หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ... 59   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สอบถามเรื่อง การเพาะขยาย จุลินทรีย์ สังเคราะห์แสงครับ  (อ่าน 337098 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
KuruPSB
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #16 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2012, 09:03:35 AM »

จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง
จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (PhotoSynthetic Bacteria ; PSB) พบกระจายทั่วไปในธรรมชาติ ตามแหล่งน้ำจืด น้ำเค็ม ทะเลสาบทั้งน้ำเค็มและน้ำจืด น้ำพุร้อน และน้ำทะเลบริเวณขั้วโลกเหนือ นอกจากนี้ยังพบตามแหล่งน้ำเสีย บ่อบำบัดน้ำเสีย และดิน จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงสามารถใช้บำบัดน้ำเสียจากอาคารบ้านเรือน การเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมทางเคมีและปิโตรเลียม เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการนำมาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะการใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าว ซึ่งพบว่าสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวได้มากถึงไร่ละ 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากดินในบริเวณรากข้าวในระยะข้าวตั้งท้องจะมีสภาวะแบบไม่มีออกซิเจนทำให้แบคทีเรียที่ในกลุ่มแอนแอโรบิคแบคทีเรีย (Anaerobic Bacteria) เจริญได้ดี สร้างก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟต์ (H2S) ซึ่งมีผลไปยับยั้งกระบวนการสร้างเมตาโบลิซึมของรากข้าว แต่เมื่อนำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมาใส่ลงในดินในระยะเวลาดังกล่าวจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจะเปลี่ยนไฮโดรเจนซัลไฟด์ให้อยู่ในรูปสารประกอบซัลเฟอร์ในรูปซัลเฟตที่ไม่เป็นพิษต่อราก จึงมีผลให้รากของต้นข้าวเจริญงอกงามมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและลักษณะของต้นข้าวก็มีความแข็งแรง นอกจากนี้เซลล์ของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง  ยังสามารถนำมาใช้เป็นแหล่งอาหารเสริมของสัตว์ได้เพราะเซลล์ของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจะประกอบด้วยโปรตีนสูงถึงร้อยละ 60-65  ซึ่งโปรตีนเหล่านี้ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วน และยังมีวิตามินและแร่ธาตุ เช่น วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 กรดฟอลิค วิตามินบี 12 วิตามินซี วิตามินดี วิตามินอี รงค์วัตถุสีแดง (carotenoid) และสารโคแฟคเตอร์ เช่น ยูบิควิโนน (Ubiquinone) โคเอนไซม์คิว (Coenzyme-Q)
จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมีอยู่มากมายหลากหลายสายพันธุ์แต่ละสายพันธุ์ให้ประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไปในที่นี้จะกล่าวถึงสายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพที่เหมาะกับประเทศไทยได้แก่  Rhodopseudomonas capsulatus.      ซึ่งมีความสามารถพิเศษที่หลากหลายใช้ในวงการเกษตรต่างๆไม่ว่าจะเป็น สัตว์น้ำ  สัตว์บก  พืชสวนพืชไร่ อุตสาหกรรม บำบัดน้ำเสีย เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ซึ่งที่กล่าวมานั้นมีอยู่ในผลิตภัณฑ์ โดยได้คัดเลือกสายพันธุ์ที่โดดเด่น สายพันธุ์นี้คือ Rhodopseudomonas  capsulatus.   ให้อยู่ในรูปของผลิตภัณฑ์ชีวภาพชนิดน้ำเพื่อการเกษตร





ไซโตไคนิน Cytokynin เกี่ยวข้องกับการแบ่งเซลล์ และการยืดตัวของเซลล์ส่งเสริมการสร้าง แคลลัสเร่งการแตกตาข้างชะลอการชราภาพ (senescence)ช่วยในการเคลื่อนย้ายธาตุอาหารในพืชส่งเสริมการสังเคราะห์โปรตีนชะลอการสูญเสียคลอโรฟิลล์
ออกซิน Auxin กระตุ้นการแบ่งเซลล์และการขยายตัวของเซลล์ จึงทำให้ส่วนของพืชมีการเจริญเติบโตขึ้น .ส่งเสริมการออกรากของกิ่งชำและการเกิดแคลลัสของกิ่งตอน กระตุ้นการติดผลและการเจริญเติบโตของผล ยับยั้งการเจริญเติบโตของตาข้าง ส่งเสริมการเกิดดอกตัวผู้ในพืชบางชนิด เช่น เงาะ ส่งเสริมการออกดอกติดผลในพืชบางชนิด เช่น สับปะรด
กรดอินโดลบิวทิริก (Indolebutiric acid : IBA) และ กรดอินโดลโพรพิออนิก (Indolepropionic acid  IPA) กรดอินโดล-3-อะซิติก (Indole-3-acetic acid IAA)   ประโยชน์ช่วยขยายขนาดเซลล์ กระตุ้นการแบ่งเซลล์ 
วิตามินบี 1 มีความสำคัญต่อเมตาบอลิซึมของพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมตาบอลิซึม ของคาร์โบไฮเดรต โดยทำหน้าที่ เป็น co-enzyme ใน oxidative decarboxylation
วิตามินบี 2 หรือ ไรโบฟลาวิน (Riboflavin) จัดว่าเป็นวิตามินที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ พบว่าพืชจะมีความต้องการวิตามิน บี 2 เพิ่มขึ้นในระยะที่เซลล์กำลังเจริญเติบโต เช่น ระยะที่แตกราก หรือระยะที่แตกกอและติดผลจึงมีความต้องการวิตามิน บี 2 สูง
วิตามินบี6 พายริดอกซิล ( Pyridoxine ) ประโยชน์และหน้าที่สำคัญ ของวิตามินบี6 พายริดอกซิล  ( Pyridoxine )  เป็นตัวสำคัญที่จะทำให้การดูดซึมของวิตามินบี12 ได้เต็มที่และสมบูรณ์ช่วยเสริม วิตามินเอฟ ช่วยเผาผลาญ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และ โปรตีน ให้เป็นประโยชน์ต่อพืชและสัตว์ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับพืชและสัตว์ช่วยในการปล่อยน้ำตาล ( Glycogen ) เป็นกำลังงานช่วยในการควบคุมความสมดุลของน้ำ
โคเอนไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10) โคเอ็นไซม์คิว10 (Coenzyme Q10) เรียกย่อๆว่า โคคิวเท็น (CoQ10) เป็นสารที่มีคุณสมบัติคล้ายวิตามิน เป็นสารเคมีในกลุ่มของสารควิโนน (Quinone) บางครั้งเรียกว่า ยูบิควิโนน (Ubiquinone) พบในไมโตคอนเดรีย (Mitochondria) ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มขบวนการสร้างพลังงานที่อยู่ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต จากการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ CoQ10 และการถ่ายทอดพลังงาน พบว่า CoQ10 ทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบหลักในกลไกการสร้างพลังงานของเซลล์
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ช่วยย่อยสลายของเสียในแปลงนา โดยเฉพาะกลุ่มก๊าซไข่เน่า( ไฮโดรเย่นซัลไฟต์ ) โดยที่จุลินทรีย์จะเข้าไปทำลายพันธะทางเคมี โดยการกำจัด ก๊าซไฮโดรเย่น  ซึ่งเป็นพันธะทางเคมีหลักของก๊าซไข่เน่า  ( H2S )  โดยนำของเสียนั้นมาเป็นพลังงานใช้ในการเจริญเติบโตและแบ่งเซลล์  และระหว่างกระบวนการที่กล่าวมานั้นจุลินทรีย์ได้ ขับของเสียออกมาให้อยู่ในรูปกลุ่ม โกสฮอร์โมน ที่มีรายละเอียดเบื้องต้น
2.ช่วยลดสภาวะโลกร้อนได้อย่างมาก  โดยเข้าไปทำลายพันธะเคมีของกลุ่มก๊าซมีเธน ( CH4 ) โดยการย่อยสลายก๊าซไฮโดรเย่น จึงทำให้โครงสร้างเสียไป เหลือแต่คาร์บอนซึ่งสามารถย่อยสลายได้โดยธรรมชาติ ซึ่งแปลงนาโดยทั่วไปย่อมมีกลุ่มก๊าซของเสียอยู่แล้ว
3.ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคพืชได้ดี ทำให้เปลือกหรือลำต้นแข็งแรง ทนต่อการกัดกินของแมลง
4.ช่วยกระตุ้นเซลล์เจริญบริเวณปลายรากพืชให้ขยายตัวและแตกแขนงได้ดีทำให้มีรากฝอยที่หากินเก่งจำนวนมาก
จึงทำให้พืชสามารถเพิ่มผลผลิตได้ดีเนื่องจากการสะสมอาหารได้มาก
5.สามารถใช้แทนปุ๋ยยูเรีย หรือแอมโมเนียมซัลเฟตได้   โดยใช้หลักการย่อยสลายกลุ่มก๊าซของเสียให้เป็นธาตุอาหารหลักของพืชได้
6.เมื่อใช้เป็นประจำและต่อเนื่อง สามารถลดการใช้อาหารเสริม หรือปุ๋ยสูตรต่างๆลงได้ สูงสุด 50 % ทำให้ต้นทุนในการผลิตลดลงกำไรเพิ่มมากขึ้น
7.หากมีการนำจุลินทรีย์ไปใช้ผสมผสานร่วมกับน้ำหมักหรือปุ๋ยสูตรต่างๆ จะทำให้ผลผลิตยิ่งเพิ่ม และคุณภาพผลิตดีขึ้นตามด้วย
บันทึกการเข้า

karn.b
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


« ตอบ #17 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2012, 11:55:13 AM »

มีคำถามนิดหนึ่งครับ การขยาย จุลินทรีย์ สังเคราะห์แสง ตามวิธีใช้รำเป็นอาหารข้างต้นที่กล่าวไว้เห็นบอกว่า ตั้งไว้ที่ร่ม 4-5 วัน
แต่เอ่ะ.. จุลินทรีย์ สังเคราะห์แสง ต้องการแสงในการเติบโตไม่ใช้หรอ ก็เลยงงนิดหนึ่งครับ สรุปต้อง "เปิดฝากตากแดดไว้" หรือว่า "ปิดฝาแล้วตั้งในร่ม" กัน และอีกอย่างหากต้องการซื้อ จุลินทรีย์ สังเคราะห์แสง มีที่ไหนทำจำหน่ายบ้างครับ


Liked By: Ratthapatch, TAWUN, s.dod
บันทึกการเข้า
KuruPSB
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #18 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2012, 12:24:41 PM »

สรุปหัวข้อ
ข้อความเมื่อ: วันนี้ เวลา 11:55:13 AMข้อความโดย: karn.b 
ใส่การอ้างถึงคำพูด
มีคำถามนิดหนึ่งครับ การขยาย จุลินทรีย์ สังเคราะห์แสง ตามวิธีใช้รำเป็นอาหารข้างต้นที่กล่าวไว้เห็นบอกว่า ตั้งไว้ที่ร่ม 4-5 วัน
แต่เอ่ะ.. จุลินทรีย์ สังเคราะห์แสง ต้องการแสงในการเติบโตไม่ใช้หรอ ก็เลยงงนิดหนึ่งครับ สรุปต้อง "เปิดฝากตากแดดไว้" หรือว่า "ปิดฝาแล้วตั้งในร่ม" กัน และอีกอย่างหากต้องการซื้อ จุลินทรีย์ สังเคราะห์แสง มีที่ไหนทำจำหน่ายบ้างครับ
 

ตอบ  
           ตามข้อมูลข้างต้นที่ใช้รำในการผลิตนั้น เป็นวิธีการผลิตที่คิดค้นขึ้นโดยชาวบ้าน ที่ยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ครับ   การผลิตจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่แท้จริงต้อง  ใช้แสงแดด  หรือ หลอดไฟชนิด ไส้ ( แสงแดดเทียม )
และมีอาหารเพาะเลี้ยงจำเพาะของมันครับ  สายพันธุ์ที่ใช้กัน คือ Rhodosuedomonass Capsulatus  . Rhodobacter . Rhodococus .  Psuedomonass ssp.   ซึ่งบางสายพันธุ์เติบโตได้ดีในที่มืด   โดยรวมแล้วต้องใช้แสงเท่านั้นครับ 
ส่วนประกอบของอาหาร นั้นต้องอยู่ในกลุ่มซัลเฟอร์  กากน้ำตาลใช้ไม่ได้ครับ  เนื่องจากคุณภาพของกากน้ำตาลไม่เสถียร พอ และ มีเชื้ออื่นๆปนเปื้อนเยอะมาก และไม่สามารถตากแดดได้ เมื่อมีการสะสมอุณหภูมิสูงๆ จะเกิดก๊าซพิษ ทำให้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงไม่สามารถเติบโตได้ครับ และที่สำคัญสุด  กากน้ำตาลจะสร้าง กรด  ทำให้ค่า pH  ต่ำ ไม่เหมาะต่อการเติบโตครับ  ค่า pHที่เหมาะสม
อยู่ที่ 7.0-9.0 ที่ผมตอบได้นั้นเพราะผมได้ทำการทดลองมาหมดแล้วครับหลากหลายวิธีมากๆ ผมเองก็ทำงานวิจัยด้านนี้ด้วยครับเลยสามารถมาถ่ายทอดได้ครับ 
          คุณลืมไปได้เลยครับกับการใช้รำข้าวมาผลิต  มันไม่ใช่ครับ สามารถส่งเชื้อตรวจสอบได้ที่ วว. ได้ครับ  ทุกคนอาจสงสัยว่าผมเป็นใครทำไมมาตอบแบบนี้ จะบอกว่า ผมจบมาด้านนี้โดยตรง จาก ม.แม่โจ้ ครับ  ผม กับ อ.เชาว์  รู้จักกันดีครับ

            อีกอย่างสังเกตุดูว่า จุลินทรีย์ชนิดนี้จะสร้างเม็ดสีเอง ได้เป็น สีแดง  แดงอมชมพู   แดงอมส้ม  แดงอมน้ำตาล  ประมาณนี้ครับและกลิ่นจะรุนแรงหน่อยครับ  หากมีข้อสงสัยถามได้เลยครับ สามารถ  โทรมาคุยหรือถามข้อมูลได้เลยครับ 0802640425
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 18, 2012, 12:35:53 PM โดย KuruPSB » บันทึกการเข้า
Prasart
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 259


« ตอบ #19 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2012, 01:00:13 PM »

ได้ผู้เชี่ยวชาญแล้วอีกท่าน คงต้องโทรปรึกษาจริงๆ จังๆ แล้วซิตอนนี้  ขออนุญาติ เก็บเบอร์ไว้ก่อนเลย ครับ

ผมคิดว่าคงไม่ใช่ อ.รุจ แน่นอนมั้ง


Liked By: TAWUN, s.dod
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9910


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #20 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2012, 01:15:52 PM »

อึ่ม...มีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยให้ความรู้แล้วแหละ  ยิงฟันยิ้ม
แต่โดยส่วนตัวผมก็คงไม่ใช้แต่ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงเพียวๆหรอกครับ
ยังมีกลุ่มยีสส์ในจุลินทรีย์จาวปลวก(IMOs) กลุ่มจุลินทรีย์ประเภทใช้อากาศ
แบบในปุ๋ยหมักสูตรของแม่โจ้อีก คงต้องให้ช่วยๆกันทำงานครับ จะเอาแต่พระเอกต่างถิ่น
แบบคัดสายพันธุ์มาใช้เพียวๆ อาจจะจอดไม่ต้องแจวก็ได้ครับ  ยิงฟันยิ้ม
และ้ถ้าจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่ขายกันอยู่ในราคาลิตรละ 50-60 บาท ใช้ได้ 1 ไร่
ก็ถือว่าไม่แพงครับ และเห็นมีที่ขายรวมอาหารขยายเชื้อ ชุดละ 400 บาทที่ขยายได้ 20 ลิตร
ก็เป็นทางเลือกที่ดีครับ แต่ถ้าเราสามารถ ซื้อมาครั้งละ 1 ลิตรแล้วขยายไปได้อย่างน้อย 1 รุ่น
ได้ 50-100 ลิตรโดยใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นก็จะยิ่งเป็นการดี ช่วยลดต้นทุนครับ

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
รับจ้างล้างรถ และแจกจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

 ยิงฟันยิ้ม
Prasart
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 259


« ตอบ #21 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2012, 01:54:14 PM »

ผมขอถามอีกเรื่องครับ ในกรณีที่ซื้อมาเพาะขยาย 20 ลิตร  วีธีการเก็บรักษา  และระยะเวลาที่จุลินทรีย์สามารถอยู่ได้ โดยไม่ต้องเติมอาหาร  หรือว่าต้องเติมอาหาร 

หรือควรที่จะขยาย ต่อเมื่อต่องการใช้งาน หรือ ต้องวางแวนการใช้งาน แต่วางแผนคงต้องวางแผนอยู่แล้ว แต่ถ้าเหลือหละ ครับ

บันทึกการเข้า
karn.b
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


« ตอบ #22 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2012, 02:13:36 PM »

สรุปหัวข้อ
ข้อความเมื่อ: วันนี้ เวลา 11:55:13 AMข้อความโดย: karn.b 
ใส่การอ้างถึงคำพูด
มีคำถามนิดหนึ่งครับ การขยาย จุลินทรีย์ สังเคราะห์แสง ตามวิธีใช้รำเป็นอาหารข้างต้นที่กล่าวไว้เห็นบอกว่า ตั้งไว้ที่ร่ม 4-5 วัน
แต่เอ่ะ.. จุลินทรีย์ สังเคราะห์แสง ต้องการแสงในการเติบโตไม่ใช้หรอ ก็เลยงงนิดหนึ่งครับ สรุปต้อง "เปิดฝากตากแดดไว้" หรือว่า "ปิดฝาแล้วตั้งในร่ม" กัน และอีกอย่างหากต้องการซื้อ จุลินทรีย์ สังเคราะห์แสง มีที่ไหนทำจำหน่ายบ้างครับ
 

ตอบ  
           ตามข้อมูลข้างต้นที่ใช้รำในการผลิตนั้น เป็นวิธีการผลิตที่คิดค้นขึ้นโดยชาวบ้าน ที่ยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ครับ   การผลิตจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่แท้จริงต้อง  ใช้แสงแดด  หรือ หลอดไฟชนิด ไส้ ( แสงแดดเทียม )
และมีอาหารเพาะเลี้ยงจำเพาะของมันครับ  สายพันธุ์ที่ใช้กัน คือ Rhodosuedomonass Capsulatus  . Rhodobacter . Rhodococus .  Psuedomonass ssp.   ซึ่งบางสายพันธุ์เติบโตได้ดีในที่มืด   โดยรวมแล้วต้องใช้แสงเท่านั้นครับ 
ส่วนประกอบของอาหาร นั้นต้องอยู่ในกลุ่มซัลเฟอร์  กากน้ำตาลใช้ไม่ได้ครับ  เนื่องจากคุณภาพของกากน้ำตาลไม่เสถียร พอ และ มีเชื้ออื่นๆปนเปื้อนเยอะมาก และไม่สามารถตากแดดได้ เมื่อมีการสะสมอุณหภูมิสูงๆ จะเกิดก๊าซพิษ ทำให้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงไม่สามารถเติบโตได้ครับ และที่สำคัญสุด  กากน้ำตาลจะสร้าง กรด  ทำให้ค่า pH  ต่ำ ไม่เหมาะต่อการเติบโตครับ  ค่า pHที่เหมาะสม
อยู่ที่ 7.0-9.0 ที่ผมตอบได้นั้นเพราะผมได้ทำการทดลองมาหมดแล้วครับหลากหลายวิธีมากๆ ผมเองก็ทำงานวิจัยด้านนี้ด้วยครับเลยสามารถมาถ่ายทอดได้ครับ 
          คุณลืมไปได้เลยครับกับการใช้รำข้าวมาผลิต  มันไม่ใช่ครับ สามารถส่งเชื้อตรวจสอบได้ที่ วว. ได้ครับ  ทุกคนอาจสงสัยว่าผมเป็นใครทำไมมาตอบแบบนี้ จะบอกว่า ผมจบมาด้านนี้โดยตรง จาก ม.แม่โจ้ ครับ  ผม กับ อ.เชาว์  รู้จักกันดีครับ

            อีกอย่างสังเกตุดูว่า จุลินทรีย์ชนิดนี้จะสร้างเม็ดสีเอง ได้เป็น สีแดง  แดงอมชมพู   แดงอมส้ม  แดงอมน้ำตาล  ประมาณนี้ครับและกลิ่นจะรุนแรงหน่อยครับ  หากมีข้อสงสัยถามได้เลยครับ สามารถ  โทรมาคุยหรือถามข้อมูลได้เลยครับ 0802640425




ขอบคุณครับ ข้อมูลคำตอบของท่านเป็นประโยชน์มาก
ส่วนประกอบของอาหาร เป็น "กลุ่มซัลเฟอร์ "
ซัลเฟอร์ที่ท่านว่านี้คือ "ซัลเฟอร์ (S หรือกำมะถันบ้านเรานี้เอง)" ถูกต้องไหมครับ


ถ้าเป็นกำมะถันตามรูปนี้ บ้านผมเรียกมาด เอาไว้ผสมดินปืน ทำบั้งไฟ เราสามารถนำ ซัลเฟอร์ ไปเลี้ยงจุลินทรีย์ได้โดยตรงเลยหรือเปล่าครับหรือต้องนำไปผ่านกระบวนการใดถึงจะสามารถเลี้ยงได้ ส่วนแสงหลอดไฟแบบหลอดสมัยเก่าลูกตุ้มแสงสีเหลืองออกแดงๆน่าจะประมาณนั้น แล้วต้องให้แสงตลอดเวลาเลยไหม ประมาณกี่วัน
ถามเยอะหน่อยขออภัยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 18, 2012, 02:31:32 PM โดย karn.b » บันทึกการเข้า
Prasart
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 259


« ตอบ #23 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2012, 03:12:41 PM »

ผมว่าพี่ท่าน คงต้องทดลอง ดูแล้วแหละครับ

แต่ผมคิดว่า ถ้าเลี้ยงตัวนี้อย่างเดียวก็เหมือน กินข้าวไม่มีกับ  ได้แค่คาโบไฮเดรท โปรตีน  มิตามิน ไม่มีเลย   

ต้องลองครับ


Liked By: tean, TAWUN, s.dod
บันทึกการเข้า
KuruPSB
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #24 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2012, 04:23:11 PM »

ตอบ  
       เรื่องการเก็บรักษา  สามารถตั้งไว้ในที่ที่มีแสงรำไร  หรือ แสงสลัวๆได้ครับ   หากเปิดใช้แล้วควรเก็บไว้ในร่มนะครับเพราะปริมาณจุลินทรีย์มันลดลง( น้ำ )  หากตั้งตากแดดต่อไปเรื่อยๆจะทำให้อุณหภูมิ สูง  อาจทำให้เชื้ออ่อนแอลงได้ เชื้อสามารถทนได้ที่ 42 องศาเซลเซ๊ยส ครับ  แต่ต้องไม่เกิน 3 ชม.  สามารถใช้ขณะมีแสงแดดได้ ครับ  อายุการเก็บรักษา  8-12 เดือนครับ
       การใช้จุลินทรีย์ตัวนี้ร่วมกับอย่างอื่นด้วยถือว่าเป็นการเสริมกันดีครับ แต่โดยพื้นฐานแล้วจุลินทรีย์ตัวนี้มีธาตุอาหารในตัวมันเองเกือบครบทุกอย่างครับ เพียงแต่ อาจมีไม่ถึงขนาดที่พืช ต้องการ  การใช้ตัวอื่นเอามาใช้ร่วมกันถือว่าดีมากๆครับ

       การให้แสงถ้าเป็นแสงแดด ก็ตั้งทิ้งไว้กลางแจ้งได้เลยครับไม่ต้องยกเก็บ  หากใช้แสงไฟ  ต้องมีกำลังขนาด 100 วัตต์  ระยะเวลาการใช้แสง วันละ 6 ชม.  หรือจะเปิด ตลอดเวลาก็ได้ครับ  
       กลางแจ้ง ( แสงแดด )   ใช้เวลา  3-7 วัน  ขึ้นอยู่กับว่าวันั้นๆแสงแดด ดีแค่ไหนครับ
       หลอดไฟ ( แดดเทียม )  ใช้เวลา  2-3 วัน  ขึ้นอยู่กับกำลังวัตต์ของหลอดไฟ
     
ส่วนเรืองกำมะถัน น้น  ถูกๆๆๆๆๆๆๆๆต้องละครับ   แต่คุณต้องหาสัดส่วนให้เจอนะครับ  และต้องหา ตัวจับพิษกำมะถัน ด้วยนะครับ
งานทดลองต่างๆคือ หัวใจของนักวิทยาศาสตร์ ครับ  ยินดีกับทุกท่านที่เป็นนักวิทยาศาตร์ ครับ  นี่แหละเกษตรกร รุ่นใหม่ อย่างพวกท่าน สุดยอดแล้วครับ 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 18, 2012, 04:25:05 PM โดย KuruPSB » บันทึกการเข้า
karn.b
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


« ตอบ #25 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2012, 05:18:32 PM »

ตอบ  
       เรื่องการเก็บรักษา  สามารถตั้งไว้ในที่ที่มีแสงรำไร  หรือ แสงสลัวๆได้ครับ   หากเปิดใช้แล้วควรเก็บไว้ในร่มนะครับเพราะปริมาณจุลินทรีย์มันลดลง( น้ำ )  หากตั้งตากแดดต่อไปเรื่อยๆจะทำให้อุณหภูมิ สูง  อาจทำให้เชื้ออ่อนแอลงได้ เชื้อสามารถทนได้ที่ 42 องศาเซลเซ๊ยส ครับ  แต่ต้องไม่เกิน 3 ชม.  สามารถใช้ขณะมีแสงแดดได้ ครับ  อายุการเก็บรักษา  8-12 เดือนครับ
       การใช้จุลินทรีย์ตัวนี้ร่วมกับอย่างอื่นด้วยถือว่าเป็นการเสริมกันดีครับ แต่โดยพื้นฐานแล้วจุลินทรีย์ตัวนี้มีธาตุอาหารในตัวมันเองเกือบครบทุกอย่างครับ เพียงแต่ อาจมีไม่ถึงขนาดที่พืช ต้องการ  การใช้ตัวอื่นเอามาใช้ร่วมกันถือว่าดีมากๆครับ

       การให้แสงถ้าเป็นแสงแดด ก็ตั้งทิ้งไว้กลางแจ้งได้เลยครับไม่ต้องยกเก็บ  หากใช้แสงไฟ  ต้องมีกำลังขนาด 100 วัตต์  ระยะเวลาการใช้แสง วันละ 6 ชม.  หรือจะเปิด ตลอดเวลาก็ได้ครับ  
       กลางแจ้ง ( แสงแดด )   ใช้เวลา  3-7 วัน  ขึ้นอยู่กับว่าวันั้นๆแสงแดด ดีแค่ไหนครับ
       หลอดไฟ ( แดดเทียม )  ใช้เวลา  2-3 วัน  ขึ้นอยู่กับกำลังวัตต์ของหลอดไฟ
     
ส่วนเรืองกำมะถัน น้น  ถูกๆๆๆๆๆๆๆๆต้องละครับ   แต่คุณต้องหาสัดส่วนให้เจอนะครับ  และต้องหา ตัวจับพิษกำมะถัน ด้วยนะครับ
งานทดลองต่างๆคือ หัวใจของนักวิทยาศาสตร์ ครับ  ยินดีกับทุกท่านที่เป็นนักวิทยาศาตร์ ครับ  นี่แหละเกษตรกร รุ่นใหม่ อย่างพวกท่าน สุดยอดแล้วครับ 



เอาหล่ะครับท่านสมาชิกทั้งหลายช่วยกันหา สัดส่วน และตัวจับพิษกำมะถัน ด้วยนะครับเผื่อเราจะได้เพาะใช้กันเองบ้าง  ยิ้มเท่ห์


Liked By: konthain(นพ), , tean, TAWUN, s.dod
บันทึกการเข้า
KuruPSB
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #26 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2012, 08:31:37 AM »

สวัสดีครับ ยามเช้า

บันทึกการเข้า
karn.b
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


« ตอบ #27 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2012, 09:39:27 AM »

สงสัยต้องลองซื้อ ชุดเพาะเชื้อ 20 ลิตรมาลองดูละ ว่าส่วนประกอบของอาหารเลี้ยงมีอะไรบ้าง อัตราเท่าไหร่  ยิ้ม

ขออนุญาตนะครับคุณ KuruPSB



Liked By: fajung, tean, TAWUN, s.dod
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 19, 2012, 09:48:01 AM โดย karn.b » บันทึกการเข้า
soen
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


« ตอบ #28 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2012, 12:02:25 PM »

ผมขอถามด้วยครับ เท่าที่อ่านในกระทู้นี้และพยายามทำความเข้าใจ ผมเข้าใจว่า การที่จะผลิตหัวเชื้อ เจ้าจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงตัวนี้ จะต้องผ่านแล็ป เพื่อให้ได้หัวเชื้อที่บริสุทธิ์ หรือไม่ก็ต้องซื้อมาขยาย แต่อยากทราบว่า มันพอจะมีวิธีการผลิตแบบ บ้านๆ ที่สามารถทำไว้ใช้เองได้หรือเปล่าครับ โดยที่ไม่ต้องใด้หัวเชื้อบริสุทธิ์ แต่ก็สามารถนำมาใช้ได้ ประมาณว่า ใช้พืชนี้ผสมกับสารนั้น อัตราส่วน เท่านี้ หมักกี่ชั่วโมง ตากแดดกี่ชัั่วโมง อะไรทำนองนี้ครับ รบกวนผู้รู้ด้วยครับ ผมเองก็มือใหม่หัดทำเกษตรอินทรีย์ สนใจเรื่องนี้มากครับ ปีนี้ทำนาครั้งแรกในชีวิต ใช้เคมี+อินทรีย์ ต้นทุนก็ยังถือว่าสูงอยู่ ปีหน้าตั้งใจว่าจะทำอินทรีย์อย่างเดียวเลยสนใจมากเลยครับ
บันทึกการเข้า
mohock03
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1275


« ตอบ #29 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2012, 12:18:26 PM »

พี่ นพ นี่ ข้อมูลแน่น จริงๆ เลย 
เขาเรียกว่า"พหูสูตร"จ้า ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

ชอบแก้ไข
chamni
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 895


« ตอบ #30 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2012, 04:33:32 PM »

 จุมพิต


Liked By: TAWUN, s.dod
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9910


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #31 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2012, 06:11:42 PM »

ผมขอถามด้วยครับ เท่าที่อ่านในกระทู้นี้และพยายามทำความเข้าใจ ผมเข้าใจว่า การที่จะผลิตหัวเชื้อ เจ้าจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงตัวนี้ จะต้องผ่านแล็ป เพื่อให้ได้หัวเชื้อที่บริสุทธิ์ หรือไม่ก็ต้องซื้อมาขยาย แต่อยากทราบว่า มันพอจะมีวิธีการผลิตแบบ บ้านๆ ที่สามารถทำไว้ใช้เองได้หรือเปล่าครับ โดยที่ไม่ต้องใด้หัวเชื้อบริสุทธิ์ แต่ก็สามารถนำมาใช้ได้ ประมาณว่า ใช้พืชนี้ผสมกับสารนั้น อัตราส่วน เท่านี้ หมักกี่ชั่วโมง ตากแดดกี่ชัั่วโมง อะไรทำนองนี้ครับ รบกวนผู้รู้ด้วยครับ ผมเองก็มือใหม่หัดทำเกษตรอินทรีย์ สนใจเรื่องนี้มากครับ ปีนี้ทำนาครั้งแรกในชีวิต ใช้เคมี+อินทรีย์ ต้นทุนก็ยังถือว่าสูงอยู่ ปีหน้าตั้งใจว่าจะทำอินทรีย์อย่างเดียวเลยสนใจมากเลยครับ

เรื่องของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงแล้ว ยังถือว่าเป็นของใหม่ครับสำหรับวงการเกษตรของไทยเรา
ดูได้จากเวลาหาข้อมูลจาก google จะมีอยู่น้อยมาก ต่างกันกับ EM ซึ่งเข้ามาแพร่หลายกันในเมืองไทยมาหลายสิบปี จำได้ไหมครับสมัยก่อนตอนที่เรายังไม่ค่อยรู้จัก EM กันมากนัก การจะหมัก EM
ใช้เองต้องเป็นเรื่องยุ่งยาก อาหารสำหรับเลี้ยงเชื้อสัดส่วนที่ใช้ ก็ยังสับสนกันพอสมควร
แต่พอมีผู้คนได้หันมาสนใจใช้งานกันมากขึ้น ก็มีความรู้เรื่องของ EM พัฒนาไปมากขึ้นจนปัจจุบัน
แทบไม่ต้องซื้อหัวเชื้อเลยเพราะ ทำเองได้จากการหมักพืชผักและอินทรีย์วัตถุต่างๆ มีความเข้าใจ
ในเรื่องของจุลินทรีย์มากขึ้น มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับจุลินทรีย์ออกมามากขึ้น

เดี๋ยวพอจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมีการนำมาใช้และพัฒนาไป เดี๋ยวก็มีความรู้เรื่องพวกนี้มากขึ้นครับ
ณ.เวลานี้ ถ้าจะต้องซื้อมาลิตรละ 60 บาทใช้กับนาได้ 1 ไร่ผมก็ว่าไม่แพงพอรับได้
หรือซื้อชุดละ 400 บาทที่ขยายได้ 20 ลิตรชุดนึงเอามาทำนาได้ 20 ไร่ก็ยังคุ้มค่าอยู่ครับ
จะให้เรามาทดลองเก็บเชื้อจากธรรมชาติยังคงทำไม่ได้หรอกครับ และเราก็ไม่มีเครื่องมือ
ที่จะส่องกล้องและคัดแยกเชื้อได้นะครับ
เดี๋ยวพอความรู้เรื่องจุลินทรีย์สังเคระห์แสงแพร่หลายไปมากๆ เดี๋ยวก็จะมีความรู้และทำกันเอง
ได้มากขึ้น ซึ่งผมคนนึงละถ้าค้นพบวิธีการขยายเชื้อโดยใช้วัสดุท้องถิ่นได้ ผมเอามาเปิดเผยแน่นอนครับ

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
รับจ้างล้างรถ และแจกจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

 ยิงฟันยิ้ม
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ... 59   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: