หน้า: 1 ... 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 [27] 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 ... 87   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สวนขี้คร้าน ห้องทดลองขนาดย่อม - โครงสร้างเติมน้ำใต้ดิน  (อ่าน 902125 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #416 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 12, 2013, 11:30:27 PM »

หน้าแล้งนี่ไผ่ที่ว่าแน่ว่าดกแค่ไหนก็หวงหน่อกันทุกต้นแหละครับ  เดี๋ยวพอฝนมาก็จะพุ่งปรู๊ดๆออกมาแน่นอน  อย่างที่บ้านเจิดได้กินหน่อตลอดปีเพราะผมปลูกรอบๆบ้านที่สายยางรดถึง  แต่เห็นชัดครับว่าไผ่กินน้ำจุมากถ้าอยากให้ออกหน่อ ผมเคยรดน้ำกิมซุ่งแล้วลืมปิดน้ำไว้คืนนึง  อีกสัปดาห์ต่อมาไผ่แทงหน่อทีเดียวห้าหน่อเลย ถ้าเอามาชังกิโลขายอาจพอได้กำไรเล็กน้อยที่ลืมปิดน้ำไว้ ยิ้มกว้างๆ

สวนผมที่เพชรบุรีนี่ไปมาล่าสุด(ตอนนี้ไปแค่เดือนละครั้งครับ) หญ้ารกเหมือนเดิม แต่มะเกลือและมะฮอกกานีงามเกินหน้าเกินตาใครเลยล่ะครับ  ยังแอบห่วงมะพร้าวนี่แหละแห้งตายทุกปี ยิ่งปีนี้ไม่มีเวลาไปรดน้ำให้ด้วย  สงสัยฝนหน้าต้องเอาไปเติมอีก แลบลิ้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 12, 2013, 11:50:57 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า

priraya
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


« ตอบ #417 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2013, 06:29:50 AM »

ซักวันนึงต้องขอไปชมสวนขี้คร้านบ้างแล้วค่ะ... ยิ้มเท่ห์

[Teerapan] - ด้วยความยินดีครับพี่เหมียว แต่ยังไม่ค่อยมีต้นไม้อะไรให้ชมมากเหมือนสวนพี่เหมียวนะครับ มีแต่วัชพืชล่ะที่เยอะ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

การบ้านของพี่เหมียวผมยังเข้าไปในโซนนั้นไม่ถึงเพราะวัชพืชสูงมาก ว่าจะต้องหามีดสปาต้าบุกเข้าไปหาซะหน่อย ไม่ได้เห็นพื้นที่แถวนั้นมาหลายเดือนแล้ว  โกรธ โกรธ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 13, 2013, 06:46:00 AM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #418 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2013, 06:26:09 PM »

เรามาดูกันว่าท่ามกลางความแห้งแล้งขนาดหญ้าแห้งตาย  ในสัปดาห์นี้มีต้นอะไรที่สวนขี้คร้านรอดตายโดยไม่รดน้ำบ้าง (เพิ่มเติมจากที่ส่งการบ้านอาจารย์ตั้ม)


เมื่อต้นโสนเริ่มแห้งตาย ก็เผยให้เห็นต้นหว้าที่ก็รอดตายท่ามกลางดงโสนคางคก  และยังมีอีกหลายๆ ต้นที่อยู่กลางดงโสน แต่ผมยังเข้าไปไม่ถึง   ธรรมชาติเริ่มสอนให้ผมรู้ว่าผมเหนื่อยเปล่าที่พยายามไปตัดต้นโสนคางคง เพราะมันจะตายเองในหน้าแล้ง  และมันยังช่วยปกป้องต้นไม้ที่ผมปลูกใหม่จากแสงแดดด้วย  ผมต้องหัดเลิกทำงานที่ไม่ต้องทำซะที


ต้นทองกราวทนแล้งมากเหมือนกัน  อยู่รอดแทบทุกต้น  ส่วนฉากหลังไม่ต้องพูดถึง มันคือฝักของหมามุ่ยที่พบได้ทั่วไปในสวนแห่งนี้


กล้วยนวลได้เมล็ดจากพี่เหมียวมาเป็นสิบ เพาะขึ้นแค่ 2 ต้น (น่าอับอายเป็นที่สุด)  ชวนต้นกล้วยน้อยไปกินบุฟเฟ่ต์ที่สวนทั้ง 2 ต้น  ต้นที่อยู่กลางแดดไปสู่สรวงสวรรค์เรียบร้อยแล้ว  เหลือเพียงต้นกล้วยนวลข้างต้นมะม่วงที่อาศัยร่มเงาจากต้นมะม่วงให้มีชีวิตรอดต่อไป


มะพร้าวน้ำหอมมีอาการใบไหม้บ้างเล็กน้อย  แต่ก็ยังพอไหวอยู่ 


ไม้ผลอย่างต้นทุเรียนตายทุกต้น  ส่วนต้นมังคุดอาการสาหัสทั้งๆ ที่มี vertical mulch ช่วยชีวิตอยู่  ต้นนี้ขี้โกงด้วยการรดน้ำช่วยเนื่องจากอาการสาหัสมาก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 13, 2013, 06:28:43 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
priraya
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


« ตอบ #419 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2013, 08:18:58 PM »

 ยิ้มเท่ห์ ถ้าสนใจจะรับเมล็ดไปเพาะอีกก็บอกพี่เหมียวนะคะ แต่แนะนำว่าให้กล้วยนวลต้นใหญ่กว่านี้ก่อนค่อยนำไปลงดิน เพาะในการปลูกทีแรกๆต้องการน้ำพอสมควรค่ะ ยิ่งต้นอ่อนๆไม่สู้แดดเลยค่ะ...

[teerapan] - ขอบคุณครับพี่เหมียว  ตอนแรกผมก็ไม่แน่ใจ  คิดว่ากล้วยนวลอาจจะทนแดดเหมือนกล้วยทั่วๆ ไป  แต่ไม่แน่ใจเลยปลูกใต้ร่มเงา 1 ต้น กลางแดด 1 ต้น  สุดท้ายต้นกลางแดดก็ไม่รอด  ป่านนี้พวกเขาก็อยู่ที่สวนมา 3-4 เดือนแล้ว  คอยรดน้ำช่วยต้นที่อยู่ในร่มบ้าง  ต้นนี้ก็น่าจะรอดหน้าแล้งนี้ไปได้นะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 13, 2013, 08:50:44 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #420 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2013, 08:55:18 PM »


กระถินเทพาที่โดดเด่นอย่างท้าทายท่ามกลางความแห้งแล้ง


ต้นขี้เหล็ก เป็นอีกหนึ่งสุดยอดทนแล้ง  เมื่อวัชพืชเริ่มตายเราก็จะเจอต้นขี้เหล็กที่ปลูกด้วยเมล็ดอยู่ทั่วไป


ขี้เหล็กต้นใหญ่เริ่มติดฝัก  ต้องเตรียมเก็บเมล็ดไว้ปลูกในรอบถัดไปซะแล้ว ทนแล้งจริงๆ


ถั่วแปบบนบนเนิน swale เริ่มออกดอก ติดฝักรอหน้าฝนที่จะมาถึง


ในที่สุดถั่วมะแฮะปลูกบนเนิน swale เช่นกัน ก็ออกดอกเป็นครั้งแรก  ช้ากว่าของคุณ deerart ตั้งหลายเดือน


ฝักของถั่วพร้าแดง หรือถั่วอีโต้ เริ่มแห้งพอที่จะเก็บไว้ปลูกในรอบถัดไป


หนานเฉาเหว่ยรอดชีวิตมาได้ 1 กิ่ง  เริ่มออกดอกแล้ว


มวนแดงชนิดนี้ที่พบเยอะมากในสวนฯ  ไม่รู้ว่าเป็นอันตรายกับต้นไม้หรือไม่  แอบคิดมั่วๆ ไปเองว่ามวนแดงคงช่วยคุมประชากรแมลงศัตรูพืชอีกหลายชนิด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 13, 2013, 09:00:13 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
teebanbor
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 777


« ตอบ #421 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2013, 10:06:47 PM »

confirm ครับกระทินเทพา และขี้เหล็ก ทนแล้งตัวจริง

[teerapan] - ขอบคุณครับพี่ตี๋  ผมว่าปีนี้จะปรับแผนปลูกต้นไม้วงศ์ถั่วพวกนี้ (เช่น กระทินเทพา ขี้เหล็ก ทองกราว มะขาม หางนกยูงฝรั่ง พฤกษ์ จามจุรี ฯลฯ) ให้มากขึ้น  รู้สึกว่าวงศ์นี้จะค่อนข้างทนแล้ง และสภาพดินเลวได้ดี  เหมาะแก่การเป็นต้นไม้เบิกนำที่สวนฯ มากกว่ากล้วยเนื่องจากที่สวนฯ แล้งมากจนกล้วยที่ปลูกใหม่ก็มีเหี่ยวตายบ้างในหน้าแล้ง  ทั้งนี้ในพื้นที่ที่แล้งน้อยกว่านี้กล้วยน่าจะเติบโตให้ร่มเงาได้เร็วกว่าพวกต้นไม้วงศ์ถั่ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 14, 2013, 05:21:49 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

ธรรมชาติ...ให้อะไรมากว่าที่เราคิด
deemeechai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3967


« ตอบ #422 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2013, 09:01:56 AM »

สวัสดีวาเลนไทน์ครับท่านธีรพันธ์
สมเป็นสวนขี้คร้านขั้นเทพจริงๆเลย ตายมากว่าอยู่ ล้อเล่น  เจ๋ง

[teerapan] - ถูกๆๆๆ ต้องแล้วครับ  ปีนี้ลงต้นไม้ไปมากกว่า 60 ชนิด เพื่อคัดเลือกว่าอะไรจะสามารถอยู่รอดในสภาพแวดล้อมช่วงนี้ได้  จึงไม่แปลกที่จะมีต้นไม้ตายจำนวนมาก ผมมั่วเองว่าปัจจัยของการเติบโตตามธรรมชาติของต้นไม้ขึ้นกับ 1.พรรณของต้นไม้ที่เลือก + ความแข็งแรงของต้นกล้า 2.สภาพแวดล้อมที่ปลูก เช่น คุณภาพของดิน ร่มเงาจากต้นไม้ข้างๆ ปริมาณพืชคลุมดิน ปริมาณน้ำในดิน ตำแหน่งที่ปลูก เป็นต้น 3.ช่วงจังหวะที่ปลูก

ที่ผ่านมาผมพยามปรับในข้อ 2 ด้วยการทำ swale และปลูกพืชคลุม ส่วนปัจจัยข้อ 3 ก็พยายามเรียนรู้อยู่  แต่ปัจจัยเรื่องพรรณไม้ก็สำคัญมาก โดยทฤษฎีเราควรจะต้องปลูกไม้เบิกนำในสัดส่วนที่สูงในปีแรกๆ และค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนของต้นไม้ชนิดที่ต้องการสภาพแวดล้อม (ปัจจัยข้อ 2) ที่รุนแรงน้อยกว่าในภายหลัง  แต่ผมเป็นมือใหม่ไม่ค่อยรู้จักต้นไม้และธรรมชาติของสภาพแวดล้อมที่สวน เลยใช้วิธีหว่านแหปลูกต้นไม้ให้มากชนิดไว้ก่อนเพื่อค้นหาไม้เบิกนำที่เหมาะสมสำหรับที่สวนฯ แห่งนี้  นอกเหนือจากภาพต้นไม้ที่ถ่ายภาพมาก็ยังมีอีกหลายต้น เช่น
- ยางนาที่ปลูกกลางแดดตายเป็นส่วนใหญ่  ที่เหลือรอดจะเป็นบริเวณที่มีร่มเงาจากต้นไม้อื่น
- บริเวณน้ำท่วมขังเป็นเวลา 1-2 เดือน (บริเวณ swale ใหญ่ที่เอาไว้ดักน้ำจากสวนข้างๆ ) มีต้นกระทิง และยางนารอดน้ำท่วมมาได้ทุกต้นที่ปลูก
- ต้นโสกเขา ต้นปาล์มขวด ต้นสละ ต้นมะกอกน้ำ ต้นตะเคียน ต้นมะฮอกกานี ต้นเชอร์รี่ ต้นฝรั่ง ต้นหม่อน ต้นมะเกลือ ต้นมะตาด และอีกหลายๆ ต้น บางส่วนก็ยังอยู่รอดในหน้าแล้งช่วงนี้  บางส่วนก็แห้งตายไปแล้ว อาจจะต้องศึกษาเรื่องปัจจัยเรื่องสภาพแวดล้อมอีกครั้งหนึ่ง เพราะดูเหมือนว่าวัชพืชที่งามมากๆ ในฤดูฝนจะมีส่วนช่วยให้ต้นไม้บางต้นรอดในหน้าแล้งได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 14, 2013, 05:20:24 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
Nine.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1918


« ตอบ #423 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2013, 02:29:26 AM »

สหายพี่...ผมไม่แน่ใจว่าผู้เฒ่าท่านอำผมหรือเปล่า เกี่ยวกับไม้ทนแล้งที่ใช้สำหรับตั้งต้นสร้างป่า(หลังๆมาสังเกตดู มันเข้าเค้า) ยิงฟันยิ้ม
แกว่า"ก็ปลูกตะขบซี่ๆๆ ปลูกมันทั้งตะขบป่า ตะขบบ้านนั่นแหละ มะขามเทศก็ได้ เวลามันออกลูกสุกเมื่อไร เวลาสารพัดนกมันผ่านมาเจอ มันก็จะแวะมากิน แล้วก็บอกเพื่อนมันต่อๆไปด้วย" ยิงฟันยิ้ม
ผมสงสัยแล้วไงต่อล่ะครับตา แกว่า"เวลาเอ็งกินเต็มท้อง ก่อนจะกินใหม่มันต้องเอาออกก่อนใช่ไหม นกก็เหมือนกัน
เดี๋ยวพอนกมันอยากกินที่สวนเอ็ง มันต้องขี้ออกมาก่อน ทีนี้สวนเอ็งก็มีทั้งเมล็ดไอ้นู่นไอ้นี่ สารพัด   หากมันมากเกินก็ตัดทิ้งทำถ่านทำฟืนสบาย"

[teerapan] - สวัสดีสหายนพ ผมคิดว่าพ่อเฒ่าไม่ได้อำหรอก เพราะที่สวนก็มีนกเงือกมากินมะขามเทศอยู่บ่อยๆ ต้นจามจุรีที่สวนก็คิดว่างอกออกมาจากที่นกเอาออก  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม 

แต่ใต้ต้นมะขามเทศดูเหมือนว่าแล้งเกินไปเมล็ดเลยไม่ค่อยงอก ส่วนใหญ่จะเป็นต้นสาบเสือ และต้นผกากรอง คงต้องปรับปรุงดินกันอีกพอสมควรครับ ส่วนต้นตะขบที่สวนฯ ยังไม่มีครับ แต่นกที่สวนฯ ชอบกินผลของต้นมิราเคลมาก คนแย่งนกไม่ทันซะที ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 17, 2013, 11:46:50 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

.....ศรัทธา คือ เหตุผล.....
zin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1542


« ตอบ #424 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2013, 07:23:45 PM »

สวัสดีวาเลนไทน์ครับท่านธีรพันธ์
สมเป็นสวนขี้คร้านขั้นเทพจริงๆเลย ตายมากว่าอยู่ ล้อเล่น  เจ๋ง

[teerapan] - ถูกๆๆๆ ต้องแล้วครับ  ปีนี้ลงต้นไม้ไปมากกว่า 60 ชนิด เพื่อคัดเลือกว่าอะไรจะสามารถอยู่รอดในสภาพแวดล้อมช่วงนี้ได้  จึงไม่แปลกที่จะมีต้นไม้ตายจำนวนมาก ผมมั่วเองว่าปัจจัยของการเติบโตตามธรรมชาติของต้นไม้ขึ้นกับ 1.พรรณของต้นไม้ที่เลือก + ความแข็งแรงของต้นกล้า 2.สภาพแวดล้อมที่ปลูก เช่น คุณภาพของดิน ร่มเงาจากต้นไม้ข้างๆ ปริมาณพืชคลุมดิน ปริมาณน้ำในดิน ตำแหน่งที่ปลูก เป็นต้น 3.ช่วงจังหวะที่ปลูก

ที่ผ่านมาผมพยามปรับในข้อ 2 ด้วยการทำ swale และปลูกพืชคลุม ส่วนปัจจัยข้อ 3 ก็พยายามเรียนรู้อยู่  แต่ปัจจัยเรื่องพรรณไม้ก็สำคัญมาก โดยทฤษฎีเราควรจะต้องปลูกไม้เบิกนำในสัดส่วนที่สูงในปีแรกๆ และค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนของต้นไม้ชนิดที่ต้องการสภาพแวดล้อม (ปัจจัยข้อ 2) ที่รุนแรงน้อยกว่าในภายหลัง  แต่ผมเป็นมือใหม่ไม่ค่อยรู้จักต้นไม้และธรรมชาติของสภาพแวดล้อมที่สวน เลยใช้วิธีหว่านแหปลูกต้นไม้ให้มากชนิดไว้ก่อนเพื่อค้นหาไม้เบิกนำที่เหมาะสมสำหรับที่สวนฯ แห่งนี้  นอกเหนือจากภาพต้นไม้ที่ถ่ายภาพมาก็ยังมีอีกหลายต้น เช่น
- ยางนาที่ปลูกกลางแดดตายเป็นส่วนใหญ่  ที่เหลือรอดจะเป็นบริเวณที่มีร่มเงาจากต้นไม้อื่น
- บริเวณน้ำท่วมขังเป็นเวลา 1-2 เดือน (บริเวณ swale ใหญ่ที่เอาไว้ดักน้ำจากสวนข้างๆ ) มีต้นกระทิง และยางนารอดน้ำท่วมมาได้ทุกต้นที่ปลูก
- ต้นโสกเขา ต้นปาล์มขวด ต้นสละ ต้นมะกอกน้ำ ต้นตะเคียน ต้นมะฮอกกานี ต้นเชอร์รี่ ต้นฝรั่ง ต้นหม่อน ต้นมะเกลือ ต้นมะตาด และอีกหลายๆ ต้น บางส่วนก็ยังอยู่รอดในหน้าแล้งช่วงนี้  บางส่วนก็แห้งตายไปแล้ว อาจจะต้องศึกษาเรื่องปัจจัยเรื่องสภาพแวดล้อมอีกครั้งหนึ่ง เพราะดูเหมือนว่าวัชพืชที่งามมากๆ ในฤดูฝนจะมีส่วนช่วยให้ต้นไม้บางต้นรอดในหน้าแล้งได้


เนื้อนาดินอันอุดมเกิดขึ้นจาก การทับถมกันของซากเศษแห่งความล้มเหลว
คน ต้นไม้ เฉกเช่นเดียวกัน

ดังนั้นล้มเหลวให้มากเข้าไว้  แลบลิ้น ยิงฟันยิ้ม ยิ้มกว้างๆ


[teerapan] - ท่านพี่ซิน ถ้าตั้งใจว่ามันอาจจะตายได้เขาไม่เรียกความล้มเหลวหรอก เขาเรียกว่าประสบความสำเร็จในการค้นพบอีกวิธีที่มันใช้การได้ต่างหากล่ะ ท่านไมเคิล ฟาราเดย์สอนไว้ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

zin : ช่างลื่นไหลนัก  อายจัง ยิงฟันยิ้ม อายจัง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 17, 2013, 11:46:01 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
lumpu
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 185


« ตอบ #425 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2013, 12:17:08 AM »

ตามเชียร์

[teerapan] - ขอบคุณคร้าบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 17, 2013, 11:33:36 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
dade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 36


« ตอบ #426 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2013, 05:59:20 AM »

ชื่นชมในแนวคิดของท่านจริง ๆ  แต่เวลาคนเราสั้นนัก ปีนึง ๆ ที่ผ่านไป ต้องเรียนรู้ สะสมประสบการณ์อย่างละเอียด และครบถ้วนรอบคอบที่สุด  เพื่อไม่ให้เวลามันกลืนกินเราเพียงผ่านไปวันนึง ๆ เท่านั้น  ชีวิตสำคัญที่มีประสบการณ์ แต่บางทีก็ไม่ต้องมีประสบการณ์เองทุกอย่างในโลกก็ได้  ผมขอติมตามชมสวนในแนวทางของท่านแบบห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ นะขอรับ

                                                                                   เดช
                                                                             ปล.อยากจะขี้คร้านบ้าง

[teerapan] - ขอบคุณคร้าบ ตอนอายุน้อยๆ ผมต้องดั้งด้นเดินทางไกลเพื่อไปเที่ยวป่า ตอนนี้ผมกำลังพาป่ามาที่สวนฯ แทน อย่างน้อยตอนนี้ในช่วงตอนกลางวันจะไม่มีชั่วโมงที่ไม่ได้ยินเสียงนกร้อง จะพบนกมากตอนช่วงเช้า และใกล้ค่ำ ผมไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อไปดูนก เนื่องจากนกเดินทางมาที่สวนฯแทน นกบางชนิด เช่น นกเงือก มาไม่บ่อยนัก จะเห็นเฉพาะช่วงมะขามเทศติดฝัก นกบางชนิดก็ทำรังในสวนเลย แต่อีกหลายๆ ชนิดมักจะมาแค่หาอาหารในตอนกลางวัน ในระยะยาวผมหวังว่าไม้ป่าที่พามาเที่ยวสวนฯ จะอยู่รอดจนออกผลได้ จะได้มีอาหารไว้เลี้ยงบรรดานกที่มาเที่ยวในช่วงนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 17, 2013, 11:45:23 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #427 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2013, 09:46:09 AM »

วันนี้ได้ยินข่าวว่าไทยกำลังเผชิญวิกฤตพลังงานเม.ย.นี้  เนื่องจากจะต้องปิดซ่อมแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในพม่า ทำให้จ่ายแก๊สลดลงแค่ 1 ใน 4 ของปริมาณแก๊สที่ส่งปกติ จะทำให้ไฟฟ้าสำรองของประเทศไทยเหลือเพียง 2% หากมีคนใช้ไฟฟ้ามากไปนิดนึงจะเกิดปัญหาไฟดับทั้งประเทศ   อ่านแล้วรู้สึกเลยว่าเราอ่อนไหวเรื่องพลังงานมาก  นี่ถ้าพม่าสั่งปิดแท่นขุดเจาะเราก็จะมีปัญหาไฟฟ้าดับทั้งประเทศทันที  ในฐานะที่ไทยเป็นคนนำเข้าพลังงานจำนวนมหาศาล ประเทศไทยเราตกเป็นเมืองขึ้นผู้ส่งออกพลังงานได้ง่ายๆ เลยนะครับ  โกรธ โกรธ โกรธ

http://news.thaipbs.or.th/content/รมวพลังงาน-เตือนปชชประหยัดไฟช่วงเมย-รับมือวิกฤตพลังงานไฟฟ้า

ปล. จากข้อมูลของ Nation Master ประเทศไทยนำเข้าพลังงานสุทธิมากถึง 48.39% ของพลังงานที่เราใช้ในประเทศ (คือเราใช้มากกว่าที่สามารถผลิตได้ในประเทศ)  ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเราจะการส่งออกพลังงานมากกว่านำเข้าทำให้ค่าสุทธิเป็นการส่งออกพลังงานคิดเป็นเปอร์เซ๊นต์ของพลังงานที่ใช้ในประเทศเป็นดังนี้  มาเลเซีย 56.02% อินโดนีเซีย 48.25% เวียดนาม 29.98%  พม่า 34.23% ส่วนกัมพูชา และลาวไม่มีข้อมูล   แต่ก็ค่อยข้างบ่งชี้ว่าเราเป็นทาสทางพลังงานเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากแทบทุกคนโดยสุทธิแล้วส่งออกพลังงาน  มีแต่ไทยที่โดยสุทธิแล้วเป็นคนนำเข้าพลังงาน  จึงไม่น่าแปลกใจที่เขาจะตั้งค่าพลังงานเชื้อเพลิงให้เราจ่ายแพงเพื่อกระตุ้นให้ชาวไทยใช้พลังงานลดลง  แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผล  พวกเราก็ยังใช้พลังงานมากเหมือนเดิม  แถมซื้อรถยนต์ส่วนตัวกันเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก  เอ..วัง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 18, 2013, 05:49:38 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
teebanbor
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 777


« ตอบ #428 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2013, 06:52:29 PM »

นโยบายรถคันแรกไงครับ รณงค์ลดใช้พลังงาน  โกรธ
บันทึกการเข้า

ธรรมชาติ...ให้อะไรมากว่าที่เราคิด
teebanbor
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 777


« ตอบ #429 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2013, 07:20:33 PM »



มีโอกาสได้แวะไปเยี่ยมเยียนสวนขี้คร้านเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ต้องขอบคุณสำหรับของฝากติดไม้ติดมือกลับมา มะตูม (แต่ว่าถามที่บ้านไม่มีใครทำเป็นสักคน 5555 ยิงฟันยิ้ม)  และยังได้รู้จักพันธ์ไม้นาๆ พันธ์ อย่างมะตาด และพันธ์วัชพืชคลุมดินอีกมากมาย จำไม่หมดจริง ๆ ครับ สมกับเป็นห้องทดลองขนาดย่อมจริง ๆ แถมเจ้าของสวนยังมีองค์ความรู้แน่นปึ้กอีกนับถือครับ ชอบบรรยากาศมาก น่าไปนั่งดูดาว พร้อมเครื่องดืมเย็น ๆ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิ้มกว้างๆ

[teerapan] - ถ้าพี่ตี๋มาตอนกลางคืนไม่รู้ว่าพี่จะกล้านั่งดูดาวหรือเปล่านะสิ  เนื่องจากตั้งอยู่ห่างจากหมู่บ้าน 3-4 กิโล และรายล้อมไปด้วยภูเขา ในตอนกลางคืนที่สวนขี้คร้านจะไม่เห็นแสงไฟจากบ้านผู้คนเลยสักหลัง เราจะเห็นดาวชัดเจนมากๆ  แต่ในตอนกลางคืนเป็นช่วงเวลาของการออกหากินของหนู คางคง กบ อึ่ง และเช่นเดียวกันกับผู้ล่าของมัน เช่น นกกลางคืน และงู  ทำให้การนั่งดูดาวภายนอกบ้านตอนกลางคืนจึงต้องระมัดระวังผู้ล่าในท้องที่เป็นอย่างยิ่ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 18, 2013, 09:47:18 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

ธรรมชาติ...ให้อะไรมากว่าที่เราคิด
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #430 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2013, 09:18:04 PM »

มีพืชหลายชนิดที่อยู่ในร่อง swale ตอนน้ำท่วมขังก็ได้ อยู่รอดตอนน้ำแห้งก็ได้ เช่น


เผือก


ต้นกก ต้นอเมซอน ว่านน้ำ


ต้นไอริส

แต่...ไม่รู้ว่าจะรอดแล้งนี้ไปได้เปล่า
บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
eve_chanida
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #431 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2013, 12:25:54 AM »

 ยิงฟันยิ้ม ทำแนวกันไฟไว้บ้างรึยังคะลุงนึก เห็นแล้วเสียวแทน เพราะแถวบ้านมีคนมาเผาไฟแล้วลามเข้ามา หญ้าแห้งๆแบบนี้เสร็จหมด ร้องไห้

[teerapan] - สวัสดีน้องอีฟ ด้านที่ติดกับภูเขา(ที่มีไฟป่า) ไถทางเป็นแนวกันไฟไว้แล้ว แต่ 2 ด้านที่ติดกับไร่เพื่อนบ้านไม่ได้ทำครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2013, 06:11:18 AM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 [27] 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 ... 87   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: