หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 [13] 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 ... 87   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สวนขี้คร้าน ห้องทดลองขนาดย่อม - โครงสร้างเติมน้ำใต้ดิน  (อ่าน 910924 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #192 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2012, 05:38:43 PM »

เขาคุยเรื่องเพิงหมาแหงนกันอยู่ เราไม่รู้จะคุยอะไร หายไปสองวัน กลับเขามาตามแทบไม่ทัน
เป็นอันว่า  ได้ข่าวว่าก๊าซ LPG กำลังจะลอยตัว   สงสัยว่าเมื่อก่อนมันคงจมตัวอยู่มั้ง! วันนี้เลยลอย


ถูกๆๆๆ...ต้องแล้วครับ ก๊าซ LPG หนักกว่าอากาศประมาณ 2 เท่า  เวลารั่วจะลอยต่ำ  ไม่ลอยขึ้นด้านบน  จึงมีกฎห้ามไม่ให้จอดรถที่ใช้ก๊าซ LPG ในชั้นใต้ดิน  เพราะถ้าก๊าซรั่วจะลอยต่ำทำให้เป็นอันตรายกับคนที่จะเข้าไปในพื้นที่ ทำให้หมดสติได้  นอกจากนั้นถ้าเกิดการระเบิดจะเกิดแรงอัดที่รุนแรงกว่าการรั่วในชั้นจอดรถด้านบน เป็นอันตรายต่อโครงสร้างอาคาร

เอ...พี่เจมส์ฉลาดจริงๆ รู้อีกว่าก๊าซ LPG มันจมตัว  สงสัยจริงๆ ว่ารัฐบาลจะทำให้มันลอยสูงขึ้นได้งัย  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

อ้างถึงข้อมูลจาก http://www.npc-se.co.th/npc_date/npc_previews.asp?id_head=5&id_sub=17&id=749

ปล. ส่วนเมื่อก๊าซ NGV รั่วจะระเหยขึ้นไปบนอากาศ อย่างรวดเร็ว แทบจะไม่เป็นอันตรายจากการลุกไหม้เลย 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 29, 2012, 05:41:54 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison

SHAMAAN
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 92


« ตอบ #193 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2012, 11:20:13 PM »

ลองไปรื้อตั้งหนังสือในห้องมาแล้วครับหนังสือชื่อ "สู่สำนึกธรรมชาติ" จัดพิมพ์โดยมูลนิธิโกมล คีมทอง เวลามีงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติบางครั้งจะมีวางขายอยู่
บันทึกการเข้า
สุ ป่าริมห้วย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1594


« ตอบ #194 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2012, 01:18:06 AM »

     คาระวะ...ท่านจอมยุทธ..ธี.. ยิ้มเท่ห์

     เคล็ดวิชาที่ท่านนำมาเปิดเผยสูงส่งยิ่งนัก แต่เรา สุน้อย  ไร้วรยุทธ.. โง่เขลาเบาปัญญา..
     เคล็ดวิชา"เพิงหมาแหงน" ของท่าน ช่างคล้ายคลึงกับเพลงยุทธ "กระท่อม สายรุ้ง"..
     ของ"กะเหรี่ยง" แถวบ้านข้าพเจ้ายิ่งนัก...ฤ..นี่มิใช่ เคล็ดวิชาที่มาจากพื้นฐานสำนักเดียวกัน..สูงสุดคืนสู่สามัญ... ยิงฟันยิ้ม

                                                                                                                 แอบเป็นศิษน้อง.... ยิ้มกว้างๆ
                                                                                                                  สุน้อย  ไร้วรยุทธ..
บันทึกการเข้า
SinchaiTK
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 586


สักวันเราจะไปสู่ชีวิตที่เรียบง่าย และพอเพียง


« ตอบ #195 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2012, 04:05:44 AM »

ลองหลังคาที่ทำจากกล่องเครื่องดื่มสิครับ ผมใช้อยู่ลดอุณหภูมิไปได้ 3-5 องศา ทนทานกันน้ำ ซ่อมแซมติดตั้งง่ายมากๆ เพราะไม่แตก บิดงอได้ แผ่นใหญ่ ไม่ซับน้ำ ไม่ต้องเผื่อโครงสร้าง

โรงงานที่ผลิตอยู่บางนาตราดกม. 23 ลองเข้าไปดูไปทดสอบก่อนได้ เขามีบ้านที่มุงไว้ให้ทดสอบด้วยครับ
บันทึกการเข้า
เพียรบ้านไร่
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 596



« ตอบ #196 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2012, 05:21:48 AM »

ลองหลังคาที่ทำจากกล่องเครื่องดื่มสิครับ ผมใช้อยู่ลดอุณหภูมิไปได้ 3-5 องศา ทนทานกันน้ำ ซ่อมแซมติดตั้งง่ายมากๆ เพราะไม่แตก บิดงอได้ แผ่นใหญ่ ไม่ซับน้ำ ไม่ต้องเผื่อโครงสร้าง

โรงงานที่ผลิตอยู่บางนาตราดกม. 23 ลองเข้าไปดูไปทดสอบก่อนได้ เขามีบ้านที่มุงไว้ให้ทดสอบด้วยครับ


ช่วยบอกราคากับลงภาพให้ดูหน่อยสิครับ

เพียร  ยิ้ม


Liked By: teerapan, yudhapol, darin, 5XXA
บันทึกการเข้า

เกษตรอินทรีย์เพื่อความมั่นคงทางอาหารสะอาด สิ่งแวดล้อมที่ดีและสุขภาพที่แข็งแรงของผู้ผลิตและผู้บริโภค
siripan1112
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 445


« ตอบ #197 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2012, 05:36:11 AM »

วิถีสู่ธรรมชาติ เล่ม 1
http://www.readbookme.com/diyahow-to-/religion-and-philosophy/211---1.html

วิถีสู่ธรรมชาติ เล่ม 2
http://www.4shared.com/office/_2ZctzVn/__2.html


วิถีสู่ธรรมชาติ เล่ม 3
http://www.readbookme.com/diyahow-to-/religion-and-philosophy/209---3.html




Thank you so much.
C'est bon marci.
บันทึกการเข้า
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #198 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2012, 08:53:56 AM »

     คาระวะ...ท่านจอมยุทธ..ธี.. ยิ้มเท่ห์

     เคล็ดวิชาที่ท่านนำมาเปิดเผยสูงส่งยิ่งนัก แต่เรา สุน้อย  ไร้วรยุทธ.. โง่เขลาเบาปัญญา..
     เคล็ดวิชา"เพิงหมาแหงน" ของท่าน ช่างคล้ายคลึงกับเพลงยุทธ "กระท่อม สายรุ้ง"..
     ของ"กะเหรี่ยง" แถวบ้านข้าพเจ้ายิ่งนัก...ฤ..นี่มิใช่ เคล็ดวิชาที่มาจากพื้นฐานสำนักเดียวกัน..สูงสุดคืนสู่สามัญ... ยิงฟันยิ้ม

                                                                                                                 แอบเป็นศิษน้อง.... ยิ้มกว้างๆ
                                                                                                                  สุน้อย  ไร้วรยุทธ..

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม แม่นางสุ อย่าถึงกับเรียกเป็น "กระท่อม สายรุ้ง" เลย  ในยุคนี้สมัยนี้ สีรุ้งเป็นสัญลักษณ์ของบ้านที่เปิดเผยตัวเองว่าเป็นกลุ่มรักร่วมเพศ (อ้างอิง http://en.wikipedia.org/wiki/Rainbow_flag_(LGBT_movement) )  เดี๋ยวผมจะถูกภรรยาเหน็บแนมเอาได้

ส่วนเคล็ดวิชา "เพิงหมาแหงน" หรือเรื่องศาสตร์ต่างๆ เกี่ยวกับบ้านที่ผมพูดถึงล้วนเป็นเรื่องที่บรรพชนในโลกปฏิบัติมาหลายพันปี  อาจจะเป็นการบอกต่อให้ทำตามกันมา ลักจำทำตามๆ กันมา หรือการบอกเล่าเหตุผลเบื้องหลังสืบทอดกันเป็นความลับประจำตระกูล   ศิษย์พี่เพียงแค่สอดแทรกคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ว่าระบบมันทำงานอย่างไรเท่านั้นเอง  แต่ก็จะไม่ประหลาดใจที่สถาปัตยกรรมในพื้นที่ที่มีภูมิอากาศคล้ายกันจะลงเอยคล้ายกัน หรือเหมือนกัน เพราะมันเป็นเรื่องของธรรมชาติที่ค่อยๆ แสดงตัวให้เราได้เห็น กระซิบบอกให้เราได้ยิน  เมื่อมนุษย์เปิดใจรับฟังก็จะได้รู้ได้เห็นคำตอบที่คล้ายๆ กัน จะเรียกว่า "สามัญ" ก็คงไม่ผิด  หาใช่ว่าศิษย์พี่เป็น "กะเหรี่ยง" ประจวบฯ ไม่  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

เรื่องที่น่าประหลาดใจกว่าคือมีการลอกเลียนแบบสถาปัตยกรรมของอีกภูมิอากาศหนึง มาใช้สร้างที่อยู่อาศัยในอีกภูมิอากาศหนึ่ง  โดยไม่ได้เข้าใจเหตุผลเบื้องหลัง  จนก่อให้เกิดปัญหาสืบเนื่องจากการออกแบบ และยังพยายามแก้ไขปัญหาที่ปลายทางด้วยการใช้พลังฟอสซิล  แทนที่จะปรับปรุงแบบของที่อยู่อาศัย ...กรรม  ร้องไห้ ร้องไห้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 30, 2012, 09:39:40 AM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #199 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2012, 09:21:35 PM »

เมื่อวานนี้ทำขยันไปตัดวัชพืชแหวกทางเพื่อปลูกต้นไม้ เผลอเหยียบตอไม้ขนาดประมาณครึ่งนิ้วที่ตัดไว้เป็นปลายแหลมแบบเต็มๆ ตอไม้ทะลุรองเท้าบู๊ทแล้วมาทะลุเนื้อเข้าไปกลางฝ่าเท้าขวาแบบเต็มๆ ลึกประมาณ 1 ซม.  เดินลากขามาเอาพาสเตอร์ที่บ้านปิดแผลแล้วทนเจ็บขับรถไปโรงพยาบาลเอง เจอหมอฉีดยาชาแล้วแขว้นเปิดปากแผลทำความสะอาดให้ แถมด้วยฉีดยากันบาดทะยักอีก 1 เข็ม แล้วหมอบอกว่าต้องตามไปล้างแผลทุกวันอีกประมาณ 14 วัน ...ท่าทางถ้ายังไม่เลิกนิสัยซุ่มช่าม สงสัยต้องหารองเท้านิรภัยใส่แทนรองเท้าบู๊ทซะแล้ว เจ๋ง เจ๋ง เอ...หรือว่ากลับมาขี้คร้านเหมือนเดิมดีกว่า  อย่าไปปลูกอะไรมันเลย ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 03, 2012, 05:47:10 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
SHAMAAN
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 92


« ตอบ #200 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2012, 10:35:31 PM »

นิสัยชาวเกษตรพอเพียงถ้าไม่เจ็บป่วยจนลุกไม่ขึ้นไม่ยอมหยุดงานหรอกครับ....อยู่กับที่ได้วันสองวันก็คงลุกขึ้นมาซุกซนอีก
ชื่อสวนว่าขึ้คร้าน..กลับมีความมุ่งมั่นที่แรงกล้าเชิงวิชาการ..อย่างนี้บางทีต้องแก้สำนวน
"อัฉริยะกับคนบ้ากางกั้นด้วยเส้นแบ่งบางๆ" เป็น "อัฉริยะกับคนขี้คร้านแทน"
บันทึกการเข้า
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #201 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2012, 11:29:06 PM »

ช่วงนี้ผมก็ขยันถางหญ้าแหวกทางปลูกต้นไม้อยู่เหมือนกันครับ  ทำแบบซุปเปอร์สโลว์  ช้าๆ แต่ได้ทั้งหญ้ามาตากแดดทำฟาง(ช่วงนี้แดดดีและฝนหายไปหลายวันแล้ว) ได้ที่ทางพอปลูกต้นไม้ได้สองสามต้น  ปลูกเสร็จก็ตักน้ำรดสองขัน  อยากปลูกต้นไม้ทั้งปีก็ต้องเล่นกันอย่างนี้ โหมหนักๆหน้าน แล้วก็มาเรื่อยๆเอาหน้าหนาว 

ไม่ได้ไปเพชรบุรีมาร่วมสองเดือน ไม่รู้ป่านนี้เถาวัลย์พันต้นไม้ตายไปหมดหรือยัง สงสัยต้องไปรื้อของมีคมรุ่นเก่าๆเอามาลับกันหน่อย  คงได้ไปออกแรงในสวนหินๆกันบ้างครับ  ถ้าเวลาเหลือจะแวะไปขอดู "ตอ"ต้นเหตุที่ทำเอารองเท้าทะลุ.....ขอให้หายไวๆครับพี่
บันทึกการเข้า
เพียรบ้านไร่
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 596



« ตอบ #202 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2012, 06:57:25 AM »

 ...ท่าทางถ้ายังไม่เลิกนิสัยซุ่มช่าม สงสัยต้องหารองเท้านิรภัยใส่แทนรองเท้าบู๊ทซะแล้ว เจ๋ง เจ๋ง เอ...หรือว่ากลับมาขี้คร้านเหมือนเดิมดีกว่า  อย่าไปปลูกอะไรมันเลย ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
[/quote]

ได้อ่านหนังสือของปู่ฟูจากลิงค์ที่ท่านแนะนำ (ขอบคุณมากครับ) ก็เลยเห็นด้วยที่จะให้ขี้คร้านต่อดีกว่าจะได้ไม่เสี่ยงไปเจ็บตัวอีก

ในหนังสือนั้นผมติดใจความคิดทำนองว่าคนมักคิดว่าตัวเองฉลาดก็เลยต้องทำอะไรต่าง ๆ มากมายเพื่อควบคุมหรือแสวงประโยชน์จากธรรมชาติอย่างสุดโต่งสุดท้ายก็ไม่เข้าใจและชื่นชมธรรมชาติอย่างแท้จริง แถมยังทำลายธรรมชาติย่อยยับอีก  อารยธรรมโบราณในที่ต่าง ๆ ของโลกล้วนเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ที่ว่าเจริญแล้วทำลายธรรมชาติทั้งแม่น้ำ ป่าไม้ ผืนดินและสิ่งอื่น ๆ จนมีสภาพกลายเป็นทะเลทรายหรือกึ่งทะเลทรายในปัจจุบัน 

ขอให้หายเจ็บเร็ว ๆ นะครับ

เพียร  ยิ้ม
บันทึกการเข้า

เกษตรอินทรีย์เพื่อความมั่นคงทางอาหารสะอาด สิ่งแวดล้อมที่ดีและสุขภาพที่แข็งแรงของผู้ผลิตและผู้บริโภค
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #203 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2012, 05:46:23 PM »

นิสัยชาวเกษตรพอเพียงถ้าไม่เจ็บป่วยจนลุกไม่ขึ้นไม่ยอมหยุดงานหรอกครับ....อยู่กับที่ได้วันสองวันก็คงลุกขึ้นมาซุกซนอีก
ชื่อสวนว่าขึ้คร้าน..กลับมีความมุ่งมั่นที่แรงกล้าเชิงวิชาการ..อย่างนี้บางทีต้องแก้สำนวน
"อัฉริยะกับคนบ้ากางกั้นด้วยเส้นแบ่งบางๆ" เป็น "อัฉริยะกับคนขี้คร้านแทน"
ผมว่า "คนบ้ากับคนขี้คร้านกางกั้นด้วยเส้นแบ่งบางๆ" มากกว่า  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

ช่วงนี้ผมก็ขยันถางหญ้าแหวกทางปลูกต้นไม้อยู่เหมือนกันครับ  ทำแบบซุปเปอร์สโลว์  ช้าๆ แต่ได้ทั้งหญ้ามาตากแดดทำฟาง(ช่วงนี้แดดดีและฝนหายไปหลายวันแล้ว) ได้ที่ทางพอปลูกต้นไม้ได้สองสามต้น  ปลูกเสร็จก็ตักน้ำรดสองขัน  อยากปลูกต้นไม้ทั้งปีก็ต้องเล่นกันอย่างนี้ โหมหนักๆหน้าน แล้วก็มาเรื่อยๆเอาหน้าหนาว 

ไม่ได้ไปเพชรบุรีมาร่วมสองเดือน ไม่รู้ป่านนี้เถาวัลย์พันต้นไม้ตายไปหมดหรือยัง สงสัยต้องไปรื้อของมีคมรุ่นเก่าๆเอามาลับกันหน่อย  คงได้ไปออกแรงในสวนหินๆกันบ้างครับ  ถ้าเวลาเหลือจะแวะไปขอดู "ตอ"ต้นเหตุที่ทำเอารองเท้าทะลุ.....ขอให้หายไวๆครับพี่
ป่านนี้จะเหลือหรอน้องตั้ม  เท่าที่ติดตามปริมาณน้ำฝนมา อ.หนองหญ้าปล้องได้ฝนดีกว่าที่พุสวรรค์เยอะเลยนะครับ  เถาวัลย์น่าจะงามน่าดู  แต่ช่วง 3-4 สัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีฝนลงมาทุกสัปดาห์  ผมก็ขนต้นไม้ลุยเข้าไปปลูกในดงรกๆ ทุกสัปดาห์เช่นกัน  สัปดาห์ก่อนๆ มีแค่โดนหนามเกี่ยวบ้าง หมามทะลุรองเท้ามาให้เจาะเล็กๆ บ้าง  มีแค่สัปดาห์ที่ผ่านมานี่ล่ะที่โดนของใหญ่  หลังโดนแทงทะลุรองเท้า เลยตัด "ตอ" ต้นเหตุให้เรียบเสมอดินไปเลย

ได้อ่านหนังสือของปู่ฟูจากลิงค์ที่ท่านแนะนำ (ขอบคุณมากครับ) ก็เลยเห็นด้วยที่จะให้ขี้คร้านต่อดีกว่าจะได้ไม่เสี่ยงไปเจ็บตัวอีก

ในหนังสือนั้นผมติดใจความคิดทำนองว่าคนมักคิดว่าตัวเองฉลาดก็เลยต้องทำอะไรต่าง ๆ มากมายเพื่อควบคุมหรือแสวงประโยชน์จากธรรมชาติอย่างสุดโต่งสุดท้ายก็ไม่เข้าใจและชื่นชมธรรมชาติอย่างแท้จริง แถมยังทำลายธรรมชาติย่อยยับอีก  อารยธรรมโบราณในที่ต่าง ๆ ของโลกล้วนเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ที่ว่าเจริญแล้วทำลายธรรมชาติทั้งแม่น้ำ ป่าไม้ ผืนดินและสิ่งอื่น ๆ จนมีสภาพกลายเป็นทะเลทรายหรือกึ่งทะเลทรายในปัจจุบัน 

ขอให้หายเจ็บเร็ว ๆ นะครับ

เพียร  ยิ้ม
ขอบคุณครับคุณเพียร  หลังจากหาข้อมูลเยอะๆ ผมว่าจริงๆ แล้วปู่ฟูไม่ได้ขี้คร้านเลย  ออกจะขยันในการวางแผน ลงมือทดลอง และเฝ้าสังเกตุผล  เพียงแต่เขาลงมือกระทำด้วยการไม่กระทำ  ปู่บิลก็มีเป้าหมายไม่ต่างกับปู่ฟูเพียงแต่ใช้วิธีการที่แตกต่างกัน
บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 988


« ตอบ #204 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2012, 09:50:09 PM »

บทที่ 6 ศาสตร์แห่งน้ำ

คำแนะนำจากเพื่อนๆ ในเวปให้สร้างที่พักก่อนเป็นลำดับแรกเป็นแนวคิดที่ไม่เลวเลย  การสร้างขนำจึงเป็นหนึ่งในการทดลองแรกๆ ที่ผมได้เรียนรู้วิธีสร้างบ้านที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและประหยัดพลังงาน  ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นในแนวทางเหล่านี้   หลังจากสร้างขนำเสร็จผมก็มีศูนย์บัญชาการที่สวนเอาไว้เฝ้าสังเกตุ และทดลองสิ่งต่างๆ ภายในสวนแล้ว  ทำให้มีทางเลือกในการไปทำงานที่สวนมากขึ้น  จากเดิมที่ต้องออกเดินทางจาก กทม. ไปตั้งแต่เช้า และต้องรีบกลับทันที่ที่ตะวันตกดิน   ผมสามารถอยู่ดึกได้  สามารถนอนค้างคืนที่สวนได้  เวลาที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ทำให้ผมมีโอกาสสัมผัสความเป็นไปในสวนในช่วงเวลาที่ยังไม่เคยสังเกตุ เช่น ตอนเช้ามืด ตอนกลางคืน ทำให้มีสามารถเรียนรู้เรื่องใหญ่ของสวนขี้คร้าน คือเรื่องศาสตร์แห่งน้ำมากขึ้น

ก่อนจะเข้าเรื่องในปัจจุบัน ผมอยากจะย้อนกลับไปที่ปัญหาของระบบน้ำในสวนที่เจ้าของเดิมเจอมีดังนี้ :

  • ระบบน้ำของเจ้าของสวนเดิมเป็นปั๊มเบนซินขนาดใหญ่ใช้เครื่องยนต์ของรถยนต์มาเป็นตัวขับเคลื่อนปั๊มหอยโข่งขนาดใหญ่เพื่อจะจ่ายน้ำขึ้นเนินสูงระยะทางไกลกว่า 300 เมตร  จ่ายเลี้ยงสปริงเกอร์ในพื้นที่กว่า 18 ไร่
  • เจ้าของสวนเดิมเลือกปลูกชมพู่ และมะนาวจำนวนมาก  พวกเขาปลูกชมพู่เพชรตั้งแต่ราคากิโลกรัมละ 80-150 บาท  ราคาขายล่าสุดในปี 2555 ที่ตลาดนัดแถวเพชรบุรีกิโลกรับละ 15 บาท  ค่าแรงกำลังขึ้นเป็นวันละ 300 บาท (ชมพู่เพชรถ้าไม่ฉีดฮอร์โมน และไม่ห่อคงไม่ค่อยได้กินครับ)  ส่วนราคาน้ำมันสวนทางกับราคาชมพู่  การเลือกปลูกพืชที่ใช้น้ำเยอะ และการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเป็นหลักในการรดน้ำประเด็นหนึ่งที่ทำให้เจ้าของสวนเดิมประสบปัญหาหนี้สินกับ ธกส. กอปรกับปัญหาสุขภาพทำให้ต้องขายสวนล้างหนี้
  • นอกเหนือจากปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นทำให้ต้นทุนการสูบน้ำมารดน้ำต้นไม้สูงอย่างมาก  สวนยังมีปัญหาวัชพืช  ทำให้ต้องเสียค่าจ้างตัดหญ้าราคาเหมาไร่ละ 500 บาทต่อครั้ง ถ้าเป็นจ้างเป็นรายวันจะ 300-350 บาทต่อวันโดยต้องจ่ายค่าน้ำมัน และน้ำมันเครื่องต่างหาก  ต้นทุนการตัดหญ้าสูงขึ้นตามราคาน้ำมันเช่นกัน  นอกจากนั้นคนรับจ้างตัดหญ้าจะตัดแบบไม่ระวังมักจะตัดโดนสปริงเกอร์ หรือท่อน้ำให้ได้รับความเสียหายเป็นประจำ  หลายๆ ครั้งค่าซ่อมระบบน้ำสูงกว่าค่าจ้างตัดหญ้ามากมายนัก
  • แหล่งน้ำสำคัญคืออ่างเก็บน้ำซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน และจ่ายน้ำไปให้ชาวบ้านไปทำการเกษตรอีกกว่า 250 ครัวเรือน  การตัดสินใจจ่ายน้ำเป็นไปตามเสียงส่วนใหญ่ของชาวบ้าน  ในหน้าแล้งปีที่แล้งจัด  น้ำจะไม่มีพอที่จะสูบ  จะต้องต่อท่อดูดไกลออกไปจากจุดเดิมอีกประมาณ 250 เมตร  เจ้าของเดิมจะต้องสูบน้ำด้วยปั๊ม 2 ชุด  ทำให้ต้นทุนน้ำยิ่งสูงขึ้นไปอีก
  • การเข้ามาของนายทุนโดยเฉพาะนายทุนมากว้านซื้อที่เพื่อไปปลูกยางพารา  มีการเอารถไถเข้าไปเปิดหน้าดินมากขึ้น พร้อมทั้งมีทุนมากพอที่จะทำระบบน้ำสูบจากลำห้วย  ทำให้มีการแย่งกันใช้น้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะมากยิ่งขึ้น

เพื่อหลุดออกจากวงจรเลวร้ายนี้ผมตัดสินใจที่จะเป็นไท จากระบบน้ำแบบเดิมๆ จะลดการพึ่งพาแหล่งน้ำสาธารณะ  ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลในการให้น้ำกับพืช ลดต้นทุนการให้น้ำ และเป้าหมายสุดท้ายคือยกเลิกการรดน้ำให้ได้มากที่สุด  ให้พืชกลับไปอาศัยน้ำฝนตามธรรมชาติเท่านั้น  ผมจึงลงมือทดลองหักดิบไม่รดต้นไม้เลย  และจ่ายค่าทดลองเรื่องน้ำด้วยการตายของมะนาวแป้นเกือบ 200 ต้น รวมทั้งต้นไม้อื่นอีกนับสิบต้น  ทำให้ผมเรียนรู้ว่าพืชต้นไหนทนแล้งและยังให้ผลผลิตได้ พืชต้นไหนทนแล้งได้แต่จะไม่ให้ผลผลิต  ที่สำคัญปัญหาที่ประสบทำให้ผมเข้าใจสภาพธรรมชาติที่แท้จริงในพื้นที่ และเป็นแรงพลักดันให้ค้นหาความรู้เกี่ยวกับน้ำอีกมากมาย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 04, 2012, 09:41:28 AM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
teebanbor
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 777


« ตอบ #205 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2012, 10:18:06 PM »

มาตามดูด้วยคนครับ คนขาดน้ำไม่ได้ ฉันท์ใดน้ำกับพืชก็คงเป็นเช่นนั้น

ได้คำตอบดีที่สุดเมื่อไหร บอกกันด้วยนะครับ เห็นบทความแล้ว

ผมว่าได้ออกเล่ม 1 เร็ว ๆ นี้แน่เลย จะได้ขอคัดลอกไปใช้ในไร่

บ้าง ธรรมชาติกับความพอเพียง แบบว่าไม่ค่อยถนัดเชิงวิชาการ

ขอเลือกทางลัดแล้วกัน 555  ยิ้ม
บันทึกการเข้า

ธรรมชาติ...ให้อะไรมากว่าที่เราคิด
ktikamporn
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 757


« ตอบ #206 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2012, 10:50:22 PM »

ผมไม่เชื่อว่าการไม่ควบคุมเลยจะได้ผลดีนะ
มันต้องยึดหลักไท้เก๊ก ใช้พลังจากที่อื่นมาเป็นประโยชน์
บันทึกการเข้า
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #207 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2012, 11:25:24 PM »

อารมณ์เหมือนปูฟูสมัยปล่อยทิ้งสวนส้มให้หากินเองตามธรรมชาติ....เรียกว่าตามรอยปรมาจารย์มาแบบติดๆ  ผมเองก็ต้องจ่ายค่าการไม่จัดการวัวสองตัวในสวน ด้วยชีวิตต้นไม้ไปร่วมร้อย(และจะมากขึ้นอีกเรื่อยๆ)ด้วยเช่นกัน...วิถีคนขี้คร้านมันก็มีเสน่ห์ตรงนี้ครับ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 [13] 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 ... 87   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: