หน้า: 1 ... 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 [58] 59   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สอบถามเรื่อง การเพาะขยาย จุลินทรีย์ สังเคราะห์แสงครับ  (อ่าน 321145 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
wanna.kam
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1072


ปลูกยางพารา พันธ์ยางมาเลเซีย


« ตอบ #912 เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2015, 09:06:09 AM »

กระทู้นี้ มุ่งไปที่การเพราะขยายครับ ส่วนใช้แล้วได้ผลเป็นอย่างไร ต้องลองไปหาดูในกระทู้อื่น หรือหาใน ยูทูป ที่มีคนเขาลงไว้
ใส่จุลินทรีย์สังเคราะห์ มันก็เป็นแบบนี้อะจ้าๆๆ


บันทึกการเข้า

noykaset
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #913 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2015, 12:48:50 PM »

อยากได้หัวเชื้อมาขยายสักขวดน่ะครับใครพอจะกรุณาให้ได้บ้างครับ รบกวนหน่อยน่ะครับ

คุณวิฑูรย์ ประจำวงศ์

15/8 ถ.จรดวิถีถ่อง ต.เมืองสวรรคโลก อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย 64110






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 29, 2015, 07:25:04 AM โดย noykaset » บันทึกการเข้า
nco27
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 177


« ตอบ #914 เมื่อ: มกราคม 03, 2016, 05:01:07 PM »

สี จลสส. พิมพ์นิยม สายพันธ์ดี สีแบบไหนครับ  เพราะเห็นหลายเจ้า  บางอันก็แดง บางอันก็ชมพูอมม่วง  สีเปลือกมังคุด เอยย หลายสีมาก สีไหน นิ่ง และ โอเค ครับ  ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
kmy707
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49


« ตอบ #915 เมื่อ: มกราคม 04, 2016, 11:16:58 PM »

อยากทราบว่า มีท่านใดอยู่นครสวรรค์ อุทัยธานี ที่เพาะเชื้อ psb บ้างครับ อยากได้มาทดลองเพาะเชื้อบ้าง หรือแจกจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ
ที่อยู่
อำนวย เกษศิลป์ 525 หมู่ 13 ตำบลลาดยาว อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ 60150 โทร0818883390
ได้แล้วครับ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=123623.112


Liked By: kru mos, somjade
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 10, 2016, 08:15:35 PM โดย kmy707 » บันทึกการเข้า
mangkon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 21


« ตอบ #916 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2017, 02:48:44 PM »

อยู่จังหวัดเลย ครับ อยากได้หัวเชื้อ มาต่อครับ ขอความกรุณาด้วยครับ (ถ้าได้เชื้อจากคุณสมเจตน์ ) ใส่ซองก็ได้ครับ จุมพิต
หรือคุณนพ ก็ได้ ครับ
ที่อยู่ นายเทศ  ชมภูทอง โรงพยาบาลเลย ถนนมลิวรรณ  อ.เมือง จ.เลย 42000 ครับ  ยิ้มเท่ห์


Liked By: somjade
บันทึกการเข้า
lovemomdadforever
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29


« ตอบ #917 เมื่อ: เมษายน 29, 2017, 09:19:54 PM »



หลังจากศึกษาวิธีการต่างๆในการขยายเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจนกระทั่งได้รับเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง
มาทดลองขยายดู ถือว่าผมไม่ได้เริ่มจากศูนย์แต่เป็นการเริ่มจาก 50 เลยก็แล้วกันครับ
ผมสามารถขยายเชื้อได้ภายใน 3 วันก็จะเห็นว่าจุลินทรีย์ขยายตัวแล้วภายใน 7 วันก็พร้อมเอาไปใช้งาน หรือจะรอ 10-15 วันก็ได้
ตอนนี้การขยายเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงถือเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ผมทดลองมาและขอสรุปมาดังนี้ครับ

น้ำที่ใช้สามารถใช้น้ำบ่อหรือน้ำบาดาลธรรมดา
อาหารเลี้ยงเชื้อใช้ 3 อย่างจะได้ผลเร็ว 1.ไข่เน่า 2.ผงรสดี 3. น้ำปลาหรือแบรนด์ซุบไก่ (เป็นโปรตีนที่ย่อยสลายมาแล้ว)
ใช้อาหารเลี้ยงเชื้อเพียง 3 อย่างก็เพียงพอในการที่จะขยายเชื้อได้อย่างรวดเร็วและเท่าไหร่ก็ได้ไม่จำกัด
โดยภาชนะหรือขวดที่ใส่ควรจะเป็นแบบขวดขาวขุ่นนะครับอันนี้เน้นเลย เพราะที่ได้ลองเปรียบเทียบดูแล้ว
ขวดขาวขุ่นจะขยายเชื้อได้เร็วกว่าขวดใสครับ

ของผมหลังจากได้เชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจากเพื่อนสมาชิกคุณสัญญา (ขอให้เครดิตหน่อย)
ได้เชื้อมาประมาณ 300 มิลลิลิตร เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา
ตอนนี้ผมสามารถขยายเชื้อไปได้มากกว่า 70 ลิตรแล้ว ภายในเวลา 7 วัน
โดยใช้อาหารเลี้ยงเชื้อ 3 อย่างที่แนะนำไป

สาเหตุที่ขยายได้เร็ว เพราะพอขยายได้ 3 วัน น้ำจุลินทรีย์เริ่มแดง ผมก็ทำการขยายต่อทันที่
ทำให้ขยายเชื้อไปได้เรื่อย ๆๆๆ ไม่จำกัด จนไม่มีขวดหรือแกลลอนจะเอามาขยายอีกตอนนี้


สรุปได้ว่าหลังจากนี้เพื่อนสมาชิกไม่ต้องลองผิดลองถูกกันแล้ว ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ไปเริ่มจาก 80 ได้เลยครับ
ขอให้เพื่อนสมาชิกได้ขยายเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงและนำไปใช้กันได้อย่างง่าย ๆ เลยนะครับ




ส่วนผสมที่ผมขยายกับ...แกลลอน 5 ลิตร...นะครับ

1. หัวเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง 1/2 ลิตร
2. ไข่เน่า 1 ฟอง (ตี ๆคน ๆ ให้แหลกทั้งเปลือก)
3. รสดี 2 ช้อนชา
4. น้ำปลาแท้ (ไม่ใช่น้ำเกลือผสมสี) 2 ช้อนโต๊ะ


เอาทั้งหมดมาคน ๆ ผสมให้เข้ากัน แล้วเทใส่แกลลอนสีขาวขุ่น แล้วเติมน้ำลงไป ครึ่งแกลลอนปิดฝาเขย่าให้เข้ากัน
แล้วเติมน้ำจนเต็มแกลลอนให้เหลืออากาศให้น้อยที่สุด ปิดฝาแล้วเย่าอีกรอบ แล้วนำแกลลอนไปตั้งตากแดดไว้
และคอยมาเขย่าแกลลอนอยู่เสมอวันละ 3-4 ครั้ง (หรือถ้าขยันก็เขย่าบ่อย ๆ ครับ

***สูตรนี้ 3 วันจุลินทรีย์ก็แดงแล้วครับ แล้วก็เอาตัวนี้ไปขยายอีกได้เลย ไปเรื่อย ๆๆๆ จนกว่าจะไม่มีขวดหรือแกลลอนจะใส่***


ขอบคุณ... ท่านแอดมิน konthain (นพ) มาก ๆๆๆ เลยครับ
ข้อความใน quote ที่เอามานี้ ผมชอบมาก ๆๆๆ เลยครับ
ได้ทำการ save เป็นไฟล์รูปภาพเก็บไว้เลยครับ



*** หัวใจสำคัญ...ที่ทำให้เพาะขยายได้เร็ว คือ ***
*** "อาหารที่ใช้เพาะขยาย จะต้องมีทั้งแหล่ง Carbon และ Nitrogen" ***

ขวด 6.0 ลิตร
ไข่ไก่ 1 ฟอง (หรือ 4 ช้อนโต๊ะ) + ผงชูรส 4 ช้อนโต๊ะ + น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ
+ หัวเชื้อ 1.0 ลิตร + เติมน้ำให้ได้ 5.0 ลิตร

ขวด 1.5 ลิตร
ไข่ไก่ 1 ช้อนโต๊ะ + ผงชูรส 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
+ หัวเชื้อ 0.3 ลิตร + เติมน้ำให้ได้ 1.5 ลิตร

แดงเร็วมาก ๆๆๆ สังเกตุรายวันได้เลย ===> 3 วัน... แดงแจ๋เลยครับ

อันนี้... ถ่ายรูป (รายวัน สังเกตุจากชื่อรูปครับ บอกวันเวลาไว้) อายุ 1 วัน - อายุ 4 วัน ตามลำดับครับ

ขวด 1.5 ลิตร ทดสอบ ใส่/ไม่ใส่ น้ำปลา ครับ ===> ขวดหน้า = ไม่ใส่น้ำปลา ขวดหลัง = ใส่น้ำปลา

อายุ 1 วัน


อายุ 2 วัน


อายุ 3 วัน


อายุ 4 วัน



Liked By: chatmane, somjade, pop28
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 29, 2017, 10:19:33 PM โดย lovemomdadforever » บันทึกการเข้า
lovemomdadforever
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29


« ตอบ #918 เมื่อ: เมษายน 29, 2017, 10:38:02 PM »


“อ.อธิศพัฒน์ วรรณสุทธิ์”

อ.อธิศพัฒน์ = 01 = เกษตรอินทรีย์ภาคปฏิบัติ

อ.อธิศพัฒน์ = 02 = อบรม เกษตรอินทรีย์ภาคปฏิบัติ 18 ธ.ค. 2559 ตอนที่ 01

อ.อธิศพัฒน์ = 03 = อบรม เกษตรอินทรีย์ภาคปฏิบัติ 18 ธ.ค. 2559 ตอนที่ 02

อ.อธิศพัฒน์ = 04 = อบรม เกษตรอินทรีย์ภาคปฏิบัติ 18 ธ.ค. 2559 ตอนที่ 03

อ.อธิศพัฒน์ = 05 = จุลินทรีย์หน่อกล้วย

อ.อธิศพัฒน์ = 06 = ฮอร์โมนไข่ อาหารจานด่วน

อ.อธิศพัฒน์ = 07 = ยาฆ่าแมลง ชนิดดูดซึม (ไตรโคเดอร์ม่า บิวเวอร์เรีย เมธาไรเซี่ยม บีที)

##################################################

“Organic Farm TV”

Organic Farm TV = 01 = พาชม... “ไร่อธิศพัฒน์”

Organic Farm TV = 02 = วิธีทำจุลินทรีย์หน่อกล้วย

Organic Farm TV = 03 = วิธีทำฮอร์โมนไข่

Organic Farm TV = 04 = วิธีทำนมหมัก

Organic Farm TV = 05 = วิธีทำอาหารจานด่วน

##################################################

จุลินทรีย์หน่อกล้วย

จุลินทรีย์หน่อกล้วยเป็นจุลินทรีย์ครอบจักรวาล สามารถทำได้หลายอย่างทั้งการเกษตร ในครัวเรือน รักษาสิ่งแวดล้อม หมักปุ๋ย ทั้งปุ๋ยแห้งและปุ๋ยน้ำ ปรับสภาพดิน ปรับสภาพน้ำ ปรับค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน ของน้ำ ใช้ดับกลิ่นในครัวเรือน ในชุมชน บ้านที่ต้องสูบส้วมบ่อย ๆ ใส่จุลินทรีย์หน่อกล้วยสัปดาห์ละครั้ง สามารถลดการสูบส้วมลงได้ ใส่ลงในถังหมักแก๊ส สามารถทำให้แก๊สบริสุทธิ์ ยังมีอีกหลายเรื่องของจุลินทรีย์หน่อกล้วย คอยติดตามต่อไป

จุลินทรีย์หน่อกล้วย (สูตรหัวเชื้อ)

วัตถุดิบ
1. หน่อกล้วยขนาดเล็ก สูงประมาณ 1 เมตร 3 กก. (ขุดมาทั้งราก ไม่ต้องล้างออก เพียงแต่เคาะดินที่ติดมาออกบ้าง)
2. ละลายน้ำตาลทรายแดง 3 ขีด กับน้ำ 1 ลิตร คนให้เข้ากัน

วิธีทำ
- นำต้นกล้วยมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ หรือจะใช้วิธีสับเอาก็ได้ แล้วชั่งให้ได้ 3 กก. เสร็จแล้วใส่ภาชนะ นำน้ำที่ละลายน้ำตาลทรายแดงแล้ว ใส่ตามลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน ปิดฝาภาชนะไว้ แต่ไม่ต้องปิดจนสนิท เพราะถ้าปิดสนิท พอเกิดแก๊สภายใน และไม่มีทางระบายออก ก็อาจจะระเบิดได้ จากนั้นเปิดฝาคนทุกวัน เมื่อครบ 7 วัน ก็จะได้น้ำสีน้ำตาลขุ่น ๆ เรียกว่า จุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตรหัวเชื้อ
- การที่เราเอาน้ำตาลทรายแดงละลายกับน้ำ เป็นการทดแทนการใช้กากน้ำตาล ที่เป็นสีดำ ๆ ที่เรียกว่า โมลาส เพราะกากน้ำตาลที่เราใช้หมักปุ๋ย เราเข้าใจว่าราคาถูก อันที่จริงไม่ถูก เพราะกากน้ำตาลราคาเฉลี่ย 10 บาท ถ้ากากน้ำตาล 5 กก. ราคา 50 บาท เวลาวัดค่าความหวานได้เพียง 1 % (เวลาเราหมักปุ๋ย ต้องการความหวาน เป็นอาหารของจุลินทรีย์) น้ำตาลทรายแดงราคาเฉลี่ย 30 บาท เราเอาน้ำตาลทรายแดง 1 กก. (30 บาท) ละลายกับน้ำ 4 ลิตร (1 ลิตร กับ 1 กก. จำนวนเท่ากัน) เราก็จะได้น้ำตาลทรายแดงละลายน้ำ 5 กก. เมื่อวัดค่าความหวานจะได้ 20 % ซึ่งมีค่าความหวานสูงกว่ากากน้ำตาล
- ข้อดีของการใช้น้ำตาลทรายแดงละลายน้ำแทนกากน้ำตาลคือ เราจะได้ความหวานที่สูงกว่า โดยรวมจะได้ราคาที่ถูกกว่า และที่สำคัญหาง่าย ซื้อที่ไหนก็ได้ ลดสภาวะโลกร้อน เพราะลดการใช้ถังที่ต้องไปใส่กากน้ำตาล ในกากน้ำตาลมีสารตกค้างมากมาย ตัวหนึ่งที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนก็คือ น้ำมันดินหรือสารทา คือสารก่อมะเร็งตัวหนึ่ง ฉะนั้น ถ้าเรานำเอาสารก่อมะเร็งมาหมักปุ๋ย แล้วกำจัดออกไม่หมด และนำไปรดพืชผัก เราก็อาจมีสารก่อมะเร็งตกค้างได้
- ข้อกำหนดของเกษตรอินทรีย์ คือ ห้ามนำสิ่งโสโครกจากโรงงาน มาทำการผลิต ดังนั้น กากน้ำตาล คือ สิ่งโสโครกหรือเปล่า ที่ผ่านมาเป็นความเข้าใจผิด ดังนั้น เรามาเริ่มใหม่ เพื่อทางออกที่ดีกว่า เพื่อเกษตรอินทรีย์ที่ยั่งยืน ตามหลักปรัชญาที่พ่อให้ไว้

จุลินทรีย์หน่อกล้วย (สูตรขยาย)

ในเมื่อเราทำจุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตรหัวเชื้อแล้ว ยังได้ปริมาณไม่มากพอ เราจึงมาทำสูตรขยาย เพื่อเพิ่มปริมาณ แต่ประสิทธิภาพต้องได้เหมือนหัวเชื้อ และดีกว่า เพราะเราได้เติมต้นกล้วยและจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสลงไปเพิ่ม แล้วยังมียีสต์คือลูกแป้งข้าวหมาก เพื่อเพิ่มปริมาณของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ให้มากขึ้น ทั้งยังเพิ่มสารอาหารและสารเทนนินอีกทางหนึ่งด้วย

วัตถุดิบ
1. จุลินทรีย์หน่อกล้วย (สูตรหัวเชื้อ) 1 ลิตร
2. น้ำสะอาด 100 ลิตร
3. น้ำตาลทรายแดง 4 กก.
4. ลูกแป้งข้าวหมาก 1 ลูก
5. ยาคูลท์ (นมเปรี้ยวที่มีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส) 1 ขวด
6. ต้นกล้วยสับละเอียด (ต้นกล้วยต้นใหญ่ก็ได้) 60 กก.
7. ถังหมัก (ควรจะมีฝาปิดด้วย) ขนาด 200 ลิตร 1 ใบ

วิธีทำ
- นำถังขนาด 200 ลิตร มาใส่น้ำลงไป 100 ลิตร เติมลูกแป้งข้าวหมาก 1 ลูก เติมยาคูลท์ 1 ขวด เติมจุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตรหัวเชื้อ 1 ลิตร เติมน้ำตาลทรายแดง 4 กก. คนให้เข้ากัน เติมต้นกล้วยสับละเอียดลงไป 60 กก.
- วันแรก ๆ ต้นกล้วยอาจจะลอยจากถัง ให้ใช้ไม้กดลงไป และยังไม่ต้องปิดฝาถัง วันที่ 2-3 ต้นกล้วยจะเริ่มยุบลง เราจึงเริ่มคนให้เข้ากันทุก ๆ วันจนครบ 7 วัน เราก็จะได้จุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตรขยาย ที่มีประสิทธิภาพเท่ากับจุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตรหัวเชื้อ
- ถังหมัก 200 ลิตร เมื่อเราจะนำไปใช้งาน อาจจะยุ่งยาก เราควรทำวาล์ว ปิด-เปิด ที่ก้นถัง (เหมือนก๊อกน้ำ) เวลาใช้เราก็เปิดออกจากก๊อกได้เลย

##################################################

ฮอร์โมนไข่

วัตถุดิบ
1. ไข่ไก่ 5 กก.
2. น้ำตาลทรายแดง 1 กก.
3. ยาคูลท์ 1 ขวด
4. ลูกแป้งข้าวหมาก 1 ลูก
5. น้ำสะอาด 4 ลิตร

วิธีทำ
- นำไข่ไก่ตอกใส่ถังที่ใช้หมัก แล้วใช้ไม้คนไข่ให้แตก เติมน้ำตาลทรายแดง 1 กก. คนให้เข้ากัน เติมยาคูลท์ 1 ขวด เติมลูกแป้งข้าวหมาก 1 ลูก คนให้เข้ากัน เติมน้ำ 4 ลิตร คนให้เข้ากัน ปิดฝาไม่ต้องสนิทมากนัก หมักไว้อย่างน้อย 14 วัน คนทุกวัน เมื่อครบ 14 วัน จึงกรองเอาส่วนที่เป็นของเหลวเก็บไว้ใช้งาน หรือนำไปทำอาหารจานด่วนต่อไป

วิธีใช้
- ใช้กับพืช อัตราส่วน ฮอร์โมนไข่ 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) + จุลินทรีย์หน่อกล้วย 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) + น้ำสะอาด 20 ลิตร รดหรือฉีดพ่นพืชได้ทุกชนิด และสามารถใช้ได้ทุก 7 วัน ยกเว้นไม้ดอกไม้ประดับ อัตราส่วน ฮอร์โมนไข่ 10 ซีซี (1 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร
- การเปิดตาดอกผลไม้ (นอกฤดู) สามารถทำได้โดย การงดน้ำอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หลังจากนั้น อัตราส่วน ฮอร์โมนไข่ 40 ซีซี (4 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 5 วัน ทำติดต่อกันประมาณ 4-7 ครั้ง ผลไม้จะเริ่มแตกช่อดอกออกมา จึงหยุดการฉีดพ่น รอจนกว่าผลไม้จะเป็นผลเล็ก ๆ จึงเริ่มให้น้ำ และฉีดพ่นด้วยอาหารจานด่วน อัตราส่วน อาหารจานด่วน 40 ซีซี (4 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 7 วัน จนกว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้
- ใช้กับสัตว์ อัตราส่วน ฮอร์โมนไข่ 50 ซีซี (5 ช้อนโต๊ะ) + อาหารสัตว์ 10 กก. ให้สัตว์กิน จะทำให้สัตว์เจริญเติบโตเร็วขึ้น

##################################################

นมหมัก

การหมักนม (น้ำนมจากสัตว์) จะเกิด แบคทีเรียกลุ่มที่ดำรงชีพ โดยไม่ต้องใช้ออกซิเจน อยู่ได้ในสภาพที่อุณหภูมิสูง และเจริญเติบโตได้ดีในสภาพที่มีธาตุอาหารต่ำ แบคทีเรียนี้จะย่อยสลายน้ำนม เปลี่ยนเป็นกรดแลคติค

กรดแลคติค ช่วยส่งเสริมการระบายอากาศในดิน สามารถทำให้ดินในระดับลึกได้รับออกซิเจน ทำให้การเจริญเติบโตของพืชดีขึ้น กรดแลคติคมีความเป็นกรดสูง (pH=2) จะช่วยฆ่าเชื้อโรค ย่อยสลาย และดูดซับแร่ธาตุในดิน

วัตถุดิบ
1. น้ำนมสด (นมสดจากฟาร์ม หรือนมสดรสจืดที่หาซื้อได้) 10 กก.
2. น้ำตาลทรายแดง 1 กก.
3. จุลินทรีย์หน่อกล้วย 200 ซีซี
4. น้ำซาวข้าว 5 ลิตร

วิธีทำ
- นำนมสด 10 กก. น้ำตาลทรายแดง 1 กก. จุลินทรีย์หน่อกล้วย 200 ซีซี น้ำซาวข้าว 5 ลิตร เทรวมกันในภาชนะที่มีฝาปิด คนจนน้ำตาลทรายแดงละลายหมด แล้วปิดฝาภาชนะไว้ แต่อย่าปิดจนแน่น เปิดฝาค่นบ่อย ๆ จนกว่าการย่อยสลายจะสมบูรณ์ จะเกิดกลิ่นเปรี้ยว น้ำนมจะใสขึ้น ไม่มีตะกอนไขมันนม และไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า ถ้ามีกลิ่นเหม็นเน่า ให้เติมน้ำตาลทรายแดงอีก 1 กก. คนให้เข้ากัน ทำต่อไปทุกวัน จนกว่ากลิ่นเหม็นเน่าจะหมดไป

วิธีใช้
- การระเบิดดิน เนื่องจาก กรดแลคติคมีความเป็นกรดสูง (pH=2) ในพื้นที่ว่างเปล่า ดินเสื่อมโทรม นำนมหมักมาปรับปรุงดิน ทำให้ดินโปร่งและร่วนซุย อัตราส่วน นมหมัก 10 ลิตร + น้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นลงไปในดินที่เสื่อมโทรม 1 ไร่ เว้นระยะ 2 สัปดาห์ จึงทำซ้ำอีก ปรมาณ 3-4 ครั้ง ดินที่เสื่อมโทรมจะปรับสภาพดีขึ้น
- การเร่งยอดของพืช ทำให้แตกยอดมากขึ้น อัตราส่วน นมหมัก 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นที่ใบ จะทำให้พืชแตกยอดเพิ่มขึ้น เช่น ไม้กินยอด ไม้ประดับ จะทำให้แตกยอดสวยงาม

##################################################

อาหารจานด่วน (สูตรแอคชั่น)

วัตถุดิบ
1. จุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ลิตร
2. ฮอร์โมนไข่ 1 ลิตร
3. นมหมัก 3 ลิตร
4. แคลเซี่ยมโบรอน 1 ลิตร

วัตถุดิบ (แคลเซี่ยมโบรอน)
1. แคลเซี่ยมไนเตรท 10 กรัม (1 ช้อนโต๊ะ)
2. แมกนีเซี่ยมซัลเฟต 4 กรัม (1 ช้อนชา)
3. กรดบอริก 4 กรัม (1 ช้อนชา)
4. น้ำสะอาด 2 ลิตร

วิธีทำ
- นำจุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ลิตร ฮอร์โมนไข่ 1 ลิตร นมหมัก 3 ลิตร แคลเซี่ยมโบรอน 1 ลิตร ใส่ลงในถังที่มีฝาปิด คนให้เข้ากัน ปิดฝาภาชนะไว้ แต่ไม่ต้องปิดให้สนิท

วิธีทำ (แคลเซี่ยมโบรอน)
- แบ่งน้ำเป็น 2 ส่วน ส่วนละ 1 ลิตร ใส่ขวดเตรียมไว้ นำแคลเซี่ยมไนเตรท 10 กรัม แมกนีเซี่ยมซัลเฟต 4 กรัม ใส่ลงในน้ำ 1 ลิตร คนให้ละลายให้หมด แล้วนำกรดบอริกใส่ลงไปในน้ำอีก 1 ลิตร ละลายให้เข้ากัน นำน้ำที่เราละลายทั้งแคลเซี่ยมไนเตรทและแมกนีเซี่ยมซัลเฟต 1 ลิตร เทรวมกับ น้ำที่เราละลายกรดบอริก 1 ลิตร เราก็จะได้ แคลเซี่ยมโบรอน นำไปใช้งานในราคาประหยัด สามารถทำเองได้ทุกขั้นตอน

วิธีใช้
- ปรับปรุงดินก่อนปลูกพืช อัตราส่วน อาหารจานด่วนสูตรแอคชั่น 1 ลิตร + น้ำหมักจากพืชหรือสัตว์ 1 ลิตร + เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า 1 ลิตร รวมเป็น 3 ลิตร แบ่งออกมา 1 ลิตร ผสมกับน้ำ 100 ลิตร ฉีดพ่นลงในดินที่เราจะปรับโครงสร้าง ทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน ดินบริเวณที่เราทำไว้ จะร่วนซุย มีความอุดมสมบูรณ์
- บำรุงพืชที่ปลูกแล้ว อัตราส่วน อาหารจานด่วนสูตรแอคชั่น 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 7 วัน พืชยืนต้นขนาดใหญ่ อัตราส่วน อาหารจานด่วนสูตรแอคชั่น 40 ซีซี (4 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 7 วัน ยกเว้น พืชกำลังออกดอก ควรงดไว้ก่อน รอจนกว่าจะติดเป็นผลเล็ก ๆ จึงฉีดพ่นต่อ จนได้เก็บผลผลิต พืชกินใบ อัตราส่วน อาหารจานด่วนสูตรแอคชั่น 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 7 วัน ตั้งแต่เริ่มปลูก ไปจนเก็บเกี่ยว
- การให้อาหารทางดิน ใช้อาหารจานด่วนสูตรแอคชั่น น้ำหมักพืชหรือสัตว์ และเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า ในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน แล้วแบ่งออกมา 50 ซีซี (5 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร รดบริเวณดินรอบ ๆ โคนต้นทุก 7 วัน พืชขนาดใหญ่ ใช้ได้ถึง 100 ซีซี (10 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร รดบริเวณดินรอบ ๆ โคนต้นทุก 7 วัน
- เราควรให้ในอัตราส่วนที่น้อย ๆ ก่อน และสังเกตุอาการของพืช ถ้าให้อาหารจานด่วนไปแล้ว เกิดอาการเหลืองที่ใบหรือลำต้น แสดงว่าให้มากเกินไป ต้องรดน้ำเพิ่ม แล้วหยุดการให้อาหารสักระยะก่อน จึงเริ่มให้แต่น้อย ถ้าเกิดอาการใบใหม้ แสดงว่าขบวนการหมักไม่สมบูรณ์ ดังนั้น การหมักทุกชนิด ต้องสังเกตุให้ดีว่า เราทำทุกขั้นตอนสมบูรณ์ดีแล้ว ถ้าไม่สมบูรณ์จะเกิดผลกระทบต่อพืชโดยตรง เนื่องจากการย่อยสลายอินทรียวัตถุทุกชนิดต้องการไนโตรเจน พืชและดินจะถูกดึงไนโตรเจนไปใช้

##################################################

วิธีขยายเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า (แบบลูกทุ่ง)

วัตถุดิบ
1. หัวเชื้อไตรโคเดอร์ม่า 10-20 กรัม
2. น้ำตาลทรายแดง 2 กิโลกรัม
3. น้ำสะอาด 20 ลิตร

วิธีทำ
- นำน้ำตาลทรายแดง 2 กิโลกรัม ละลายลงในน้ำ 20 ลิตร เมื่อละลายดีแล้วให้เติมหัวเชื้อไตรโคเดอร์ม่าลงไป 10-20 กรัม (1-2 ช้อนโต๊ะ) คนให้เข้ากัน แล้วทิ้งไว้ 2 วัน เราก็จะได้เชื้อไตรโคเดอร์ม่า 20 ลิตร เมื่อเรานำไปใช้ควรเก็บเชื้อไว้อย่างน้อย 1 ลิตร เพื่อทำการขยายคราวต่อไป โดยใช้น้ำ 19 ลิตร แล้วละลายน้ำตาลทรายลงไป 2 กิโลกรัม แล้วนำเชื้อที่มีอยู่ 1 ลิตร เติมลงไป คนให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 2 วัน จะสังเกตุว่า เวลาเราคนเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าในถัง จะเกิดเป็นฟองคล้ายฟองเบียร์ แสดงว่าเชื้อขยายตัวเต็มที่แล้ว จึงนำไปใช้ได้

วิธีใช้
1. ใช้ในการหมักปุ๋ยหมักเงินล้าน
2. ใช้ในการเตรียมดินปลูก อัตราส่วน เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า 1 ลิตร + อาหารจานด่วน 1 ลิตร + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นหรือรดที่ดิน ก่อนทำการปลูกอย่างน้อย 7-15 วัน
3. ใช้ในกรณีที่ปลูกพืชไปแล้ว อัตราส่วน เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า 50 ซีซี (5 ช้อนโต๊ะ) + อาหารจานด่วน 50 ซีซี (5 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นหรือรดบริเวณโคนต้นพืชทุก 7 วัน เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดโรค และทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดี ส่วนใหญ่เราจะไม่ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าฉีดพ่นทางใบ เพราะเชื้อราก่อโรคส่วนใหญ่ จะเข้าทำลายพืชทางดิน แล้วมาแสดงอาการทางใบ ดังนั้น เราจึงใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าทางดิน หรือจะให้ดีใช้วิธีป้องกัน ดีกว่าเกิดแล้วกลับมาแก้ไข พืชบางชนิด เช่น เมล่อน แคนตาลูป นอกจากให้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าทางดิน เมื่อมีอาการทางใบ ก็จะให้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าทางใบร่วมกับอาหารจานด่วน ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ทั้งนี้เกษตรกรจะต้องหมั่นสังเกตุหรือสำรวจแปลงบ่อย ๆ เพื่อที่จะป้องกันและแก้ไข เมื่อเกิดโรคได้ทันเวลา ถ้าปล่อยให้เป็นมากแล้วมาแก้ไข มักจะไม่ได้ผลที่ดีนัก

##################################################

วิธีขยายเชื้อราบิวเวอร์เรีย+เมธาไรเซี่ยม (แบบลูกทุ่ง)

วัตถุดิบ
1. หัวเชื้อบิวเวอร์เรีย+เมธาไรเซี่ยม 10-20 กรัม
2. แป้งข้าวโพด 400 กรัม
3. หม้อมีฝาปิดใส่น้ำได้ 10 ลิตร
4. น้ำตาลทรายแดง 500 กรัม
5. น้ำสะอาด 10 ลิตร

วิธีทำ
- นำน้ำสะอาด 9 ลิตร ใส่ในหม้อแล้วยกขึ้นตั้งไฟให้เดือด แล้วนำน้ำอีก 1 ลิตร ผสมกับแป้งข้าวโพด คนให้เข้ากันดี แล้วเติมลงไปในหม้อขณะที่น้ำกำลังเดือดอยู่ ระวังอย่าให้แป้งติดก้นหม้อ คนจนกว่าแป้งจะสุกดี ถ้าแป้งสุกจะเป็นยางเหนียว ๆ เหมือนน้ำก๋วยเตี๋ยวราดหน้า จากนั้นให้เติมน้ำตาลทรายแดงลงไป 500 กรัม คนให้เข้ากันดี แล้วปิดฝาหม้อปิดไฟ ตั้งทิ้งไว้ให้เย็นประมาณ 12 ชั่วโมง จากนั้นนำหัวเชื้อบิวเวอร์เรีย+เมธาไรเซี่ยม 10-20 กรัม (1-2 ช้อนโต๊ะ) โรยลงไปในหม้อแป้งที่เย็นตัวลงแล้ว คนให้เข้ากัน ปิดฝาไว้ แล้วทิ้งไว้ 2 วัน เมื่อผ่านไป 2 วัน จะสังเกตุว่า น้ำแป้งข้าวโพดที่เหนียวข้น จะมีลักษณะเหลวเป็นน้ำ จึงนำไปใช้ได้ หรือถ่ายใส่ภาชนะที่มีฝาปิด เก็บไว้ใช้งานได้นาน โดยไม่ต้องใส่ตู้เย็น สามารถนำเชื้อที่เหลือประมาณ 300 ซีซี มาทำการขยายได้อีก โดยไม่ต้องหาหัวเชื้อใหม่

วิธีใช้
- เราสามารถใช้ เชื้อราบิวเวอร์เรีย+เมธาไรเซี่ยม ร่วมกับอาหารจานด่วน ฉีดพ่นในฟาร์ม ขณะที่ฉีดพ่นบำรุงพืชก็ได้ เป็นการป้องกันแมลงศัตรูพืชไปด้วย อัตราส่วน เชื้อราบิวเวอร์เรีย+เมธาไรเซี่ยม 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) + อาหารจานด่วน 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 7 วัน ถ้าแมลงระบาด สามารถเพิ่มอัตราส่วนได้อีก

##################################################

วิธีขยายเชื้อแบคทีเรีย บี.ที. (แบบลูกทุ่ง)

วัตถุดิบ
1. หัวเชื้อ บี.ที. (BT) 10-20 กรัม
2. น้ำตาลทรายแดง 500 กรัม
3. น้ำนมถั่วเหลือง 5 ลิตร

วิธีทำ
- วิธีทำนมถั่วเหลืองไว้ใช้งานเอง นำถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม แช่น้ำไว้ 12 ชั่วโมง แล้วล้างให้สะอาดอีกครั้ง จึงนำไปบดให้ละเอียด โดยใช้เครื่องบด เมื่อบดละเอียดดีแล้ว ให้ใส่หม้อต้ม แล้วเติมน้ำสะอาดลงไป 12 ลิตร ต้มจนกว่าจะได้กลิ่นหอมเหมือนน้ำเต้าหู้ จากนั้นจึงนำมากรองด้วยผ้าขาวบาง แล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ เราก็จะได้น้ำเต้าหู้ที่มีความเข้มข้นและหอม จะเติมน้ำตาลแล้วก็นำไปดื่มได้เลย หรือจะนำไปขยายเชื้อแบคทีเรีย บี.ที. (BT) ก็ได้
- นำน้ำนมถั่วเหลือง 5 ลิตร ผสมกับน้ำตาลทรายแดง 500 กรัม คนให้เข้ากัน ถ้าเป็นน้ำเต้าหู้ที่ซื้อมา ต้องให้เย็นตัวลงก่อน หลังจากนั้นเติมหัวเชื้อ บี.ที. (BT) 10-20 กรัม (1-2 ช้อนโต๊ะ) ลงไป คนให้เข้ากัน แล้วใส่ในภาชนะที่มีฝาปิด แต่ไม่ต้องปิดฝาให้แน่นจนเกินไปนัก ทิ้งไว้ 2 วัน จึงนำไปใช้ได้ ถ้าเก็บไว้นานเชื้อแบคทีเรีย บี.ที. (BT) จะนอนก้นในภาชนะ ก่อนนำไปใช้ควรจะคนให้เข้ากันก่อน กลิ่นของเชื้อแบคทีเรีย บี.ที. (BT) จะเหม็นบูด เป็นกลิ่นเฉพาะตัว ถือว่าไม่เสีย เก็บไว้ใช้งานได้นาน

วิธีใช้
- การระบาดของหนอน อัตราส่วน เชื้อแบคทีเรีย บี.ที. (BT) 50 ซีซี (5 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร + ยาแรงหรือพริกแกง 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) ฉีดพ่นทุก 3-7 วัน การฉีดป้องกันแมลงและหนอนในฟาร์ม อัตราส่วน เชื้อแบคทีเรีย บี.ที. (BT) 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) + เชื้อราบิวเวอร์เรีย+เมธาไรเซี่ยม 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) + อาหารจานด่วน 20 ซีซี (2 ช้อนโต๊ะ) + น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 7 วัน

##################################################


Liked By: pop28
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 29, 2017, 01:59:06 PM โดย lovemomdadforever » บันทึกการเข้า
lovemomdadforever
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29


« ตอบ #919 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2017, 12:26:29 AM »


ดาขอเล่าเรื่องการขยายเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงแบบของดาบ้างนะคะ...

ตอนแรกดาซื้อหัวเชื้อมา แล้วทำตามคำแนะนำที่แนบมากับชุดจุลินทรีย์ทุกประการ แต่ปรากฏว่าไม่แดง ทิ้งไว้ตั้งนาน ทั้งเขย่าขวด เอาตากแดดบ้างเข้าร่มบ้าง ยังไงก็ไม่แดง แต่พอเปิดฝาดมกลิ่นข้างในกลิ่นแรงมาก แสดงว่ายังมีชีวิตอยู่

ทีนี้ดาเกิดความโมโหคิดว่าเป็นไงเป็นกัน (เสียก็ช่างเพราะขอคุณสัญญาไว้แล้ว)
- ขวดที่ 1 ดาทิ้งไว้เหมือนเดิม
- ขวดที่ 2 ดาเอาไข่ดิบใส่ถุงร้อนทุบ ๆ ตี ๆ แล้วเทใส่ไป 1 ฟอง
- ขวดที่ 3 บดคนอร์ใส่ไป 1 ก้อน
- (ขวดน้ำขนาด 6 ลิตร)

...ปรากฏว่า... ขวดที่ใส่ไข่ น้ำเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ ๆ ดาคิดว่าตายละวา เน่าแน่ ผ่านไปอีกวันดาก็คิดว่าเน่าจริง ๆ
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียของ ดาบอกให้แฟนเอาไปใช้ เค้าก็เอาไปใช้เกือบหมด แล้วก็ตั้งทิ้งไว้ต่อ เหลืออยู่ประมาณ 1/4 ของขวด...

...แล้วอยู่มาวันนึงดาเดินไปเห็นเข้า ปรากฏว่า... สีมันเปลี่ยนค่ะ กลายเป็นสีแดงอมม่วง สวยมาก
ขวดที่ใส่คนอร์ ไม่แดงเป็นสีขาวออกขุ่น ๆ ขวดที่ตั้งทิ้งไว้เฉย ๆ ไม่เติมอาหาร เวลาผ่านไป 1 เดือนออกเป็นสีเหมือนน้ำชาจางๆ(จางมาก)
แล้วเมื่อวันที่ 10 กพ ที่ผ่านมาดาทดลองเติมอาหารเข้าไป ผ่านไปแค่ 6 วัน กลายเป็นสีแดงเหมือนสีของน้ำชาเข้ม ๆ ปนม่วงนิด ๆ สวยมาก
ดาเลยเอามาขยายเชื้อเรียบร้อยแล้ว...

...มีอยู่ขวดนึงดาเอาไปใช้จนเหลืออยู่แค่ก้น ๆ ขวด ดาเติมอาหารลงไป แต่ดันเติมน้ำปลาเยอะไปหน่อย สีออกแดงปนเทานิด ๆ จะออกสีเทามากกว่าขวดอื่น ๆ แล้วตอนขยายเชื้อครั้งหนึ่ง ดาทดลองเอาใส่ขวดน้ำกรองที่ดากรองไว้นานแล้ว (ดาตั้งใจกรองน้ำไปกินที่นา แต่กินไม่หมดเลยทิ้งไว้ในขวดค่อนข้างนานเวลาเปิดขวดมีเสียงฟู่เหมือนมีแก็สออกมา ดาไม่เปลี่ยนน้ำใหม่ลองเทหัวเชื้อจุลินทรีย์ใส่ลงไปเลย) ปรากฏว่าน้ำกรองเก่าก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเหมือนกัน แต่ว่าใช้เวลานานกว่า...

สรุป = อาหารต้องมีปริมาณที่เหมาะสม หากมากเกินไปเหมือนจะอึดอัด มีพื้นที่ว่างน้อยจุลินทรีย์เจริญช้ากว่าอาหารที่มีประมาณเหมาะสม (รู้สึกเอง)


เป็นประโยชน์มาก ๆๆๆ เลยครับ


Liked By: chatmane, somjade
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2017, 07:34:10 PM โดย lovemomdadforever » บันทึกการเข้า
lovemomdadforever
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29


« ตอบ #920 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2017, 10:51:50 PM »

 ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม

ขอบคุณมาก ๆๆๆ ครับ สำหรับคำแนะนำดีดีครับ

ผมจะลองเอาไปใช้ดูครับผม

ชอบมาก ๆๆๆ ครับ สำหรับ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง นี้

มาช่วยกันแชร์ความรู้ประสบการณ์กัน จะได้เป็นแหล่งความรู้ให้เกษตรกรได้มีทางออกครับ

 ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม

ทดลอง “+++หลอดไฟ LED T9 ไม่พึ่งแสงแดด+++” ครับ ...
“หัวเชื้อ 0.5 ลิตร อาหารสูตรเดียวกัน”


อายุ 2 วัน


อายุ 5 วัน


อายุ 6 วัน
เอามาทำ หัวเชื้อ ขยายเพิ่มเป็น 6 ขวด ให้แสง LED เหมือนเดิม
ฝาสีฟ้า ใช้หัวเชื้อ 1.0 ลิตร ฝาสีเทา ใช้หัวเชื้อ 0.5 ลิตร



อายุ 2 วัน
+++ทดลอง ให้แสง LED รุ่นที่ 2+++


อายุ 4 วัน
+++ทดลอง ให้แสง LED รุ่นที่ 2+++
ขวดที่ใส่หัวเชื้อ 0.5 ลิตร (ฝาสีเทา) กลับแดงเข้มกว่า ขวดที่ใส่หัวเชื้อ 1.0 ลิตร (ฝาสีฟ้า) ครับ
น่าจะเกิดจาก... "แสง" ครับ เลยจัดขวดใหม่ให้โดนแสงมากขึ้นครับ





Liked By: somjade, kitti minburi
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 02, 2017, 09:59:38 PM โดย lovemomdadforever » บันทึกการเข้า
lovemomdadforever
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29


« ตอบ #921 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2017, 09:52:47 PM »

การใช้ Spotlight LED 30 วัตต์ ***ไม่พึ่งแสงแดด***
ใช้เวลา 2 วัน กว่า ๆๆๆ (60 ชั่วโมง) เก็บผลผลิตแล้วครับ 555+


สูตรเพาะขยาย... “ถัง 20 ลิตร” ...ที่ผมใช้ครับ
***หัวเชื้อ 1 ลิตร***
+ ไข่ไก่เบอร์กลาง 4 ฟอง (หรือ...ไข่ไก่ 16 ช้อนโต๊ะ) + ผงชูรส 16 ช้อนโต๊ะ
+ เติมน้ำให้ได้ 20 ลิตร + คนให้เข้ากัน



+++อายุ 12 ขั่วโมง ,24 ชั่วโมง ,36 ชั่วโมง ตามลำดับ+++


ขอความกรุณาแชร์ต่อไปเรื่อย ๆๆๆ ครับ (ไม่ต้องให้ Credit ผมนะครับ)
วิธีการนี้สามารถทำได้สำเร็จทุกครั้ง 100% โอกาสเสียแทบไม่มี (จริง ๆๆๆ อยากจะพูดว่า "ไม่มี" ด้วยซ้ำครับ)
ไม่เชื่อ... ต้อง !!! พิสูจน์ !!! ครับ

“...ใช้ถังสะดวกกว่าจริง ๆๆๆ เอาทุกอย่างผสมรวม ๆๆๆ กัน คนให้เข้ากัน
เวลาทำความสะอาดก็ง่าย ซื้อถังครั้งเดียวใช้ได้นานมาก ๆๆๆ ครับ
แต่... ขวด 6 ลิตร ถ้าเราจะทำปริมาณมาก ๆๆๆ ก็ต้องหามาหลายใบ
เวลาทำต้องมาค่อย ๆๆๆ แบ่งอาหาร แบ่งหัวเชื้อ ใส่ทีละขวด แล้วทำความสะอาดก็ยากครับ...”

“...ค่าไฟ Spotlight LED 30 วัตต์ เปิด 24 ชม 30 วัน ประมาณหนึ่งร้อยกว่าบาทครับ
แต่เราไม่ได้เปิดทุกวัน แค่ 3-4 วันก็แดงเข้ม แล้วเราก็ค่อยปิด
เชื้อที่แดงแล้วเก็บได้อย่างน้อย 2-3 เดือนเลย แต่ส่วนมากเค้าเก็บกันเป็นปีเลยครับ...”

“...อาหารเลี้ยงเชื้อ ผมไม่ได้ใส่... น้ำปลา/ซอสถั่วเหลือง แล้วครับ
คิดว่า... น้ำปลา/ซอสถั่วเหลือง ตะไคร่น้ำ/สาหร่ายเขียว สามารถใช้เป็นอาหารได้
(ปล.ผมสังเกตุจาก ปุ๋ยหมักปลา ปุ๋ยหมักถั่วเหลือง พวกนี้จะมี ไนโตรเจนสูง ครับ)
แต่... ตะไคร่น้ำ/สาหร่ายเขียว ไม่สามารถย่อยไข่เป็นอาหารได้ครับ...”

“...ถ้ามีปัญหาเรื่อง ตะไคร่น้ำ/สาหร่ายเขียว อยากทำให้เชื้อบริสุทธิ์ไม่ปนเปื้อน ไม่ต้องหาหัวเชื้อใหม่ครับ
ใช้สูตรอาหาร ไข่ + ผงชูรส ครับ  เพาะขยายเรื่อย ๆๆๆ 2-3 รุ่น ก็ไม่เห็น ตะไคร่น้ำ/สาหร่ายเขียว แล้วครับ
เชื้อจะค่อย ๆๆๆ บริสุทธิ์มากขึ้นเรื่อย ๆๆๆ ครับ...”



“...รุ่นที่ 1 (บน) เปรียบเทียบ รุ่นที่ 2 (ล่าง)
การปนเปื้อนลดลง สังเกตุจาก... รุ่นที่ 2 สีแดงสดใสกว่า รุ่นที่ 1 อย่างชัดเจนครับ
หัวเชื้อ = ตะไคร่น้ำ/สาหร่ายเขียว ปะปน
อาหารเลี้ยงเชื้อ = ไข่ + ผงชูรส...”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 23, 2017, 07:22:42 PM โดย lovemomdadforever » บันทึกการเข้า
kitti minburi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #922 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2017, 03:31:29 PM »

ผมแนะนำลองเอา ปั้มน้ำตู้ปลา ตัวเล็กๆขนาด 120 บาท วางลงก้นถัง หัวหัวพ่นขึ้นบน  จะกวนน้ำวนจากข้างล่างไปบน วกไปมา จะช่วยให้แดงเร็วขึ้นอีกนะครับ  ใครสนใจลองดูได้ครับ

ใช้ยี่ห้อใหนก้ได้นะครับ อันนี้ภาพตัวอย่างเฉยๆครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 22, 2017, 04:37:17 PM โดย kitti minburi » บันทึกการเข้า
lovemomdadforever
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29


« ตอบ #923 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2017, 07:22:10 PM »

“...หากไม่มี Spotlight LED อาจใช้หลอดยาว LED แทนก็ได้ครับ
โดยการผสม... หัวเชื้อ + อาหารเลี้ยงเชื้อ ...ให้เข้ากันก่อน
แบ่งใส่ขวด 0.5 ลิตร หลาย ๆๆๆ ขวด นำมาวางเรียงกัน
(ถ้าใช้ขวด 6.0 ลิตร แสงไม่ทั่วถึง จะทำให้แดงช้าครับ)...”

“...เนื่องจาก... ผมเก็บหัวเชื้อวางขวดติด ๆๆๆ กัน
ทำให้ขวดที่อยู่ด้านใน ไม่ได้รับแสง ทำให้...สีซีดจางลงอย่างเห็นได้ชัด
ผมจึงแก้ไขโดยนำขวด 0.5 ลิตร มาวางเรียงกัน
โดยใช้... หลอดยาว LED และ หลอดประหยัดไฟ ให้แสงสว่างแทนครับ...”



+++ผ่านไป 24 ชั่วโมง+++
เริ่มจาก... หัวเชื้อที่มีเก็บไว้ไม่โดนแสงหลายวัน สีซีดจางลงอย่างเห็นได้ชัด
ตอนนี้... สีแดงเข้มกว่า ตอนที่ตักแบ่งออกมาจากถังอีกครับ 555+


“...พอดีช่วงเย็น ผมได้มีโอกาสมานั่งดูขวด 0.5 ลิตร ที่นำมาเรียงให้แสง LED อย่างละเอียด
สังเกตุเห็นบางสิ่งที่สะดุดตา เกี่ยวกับ... "ตะไคร่น้ำ/สาหร่ายเขียว" ครับ

ปกติพอตั้งทิ้งไว้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง จะเริ่มสังเกตุเห็น "สาหร่ายเขียว/ตะไคร่น้ำ"
ลอยขึ้นมาบริเวณผิวน้ำ หรือ ตกตะกอนอยู่ที่ก้นขวด
แม้จะเหลือน้อยมาก ๆๆๆ แล้ว แต่ก็ยังสามารถสังเกตุเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ชุดที่เรียงกันให้แสงหลอดยาว LED
อุณหภูมิของน้ำในขวด เมื่อจับดูจะรู้สึก...เย็นเป็นปกติ
!!! "ตะไคร่น้ำ/สาหร่ายเขียว" หายเกลี้ยง !!!

ชุดที่เรียงกันให้แสงหลอดประหยัดไฟ
อุณหภูมิของน้ำในขวด เมื่อจับดูจะรู้สึก...อุ่น ๆๆๆ
ยังคงสังเกตุเห็น "ตะไคร่น้ำ/สาหร่ายเขียว" เหมือนเดิม

จริง ๆๆๆ แล้ว ชุดที่เรียงกันให้แสงหลอดยาว LED จะมี "ตะไคร่น้ำ/สาหร่ายเขียว" มากกว่าด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้... !!! หายเกลี้ยง !!! เลยครับ

จึงน่าคิดว่า... นอกจาก อาหาร และ แสงสว่าง
"อุณหภูมิ" ของน้ำ น่าจะมีผลทำให้เกิด "ตะไคร่น้ำ/สาหร่ายเขียว" ครับ...”


“...การขยายแบบแบ่งขวด 0.5 ลิตร สามารถทำเชื้อให้เข้มข้นได้มาก ๆๆๆ เลยครับ
ถ้าไม่สะดวกทำถังใหญ่ ใช้วิธีนี้แทนได้ครับ ที่สำคัญหัวเชื้อเข้มข้นมาก ๆๆๆ ครับ ในระยะเวลาอันสั้น
ตะไคร่น้ำ/สาหร่ายเขียว หายไปด้วยครับ

1. นำขวดเปล่า 6 ลิตร หัวเชื้อ 0.5 ลิตร ไข่ไก่เบอร์กลาง 1 ฟอง (หรือ...4 ช้อนโต๊ะ) ผงชูรส 4 ช้อนโต๊ะ
เขย่าให้ละลายเข้ากัน แล้วเติมน้ำให้ได้ 5 ลิตร (ประมาณไหล่ของขวด 6 ลิตร)

2. นำของเหลวที่เขย่าผสมรวมกันแล้ว มาแบ่งใส่ขวด 0.5 ลิตร
นำมาวางเรียงกัน ให้แสงหลอดยาว LED 24 ชั่วโมง

ปล. จริง ๆๆๆ แล้ว หัวเชื้อ 0.5 ลิตร (1 ขวด) สามารถขยายได้ถึง 10 ลิตร เลยครับ...”


Liked By: kitti minburi
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 11, 2017, 12:45:41 PM โดย lovemomdadforever » บันทึกการเข้า
kitti minburi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #924 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2017, 04:15:13 PM »

ขอชื่อ ยี่ห้อหรือรุ่นของหลอดยาวหน่อยนะครับ บ้านอยู่ใกล้บิ๊กซี จะลองไปหาเอามาทำดูบ้างครับ  ถึงแสงแดดบ้านเราจะแรงและเข้มข้นขนาดใหน แต่แบบนี้ก็เป็นการสำรองการเพาะได้เป็นอย่างดี หรือกรณีที่อยู่บนคอนโด หรือบ้านไม่มีพื้นที่โดนแดดพอเป็นทางเลือกให้กับผู้สนใจได้ 

ว่าแต่บอร์ดเราพักหลังหยไปใหนกันหมด ท่านสัญญา ท่าน นพ และอีกหลายๆท่าน ออฟไลน์กันหมดเลย  เงียบเหงาจริงๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นครับ


Liked By: lovemomdadforever
บันทึกการเข้า
kitti minburi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #925 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2017, 05:07:37 PM »

เราใช้หลอดฟูออเรสเซนท์ แบบ 18 กับ 36 วัต ได้มั้ยครับ เพราะดูที่ค่าความสว่าง LED ให้ค่าลูเมนท์ ต่ำกว่า ฟูออเรสเซนท์ มากทีเดียว ส่วนค่าไฟ ฟูออเรสเซนท์ จะเปลืองกว่า แต่ก็สมดุลกับความสว่างที่ได้ครับ ส่วนราคาทั้งชุด ก็พอๆกัน ถ้าขนาดความยาวของหลอดเท่ากัน LED จะแพงกว่านิดหน่อย แต่ความสว่างจะสู้ฟูออเรสเซนท์ไม่ได้ ดูที่ค่าลูเมนท์ ของหลอดได้เลยครับ


Liked By: lovemomdadforever
บันทึกการเข้า
lovemomdadforever
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29


« ตอบ #926 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2017, 06:15:10 PM »

ถ้าเปรียบเทียบกัน ผมว่า... การใช้แสงจากหลอดไฟ โอกาสเสียน้อยกว่า การใช้แสงแดด

เพราะเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงเพิ่มจำนวน เมื่อได้รับแสงเท่านั้น

ถ้าเราใช้แสงแดด วันที่แสงแดดน้อย กลางคืนก็ไม่มีแสงแดด

จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง จะเพิ่มจำนวนได้น้อย

เชื้อชนิดอื่นที่ปะปนมา จะเพิ่มจำนวน แย่งชิงพื้นที่ได้ครับ

การใช้แสงจากหลอดไฟ จึงใช้...หัวเชื้อน้อยกว่า...ในปริมาตรของเหลวเท่ากัน


ผมซื้อหลอด LED ยี่ห้อ Elektra 9 Watt ที่ Home Pro ครับ

ใช้หลอด Fluorescent ได้ครับ จะแดงเร็วกว่ามาก ๆๆๆ ครับ ยิ่งค่าความสว่าง (lumens) มาก ยิ่งทำให้แดงเร็วครับ

ที่ผมเลือก LED เพราะ ประหยัดค่าไฟมากกว่า แล้วไม่เกิดความร้อนครับ


เรื่อง "สี" ของ หลอดไฟ ... ผมยังไม่เคยทดลองเลยครับ

สาเหตุที่เลือกใช้ Day Light เพราะชอบโทนสีนี้ครับ


ผมได้ทดลองเปรียบเทียบ ระหว่าง ขวดที่เขย่า กับ ขวดที่ไม่เขย่า

ปรากฏว่า... ขวดที่เขย่าแดงเร็วกว่า

เหตุผล เพราะ อาหารที่เราใช้ทั่วไป คือ ไข่ ครับ ซึ่งเมื่อวางทิ้งไว้ มันจะตกตะกอน

จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง จะหนาแน่นในบริเวณที่มีอาหารเข้มข้นสูง ๆๆๆ ซึ่งก็คือ บริเวณก้นขวด

จริง ๆๆๆ แล้วอาหารที่เข้มข้น ทำให้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง เพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนสาเหตุที่ ใส่อาหารมากแล้วแดงช้า ก็เพราะ อาหารที่เข้มข้นมาก ๆๆๆ จนเกินไป ทำให้แสงส่องผ่านไม่ทั่วถึงนั่นเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 27, 2017, 09:34:53 PM โดย lovemomdadforever » บันทึกการเข้า
kitti minburi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #927 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2017, 11:36:11 PM »

ขอบคุณคุณ lovemomdadforever มากครับที่แนะนำ


Liked By: lovemomdadforever
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 28, 2017, 02:05:59 PM โดย kitti minburi » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 [58] 59   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: