะให้มาลงทุกวันได้ไง 555

ไปละ   อิอิอิ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

วิสฺสาสสปรมา ญาติ ... ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #57 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2012, 05:12:00 PM »

ใจเย็น ๆ ครับ
ชื่อก็บอกแล้ว "สวนขี้คร้าน" จะให้มาลงทุกวันได้ไง 555

ไปละ   อิอิอิ ยิงฟันยิ้ม

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ  โอย..ไม่ได้แล้ว..เดี๋ยวพี่เจมส์จะหาว่าขี้คร้านเกิน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 04, 2013, 02:38:34 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #58 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2012, 05:28:59 PM »

(ตอนพิเศษ) ควบคุมตัวกินไม้

ขอกลับเข้าเรื่องที่สวน  ตามคำแนะนำของเพื่อนที่เวปว่าปีแรกควรจะรีบสร้างขนำก่อน  เวลามาทำสวนจะได้มีที่พักสบายๆ สไตล์ขี้คร้าน   ผมเล็งๆ ตำแหน่งสร้างขนำแล้วก็เริ่มออกเดินสำรวจพื้นที่  พบเนินดิน...แต่ความที่เป็นคนบ้านนอกต่างจังหวัด (คือเป็นคนบ้านนอก เชย ไม่รู้เรื่อง ในมุมมองของคนต่างจังหวัด  หรือจะเรียกคนกรุงดีหนอ...เอาเป็นว่าเป็นพวกไม่รู้เรื่อง) ก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะเป็นจอมปลวกหรือไม่  เพราะตัวมันสีดำๆ เหมือนมดเลย  แต่ถ้าเป็นจอมปลวกก็เรื่องใหญ่เพราะว่าใกล้ตำแหน่งที่จะสร้างขนำอยู่พอดี   งานนี้ก็เลยต้องลงมือขุดเพื่อเอาหลักฐานมาส่งพิสูจน์ทางเน็ต พอขุดลงไปก็เจอมดอยู่ใกล้ๆ เยอะเลย ทั้งมดคันไฟ และมดดำตัวใหญ่ๆและมีตัวที่ดูคล้ายๆ มด (น่าจะเป็นปลวกตัวสีดำมากกว่า) ได้ที่เจอสิ่งที่เหมือนกับรังผึ้งสีขาวๆ อยู่ในกองดิน (กว่าจะเจอขุดจนเหนื่อยแทบแย่  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม)



จากการสอบถามเพื่อนๆ สรุปว่าเป็นจาวปลวกครับ  เขลาจริงๆ คนกรุงอย่างผมเกิดมาไม่เคยเจอจอมปลวก  (เคยเห็นแต่ตัวปลวกขาวๆ ไม่เคยเห็นรังปลวก)  ถ้าอยู่ในเมืองกรุงจะทำเป็นอย่างเดียว...โทรหาบริษัทกำจัดปลวก  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม  แต่ก็คงหาจ้างแถวนี้ไม่ได้  เนื่องจากชาวบ้านก็ไม่มีใครคิดจะกำจัดปลวก  เพราะพวกเขาจะเอาไว้เลี้ยงเห็ดโคน (ราคาดีมาก) และคงไม่มีบริษัทไหนเดินทางเข้ามากำจัดปลวกในถิ่นกันดารแบบนี้  ความจริงก็ไม่อยากกำจัดปลวกจนหมด  แต่ขอลดจำนวนปลวกใกล้บริเวณตัวขนำหน่อยเถอะ  ท่าทางต้องลงมือทำเอง

เมื่อศึกษาหาแนวทางแล้วพบว่าแนวทางแรกคือการใช้สารเคมีเป็นวิธีการที่ดีตรงที่มีฤทธิ์อยู่นาน  ไม่ค่อยหมดอายุ ถ้าสารเคมียังอยู่ก็ไม่จำเป็นต้องให้เพิ่มบ่อยๆ แต่ข้อดีก็กลายเป็นข้อเสียคือมีฤทธิ์ตกค้างนาน อาจจะเป็นพิษกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ รวมถึงมนุษย์ได้  เมื่อตกค้างอยู่ในดินก็จะกำจัดออกไปได้ยากทั้งๆ ที่กำจัดปลวกหมดแล้ว  ในขณะเดียวกันเมื่อปลวกมีปริมาณมากก็จะต้องใช้สารเคมีมากตาม  เนื่องจากสารเคมีใช้แล้วหมดไปไม่สามารถเพิ่มปริมาณได้ด้วยตนเอง   เนื่องจากเราไม่สามารถทราบปริมาณปลวกได้เพราะรังมันอยู่ใต้ดินอาจจะมีขนาดใหญ่กว่าที่เราคิดมาก  จึงค่อนข้างยากในการคาดเดาปริมาณสารเคมีที่ต้องใช้  คนกำจัดปลวกจึงมักจะใช้สารเคมีมากๆ ไว้ก่อน  การตกค้างของสารเคมีจึงเป็นเรื่องปกติ เราก็กลัวว่าเดี๋ยวสารเคมีที่ตกค้างจะไปอยู่ในพืชแล้วกลับมาเป็นพิษกับสัตว์อื่นๆ หรือมนุษย์เราอีก  จึงขอไม่เลือกวิธีนี้

แนวทางที่สองแบบคนขี้คร้านคือใช้ชีววิธี  โดยหาสิ่งมีชีวิตที่เป็นศัตรูกับปลวก  เมื่อปลวกมีปริมาณมากมันก็จะสามารถเพิ่มจำนวนตามปริมาณของปลวก  สามารถเพิ่มจำนวนและออกไปจำกัดปริมาณปลวก เป็นมือขยันแทนเรา ซึ่งสามารถแบ่งกลุ่มมือขยันออกเป็นอย่างน้อย 3 วิธี

1. ใช้ศัตรูตามธรรมชาติของปลวก
2. ใช้เชื้อรา
3. ใช้ไส้เดือนฝอย


1. ศัตรูตามธรรมชาติของปลวก
ในธรรมชาติใกล้ๆ จอมปลวก  มีศัตรูตามธรรมชาติอยู่แล้วนั่นก็คือมด  มีรังมดอย่างน้อย 3 ชนิดในบริเวณที่ใกล้ๆ กับจอมปลวก (รู้สึกว่าจะเป็นมดคันไฟ มดตะนอย และมดแดง หรือมดส้ม)  ทันที่จอบขุดไปเปิดรังปลวกจนเห็นตัวปลวกออกมาเดินก็จะมีมดเข้าไปจับปลวกกิน  ส่วนปลวกก็จะมีตัวใหญ่ๆ ออกมากรีบปิดรังของมันด้วยดินเพื่อไม่ให้มดเข้าไปในรังของมันได้  จึงมิน่าประหลาดใจว่าตรงใต้ต้นมะขามนี้มีรังปลวก และรังมดจำนวนมากอยู่ที่เดียวกันจนต้นไม้เริ่มโทรม

ความจริงปลวกมีศัตรูตามธรรมชาติอื่นอีกเช่น ไก่ (ของเพื่อนบ้าน  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม) แต่เจ้าไก่ก็ไม่ค่อยชอบมาที่รังปลวกแห่งนี้เพราะมีมดอยู่เป็นจำนวนมาก  สรุปเลยไม่รู้ว่ามดจะเป็นศัตรูกับปลวก หรือเป็นองครักษ์พิทักษ์ปลวกันแน่  

ทั้งการใช้มดและไก่ จะคล้ายกันก็คือเราจะต้องช่วยมันด้วยการทำลายจอมปลวกให้มีช่องเปิด  เพื่อให้มด/ไก่เข้าไปกินปลวก  แต่ก็จะไม่สามารถเข้าไปจัดการกับปลวกที่อยู่ชั้นในๆ หรืออยู่ลึกลงไปใต้ดินได้ ถ้าจะให้ดีต้องมีสัตว์แบบนี้


หรือแบบนี้


แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปหาเจ้าตัวกินมดแบบนี้มาเลี้ยงได้จากที่ไหน ...ท่าทางงานนี้จะรอศัตรูตามธรรมชาติของปลวกอย่างเดียวไม่ได้แล้ว


2. เชื้อรา
เชื้อราที่นิยมใช้ในการกำจัดปลวกจะเป็นเชื้อ Metarhizium anisopliae (เมืองไทยบางทีก็เรียกว่า "เมตตาไรเซียม" บางทีก็ " เมธาไรเซี่ยม") โดยที่ขายกันบนเน็ตจะเก็บรักษาให้อยู่ในรูปของสปอร์ เมื่อสปอร์ตกอยู่ที่ผิวของตัวปลวก แล้วจะสร้างหลอด (germ tube) ออกมาแทงทะลุผิวหนังของแมลงเข้าไปภายใน เชื้อรา Metarrhizium-hpp จะสร้างกลุ่มเส้นใย ( mycelium ) เข้าไปตามทางอาหารและขยายจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยเส้นใยแตกและหักออกเป็นท่อนสั้น ๆ เข้าไปทำลายอวัยวะต่าง ๆ ในตัวแมลง ทำให้แมลงป่วยร่างกายอ่อนแอ แล้วตายในที่สุด   จะใช้ได้ผลกับแมลงที่เป็นข้อปล้องบางชนิด เช่น ปลวก ด้วงบางชนิด และมด

นอกเหนือจากเชื้อ Metarhizium แล้ว ก็รายงานว่าเชื้อราบิวเวอร์เรีย (Beauveria bassiasna) ก็จะทำงานได้ผลกับปลวก และมด เช่นกัน  หาซื้อได้จากเน็ตเช่นกัน

เมื่อซื้อเชื้อรามาแล้วก็ทดลองทั้งแบบผสมน้ำใช้โดยตรง และทดลองขยายจำนวน มีคนบอกว่าการขยายจำนวนโดยใช้ธัญพืชอย่างพวกข้าวโพด หรือข้างฟ่างก็ได้ผลดี  แต่..ผมหาไม่สะดวกเลยใช้ข้าวแทน โดยเอาข้าวกล้องมาหุง แล้วตักข้าวสุกใส่ถุงพลาสติกใสขนาด 8 x 12  เมื่อข้าวเย็นก็เหยาะเชื้อรา Metarhizium แบบแห้งลงไปพอประมาณ  ปิดถุงเจาะรูระบายอากาศแล้วทิ้งไว้ 7 วัน (โดนไล่ให้ออกมาทำที่ระเบียง มีคนกลัวเหม็น  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม)  


พอเชื้อราเดินเต็มถุงก็เอามาผสมน้ำ


และเอาไปพ่น


หลังจากทำพบว่าปลวกหายไปบ้างเฉพาะบริเวณที่พ่นเชื้อรา แต่ก็ยังไม่หมดทั้งรัง  ทดลองทำซ้ำอยู่หลายสัปดาห์ก็ยังไม่หมด  ส่วนมดยัง Happy สบายดี ดูเหมือนไม่ได้รับผลกระทบจากเชื้อราเท่าไร  เนื่องจากทดลองรดไปหลายที่ในสวนจึงสังเกตว่าการรดบริเวณไม้เก่าที่มีปลวกอยู่ เชื้อราจะเจริญตามขอนไม้ผุจำนวนมาก และปลวกจะหายไปจริงๆ  จึงเดาว่าบริเวณจอมปลวกที่ต้องการกำจัดมีอากาศร้อน และความชื้นมีไม่เพียงพอ  ปัจจัยที่ 2 คือเชื้อราไม่สามารถเดินทางไปหาปลวกได้เอง  ต้องอาศัยปลวกเดินผ่านมาโดนสปอร์ของเชื้อรา  จึงทำให้การแพร่ขยายจำนวนไม่ทันใจคนขี้คร้าน ดังนั้นจึงต้องทดลองวิธีที่ 3 เข้ามาเสริม


3. ไส้เดือนฝอย
ไส้เดือนฝอยชนิด Steinrnema thailandense สามารถเข้าสู่ตัวปลวก โดยผ่านทางช่องเปิดตามธรรมชาติตามข้างๆ ตัวปลวก หรือปลวกกินไส้เดือนฝอยเข้าไป จากนั้นไส้เดือนฝอยเคลื่อนที่เข้าสู่ช่องว่างภายในตัวปลวกซึ่งมีน้ำเลือด (haemocoel) และปลดปล่อยแบคทีเรีย (Xenorhabdus sp.) ที่อยู่ร่วมกับไส้เดือนฝอย (Symbiotic bacteria) เข้าสู่กระแสเลือดของปลวกแบคทีเรียจะสร้างสารพิษ มีผลทำให้ปลวกเกิดอาการเลือดเป็นพิษ หยุดนิ่ง และตายภายในเวลาไม่เกิน 6 ชั่วโมง ไส้เดือนฝอยจะเจริญเติบโต และขยายพันธุ์อยู่ภายในตัวปลวกประมาณ 3 – 4 วัน ได้ลูกรุ่นใหม่และเคลื่อนที่ออกจากซากปลวก เพื่อรอปลวกตัวใหม่ต่อไป



วิธีนี้ดูไม่น่ายาก  ก็แค่เดินทางไปชั้น 2 ตึกสิทธิพร กรมวิชาการเกษตร ม.เกษตรศาสตร์ โทร. 0-2579-9586 ก็ได้ไส้เดือนฝอยมา 5 ถุง ถุงละ 40 บาท  มาอ่านวิธีการใช้ดูแล้วปรากฎว่าใช้ได้พื้นที่ไม่เยอะ  และมีอายุไม่นานหลังจากผลิตต้องรีบใช้   เออ...แต่เดี๋ยวก่อน   เดินๆ ดูให้ทั่วสวนมันมีจอมปลวก และร่องรอยปลูกกินไม้อยู่ทั่วสวนเลยอ่ะ  สงสัยต้องหาทางประหยัดหน่อยแล้วล่ะ...ขยายพันธุ์ไส้เดือนเองเลย... ว่าแล้วก็ค้นหาเวปจนเจอวิธี ของ ดร.นุชนารถ ตั้งจิตสมคิด กระบวนการเพาะเลี้ยงได้ประดิษฐ์คิดค้นใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มี ราคาถูกหาง่าย ได้แก่ ถุงพลาสติกทนร้อนและใช้อาหารเพาะเลี้ยงสูตรโปรตีนจากไข่ไก่หรือไข่เป็ดผสมน้ำมันหมูและน้ำ ในอัตราส่วน 5 : 2 : 3 นำไปคลุกกับฟองน้ำสังเคราะห์ขนาดลูกเต๋า 1 x 1 ซม. โดยใช้น้ำหนักอาหาร 30 กรัมต่อวัสดุคลุกอาหาร 10 กรัม บรรจุใส่ในภาชนะเพาะสวมคอขวดที่ปากถุงนำไปอบนึ่งฆ่าเชื้ออาหารด้วยหม้อนึ่งลูกทุ่งที่ได้รับความร้อนจากฟืนหรือแก๊ส อุณหภูมิ 90 – 100 ซ ใช้เวลาอบนึ่ง 2 ชม. 30 นาที เมื่ออาหารเย็น ใส่หัวเชื้อไส้เดือนฝอยสายพันธุ์ไทย จำนวน 5,000 ตัวต่อถุง นำไปตั้งบ่มเพาะที่อุณหภูมิห้องปกติ ( 27 – 30 ซ ) เป็นเวลา 10 –15 วัน

ฟังดูง่ายแต่ไม่มีหม้อนึ่ง..เออ...จะทำอย่างไรดี  ในคอนโดก็มีแต่เตาไมโครเวฟ  ว่าแล้วก็ปรับสูตรมาเป็นใช้ตู้ไมโครเวฟนี่ล่ะฆ่าเชื้อ  ว่าแล้วก็จัดการขยายจำนวนไส้ดือนฝอยจากที่ซื้อมาจาก ม.เกษตร ทันทีโดยใช้คอนโดนี่ล่ะเป็นห้องแลบ  ปริมาณก็กะเอาแบบมั่วๆ ผ่านไป 3 วัน  โอ้โห...กลิ่นอาหารเทียมที่ถูกไส้เดือนฝอยกินแล้วมันเหม็น  แต่ดูเหมือนจะได้ผลดี  มองเห็นไส้เดือนเป็นกระจุกๆ และมดไม่กล้าเข้าใกล้เลย ทนทำเพื่อเอาไปฉีดที่สวนได้รอบเดียวก็ต้องหยุดเพราะเหม็นมากเนื่องจากอุปกรณ์แบบบ้านๆ ที่มีอยู่ในมือฆ่าเชื้อได้ไม่ดีพอ  จะหาซื้อหม้อมานึ่งก็ดูจะไม่พอเพียง  เราใช้น้อย และไม่บ่อยกลับไปซื้อเขาดีกว่า  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

หลังจากพยายามทั้งเชื้อรา ทั้งไส้เดือนฝอยก็ดูเหมือนจะหยุดปลวกได้  แต่ข้อเสียคือเมื่อปริมาณปลวกลดจำนวนลงเชื้อราและไส้เดือนฝอยก็จะลดลงเช่นกัน  โดยพวกมันจะอยู่ในดินโดยไม่มีปลวกแค่ประมาณ 3-6 เดือน  ดังนั้นถ้าจะใช้วิธีนี้เป็นการป้องกันจะต้องมีการทำซ้ำบ่อยๆ (บ่อยกว่าการใช้สารเคมี...แต่ปลอดภัยกว่า)  ในแบบการสร้างขนำในอนาคตจึงมีแนวคิดที่จะฝังท่อเอาไว้หยอดน้ำผสมไส้เดือนฝอย และเชื้อราเข้าไปใต้พื้นบ้านเพื่อเป็นการป้องกันปลวกโจมตีบ้าน

ส่วนปัญหามดที่มีเยอะ...งานนี้ยอมแพ้ชั่วคราว...เพราะไม่ตอบสนองกับวิธีการแบบนี้เท่าไร  แต่มดก็มีประโยชน์ช่วยควบคุมแมลงศัตรูพืช ไม่ควรกำจัดมากเกินไป เพราะจะทำให้มีแมลงศัตรูเยอะ  ...ไว้วันหลังค่อยหาวิธีแบบคนขี้คร้านจำกัดบริเวณของมดไม่ให้ขึ้นมากินอาหารในบ้านเป็นจำนวนมากๆ ก็พอ

สรุปบทเรียนบทแรกจากที่สวน  ธรรมชาติมักจะมีกลไกการควบคุมกันเองของสิ่งมีชีวิต  หากเราคิดจะให้ธรรมชาติช่วยเราทำงาน เราก็จะต้องค้นหาความสัมพันธ์นั้นให้เจอ  ออกแบบ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับเขา  นำเขาเข้ามาให้ถูกที่ถูกเวลา  ที่สำคัญอย่างใจร้อนจนเกินไปพวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใช่จะเพิ่มจำนวนได้ในช่วงข้ามคืน และการแทรกแซงธรรมชาติในลักษณะที่ไม่มีแบบนี้ในพื้นที่อยู่แล้วมักจะไม่ยั่งยืนมักจะต้องทำซ้ำหลายๆ ครั้ง  บทเรียนสุดท้ายคือต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในการแทรกแซงสมดุลของธรรมชาติในพื้นที่ไม่ให้มากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ธรรมชาติเสียสมดุล และส่งผลกระทบในเชิงลบตามมา

ปล. ไส้เดือนฝอยกำจัดปลวกจะเป็นสกุล Steinernematidae  ส่วนไส้เดือนฝอยที่ทำให้เป็นโรคที่ปมรากจะเป็นสกุล Meloidogynidae เป็นคนละสกุลกันครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 19, 2013, 06:24:26 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
James
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2466


« ตอบ #59 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2012, 09:14:47 PM »

ใจเย็น ๆ ครับ
ชื่อก็บอกแล้ว "สวนขี้คร้าน" จะให้มาลงทุกวันได้ไง 555

ไปละ   อิอิอิ ยิงฟันยิ้ม

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ  โอย..ไม่ได้แล้ว..เดี๋ยวน้องเจมส์จะหาว่าขี้คร้านเกิน
ม่ายพรื้อ พี้หลวง นอ๊งบ่าวก็ขี้คร้านกันหล้าว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 31, 2012, 07:57:09 AM โดย James » บันทึกการเข้า
ทิดโส โม้ระเบิด
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5596


ณ เบื้องบูรพา มีป่าที่กำลังปลูก


« ตอบ #60 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2012, 09:17:19 AM »

รอเจ้าของสวนขี้คร้านอยู่นะครับ 555

ไปละ   อิอิอิ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

วิสฺสาสสปรมา ญาติ ... ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง
ae hatyai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 791


« ตอบ #61 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2012, 09:25:48 AM »

เจอจอมปลวงอย่างนี้  หาลูกไก่มาเลี้ยงเลยครับ  เจาะจอมปลวกไปเรื่อย ๆ ให้ไก่กิน  รับรอง  โตเร็วกว่าให้อาหารอีกครับ
บันทึกการเข้า
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #62 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2012, 11:33:25 AM »

เจอจอมปลวงอย่างนี้  หาลูกไก่มาเลี้ยงเลยครับ  เจาะจอมปลวกไปเรื่อย ๆ ให้ไก่กิน  รับรอง  โตเร็วกว่าให้อาหารอีกครับ

ขอบคุณที่แนะนำครับ  ความจริง มีไก่ มีนกมาเดินหาอาหารในสวนเป็นประจำอยู่แล้วครับ เพราะพวกเขารู้ว่าเราไม่ทำร้ายเขา  เดินไปใกล้ๆ ก็ไม่กลัว  แต่พวกมันไม่ยอมมากินจอมปลวกเท่าไหร่  เพราะยังมีแมลงอื่นๆ ในสวนให้กินง่ายๆ กว่าเยอะ โดยไม่ต้องขุดดิน  ส่วนจะขังไก่ไว้รอบๆ จอมปลวกก็เกรงใจ  เพราะเป็นไก่เพื่อนบ้าน  จะเลี้ยงไก่เองก็เป็นภาระเพราะเราไม่ได้อยู่ที่สวน ไม่มีคนดูแลไก่ระหว่างสัปดาห์  

แต่วิธีการใช้เชื้อรา และไส้เดือนฝอยก็จัดการจอมปลวกใกล้บ้านได้ผลดีนะครับ  ตอนนี้ไม่มีปัญหาแล้ว    ส่วนจอมปลวกอื่นๆ ที่ไกลบ้านก็ทิ้งเขาไว้อย่างนั้น  ถ้าปลวกมากไปก็จะมีมด และสัตว์อื่นๆ มาช่วยจัดการ ไม่อยากแทรกแซงระบบนิเวศน์ในสวนมากจนเกินไปครับ ยิ้ม
บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
Magnum (rew)
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4894



« ตอบ #63 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2012, 04:00:07 PM »

Bill Mollison พูดว่า

Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.

"ความเขลาคือความพยายามที่จะขจัดความแตกต่าง (หรือความเห็นต่าง) แทนที่จะใช้มัน หรือให้คุณค่ามันอย่างสร้างสรรค์ "  (หากแปลผิด หรือไม่คำสละสลวย ขออภัยด้วยครับ)

เห็นบ่อยครับ
บันทึกการเข้า


สิ่งที่น่าสังเวชของมนุษย์
หาใช่ความเสื่อมถอยของสังขารไม่
แต่คือความเสื่อมถอยทางจิตวิญญาณ
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 ... 87   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: