หน้า: 1 [2] 3 4 5   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอคำแนะนำทำ EM  (อ่าน 57075 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tuzzana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 841


« ตอบ #16 เมื่อ: มกราคม 10, 2009, 01:42:14 PM »

น้ำหมักผมก็ใช่เปลือกขนุนเหมือนกันครับ เมื่อเช้าเอามะละกอที่เหลือ ๆ ไปเทใส่

น้ำกระเด็นถูกมือกลิ่นขนุนฉุนติดมือมาเลยครับขนาดหมักไว้เป็นเดือนแล้ว ยิงฟันยิ้ม



Liked By: tapairat
บันทึกการเข้า

tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2820

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #17 เมื่อ: มกราคม 10, 2009, 02:46:21 PM »

น้ำหมักผมก็ใช่เปลือกขนุนเหมือนกันครับ เมื่อเช้าเอามะละกอที่เหลือ ๆ ไปเทใส่

น้ำกระเด็นถูกมือกลิ่นขนุนฉุนติดมือมาเลยครับขนาดหมักไว้เป็นเดือนแล้ว ยิงฟันยิ้ม



คิด ว่า เป็น น้ำ หอม กลิ่น ขนุน อะกัน  ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
angermom
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #18 เมื่อ: มกราคม 10, 2009, 10:14:16 PM »

ขอบคุณค่ะพี่

คนท้องใจร้อนอ่ะ อยากลองวิชา อิอิ แต่ของพี่ทอมมี่ มีขนุนด้วย เอ่อ....ขอกรี๊ดทีได้มะ แบบว่ายังแพ้ท้องอยู่อ่ะ เจอขนุนเข้าไปมีหวังโดนหามไปโรงพยาบาลอีกแน่ๆๆ เวลาไม่ท้องก็แพ้กลิ่นขนุนค่ะ ได้กลิ่นแล้วไมเกรนขึ้น อิอิ

พี่ชาวนา คำเด๊ยวสั้นๆจริงๆ อิอิ แวะมาแซวค่ะ



Liked By: tapairat
บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2820

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #19 เมื่อ: มกราคม 10, 2009, 10:19:56 PM »

แสดงว่า น้ำหมักที่ทำ กลิ่นไม่ฉุน  ไม่นั้น ได้มีอาหารจากร่างกายเรา ผสมน้ำหมัก ด้วยแน่ๆๆ 

บันทึกการเข้า
pop
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 190


« ตอบ #20 เมื่อ: มกราคม 12, 2009, 10:26:09 AM »

น้ำหมักของผมถังล่าสุด จะเลือกเอาเฉพาะพืช ผักใบเขียวที่หาได้ในบ้าน ปลีกล้วย เปลือกมะละกอสุก เปลือกขนุน(แบบน้องทอมมี่ว่านั่นละครับ) ผสมน้ำตาลทรายในปริมาตร 3ต่อ 1 คือ พืชผัก3 ส่วน น้ำตาลทราย 1ส่วน พี่ไม่ค่อยได้คนเท่าไหร่ทิ้งไว้เกือบเดือนไม่เหม็นและไม่หอม พอดีวันก่อนหาซื้อกากน้ำตาลได้เลยใส่ลงไปเพิ่มครับ ทีนี้ผ่านไป 1อาทิตย์หอมเปรี้ยวมาก คาดว่าคงจะใช้ได้ เมื่อวานลองทำข้าวหมากจากแป้งข้าวหมากที่ทำขึ้นเองมันออกเปรี้ยวเลยเอาทั้งหมดใส่ลงไปในถังหมักเพิ่มกากน้ำตาลลงไปอีกหน่อยเช้ามาหอมมากเลยครับ กะว่าอีกสักเดือนนึงจะได้เอาไปลองใช้ดูครับ ที่สำคัญมีคนแนะนำพี่มาว่าในครั้งแรกยังไม่ควรใส่น้ำครับ เมื่อหมักได้สัก2-3อาทิตย์ค่อยเพิ่มน้ำจะหมักได้เร็วกว่าครับ ส่วนของคาวหรือกับข้าวเวลาหมักจะเปลืองน้ำตาลมากเพราะจะมีกลิ่นเหม็น หากไม่จำเป็นใช้พืชผักหมักง่ายกว่าครับหอมดีด้วยเวลาใช้ฉีดต้นไม้ละอองมันจะหอมมากเลยครับ ยิ้มกว้างๆ


Liked By: panuwat5675
บันทึกการเข้า
สายหมอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 152


« ตอบ #21 เมื่อ: มกราคม 12, 2009, 11:30:56 AM »

ขอถามว่า EM ใช้กับโรงเลี้ยงหมูได้ไหมครับ มีวิธีการอย่างไรไม่ให้มีกลิ่นพอดีกำลังคิดจะเลี้ยงหมู 6 ตัวครับ แต่อยู่ใกล้ชุมชน รบกวนเพื่อนสมาชิกด้วยครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2820

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #22 เมื่อ: มกราคม 12, 2009, 11:46:45 AM »

น้ำหมัก ใช้กับโรงเลี้ยงหมูได้คับ ทั้งผสมผสมให้ หมู ดื่ม และ ฉีดพ่นคอก

เลี้ยง 6 ตัว แนะนำ เลี้ยงแบบหมูหลุม ดีก่า นะคับ  แถมยังได้ ปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักไปในตัว

ที่สำคัญ เลี้ยงแบบพอเพียงนี่แหละ ได้หมูปลอดสาร หาเศษผักเศษเศษหญ้าต้มให้มันทาน
บันทึกการเข้า
สายหมอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 152


« ตอบ #23 เมื่อ: มกราคม 13, 2009, 11:00:58 AM »

ขอบคุณครับคุณทอมมี่ ถามอีกครับ EM. ใช้กับพืชมันสำปะหลังได้หรือเปล่าครับ และมีวิธีการอย่างไรครับ
บันทึกการเข้า
auuuun
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 570


« ตอบ #24 เมื่อ: มกราคม 13, 2009, 11:28:20 AM »

การทำน้ำหมักแบบนี้ น่าสนใจดีมากเลยครับ ดูง่ายๆ ดี
กินอะไรเหลือก็ใส่ลงไป ส้ม กล้วยน้ำว้า มะละกอ ผักอื่นๆ
ถ้ามีกลิ่นเหม็นก็ใส่น้ำตาลเพิ่มเข้าไป แต่ต้องเป็นน้ำตาลทรายแดง
และกากน้ำตาล ใส่น้ำพอดูให้เหมาะสม

ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ถ้ามีกลิ่นเปรี้ยวก็ถือว่าใช้ได้  แหมดีจังครับ
แล้วถ้าทำทุกวัน มันคงล้นออกมาแน่ๆ เลยนะครับ ต้องขยาย
ไปทำถังใหม่ หรือ อย่างไรครับ

การนำไปใช้ ก็ดูจะง่ายยิ่งกว่าการทำเสียอีก ใช้เพียงช้อนชาผสมน้ำ
ให้มากสักถังสองถัง ก็ใช้งานได้สารพัด ทั้งปลูกผัก ปลูกหญ้า
เลี้ยงวัว หมู

หลังจากซื้อถังมา 1 ใบ และใส่เศษผัก ผลไม้ลงไป ก็มีคำถามนิดหน่อยนะครับ

1. ใช้เวลานานมั้ยครับ กว่าจะถือว่าใช้ได้ ประมาณ 1-2 เดือนได้มั้ยครับ
2. หากนำไปใช้กับผักที่ปลูกไว้หลังบ้าน เอาสัก 1 ช้อนชานำไปผสมน้ำสักถัง รดทุกวันได้มั้ยครับ
3. หากนำไปใช้ในไร่นา ควรใช้สักเท่าไร บ่อยเพียงใดครับ
4. พด. 2 สามารถนำมาใช้ร่วมด้วยได้หรือไม่ครับ หรือไม่เกี่ยวกันเลย
5. น้ำหมักที่ได้จากวิธีนี้ เราเรียกว่าเป็น หัวเชื้อจุลินทรีย์ ถูกต้องมั้ยครับ

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2820

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #25 เมื่อ: มกราคม 13, 2009, 03:51:25 PM »

น้ำหมัก ชีวภาพ ทำไม่ยาก คับ ลองทำกันดูได้คับ มีปัยหา หรือสงสัยตรงไหน ก็ เข้า มาสอบถามกันได้

ทอมมี่ จะช่วยตอบคำถาม เป็นข้อๆๆให้ละกันนะคับ จากประสบการณ์ที่ทำใช้อยู่ นะครับ

1. ใช้เวลานานมั้ยครับ กว่าจะถือว่าใช้ได้ ประมาณ 1-2 เดือนได้มั้ยครับ
เรื่องว่านานไหมนั้น จริงๆๆ แล้ว ถ้าต้องนานอย่างที่คิดก็ ได้
ถ้าเรามีหัวเชื้อน้ำหมักอยู่ก่อนแล้ว เอามาใส่เป็นหัวเชื่อกับการหมักใหม่ ก็ จาไว้  ถ้าเป็น ผักผลไม้ 4-5 วัน เนื้อผักผลไม้ก็ย่อยแล้ว
แต่ถ้า เริ่มทำเลย หาหัวเชื้อ จากในอากาศ หรือ ตามเปลือกผักผลไม้ อาจใช้เวลานาน นิดนึง สัก  2 อาทิต

จะเก็บให้นานขึ้นก็ไม่ได้เสียหายอะไรนะคับ แต่เก็บไว้นานๆๆ ควรเติม น้ำตาล เพิ่มลงไปสัก เดือนละครั้ง หรือ 2 เดือนครั้ง เพื่อเป็น อาหารของจุลินทรีย์ แต่ถ้าเราเพิ่มเศษอาหารเรื่อยๆๆ เอาน้ำหมักออกเรื่อยๆ ก็ ไม่มีปัยหาอะไรคับ จุลิทรีย์ ได้ อาหารตลอดเวลา ถ้าเราทำแบบนี้ จะให้สะดวกถังหมักอาจจะมี หัวก๊อก ไว้ไขเอาน้ำหมักออก

2. หากนำไปใช้กับผักที่ปลูกไว้หลังบ้าน เอาสัก 1 ช้อนชานำไปผสมน้ำสักถัง รดทุกวันได้มั้ยครับ
1 ช้อนชา = 5 ซีซี

สามารถผสมน้ำแล้วรดผักผลไม้ได้เช้าเย็นเลยคับ ไม่มีปัยหาอะไรคับ ถ้าเป็นพืชใบอ่อนก็ลดอัตราส่วนลง หรือเจือจางมากหน่อยคับ

3. หากนำไปใช้ในไร่นา ควรใช้สักเท่าไร บ่อยเพียงใดครับ
นำไปใช้ในไร่นา จะใช้บ่อยเท่าไร ขึ้นอยู่กับความสะดวกละกันนะคับ บ่อยได้ตามความต้องการคับ แต่ขอร้องว่า ถ้าจะใช้น้ำหมักชีวภาพ อย่าใช้ยาฆ่าหญ้า เลยคับ เชื้อจุลินทรีจะตายหมด

ในนา เราอาจใช้ ในช่วงเตรียมนาก็ได้นะคับ สะดวกดี ใส่ลงไปกับน้ำที่ไขเข้านา แถมยังช่วยในการหมักย่อยต่อซังข้าวให้ย่อยเร็วขึ้นอีกด้วย
ในพืชไร่พืชสวน อาจใช้ผสมไปกับระบบการให้น้ำ หรือ ใส่ถังแล้วเอาเครื่องไปฉีดพ่นลงดินไว้

4. พด. 2 สามารถนำมาใช้ร่วมด้วยได้หรือไม่ครับ หรือไม่เกี่ยวกันเลย
พด 2 สามารถ เอามา เป็นหัวเชื้อในการหมักได้เลยคับ จะช่วยให้เราหมักย่อยเศษพืชผักเศษอาหารได้ไวยิ่งขึ้น ถ้าใครไม่มีก็ไม่ต้องใช้คับ หมักถังแรกก็เป็นหัวเชื้อสำหรับถังต่อไปแล้วคับ

5. น้ำหมักที่ได้จากวิธีนี้ เราเรียกว่าเป็น หัวเชื้อจุลินทรีย์ ถูกต้องมั้ยครับ
ไม่ว่าจะ หมักถังไหน ก็เป็นหัวเชื้อได้ตลอดคับ

สำหรับท่านที่อยู่ ในเมืองหมักได้เยอะไม่รู้จะเอาไปทำอะไร เทใส่ส้วมได้นะคับ  เป็นการช่วยเพิ่มจุลินทรีในบ่อส้วม ทำให้ย่อยสลายเศษต่างๆๆได้ไว แล้วส้วม คุณๆๆ ท่านๆๆ จะได้ไม่เต็มไว

หรือจะใช้เป็นน้ำยาขัดพื้น ขัดห้องน้ำได้ นะคับ แค่ทำน้ำหมักหกใส่พื้นดำๆๆ สักครู่ เอาน้ำมาราด พื้นก็ขาวแล้วคับ ไม่เชื่อ ลองทำหกดู

อยู่ในเมืองหากากน้ำตาลไม่ได้ ใช้น้ำตาลทรายแทนได้นะคับ จะทรายขาว ทรายแดง ทั้งหมดนี้ก็ เป็นอาหารจุลินทรีย์ เหมือนกันคับ



Liked By: jimmylin04
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2009, 04:22:21 PM โดย tomy » บันทึกการเข้า
auuuun
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 570


« ตอบ #26 เมื่อ: มกราคม 13, 2009, 04:35:14 PM »

คุณ tomy ตอบคำถามได้สะอาดหมดจดจริงๆ ครับ

ความสงสัยหายไปหมดเลยครับ เช่นเรื่องทำบ่อยได้เพียงใด นำไปใช้อย่างไร
ถ้ามีมากจะจัดการอย่างไรดี ความแตกต่างของคำว่าหัวเชื้อ และ น้ำหมัก หรือ พด 2
และโดยเฉพาะ การนำน้ำตาลทรายแดงหรือทรายขาวมาใช้ก็ได้

ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า
angermom
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #27 เมื่อ: มกราคม 13, 2009, 10:55:15 PM »

เข้ามาทักทายทุกคนค่ะ และแวะแจ้งข่าวน้ำหมักที่ทำด้วยค่ะ

เมื่อวานไปกรมที่ดินมา เอาพด.6 มาค่ะ อ้าวเพิ่งอ่านเจอว่าต้อง พด.2 ทำไงดีเอ่ย.... ได้มาหลายห่อเชียว แล้วพี่เขาให้ พด.7 มาอีกด้วยแหล่ะ พอบอกเขาว่าจะไปทำน้ำอีเอ็ม เขาบอกว่าคนละอย่างกัน ชักเริ่มงง ขอคำแนะนำพี่ทอมมี่ด้วยค่ะ

ตอนนี้ในถังหมัก กลิ่นไม่แรง มีแต่กลิ่นหอมของกากกาแฟที่ใส่ลงไป เริ่มมีกลิ่นเปรี้ยวนิดๆ ส่วนมากใช้น้ำตาลทรายค่ะพี่ เพราะไม่รู้จะไปซื้อกากน้ำตาลที่ไหนราคาเบาๆ เท่าที่พอทราบ พลังบุญขายขวดละสามห้าบาท นู๋เลยไปขนน้ำตาลมาหกถุงเลยอ่ะพี่ คิดว่าน่าจะคุ้มกว่ากากน้ำตาลมั้งพี่

ไว้หาโอกาสไปแถวๆนครชัยศรี จะไปถอยกากน้ำตาลมาซัก 20 ลิตรเลยเห็นว่าลิตรละ 5-6 บาทจริงป่าวไม่รู้

น้ำหมักของนู๋ไม่ค่อยมีผลไม้อ่ะพี่ ส่วนมากก็เศษผักกับเศษอาหารสด ตอนนี้กำลังจะเต็มถังแล้ว สงสัยต้องถอยถังเพิ่มอีก
บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2820

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #28 เมื่อ: มกราคม 13, 2009, 11:18:18 PM »

พด 2 พด 5 พด 6 ใช้ได้ เหมือนกันคับ รวมถึง พด 7 ด้วยคับ ได้ อาไรมา ก็ ฉีกใส่เลย

คิดถูกแล้วคับ กากน้ำตาลแพงจากไปซื้อทำไม น้ำตาลทรายหาง่ายๆๆถูก ก่า ก็ ใช้อันนั้น (สำหรับคนที่อยู่ในเมือง นะคับ กากน้ำตาลจะมีราคาแพงมาก)

สำหรับท่านที่มีน้ำหมักเยอะ อยากใช้ กำจัดหญ้าในสวน เอาน้ำหมักเข้มข้นไม่ต้องผสมน้ำ ฉีดพ่นต้นหญ้าให้ชุมเลยคับ ยิ่งตอนแดดจัด ด้วยยิ่งดี

บันทึกการเข้า
auuuun
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 570


« ตอบ #29 เมื่อ: มกราคม 19, 2009, 09:47:46 AM »

ขอถามเพิ่มเติมอีกสักเล็กน้อยนะครับ

ผมใช้ถังน้ำที่มีฝาปิด ขนาดถังน้ำถูพื้นทั่วไป ใส่เศษผัก ส้ม กล้วย เป็นหลัก
ใช้น้ำตาลทรายบ้าง น้ำตาลทรายแดงบ้าง และน้ำประปา ใส่ทุกอย่างลงไป
ได้ประมาณ ค่อนถัง ต่อมาใส่ พด 2 ลงไปครึ่งซอง แต่ละวันเติมผัก ผลไม้
ไปบ้าง พร้อมน้ำตาลทรายแดง ไม่มาก กวนวันเว้นวัน ผ่านมา 1 อาทิตย์

เปิดถังล่าสุดดูพบว่ามีฝ้าขาวขึ้นปกคลุมด้านบน กลิ่นฉุนเปรี้ยว พอกวนดูภายใน
เห็นน้ำเป็นสีกาแฟที่ใส่ครีมเยอะๆ และเศษผัก ผลไม้สีคล้ำลงบ้าง แต่ยังมีชิ้นส่วน
อยู่มาก

ผมเข้าใจไปเองว่า ถ้าทำสำเร็จ เศษผลไม้จะย่อยสลายไปหมด น้ำหมักที่ได้จะ
มีกลิ่นเปรี้ยวไม่รุนแรง มีลักษณะเหนียวข้น

คำถามนะครับ

1. น้ำหมักที่ดี ควรมีกลิ่นเป็นอย่างไร หอมอ่อนๆ หรือ หอมเปรี้ยวได้บ้าง
2. น้ำหมักที่ดี ควรมีความข้นประมาณไหนครับ หรือ สามารถเหลวแบบไหลได้
3. เศษผัก ผลไม้ ควรมีสภาพอย่างไร ระหว่างละลายไปหมด หรือ คงสภาพอย่างไร
4. ฝ้าที่เกิดบนผิวหน้านั้น คิดว่าน่าจะแสดงถึงผลดี แต่ถ้าเราเติมเศษอาหาร น้ำตาล และ กวน
เพิ่มเติมไป จะทำลายฝ้าบนผิวหน้าไป จะดีกว่าหรือไม่ถ้าเราทิ้งให้อยู่ในสภาพ ฝ้า ไปเรื่อยๆ ครับ

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2820

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #30 เมื่อ: มกราคม 19, 2009, 11:09:47 AM »

มาช่วยตอบ คำถามให้นะคับ เอาเท่าที่พอทราบละกันนะคับ

1. น้ำหมักที่ดี ควรมีกลิ่นเป็นอย่างไร หอมอ่อนๆ หรือ หอมเปรี้ยวได้บ้าง
2. น้ำหมักที่ดี ควรมีความข้นประมาณไหนครับ หรือ สามารถเหลวแบบไหลได้
3. เศษผัก ผลไม้ ควรมีสภาพอย่างไร ระหว่างละลายไปหมด หรือ คงสภาพอย่างไร
4. ฝ้าที่เกิดบนผิวหน้านั้น คิดว่าน่าจะแสดงถึงผลดี แต่ถ้าเราเติมเศษอาหาร น้ำตาล และ กวน
เพิ่มเติมไป จะทำลายฝ้าบนผิวหน้าไป จะดีกว่าหรือไม่ถ้าเราทิ้งให้อยู่ในสภาพ ฝ้า ไปเรื่อยๆ ครับ


 ไม่รู้ว่า จะเรียกว่าแบบไหน ดี อะคับ  คืดว่า หมักวัสดุที่ต่างกัน น้ำหมักก็ ออกมามีสีสรรและความหนือเหนียวที่ต่างกัน รวมถึงหารเติมน้ำเปล่าลงไปด้วยมันก็จะลดความหนืด

 เท่าที่ผมได้ลองหมักมา

ถ้าเป็นพวกเศษผักน้ำจะไม่เหนียว  หมักด้วยกากน้ำตาล น้ำจะ ออกดำ หมักด้วยน้ำตาลทรายขาว น้ำจะออกสีใส

ถ้าเป็นไม้ผลรสเปรี้ยว จะมีกลิ่นกรด สูง คร้ายน้ำส้ม เช่นหมักสัปรด แต่ถ้าหมักสะอาดก็เอาไปทานเป็นน้ำส้มสายชูหมักได้
ถ้าจะให้ใส ก็จับใส่หม้อกลั่นมัน ไม่นั้นน้ำมันจาขุ่นๆๆ

ถ้า หมักพวกปลาพุงปลา เศษเนื้อ กลิ่นจะเหมือนปลาล้า  หอมชื่นใจ ใส่รำหน่อย ใช่เลยยยยย

การหมักย่อย ให้เศษวัสดุต่างๆๆย่อยสลายต้องใช้เวลา พืชผักอวบน้ำย่อมย่อยง่ายกว่า พวกกระดูกปลา

และระยะเวลา เมื่อไรจะใช้ได้ ก็ขึ้นกับความต้องการเลย  ยังไง หมักมาได้ อาทิต ก็ มีเชื้อ อยู่ในน้ำหมักนั้นแล้ว จะมีมากหรือน้อย อีกเรื่องนึง 

สมมุติว่า มีกล่อง 1ใบ มีพื้นที่ ให้เชื้ออยู่ได้ 100 ตัว  ในกล่องใบน้ำเราใส่อาหารให้เชื้อไว้แล้ว สมมุติว่า เริ่มแรก มีเชื้อ 1ตัว แพร์พัธื แบบทวีคูณ   ใน เวลา 1ชม สมมุตินะ สมมุติ...
ชม แรก 1 ตัว
ชม 2 2 ตัว
ชม 3 4 ตัว
ชม 4 8 ตัว
ชม 5 16 ตัว..... จนมันเต็มกล่อง


ถ้าเราต้องการใช้น้ำหมัก ไปใช้ ตอน ชม 4 สักครึงนึง ก็ เท่ากับว่า เราได้ เชื้อ มา 4 ตัว สมมุติ ว่า เราตักเชื้อได้มาครึ่งด้วย  แต่ถ้าเราต้องการใช้น้ำหมักตอน ชม 5 ครึ่งนึง เท่ากับว่า เราได้เชื้อ 8 ตัว  งั้นอยากใช้ตอนไหนก็ ใช้เลยคับ ยังไง มันมี เชื้อจุลินทรีย์ ที่จะไปเป็นปุ๋ยให้กะเรา แน่ๆๆ แค่มากแค่น้อย   

แต่ ถ้า เราปล่อยไว้นานมาก เราก็จะได้เชื้อมากด้วยต่อการเอาไปใช้ แต่เชื้อก็ย่อมมีตายและเกิดใหม่ ถ้าถ้าไม่มีอาหารเละที่อยู่ที่เพียงพอ เชื้อ ก้ไม่สามารถ เกิดใหม่ได้ มีแต่ตายอย่างเดียว

งั้นถ้าต้องการจะใช้น้ำหมัก ใช้เลยคับ ไม่ต้องคิดมาก อิอิ ว่า มันใช้ได้ หรือไม่ได้  ราดไปที่ดินมันก็เหมือนได้บ้านใหม่ ไปสร้างและขยายในดินต่อ อีก แต่ถ้าเราใช้สารเคมี หรือยาฆ่าหญ้าก็จะไปทำลายบ้านของมันที่อยู่ในพื้นดิน

ส่วนฝ้าที่เกิดนบนปากถังจะเป็นพวกเชื้อรา ไม่มีปัยหาอะไรคับ คนมัน มันก็ลง น้ำ เดี๋ยว มันก็ขึ้นมาหายใจใหม่ อิอิ


ที่อธิบายมาซะยาววว คือ แบบว่าไม่ต้องคิดมากกกกก  มาทดลองทำใช้เถอะคับ  กลิ่นเปรี้ยวไม่ถูกใจยังไง ก้เติมน้ำตาลเอา เชื้อส่วนที่ทำเหล้าจะๆได้ เดินเยอะๆๆ จะได้หอม  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11419


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #31 เมื่อ: มกราคม 19, 2009, 11:27:45 AM »

1. น้ำหมักที่ดี ควรมีกลิ่นเป็นอย่างไร หอมอ่อนๆ หรือ หอมเปรี้ยวได้บ้าง
สีน้ำหมักที่ดี  จะออกสีน้ำตาลแก่ๆ ครับ  มีกลิ่นหอมอื่นๆ หรือ หอมเปรี้ยว  ถ้าชิมดูจะมีรสเปรี้ยวนิดๆ ครับ  (ผมเคยทำงานที่การเคหะฯ นนทบุรี  มีชาวยุโรปและญี่ปุ่น สนใจมาดูบ่อบำบัดน้ำเสียของทางเคหะฯ นนทบุรี  บางคนชิมน้ำหมักชีวภาพหน้าตาเฉย  โดยใช้นิ้วจุ่มๆ แล้วเอามาแตะลิ้นครับ)

2. น้ำหมักที่ดี ควรมีความข้นประมาณไหนครับ หรือ สามารถเหลวแบบไหลได้
ความเข้มข้นคล้ายกับน้ำธรรมดาครับ  ไม่เหนียวเหมือนกากน้ำตาล

3. เศษผัก ผลไม้ ควรมีสภาพอย่างไร ระหว่างละลายไปหมด หรือ คงสภาพอย่างไร
เศษผักหรือผลไม้บางส่วนจะสลายไป  แต่บางส่วนก็ยังคงเหลือกากบ้างครับ (ส่วนที่แข็งเกินไปไม่สามารถย่อยสลายได้ในเวลาอันสั้น)

4. ฝ้าที่เกิดบนผิวหน้านั้น คิดว่าน่าจะแสดงถึงผลดี แต่ถ้าเราเติมเศษอาหาร น้ำตาล และ กวนเพิ่มเติมไป จะทำลายฝ้าบนผิวหน้าไป จะดีกว่าหรือไม่ถ้าเราทิ้งให้อยู่ในสภาพ ฝ้า ไปเรื่อยๆ ครับ
ถ้าเกิดฝ้าสีขาว หรือ ราสีขาวที่ผิวน้ำจุลินทรีย์  หมายถึง  จุลินทรีย์ถังนั้นสามารถนำไปใช้งานได้แล้วครับ และราสีขาวถือว่าเป็นเชื้อราที่ดี  ถ้าจะเติมลงไปอีกก็ไม่เป็นไร  แต่เมื่อเราเติมผัก  ผลไม้  ที่คิดว่ามากเกินไป  ควรเติมกากน้ำตาล หรือ น้ำตาลเพิ่มลงไปด้วย

ลักษณะของเชื้อราสีขาว ที่เกิดขึ้นบนผิวน้ำจุลินทรีย์  ที่ถือว่าเป็นราที่ดีและมีประโยชน์  ลักษณะแบบนี้ถือว่าน้ำหมักของเราสามารถนำไปใช้ได้แล้วครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 24, 2009, 02:38:28 PM โดย ชาวนา™ » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 5   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: