ข่าว
หน้า: 1 ... 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 [86] 87   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สวนขี้คร้าน ห้องทดลองขนาดย่อม - โครงสร้างเติมน้ำใต้ดิน  (อ่าน 682962 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 989


« ตอบ #1360 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2015, 06:26:34 PM »

อ่านเจอภาพจาก https://www.facebook.com/smartfarmthailand/ ดูน่าสนใจเลยเอามาแชร์  นี่เป็นหนึ่งในวิธีทำฝนเทียมที่เคยพูดถึงใน http://my-experimental-farm.blogspot.com/2014/08/Rain.html

อาวุธของเกษตรกรจีน ... สู้ภัยแล้ง
ในภาพ เป็นอาวุธที่รัฐบาลจีนมอบให้เกษตรกรจีนสู้ภัยแล้งครับ ทั้งปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน และ เครื่องยิงจรวด เพื่อใช้ยิงซิลเวอร์ไอโอไดด์ หรือ น้ำแข็งแห้ง เข้าไปในกลุ่มเมฆเพื่อกระตุ้นให้เกิดฝนตก ทั้งนี้ ทางรัฐบาลจีนได้ทำการฝึกอบรมเกษตรกร ให้มีความสามารถในการใช้ อาวุธ (ไม่ใช่สิ เครื่องมือ) ดังกล่าวด้วยตัวเอง โดยจะมีการฝึกอบรมการใช้ข้อมูลพยากรณ์อากาศ การดูเรดาร์ เกษตรกรที่อยู่ในเครือข่ายทำฝนเทียมมีจำนวนหลายหมื่นคน กระจายอยู่ทั่วประเทศ

ประเทศจีน ถือว่ามีโครงการทำฝนเทียมขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก มีชื่อว่า โครงการบริหารจัดการสภาพอากาศ (Weather Manipulation Program) ซึ่งเป้าหมายหลักก็คือเอาไว้ใช้ทำฝนเทียม โดยจะมีฝูงบินทำฝนเทียม ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ดัดแปลงเพื่อใช้ยิงซิลเวอร์ไอโอไดด์ หรือ น้ำแข็งแห้ง เพื่อช่วยการเกิดฝนไปที่เมฆ รวมถึงเครื่องปล่อยจรวด (เพื่อยิงเมฆ)

ว่ากันว่า โครงการนี้ทำให้เกิดฝนเทียมได้มากถึง 55,000 ล้านตัน (ประมาณ 55,000 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ เท่ากับความจุของเขื่อนภูมิพล มากกว่า 4 เขื่อน) และมีเป้าหมายที่จะขยายผลให้ได้ปีละ 280,000 ล้านตันในอนาคต (หรือเท่ากับเขื่อนภูมิพล 21 เขื่อน)

Credit : Many Thanks to .....

- Picture from http://www.chinadaily.com.cn



- Picture from http://scd.observers.france24.com


- Picture from http://www.hirarena.com


- Picture from http://usatoday30.usatoday.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 17, 2015, 08:05:23 AM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison

nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 728


« ตอบ #1361 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2015, 09:06:54 AM »

โอย อะไรมันจะแน่นอนปานนั้น ไฮเทคจริงๆ อายจัง  แต่สู้บางประเทศก็ไม่ได้ ใช้วิธีส่งผ่านพลังงานเรียกขอฝนโดยการบนบานศาลกล่าว เท่ห์กว่ากันเป็นไหนๆ ฮึ  โกรธ
บันทึกการเข้า
Sirichai (Kai)
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 35


« ตอบ #1362 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2015, 02:56:23 PM »

บ้านเรายิงได้แค่บั้งไฟครับ
ถ้าเอาเครื่องแบบนี้มายิงขอฝน น่าจะโดนตำรวจหิ้วตั้งแต่ขับออกมาจากบ้านแล้วล่ะครับ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

ยิ่งให้ไป ยิ่งได้มา
laihan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1037



« ตอบ #1363 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2015, 06:41:05 PM »

โอย อะไรมันจะแน่นอนปานนั้น ไฮเทคจริงๆ อายจัง  แต่สู้บางประเทศก็ไม่ได้ ใช้วิธีส่งผ่านพลังงานเรียกขอฝนโดยการบนบานศาลกล่าว เท่ห์กว่ากันเป็นไหนๆ ฮึ  โกรธ

 โกรธ อย่ามาว่าเดี้ยนนะ เดีํยวเดี้ยนจะจับตัวแมวโดราเอมอนมาใช้พลังงานเรียกฝนปีหน้านะ อิอิ.. โกรธ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 17, 2015, 08:09:30 PM โดย laihan » บันทึกการเข้า
kmo4111
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 283


« ตอบ #1364 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2015, 09:39:56 AM »

เห็นจากข่าวกรมฝนหลวงฯของเราก็เตรียมใช้ปี 59 ซึ่งจะประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าใช้เครื่องบินมากพอสมควรครับ

กรมฝนหลวงฯ เตรียมวิจัย 'จรวด'ยิงเมฆ | เดลินิวส์
กรมฝนหลวงฯ เตรียมทำเอ็มโอยูร่วม ทอ. วิจัยสร้างจรวดยิงเมฆจากพื้นดิน หวังเพิ่มเทคนิคทำฝนหลวงได้เข้าเป้า“

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/politics/359837
บันทึกการเข้า
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 989


« ตอบ #1365 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2015, 03:44:18 PM »

ขออนุญาตเพิ่มเติมข้อมูลรวมของ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา  ปีนี้ผมประมาทไปเกินไป...ไม่ได้ไปตรวจสอบระดับน้ำฝนที่ดักลงโอ่งซิเมนต์  กลายเป็นว่าน้ำฝนจากหลังคาไม่ลงโอ่งทำให้เกิดปัญหาน้ำที่ใช้อุปโภคหมดโอ่ง  ตอนแรกเครียดมากเพราะช่วงนี้ไม่ค่อยมีฝนแล้วด้วย  กังวัลว่าจะหาน้ำที่ไหนมาใช้ตอนไปทำงานที่สวน  แต่เคราะห์ยังดีที่ 2 ปีที่แล้วผมสูบน้ำจากโอ่งเข้าไปเก็บไว้ในวงซิเมนต์  เลยกลายเป็นว่าต้อง Activate Business Continuity Plan (BCP) ด้วยการนำน้ำฝนอายุ 2 ปีที่สำรองไว้กลับมาลงโอ่งได้ประมาณ 3 โอ่ง แล้วใส่คลอรีนฆ่าเชื้อนิดหน่อย  ซึ่งปริมาณน้ำน่าจะพอใช้งานได้ประมาณ 5-6 เดือน  หวังว่าฝนคงจะไม่ทิ้งช่วงนานจนเกินไป

หมดเวลาไปกับการจัดการเรื่องน้ำที่เกิดจากความประมาท ก็กลับมาปลูกต้นไม้กันต่อเริ่มต้นจากต้นจิกมุจลินทร์ 2 ต้น


ต้นกันเกรา และต้นพยุง อย่างละ 1 ต้น


มะกอกน้ำอีก 1 ต้น


ตบท้ายด้วยยางนาอีก 10 ต้น  รวมปลูกสองสัปดาห์นี้ 5 ชนิด 15 ต้น รวมตั้งแต่วันพืชมงคลปี 2558 ปลูกไปแล้ว 196 ต้น









 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 23, 2016, 12:35:42 AM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 989


« ตอบ #1366 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2015, 12:08:18 PM »

ฝนไม่ตกแล้ว  การปลูกยังคงทำต่อไปแบบกล้าๆ กลัวๆ  ช่วงนี้ต้องเลือกทำเลหน่อย  ปลูกกลางแจ้งตรงๆ ตายแน่ๆ  เราเริ่มด้วยต้นมะกอกน้ำ และต้นกันเกราอย่างละ 1 ต้น


ตามด้วยจิกมุจลินทร์ 1 ต้น และยางนาอีก 3 ต้น รวมปลูกสองสัปดาห์นี้ 4 ชนิด 6 ต้น รวมตั้งแต่วันพืชมงคลปี 2558 ปลูกไปแล้ว 202 ต้น


 
บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 989


« ตอบ #1367 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2015, 08:46:28 AM »

สัตว์เลี้ยงที่บ้านไม่สบายเลยติดธุระพาไปหมอหลายรอบ  ไม่ได้เข้าสวนหลายสัปดาห์ ยังดีกว่ากลับไปดูต้นไม้ที่ปลูกไปไม่ได้ตายกันไปหมด  อากาศแห้งหนาวเข้ามาเย็น ใบไม้ของต้นไม้บนภูเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและร่วงหล่น  ส่วนผมยังดันทุรังปลูกต้นไม้ท่ามกลางใบหญ้าที่เริ่มแห้งเช่นกัน  เริ่มจากต้นพยุง 3 ต้น และชิงชัน 1 ต้น




ตามด้วยต้นมะขวิด 1 ต้น และยางนา 3 ต้น  ช่วงนี้ต้องเพลาๆ เรื่องต้นยางนาบ้าง  เพราะไม่ใช้ไม้ที่ทนแล้งมากนัก  รวมปลูกสองสัปดาห์นี้ 4 ชนิด 8 ต้น รวมตั้งแต่วันพืชมงคลปี 2558 ปลูกไปแล้ว 204 ต้น


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 20, 2016, 06:02:56 AM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 989


« ตอบ #1368 เมื่อ: มกราคม 18, 2016, 12:55:34 PM »

ติดธุระส่วนตัวไม่ได้ไปสวน 3 สัปดาห์  ต้นไม้ส่วนใหญ่ยังอยู่รอดอยู่ แต่ก็มีที่แห้งตายไปบ้างเพราะเราไม่ได้รดน้ำช่วย ใจหนึ่งก็กลัวต้นไม้ตาย แต่ใจหนึ่งก็อยากปลูกต่อ  จึงต้องเลือกทำเลดีๆ อย่างที่แม่นางสุท่านว่าไว้  สัปดาห์นี้เริ่มต้นกันด้วยยางนา 2 ต้น


กันเกรา และจิกมุจลินทร์ อย่างละ 1 ต้น


ตบท้ายด้วยต้นองุ่นบราซิล 1 ต้น รวมปลูกสองสัปดาห์นี้ 4 ชนิด 5 ต้น รวมตั้งแต่วันพืชมงคลปี 2558 ปลูกไปแล้ว 209 ต้น

บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
worraphot
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 964


« ตอบ #1369 เมื่อ: มกราคม 18, 2016, 01:25:49 PM »

 หน้านี้หญ้ายังเหลืองเลยแต่ไม้ป่าอึดทนมีร่มเงาได้น้ำพอรากเดินก็รอดแล้ว

[teerapan] - ส่วนใหญ่จะใช่เลยครับพี่วรพจน์  ต้นที่แห้งตายมักจะเป็นต้นที่โดนแดดแรงๆ  แต่ต้นที่ปลูกอยู่ใต้ร่มเงาแต่แห้งตายก็มีพอสมควรโดยเฉพาะต้นยางนาเนื่องจากปีนี้ฝนตกน้อยไปหน่อย และผมไม่มีเวลาไปรดน้ำให้  เอาเป็นว่าถ้าต้นไหนตายก็ปลูกใหม่แล้วกันครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 18, 2016, 04:12:23 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 989


« ตอบ #1370 เมื่อ: มกราคม 25, 2016, 06:14:39 PM »

สัปดาห์นี้มีฝนหลงฤดูตก พอทำให้ได้น้ำบ้าง เลยเดินสำรวจสักหน่อย  ต้นขนานต้นนี้ปลูกไปเกือบ 4 ปีแล้วไม่เคยเดินมาดูเลย ไม่ทราบชื่อวิทยาศาสตร์ของต้นขนาน  รู้แต่ว่าชาวบ้านใช้ใบของต้นขนานที่มีขนาดใหญ่ (ดูเทียบขนาดกับมือ) ในการห่อของเวลาเดินเก็บของป่า เป็นต้นไม้ที่ไม่ค่อยจะพบแล้วในปัจจุบัน เลยปลูกอนุรักษ์ไว้ 3 ต้น


ต้นชะพลูใต้ต้นมะม่วงงามดีครับทั้งๆ ที่ไม่เคยรดน้ำให้  เดินมาเก็บทีไรไม่เคยผิดหวัง


ว่าแล้วก็เก็บมะม่วง และมะตูมกลับไปแจก ไปกินที่บ้าน


ต้นจิกมุจลิทร์ต้นนี้ทิ้งใบแห้งเหี่ยวหมดแล้ว  พอได้ฝนหลงฤดูก็แตกใบใหม่  คงคิดว่าหน้าฝนมาเยือนแล้ว


เดินเล่นพอแล้วก็มาปลูกต้นไม้กันต่อ เริ่มต้นด้วยต้นชิงชัน และต้นกระพี้จั่นอย่างละ 1 ต้น


ตามด้วยต้นมะเฟืองหวาน และต้นยางนา


ตบท้ายด้วยต้นกันเกรา และต้นจิกมุจลินทร์  รวมปลูกสองสัปดาห์นี้ 6 ชนิด 6 ต้น รวมตั้งแต่วันพืชมงคลปี 2558 ปลูกไปแล้ว 215 ต้น

  
บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 989


« ตอบ #1371 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2016, 07:14:16 PM »

สัปดาห์นี้ลองเปลี่ยนทำเลบ้าง  แถวนี้เคยปลูกมาก่อนแล้ว  มีรอดบ้างตายบ้าง ตัวอย่างต้นที่รอดมา 1-2 ปีแล้ว คือ ต้นชมพู่มะเหมี่ยว และต้นม่อนไข่ (หรือเซียนท้อ)


เราจึงมาเริ่มปลูกเพิ่มต้นมะพลับป่า และต้นชมพู่น้ำดอกไม้ อย่างละ 1 ต้น


ต้นอบเชยเทศ และต้นไชยา อย่างละ 1 ต้น


และต้นกำลังเลือดม้าอีก 1 ต้น รวมปลูกสองสัปดาห์นี้ 5 ชนิด 5 ต้น รวมตั้งแต่วันพืชมงคลปี 2558 ปลูกไปแล้ว 220 ต้น

บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 989


« ตอบ #1372 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2016, 10:36:03 PM »

สัปดาห์นี้เริ่มต้นการปลูกด้วยต้นจันทน์ชะมด และประดู่แดง อย่างละ 1 ต้น


ตามด้วยต้นมะพลับป่า และทุเรียนเทศ อย่างละ 1 ต้น


ตบท้ายด้วยต้นชมพู่น้ำดอกไม้ และต้นจิกมุจลินทร์ อย่างละ 1 ต้น  รวมปลูกสองสัปดาห์นี้ 6 ชนิด 6 ต้น รวมตั้งแต่วันพืชมงคลปี 2558 ปลูกไปแล้ว 226 ต้น
บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
kasetmuemai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 48


« ตอบ #1373 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2016, 02:37:15 PM »

ปักหมุดเลย
บันทึกการเข้า
nomadic_man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 728


« ตอบ #1374 เมื่อ: เมษายน 01, 2016, 02:53:04 PM »

หายไปนานเลยนะครับ...  ยิงฟันยิ้ม เข้าหน้าแล้งแล้วสวนทางโน้นเป็นยังไงมั่งครับ สวนผมลุ้นเกือบทุกวันเพราะกลัวไฟป่าเข้า(ที่ไม่ได้เกิดตามธรรมชาติ) ยิ่งเชื้อไฟเยอะเสียด้วยเพราะเป็นดงหญ้าขจรจบเต็มไปหมดนั่นเอง  โกรธ

[teerapan] - ปีนี้พวกเราโดนไม่ใช่แค่ฝนตกน้อย  แต่แดดแรงและอุณหภูมิสูงมากกว่าปกติ  ต้นไม้แย่กันตามๆ กัน  แต่จริงๆ แล้วทางเลย เห็นจากสวนของน้อง immsureerat ก็ยังชื้นกว่าทางเพชรบุรีบ้างครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 11, 2016, 07:44:40 AM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
สุ ป่าริมห้วย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1541


« ตอบ #1375 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2016, 11:34:52 PM »

  สวัสดีค่ะ.. ยิ้มเท่ห์

   มาหาแรงบันดาลใจปลูกป่าหน้าแล้ง..  หายไปนานเลยอ่ะท่านจอมยุทธ...
   วิเคราะห์ความเป็นไปได้ ในการฟื้นฟู"ป่าเมืองน่าน" ที่กำลังเป็นกระแสตอนนี้ให้ฟังแนวทางแก้ไข
   ในมุมมองของศิษย์พี่ให้ฟังนิดค่ะ เพื่อนสุเค้าจะไปช่วยปลูกป่ากันเยอะ ขอคำแนะนำมา
   สุชาดาไปไม่เป็นเยยย.. พื้นที่มันเยอะ ดูรูปแล้วเหนื่อยเลย ปล่อยธรรมชาติฟื้นเองคงหลายปี ใช้ทำกินซ้ำๆกันมากี่ปีไม่รู้
   ศิษย์พี่ว่าพื้นที่ใหญ่ๆแบบวิธีไหนฟื้นป่าได้่เร็วที่สุดอ่ะ

   แบบสบายๆสไตล์ขี้คร้านของจอมยุทธเลยค่ะ..ความรู้ระดับศิษย์พี่คงช่วยได้เยอะ

                                                                                    ขอบคุณค่ะ... ยิ้มเท่ห์

   เท่าที่นึกออก ปล่อยไม้พื้นถิ่นเริ่มโตก่อน แล้วค่อยเอาไม้ป่า-ไม้ใหญ่ที่เคยมีในพื้นที่ลงปลูกแบบแอบอิง พอไหวมั้ยค่ะ
   มีแต่เขาหัวโล้น ยากอ่ะ...ค่ะ

[teerapan] - ก็คงต้องใช้เทคนิคแบบที่แม่นางสุกล่าวมาละครับ  ถ้าแล้งจัดๆ เรื่องสำคัญคือความชื้นในดินครับ   ถ้าเป็นเทคนิคของ permaculture ในที่มีความลาดชันบ้างเล็กน้อย  เขาก็จะ
1. ขุด Swale ตามแนวระดับที่จุดที่เรียกว่า Keyline เพื่อดักน้ำฝนให้สะสมที่แนว swale
2. ปลูกไม้เบิกนำเฉพาะรอบๆ Swale
3. ฤดูกาบถัดมาก็ปลูกไม้อื่นเพิ่มเติมจากไม้เบิกนำ และค่อยๆ ขยายแนวปลูกออกไป จากแนว Swale  ต้นไม้ในแนว swale จะช่วยรักษาความชื้นรอบๆ ไว้  

วันก่อนอาจารย์ตั้มมาแนะนำการปลูกป่าในแปลงที่ดินขนาดใหญ่ที่บริษัทก็ใช้เทคนิคคล้ายๆ กัน  เพียงแต่ถ้าที่ดินเป็นที่ราบมากๆ ไม่สามารถหาแนวดักน้ำมาขุด swale ก็จะใช้วิธีการสร้างแนวถนนเข้าไปในแปลงก่อน แล้วปลูกไม้เบิกนำ 2 ข้างของถนน  อาศัยน้ำฝนเป็นหลัก  แต่ในช่วงแล้งจัดๆ จะใช้วิธีเอารถไล่รดน้ำ 2 ข้างทางเพื่อให้ต้นไม้พอรอดได้  เมื่อไม้เบิกนำเริ่มโตก็จะเริ่มปลูกแถวที่ถัดไปจากข้างถนนทั้งสองข้างออกไปเรื่อยๆ  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 11, 2016, 07:41:42 AM โดย teerapan » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 [86] 87   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: