หน้า: 1 2 [3] 4 5   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอคำแนะนำทำ EM  (อ่าน 57073 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
pop
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 190


« ตอบ #32 เมื่อ: มกราคม 20, 2009, 09:54:30 AM »

ถือว่าเอามาเล่าแบ่งปันเป็นความรู้ละกันนะครับ ถูกผิดอย่างไรท่านผู้รู้ช่วยแก้ไขให้ด้วย
คือน้ำหมัก หรือปุ๋ยหมักชีวภาพต่างๆที่เราพูดถึงกันมีข้อระวังไว้อย่างนึงคือ อย่านำเปลือกของผลส้มลงไปหมักด้วยนะครับ เพราะมีกรดหรือะไรสักอย่างที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ดีครับ
บันทึกการเข้า

สายหมอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 152


« ตอบ #33 เมื่อ: มกราคม 21, 2009, 10:47:32 AM »

รบกวนถามครับ ถ้าหมัก EMได้ที่แล้วอยากให้มีกลิ่นหอมเช่นกลิ่นกาแฟ สามารถเติมผงกาแฟลงไปได้ไหมครับ และจะมีผลกระทบอะไรหรือเปล่าครับ
บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2820

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #34 เมื่อ: มกราคม 21, 2009, 11:49:52 AM »

โอ้ เอา กาแฟผงเลยหรอคับบ   คิดว่า แค่กากกาแฟที่เราทิ้งแล้ว ก็น่าจะพอแล้วนะคับ  ไม่ไม่รู้ ผมักแล้วจะได้ กลิ่นหอมแค่ไหน อิอิ ต้องลองดู ครับ
บันทึกการเข้า
wuttcom
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50


« ตอบ #35 เมื่อ: มกราคม 24, 2009, 08:40:49 AM »

รบกวนขอคำแนะนำครับ คือว่าผมอยากจะใช้น้ำหมักในนาในการย่อยสลายฟางและตอซังแต่ผมสงสัยว่าถ้าเกิดว่าน้ำในที่เราใช้น้ำหมักรั้วลงในนาข้างๆแล้วจะมีผลอะไรกับต้นเขาหรือป่าวครับ แล้วถ้าเกิดว่าเราจะทำนาต่อแล้วเมล็ดข้าวจะมีผลอะไรกับเมล็ดข้าวเราหรือป่าวครับ ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2820

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #36 เมื่อ: มกราคม 24, 2009, 11:00:35 AM »

 คือ  ว่า คิดแบบนี้ละกันนะครับ  เราเองคงไม่สามารถ ผลิต น้ำหมัก ได้ วันละ เป็น พันๆ ลิตร ได้ทุกวัน แบบ โรงงานอุสาหกรรมที่ สร้างปัญหาเรื่องน้ำให้กับภาคเกษตร

พื้นนา 1 ไร่ มีขนาด  1600 ตรม. ถ้า ปล่อยน้ำ เข้า นาสัก 10 ซม.  เท่ากับว่าจะมีน้ำ ในนา 160 ลบม.
ถ้า เรา จะใช้ น้ำหมัก ขนาด 1 : 1000 ส่วน  เป็นอัตราที่แนะนำให้ใช้โดนทั่วไป  ก็จะใช้น้ำหมัก 160 ลิตร
หรือ จะใช้ อัตราส่วน 1 : 500 ส่วน เป็นอัตรที่เข้มข้น มานิดส์นึง ก็จะต้องใช้น้ำหมัก 320 ลิตร
บันทึกการเข้า
สายหมอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 152


« ตอบ #37 เมื่อ: มกราคม 24, 2009, 01:23:54 PM »

 ขอบคุณ คุณทอมมีมากครับได้ความรู้เยอะมาก ผมขอถามอีกข้อครับ พอดีเห็นสมาชิกถามข้อที่แล้ว หลังจากที่ เก็บเกี่ยวข้าวเสร็จเหลือตอซังข้าว ก่อนไถกลบเพื่อรักษาหน้าดิน ควรที่จะฉีดพ่นด้วย EM ก่อน หรือว่าหลังที่จะไถครับ เพื่อให้ตอซังข้าวย่อยสลายเร็วๆ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2820

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #38 เมื่อ: มกราคม 24, 2009, 02:35:27 PM »

เรื่องการทำนา ทอมมี่เองไม่เคยทำนาซะด้วย อิอิ

เอาแบบนี้ละกันครับ ถ้ามีเวลาหลังเกี๋ยวข้าวเสร็จ จะมีกองฟางและตอทั่วไปหมด ก็ เอาน้ำหมักเข้มข้นเลย ไปฉีดพ่นให้ทั่ว จะเป็นเป็นการหมักย่อยฟางและตอ อีกทั้งเป็นการหมักดินไปในตัว

ก่อนทำนา จะมีการไถ ก็ เอาน้ำหมักไปตั้งหลังรถไถ ให้น้ำหมักค่อยๆๆ หยดไประหว่างการไถอีกครั้งก็ได้
หรือว่าถ้ามีการเปิดน้ำเข้านา ก็ ไปตั้งถังน้ำหมักหน้าทางน้ำ ให้น้ำหมักหยดไปพร้อมกับน้ำไหลเข้านา ได้เลยคับ

น้ำหมักมีเยอะก็ แบ่งใส่ได้เรื่อยๆ บ่อยๆได้คับ เป็นการช่วยบำรุงดินเพิ่มจุรินทรีย์ในพื้นดิน
บันทึกการเข้า
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11419


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #39 เมื่อ: มกราคม 25, 2009, 12:00:07 PM »

ขอบคุณ คุณทอมมีมากครับได้ความรู้เยอะมาก ผมขอถามอีกข้อครับ พอดีเห็นสมาชิกถามข้อที่แล้ว หลังจากที่ เก็บเกี่ยวข้าวเสร็จเหลือตอซังข้าว ก่อนไถกลบเพื่อรักษาหน้าดิน ควรที่จะฉีดพ่นด้วย EM ก่อน หรือว่าหลังที่จะไถครับ เพื่อให้ตอซังข้าวย่อยสลายเร็วๆ ขอบคุณครับ


การหมักฟางในนาข้าว

   เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จ ทำการกระจายฟางข้าวให้ทั่วแปลงนา ใช้ปุ๋ยหมักตักไปหว่านในนา โดยหว่านลงบนฟางเลย เมื่อหว่านเสร็จก็ทำการใช้รถลากวนไปมาจากนั้นให้ทำการสูบน้ำใส่โดยผสมน้ำจุลินทรีย์ลงไปพร้อมกับน้ำที่ปล่อยเข้าแปลงนา ปล่อยน้ำลงไปจนท่วมนา  โดยพื้นที่ 1 ไร่ใช้น้ำจุลินทรีย์ 5 ลิตรผสมกับน้ำ 200 ลิตรและกากน้ำตาล 5 กก. ทำการหมักฟางในนาทิ้งไว้ 15 วันเมื่อครบ 15 วันฟางข้าวจะมีการย่อยสลาย ให้นำรถมาตีดิน ย่ำทำเทือก แล้วทำการหว่านข้าวปลูกได้เลยในกรณีที่ไม่รีบทิ้งไว้อีก 10-15 วัน จะมีหญ้าและเมล็ดข้าวที่ตกค้างในนางอกขึ้นมาทำการกำจัดออก ต่อจากนั้นให้ทำเทือกและหว่านกล้า วิธีการนี้เป็นการช่วยลดจำนวนหญ้าอีกทางหนึ่ง


ที่มา : กรมพัฒนาที่ดิน http://www.ldd.go.th/menu_Dataonline/G8/G8_05.pdf
บันทึกการเข้า
แมงกุดจี่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9


« ตอบ #40 เมื่อ: มกราคม 25, 2009, 07:23:48 PM »

ขอรบกวนถามเป็นความรู้ด้วยคนนะครับ

1.สงสัยว่าการหมักน้ำ EM ปกติเราต้องปิดถังเพื่อไม่ให้อากาศเข้ารึเปล่าครับ
เเล้วถ้าหมักไป เติมเศษอาหารไปเรื่อยๆ ต้องเปิดปิดถัง มีอากาศเข้าทุกวัน การหมักจะได้ผลมั้ยครับ

2.ตัวน้ำหมักเอง ผสมน้ำแล้วใช้ทดแทนการใส่ปุ๋ยเคมีได้เลยรึเปล่าครับ พืชจะได้แร่ธาตุเพียงพอมั้ยครับ
หรือว่าเราต้องใส่ปุ๋ยอย่างอื่นเพิ่มด้วย(เช่นปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสด ฯลฯ) 

3.คือผมมีที่ดินว่างเปล่าอยู่และตั้งใจว่าจะพัฒนาให้เป็นสวนเกษตรแบบพอเพียง
(เป็นที่นาแต่ระดับต่ำ ต้องถมสูงขึ้นมาประมาณ 1 เมตร คาดว่าดินที่จะนำมาถมคงได้ดินที่ไม่ค่อยสมบูรณ์นัก)
ถ้าสมมุติผมจะบำรุงดูแลดินที่ถมให้อุดมสมบูรณ์ โดยใช้เพียงน้ำEM (กับพวกมูลสัตว์ต่างๆ)
หมั่นโปรย รด บ่อยๆ แล้วปล่อยให้มีพืชคลุมดินบ้าง(อาจเป็นหญ้าหรือวัชพืชเล็กๆก็ตาม)
เท่านี้จะเพียงพอที่จะเปลี่ยนจากดินที่อาจจะไม่ค่อยดีนักให้กลายเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ ที่พร้อมจะปลูกพืชได้มั้ยครับ
หรือต้องทำอะไรมากกว่านี้อีก

ขอบคุณครับ

บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2820

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #41 เมื่อ: มกราคม 25, 2009, 08:29:09 PM »


1.สงสัยว่าการหมักน้ำ EM ปกติเราต้องปิดถังเพื่อไม่ให้อากาศเข้ารึเปล่าครับ
เเล้วถ้าหมักไป เติมเศษอาหารไปเรื่อยๆ ต้องเปิดปิดถัง มีอากาศเข้าทุกวัน การหมักจะได้ผลมั้ยครับ


จุลินทรีย์ ที่มีประโยชน์ ส่วนใหญ่ ต้องการออกซิเจน หรือ อากาศ  โดยปกติแล้ว เราหมักน้ำหมัก จะเปิดถังมากวนหรือคนมันด้วย เพื่อให้อากาศ เข้าไปทั่วถึง จะได้ย่อยได้เร็วแล้วขยายจำนวนจุลินทรีย์ได้รวดเร็วขึ้น  อีกทั้งถ้าเราปิดสนิท จะเกิด ก๊าซมีเทน ดันฝากถังด้วย จึงจำเป็นจะต้องระบายก๊าซตรงนี้อยู่แล้ว

หรือจะหมักอีกวิธีหรือ อีกระบบ คือหมักระบบปิด เป็นการหมักที่ไม่ใช้อากาศ  โดยจะได้ผลพลอยได้คือ ก๊าซไว้หุ้งต้มอาหาร หรือเดินเครื่องยนต์ ซึ่งวิธีนี้จะต้องสร้างถังระบบปิดอาจใช้ถังพลาสติก หรือคอนกรีต

2.ตัวน้ำหมักเอง ผสมน้ำแล้วใช้ทดแทนการใส่ปุ๋ยเคมีได้เลยรึเปล่าครับ พืชจะได้แร่ธาตุเพียงพอมั้ยครับ
หรือว่าเราต้องใส่ปุ๋ยอย่างอื่นเพิ่มด้วย(เช่นปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสด ฯลฯ)
 


ตัวน้ำหมักเองไม่ได้มีสารอาหารที่มากเทียบเท่า ปุ๋ยเคมี จะมีธาตุอาหาร ประมาณไม่เกิน 1 เปอร์เซน และมีธาตุอาหารรอง ทั้งหมดนี้ขึ้นกับวัสดุที่เราเอามาใช้หมัก
เราจึงใช้ควบคู่ไปกับปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก เพื่อเป็นการปรับปรุงบำรุงดิน และโครงสร้างของดินไปในตัว

3.คือผมมีที่ดินว่างเปล่าอยู่และตั้งใจว่าจะพัฒนาให้เป็นสวนเกษตรแบบพอเพียง
(เป็นที่นาแต่ระดับต่ำ ต้องถมสูงขึ้นมาประมาณ 1 เมตร คาดว่าดินที่จะนำมาถมคงได้ดินที่ไม่ค่อยสมบูรณ์นัก)
ถ้าสมมุติผมจะบำรุงดูแลดินที่ถมให้อุดมสมบูรณ์ โดยใช้เพียงน้ำEM (กับพวกมูลสัตว์ต่างๆ)
หมั่นโปรย รด บ่อยๆ แล้วปล่อยให้มีพืชคลุมดินบ้าง(อาจเป็นหญ้าหรือวัชพืชเล็กๆก็ตาม)
เท่านี้จะเพียงพอที่จะเปลี่ยนจากดินที่อาจจะไม่ค่อยดีนักให้กลายเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ ที่พร้อมจะปลูกพืชได้มั้ยครับ
หรือต้องทำอะไรมากกว่านี้อีก




แนะนำให้ ขุดหน้าดินในพื้นที่เก็บขึ้นครับ โดยเฉพาะหน้าดินที่เป็นนา เพราะได้หว่านปุ๋ยเคมีไปไว้มากเกินกว่าที่ต้นข้าวจะเอาไปใช้หมด ในแต่ละฤดู ข้าวไม่งามก็ หว่านปุ๋ย หว่านเพิ่มทุกปี คิดดูดินตรงส่วนนี้ มีปุ๋ยที่หลงเหลืออยู่มากแค่ไหน หลังจากเก็บหน้าดินแล้ว ค่อยหาดินมาถม  แล้วนำหน้าดินกลับคืน

อีกวิธีคือ แบ่งพื้นที่ทำเป็นบ่อน้ำ โดยเอาดินที่ขุดบ่อ มาเป็นดินถมในพื้นที่เกษตร   แต่ยังไง พวกเราทานข้าวเป็นอาหารหลัก ควรจะเหลือพื้นที่สำหรับทำนาไว้ด้วย ข้าวที่เราปลูกเองทานเอง อร่อยสุดๆ ยิ่งปลูกแบบปลอดสารด้วย ภูมิใจกว่าข้าวไหนๆๆ

สำหรับพื้นที่ว่าง ที่ยังไม่ได้ทำประโยชน์ ก็ หาพืชตระกูลถั่วมา ปลูก ไม่จำเป็นจะต้องตามหาแต่ ปอเทืองหรือ ถั่วพร้า  ใช้ถั่วอะไรก็ได้ บำรุงดินได้เหมือนกัน ดีกว่าปล่อยหญ้าให้ขึ้นท่วม หรือจะให้หญ้าขึ้นแล้วหาสัตว์ที่กินหญ้ามาเลี้ยง เพื่อ เอามูลของสัตว์นั้นเป็นปุ๋ยอีกทีก็ได้ประโยชน์ดีเหมือนกันคับ

ส่วนการบำรุงดิน ก็ใช้น้ำหมัก กากของการหมัก เศษวัสดุที่เหลือทิ้งทางการเกษตรหรือในครัวเรือนที่ย่อยสลายได้ นำมาทำเป็นปุ๋ยหมัก แล้วนำไปใช้ในการปรับสภาพบำรุงดิน บำรุงโครงสร้างของดิน หมักดิน 

เมื่อดินดี ต้นไม้มีความสุข ดอกผลก็เจริญงอกงาม เจ้าของแฮปปี้

ขอบคุณครับ


บันทึกการเข้า
pop
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 190


« ตอบ #42 เมื่อ: มกราคม 26, 2009, 09:59:09 AM »

น้องทอมมี่ครับ ปุ๋ยน้ำหมักของพี่ใช้ฝาครอบปิดไม่แน่นมากนักเลยมีหนอนเกิดขึ้น บางตัวเป็นหนอนผลไม้เล็กๆสีขาวบางตัวเป็นแบบเปลือกแข็ง ถึงวันนี้ก้ประมาณ 6อาทิตย์แล้วครับ วันก่อนพี่เติมน้ำไปอีก1ส่วนพร้อมเติมกากน้ำตาลลงไปด้วย กลิ่นหอมกากลอยขึ้นข้างบนเพราะพี่ไม่ได้ใช้อะไรกดทับลงไปครับ

อยากถามว่าน้ำหมักนี้ดูจะเข้มข้นแต่ทำไมเหมือนหนอนที่มีอยู่ มันไม่ตายหรือถูกย่อยไปด้วยละครับ ต้องกำจัดออกไปหรือไม่ ครับ อ้อ...อันนี้เป็นน้ำแรกนะครับ ว่ากรองออกมาใช้อาทิตย์หน้าแต่มาเจอหนอซะก่อนเลยจะหมักไว้อีกสักระยะนึงครับ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2820

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #43 เมื่อ: มกราคม 26, 2009, 10:08:13 AM »

พี่ POP ครับ  หนอนมันปรับสภาพตัวเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม ให้เข้ากับสภาพที่เป็นกรดของน้ำหมักได้

ถ้าได้เลี้ยงปลากินเนื้อ ช้อน ไปเลี้ยงปลาเลยคับ เป็นโปรตีนอยย่างดี ปลาโตไว  หรือให้ไก่มาจิกกินก็ได้คับ ไก่ที่บ้านชอบมาก
ถ้าไม่นั้น นำไม้กวนๆให้ตกลงไปในถัง มันหายใจไม่ออก ก็ตายไปเองคับ

ถ้าจะนำน้ำหมักไปใช้ก็ นำไปใช้ได้เลยคับ ไม่จำเป็นต้องรอหนอนตายคับ
บันทึกการเข้า
pop
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 190


« ตอบ #44 เมื่อ: มกราคม 26, 2009, 10:23:47 AM »

ขอบคุณน้องทอมมี่มากนะครับ มันสามารถปรับตัวได้อย่างนั้นเลยเหรอครับงั้นถ้าเป็นน้ำหมักปลานี่ก็ยั้วเยี้ยไปหมดเลยซิครับ ยิงฟันยิ้ม วันหยุดนี้พี่จะไปจัดการเหล่าสาวกหนอนเปลือกแข็งทั้งหลายให้ปลาในบ่อหลังบ้านรับทานซะ5555
บันทึกการเข้า
wuttcom
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50


« ตอบ #45 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2009, 12:37:22 PM »

พี่ TOMY ครับ ตอนนี้ครับมีฝรั่งซึ้งผลมันสุกร่วงเต็มเลยครับอยากจะนำมาทำน้ำหมักจะได้มั้ยครับแล้วถ้าได้จะทำอย่างไรครับขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2820

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #46 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2009, 12:45:44 PM »

ทำได้ คับ เอา ฝรั่ง มา สับๆๆ แล้ว ก็ ผสมน้ำตาล แล้ว ใส่ถัง หมักได้เลยคับ

บันทึกการเข้า
chaiwat_k
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 287



« ตอบ #47 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2009, 09:47:56 AM »

กำลังหัดทำอยู่เลยครับ พอดีไม่มีถังสีทึบเลยเอาถุงดำมาสวมถังกับฝา พอ 2-3 วันนี้มาดูอ้าวน้ำซึมออกมา คงไม่เสียเนอะโดนแสงแต่ไม่โดนแดดนะครับถึงว่าทำไมกลิ่นมันค่อยๆหายไป แต่ไม่เหม็นเน่านะครับกลิ่นเหมือนผักดองตามตลาดเลย ตอนนี้เลยย้ายไปหลบแสงในห้องน้ำแล้วปิดประตูไว้ (อยู่ห้องเช่าครับหาที่ไว้ลำบากจริงๆ)
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: