หน้า: 1 2 [3] 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 87   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สวนขี้คร้าน ห้องทดลองขนาดย่อม - โครงสร้างเติมน้ำใต้ดิน  (อ่าน 893835 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
hs1amm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 355


« ตอบ #32 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2012, 02:23:53 PM »

เหมือนคนที่กำลังจมน้ำ ต้องตะเกียดตะกายเอาตัวรอดเป็นตามธรรมชาติว่าแต่เราเองจะอยู่ทนถึงน้ำมันหมดโลกหรือเปล่า ตอนนี้ตุนแผงโซล่าเซลไว้แยะ 10 แผงๆละ 285W/24V หาซื้อที่ดินได้เมื่อไรจะเอาไปติดตั้งประชดลูกที่มันไม่เลี้ยงเรา มันไปเลี้ยงเมียของมันเหมือนเราตอนหนุ่มๆยังไงยังงั้นเลย กงกรรมกงเวียน รอฟังคุณธีรพันธ์ แหลงหลอยจั๊บจ้าน อย่าพักนานเดี๋ยวมั้ยไม่หนุก
บันทึกการเข้า

teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #33 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2012, 11:48:48 PM »

ขอบคุณอีกครั้งครับพี่
แค่เรื่องแปลงผักคนเมือง ก็ตอบโจทย์ได้มากมายขนาดนี้แล้ว
ขนลุกนะครับ ที่หวนกลับมาคิดดูว่า "เรากำลังเดินมาในเส้นทางที่ถูกต้อง"
หากเรียบเรียงเป็นเล่ม ผมเชื่อว่าจะเปิดหูเปิดตาคนได้อีกมากมาย
สนุกและได้ความรู้มากมายจริง ๆ ครับ

ไปละ   อิอิอิ ยิงฟันยิ้ม

ทิดโสเป็นแฟนพันธุ์แท้จริงๆ เพิ่งมี 2 บทจะให้รวมเล่มแล้วหรอ?  น้องตั้มมีเป็นร้อยตอนยังไม่ได้รวมเลยครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #34 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2012, 01:34:19 AM »

เป็นเพราะความขี้คร้านของผมแหละครับพี่ ป่านนี้ยังไปไม่ถึงไหน  ก็สันดานคนเมืองร้อนที่ไม่ค่อยชอบบันทึกอะไรนี่แหละครับ เขียนทิ้งเขียนขว้างไปวันๆ  ดีนะยังไม่ตกเป็นเมืองขึ้นเขายุคกระสุนดินดำ  แต่ได้กำลังใจดีๆจากเพื่อนๆพี่ๆ ก่อนปลายปีนี้จะทำให้ได้ตามสัญญาครับ

รวมเล่มสวนขี้คร้านแล้วจองหนึ่งเล่ม คนแรกคิวแรกครับผม
บันทึกการเข้า
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #35 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2012, 06:40:35 AM »

เป็นเพราะความขี้คร้านของผมแหละครับพี่ ป่านนี้ยังไปไม่ถึงไหน  ก็สันดานคนเมืองร้อนที่ไม่ค่อยชอบบันทึกอะไรนี่แหละครับ เขียนทิ้งเขียนขว้างไปวันๆ  ดีนะยังไม่ตกเป็นเมืองขึ้นเขายุคกระสุนดินดำ  แต่ได้กำลังใจดีๆจากเพื่อนๆพี่ๆ ก่อนปลายปีนี้จะทำให้ได้ตามสัญญาครับ

รวมเล่มสวนขี้คร้านแล้วจองหนึ่งเล่ม คนแรกคิวแรกครับผม

ว้าว...จองคิวด้วยเล่มนึง วันเปิดตัวหนังสือต้องไปขอลายเซ็นด้วย  อายจัง อายจัง อายจัง

ส่วนกระทู้นี้ท่าทางจะขี้คร้านจริง อย่าเพ่ิงพูดเรื่องรวมเล่มเลยจะเขียนได้กี่ตอนก็ไม่รู้ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
nok7959
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3671


ทุกสิ่งอย่างกำหนดได้...ด้วย..ใจ.. : )


« ตอบ #36 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2012, 08:22:36 AM »


อืมมมมมม...เข้ามาอ่าน..แล้วอยากรู้ว่า..."ขี้คร้าน" ตรงไหนน๊อออออ... โกรธ โกรธ

มาขออนุญาตรอติดตามความขี้คร้าน...ด้วยคนนะคะ...ขอบคุณมากค่ะ... จุมพิต : )




บันทึกการเข้า

สวนหินบ่อทอง ยินดีต้อนรับค่ะ... : )
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=63000.96
มาเติมเต็มสิ่งดี ๆ ให้กับชีวิตของท่านค่ะ... : )
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=64691.0
pp_79
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2986


« ตอบ #37 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2012, 09:48:51 AM »

สวัสดีครับพี่  ยิ้มเท่ห์

 ขออนุญาตนั่งรอติดตามชมด้วยคนนะครับ...เนื้อหาแน่นๆ สาระเน้นๆ   อายจัง อายจัง อายจัง


ขอบคุณครับ  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

"ล้ม5ครั้ง...ลุก7ครั้ง" เมื่อตั้งใจจริงต้อง "ทำได้"

PP_79  "สวนเกษตรผสมผสาน"
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=18005.0
Magnum (rew)
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4894



« ตอบ #38 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2012, 10:18:50 AM »

"สวนขี้คร้าน" คำนี้ดูเหมือนใช้กระสวนภาษาท้องถิ่น หากเป็นภาษาทางการจะใช้คำ"ขี้เกียจ"แทน
พอเดาได้ ว่าเจ้าของกระทู้มาจากถิ่นใด (คำว่ากระสวนภาษา ขอยืมท่านกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ผู้ล่วงลับมาใช้ครับ)
บันทึกการเข้า


สิ่งที่น่าสังเวชของมนุษย์
หาใช่ความเสื่อมถอยของสังขารไม่
แต่คือความเสื่อมถอยทางจิตวิญญาณ
thiraphat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2344


« ตอบ #39 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2012, 10:52:05 AM »

 สวนขี้คร้าน  อ่านไปอ่านมาขี้คร้านที่ว่า สงสัยจะขี้คร้านทำอะไรจับฉ่าย แต่ไม่ขี้คร้านคิดและหาความรู้ คนอย่างนี้ คิดมากทำน้อยไม่เหนื่อยครับ  อายจัง
บันทึกการเข้า
psit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1052

กินอยู่แค่พอเพียง


« ตอบ #40 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2012, 11:40:11 AM »

น่าติดตามมากครับ
โดยเฉพาะกรณีศึกษาของประเทศคิวบา
วันหนึ่งข้างหน้า โลกคงต้องพบเหตุการณืลักษณะนี้เข้าสักวัน
ใคร(ประเทสใด)เตรียมพร้อมก่อน ย่อมอยู่รอดได้ดีกว่า
บันทึกการเข้า
toon is
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 52


« ตอบ #41 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2012, 01:29:21 PM »

 ขยิบตา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 29, 2012, 10:14:09 AM โดย toon is » บันทึกการเข้า
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #42 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2012, 10:17:56 PM »

ทฤษฎี บางทฤษฏี อาจเหมาะสมกับพื้นที่หนึ่งหรือภูมิประเทศหนึ่ง แต่อาจใช้ไม่ได้เลยกับอีกพื้นที่หนึ่ง ไม่ใส่ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้สารเคมี อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่การไม่ไถ่พรวนดิน ไม่ใช้ปุ๋ยหมัก หรือตัดหญ้า สามอย่างหลังนี้ ผมกล้าท้าพิสูจน์เลย ว่าผลผลิตแปลงไหนจะได้คุ้มหรือมากกว่ากัน ที่กล้าเพราะทำมาแล้ว เหมือนที่ว่าไว้แหละครับถ้าเชื่อจากหนังสือหรือตำราทั้งหมด สู้อย่ารู้หนังสือหรือตำราชะดีกว่า เช่นเดียวกัน ถ้าจะเชื่อทฤษฎีทั้งหมด สู้อย่ารู้ทฤษฎีชะดีกว่า หรือแม้ว่าน้ำมันจะหมดโลก ก็อย่าพากันวิตกจริตจนเกินไป แน่นอนว่าผู้มองการไกล รู้จักวางแผน วิเคราะห์เหตุการณ์ข้างหน้าได้ดี ก็ย่อมกำหนดกำหนดทิศทางธุรกิจหำรืแผนชีวิตได้ดีกว่าคนอื่นๆ แต่เชื่อเถอว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นคนก็จะสามารถเอาชนะธรรมชาติและปรับตัวหรือเข้ากับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้เสมอวิวัฒนาการ นวัติกรรมใหม่จะเกิด พลังงานทดแทนต่างๆ เพราะฉนั้นทำปจัจุบัน อยู่กับปจัจุบัน ทำในสิ่งที่เราเชื่อและศรัทธาดีกว่า

มีเพียงคนเขลาเท่านั้นที่นึกว่าตนเองชนะธรรมชาติได้ ช้าหรือเร็ว สุดท้ายธรรมชาติก็เอาคืนเสมอ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 02, 2012, 10:45:21 AM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #43 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2012, 11:45:30 PM »

ถอดรหัสบทเรียน Peak Oil จากคิวบา

ความจริงแล้วยังมีอีกหลายมาตรการที่ประเทศคิวบานำมาใช้งานเพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงาน และการปิดกั้นทางการค้าจากสหรัฐอเมริกา  แต่คิดว่าทุกคนคงเข้าประเด็นพอสังเขปแล้วว่า  ก่อน special period ชาวคิวบาคุ้นชินกับสิ่งอำนวยความสะดวก และเครื่องทุ่นแรงต่างๆ โดยไม่ได้ตระหนักว่าหลายสิ่งในชีวิตประจำวันในเมืองต่างเกี่ยวพันกับการใช้พลังงานอย่างซับซ้อน  กลไกของเศรษฐกิจที่ตีมูลค่าของสิ่งต่างๆ บิดเบือนการตัดสินใจให้ทำลายธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อแสวงหาผลตอบแทนในรูปตัวเงิน  การสนใจมูลค่ามากกว่าคุณค่าทำให้หลงระเริงอยู่ได้เพราะมีน้ำมันเป็นตัวสร้างภาพมายาว่าทุกสิ่งกำลังไปได้ดี  หลงไปกับพลังงานหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า หรือน้ำประปา ที่ส่งตรงมาถึงบ้านให้ใช้กันจนแทบไม่รู้สึกว่ามันมีอยู่ (คล้ายๆ กับอากาศที่เราจะรู้สึกว่ามันมีอยู่เมื่อไม่มีอากาศจะหายใจ)  วันหนึ่งที่การเข้าถึงพลังงานน้ำมันทำได้ยาก  ส่งผลกระทบในวงกว้างอย่างไม่น่าเชื่อ บทเรียนเหล่านี้สอนว่าก่อนที่เราจะไปไทอย่างแท้จริงได้ เราต้องเป็นไททางพลังงานให้ได้ก่อน  เรื่องที่น่าสนใจคือสุดท้าย special period ในคิวบาก็ค่อยๆ มีสถานะการณ์ดีขึ้นในช่วงหลังของทศวรรษ 1990 แต่ชาวคิวบาเหมือนจะได้รับ Wake up call จากเหตุการณ์นี้ และก็ไม่ได้หวนกลับไปใช้ชีวิตที่ยึดติดกับพลังงานฟอสซิลอย่างหนักเหมือนเดิม

บทเรียนจากชาวคิวบาทำให้ต้องกลับมาทบทวนวิถีการใช้ชีวิตของตนเองว่าวันนี้พวกเราพร้อมแล้วหรือยังเมื่อ Peak Oil มาถึงจริงๆ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า?  ทำให้มีคำถามผุดขึ้นมาในหัวอีกหลายๆ ประเด็นวิถีชีวิตที่เรากำลังทำอยู่ อยากให้ลองคิดหาทางหนีทีไล่เมื่อเหตุการณ์นั้นมาถึง


  • การหาซื้อบ้านใหญ่โตเมื่ออายุน้อยๆ เพราะกะว่าจะซื้อบ้านครั้งเดียวในชีวิต สุดท้ายได้บ้านชายเมืองต้องขับรถวันละหลายสิบกิโลเมตร
  • การพักอยู่ในที่คอนโดชั้นสูงๆ ชนิดที่เรียกว่าถ้าไฟดับก็ไม่อยากคิดเรื่องเดินลงจากตึกเลย
  • การพึ่งพิงอาหารที่ขนส่งจากจังหวัดที่ห่างไกลของชุมชนเมือง
  • การผลิตแปลงขนาดใหญ่ที่วันนี้ยังทำอยู่ได้เพราะอาศัยเครื่องจักร และพลังงาน
  • การผลิต และขนส่งไปขายในจังหวัดที่ห่างไกล
  • การทำการเกษตรเชิงเดี่ยวเพื่อแลกเงิน (และส่งของไปขายไกลๆ)  แล้วเอาเงินมาหาซื้ออาหารที่ขนส่งมาจากที่อื่น
  • การพึ่งพิงสารเคมีที่ต้องนำเข้า หรือผลิตโดยโรงงานต่างถิ่น
  • การปล่อยน้ำฝนที่ตกลงมาไหลลงท่อระบายน้ำ  แล้วใช้น้ำประปามารดน้ำสนามหญ้าแทน
  • การทำการเกษตรที่พึ่งพิงการส่งออก โดยเฉพาะการส่งออกไปยังประเทศที่ห่างไกล
  • และ...กิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่ใช้พลังงาน

ผมไม่ได้มีเจตนาจะสร้างความตื่นตระหนก  เราอาจจะๆ ไม่ได้เผชิญปัญหาในทันทีทันใดที่ oil peak มาถึง  ตัวอย่างเช่นใน สหรัฐอเมริกานั้น peak oil เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1970 ความสามารถในการผลิตน้ำมันของสหรัฐเกิดขึ้นจริง  แต่ก็ถูกชดเชยด้วยการนำเข้าจากต่างประเทศ  วิกฤตจริงๆ กลับมาเกิดในช่วงปี ค.ศ. 1973 และ 1976 เนื่องจากปัญหาการนำเข้าจากตะวันออกกลาง  ต่อมามีการค้นพบแหล่งน้ำมันที่อะลาสกาทำให้วิกฤตน้ำมันของสหรัฐเบาบาง  ทำให้สหรัฐเรียนรู้ว่าประเทศของเขาเปราะบางแค่ไหนต่อการเปลี่ยนแปลงในตะวันออกกลาง  อย่างไรก็ตามไทยไม่ได้อยู่ในสถานะเดียวกันกับสหรัฐ และช่วงเวลาที่เรากำลังจะเผชิญจะเป็น peak oil ของโลก ไม่ใช่ของประเทศใดประเทศหนึ่ง  ในช่วงเวลานั้นนานาประเทศที่มีน้ำมันอาจจะหยุดส่งออกน้ำมันเพื่อเก็บไว้เพื่อความอยู่รอดของคนในชาติตนเอง  จึงเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยากว่าวิกฤตจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่

ขอย้ำว่าผมไม่ได้มีเจตนาจะสร้างความตื่นตระหนก  ผมไม่ได้มีเจตนาให้ท่านเลิกทำสิ่งที่ท่านทำอยู่  เพียงต้องการนำเสมออีกหนึ่งมุมในการทำการเกษตรซึ่งแตกต่างจากแนวคิดเรื่องผลตอบแทนต่อไร่สูงสุด และแนวคิดเรื่องผลตอบแทนในรูปตัวเงินสูงสุด  สักวันหนึ่งบางท่านจะเข้าใจว่าเงินเป็นเพียงมายา  ในธรรมชาติไม่มีแนวคิดเรื่องเงิน คนมีเงิน 10 บาท และมีเงิน 10 ล้านก็ต่างเกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่แตกต่างกัน ต่างก็อยู่ในกรอบของธรรมชาติ... ที่ดินราคาไร่ละสิบล้าน และที่ดินราคาไร่ละไม่กี่หมื่นบาทใช้ปลูกพืชได้ไม่แตกต่างกัน... เงินไม่มีความหมายในโลกของธรรมชาติ  ทำอย่างไรเราจึงจะหาที่ยืนเล็กๆ ในโลกของธรรมชาติ มีอาหารพอประทังชีวิตโดยไม่ไปเบียดเบียนระบบนิเวศที่สมดุลมากจนเกินไป  ทำอย่างไรเราจึงจะได้ผลผลิตพอประทังชีวิตโดยใช้พลังงานฟอสซิลต่ำสุด  ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถทำงานร่วมกับธรรมชาติ  แทนที่จะพยายามเอาชนะธรรมชาติ  ติดตามการเดินทางหาคำตอบ และการลงมือทดลองในสวนขี้คร้านตอนต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 30, 2012, 05:35:27 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
สุ ป่าริมห้วย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1594


« ตอบ #44 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2012, 12:15:04 AM »

  สวัสดีค่ะพี่ธี..
  กำลังคิดจะใช้ชีวิตแบบแอบอิงธรรมชาติพอดีเลยอ่ะ ไม่อยากเอาชนะธรรมชาติค่ะ แค่หน้าแก่ลงทุกวันก็เอาชนะไม่ได้แล้ว..
  
  อย่างอื่นเลยเลิกคิดที่จะเอาชนะธรรมชาติค่ะ แต่เรื่อง Peak Oilไม่กลัวค่ะ กลัว PeaK Beer มากกว่าค่ะ...คริ.. ยิ้มกว้างๆ

                                                                                                       รอติดตามอยู่ค่ะ ยิ้มเท่ห์

 
บันทึกการเข้า
toon is
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 52


« ตอบ #45 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2012, 08:00:21 AM »

 ขยิบตา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 29, 2012, 10:30:01 AM โดย toon is » บันทึกการเข้า
ทิดโส โม้ระเบิด
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5591


ณ เบื้องบูรพา มีป่าที่กำลังปลูก


« ตอบ #46 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2012, 08:42:51 AM »

ใจเย็น ๆ ครับ
บางครั้ง การตีความในบริบทที่แตกต่าง อาจทำให้เข้าใจผิดกันไปได้
ในบทความนี้ เป็นการนำเสนอข้อมูลในแบบหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นจริงในพื้นที่บนโลก
การจะแสดงว่า บทความนี้ไม่น่าเชื่อถือก็คือ เอาสิ่งที่แตกต่างจากบทความมานำเสนอ
เพียงเท่านี้ ก็จะทำให้เรามองเห็นอีกด้านหนึ่งของความรู้จากการปฏิบัติ

ขออนุญาตคุณtoon is นำเสนออีกหนึ่งกระทู้เลยครับ
ทดลองและทดสอบให้เห็นว่า สิ่งที่ทำมาแล้วนั้น ได้ผลผลิตมากมายในระยะยาวได้จริง
แบบนี้ก็จะเป็นฐานความรู้ให้สมาชิกท่านอื่น ๆ ได้เปรียบเทียบด้วยครับ

ขออภัยนะครับ ขออนุญาตแย้งมาด้วยความเคารพ

ไปละ   อิอิอิ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

วิสฺสาสสปรมา ญาติ ... ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #47 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2012, 09:22:10 AM »

ใจเย็น ๆ ครับ
บางครั้ง การตีความในบริบทที่แตกต่าง อาจทำให้เข้าใจผิดกันไปได้
ในบทความนี้ เป็นการนำเสนอข้อมูลในแบบหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นจริงในพื้นที่บนโลก
การจะแสดงว่า บทความนี้ไม่น่าเชื่อถือก็คือ เอาสิ่งที่แตกต่างจากบทความมานำเสนอ
เพียงเท่านี้ ก็จะทำให้เรามองเห็นอีกด้านหนึ่งของความรู้จากการปฏิบัติ

ขออนุญาตคุณtoon is นำเสนออีกหนึ่งกระทู้เลยครับ
ทดลองและทดสอบให้เห็นว่า สิ่งที่ทำมาแล้วนั้น ได้ผลผลิตมากมายในระยะยาวได้จริง
แบบนี้ก็จะเป็นฐานความรู้ให้สมาชิกท่านอื่น ๆ ได้เปรียบเทียบด้วยครับ

ขออภัยนะครับ ขออนุญาตแย้งมาด้วยความเคารพ

ไปละ   อิอิอิ ยิงฟันยิ้ม

ขอบคุณครับทิดโส  ขออภัยอย่างยิ่งในคำที่อาจจะถูกตีความหมายในบริบทที่แตกต่างกันออกไป  ผมไม่ได้มีเจตนาจะว่คุณ toon is หรือยกตนว่าฉลาดกว่าใครครับ ร้องไห้ เป็นเพียง quote ทั่วๆ ไป ความหมายของคำว่าเขลาในกรณีนี้ไม่ได้หมายความว่าโง่  แต่เป็นสภาวะของความไม่รู้ของมนุษยชาติซึ่งมักจะหลงว่าตนเองรู้จักธรรมชาติอย่างถ่องแท้ หรือตนเองควบคุมธรรมชาติได้  ซึ่งรวมทั้งตัวผมเองด้วย  และจะได้มีโอกาสนำเสนอความเขลาของตนเองที่คิดว่าเรื่องราวของเกษตรกรรมธรรมชาติเป็นเรื่องง่าย  เป็นการลองผิด (ท่าทางจะเยอะกว่า) ลองถูกในเรื่องราวของสวนขี้คร้าน

เราก็จะเห็น quote แบบนี้ที่ต้องการจะแสดงความคิดเห็น และใช้คำว่าเขลาในบริบทคล้ายๆ กัน เช่น Bill Mollison พูดว่า

Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.

"ความเขลาคือความพยายามที่จะขจัดความแตกต่าง (หรือความเห็นต่าง) แทนที่จะใช้มัน หรือให้คุณค่ามันอย่างสร้างสรรค์ "  (หากแปลผิด หรือไม่คำสละสลวย ขออภัยด้วยครับ)

หมายเหตุ ใน quote ของ Bill Mollison ข้างต้นออกจะแนวปรัชญานิดๆ คำว่า Difference อาจจะถูกใช้ในหลายบริบท  ในบริบทของการเรียนรู้  Bill Molllison จะมองว่าการที่เขาไปสอน  เขาก็เป็นผู้เรียนพอๆ กับผู้สอน  เพราะในทุกประเทศ ในทุกชั้นเรียนที่เขาสอนก็จะมีเรื่องราวที่แตกต่าง และเขาก็ได้เรียนรู้จากผู้คนที่มาเรียนด้วย  ในบริบทของการเกษตร Bill Mollison มองว่าความพยายามขจัดพืชชนิดอื่นเพื่อให้พืชชนิดเดียวที่เราต้องการงอกงาม  และไปเรียกพืชชนิดอื่นว่า "วัชพืช" โดยที่ไม่พยายามทำความรู้จัก และใช้ประโยชน์พืชที่ดูเหมือนว่าเราไม่ต้องการ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 29, 2012, 09:34:33 AM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
หน้า: 1 2 [3] 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ... 87   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: