หน้า: 1 ... 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 [18] 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 ... 87   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สวนขี้คร้าน ห้องทดลองขนาดย่อม - โครงสร้างเติมน้ำใต้ดิน  (อ่าน 898835 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
prateep
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 288


« ตอบ #272 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2012, 03:30:45 PM »

สวนขี้คร้าน ย้ายก่อนเจ้าของจะย้ายไปถาวรที่ท่าลี่   แฟนพันธุ์แท้ ติดตามมาได้ตลอดไม่น่าห่วง 5566

[teerapan] - ขอบคุณครับ  ท่าลี่ จังหวัดเลย หรือเปล่าครับ?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 14, 2012, 04:39:00 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

prateep
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 288


« ตอบ #273 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2012, 10:41:47 PM »

ขออภัย คุณธีระพันธ์ ด้วยครับที่อาจทำให้สับสน ผมอ่าน สวนเกษตรปากเสีย จบแล้ว มาดูสวนขี้คร้าน ไปหน้าถามตอบปัญหาทั่วไปเห็นย้ายกันเป็นแถว มายังมุมสมาชิก ตอบสวนขี้คร้านว่าแม้จะถูกย้ายเพื่อความถูกต้องตามหมวดหมู่แต่ก็ยังมีเพื่อนติดตามมาได้ ผมจำสับสนกับสวนเกษตรปากเสีย เลยบอกว่าย่ายไปท่าลี่5566
ครูยุทธ ก็มากดไลค์-น่าอายจัง ขออภัย คนเก่าคนแก่ด้วย5566
บันทึกการเข้า
pooyailee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 641


« ตอบ #274 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2012, 12:58:45 PM »

  ขอต้อนรับสมาชิกใหม่ที่คิดว่าธรรมชาติคือนายของเราอีกหนึ่งท่าน
ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า
ยิ้มเท่ห์

[teerapan] - ขอบคุณครับพี่กันตพัฒน์  ผมเชื่อเสมอว่าเราธรรมชาติอยู่เหนือมนุษย์  และเชื่อด้วยว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตไม่กี่ชนิดที่จะสามารถทำงานร่วมกันกับธรรมชาติในการแก้ไขปัญหาความสมดุลของระบบนิเวศน์ได้  ทั้งๆ ที่ก็มนุษย์นั่นล่ะเป็นสาเหตุหลักในการทำธรรมชาติหลุดออกมาจากตำแหน่งที่สมดุล
สวัสดีครับคุณteerapun ผมผู้ใหญ่ลีจากสวนทอฝันได้เปิดอ่านกระทู้ของคุณตั้งแต่เมือคืนตอนหัวค่ำรู้สึกเมื่อยสายตาเลยลงนอนพักสายตาหลับยาวมารู้สึกตัวตื่นมาอ่านต่อตั้แต่ตีสอง พักสายตาตีห้า มาอ่านต่อสายๆจนเที่ยงครึ่ง สุดยอดความรู้และบรรยายถ่ายทอดข้อมูลได้ดีเยี่ยม สวนทอฝันอยู่อำเภอเขาสมิง ตราดก็มีปัญหาเรื่องน้ำฝนตกมากไปในฤดูฝน เมื่อถึงฤดูแล้งต้องpumpน้ำให้น้ำต้นไม้ที่สวนต้องจ่ายค่ากระแสไฟฟ้าปีละประมาณ๓หมื่น[km(pumpน้ำ ๓เฟส ๑๒hp) มีเวลามาภาคตะวันออกเรียนเชิญพักนอนที่สวนทอฝันได้นะครับ

[Teerapan] - ขอบคุณครับ ขออภัยที่ตอบช้า เพิ่งกลับมาจากสวน จ.ตราด เป็นจังหวัดที่ฝนตกมากที่สุดในประเทศไทย เรื่องน้ำขาดคงไม่มี แต่จะทำให้ประหยัดพลังงานอย่างไรคงเป็นเรื่องท้าทายนิดหน่อย ตามอ่านกระทู้ของสวนทอฝันมาสักพักเหมือนกัน ชอบมากแต่ไม่มีปัญญาบริหารจัดการได้ เพราะไม่มีแรงงาน และมีเวลาเฉพาะวันหยุด ถ้ามีโอกาศคงได้ไปเยือนสวนทอฝันครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 16, 2012, 07:31:08 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
boon_song
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 429


« ตอบ #275 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2012, 09:49:43 PM »

ขอเพิ่มเติมเรื่อง vertical mulch ว่ากลุ่มเพอร์มาคัลเจอร์ยังมีการประยุกต์ Vertical Mulch ไปใช้ในการเลี้ยงไส้เดือนในแปลงผัก  แนวคิดไม่แตกต่างกับเทคนิคการเลี้ยงไส้เดือนที่หาอ่านได้ตามกระทู้ทั่วไป ส่วนที่ต่างคือในกลุ่มเพอร์มาคัลเจอร์คิดตามสไตล์ขี้คร้านว่า ถ้าเราต้องเลี้ยงไส้เดือนเพื่อทำปุ๋ยไส้เดือน และเพิ่มจำนวนไส้เดือน จากนั้นก็ขนไส้เดือนไปลงดินเพื่อช่วยพรวนดินในแปลงผัก ขนปุ๋ยไส้เดือนไปใส่ในแปลงผัก  ทำให้เกิดคำถามว่า  แล้วทำไมเราไม่เลี้ยงไส้เดือนในแปลงผักเลยล่ะ?  เราจะได้ใช้เศษผักที่เราไม่เอาให้เป็นอาหารไส้เดือน  เราให้ไส้เดือนเลื้อยออกไปในดินในแปลงผักเอง  ให้มันออกไปถ่ายมูลในแปลงผักเอง  เราจะได้ไม่เสียเวลาขนย้าย



เราเรียกเทคนิคนี้ว่าหอคอยไส้เดือน (Worm Tower) โดยเขาจะหาท่อ หรือถังพลาสติกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 15 ซม. เผื่อให้ใหญ่พอที่จะใส่เศษอาหารได้สะดวก  หรืออาจจะใช้ถังสีพลาสติกก็ได้  แล้วเจาะรูขนาดใหญ่มากพอที่เส้นเดินจะเลื้อยเข้าออกท่อได้สะดวก รอบๆ ท่อ/ถัง (เจาะที่ก้นถังด้วย)    ฝังในดินลึกประมาณ 20-30 ซม. และมีส่วนที่อยู่เหนือดินอีกประมาณ 20-30 ซม. เช่นกัน  จากนั้นก็เตรียม Bedding เหมือนการเลี้ยงไส้เดือนทั่วไป  ใส่ Bedding ผสมกับเศษกระดาษชุ่มน้ำลงในท่อประมาณ 15 ซม. แล้วใส่ไส้เดือน (50 ตัวก็เกินพอ) ตามด้วยเศษกระดาษชุ่มน้ำอีกนิดหน่อย  ปิดฝาท่อ/ถัง เพื่อป้องการแสงแดด และศัตรูของไส้เดือน ทิ้งไว้ 2-3 วันก็สามารถเริ่มเติมเศษอาหาร / เศษผักลงไปในท่อได้แล้ว  การเลี้ยงก็เหมือนกันการเลี้ยงไส้เดือนทั่วๆ ไป

Worm Tower for Garden Compost

ถ้ามีอาหารใน "หอคอยไส้เดือน" เพียงพอ  ไส้เดือนก็จะชอบอยู่ในหอคอยนี้  ยิ่งถ้ามันเจอกันบ่อยๆ ในหอคอยก็จะผสมพันธุ์สร้างไส้เดือนใหม่เพิ่มขึ้นเร็วกว่าธรรมชาติ  เมื่อจำนวนไส้เดือนมากเกินกว่าจำนวนอาหารที่เราให้  ไส้เดือนส่วนหนึ่งก็จะเลื้อยออกไปหาอาหารข้างนอกในแปลงผักเอง  บริเวณรอบๆ  "หอคอยไส้เดือน"  ก็จะชุ่มชื้นเหมือนกับเทคนิคของ Vertical Mulch ทั่วไป  ทำให้พืชผักใกล้ๆ หอคอยจะงามเป็นพิเศษ เพราะได้ทั้งน้ำทั้งปุ๋ยไส้เดือน  ถ้าจำเป็นเราก็สามารถติดตั้ง  "หอคอยไส้เดือน" กระจายไปหลายๆ จุดในแปลงผัก

VDO ข้างล่างนี้จะทำ Worm Tower ขนาดใหญ่หน่อย
Inga's Free Range Worm Farm  



ขอเรียนถามครับ

รากต้นไม้จะไม่เข้าไปในหอคอยหรือครับ

ขอบคุณครับ


[teerapan] - ก่อนจะตอบคำถามคุณ boon_song ผมขอย้ำนิยามตามความเห็นส่วนตัวของผมของคำว่า "ต้นไม้" (tree) หมายถึง พืชยืนต้น ส่วนผัก และพืชล้มลุกอื่นๆ ที่มนุษย์ปลูก เช่น ข้าว ข้าวโพด ผมอยากจะเรียกรวมๆ ว่าพืชปลูก (crop)

ตามนิยามนี้ต้นไม้ (tree) โดยธรรมชาติจะมีรากยาวประมาณ 3-5 เท่าของระยะจากโคนต้นถึงแนวชายพุ่ม  เมื่อเราพยายามทำให้บางบริเวณมีน้ำมากกว่าบริเวณอื่น (โดยการรดน้ำ) ต้นไม้ก็จะพยายามงอกรากให้ยาวออกมาหาน้ำตามธรรมชาติ  ในการทำระบบน้ำให้กับพืชปลูกหลายๆ อย่างจึงถูกรบกวนด้วยรากพืช   ในบางพื้ันที่โดยเฉพาะแปลงผักใกล้แนวที่ปลูกไผ่ไว้จึงมีการทำแนวป้องกันรากต้นไม้ฝังไว้ใต้ดินกันไม่ให้รากต้นไม้ชอนไชเข้ามารบกวน

แต่ถ้าสังเกตุให้ดีจะเห็นว่าผมใช้คำว่าแปลงผักตอนที่เขียนเรื่อง Worm Tower  ผักส่วนใหญ่ที่เราปลูกมักจะเป็นพืชล้มลุก เมื่อเราเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วรากของผักก็จะตาย และถูกย่อยสลายไปเอง จึงไม่เป็นปัญหาเหมือนรากต้นไม้ (tree) อีกอย่างบริเวณ Worm Tower ที่เราใส่เศษอาหารไปเยอะจะมีแบคทีเรียอยู่เป็นจำนวนมาก แบคทีเรียพวกนี้นี่เองที่เป็นอาหารของไส้เดือนร่วมกับเศษอาหาร และเมื่อไส้เดือนถ่ายมูลออกมาก็จะมีแบคทีเรียอีกเป็นจำนวนมาก  แบคทีเรียพวกนี้ทำให้สภาพดินจะมีความเป็นกรดสูง  รากพืชผักส่วนใหญ่จะไม่สามารถทนความเป็นกรดสูงมากได้  ดังนั้นจึงมีโอกาสน้อยที่รากของผักจะชอนไชเข้ามาใน Worm Tower แล้วก่อให้เกิดปัญหาข้ามปี


ชัดเจน

ขอบคุณครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2012, 11:24:26 PM โดย boon_song » บันทึกการเข้า
ktikamporn
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 757


« ตอบ #276 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2012, 11:21:17 PM »

ขอตอบแทนคุณพี่นะ(อยากตอบ อิอิ )

รากไม่เข้าไปในท่อหรอก แต่รดน้ำผ่านท่อ
-น้ำซึมผ่านท่อลงดินทำให้ดินข้างใต้ชื้น
-รดน้ำง่ายไม่ต้องรดทั้งแปลง(รดทั้งแปลงก็ได้)
-สงวนน้ำให้ผักแทนที่จะเป็นวัชพืช
-สารอาหารจากเศษผักไปตามน้ำ
-ใส้เดือนย่อยเศษผักให้เป็นสารอาหาร
-ใส้เดือนขยายพันธุ์ ช่วยทำให้ดินโปร่งมีอากาศ
-เศษอาหารช่วยกักความชื้น

ประมาณน้้น

[teerapan] - ขอบคุณครับ  น้องโอ๋ไม่เขียนเรื่อง "เศรษฐกิจโลกจะล่มสลายในปี 2030" ต่อแล้วหรอ?  รออ่านอยู่นะครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 17, 2012, 12:26:16 PM โดย ktikamporn » บันทึกการเข้า
ktikamporn
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 757


« ตอบ #277 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2012, 08:10:04 AM »

ผมนึกถึง ไอ้นี่นะ
keyhole garden (สวนรูกุญแจ เหมือนตรงรูกับทางเข้ามัง)

เอาวัสดุอินทรีย์หมักข้างล้าง
ทำกำแพงล้อมเป็นวงกลม
ทำรูตรงกลางในรูมีวัสดุหมักเหมือนกัน กันน้ำออก
ทำทางเข้าไปรดน้ำตรงกลางง่าย ๆ
รดน้ำตรงกลางลงไปทั่วัสดุข้างล่าง
ข้างบนปลูกผักได้รับน้ำจากข้างล้างขึ้นมา






How to Make a Keyhole Garden - Lesotho style




[teerapan] - เยี่ยมมากน้องโอ๋  ในหลักสูตรของเพอร์มาคัลเจอร์ก็สอนเรื่องนี้  แต่ตรงกลาง keyhole มักจะเป็นปุ๋ยหมักนะครับ  ไม่ได้เน้นว่าจะต้องเป็น worm farm แต่โดยหลักการแล้วคล้ายกัน  ตรงกลางของ keyhole garden จะเป็นที่ทิ้งเศษอาหารจากในบ้าน  เศษอาหารจะถูกย่อยสลายให้กลายเป็นฮิวมัสที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำดี และน้ำในเศษอาหารที่เราเอามาทิ้งก็จะเป็นแหล่งน้ำของผักที่ปลูกด้วย  ในหลายประเทศที่ใช้เทคนิค keyhole garden ประสบผลสำเร็จมากๆ จึงบอกว่าเป็นแปลงผักที่ไม่ต้องรดน้ำเลย

นอกจากนั้น keyhole garden ยังถูกใช้สอนเรื่อง pattern ในหลักสูตรของเพอร์มาคัลเจอร์  หลังจากจบเรื่องน้ำ  รบกวนน้องโอ๋ช่วยเตือนอีกครั้งให้พี่กลับมาขยายความเรื่อง pattern และความสำคัญในการออกแบบระบบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 17, 2012, 12:24:30 AM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
boon_song
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 429


« ตอบ #278 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2012, 12:04:41 PM »

ขอตอบแทนคุณพี่นะ(อยากตอบ อิอิ ยิงฟันยิ้ม)

รากไม่เข้าไปในท่อหรอก แต่รดน้ำผ่านท่อ
-น้ำซึมผ่านท่อลงดินทำให้ดินข้างใต้ชื้น
-รดน้ำง่ายไม่ต้องรดทั้งแปลง(รดทั้งแปลงก็ได้)
-สงวนน้ำให้ผักแทนที่จะเป็นวัชพืช
-สารอาหารจากเศษผักไปตามน้ำ
-ใส้เดือนย่อยเศษผักให้เป็นสารอาหาร
-ใส้เดือนขยายพันธุ์ ช่วยทำให้ดินโปร่งมีอากาศ
-เศษอาหารช่วยกักความชื้น

ประมาณน้้น

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #279 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2012, 12:48:49 AM »

ขออนุญาตออกนอกเรื่องนิดนึง  อันนี้เป็นที่ตกตะกอนน้ำฝนที่สัญญากับคุณเพียรไว้ว่าจะถ่ายรูปมาให้ดู ระบบแบบนี้ไม่ใช่ระบบที่ดีที่สุด  เป็นระบบที่สมองอันน้อยนิดของผมพอจะคิดดัดแปลงได้บ้างนิดหน่อย แต่ก็ประกอบได้ไม่ยาก และต้นทุนไม่สูงมากนัก



หลักการทำงานของระบบนี้ง่ายๆ คือน้ำฝนจากรางน้ำฝนจะตกลงมาในท่อแนวดิ่งก่อน  ตะกอนจะอยู่ด้านล่างของท่อเป็นส่วนใหญ่ และอาจจะมีบางส่วนที่ฟุ้งอยู่ในน้ำในท่อด้วย  เมื่อฝนตกมากพอน้ำก็จะค่อยสูงขึ้นมาจนถึงส่วนที่เป็นข้องอ 45 องศา  ด้านในของท่อส่วนที่เอียง 45 องศานี่เองผมติดมุ้งลวดอลูมิเนียมพับ 2 ชั้นไว้ 2 จุด  เพื่อเป็นตัวดักตะกอนขนาดใหญ่ที่ฟุ้งลอยขึ้นมาไม่ให้ไหลเข้าไปในโอ่ง  ส่วนตะกอนขนาดเล็กก็อาจจะผ่านไปได้บ้าง  แต่ก็มีแรงโน้มถ่วงที่จะช่วยดึงให้ตะกอนไหลลงมาตามแนวท่อ 45 องศา

ตรงปลายท่อด้านล่างของท่อดักตะกอน  ผมเลือกขนาดท่อที่พอจะเอามือเข้าไปล้วงทำความสะอาดได้  และปิดปลายท่อด้านล่างด้วยฝาปิดเกลียวธรรมดา  และจะไม่ปิดท่อจนแน่น  จะยอมให้น้ำรั่วออกมาหน่อยๆ   เมื่อฝนหยุดตกน้ำก็จะค่อยๆ ซึมออกจนแห้งเพื่อไม่ให้ตะกอนที่ค้างอยู่ถูกหมักรวมกับน้ำจนเน่ามากเกินไป  ทุกๆ 1-2 สัปดาห์ (เฉพาะในช่วงหน้าฝน) ผมก็จะไขเกลียวออกเป็นทำความสะอาดเอาตะกอนที่ค้างอยู่ในท่อออกมา
บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #280 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2012, 12:55:32 AM »

ในหนังสือของปู่บิล  ยังนำเสนอวิธีการทำระบบที่จะเก็บน้ำฝนหลังจากที่ฝนตกไปแล้วสักพักโดยอัตโนมัติ และไม่ต้องใช้พลังงานอะไรมาก 2 ตัวอย่าง  ระบบแบบนี้ซับซ้อนกว่า และน่าจะทำงานได้ดีกว่าระบบที่ผมทำ





แบบแรกใช้กับถังที่มีฝาเปิดด้านบน  โดยอาศัยน้ำฝนที่ตกช่วงแรกไปในถังซึ่งต่อกับคานกระดก  เมื่อน้ำฝนเยอะพอก็จะกระดกให้น้ำฝนที่ตกช่วงหลังๆ ไหลลงไปในถังเก็บน้ำฝนแทน  แต่ถังแบบเปิดมีข้อเสียคือต้องเปิดฝาไว้ตลอดเวลาอาจจะมีฝุ่นหรือใบไม้ร่วงไปตรงฝาที่เปิดไว้ได้  ทำให้ต้องมีตาข่ายดักไว้ด้านบน  แต่ตาข่ายดังกล่าวอาจจะไม่แข็งแรงมากพอสำหรับหนู นก หรือแมลงที่อาจจะเจาะตาข่ายเข้าไปในถังได้



แบบที่สองอาศัยหลักการว่าช่วงแรกๆ กระป๋องจะมาขวางน้ำสกปรกที่ตกลงมาจากรางน้ำฝน และไหลไปลงถังเก็บน้ำฝนสกปรก  เมื่อฝนตกมากขึ้น น้ำในถังจะมากขึ้นจนถังกระดกเปิดทางให้น้ำตกลงไปในกรวยน้ำฝนที่อยู่ด้านล่าง  แบบที่สองจะใช้กับถังปิด (คล้ายๆ ถังเก็บน้ำที่มีขายในปัจจุบัน) และใช้ท่อน้ำเข้าทำเป็นรูปตัวยู (U) เพื่อกันสัตว์/แมลงไม่ให้เข้าถังผ่านทางท่อขาเข้า  แต่เนื่องจากเป็นถังปิดทำให้น้ำฝนที่มากเกินไปไม่สามารถล้นผ่านฝาด้านด้านบนได้  จึงอาจจะต้องมีท่อระบายน้ำล้นของถังเก็บน้ำซึ่งก็ควรที่จะมีท่อรูปตัวยู เพื่อป้องกันสัตว์/แมลงเข้าทางท่อน้ำล้น  

ทั้งสองแบบจะมีการเจาะรูที่ถังน้ำเพื่อรีเซทระบบให้กลับไปอยู่ตำแหน่งเดิมก่อนฝนตก  โดยขนาดของรูจะเป็นการปรับระยะเวลาที่ระบบจะรีเซท


อีกระบบกรองน้ำฝนสมัยใหม่เรียกว่า Cyclone Filter ซึ่งอาจจะมีรูปร่างแตกต่างกันไปบ้างตามยี่ห้อที่เขาทำขาย  แต่หลักการทำงานคล้ายๆ กัน




ระบบกรองจะถูกออกแบบมาพิเศษให้น้ำฝนไหลเข้ามาด้านข้าง เพื่อให้น้ำเกิดแรงเหวี่ยงคล้ายๆ พายุหมุน (Cyclone) ทำให้น้ำส่วนใหญ่ถูกเหวี่ยงไปอยู่ด้านขอบของที่กรอง ส่วนเศษขยะ และตะกอนจะถูกแยกด้วยแผ่นกรองรูปทรงกระบอกไม่ให้ถูกเหวี่ยงไปรวมกับน้ำที่ด้านข้างของท่อกรองได้  และจะตกลงมาในช่องตรงกลางของท่อกรอง   ที่ส่วนล่างของท่อกรองจะมีที่รับน้ำที่ถูกเหวี่ยงออกไปด้านข้าง และส่งน้ำต่อไปยังที่เก็บน้ำฝนที่ติดตั้งอยู่ที่ระดับต่ำกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 18, 2013, 06:47:00 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
เพียรบ้านไร่
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 596



« ตอบ #281 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2012, 06:42:20 AM »

ขออนุญาตออกนอกเรื่องนิดนึง  อันนี้เป็นที่ตกตะกอนน้ำฝนที่สัญญากับคุณเพียรไว้ว่าจะถ่ายรูปมาให้ดู ระบบแบบนี้ไม่ใช่ระบบที่ดีที่สุด  เป็นระบบที่สมองอันน้อยนิดของผมพอจะคิดดัดแปลงได้บ้างนิดหน่อย แต่ก็ประกอบได้ไม่ยาก และต้นทุนไม่สูงมากนัก



หลักการทำงานของระบบนี้ง่ายๆ คือน้ำฝนจากรางน้ำฝนจะตกลงมาในท่อแนวดิ่งก่อน  ตะกอนจะอยู่ด้านล่างของท่อเป็นส่วนใหญ่ และอาจจะมีบางส่วนที่ฟุ้งอยู่ในน้ำในท่อด้วย  เมื่อฝนตกมากพอน้ำก็จะค่อยสูงขึ้นมาจนถึงส่วนที่เป็นข้องอ 45 องศา  ด้านในของท่อส่วนที่เอียง 45 องศานี่เองผมติดมุ้งลวดอลูมิเนียมพับ 2 ชั้นไว้ 2 จุด  เพื่อเป็นตัวดักตะกอนขนาดใหญ่ที่ฟุ้งลอยขึ้นมาไม่ให้ไหลเข้าไปในโอ่ง  ส่วนตะกอนขนาดเล็กก็อาจจะผ่านไปได้บ้าง  แต่ก็มีแรงโน้มถ่วงที่จะช่วยดึงให้ตะกอนไหลลงมาตามแนวท่อ 45 องศา

ตรงปลายท่อด้านล่างของท่อดักตะกอน  ผมเลือกขนาดท่อที่พอจะเอามือเข้าไปล้วงทำความสะอาดได้  และปิดปลายท่อด้านล่างด้วยฝาปิดเกลียวธรรมดา  และจะไม่ปิดท่อจนแน่น  จะยอมให้น้ำรั่วออกมาหน่อยๆ   เมื่อฝนหยุดตกน้ำก็จะค่อยๆ ซึมออกจนแห้งเพื่อไม่ให้ตะกอนที่ค้างอยู่ถูกหมักรวมกับน้ำจนเน่ามากเกินไป  ทุกๆ 1-2 สัปดาห์ (เฉพาะในช่วงหน้าฝน) ผมก็จะไขเกลียวออกเป็นทำความสะอาดเอาตะกอนที่ค้างอยู่ในท่อออกมา


ปลื้มใจเหลือเกินครับ  มีโอกาสสร้างโรงเรือนเตี้ย ๆ (จะได้กวาดใบไม้ได้) จะทำบ้างครับ  ขอบคุณมากครับ

เพียร
บันทึกการเข้า

เกษตรอินทรีย์เพื่อความมั่นคงทางอาหารสะอาด สิ่งแวดล้อมที่ดีและสุขภาพที่แข็งแรงของผู้ผลิตและผู้บริโภค
suangasair
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16


« ตอบ #282 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2012, 12:20:01 PM »

รอติดตามตอนต่อไปครับ  จุมพิต
บันทึกการเข้า
ktikamporn
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 757


« ตอบ #283 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2012, 12:25:36 PM »

ขอตอบแทนคุณพี่นะ(อยากตอบ อิอิ )

รากไม่เข้าไปในท่อหรอก แต่รดน้ำผ่านท่อ
-น้ำซึมผ่านท่อลงดินทำให้ดินข้างใต้ชื้น
-รดน้ำง่ายไม่ต้องรดทั้งแปลง(รดทั้งแปลงก็ได้)
-สงวนน้ำให้ผักแทนที่จะเป็นวัชพืช
-สารอาหารจากเศษผักไปตามน้ำ
-ใส้เดือนย่อยเศษผักให้เป็นสารอาหาร
-ใส้เดือนขยายพันธุ์ ช่วยทำให้ดินโปร่งมีอากาศ
-เศษอาหารช่วยกักความชื้น

ประมาณน้้น

[teerapan] - ขอบคุณครับ  น้องโอ๋ไม่เขียนเรื่อง "เศรษฐกิจโลกจะล่มสลายในปี 2030" ต่อแล้วหรอ?  รออ่านอยู่นะครับ
ไม่ต้องเขียนแล้วพี่ หาทางออกเลยดีกว่า มันมาแน่
ในฐานะทีชอบเรียนวิทย์มาแต่เด็ก ณ ตอนนี้ไม่มีอะไรมาแทนน้ำมันได้แน่นอน
และในฐานะที่ติดตามข่าวมานาน(เริ่มแก่แล้ว ยิงฟันยิ้ม) ระบบการเงินล่มแน่ เป็นตัว trigger วิกฤติเลยละ

สิ่งที่ต้องติดตามมีแค่ เมื่อใหร่ และแรงแค่ใหนมากกว่า
ส่วนตัวผมคิดว่าตอนนี้เราพึคออยไปแล้ว แต่จะร่วงเมื่อใหร่นี่ไม่รู้ อาจเป็นในสองสามปี หรือห้าปี หรือสิบปีข้างหน้า
แต่อายุขนาดเราสิบปีมันแป็บเดียว 5555

เรื่องพึคออยล์นี่มันเข้าใจยาก ต้องใช้ความรู้หลายอย่างมาก คนทั่วไปจะไม่เชื่อ ซึ่งเขียนบทความไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก ได้แค่เตือนคนที่พอจะเข้าใจได้
อย่างผมเพิ่งพบบทความนั้นมาปั้ยก็ตกใจรึบเผยแพร่ต่อเลย ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไรหรอก
อย่างพี่น่าจะรุ้มาก่อนผมซะอีก

สรุปว่า เตรียมตัวกันเถอะ
1 ได้เวลาศึกษาเพอร์มาคัลเจอร์จริง  ๆ จัง ๆ ซะแล้ว โชคดีมากได้มารู้จักกระทู้นี้ของพี่
ถือว่าเป็นบุญของผมที่เจอบทความนั้นแล้วเอามาแบ่งปัน จึงได้พี่แนะน้ำใหนรู้จักกระทู้นี้
ตอนนี้ผมหมกมุ่นกับหัวข้อนี้มากเลยนะ เพอร์มาคัลเจอร์กับเกษตรธรรมชาติ เข้าเว็บต้องเช็คกระทู้นี้ก่อนเลย (ก่อนหน้านี้ผมจะเช็คกระทู้ aquaponics ของผมก่อน)
2 ผมต้องวางแผนชีวิตใหม่ นี่กะว่าจะเลี้ยงปลาแบบหนาแน่นRAS กับ Aquaponics แล้วเปิดร้านอาหารที่บ้าน เอาของที่เพาะปลูกได้มาขาย(ขายเป็นวัตถุดิบมันถูกน่ะ) เปิดเป็นร้านปลาเผา ปลาเลี้ยงเอง ผักแนม ปลูกเอง
2.1 อาชีพเกษตร  
ตอนนี้ผมทำธุรกิจเล็ก ๆ อยู่สองสามอย่าง มีแผนจะทำอีกซักสองสามอย่าง ตอนแรกไม่อยากทำเกษตรจริงจังเพราะไม่มั่นใจในผลกำไร ตอนนี้ต้องเอาเกษตรเป็นแกนนำเลย ทำไงก็ได้ให้ผลิตอาหารเองได้ ถ้าวิกฤติมา ถ้าธุรกิจอย่างอื่นไม่รอดเรายังผลิตอาหารเองได้
2.2 ธุรกิจท้องถิ่น
ถ้าวิกฤติจริงน้ำมันจะแพงหายาก ธุรกิจที่ทำนอกจากเน้นอาหารเป็นหลักแล้ว ยังต้องเน้นให้อยู่ในท้องถิ่น ทั้งวัตถุดิบและตลาด ธุรกิจหลังยุกน้ำมันถูกต้องเป็นธุรกิจท้องถิ่น ตอนแรกกะว่าถ้าจะทำ Aqauponics จะส่งเข้าห้าง ตอนนี้ต้องเน้นขายในท้องถิ่นเป็นหลัก
2.3 ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ รับมือกับความล่มสลายของอุตสกหกรรม
นี่กะจะทำบ้านดินอยู่แล้วนะเนี่ย เห็นในยูทูปว่ามันเย็น นอกบ้าน 30องศง ในบ้านแค่25เอง
อาจต้องย้ายลูกเรียนใกล้บ้าน
อาจต้องหารถอีซูสุ ไดเรคอินเจกชั่นมาใช้บ้าง อีกหน่อยน้ำมันแพง เราสามารถใช้น้ำมันพิชแทนดีเซลได้ ใช้คอมมอนเรลอยู่ตอนนี้ก็ไฮเทคเกินซ่อมยาก ถ้าระบบอุตสาหกรรมพัง ของที่ซับซ้อนน้อยกว่ายังพอซ่อมได้เอง
สรุปข้อนี้คือ ใช้ชีวิต อยู่ในโลกอุตสาหกรรมได้ แต่พร้อมเปลี่ยน มารับมือกับการล่มของระบบอตุสาหกรรม
3 ถ้าจะหาที่อยู่ ที่ดิน ให้เลิอกที่ใช้พลังงานน้อย ๆ อย่าไปที่ ร้อนจัด หนาวจัด แล้งจัด หลีกเลี่งบ้านจัดสรร เมืองหนาแน่น
4 ปืน คงต้องศึกษาไว้บ้าง
5 น้ำ สร้างถังเก็บน้ำฝนขนาดใหญ่ เรียนรู้วิธีขุดบ่อน้ำซึม ขุดเผื่อไว้หลาย ๆ บ่อก็ดี
6 สะสมพันธุพืช สัตว์ เรียนรู้วิธิเก็บเมล็ดพันธุ์
7 ทำงานช่างเอง เป็นการฝึกไว้ก่อน ได้สะสมเครื่องมือด้วย

ใครมีอะไรช่วยเสริมกันได้นะ
แล้วก็แผนของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกันแล้วแต่สถานะการณ์ แต่ดูแนวทางกันได้

[teerapan] - ถ้าทุกคนคิดแผนออกมาเหมือนกันหมดคงแย่เลย  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม  สังคมเราอยู่ร่วมกันได้ก็เพราะแต่ละคนมีทักษะ และความถนัดไม่เหมือนกันทั้งหมด ทำให้เกิด synergy คือพลังที่เกิดจากการรวมกันย่อมมีมากกว่าแต่ละส่วนบุคคลดำเนินการเอง  การวางแผนจึงต้องใช้หลักของซุนวูที่ว่า "หากรู้เขารู้เรา แม้นรบกันตั้งร้อยครั้งก็ไม่มีอันตรายอันใด ถ้าไม่รู้เขาแต่รู้เพียงตัวเรา แพ้ชนะย่อมก้ำกึ่งอยู่ หากไม่รู้ในตัวเขาตัวเราเสียเลย ก็ต้องปราชัยทุกครั้งที่มีการยุทธนั้นแล" ดังนั้นวันนี้เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า "เขา" เป็นใคร รูปแบบใด มาเมื่อไหร่  เราจึงต้องหัด "รู้เรา" ว่าเรามีความถนัดอะไร เรามีทรัพยากรอะไร ควรจะเตรียมตัวอย่างไร    แต่สุดยอดในตำราพิชัยสงครามของซุนวูบอกว่า "การชนะร้อยทั้งร้อยมิใช่วิธีการอันประเสริฐแท้ แต่ชนะโดยไม่ต้องรบเลย จึ่งถือว่าเป็นวิธีอันวิเศษยิ่ง"

ปล. ตรงข้ามกับสิ่งที่เราเชื่อ คำสอน "รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง" ไม่มีปรากฏในตำราพิชัยสงครามของซุนวูแต่อย่างใด

========================================================================
หลังวิกฤติ คาดว่าสังคมจะกลับมาแบ่งงานกันทำอีกในระดับท้องถิ่น แต่อะไรก็ไม่แน่
ผมเกรงว่า(ช่วงที่รุนแรงสุด)จะมีการจราจล หรือขโมยขโจรไปทั่ว ถ้าเป็นอย่างนี้ผลิตอาหารเองป้องกันตัวเองได้(มีอาวุธ) ดีที่สุด
เพราะตอนนี้เราพึ่งพาน้ำมันในการผลิตอาหารอย่างมาก น้ำมันไม่พอ อาหารก็ต้องไม่พอ คนต้องตายมาก
หลังโซเวียตล่มสลาย คิวบาและเกาหลีเหนือพึ่งพาน้ำมันจากโซเวียตต้องเผชิญภาวะขาดแคลน
เกาหลีเหนือยึดมันในระบบคอมมูน
คิวบากลับทำตรงข้ามส่งเสริมให้คนทำเกษตร เพื่อให้อาหารถูกลง
ผลออกมาชนิดหนังคนละม้วนเลย
จากตรงนี้ผมคิดว่าเราไม่ควรประมาทว่าไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมแล้วจะไม่อดอยาก จะทำอย่างนั้นได้ต้องมีการแบ่งปันทรัพยากรอย่างยุติธรรม ซึ่งเกิดได้ยากในประเทศสาระขัณฑ์

ซุนวูไม่ได้บอกว่า "รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง"
ซุนวูบอกว่า "รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งไม่มีแพ้"(อาจชนะหรือเสมอ)
ซุนวูบอกว่า "ชนะโดยไม่ต้องรบดีที่สุด" แต่ซุนวูลืมบอกไปว่า "มันเป็นไปบ่ได้ ถ้าไม่มีกองทัพยืนตระหง่าน ขมขู่อยุ่เบื้องหลัง ทูตที่ไปเจรจาให้ข้าศึกยอมแพ้"

[teerapan] - ลึกซึ้งๆ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 17, 2012, 05:02:08 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #284 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2012, 12:46:51 PM »

อ้อ...เกือบลืมว่าอีกวิธีของการแยกน้ำฝนช่วงต้น (First Flush) โดยใช้ลูกบอล  หลักการทำงานคือน้ำช่วงแรกจะถูกเก็บเข้าไปในท่อก่อน  จะทำให้ลูกบอลลอยขึ้นมาปิดทางเข้าของน้ำฝน  ทำให้น้ำส่วนที่เหลือจะไหลไปอีกทางแทน  ส่วนในท่อพักน้ำก็จะมีทางให้น้ำไหลเล็กๆ เพื่อให้น้ำไหลออกไปให้หมดท่อเตรียมไว้สำหรับฝนตกครั้งต่อไป



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 18, 2013, 06:50:26 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
James
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2466


« ตอบ #285 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2012, 01:18:59 PM »

ขอตอบแทนคุณพี่นะ(อยากตอบ อิอิ )
รากไม่เข้าไปในท่อหรอก แต่รดน้ำผ่านท่อ
-น้ำซึมผ่านท่อลงดินทำให้ดินข้างใต้ชื้น
-รดน้ำง่ายไม่ต้องรดทั้งแปลง(รดทั้งแปลงก็ได้)
-สงวนน้ำให้ผักแทนที่จะเป็นวัชพืช
-สารอาหารจากเศษผักไปตามน้ำ
-ใส้เดือนย่อยเศษผักให้เป็นสารอาหาร
-ใส้เดือนขยายพันธุ์ ช่วยทำให้ดินโปร่งมีอากาศ
-เศษอาหารช่วยกักความชื้น
ประมาณน้้น
[teerapan] - ขอบคุณครับ  น้องโอ๋ไม่เขียนเรื่อง "เศรษฐกิจโลกจะล่มสลายในปี 2030" ต่อแล้วหรอ?  รออ่านอยู่นะครับ
ไม่ต้องเขียนแล้วพี่ หาทางออกเลยดีกว่า มันมาแน่
ในฐานะทีชอบเรียนวิทย์มาแต่เด็ก ณ ตอนนี้ไม่มีอะไรมาแทนน้ำมันได้แน่นอน
และในฐานะที่ติดตามข่าวมานาน(เริ่มแก่แล้ว ยิงฟันยิ้ม) ระบบการเงินล่มแน่ เป็นตัว trigger วิกฤติเลยละ
สิ่งที่ต้องติดตามมีแค่ เมื่อใหร่ และแรงแค่ใหนมากกว่า
ส่วนตัวผมคิดว่าตอนนี้เราพึคออยไปแล้ว แต่จะร่วงเมื่อใหร่นี่ไม่รู้ อาจเป็นในสองสามปี หรือห้าปี หรือสิบปีข้างหน้า
แต่อายุขนาดเราสิบปีมันแป็บเดียว 5555
เรื่องพึคออยล์นี่มันเข้าใจยาก ต้องใช้ความรู้หลายอย่างมาก คนทั่วไปจะไม่เชื่อ ซึ่งเขียนบทความไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก ได้แค่เตือนคนที่พอจะเข้าใจได้
อย่างผมเพิ่งพบบทความนั้นมาปั้ยก็ตกใจรึบเผยแพร่ต่อเลย ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไรหรอก
อย่างพี่น่าจะรุ้มาก่อนผมซะอีก
ต้องขอขอบคุณทั้งสองท่านที่วิเคราะห์เจาะลึกในเรื่องนี้
จริงๆมากที่ว่าน้อยคนจะรู้สึกถึงเรื่องนี้ พูดไปก็รังแต่โดนตอกกลับ
แบบข้างๆคูๆ จริงแล้วมันเป็นความรู้สึกที่เขาคุ้นเคยแบบสบายๆ
เลยมองข้ามสิ่งนี้ไป เหมือนกบโดนต้ม ถ้าเราต้มน้ำจนเดือด
แล้วโยนกบลงหม้อ กบย่อมโดดหนีได้ทันที แต่ถ้าเอาน้ำใส่
เอากบใส่ปิดฝาตั้งไฟ กบก็จะนอนนิ่งอยู่ในหม้อเมื่อน้ำเริ่มอุ่นขึ้น
กบก็รู้สึกสบายยังคงนิ่งจนทนไม่ไหวค่อยหาทางออก แต่อนิจา
หนีไม่ได้เสียแล้ว กลายเป็นกบต้มสุกไปแล้ว
เคยคุยกับเพื่อนบ้านว่า รู้มัยอาหารที่คุณกินผมกินแต่ละคำ
ต้องใช้น้ำมันมหาศาลแค่ไหน  ฮึ! ทำไมต้องใช้น้ำมัน ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย
ถกกันสองสามประโยคผมเลยเดินหนีดีกว่าก่อนโดนต่อยปาก 555

[teerapan] - พี่เจมส์  ผมสงสัยว่าเรื่องพีคออยล์คงเป็นเรื่องการเมือง เป็นเรื่องต้องห้ามในวงสนทนา  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 17, 2012, 05:02:36 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
Nine.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1918


« ตอบ #286 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2012, 01:25:14 PM »

ป๊ะ...ผมกำลังจะถามหาอยู่พอดีกับวิธีตามรูปด้านบน  พี่เอามาให้ดูซะก่อนแล้ว  ยิงฟันยิ้ม
วิธีนี้ที่ผมไปเจอมาเขานำมาประยุกต์กับบ้านที่มีตุ่มใส่น้ำฝนหลายๆใบครับ
(เวลาไม่อยู่บ้านแล้วฝนตกหรืออยู่บ้านแล้วขี้เกียจย้ายท่อน้ำฝน)
โดยทำแบบนี้ไปทุกใบของโอ่งหรืออ่างบรรจุน้ำ พอตุ่มใบแรกน้ำเต็มมันก็จะไหลไปตุ่มถัดไปเรื่อยๆเอง  เยี่ยมครับ อายจัง

อ้อ..มีหน่อยหนึ่งที่ผมไปเจอมา เขาประยุกต์ต่ออีกหน่อยเพื่อความประหยัด
เขาใช้กระบอกใส่น้ำพลาสติกกับลูกบอลพลาสติกเล็กๆที่เด็กเล่น มาใช้แทนท่ออย่างในรูปครับ

อีกอันหนึ่งที่ผมชอบใจมากเป็นส่วนตัว  แต่ดูๆแล้วมีค่าใช้จ่ายเยอะพอสมควร
เขาทำที่เก็บน้ำฝนใต้ดินครับ ทำเป็นเรื่องเป็นราวมีการคำนวณน้ำหนักที่จะเก็บ
ลงเข็มรับน้ำหนักเรียบร้อย โดยคำนวณปริมาณให้เก็บได้พอดีใช้หนึ่งปี วางระบบปั๊มครบ
มองไม่เห็นว่ามีที่เก็บน้ำอยู่ใต้ดิน ใช้ประโยชน์พื้นที่ด้านบนได้อีกกรณีที่แคบๆ

[teerapan] - ป๊าด..ขออภัยขับรถตัดหน้าไปนิดนึงครับ สหายนพ ตอนแรกผมจะทำแบบใช้ลูกลอยแล้ว แต่หาซื้อลูกบอลขนาดที่ต้องการไม่ได้  และไม่แน่ใจว่ามันจะอุดน้ำดีสักแค่ไหน  เลยยึดหลักว่าเอาแบบง่าย ถึงแม้นว่าไม่ดีเลิศ แต่ก็ให้ซ่อมบำรุงง่ายๆ ไว้ก่อน  

ส่วนการให้น้ำล้นไปยังโอ่งถัดไป  ผมใช้วิธีแบบรูปข้างล่างครับ  ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน  มีช่องน้ำเข้าจาก 2 ด้านของหลังคา ส่วนโอ่งที่เหลือเชื่อมกันหมด  มีตัวดักตะกอนทั้งสองด้านตามรูปที่ถ่ายให้คุณเพียรดูด้านบน  ถ้าตะกอนยังหลุดมาอีกก็จะอยู่ในโอ่ง 2 ใบหัวท้ายเป็นส่วนใหญ่  เวลาทำความสะอาดก็จะเน้นเฉพาะ 2 ใบนี้



 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 26, 2014, 11:16:05 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

.....ศรัทธา คือ เหตุผล.....
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #287 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2012, 01:39:58 PM »

ขอตอบแทนคุณพี่นะ(อยากตอบ อิอิ )

รากไม่เข้าไปในท่อหรอก แต่รดน้ำผ่านท่อ
-น้ำซึมผ่านท่อลงดินทำให้ดินข้างใต้ชื้น
-รดน้ำง่ายไม่ต้องรดทั้งแปลง(รดทั้งแปลงก็ได้)
-สงวนน้ำให้ผักแทนที่จะเป็นวัชพืช
-สารอาหารจากเศษผักไปตามน้ำ
-ใส้เดือนย่อยเศษผักให้เป็นสารอาหาร
-ใส้เดือนขยายพันธุ์ ช่วยทำให้ดินโปร่งมีอากาศ
-เศษอาหารช่วยกักความชื้น

ประมาณน้้น

[teerapan] - ขอบคุณครับ  น้องโอ๋ไม่เขียนเรื่อง "เศรษฐกิจโลกจะล่มสลายในปี 2030" ต่อแล้วหรอ?  รออ่านอยู่นะครับ
ไม่ต้องเขียนแล้วพี่ หาทางออกเลยดีกว่า มันมาแน่
ในฐานะทีชอบเรียนวิทย์มาแต่เด็ก ณ ตอนนี้ไม่มีอะไรมาแทนน้ำมันได้แน่นอน
และในฐานะที่ติดตามข่าวมานาน(เริ่มแก่แล้ว ยิงฟันยิ้ม) ระบบการเงินล่มแน่ เป็นตัว trigger วิกฤติเลยละ

สิ่งที่ต้องติดตามมีแค่ เมื่อใหร่ และแรงแค่ใหนมากกว่า
ส่วนตัวผมคิดว่าตอนนี้เราพึคออยไปแล้ว แต่จะร่วงเมื่อใหร่นี่ไม่รู้ อาจเป็นในสองสามปี หรือห้าปี หรือสิบปีข้างหน้า
แต่อายุขนาดเราสิบปีมันแป็บเดียว 5555

เรื่องพึคออยล์นี่มันเข้าใจยาก ต้องใช้ความรู้หลายอย่างมาก คนทั่วไปจะไม่เชื่อ ซึ่งเขียนบทความไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก ได้แค่เตือนคนที่พอจะเข้าใจได้
อย่างผมเพิ่งพบบทความนั้นมาปั้ยก็ตกใจรึบเผยแพร่ต่อเลย ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไรหรอก
อย่างพี่น่าจะรุ้มาก่อนผมซะอีก

สรุปว่า เตรียมตัวกันเถอะ
1 ได้เวลาศึกษาเพอร์มาคัลเจอร์จริง  ๆ จัง ๆ ซะแล้ว โชคดีมากได้มารู้จักกระทู้นี้ของพี่
ถือว่าเป็นบุญของผมที่เจอบทความนั้นแล้วเอามาแบ่งปัน จึงได้พี่แนะน้ำใหนรู้จักกระทู้นี้
ตอนนี้ผมหมกมุ่นกับหัวข้อนี้มากเลยนะ เพอร์มาคัลเจอร์กับเกษตรธรรมชาติ เข้าเว็บต้องเช็คกระทู้นี้ก่อนเลย (ก่อนหน้านี้ผมจะเช็คกระทู้ aquaponics ของผมก่อน)
2 ผมต้องวางแผนชีวิตใหม่ นี่กะว่าจะเลี้ยงปลาแบบหนาแน่นRAS กับ Aquaponics แล้วเปิดร้านอาหารที่บ้าน เอาของที่เพาะปลูกได้มาขาย(ขายเป็นวัตถุดิบมันถูกน่ะ) เปิดเป็นร้านปลาเผา ปลาเลี้ยงเอง ผักแนม ปลูกเอง
2.1 อาชีพเกษตร   
ตอนนี้ผมทำธุรกิจเล็ก ๆ อยู่สองสามอย่าง มีแผนจะทำอีกซักสองสามอย่าง ตอนแรกไม่อยากทำเกษตรจริงจังเพราะไม่มั่นใจในผลกำไร ตอนนี้ต้องเอาเกษตรเป็นแกนนำเลย ทำไงก็ได้ให้ผลิตอาหารเองได้ ถ้าวิกฤติมา ถ้าธุรกิจอย่างอื่นไม่รอดเรายังผลิตอาหารเองได้
2.2 ธุรกิจท้องถิ่น
ถ้าวิกฤติจริงน้ำมันจะแพงหายาก ธุรกิจที่ทำนอกจากเน้นอาหารเป็นหลักแล้ว ยังต้องเน้นให้อยู่ในท้องถิ่น ทั้งวัตถุดิบและตลาด ธุรกิจหลังยุกน้ำมันถูกต้องเป็นธุรกิจท้องถิ่น ตอนแรกกะว่าถ้าจะทำ Aqauponics จะส่งเข้าห้าง ตอนนี้ต้องเน้นขายในท้องถิ่นเป็นหลัก
2.3 ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ รับมือกับความล่มสลายของอุตสกหกรรม
นี่กะจะทำบ้านดินอยู่แล้วนะเนี่ย เห็นในยูทูปว่ามันเย็น นอกบ้าน 30องศง ในบ้านแค่25เอง
อาจต้องย้ายลูกเรียนใกล้บ้าน
อาจต้องหารถอีซูสุ ไดเรคอินเจกชั่นมาใช้บ้าง อีกหน่อยน้ำมันแพง เราสามารถใช้น้ำมันพิชแทนดีเซลได้ ใช้คอมมอนเรลอยู่ตอนนี้ก็ไฮเทคเกินซ่อมยาก ถ้าระบบอุตสาหกรรมพัง ของที่ซับซ้อนน้อยกว่ายังพอซ่อมได้เอง
สรุปข้อนี้คือ ใช้ชีวิต อยู่ในโลกอุตสาหกรรมได้ แต่พร้อมเปลี่ยน มารับมือกับการล่มของระบบอตุสาหกรรม
3 ถ้าจะหาที่อยู่ ที่ดิน ให้เลิอกที่ใช้พลังงานน้อย ๆ อย่าไปที่ ร้อนจัด หนาวจัด แล้งจัด หลีกเลี่งบ้านจัดสรร เมืองหนาแน่น
4 ปืน คงต้องศึกษาไว้บ้าง
5 น้ำ สร้างถังเก็บน้ำฝนขนาดใหญ่ เรียนรู้วิธีขุดบ่อน้ำซึม ขุดเผื่อไว้หลาย ๆ บ่อก็ดี
6 สะสมพันธุพืช สัตว์ เรียนรู้วิธิเก็บเมล็ดพันธุ์
7 ทำงานช่างเอง เป็นการฝึกไว้ก่อน ได้สะสมเครื่องมือด้วย

ใครมีอะไรช่วยเสริมกันได้นะ
แล้วก็แผนของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกันแล้วแต่สถานะการณ์ แต่ดูแนวทางกันได้


ยินดีต้องรับสู่สมาคมคนคิดมาก.........(จะได้)ทำน้อยครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม  ข้อ4.อาจแยกย่อยไปได้อีกหลายศาสตร์ เช่น เชือก(เงื่อน) มีด กับดัก การต่อสู้มือเปล่า  ที่สำคัญต้องฝึกให้กับคนในครอบครัวคนอื่นๆด้วยครับ  ข้อนี้ผมซีเรียสมาก เพราะคนดีๆอยู่ในที่แจ้งมาตลอดและส่วนมากอยู่ในสภาวะพึ่งพาตัวเองได้น้อยมากเมือเกิดเหตุฉุกเฉิน  ผมว่าคนในสมัยนี้ฝากคนอื่นดูแลชีวิตตัวเองมากไป ทำประกันชีวิต รถ บ้าน ธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของภายนอก แต่ชีวิตเราบอบบางมาก ตกต้นไม้  ตกน้ำยังอาจตายได้เลย  ไม่ต้องพูดถึงการเอาตัวรอดยามคับขัน  ร่างการที่แข็งแกร่ง และจิตใจที่เด็ดเดี่ยวสมัยนี้เราไม่ค่อยพูดถึงกันแล้ว มันดูเป็นโก๋หลังวังหรือพวกเสือบ้านทุ่ง สร้างทุกอย่างให้มั่งคั่งได้แต่กลับปล่อยให้ร่างกายตัวเองอ่อนแอ กินยา(พิษ)เป็นอาหาร  มอมเมาตัวเองด้วยความสุขและรสนิยมฉาบฉวย มีแต่ความสามารถพิเศษแต่ไร้ความสามารถปกติที่เป็นพื้นฐานของการอยู่รอด....และไม่รู้ว่าตัวเอง"ต้องใช้ชีวิตอย่างไร"

ที่ว่ามานะครับ...โดนตัวเองไปมิใช่น้อย ยิงฟันยิ้ม มีสติ(บางทีอจเรียกไร้สติ)คิดได้ก็ไล่แก้ไขไปทีละข้อ จนดูแปลกแยกจากคนปกติเข้าไปทุกที

ไม่รู้ว่าชอบขึ้นเขาตั้งแคมป์กันหรือไม่จะได้ชวนไปทดสอบกำลังใจกำลังกายและร่วมสนทนาประสาคนคิดมากกันสักหน่อย  ยังมีอีกหลายเรื่องที่เชื่อว่าคุยกันในที่แจ้งไม่ได้แน่ๆครับ..เพราะมันกวนใจคนอื่นเค้า ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

[teerapan] - คริ คริ ฟังดูเหมือนสมาคมลับอะไรแบบนั้นเลย  วันหลังต้องให้ อ.ตั้ม มาช่วยชวนเชื่อให้ ผบ.ทบ. ของผมอนุมัติให้ไปเดินป่าด้วย  แต่คงต้องฟิตร่างกาย ลดน้ำหนักอีกหลายกิโล  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 17, 2012, 05:03:01 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 [18] 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 ... 87   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: