ข่าว
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การทำปุ๋ยน้ำหมักปลาต้นทุนต่ำในระยะเวลาอันสั้นเพียง 7 – 10 วัน  (อ่าน 67563 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 345


« เมื่อ: ตุลาคม 06, 2012, 03:13:23 PM »

  
  ปัจจุบันผมใช้จุลินทรีย์ SM ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการย่อยสลายอินทรียวัตถุเป็นสารเร่งในการทำปุ๋ยน้ำหมักปลาซึ่งสามารถใช้เวลาเพียงแค่  7-10 วัน ก็นำไปใช้ได้แล้ว  จึงนำมาเผยแพร่เพื่อเป็นความรู้แก่เกษตรกรทั่วไป และเป็นทางเลือกในการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีต้นทุนต่ำครับ

การทำปุ๋ยน้ำหมักปลาในระยะเวลาอันสั้นเพียง 7-10 วัน ด้วยสารเร่งชีวภาพ SM
 
ส่วนผสมทั้งหมด
 1  สาร SM                         50   กรัม
 2  น้ำสะอาดประมาณ             160    ลิตร
 3  กากน้ำตาล                       8    ก.ก.
 4  รำละเอียด                        4    ก.ก.
 5  ปลาทั้งตัว                       20    ก.ก.
 6  สับปะรดฝานเป็นชิ้นๆ           4    ก.ก.
 
อุปกรณ์
1 ถังน้ำมีฝาปิดความจุ            200   ลิตร

วิธีทำ
ขั้นตอนที่ 1

 - นำรายการที่ 1 - 3 มาผสมในถังคนให้เข้ากันดังนี้
   1  สาร SM                          50 กรัม
   2  น้ำสะอาดประมาณ              80    ลิตร หรือประมาณ ครึ่งถัง
   3  กากน้ำตาล                       4    ก.ก.
 - นำรายการที่ 4 - 6 เทรวมลงในถังแล้วคนผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
   4  รำละเอียด                        4    ก.ก.
   5  ปลาสดทั้งตัว                    20    ก.ก.
   6  สับปะรดฝานเป็นชิ้นๆ            4     ก.ก.

 - ปิดฝาเพื่อไม่ให้แมลงวันลงไป
 - คนทุกวันๆละ 2 ครั้ง หมักไว้  7  วัน ซึ่งปลาจะถูกย่อยจนหมดแล้วจึงทำตาม
ขั้นตอนที่ 2 ดังนี้
   1 เติมกากน้ำตาลอีก 4 ก.ก.
   2 เติมน้ำสะอาดเพิ่มอีกจนเกือบเต็มถัง
   3 คนให้เข้ากัน ปิดฝา หมักต่ออีก 3 วัน เป็นอันใช้ได้


ข้อสังเกต

   หลังการหมัก ปลาจะถูกย่อยจนละเอียดหมด  ส่วนสับปะรดคงเหลือเป็นชิ้นๆ

การเก็บรักษา
   1 กรองน้ำหมักปลาแล้วเก็บไว้ในถังแบบเดิมที่มีฝาปิดมิดชิด
   2 กรองน้ำหมักปลาแล้วบรรจุใส่แกลลอนขนาดจุ 20 หรือ 5 ลิตร แล้วแต่สะดวก

วิธีใช้
ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM
  - ปุ๋ยน้ำหมัก             1 ลิตร
  - น้ำสะอาด          100 ลิตร
  - กากน้ำตาล           1  ก.ก.
 ผสมให้เข้ากันใช้รด ราด ฉีด พ่น กับพืช ทุกชนิดเช่น ข้าว พืชผักสวนครัว ไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ผล ยางพารา กล้วยไม้ สนามหญ้า

ประโยชน์
 - ธาตุอาหารครบทั้ง 16 ธาตุ  กรดฮิวมิก กรดอินทรีย์ ฮอร์โมนพืช และ เอนไซม์
 - จุลินทรีย์ช่วยเปลี่ยนรูปธาตุอาหารให้พืชดูดกินได้เร็วขึ้นและช่วยปรับปรุงดินโดยกิจกรรมของจุลินทรีย์

ข้อแนะนำ
ควรเก็บไว้ในที่ร่ม  อุณหภูมิปกติ

สนใจเอกสารข้อมูลและคำปรึกษาเพิ่มเติม
: Tel 089-815-9559
: Email: ionic_yuth2@hotmail.com

หรือ http://www.cw-sm.com/3001.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 01, 2013, 07:36:08 PM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า

ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 345


« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2012, 03:36:06 PM »

สารเร่งชีวภาพ SM ( จุลินทรีย์SM )  คือการรวมกลุ่มจุลินทรีย์ธรรมชาติในประเทศไทย (Microbial Collaboration ) ซึ่งประกอบจุลินทรีย์หลัก 3 กลุ่ม คือ
    -  แบคทีเรีย ( Bacteria)
    -  รา (Fungi)     
    -  แอคติโนมัยซิท (Actinomycetes) 

เป็นกลุ่มจุลินทรีย์มีประสิทธิภาพสูงมากในการย่อยสลายอินทรียวัตถุ  และเมื่อให้อาหารจุลินทรีย์ที่เป็นคาร์บอนจากกากน้ำตาล ( Mollases ) (คือการขยายเชื้อจุลินทรีย์นั่นเอง ) จุลินทรีย์กลุ่มนี้ก็จะสามารถแบ่งเซลล์ขยายตัวได้อย่างรวดเร็วในปริมาณที่สูงมากและมีความแข็งแรง ดังนั้นเมื่อเรานำเชื้อจุลินทรีย์กลุ่มนี้มาใช้ในการหมักปลาในส่วนผสมที่แนะนำไว้เบื้องต้น ซึ่งจะมีสภาวะที่เหมาะสมที่สุดกับการทำงานของจุลินทรีย์  จึงทำให้ปลาที่นำมาหมักถูกจุลินทรีย์ย่อยสลายอย่างรวดเร็วได้ภายใน 7-10 วัน และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ในกระบวนการหมักปลาไม่เกิดกลิ่นเหม็นเน่า กลุ่มจุลินทรีย์ที่รับบทพระเอกก็คือ แบคทีเรีย( Bacteria) กลุ่ม Bacillus sp. ครับ
ปัจจัยที่สองก็คือ เชื้อจุลินทรีย์ธรรมชาติจากสับปะรดที่เป็นส่วนผสมที่แนะนำ  ก็ เป็นจุลินทรีย์กลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตกรดแลคติก คือ กลุ่ม Lactobacillus sp. ที่มีความสามารถในการย่อยสลายในน้ำหรือที่ที่ไม่มีออกซิเจน จุลินทรีย์กลุ่มนี้จะผลิตกรดอินทรีย์ที่ช่วยกำจัดจุลินทรีย์ที่ผลิตก๊าซไข่เน่า (H2S )ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดกลิ่นเหม็นนั่นเอง  จึงทำให้ไม่เกิดกลิ่นเหม็นมากในระหว่างกระบวนการหมัก นอกจากนี้จุลินทรีย์กลุ่มนึ้ยังช่วยลดจำนวนจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของโรคพืช และมีความสามารถในการสร้างสารปฏิชีวนะออกมาทำลายโรคพืชบางชนิดด้วย

                 ดูซิครับจุลินทรีย์ธรรมชาติของไทยแท้ๆ หาก็ง่ายประโยชน์ก็เยอะ
                      อยู่ที่เราขยันเรียนรู้และค้นคว้าก็จะประสบความสำเร็จได้

เทคนิคเพิ่มเติมครับ
     นอกจากการใช้จุลินทรีย์ SM หมักเพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นเหม็นแล้ว เรายังสารมารถใช้สารอนินทรีย์ พวกแร่ภูเขาไฟมาช่วยดับกลิ่นในกระบวนการหมักได้อีกด้วย คือ แร่สเม็คไทต์และไคลน็อพติโลไลต์ โดยใส่ไปในถังหมักพร้อมกันตอนแรกเลย นอกจากช่วยดับกลิ่นแล้วยังได้ธาตุอาหารพืชเพิ่มอีกด้วย ดีไหมครับ
: การขยายเชื้อจุลินทรีย์ควรใช้กากน้ำตาล( Mollases )ซึ่งมีปริมาณคาร์บอนสูง  จะสามารถขยายเชื้อจุลินทรีย์ได้ในปริมาณที่มาก รวดเร็วและมีราคาต้นทุนที่ถูก

: คำว่า สารเร่งชีวภาพ ก็คือกลุ่มจุลินทรีย์ที่เรานำมาใช้เพื่อเร่งระยะเวลาการหมักปุ๋ย โดยเทคนิคการเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ให้ได้จำนวนมากๆพร้อมทั้งอาศัยกิจกรรมของจุลินทรีย์จำนวนมากๆนั้นย่อยสลายปลา เพราะฉะนั้นถ้าเราใช้กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการย่อยสลายอินทรียวัตถุและมีความสามารถในการขยายตัวอย่างรวดเร็วและแข็งแรงแล้ว เราก็จะสามารถหมักปุ๋ยปลาได้ในระยะเวลาอันสั้น
 
: กากน้ำตาล รำละเอียดและปลาล้วนเป็นอาหารของจุลินทรีย์ทั้งนั้น จุลินทรีย์ที่แบ่งเซลล์ขยายตัวเป็นจำนวนมากหลายล้านล้านเซลล์จะปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยเนื้อปลาและกระดูกก้างปลาได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น

: การใช้ปลาสดสดในการหมักปุ๋ยน้ำหมักปลา จะทำให้ได้ปุ๋ยน้ำที่สด สะอาด มีธาตุอาหารและฮอร์โมนพืชสูง ไม่มีเชื้อโรคพืชเจือปน พร้อมทั้งไม่มีกลิ่นเหม็นอีกด้วย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 13, 2012, 12:55:15 AM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 345


« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2012, 03:36:35 PM »

ปุ๋ยน้ำหมักปลาที่หมักโดยจุลินทรีย์ SM เป็นทั้งปุ๋ยอินทรีย์น้ำและปุ๋ยชีวภาพ

 เป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำ เพราะ
: ให้ธาตุอาหารพืชครบ16 ธาตุ
: มีฮอร์โมนพืช เร่งการเจริญเติบโตของพืช
: มีกรดอินทรีย์ที่มีประโยขน์หลายชนิด

เป็นปุ๋ยชีวภาพ เพราะ
: มีกลุ่มจุลินทรีย์หลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อพืชและดิน
  กลุ่มฺแบคทึเรีย เช่น Bacillus sp. ช่วยย่อยสลายฟอสเฟตในดิน  ย่อยสลายอินทรียวัตถุในดินให้เปลี่ยนรูปเป็นธาตุอาหารพืช ช่วยปรับค่าpHของดินให้เป็นกลางและรักษาไม่ให้เปลี่ยนแปลงมากนักด้วยกิจกรรมชีวเคมีของจุลินทรีย์
  กลุ่มรา เช่น Trichoderma sp ช่วยป้องกันเชื้อราที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคพืชเข่นโรครากเน่า โคนเน่า ที่เกิดจากการที่ดินเป็นกรดสูงเนื่องจากการใช้แต่ปุ๋ยเคมีอย่างเดียว
 กลุ่มแอคติโนมันซิส เช่น Streptomyces sp. มีความสามารถในการสร้างสารปฏิชีวนะออกมายับยั้งหรือทำลายเชื้อโรคพืช

  ดังนั้นปุ๋ยหมักปลาจึงเป็นปุ๋ยที่มีประโยชน์ทั้งต่อพืชและดินมาก ทางสหรัฐอเมริกาถือว่าปุ๋ยน้ำหมักปลาเป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่ดีที่สุดและเกษตรกรนิยมใช้มากที่สุด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 13, 2012, 12:55:54 AM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 345


« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2012, 03:37:28 PM »

ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพปลา SM  (Bio Fish Amino Fertilizer) คือ ปุ๋ยอินทรีย์น้ำและปุ๋ยชีวภาพ

ประโยชน์และคุณสมบัติของปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพปลา  คือ


1 ธาตุอาหารพืช ( Plant Elements ) ครบทั้ง 16 ธาตุ

-ธาตุอาหารหลัก (Macro Elements)
-ไนโตรเจน                      N
-ฟอสฟอรัส                        P
-โพแทสเซียม                     K
-แคลเซียม                        Ca
-แมกนีเซียม                      Mg
-กำมะถัน                         S
-จุลธาตุ  (Micro Elements)
-เหล็ก                            Fe
-แมงกานีส                       Mn
-ทองแดง                        Cu
-สังกะสี                          Zn
-โบรอน                          B
-โมลิบดินั่ม                    Mo
-คลอรีน                         Cl

2  กรดฮิวมิก ( Humic Acid )

    มีความสำคัญในการเร่งอัตราการเจริญ เติบโตของรากและลำต้นพืชได้ดี
        - กรดอินทรีย์ (Organic Acid)
        - กรดอะซิติก (Acetic Acid)
        - กรดแลคติก (Lactic Acid)

    ประโยชน์
        - เป็นแหล่งอาหารของจุลินทรีย์
        - ช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดการเน่าเสีย 
          และจุลินทรีย์ที่ก่อโรคบางชนิด
        - ยับยั้งการเกิดกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่เปลี่ยนรูปไนโตรเจนเป็น
          แอมโมเนีย (NH3) ซึ่งสูญเสียไปได้ง่ายจากการระเหย
         - ช่วยละลายสารประกอบอนินทรีย์ของแร่ธาตุบางชนิดให้อยู่ในรูป     
           ที่เป็นประโยชน์ต่อพืชได้


3  กรดอะมิโน ( Amino Acid )

          - กรดอะมิโน ให้ธาตุไนโตรเจน ( N ) เร่งการเจริญเติบโตของพืช
          - น้ำหมักปลามีองค์ประกอบหลักคือกรดอะมิโน ซึ่งสามารถจับกับ   
           ธาตุอาหารพืชและเปลี่ยนรูปเป็นอะมิโนคีแลต ซึ่งพืชสามารถดูด
             ซึมไปใช้ได้ดีกว่าการใช้ปุ๋ยในรูปเกลือธรรมดา ส่งผลให้ช่อดอก
            ของพืชมีความยาวช่อเพิ่มขึ้น จำนวนดอกและการแตกยอดใหม่
            ของพืชเพิ่มขึ้น
          - กรดอะมิโนช่วยผลิตฮอร์โมนพืชในกลุ่มออกซินได้
       
4 ฮอร์โมนพืช (Plant Hormone)

    - ออกซิน (Auxin) มีผลในการเพิ่มการขยายตัวของเซลล์ กระตุ้นการ
      แบ่งเซลล์ เพิ่มการเกิดราก การเจริญของรากและลำต้น เพิ่มการออก       
      ดอก เปลี่ยนเพศดอก เพิ่มการติดผลดีขึ้น กระตุ้นการสุกของผล และ   
      เพิ่มกิจกรรมเอนไซม์
    - จิบเบอร์เรลลิน (Gibberellin) มีผลในการกระตุ้นการยืดตัวของ
      เซลล์พืชในทางยาว ทำให้ลำต้นยืดตัวมากขึ้น กระตุ้นการแบ่งตัวของ 
      เซลล์    ชักนำให้เกิดการงอกของเมล็ดพืช เร่งการออกดอก ยืดช่อ 
      ดอกเปลี่ยนเพศดอก เพิ่มการติดผล พัฒนาการเกิดตาข้าง
    - ไซโตไคนิน (Cytokinin) มีผลในการกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์
       การเจริญทางด้านลำต้น กระตุ้นการเจริญของตาข้างให้เจริญเป็นกิ่ง
       แขนง เพิ่มอัตราการเกิดกระบวนการสังเคราะห์แสง ป้องกัน
       คลอโรฟิลล์ให้ถูกทำลายช้าลง ทำให้ใบพืชเขียวนานและร่วงหล่นช้า

5  เอนไซม์ (Enzyme)

     - เซลลูเลส (Cellulase)
     - ฟอสฟาเทส (Phosphatase)                                                                                                 
       ช่วยย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ให้มีขนาดโมเลกุลเล็กลง เพื่อให้พืช
       นำไปใช้ประโยชน์ได้ต่อไป
 
6  สารเปิดปากใบ

       ทำให้การให้ปุ๋ยธาตุอาหารพืชทางใบได้ผลรวดเร็วยิ่งขึ้นเพราะพืช
       สามารถดูดซึมธาตุอาหารทางปากใบได้ทันที

7  จุลินทรีย์  SM  ( Super Microbes )
   
  -  กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการย่อยสลายเซลลูโลส หรือเศษ
     พืช (Cellulolytic Microorganism) ประกอบไปด้วยแบคทีเรีย   
     (Bacteria) รา(Fungi) และ แอคติโนมัยซิท (Actinomycetes) ซึ่ง
     จุลินทรีย์กลุ่มนี้จะปล่อยเอนไซม์ (Enzymes) ออกมาย่อยสลายเศษ
     พืชและซากสัตว์
  -  กลุ่มจุลินทรีย์ที่ละลายฟอสเฟตและธาตุอาหารพืชอื่นๆให้อยู่ในรูปที่
     พืชดูดกินได้ทันที 
  -  กลุ่มจุลินทรีย์ที่สามารถสร้างฮอร์โมนซึ่งเป็นสารกระตุ้นการ
     เจริญเติบโตของพืช เช่นออกซิน(Auxin) จิบเบอร์เรลลิน
     (Gibberellin) และไซโตไคนิน (Cytokinin) สามารถช่วยส่งเสริมการ
     เจริญเติบโตของพืช
  -  กลุ่มจุลินทรีย์ที่ผลิตสารปฎิชีวนะที่ป้องกันและทำลายโรคพืชเช่นเชื้อรา
  -  กลุ่มจุลินทรีย์ที่สามารถย่อยสลายสารพิษและสารปนเปื้อนในดิน เช่น
     สารหนู แคดเมียม ตะกั่วและปรอท เป็นต้น
  -  กลุ่มจุลินทรีย์ที่เป็นกลุ่มหลักในกิจกรรมชีวเคมีของ
  - วัฏจักรคาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน
  - วัฏจักรไนโตรเจน
  - วัฏจักรฟอสฟอรัส
  - วัฏจักรซัลเฟอร์ 
  - การเปลี่ยนแปลงและการหมุนเวียนเหล็ก

8  ปรับปรุงโครงสร้างดิน

     กิจกรรมของจุลินทรีย์ช่วยในการปรับปรุงดินให้มีโครงสร้างดี มีลักษณะ
     ร่วนซุยและมีการระบายน้ำและอากาศดี ทำให้ดินมีความสามารถดูดซับ
     น้ำและธาตุอาหารพืชสูงขึ้นและช่วยรักษาสภาพความเป็นกรด-ด่างของ
     ดิน (ค่า PH) ให้มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย

 9 อื่นๆ


      น้ำหมักปลาประกอบด้วยโปรตีน (กรดอะมิโน) คาร์โบไฮเดรต ไขมัน
      และเกลือแร่ชนิดต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งสารอาหารที่สำคัญของจุลินทรีย์   
      ดังนั้นในการใส่น้ำหมักจากปลาลงดิน จะส่งเสริมให้จุลินทรีย์มีการ
      เจริญเติบโตและเกิดกิจกรรมในดินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดการย่อยสลาย
      เศษพืชและซากสัตว์ได้เร็วขึ้น และยังทำให้มีการปลดปล่อยธาตุ
      อาหารที่มีประโยชน์ต่อพืชมากยิ่งขึ้นด้วย


การนำไปใช้

       - ใช้เป็นปุ๋ยน้ำเพื่อให้ธาตุอาหารแก่พืชทุกชนิด
       - ใช้ในการผลิตปุ๋ยหมักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของปุ๋ยในเรื่องของธาตุ
         อาหารพืช

วิธีการใช้

       -  ปุ๋ยน้ำ
             ใช้ในอัตราส่วน 1/100  โดย    รด ราด ฉีด พ่น กับพืชทุกชนิด

              ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพปลา SM 
                 Bio Fish Amino Fertilizer

     
             วิธีใช้      -   ปุ๋ยน้ำหมัก                        1        ลิตร                 
                        -   น้ำสะอาด                      100        ลิตร                   
                        -   กากน้ำตาล                       1         ก.ก.   
                                 
             ผสมให้เข้ากันใช้รด ราด ฉีด พ่น กับพืชทุกชนิด เช่น  ข้าว พืชไร่   
             พืชผักสวนครัว  ไม้ดอก  ไม้ประดับ   ไม้ผล ยางพารา กล้วยไม้  สนามหญ้า 
                               
             ประโยชน์   
             -   ธาตุอาหารครบทั้ง 16 ธาตุ กรดฮิวมิก กรดอินทรีย์  ฮอร์โมนพืช
                 และเอนไซม์               
             -  ช่วยควบคุมโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา                                       
             -  ช่วยเปลี่ยนรูปธาตุอาหารให้พืชดูดกินได้เร็วขึ้น                       
                 และช่วยปรับปรุงดิน  โดยกิจกรรมของจุลินทรีย์ 
ข้อแนะนำ       ควรเก็บไว้ในที่ร่ม  อุณหภูมิปกติ 

ว้าว มาดูต้นทุนนะครับ ว่าเป็นอย่างไร

ต้นทุนการผลิตปุ๋ยหมักปลา
ตาราง1     ต้นทุนการผลิต
   ปุ๋ยหมักปลา                 จำนวน         หน่วย       รวม(บาท)     
1   สาร SM                    50 g         100         100
2  น้ำสะอาด                  200 L                       
3   กากน้ำตาล                  8 kg          10          80
4   รำละเอียด                  4 Kg          10          40
5   เศษปลา                   20 kg          10         200                         
6   สับปะรด                    4 kg           5           20   

รวมทั้งหมด ได้ 200 ลิตร         


                     =440/200= 2.20 บาท ต่อ ลิตร

ต้นทุนตกลิตรล่ะ 2.2 บาท สามารถลดต้นทุนในการซื้อปุ๋ยน้ำได้อย่างมากเลยครับ


Liked By: pichitpong.lu, kwan-28
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 13, 2012, 01:01:44 AM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 345


« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2012, 03:38:08 PM »

ปุ๋ยน้ำหมักปลากับการปลูกผักและพืชสวนครัว

การใช้ปุ๋ยน้ำหมักปลาที่หมักด้วยจุลินทรีย์ SM

วิธีใช้    -   ปุ๋ยน้ำหมักปลา                         2        ลิตร                 
           -   น้ำสะอาด                           100        ลิตร                   
           -   กากน้ำตาล                            1         ก.ก.   
ผสมให้เข้ากันในถัง ใช้รด ราด ฉีด พ่น กับพืชทุกชนิด
 
1 .ใช้ในการเตรียมดินปลูก  เราใส่ปุ๋ยหมักที่ได้มาตรฐานชนิดผง ตารางเมตรละ 1 กิโลกรัม แล้ว รด หรือฉีดพ่นด้วยปุ๋ยน้ำหมักปลา แล้วลงมิอปลูกผักได้เลย
   ประโยชน์
-   จุลินทรีย์ SM ในปุ๋ยน้ำหมักปลา จะช่วยย่อยสลายเปลี่ยนรูปธาตุอาหารในดิน ในปุ๋ยหมักให้ผักดูดกินได้ทันที ผักจะโตเร็ว
-   จุลินทรีย์ SM จะช่วยรักษาค่าpHของดินให้เป็นกลางและไม่ให้เปลี่ยนแปลงมากนัก ความเป็นกรดอาจมาจากฝน หรือน้ำที่ใช้รดผัก
-   จุลินทรีย์ SM ช่วยควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อโรคพืช เช่น โรครากเน่า โคนเน่า


2  ใช้รด ราด ฉีด พ่น ทุกๆ 7  วัน เพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้กับผักครับ

การปลูกผักใช้เวลาประมาณ 1 เดือนก็เก็บเกี่ยวไดแล้ว ลองศึกษาและทดลองทำปุ๋ยน้ำหมักปลาSM ใช้เองดูครับ จะเห็นว่าการปลูกผักให้โตไวและเขียวสดนั้นง่ายมาก อาจจะปลูกกินเองที่บ้านหรือปลูกขายก็ได้นะครับ


ผลงานการใช้จุลินทรีย์SM ที่ CLEAN FARM ฟาร์มปลูกผักด้วยดินบนแคร่ในโรงเรือน จ. สระบุรี

ซึ่งเป็นฟาร์มปลูกผักอินทรีย์ 100 %







Liked By: Backjack21, kwan-28
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 13, 2012, 01:35:09 AM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 345


« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2012, 03:38:43 PM »

การใช้ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM กับนาข้าว

การให้ปุ๋ยน้ำหมักปลากับนาพื้นที่ 1 ไร่
 รายการ                                                           ปุ๋ยหมักปลา
การเตรียมดิน                                                       10  ลิตร
ข้าวอายุ       15  วัน                                               5   ลิตร
ข้าวอายุ       30  วัน                                               5   ลิตร
ข้าวอายุ       45 วัน                                                5   ลิตร
ข้าวตั้งท้อง  60  วัน                                                 5   ลิตร
ข้าวอายุ       70 วัน                                                5   ลิตร

การผสมปุ๋ยน้ำหมักปลาเพื่อเตรียมดินก่อนปลูกข้าว
ส่วนผสม
1 ปุ๋ยน้ำหมักปลา                10      ลิตร
2 กากน้ำตาล                      2      ก.ก.
3 น้ำสะอาด                     200     ลิตร
นำรายการ 1-3 ผสมให้เข้ากันใช้ฉีดพ่นลงดิน พื้นที่ 1 ไร่

การผสมปุ๋ยน้ำหมักปลาเพื่อฉีดพ่นข้าว
ส่วนผสม
1 ปุ๋ยน้ำหมักปลา                    5     ลิตร
2 กากน้ำตาล                       1     ก.ก.
3 น้ำสะอาด                      100    ลิตร
นำรายการ 1-3 ผสมให้เข้ากันใช้ฉีดพ่นทั้งต้นข้าวและลงดิน พื้นที่ 1 ไร่

ข้าวอินทรีย์สำหรับทำพันธุ์ ปลูกด้วยปุ๋ยหมักSM และ ปุ๋ยน้ำหมักปลา  SM ครับ ข้าวสุพรรณ1 ผลผลิตเฉลี่ย  127 ถังต่อไร่








Liked By: Backjack21, kwan-28
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 13, 2012, 01:05:01 AM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 345


« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2012, 03:39:16 PM »


ข้อแนะนำ : การใช้ปุ๋ยหมักปลากับยางพารา

-   ควรใช้ควบคู่ไปกับปุ๋ยอินทรีย์มาตรฐานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร
หรือปุ๋ยเคมีก็ได้ จะเป็นการเพิ่มเติมอาหารธาตุให้กับต้นยาง
-   การใช้ปุ๋ยหมักปลาควรใช้ฉีดพ่นหรือรดทั้งต้น หน้าใบ
และใต้ใบพร้อมทั้งฉีดพ่นลงดินรอบโคนต้นด้วย ทุกๆ 10 วัน
ต้นยางจะโตเร็วมาก ใหญ่และแข็งแรง เพราะได้ธาตุอาหารครบ
รวมทั้งฮอร์โมนพืชอีกด้วย
-   การใช้ปุ๋ยหมักปลาฉีดพ่นต้นยาง และหน้ายาง
จะช่วยป้องกันและควบคุมเชื้อโรคที่เกิดจากเชื้อราต่างๆ
ช่วยให้ยางผลิตและสะสมน้ำยางได้มากขึ้น
ช่วยให้ต้นยางสร้างเซลล์ใหม่และเปลือกหุ้มต้นได้เร็วขึ้น
และยังช่วยป้องกันโรคเปลือกแข็งอีกด้วย


Liked By: kwan-28
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 13, 2012, 01:05:30 AM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
teerapat2012
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 740


กิ่งผักหวานบ้าน ไร่ธีระ


« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2012, 09:36:40 AM »

วิธีใช้
ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM
  - ปุ๋ยน้ำหมัก             1 ลิตร
  - น้ำสะอาด          100 ลิตร
  - กากน้ำตาล           1  ก.ก.

ก่อนใช้ต้องผสมกับกาก น้ำอีก1 กก. ไม่ใส่ กากน้ำตาลได้ไหมครับ


Liked By: kwan-28
บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 345


« ตอบ #8 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2012, 03:06:15 PM »

วิธีใช้
ปุ๋ยน้ำหมักปลา SM
  - ปุ๋ยน้ำหมัก             1 ลิตร
  - น้ำสะอาด          100 ลิตร
  - กากน้ำตาล           1  ก.ก.

ก่อนใช้ต้องผสมกับกาก น้ำอีก1 กก. ไม่ใส่ กากน้ำตาลได้ไหมครับ

ได้ครับ

แต่ที่แนะนำให้ใส่กากน้ำตาลตอนนำไปใช้เพราะปุ๋ยน้ำหมักปลาที่หมักด้วยจุลินทรีย์ SM เป็นปุ๋ยชีวภาพด้วย
การให้กากน้ำตาลเป็นการเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ับพืชให้ทำงานได้เร็วขึ้น เช่น
การปรับปรุงดิน
การปรับค่าpH ของดินให้เป็นกลางตลอดเวลา
การเปลี่ยนรูปธาตุอาหารพืชที่มีอยู่ในดินให้พืชใช้ได้ทันที
การป้องกันเชื้อราโรครากเน่าโคนเน่า เพลี้ยแป้ง เป็นต้น
และยังได้ธาตุอาหารพืชเพิ่มเติมขึ้นจากกากน้ำตาลครับ

ต้นทุนการใช้คงไม่เพิ่มขึ้นเท่ไหร่ แต่ประโยชน์ที่จะได้รับมีมากมายครับ



Liked By: kwan-28
บันทึกการเข้า
teerapat2012
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 740


กิ่งผักหวานบ้าน ไร่ธีระ


« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2012, 06:18:27 PM »

มี1คำถามครับ
ปุ๋ยน้ำหมัก  สามารถเก็บได้กี่เดือนครับ

--เช็คราคา ส่วนผสมมาให้สมาชิก--

 ปุ๋ยหมักปลา                 จำนวน       หน่วย       รวม(บาท)     ต่อลิตร
1   สาร SM+ค่าส่ง             50g          137      137
2 น้ำสะอาด                     160L                       
3   กากน้ำตาล               8 kg            10       80
4   รำละเอียด                4Kg             15       60
5  ปลาทั้งตัวสด               20kg          30      600                     
6   สับปะรด                   4 kg           15        60 

รวม  937 บาท
937/160=6 บาทต่อลิตร

รวมเวลานำไปใช้ต้องผสมกากน้ำตาล ทุก1 ลิตร  ผลิตได้160 ลิตร รวมเป็นเงิน 1600 บาท
(ต้นทุนก่อนนำไปใช้) 5.9+(กากน้ำตาล)10=16 บาทต่อลิตร
 


Liked By: ionicyuth
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 08, 2012, 06:42:26 PM โดย teerapat2012 » บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 345


« ตอบ #10 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2012, 08:18:55 PM »

มี1คำถามครับ
ปุ๋ยน้ำหมัก  สามารถเก็บได้กี่เดือนครับ

--เช็คราคา ส่วนผสมมาให้สมาชิก--

 ปุ๋ยหมักปลา                 จำนวน       หน่วย       รวม(บาท)     ต่อลิตร
1   สาร SM+ค่าส่ง             50g          137      137
2 น้ำสะอาด                     160L                       
3   กากน้ำตาล               8 kg            10       80
4   รำละเอียด                4Kg             15       60
5  ปลาทั้งตัวสด               20kg          30      600                     
6   สับปะรด                   4 kg           15        60 

รวม  937 บาท
937/160=6 บาทต่อลิตร

รวมเวลานำไปใช้ต้องผสมกากน้ำตาล ทุก1 ลิตร  ผลิตได้160 ลิตร รวมเป็นเงิน 1600 บาท
(ต้นทุนก่อนนำไปใช้) 5.9+(กากน้ำตาล)10=16 บาทต่อลิตร
 


ขอบคุณครับ

ต้นทุนวัตถุดิบจะแตกต่างกันไปแล้วแต่พื้นที่ครับ

ตามสูตรที่ให้ไว้ เราใชถัง 200 ลิตร หลังจากหมักเสร็จเราควรจะไดปุ๋ยน้ำหมัก ปะมาณเกือบ 200 ลิตรครับ

เมื่อปุ๋ยหมักปลาย่อยสลายอย่างสมบูรณ์แล้ว ให้กรองเอากากออกให้หมดคงเหลือแต่น้ำหมัก แนะนำให้กรอกใส่แกลลอนที่มีผาปิดมิอมิดชิด เช่น แกลลอนขนาด 20  ลิตร หรือถังหมักขนาดจุ 50 -100 ลิตร สามารถเก็บไว้ได้เป็นปีครับ



Liked By: Gift39, kwan-28
บันทึกการเข้า
teerapat2012
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 740


กิ่งผักหวานบ้าน ไร่ธีระ


« ตอบ #11 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2012, 06:38:53 AM »

มี1คำถามครับ
ปุ๋ยน้ำหมัก  สามารถเก็บได้กี่เดือนครับ

--เช็คราคา ส่วนผสมมาให้สมาชิก--

 ปุ๋ยหมักปลา                 จำนวน       หน่วย       รวม(บาท)     ต่อลิตร
1   สาร SM+ค่าส่ง             50g          137      137
2 น้ำสะอาด                     160L                       
3   กากน้ำตาล               8 kg            10       80
4   รำละเอียด                4Kg             15       60
5  ปลาทั้งตัวสด               20kg          30      600                     
6   สับปะรด                   4 kg           15        60 

รวม  937 บาท
937/160=6 บาทต่อลิตร

รวมเวลานำไปใช้ต้องผสมกากน้ำตาล ทุก1 ลิตร  ผลิตได้160 ลิตร รวมเป็นเงิน 1600 บาท
(ต้นทุนก่อนนำไปใช้) 5.9+(กากน้ำตาล)10=16 บาทต่อลิตร
 


ขอบคุณครับ

ต้นทุนวัตถุดิบจะแตกต่างกันไปแล้วแต่พื้นที่ครับ

ตามสูตรที่ให้ไว้ เราใชถัง 200 ลิตร หลังจากหมักเสร็จเราควรจะไดปุ๋ยน้ำหมัก ปะมาณเกือบ 200 ลิตรครับ

เมื่อปุ๋ยหมักปลาย่อยสลายอย่างสมบูรณ์แล้ว ให้กรองเอากากออกให้หมดคงเหลือแต่น้ำหมัก แนะนำให้กรอกใส่แกลลอนที่มีผาปิดมิอมิดชิด เช่น แกลลอนขนาด 20  ลิตร หรือถังหมักขนาดจุ 50 -100 ลิตร สามารถเก็บไว้ได้เป็นปีครับ


เห็นข้างซองบอก 1เดือน เลย งง  *****ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 345


« ตอบ #12 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2012, 12:11:54 PM »

มี1คำถามครับ
ปุ๋ยน้ำหมัก  สามารถเก็บได้กี่เดือนครับ

--เช็คราคา ส่วนผสมมาให้สมาชิก--

 ปุ๋ยหมักปลา                 จำนวน       หน่วย       รวม(บาท)     ต่อลิตร
1   สาร SM+ค่าส่ง             50g          137      137
2 น้ำสะอาด                     160L                       
3   กากน้ำตาล               8 kg            10       80
4   รำละเอียด                4Kg             15       60
5  ปลาทั้งตัวสด               20kg          30      600                     
6   สับปะรด                   4 kg           15        60 

รวม  937 บาท
937/160=6 บาทต่อลิตร

รวมเวลานำไปใช้ต้องผสมกากน้ำตาล ทุก1 ลิตร  ผลิตได้160 ลิตร รวมเป็นเงิน 1600 บาท
(ต้นทุนก่อนนำไปใช้) 5.9+(กากน้ำตาล)10=16 บาทต่อลิตร
 


ขอบคุณครับ

ต้นทุนวัตถุดิบจะแตกต่างกันไปแล้วแต่พื้นที่ครับ

ตามสูตรที่ให้ไว้ เราใชถัง 200 ลิตร หลังจากหมักเสร็จเราควรจะไดปุ๋ยน้ำหมัก ปะมาณเกือบ 200 ลิตรครับ

เมื่อปุ๋ยหมักปลาย่อยสลายอย่างสมบูรณ์แล้ว ให้กรองเอากากออกให้หมดคงเหลือแต่น้ำหมัก แนะนำให้กรอกใส่แกลลอนที่มีผาปิดมิอมิดชิด เช่น แกลลอนขนาด 20  ลิตร หรือถังหมักขนาดจุ 50 -100 ลิตร สามารถเก็บไว้ได้เป็นปีครับ


เห็นข้างซองบอก 1เดือน เลย งง  *****ขอบคุณครับ

การใช้สารเร่งชีวภาพ Sm  สำหรับทำปุ๋ยอินทรีย์
1 ในการทำปุ๋ยหมักผง เราจะต้องขยายเชื้อจุลินทรีย์ก่อนเป็นจุลินทรีย์แบบน้ำแล้วนำไปใช้ทำปุ๋ยหมัก ซึ่ง 1  ซอง 50 กรัมสามารถขยายเป็นจุลินทรีย์น้ำได้  200 ลิตร เราใช้จุลินทรีย์น้ำ  20 ลิตรต่อการทำปุ๋ยหมัก 1 ตัน เพราะฉะนั้น 1 ซองเราจะทำปุ๋ยหมักได้ 10 ต้นครับ ข้อแนะนำคือให้ได้จุลินทรีย์Sm ที่เราขยายเป็นแบบน้ำแล้วภายใน 1  เดือน เพราะจุลินทรีย์จะมีเป็นจำนวนมากและแข็งแรงอยู่ ควรใช้หมักปุ๋ยภายใน 1 ครับ
2 การทำปุ๋ยอินทรียฺน้ำหรืกปุ๋ยหมักปลา ใช้จุลินทรีย์ผงทั้งซอง 50 กรัมทำปุ๋ยนำ้หมักปลาได้ 200 ลิตร ครับ

รายละเอียดต่างๆจะมีอยู่ในคู่มือการใช้สารเร่งชีวภาพ SM ในอุตสาหกรรมการทำปุ๋ยอินทรีย์มาตรฐานครับ
บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 345


« ตอบ #13 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2012, 12:51:35 AM »


ตัวอย่างการทำปุ๋ยน้ำหมักปลาด้วยจุลินทรีย์ SM
รูปงานของคุณ Evefie นักศึกษาทำรายงานเรื่องเกษตรอินทรีย์ครับ ใช้เวลาหมักแค่  7 วันครับ

ส่วนผสม
1 สารSM           25  กรัม
2 น้ำ                10  ลิตร
3 กากน้ำตาล        ½  ก.ก.
4 ปลา               1  ก.ก.
5 สับปะรดสับ       ½ ก.ก.





ปลา



ใส่สับปะรดสับ



ใส่รำ



ใส่กากน้ำตาล



สารเร่งSM



ใส่น้ำสะอาด 10 ลิตรแล้วคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน







การหมักผ่านไป  1 วัน





การหมักผ่านไป 2 วัน





การหมักผ่านไป 3 วัน





การหมักผ่านไป 4 วัน ปลาถูกย่อยเกือบหมดแล้ว





การหมักผ่านไป 5 วัน ปลาถูกย่อยหมดแล้ว



การหมักผ่านไป 6 วัน



กรองน้ำหมักปลา





ใฃ้สารบำรุงดินSMปรับค่าpH





วัดค่า pH อยู่ที่ 6.8 เกือบเป็นกลาง




กรองปุ๋ยน้ำหมักปลาอีกครั้ง



บรรจุใส่แกลลอนเพื่อนำไปใช้



Liked By: kwan-28
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 13, 2012, 01:06:49 AM โดย ionicyuth » บันทึกการเข้า
teerapat2012
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 740


กิ่งผักหวานบ้าน ไร่ธีระ


« ตอบ #14 เมื่อ: ตุลาคม 15, 2012, 08:08:46 PM »

ไม่ทราบใส น้ำมะฟร้าวเพิ่มได้ไหม ครับ แล้ว มีประโยชน์ยังไงเพิ่มเติมไหม
บันทึกการเข้า
ionicyuth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 345


« ตอบ #15 เมื่อ: ตุลาคม 17, 2012, 11:19:19 AM »

ไม่ทราบใส น้ำมะฟร้าวเพิ่มได้ไหม ครับ แล้ว มีประโยชน์ยังไงเพิ่มเติมไหม


  ได้ครับ แต่ส่วนใหญ่เราจะใช้นำมะฟร้าวสำหรับการเพาะเชื้อและขยายเชื้อจุลินทรีย์ เพราะในน้ำมะพร้าวมีอาหารของจุลินทรีย์และก็มึธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์กับพืชด้วยแต่ไม่มาก

  ข้อแนะนำ ในการขยายเชื้อจุลินทรีย์แนะนำให้ใช้กากน้ำตาลเพราะต้นทุนจะถูกกว่าน้ำมะพร้าวมากครับ


Liked By: kwan-28
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: