หน้า: 1 2 3 [4] 5   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอคำแนะนำทำ EM  (อ่าน 57074 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2820

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #48 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2009, 11:31:59 AM »

โดนแสงได้คับ ไม่มีปัยหา แต่ อย่าตากแดด คับ

ผมเองก็ หมัก แบบไม่ได้ ปิดฝา เพราะไม่มีฝาปิด
บันทึกการเข้า

leemuy
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #49 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2009, 10:31:10 PM »

   พี่ทอมมี่ค่ะ ตอนนี้กำลังหัดทำเหทือนกันค่ะ
   
ตามที่เห็นในรูปนะค่ะ ..แม่กำลังนั่งหั่นผัก อยู่ค่ะ ..พอดีได้มา 2 กระสอบจากแม่ค้าในตลาด มีหัวไชเท้า บวบ สลัด
    ผักกาด คึ่นใช่ โหระพา ผักสวนครัวอีกหลายชนิด ก็ใส่จนเต็มถังเลยค่ะ พอดีว่า ลืมชั่ง ยิ้ม ก็เลยใส่น้ำพอปริ่มๆ กับระดับผัก แล้วก็
   ใส่น้ำตาลทรายแดง ไป 2 กก. ตามด้วย น้ำหมักที่เค้าแจกที่แมคโคร ประมาณ 300 ซีซี ค่ะ ..


      อยากถามพี่ว่า
    1. สัดส่วนตามนี้ ต้องใส่น้ำ หรือน้ำตาลเพิ่มมั๊ยค่ะ
     2. ต้องหมักนานมั๊ยค่ะ ค่อยนำไปใช้ประโยชน์ได้
     3. แล้วถ้าเรานำไปใช้แล้ว หรือเราใส่ผักเพิ่ม เราต้องเติมน้ำตาลหรือน้ำเพิ่มมั๊ยค่ะ
     4. น้ำหมักที่นำมาจากแมคโคร จะใช้แทน น้ำตาลได้มั๊ยค่ะ
    5. แล้วระหว่างนี้ ถ้ากินกับข้าวเหลือ หรือส้มตำปู  ยิงฟันยิ้ม สามารถใส่ลงไปเลยได้มั๊ยค่ะ ..

      รบกวนด้วยนะค่ะ พี่ทอมมี่จะขี้เกียจตอบมั๊ยเนี่ย  เศร้า ขอบคุณค่า ..(ขอบคุณก่อนเลย กลัวไม่ตอบ )

       ท่านอื่นๆ ที่ทราบ รบกวนด้วยนะค่ะ  ยิ้ม ..
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 20, 2009, 01:00:38 PM โดย ชาวนา™ » บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2820

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #50 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2009, 11:06:04 PM »

 สวัสดี ครับ

อยากจะตอบคำถามพี่ ว่า
    1. สัดส่วนตามนี้ ต้องใส่น้ำ หรือน้ำตาลเพิ่มมั๊ยค่ะ

คิดว่าน้ำตาลจะน้อยไปหน่อย ลองดูพรุ่งนี้ ถ้ามีกลิ่น ที่รู้สึกว่าเหม็น ก็ เติมน้ำตาล ลงไปอีก ไม่ว่าจะเป็น กากน้ำตาล น้ำตาลทรายขาว ทรายแดง เติมแล้วก็ คนๆๆๆ 

     2. ต้องหมักนานมั๊ยค่ะ ค่อยนำไปใช้ประโยชน์ได้

มันก็มีหลายตำรานะคับ ว่าจะหมักนาน สักแค่ ไหน บ้างว่า อาทิต บ้าง ว่า 2 อาทิต บ้างว่า 3 เดือน บ้าง ว่า 6 เดือน
อันนี้ แล้วแต่ละกันนะคับ ดูว่า มันย่อยผักไปเยอะแล้ว ก็ ตัก ไปใช่ได้ จะเอาไปล้างพื้น ขัดส้วน ขัด ห้องน้ำ หรือ ลาดใส่ส้วนเพื่อลดการอุดตัน หรือจะผสมน้ำ รดต้นไม้ หมักดิน ก็ เชิญได้เลยคับ


     3. แล้วถ้าเรานำไปใช้แล้ว หรือเราใส่ผักเพิ่ม เราต้องเติมน้ำตาลหรือน้ำเพิ่มมั๊ยค่ะ

ถ้าเราต้องการใส่ผักเพิ่ม หรือเศษอาหารเพิ่ม ควรเพิ่มน้ำตาลด้วย แต่ถ้ารู้สึกว่าในถังน้ำมีน้ำตาลเหลือพอที่จุลินทรีย์ย่อย ก้ไม่จำเป็น อาศัย ความรู้สึกทางกลิ่นเอาได้คับ

     4. น้ำหมักที่นำมาจากแมคโคร จะใช้แทน น้ำตาลได้มั๊ยค่ะ

น้ำหมัก ที่ได้มา เปรียบเป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์ ไม่ใช่ น้ำตาล ครับ เราใส่ไปครั้งแรก เพื่อให้ย่อยเศษผักเศษอาหารได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ถ้า ไม่มีก็ ไม่ต้องใช้ได้ครับ หรือ ใครมี พด ก็ ใช่พด หรือ ใครใคร่จะใช่ หัวเชื้อที่มีขาย ก็ ได้ครับ

    5. แล้วระหว่างนี้ ถ้ากินกับข้าวเหลือ หรือส้มตำปู   สามารถใส่ลงไปเลยได้มั๊ยค่ะ ..

ได้ครับ ถ้ารู้สึกกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ ก็เพิ่มน้ำตาลครับ ยิ่งเป็นการหมักเศษเนื้อ พุงปลา ไส้ปลา หัวปลา เปลือกกุ้ง เปลือกปู ด้วยแล้ว จะใช้ น้ำตาลเยอะกว่า หมัก เศษพืชผัก  ยิ้มเท่ห์

บันทึกการเข้า
leemuy
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #51 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 12, 2009, 07:58:16 AM »

           ขอบคุณค่ะ ..
บันทึกการเข้า
สายหมอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 152


« ตอบ #52 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2009, 09:29:07 PM »

  เรียนคุณทอมมี ปุ๋ยปลากับจุลินทรีย์em สรรพคุณที่ใช้กับพืชมีข้อแตกต่างกัน มาก-น้อย อย่างไรครับแนะนำด้วยครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2820

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #53 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2009, 10:25:37 PM »

คำว่า ปุ๋ยปลา เป็น การเรียก ตาม วัสดุ ที่เรา นำมาหมัก ก็ คือ ปลา  ถ้าไม่มีปลา หาเศษเนื้อ อย่างอื่นก็มาหมักได้ ไม่ว่าจะเป็นรกสัตว์ต่างๆ หรือ สัตว์ ที่เกิด โรคตาย

ส่วน คำว่า จุรินทรีย์ em  อีเอ็ม คำนี้ ย่อมาจาก Effective Microorganisms ก็คือ จุลินทรีย์ ที่มีประโยชน์ นั้งเอง ดังนั้น ใน น้ำหมักปลาก็มี จุลินทรีย์ ที่มีประโยชน์ เหมือนกัน

คราว นี้ มาเทียบ คุณ ค่า  ถ้า เรานำ แต่ เสษพืชเศษผัก เศษ หญ้า มาหมัก เราก็จะ ได้คุณค่า ที่นิยาม ออกมา เป็นคำว่า ปุ๋ย นั้น ได้ น้อยกว่า การเอา เศษเนื้อสัตว์ ต่างๆๆมาหมัก 

แต่ ตาม ธรรมชาติ แล้ว ไม่มีอะไรดี กว่ากัน หรอก ครับ ถึงเราว่า น้ำหมักเศษเนื้อสัตว์ มี ปุ๋ยมาก มากในทางธาตุอาหารหลักของพืช แต่ธาตุอาหารรองของพืช บางตัวกลับมีน้อย กว่า น้ำหมักที่หมักด้วยเศษพืช

ฉะนั้น แล้ว ใช้คู่กัน ถึงจะดี 

การใช้จุลินทรีย์ ในการเกษตร จะ เห็นผลในระยะยาว  ไม่รวดเร็ว ทันตา แบบปุ๋ยเคมี
จุลินทรีย์ จะค่อยๆๆ ปรับสภาพดินแล้วสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับต้นไม้
บันทึกการเข้า
chaiwat_k
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 287



« ตอบ #54 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2009, 09:41:58 AM »

พอดีเข้าไปอ่านในวิกิพีเดียของภาษาอังกฤษพบว่ามีการใช้นมเปรี้ยวและยีสต์(ที่เขาใช้ทำขนมปัง)แทนหัวเชื้อ พด. และหัวเชื้อ อีเอ็ม ด้วยยังไงลองเอาไปทดสอบกันได้เน้อ ผมว่านมเปรี้ยวนี้เข้าท่าดีครับ
บันทึกการเข้า
คนหลังเขา
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8


« ตอบ #55 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2009, 10:03:39 PM »

น้ำหมักจากเศาอาหารทุกชนิด ทั้งแกงเผ็ดส้มตำ ต้มยำสารพัดสมุนไพร
ใช้ฉีดพ่นทุก7-10วัน แมลงรบกวนน้อยมาก ผักสมบรูณ์มาก(ใช้ร่วมกับปุ๋ยหมักนะครับ)
บันทึกการเข้า
garfield
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 156


« ตอบ #56 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2009, 10:23:38 PM »

เอามาซักผ้าได้ด้วย
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=1258.0
บันทึกการเข้า
garfield
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 156


« ตอบ #57 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2009, 10:25:46 PM »

พอดีเข้าไปอ่านในวิกิพีเดียของภาษาอังกฤษพบว่ามีการใช้นมเปรี้ยวและยีสต์(ที่เขาใช้ทำขนมปัง)แทนหัวเชื้อ พด. และหัวเชื้อ อีเอ็ม ด้วยยังไงลองเอาไปทดสอบกันได้เน้อ ผมว่านมเปรี้ยวนี้เข้าท่าดีครับ

มีใครลองเอาคีเฟอร์ไปทำบ้างยังค่ะ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=547.0
บันทึกการเข้า
chaiwat_k
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 287



« ตอบ #58 เมื่อ: มีนาคม 02, 2009, 11:24:23 AM »

พอดีเข้าไปอ่านในวิกิพีเดียของภาษาอังกฤษพบว่ามีการใช้นมเปรี้ยวและยีสต์(ที่เขาใช้ทำขนมปัง)แทนหัวเชื้อ พด. และหัวเชื้อ อีเอ็ม ด้วยยังไงลองเอาไปทดสอบกันได้เน้อ ผมว่านมเปรี้ยวนี้เข้าท่าดีครับ

มีใครลองเอาคีเฟอร์ไปทำบ้างยังค่ะ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=547.0


    * Lactic acid bacteria: Lactobacillus plantarum; L. casei; Streptococcus Lactis.
    * Photosynthetic bacteria: Rhodopseudomonas palustris; Rhodobacter sphaeroides.
    * Yeast: Saccharomyces cerevisiae; Candida utilis(no longer used) (usually known as Toula, Pichia Jadinii).
    * Actinomycetes(no longer used in the formulas): Streptomyces albus; S. griseus.
    * Fermenting fungi(no longer used in the formulas): Aspergillus oryzae; Mucor hiemalis.

มีอยู่แค่นี้ละครับในเว็บวิกิฯนะ
บันทึกการเข้า
lavazza
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32


« ตอบ #59 เมื่อ: มีนาคม 02, 2009, 08:17:08 PM »

สนับสนุนให้ทำน้ำหมักใช้เองอีกหนึ่งเสียงครับ  ^^

เพราะต้นทุนลิตรละ ไม่ถึง 2 บาท ดีกว่าไปซื้อเค้าลิตรละหลายสิบบาท
บันทึกการเข้า
ooy2009
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1026


การแบ่งปัน คือความสุข สุขทั้งผู้ให้และผู้รับ


« ตอบ #60 เมื่อ: มีนาคม 03, 2009, 12:03:25 PM »

นำมาใช้ขัดห้องน้ำและขัดพื้นได้สะอาดเอี่ยมเลยค่ะ(ไม่ต้องทนกับสารเคมีกลิ่นฉุน)  EMซู้ดยอดดด อายจัง
บันทึกการเข้า
tang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 21


« ตอบ #61 เมื่อ: มีนาคม 03, 2009, 03:07:09 PM »

เอาไปใช้กับขี้วัวยังไงค้า บอกหน่อย
บันทึกการเข้า
topan
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #62 เมื่อ: มีนาคม 04, 2009, 01:15:33 PM »

ผมคนหนึ่งที่เป็นสมาชิกของ บ.อีเอ็ม คิวเซ ครับ ขอแนะนำสอบถามที่ 036-362111 รับรองของแท้ 100% ครับ
บันทึกการเข้า
lug
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #63 เมื่อ: มีนาคม 05, 2009, 09:42:26 AM »

สวัสดีค่ะ เป็นสมาชิกใหม่เช่นกัน แต่ก็เข้ามาเก็บข้อมูลได้ระยะหนึ่งแล้ว ...
ตอนนี้ก็ทดลองทำน้ำหมัก ก็เป็นพวกเศษอาหารที่เหลือ ผักบ้าง ผลไม้ เรียกว่าอะไรเหลือก็ใส่นะค่ะ
หมักไปได้ประมาณ 2 อาทิตย์แล้ว ใช้น้ำตาลทรายขาวค่ะ สังเกตดูแล้ว น้ำหมักเป็นสีขาวขุ่น กลิ่นเปรี้ยว
ถ้าต้องการเอามาใช้ ต้องเอามากรองก่อนรึเปล่าวคะ   แล้วต้องเอาไปผสมน้ำในอัตราส่วนเท่าไรที่จะใช้ฉีด
เอ้อ..รึว่าใช้รดลงไปที่โค่นของต้นไม่ค่ะ  และน้ำหมักสามารถใช้ไล่เพลี้ยและแมลงปีกแข็งที่เจาะน้ำเลี้ยงของต้นผักหวานได้ไม๊คะ
..ถามเยอะไปหน่อย รบกวนท่านผู้รู้ด้วยนะคะ  ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

อ้อ   ที่บ้านปลูกผักสวนครัวค่ะ และก็มีผักหวานอยู่เยอะ แต่ตอนนี้มีแมลงมีเจาะน้ำเลี้ยงของยอดอ่อนๆ นะค่ะ
เลยอดกินยอดอ่อนไปหลายวันเลย
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: