หน้า: 1 ... 132 133 134 135 136 137 138 139 140 141 [142]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องกล้วยที่ไม่ใช่เรื่องกล้วย ๆ สวนลุงหมี ครับ  (อ่าน 624882 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Lungmhee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1904



« ตอบ #2256 เมื่อ: มกราคม 05, 2017, 08:49:17 PM »

อายจัง อ่านที่ลุงหมีเขียนจนจบแล้ว ได้ข้อคิดเลยว่าอย่าประมาทกับการใช้ชีวิต ขอให้หายไวๆนะคะ อายจัง


การเจ็บป่วยบางครั้งก็เกิดโดยไม่รู้ตัว
ตอนนี้ใครที่ยังแข็งแรง โปรดรักษาสภาพไว้ให้ดี
อย่านั่งท่าผิด ๆ ทำงาน อย่ากินแล้วก็ทำงานด้วยความเครียด
ต้องห่วงสุขภาพตัวเอง เพราะตัวเองยังต้องเป็นที่พึ่งพาของ
สมาชิกอีกหลายคน รักษาตัวเองเพื่อคนที่ท่านรักด้วย
นะครับ  ปีใหม่ 2560 ขอให้โชคดีทุกท่านนะครับ
บันทึกการเข้า

ลุงหมี  คนรักต้นกล้วยทุกต้นที่ปลูก ชอบปลูกสาระพัดกล้วย และชอบกินกล้วยสาระพัดรูปแบบทุกชนิดที่ปลูกเองและไม่ได้ปลูกเอง

andrew
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1430


« ตอบ #2257 เมื่อ: มกราคม 06, 2017, 09:17:40 AM »

สวัสดีปีใหม่ค่ะ มาช้าแต่ก็มานะคะ
บันทึกการเข้า

FB: ปทุมทิพย์ การ์เด้น
Lungmhee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1904



« ตอบ #2258 เมื่อ: มกราคม 28, 2017, 10:53:34 AM »

http://www.dailynews.co.th/article/551687




บันทึกการเข้า

ลุงหมี  คนรักต้นกล้วยทุกต้นที่ปลูก ชอบปลูกสาระพัดกล้วย และชอบกินกล้วยสาระพัดรูปแบบทุกชนิดที่ปลูกเองและไม่ได้ปลูกเอง
Lungmhee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1904



« ตอบ #2259 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2017, 11:36:11 AM »

ไม่ได้ลงรูปภาพกล้วยที่ไม่เรื่องกล้วยๆ
 ของสวนของ ลุงหมี เสียเป็นเวลานาน จนเพื่อนๆบางคน
อาจจะลืมว่าชอบกล้วยไปเสียแล้วก็ได้ ยังครับ ยังรักกล้วยชอบ
กินกล้วยเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ยอมรับว่า "เห่อ" กล้วยน้อยลงกว่า
แต่ก่อนมากเพราะมีเรื่องใหม่ ๆ มาให้สนใจหลายเรื่องทั้งเรื่องนอก
ตัวและเรื่องในตัวครับ





 

กล้วยหอมทอง เครือนี้มี 6 หวี ตีนเต่า 1 หวี แต่ถูกตัดไปแล้ว
2 หวี เนื่องจากมีคนเครารพนับถือกันมาบ้านไม่มีอะไรจะให้ท่าน
ติดมือไป ก็เลยเฉือนกล้วยหอมให้ไปคนละหวีครับ ยังไม่แก่จัด
 แต่ก็พอน่าจะกินได้ ที่เหลือ 4 หวี มีเจ้าของแล้ว 3 คน
คาดว่าวันอาทิตย์นี้คงมารับตามโควต้าครับ



กล้วยเครือนี้ต้นบรรพบุรุษของมันถูกส่งมาจากหาดใหญ่ครับ
ชื่อว่ากล้วย "นางพญา" ตามตำนานว่าทำกล้วยทอดอร่อยมาก
 แต่ผมก็ยังไม่เคยทดลองทำสักครั้งนะครับ เครืองนี้ไม่ใหญ่โตเพราะ
ไม่ค่อยได้ให้น้ำเท่าไร น้ำแพงครับ เพราะรดด้วยน้ำประปาล้วน ๆ เลย




เครือนี้เรียกว่า "สาวกระทืบหอ" ได้รับหน่อมาจาก
 จากจังหวัดนครปฐม เครือรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 3 แล้ว
 กล้วยชนิดนี้ได้ชื่อว่าเป็นนางพญาแห่งกล้วย
 ในอดีตหน่อแพงที่สุด ขายกันตลาดนักสะสมถึง
3-400 บาทต่อหน่อเล็ก ๆ ทีเดียว



เครือกล้วยสาวกระทืบหอเพิ่งออกมายังไม่ได้ตัดปลี



เครือนี้เป็นกล้วยหักมุกทองครับ ต้นพันธ์ุมาจากกาญจนบุรี
เครือนี้น่าจะอีกเป็นเดือนๆ กว่าจะแก่จัด เห็นมาแล้วราว
 2 เดือนเศษ น่าจะอีกราว 2 เดือนจึงจะแก่จัด
ถ้าใจร้อนตัดตอนนี้รสชาติคงไม่ได้เรื่อง



เครือนี้กล้วยนิ้วจรเข้ รูปร่างและรสชาติคล้ายๆกล้วยเล็บมือนางครับ
 แต่ออกไปทางจืด ๆ ไม่หวานแหลมเหมือนเล็บมือนาง




นี่คือกล้วยประจำชาติไทยของเราครับ กล้วยน้ำว้า
เครือนี้ใหญ่น่าจะอีกราว 3 เดือน จึงจะตัดได้
ปลูกไว้ริมรั้วนอกบ้านที่ดินของใครไม่รู้ครับ
อยู่มาเกือบ 30 ปี ไม่เครยเห็นเจ้าของที่ดิน
แปลงนี้เลยสักครั้ง




กล้วยน้ำว้าริมรั้วนอกบ้าน ดูกันชัด ๆ ครับ ทรงเครือสวยพอสมควร
อีกไม่นานเกินรอคงได้กิน ที่เอาไปปลูกตามที่ว่าง ๆ แถวบ้าน
ได้กินมั่งไม่ได้กินมั่ง แต่มันก็ออกเครือทุกต้นครับ บางต้นไปตัด
ทันก็ได้กิน แต่ถ้าปล่อยจนแก่ลูกกลม คนปลูกอดกินครับ ไม่
เป็นไร ของมันแบ่ง ๆ กันได้
บันทึกการเข้า

ลุงหมี  คนรักต้นกล้วยทุกต้นที่ปลูก ชอบปลูกสาระพัดกล้วย และชอบกินกล้วยสาระพัดรูปแบบทุกชนิดที่ปลูกเองและไม่ได้ปลูกเอง
kruyo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #2260 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2017, 04:37:53 PM »

ยังเป็นเจ้าแห่งกล้วยเหมือนเดิมนะครับลุงหมี เข้ามาเยี่ยมชมทีไรได้แรงบันดาลใจกลับไปทุกที ชีวิตที่ใกล้เกษียนแล้วคงต้องทำตามอย่างลุงหมีละครับชีวิตจะได้ยืนยาวขึ้นบ้างครับผม
บันทึกการเข้า
Lungmhee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1904



« ตอบ #2261 เมื่อ: มีนาคม 05, 2017, 09:12:57 PM »

ความเฮฮาในงานเผาศพ


วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม 2560 เป็นอีกวันหนึ่งที่ลุงหมีและป้าแอ๊ดไปวัด แต่ต่างจากเมื่อวานนี้ เพราะวานนี้ไปงานบวชนาค ส่วนวันนี้ไปงานเผาศพรุ่นพี่ผู้อาวุโสของผมในที่ทำงานเก่าที่เคารพนับถือกันมากว่า 30 ปี ได้เสียชีวิตในวัยกว่า 80 เศษ ๆ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาและเผาร่างของท่านที่วัดใหญ่มากแห่งหนึ่งย่านบางเขน กทม.
เรื่องที่ผมจะเล่าไม่ได้มีเจตนาจะไม่เคารพท่านผู้อาวุโส แต่อยากจะเล่าในอีกแง่มุมหนึ่งที่ผมมองเห็นจากงานเผาศพผู้อาวุโสในวันนี้ครับ
งานเผาศพก็คงมีการพัฒนาไปจากเดิม เหมือนกับงานบวชนาคที่ผมเล่าไปวานนี้ กล่าวคือแต่สมัยผมเป็นเด็กๆ ก็หลายสิบปีมาแล้วเหมือนกัน งานสวดศพก็จะเริ่ม 2 ทุ่ม หรือ 2 ทุ่มกว่าๆ มีข้าวมีอาหารเลี้่ยงเต็มที่ แต่ตอนนี้งานสวดหลายงานเลื่อนขึ้นมาเป็น 18.00-18.30 อย่างช้าสุด(ใน กทม.) ก็น่าจะ 19.00 น.ที่ช้ากว่านี้น่าจะเหลือน้อย
งานเผาศพสมัยก่อน ตจว.ก็อาจจะบ่าย 3 บ่าย 4 กทม.ก็ 16.30-17.30 น. แต่วัดที่ผมไปวันนี้มีเกือบ 20 ศาลา วันนี้เป็นวันเผาศพผู้อาวุโสของผม ตามกำหนด 14.00 น.แต่ตอนกลางวัน 11.00 น.มีเลี้ยงพระเพล ในฐานะที่สนิทกันมาก ผมก็เลยไปร่วมงานตั้งแต่ก่อน 10.00 น.มีเวลาเหลือ ก็เลยเดินดูศาลาสวดศพเล่นๆ ไป ปรากฏว่าบนกระดานกำหนดการ ส่วนใหญ่ สวด 18.00 น. และเผ่า เวลา 13.00 น.บ้าง 14.00 น.บ้าง หรืออย่างช้า ก็15.00- 16.00 น.น่าจะทำให้สะดวกแก่ผู้อาวุโสที่มาร่วมงานมากขึ้นกลับบ้านเองได้สะดวกไม่ว่าจะขึ้นแท๊กซี่หรือขับรถเอง ถ้ายังไง ไม่ทรมารสายตาและสังขารมากเกินไปให้ลุกหลานห่วงมาก
ตอนพระฉันอาหารเพล เกือบ 11.00 น.คนที่มาร่วมงาน เจ้าภาพก็เชิญทานอาหารด้วย บรรยากาศตอนพระสวดมนต์ พระฉันเพล ก็เงียบสงบเรียบร้อยดี ท่านผู้มาร่วมงาน ของผู้เสียชีวิตวัย 80 เศษ ของผม และภรรยาของท่านยังอยู่ ที่เคยทำงานในองค์กรใหญ่แห่งหนึ่งประเทศ ท่านก็พ้นวันเกษียณมาแล้วหลายปีเช่นกัน ดังนั้นเพื่อนของท่านผุ้อาวุโสทั้งหลาย ก็เป็นผู้่อาวุโสในวัยไล่เรี่ยเช่นกัน อาหารที่เลี้ยงในงานก็น่าจะเหมือนๆกับงานบวช คือสั่งให้ร้านอาหารน่ำอาหารมาเป็นแบบบัฟเฟ่จ์ ที่สะดวกที่สุด แต่งานนี้เป็นจานกระเบื้อง มีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งรับประทานได้ อาหารก็หลายอย่างเช่นกัน
หลังจากพระฉันอาหารเสร็จมีเวลาว่างเกือบ 3 ชั่วโมง ผมแอบไปนั่งท้ายศาลา ตั้งร่างของท่าน ไม่รู้จะทำอะไร ก็นั่งหลับตาเฉยๆ แต่บรรดาเพื่อนของท่านผุ้อาวุโสที่มาร่วมงาน(ซึ่งบอกแล้วก็เป็นอาวุโสเช่นเดียวกัน ส่วนใหญ่อายุน่าจะเกิน 70 ไปหลายปี เป็นส่วนใหญ่ ทั้งคุณลุง และ คุณป้า ภาพที่ผมเห็นทำให้ผมพลอยตื่นเต้นยินดีไปกะพวกท่านด้วย งานนี้เหมือนงานเลี้ยงรุ่น บรรดา สาวๆน้อยๆ นั่งล้อมวงกันท้ายศาลาใกล้กับที่ผมนั่งอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ ถือโทรศัพท์คนละเครื่อง จอโต ๆ ทั้งนั้น บางท่านก็ไอแพด พยายามจะเซ้ลฟี่ กัน แต่เนื่องจากคนเยอะมากเกิน 10 คน เซ้ลฟี่ยังไงก็ไม่หมด ผมเลยถือโอกาศ(เสือก)เสนอตัวว่าให้ผมถ่ายให้เอาไหมครับ เท่านั้นแหละ ผมได้รับโทรศัพท์มาหลายเครื่องมาก คนโน้นก็ขอพี่ด้วย ขอพี่ด้วย พร้อมกับบอกให้ถ่ายรูปหลายๆ รูป ผมก็จัดให้ พอผู้อาวโสเหล่านั้นได้รูปไป ก็แลก ID Line กัน ส่ง ไลน์ถึงกัน เฮฮาปาตี้จนผมคิดไม่ถึงว่า ปัจจุบัน ป้า ๆ สาวน้อยพวกนี้จะเหมือนกันไปหมดยังกะก๊อปกันมา
ส่วนพวกลุงๆ หนุ่มน้อย ก็ไม่น้อยหน้า แต่พวกลุงๆ ไม่เน้นไลน์ไม่เน้นโทรศัพท์ แต่ชอบกอดกันแล้วคุยกันเสียงดังว่า อ้าว ไม่เจอะกันนาน แข็งแรงดีหรือ 80 กว่า ไปหลายปีแล้วนะเรา(ชอบพูดกันทำนองนี้)
สรุปว่างานศพตอนกลางวัน แล้วมีช่วงเวลาว่างเช่นนี้ ก็กลายเป็นงานชุมนุมเพื่อนวัย(เคย) หนุ่มสาวในที่ทำงานเก่าหรืองานสังสรรค์ กันโดยปริยาย สำหรับเพื่อนในเฟชของลุงหมี คงยังไม่มีใครอายุถึง 60 ถึง 70 ปี อาจจะไม่เคยพบบรรยากาศชุมนุมเพื่อนร่วมรุ่นแบบนี้ เพราะพวกหนุ่ม ๆ สาว คุยกัน ก็เป็นเรื่องอาหารการกิน การไปเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ แต่เสียงคุยที่ผมได้ยินวันนี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องสุขภาพ และเรื่องการแต่งงานของลูกหลานของท่าน และเรื่องไป รพ.ของท่านเป็นสวนใหญ่นอกเหนือจากการแลกไลน์ไอดี และส่งรูปให้กันที่ฮิตที่สุดก็คงไลน์ เป็นเหมือนกันหมด
แล้วเพื่อนๆของลุงหมี ล่ะครับ เวลาเจอะกันในงานแบบนี้เซ้ลฟี่กันมั่งเปล่า เป็นงานสังสรรค์รุ่นหรือเปล่าครับ
บันทึกการเข้า

ลุงหมี  คนรักต้นกล้วยทุกต้นที่ปลูก ชอบปลูกสาระพัดกล้วย และชอบกินกล้วยสาระพัดรูปแบบทุกชนิดที่ปลูกเองและไม่ได้ปลูกเอง
cppw
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 21


« ตอบ #2262 เมื่อ: มีนาคม 24, 2017, 08:50:59 AM »

กล้วยหอมลุงหมียังสวยเหมือนเดิม แม้เวลาผ่านไปนานแล้ว
ของผมปลูกไปลูกก็สั้นลงเรื่อยๆ ชักจะไม่เหมือนกล้วยหอมล่ะครับ
ลุงหมีมีเทคนิคอะไรจะแนะนำบ้างไหมครับ
ย้ายกอใหม่แล้วก็ยังไม่เป็นที่พอใจ เห็นวางขายที่ตลาดลูกยาวๆทั้งนั้นเลยครับ
บันทึกการเข้า
Lungmhee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1904



« ตอบ #2263 เมื่อ: มีนาคม 24, 2017, 12:14:27 PM »

ผมย้ายที่ปลูกไปเรื่อยๆ ครับ แต่ก็อยู่ในที่ดินเดิม
ไม่มีเทคนิกพิเศษอะไรครับ  รดน้ำทุกวันครับ
คิดเป็นเงินแล้วขาดทุนนะครับ ซื้อกินถูกกว่า
เพราะผมใช้น้ำประปารด (ด้วยความจำเป็น)

แต่ผมภูมิใจและเป็นงานอดิเรกที่ลงทุนน้อย
กว่าคนอื่นครับ มีความสุขตอนเอาไปให้
คนที่เรารักครับ
บันทึกการเข้า

ลุงหมี  คนรักต้นกล้วยทุกต้นที่ปลูก ชอบปลูกสาระพัดกล้วย และชอบกินกล้วยสาระพัดรูปแบบทุกชนิดที่ปลูกเองและไม่ได้ปลูกเอง
Lungmhee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1904



« ตอบ #2264 เมื่อ: เมษายน 01, 2017, 10:07:36 PM »


อย่าลืมยิ้มให้กล้องตอนขับรถทับเส้นทึบตรงทางร่วมทาง แยก
โดยเฉพาะตอนลงจากทางด่วนหรือทางยกระดับลอยฟ้า
ตรงทางลงตลิ่งชัน ก็มีกล้องนะครับ โปรดเตรียมเงิน
ไว้ 500.-บาทตอนขับรถทับเส้นทึบ
ใบสั่งจะมาหาท่านภายใน 7 วัน



ใครที่จำเป็นต้องขับรถยนต์ ขอเตือนจากประสบการณ์จริงว่า ปัจจุบันมีกล้องจับผิด เอ๊ย
จับภาพติดตั้งอยู่ทางร่วมทางแยกมากมายคอยจับผิด เอ๊ยจับภาพรถท่าน แล้วส่งภาพนั้น
ให้ท่านเป็นที่ระลึก เมื่อถึงทางร่วมทางแยกหรือลงจากสะพานทางด่วนหรือคู่ขนานลอยฟ้า
อะไรก็ตามแต่ อย่าขับรถทับเส้นทึบเป็นอันขาด ไม่ว่าถนนจะว่างหรือไม่ว่างก็ตาม
เพราะหากท่านขับรถทับเส้นทึบ ท่านจะถูกถ่ายภาพ อย่าลืมยิ้มให้กล้องพร้อมเตรียม
เงินไว้ 500.-บาทสำหรับกรณีนี้เมื่อท่านได้รับภาพบนกระดาษ A 4 เป็นที่ระลึก
 ในรอบ 2-3 เดือนมานี้ ผมโดนไป 3 หนแล้วครับ หนละ 500.-บาท
 เมื่อก่อนไม่จ่ายก็ยังไม่เป็นไร ตอนนี้ ม.44 บอกว่า ไม่จ่าย
 ต่อทะเบียนรถไม่ได้นะครับ
บันทึกการเข้า

ลุงหมี  คนรักต้นกล้วยทุกต้นที่ปลูก ชอบปลูกสาระพัดกล้วย และชอบกินกล้วยสาระพัดรูปแบบทุกชนิดที่ปลูกเองและไม่ได้ปลูกเอง
Lungmhee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1904



« ตอบ #2265 เมื่อ: เมษายน 03, 2017, 06:19:55 PM »

ดีมากอ่านเถอะ...
คำคมภาษาอังกฤษ...

1. Before middle age - Do not fear!
"ก่อนวัยกลางคน ไม่มีอะไรที่จะต้องกลัว ..!"

2. After middle age - Do not regret!
"หลังวัยกลางคน ก็ไม่มีอะไรที่น่าเสียใจอีกแล้ว"

3. Enjoy your life while you can.

"หาความสุขให้กับชีวิต เมื่อคุณยังมีความสามารถอยู่"

4. Do not wait till you cannot even walk just to be sorry and to regret.
"อย่ารอจนกว่า...คุณเดินไม่ไหวแล้วต้องมานั่งเสียดายและเสียใจ"

5. As long as it is physically possible, visit places you wish to visit.

"ตราบใดที่ร่างกายคุณยังไหวอยู่ ก็ขอให้คุณไปเยี่ยมเยียนในสถานที่ที่คุณอยากไปเถอะ"

6. When there is an opportunity, get together with old classmates, old colleagues & friends.

"เมื่อเรายังมีโอกาส หาเวลาร่วมสังสรรค์กับเพื่อนร่วมชั้นเรียน สหายรักและเพื่อนเก่า (แก่)"

7. The gathering is not just about eating; it's just that there is not much time left.

"การสังสรรค์นั้นมิใช่เพื่อสนุกกับการกินเท่านั้น หากแต่เพราะเราต่างเหลือเวลาที่จะอยู่ด้วยกันน้อยลงแล้ว..."

8. Money kept in the banks may not be really your
"เงินที่คุณนำไปฝากไว้ที่ธนาคารนั้น อาจจะไม่ได้เป็นของคุณโดยแท้..."

9. When it is time to spend, just spend, treat yourself well as you're getting old
"เมื่อถึงเวลาที่จะใช้ จงใช้มันหาความสุขให้ตัวเอง ในขณะที่วันเวลาของชีวิตเหลือน้อยลงแล้ว (ขณะที่คุณกำลังชราภาพมากขึ้น)"

10. Whatever you feel like eating, just eat! It is most important to be happy.

"เมื่อคุณอยากจะกิน ก็จงกินเถอะ เพราะสิ่งสำคัญที่สุด คือ การทำตนให้มีความสุข"

11. Your old friends - seize every opportunities to meet up with your friends, such opportunities will become rare as time goes by.

"สำหรับเพื่อนเก่าทั้งหลาย จงแสวงหาทุกโอกาสที่จะพบกับพวกเขาเหล่านั้น โอกาสเช่นนั้นนับวันจะหาได้ยากมากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป"

12. Everyday you MUST smile and laugh.
"ทุกๆ วัน คุณต้องยิ้มและหัวเราะให้ได้"

จงส่งให้กับเพื่อนของคุณ ไม่ว่าคุณจะรักเขา หรือเขาจะรักคุณหรือไม่ก็ตาม การแบ่งปันคือการแบ่งความสุขใจ
บันทึกการเข้า

ลุงหมี  คนรักต้นกล้วยทุกต้นที่ปลูก ชอบปลูกสาระพัดกล้วย และชอบกินกล้วยสาระพัดรูปแบบทุกชนิดที่ปลูกเองและไม่ได้ปลูกเอง
cppw
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 21


« ตอบ #2266 เมื่อ: เมษายน 07, 2017, 09:42:54 AM »

กล้วยหอมที่บ้านมีอยู่ต้นนึง พึ่งปลูกใหม่ในที่เดิม
ออกใบใหม่มีอาการแคระแกน (ใบก่อนหน้าหลายชุดก็ปกติดี)
ลักษณะของใบ ใบสั้นเล็กและหนากว่าปกติ ทางใบเป็นคลื่นรอนๆ
ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร
รบกวนผู้รู้ด้วยครับ ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ
น้ำดีไม่ขาด มีอยู่ครั้งหนึ่งใส่ปุ่ย(คอก)เยอะพอสมควรเลยไม่แน่ใจ แต่หลายต้นก็ใส่เหมือนกันแต่ไม่เห็นเป็นไร
รูปเว็บนี้ลงยากครับไม่เหมื่อนเว็บอื่นๆ หลายขั้นตอน
บันทึกการเข้า
Lungmhee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1904



« ตอบ #2267 เมื่อ: เมษายน 07, 2017, 08:26:50 PM »

http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9600000035438

MGRออนไลน์ -- ทางการในแขวงภาคเหนือของลาว ประกาศตัดทิ้งให้หมด สวนกล้วยจีนที่ใช้สารพิษอย่างผิดกฎหมาย รวมทั้งปลูกโดยพลการ ไม่ได้รับอนุญาต ปัจจุบันถางทิ้งไปแล้ว 1,000 เฮกตาร์ หรือ 6,250 ไร่ ยังเหลืออีกกว่า 30,000 ไร่ จะทะยอยทำลายทิ้งต่อไป สื่อของทางการรายงานรื่องนี้ แสดงให้เห็นการดำเนินการอย่างจริงจัง ในการแก้ไขความผิดพลาด เพื่อรักษาสภาพแวดล้อม และ ฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
       
       สวนกล้วยหอมของนักลงทุนจีนราว 6,250 ไร้ที่ถูกถางทิ้งไปนั้น "ใช้สารเคมีอย่างไม่ถูกต้อง การลงทุนไม่ได้รับอนุญาตจากภาครัฐ ส่วนใหญ่ลงทุนกับประชาชน โดยเจรจากันเอง และ เกิดมีการโอนสัมปทานให้คนอื่นๆ แบบเลื่อยลอย" สำนักข่าวสารปะเทดลาวรายงาน
       
       แขวงบ่อแก้วเคยเปิดเผยตัวเลขว่า ที่นั่นมีสวนกล้วยหอมของนักลงทุนจีนราว 60,000 ไร่ กลายเป็นเขตปลูกกล้วยหอมใหญ่ที่สุด ทั้งนี้เนื่องจากเป็นต้นทางของทางหลวงสาย A3 (E) ไทย-ลาว-จีน ส่งผลผลิตกลับไปจำหน่ายในมณฑลภาคตะวันตกเฉียงใต้ จนถึงภาคใต้ของจีนจึงสะดวกกว่าที่อื่นๆ
       
       การปลูกกล้วยหอม ใน "สวนกล้วยหอมหใหญ่ลังบ้าน" แห่งนี้ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2553 แต่ต่อมาได้พบว่า ส่วนใหญ่ลงทุนอย่างไม่ถูกต้อง และ ใช้สารเคมีมากมายหลายชนิด บางชนิดเป็นสารต้องห้ามในทั่วโลก ซึ่งส่งผลให้สภาพแวดล้อมเสียหาย ความสมบูรณ์ของดินถูกทำลาย ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ จนถุงคุณภาพน้ำในลำน้ำลำธาร ที่ประชาชน รวมทั้งสัตว์เลี้ยง ต้องพึ่งพาอาศัยในการดำเนินชีวิตประจำวัน สวนกล้วยของนักลงทุนจีน ยังไม่ได้สร้างงานในท้องถิ่นตามที่เข้าใจก่อนหน้านี้
       
       จนถึงปัจจุบันยังคงมีรายงาน ปลากับสัตว์น้ำอื่นๆ ตายเป็นจำนวนมาก ในแหล่งน้ำต่างๆ ใกล้เขตสวนกล้วย ในแขวงบ่อแก้วแห่งนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นสารพิษที่ยังคงอยู่ ถึงแม้ทางการจะควบคุมอย่างเข้มงวด และ ไม่ให้ใช้อีกแล้วก็ตาม
       
       แขวงบ่อแก้วไก้ประกาศในปลายปี 2558 เป็นแห่งแรกที่หยุดออกใบอนุญาต รวมทั้งไม่อนุญาตให้ปลูกเพิ่มเติมอีก ในเนื้อที่ ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งนำไปสู่การตื่นตัวครั้งใหญ่ หลายแขวงภาคเหนือดำเนินรอยตาม และ ในทีสุดรัฐบาลลาว ได้ประกาศให้ยุติการขยายเนื้อที่ปลูกกล้วยโดยสิ้งเชิงในขอบเขตทั่วประเทศ
       
       สำนักข่าวของทางการ รายงานในสัปดาห์นี้ว่า ปัจจุบันในบ่อแก้วยังมีนักลงทุนจีน อยู่อีกกว่า 20 บริษัท รวมเนื้อที่สวนกล้วยหอมราว 5,000 เฮกตาร์ (31,250 ไร่) และ "จะทะยอยทำลายทิ้งต่อไป"
       
       ยังมีสวนกล้วยของนักลงทุนจีนอีกเป็นจำนวนมาก ในแขวงภาคเหนือของลาว ลงไปจนถึงถาคกลาง รวมเป็นเนื้อที่นับแสนไร่ ตั้งแต่หลวงน้ำทา ลงไปจนถึงอุดมไซ หลวงพระบาง ไซยะบูลี แขวงเวียงจันทน์ ในเขตรอบนอกของนครเวียงจันทน์ จนถึงแขวงบอลิคำไซ ที่อยู่ถัดไป ทุกแห่งล้วนมีรายงานผลกระทบจากสารพิษที่ใช้ในสวนกล้วย
       
       แขวงไซยะบูลีประกาศในเดือน ก.พ.ว่า ตั้งแต่กลางปี 2560 นี้เป็นต้นไป นักลงทุนจีน 4 ราย รวมเนื้อที่สวนกล้วยกว่า 500 เฮกตาร์ (3,125 ไร่) ในเขต 2 เมือง (อำภอ) จะหยุดกิจการลงอย่างสิ้นเชิง หลังพบการใช้สารเคมีทำลายสภาพแวดล้อม
       
       ในเดือน มี.ค.แขวงหลวงน้ำทา ทางตอนบนสุด ติดกับชายแดนจีนและพม่า ประกาศว่า ปัจจุบันที่นั่นมีเนื้อที่สวนกล้วยหอม เหลืออยู่เพียง 2,500 เฮกตาร์ (15,625 ไร่) จากทั้งหมด ที่เคยมีอยู่กว่า 4,000 เฮกตาร์ (25,000 ไร่) และ ไม่อนุญาตการลงทุนใหม่ในแขนงนี้
       
       ปลายปีที่แล้วสภาแห่งชาติของลาว ได้ออกรัฐบัญญัติ ควบคุมการใช้สารเคมีอย่างเข้มงวด ควบคุมการนำเข้า รวมทั้งกำหนดระเบียบวิธีปฏิบัติในการใช้ กำหนดบทลงโทษ ไม่เปิดโอกาสให้เกิดการผิดพลาดอีกต่อไป.
       .

 ลาวตัดโค่นไปแล้วกว่า 6,000 ไร่ ตัดให้เหี้ยน ถางทิ้งให้หมด สวนกล้วยจีนสารพัดปัญหา

ขอขอบคุณเจ้าของภาพถ่าย ที่มีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์ของชาวลาว เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว แสดงให้เห็นส่วนกล้วยนักลงจีนในแขวงไซยะบูลี ทางการแขวงนี้ประกาศในเดือน มี.ค. ให้นักลงทุนจีน 4 บริษัท หยุดกิจการอย่างสิ้นเชิงกลางปี 2560 นี้.

       
2


 ลาวตัดโค่นไปแล้วกว่า 6,000 ไร่ ตัดให้เหี้ยน ถางทิ้งให้หมด สวนกล้วยจีนสารพัดปัญหา

ขอขอบคุณเจ้าของภาพถ่าย ที่มีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์ของชาวลาว เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว แสดงให้เห็นส่วนกล้วยนักลงจีนในแขวงหลวงน้ำทา ทางการแขวงภาคเหนือแห่งนี้ ประกาศในเดือน ก.พ. ปัจจุบันเนื้อที่สวนกล้วยหอมของนักลงทุนจีน ลดลงเหลือเพียง 15,625 ไร่ จากที่เคยมีอยู่กว่า 25,000 ไร่.
บันทึกการเข้า

ลุงหมี  คนรักต้นกล้วยทุกต้นที่ปลูก ชอบปลูกสาระพัดกล้วย และชอบกินกล้วยสาระพัดรูปแบบทุกชนิดที่ปลูกเองและไม่ได้ปลูกเอง
Lungmhee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1904



« ตอบ #2268 เมื่อ: เมษายน 25, 2017, 05:20:03 AM »

ตอนนี้ลุงหมี อยู่ในซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา มาได้ 15 วันแล้ว มาครั้งนี้มากันครบหมดทั้งครอบครัว น้องอร และ มาร์ค ให้การต้อนรับและเป็นเจ้าภาพที่ดีมากพาเที่ยวและเลี้ยงดูปูเสื้อ เป็นอย่างดี เป็นที่น่าประทับใจ  พาไปเลคทาโฮ่ เจอะหิมะตกตัวเป็น ๆ หลังจากเคยไปเยือนตอนหิมะตกแล้ว ยังไม่เคยพบหิมะตกตัวเป็น ๆ เหมือนครั้งนี้เลย ได้รับความรู้สึกถึงความน่าสดชื่นและเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจลุงหมี และสัมผัสได้ถึงอันตรายจากหิมะตอนขับรถไม่ได้ใส่โซ่ที่ล้อ หลังจากได้ยินได้ฟังเรื่องแบบนี้มานมนาน

น้องอรพาไปนาป้า วัลเล่ย์ แหล่งผลิตไวน์ชื่อดังของอเมริกา ไปมอนเทอเร่ย์ ไปบิ๊กเซอร์ ไปซัคราเมนโต้ เมืองหลวงของรัฐแคลิฟอร์เนียร์ ฯลฯ พาไปกินอาหารไทย อาหารฝรั่งหลายร้าน ไม่ต้องกล่าวถึงว่าพาไปลุยสถานที่ท่องเที่ยวมาตรฐานของซานฟราน หลังจากที่เคยมาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งก่อนๆ ตรงที่ลุงหมี มากันหมดทั้งครอบครัว

15 วันผ่านไปไวเหมือนโกหก เอสกับจุ๋มจะกลับไทยพรุ่งนี้แล้ว ส่วนลุงหมี จะยังอยู่ต่อไป เพื่อปฏิบัติภาระกิจที่รับปากลูกสาวสุดที่รักไว้ว่าจะช่วยปรับปรุงซ่อมแซมบ้านเท่าที่จะช่วยทำได้ ตอนนี้ก็ทำไปหลายชิ้นแล้ว เช่นตัดต้นไม้ใหญ่ๆ (บางกิ่งที่เกะกะรกเกิน) ไม่ยากเพราะซื้อเลื่อยยนต์ไฟฟ้า ถ้าจ้างเขาค่าจ้างคิดเป็นเงินไทยต้นละหลายหมื่นบาท (850 เหรียญ) เอาแค่เขาเสนอขนกิ่งที่ตัดแล้วไปทิ้ง(ย่่อยป่นละเอียด) ก็ 300 เหรียญแล้วครับ แพงเหลือใจ ของทีี่อเมริกาอะไร อะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมดครับ

อื่น ๆ ก็พวกต่อดวงไฟแสงสว่างเพิ่มเติม สั่งเปลี่ยนหลอดไฟฟ้าใหม่หมดทั้งบ้านเป็นหลอด LED เพื่อประหยัดค่าไฟฟ้า ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ายูนิตละเท่าไร แต่คิดเป็นเงินไทยค่าไฟเดือนละหลายพันบาท ทั้งๆ ที่ไม่มีแอร์เลย ฮีทเตอร์ก็ใช้แก๊สไม่ได้ใช้ไฟฟ้า  แล้วลุงหมีจะมาเล่าต่อครับ ถ้าเพื่อน ๆ สนใจจะอ่าน

ส่วนคำบรรยายภาพ จะค่อยๆ ทะยอยเขียน ต่อไปครับเพื่อความเข้าใจภาพที่ตรงกัน ผมไม่ค่อยได้ลงภาพบุคคลสักเท่าไร เนื่องจากไม่ได้ขออนุญาตเจ้าตัวเขา และเห็นว่าเป็นคนในครอบครัว ขออภัยในเรื่องนี้ด้วยครับ

ย่านที่น้องอรพักอาศัย (สัณนิฐาน)ว่าน่าจะเป็นย่านบ้านจัดสรรเก่าระดับเกิน 50 ปีรอการปรับปรุงซ่อมแซม หรือ Renovate  ใหม่. เกือบทุกบ้าน(ส่วนใหญ่) เป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ที่ใช้วัสดุก่อสร้างคล้าย ๆ กัน มีอิฐและปูนประกอบให้ดูขึงขัง หลังคาส่วนใหญ่ทำด้วยไม้สน หลายหลังเปลี่ยนใหม่เป็นวัสดุประเภทไฟเบอร์และกระเบื้องแบบซีแพคบ้านเราก็มี แต่ที่เหมือนๆกัน(จากการไปเมืองอื่นที่ต้องค้างและและเช่าบ้าน Air bnb ซึ่งก็เป็นบ้านที่ฝรั่งให้เช่า จะมีลักษณะคล้ายๆกันคือเป็นบ้านไม้ก่ออิฐ ผนังทำด้วยแผ่นคล้ายยิปซั่ม เวลาเดินมีเสียงดังกึง ๆ แต่ทุกบ้านมักจะมีครัวกลางบ้าน เข้าบ้านก็จะเจอะเตาผิงและปัจจุบันไม่ค่อยได้ใช้งาน ฟืนก็แพง กล่องนิดเดียว 20 เหรียญ เตาผิงแบบเก่า ๆ นี้ปัจจึบัน้้แป็นของประดับบ้านซะละมากกว่า    ที่คล้าย ๆ กันอีกอย่างคือกลอนประตูห้องน้ำ(ในห้องนอน) มักไม่มี จะเป็นตัวล๊อกที่ล๊อกไม่ได้  และประตูห้องนอนที่คาดว่าเป็นประตูห้องเด็ก หรือ ห้องคนชรา จะไม่มีกลอนประตู และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งงานของลุงหมี ที่ต้องมาติดตั้งกลอนประตูห้องน้ำและห้องนอนบางห้องของบ้านน้องอร  เสร็จไปแล้ว   

ภายในบ้านพักมีเตาผิง แต่ไม่ได้ใช้งานจริง ส่วนที่ให้ความอบอุ่นคือฮีทเตอร์ไฟฟ้า  แต่เดี๋ยวนี้พัฒนาเป็นฮีทเตอร์แก๊สไปแล้วก็มี แม้แต่เครื่องซักผ้า มีทั้งระบบใช้ไฟฟ้าและใช้แก๊ส แบบนี้เมืองไทยไม่มี และแก๊สก็เป็นท่อไหลมาตามบ้าน รวมทั้งท่อร้อยสายโทรศัพท์ที่อยู่ใช้พื้นดินด้วย แต่ปัจจุบัน คนทั่วไปน่าจะเลิกใช้โทรศัพท์สายเพราะทุกคนมีมือถือหมดแล้ว

เพิ่งจะรู้ฤทธิ์เดชของหิมะตกบนถนน ทั้งลื่น ท้ังหนาวเย็น เหยียบเบรครถลื่น เป็นอะไรที่ลุ้นมากจริงๆ ๆคนขับต้องมีประสบการณ์ และพยายามขับตามคันหน้าห่าง ๆ ตามร่องรอยล้อที่ทิ้งไว้เหมือนขับเกวียนยังไงยังงั้นเลย

งานของลุงหมี ตัดแต่งกิ่งต้นไม้  บ้านฝรั่งทั้งหมู่บ้านไม่มีรั้ว ก็เป็นเรื่องปกติของที่ย่านนี้ ส่วนใหญ่เค้าจะตกแต่งบ้านด้วยต้นไม้ตัดแต่งอย่างสวยงาม ย่านนี้ส่วนใหญ่เท่าที่มองเห็นคนที่เป็นเจ้าของบ้านส่วนใหญ่เป็นคนชรา มีบ้างที่เป็นคนหนุ่มสาว แต่มีน้อยกว่าคนชรา เข้าใจว่าเป็นผู้มาซื้อต่อภายหลัง การมีบ้านสักหลังที่ซานฟราน นับเป็นเรื่องยาก นอกจากราคาแพงลิบลิ่วแล้ว ค่าใช้จ่ายเพื่อมีบ้านยังหยุมหยิมและแพงมากๆที่นอกเหนือจากดอกเบี้ยธนาคาร เช่นภาษีประจำปี 1 เปอร์เซนต์ของราคาซื้อขายบ้านครั้งสุดท้าย จ่ายเป็นรายเดือน ค่าเก็บขยะ ค่าน้ำค่าไฟ แพงทุกอย่าง แต่คิดรวมๆแล้วก็ยังถูกกว่าเช่าบ้านเพราะในที่สุดบ้านจะเป็นของเรา แม้ว่าจะผ่อนนานหน่อยก็ตาม

การซื้อขายบ้าน จะต้องมีคนกลาง ที่เรียกว่า Realter เป็นลักษณะบริษัทฯ นายหน้า ทั้งสองฝ่ายมาดำเนินการให้ แน่นอน ต้องเสียค่าจ้างเป็นเปอร์เซ็นต์ จะกี่เปอร์เซ็น ไม่แน่ใจระหว่าง 3-5 เปอร์เซ็นต์  เขาจะมาดำเนินการปักป้ายขาย และกำหนดวันเปิดให้ผู้สนใจจะซื้อเข้าชม ที่เรียกว่า OPEN HOUSE  ต้องนัดเข้าไปชม ไม่ใช่อยากจะชมวันไหนก็เข้าไปได้ เมื่อตกลงใจจะซื้อต้องไปยืนเรื่องกับธนาคารก่อน ว่าจะให้กู้ได้เท่าไร ธนาคารอนุมัติแล้ว จึงมายื่นเสนอราคาซื้อจากฝ่ายผู้ขาย  ถ้ามีคนสนใจซื้อหลายคน ก็ต้องมีการประมูลกัน ใครให้ราคาดีที่สุดก็ได้ไป แต่ถ้าเสนอราคาเท่ากัน คนขายจะตัดสินใจว่าจะขายให้ใคร

การปรับปรุงบ้านถ้าเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่นทาสีบ้านใหม่ เปลี่ยนดวงไฟอะไรแบบนี้ถ้าเจ้าของบ้านทำเองได้ ก็ทำไป หรือจะจ้างช่างมาก็แพงหูฉี่(สำหรับคนไทย)  แต่บางอย่างไม่สามารถทำเองได้ เช่นการเปลี่ยนหลังคา  การขุดเจาะเปลี่ยนท่อระบายน้ำ ที่ต้องจ้างบริษัทฯ ทีีมีใบอนุญาติเพื่อการก่อสร้างมาดำเนินการให้ซึ่งก็บอกหลายหนแล้วว่าแพงมาก ยกตัวอย่างเช่น ที่บ้านน้องอร บางจุดแสงสว่างไม่พอ ต้องการติดดวงไฟเพิ่ม น้องอร ไปถามราคาแล้ว รวม ๆ กันเกินค่าตั๋วเครื่องบิน (ค่าแรงไม่รวมค่าของ) ด้วยเหตุนี้ จึงออกตั๋็วเครื่องบินให้ลุงหมี มาทำให้ มาซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ในการทำงานด้วย ยังถูกกว่าจ้างเขาหลายเหรียญ

สภาพแวดล้อมในหมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านเก่ากว่า 50 ปี ถนนกว้างใหญ่กว้างกว่า 20 เมตรสภาพแวดล้อมในหมู่บ้านที่น้องอรพักอาศัย อยู่ห่างตัวเมืองซานฟรานราว 1 ชั่วโมง   คนส่วนใหญ่เค้าพูดระยะทางกันเป็นเวลา ไม่เป็นไมล์ จี พี เอส มีติดรถกันทั่วไปและช่วยได้มาก เนื่องจากระบบ จี พี เอส ของอเมริกาละเอียดระดับระบุบ้านเลขที่ถนน ได้ ก็พาไปถึงแน่นอน  ตามบ้านคนทุกหลังมีโรงจอดรถ หรือ การาจ แต่พวกเค้าก็นิยมจอดรถข้างถนนมากกว่าเอาเข้าไปจอดใน การาจ  คำว่า   Garage บ้านเรามักถึงอู่ซ่อมรถ แต่จริงๆ หมายถึงโรงจอดรถในบ้าน

ถังขยะแยก 3 กล่อง คือขยะสดพวกเศษวัสดุทำอาหาร กิ่งไม้ถังสีเขียว  อีกกล่องหนึ่งเป็นขยะรีไซเคลได้ พวกขวดแก้ว กระป๋องน้ำอัดลม กระป๋องเบียร์ กระป๋องสี น้ำเงิน และอีกล่องหนึงเป็นขยะที่เป็นขยะจริงๆ เอาไปทำอะไรไม่ได้นอกจากถมที่กระป๋องสีน้ำตาลเข้ม  คือขยะพวกของสกปรกต่างๆ เศษผงของนำไปใช้ต่อไม่ได้ และไม่ย่อยสลายง่าย กล่องเป็นของเทศบาลเมือง แต่เจ้าของบ้านจ่าย รถขนขยะที่ีเมืองนี้ทำงานเพียงคนเดียว ใช้เครื่องอัตโนมัติยกถังเอาขยะใส่รถ แต่ละกล่องจะมาเก็บไม่ตรงวันกัน กล่องใครกล่องมัน เช่นสีเขียว ใส่เศษวัสดุธรรมชาติ จะมากเก็บวันอังคาร เป็นต้น

เท่าที่ผมดูแล้ว(เดา) ความคิดของคนออกแบบไฟแสงสว่างน่าจะคำนึงถึงความสวยงามเป็นหลัก และไม่ได้พัฒนาตามเทคโนโลยี่ที่เปลี่ยนไป ใช้ไฟฟ้าตามความพอใจ เช่นโคมไฟเพดาน อัดหลอดไฟ(หลอดใส้) เข้าไป 3 ดวง หน้าห้องน้ำอัดเข้าไป 3-4 ดสว หลอดใส้ทั้งนั้นกินไฟดวงละ 43 วัตต์ความสว่าง 500 ลูเมนต์  ผมให้น้องอรซื้อหลอดไฟ LED ความสว่าง 5500 ลูเมนต์ กินไฟหลอดละ 8 วัตต์ ใส่คืนเข้าไป 2-3 ดวง(ลดหลอด) ความสว่างมากกว่าเดิม กินไฟ 3 ดวงรวมกันเพียง 24 ว้ัตต์ จากเดิมหลอดใส้ 3 ดวงกินไฟ 129 วัตต์ ผมคิดว่าเปลี่ยนทั้งบ้านประมาณ 50 หลอด น่าจะประหยัดไปได้ โขอยู่นะครับ  ที่บ้านผมที่ กทม. ผมเปลี่ยนหลอดทั้งหมดเป็น LED  ประหยัดค่าไฟฟ้ารายเดือนไปประมาณ 1 ใน 3 ครับ และที่ี กทม.ผมติดแผงโซล่าร์เซลล์เพิ่ม ประหยัดลงได้อีกบางส่วน(ใหญ่เลย)  แต่ที่แคลิฟอร์เนีย  การติดโซล่าร์เซลล์คงทำเองเหมือนที่บ้่านไม่ได้ แต่เป็นการลงทุนระยะยาวที่น่าจะคุ้มค่า กำลังพิจารณายุยงให้น้องอรและมาร์คพิจารณาเรื่องนี้อยู่ครับแต่คงใช้เงินมากกว่าที่ไทย เพราะต้องจ้างช่างทีีมีใบอนุญาต จะไปติดแบบลูกทุ่งพอใช้ได้เหมือนใช้ตาม หัวไร่ปลายนาที่ไทยไม่ได้


อุปกรณ์ตัวช่วยในการทำงานมันมีให้ใช้เยอะมากจนไม่ต้องใช้ความสามารถส่วนตัวมากครับ จึงสามารถช่วยน้องอรทำได้ ที่ Home Depo  มีทุกอย่างที่ช่างต้องการจริงๆ และฝรั่งทั้่วไปทีี่มีบ้าน คงเป็นนัก DIY  กันเกือบทุกคน เมื่อทำงานบ้านเล็กๆน้อย ๆ เช่นต่อปลั๊กไฟเพียง 1-2 จุด ถ้าไปเรียกช่างหมดตัวกันพอดี ขณะเดียวกัน อุปกรณ์ช่วยทำงานมันมีขายทุกชิ้นจริงๆ  ไม่ต้องลุ้นไม่ต้องดัดแปลงอะไรมากขอให้อ่านคำแนะนำจากอินเตอร์เน็ท (ส่วนใหญ่มีเกือบทุกเรื่อง ยังไม่พบเรื่องพื้น ๆ ที่ไม่ใช่เท็คนิกขึ้นสูง ที่ไม่มีคำแนะนำจากอินเตอร์เน็ทครับ) ทำให้สามารถทำงานและหาอุปกรณ์ที่ขาดและจำเป็นต้องใช้ได้ง่ายครับ
บันทึกการเข้า

ลุงหมี  คนรักต้นกล้วยทุกต้นที่ปลูก ชอบปลูกสาระพัดกล้วย และชอบกินกล้วยสาระพัดรูปแบบทุกชนิดที่ปลูกเองและไม่ได้ปลูกเอง
Lungmhee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1904



« ตอบ #2269 เมื่อ: เมษายน 25, 2017, 05:22:10 AM »

24 เมษายน 2560

 เศษกิ่งไม้ใบไม้กองโตคือปัญหาของนักตัดแต่งกิ่งไม้มือสมัครเล่นของบ้านนี้เมืองนี้อย่างลุงหมีครับ  กล่าวคือเมื่อตัดแต่งกิ่งไม้ลงมาแล้ว สิ่งที่ลุงหมี ทำก็คือย่อยกิ่งใหญ่ขนาดเท่าแขนเป็นท่อน ๆ เรียงกองไว้ข้างบ้าน เพื่อเก็บไว้ทำฟืนจุดเตาผิง (ยังนึกไม่ออกว่าเอาทำอย่างอื่นไรได้มั่ง ) เนื่องจากก่อนตัดไม่ได้วางแผนไว้ก่อนว่าจะเอาไม้ท่อนไปทำที่นั่งหรืออะไรมันก็ไม่น่าจะใหญ่พอ

ปัญหาคือส่วนที่เป็นกิ่งไม้เล็ก ๆ และใบไม้  ไม่สามารถกำจัดได้ด้วยวิธีการเอาไปทิ้งที่รกร้างว่างเปล่า แถวบ้านได้ แม้ว่าจะมีที่ว่างแบบนั้นอยู่บ้าง แต่การเอาไปทิ้งแบบนั้นเสี่ยงต่อการโดนปรับ  วิธีไม่เสียเงินวิธีเดียว คือเอากิ่งไม้เล็ก ๆ ย่อยให้ละเอียดด้วยเลื่อยไฟฟ้า แล้วเอาใส่ถังขยะสีเขียวไว้รอใส่รถที่มาเก็บขยะในวันอังคาร ของสัปดาห์ อีกทางหนึ่งที่มีคนเสนอมาแล้ว (คนรับจ้างตัดต้นไม้แถวบ้านเดินมาเสนอ) คือเขาจะเก็บเอาไปยอ่ยสลายให้ป่นเป็นชิ้นย่อยๆ ด้วยเครื่องย่อย แต่กองที่เห็นเหล่านี้เขาเสนอราคา(เฉพาะ)ค่าขนเอาไป 300 เหรียญ

คุณมาร์คเคยไปคุยกับคนขับรถขยะว่า ขอร้องให้เอาขยะที่ใส่ถุงดำผูกมัดไว้เรียบร้อยไปด้วยได้ไหม คำตอบคือ "ไม่"  จะขนเอาไปเฉพาะที่อยู่ในถังขยะสีเขียว อาทิตย์ละครั้ง เท่านั้น

เท่าที่นึกได้ขณะนี้คืออาจจะเอาใส่ถุงย่อย ๆ ไปแอบใส่ถังขยะสีเขียวของเพื่อนบ้านทีละเล็กทีละน้อยตอนเย็นวันจันทร์หลังมืดค่ำ ถุงละหน่อย ๆ เพื่อไม่ให้น่าเกลียดจนเกินไป  ไม่งั้นก็ต้องจ้างเขามาขนไป

แต่จากการคาดคะเน คาดว่า 2 เดือนก็ยังเอาใส่ถังขยะไปไม่หมด ด้วยวิธีปกติแบบนี้ เพราะเศษใบ้กิ่งไม้กองใหญ่มาก เอาใ่ส่รถขยะได้แค่อาทิตย์ละหนเดียว หนละถังแค่นี้

เป็นความสะดวกสบายของคนเมืองนี้อีกอย่างหนึ่ง คือถ้าอยากจะจัดสวน และให้คนดูแลสวน เพื่อให้เห็นถึงความสวยงามของบ้านตัวเองโดยไม่มีเวลาและแรงกายมากพอ มีบริการจัดสวนดูแลสวนตัดหญ้า เก็บกวาดเศษใบไม้กิ่งไม้ให้เสร็จเรียบร้อย เจ้าของบ้านเพียงแต่จ่ายเงิน ก็จะได้เห็นสวนสวยของตนเองทุกวัน เพียงแต่มีเงินจ่าย คนก็มาบริการถึงบ้าน ชีวิตคนเมืองนี้ดีจริงๆ เค้ามาทำให้โดยไม่ต้องรอเจ้าของบ้านอยู่หรือไม่อยู่ด้วยเพราะบ้านของเมืิองนี้ไม่มีรั้วกันเกินกว่า 99 เปอร์เซ็นต์
บันทึกการเข้า

ลุงหมี  คนรักต้นกล้วยทุกต้นที่ปลูก ชอบปลูกสาระพัดกล้วย และชอบกินกล้วยสาระพัดรูปแบบทุกชนิดที่ปลูกเองและไม่ได้ปลูกเอง
Lungmhee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1904



« ตอบ #2270 เมื่อ: เมษายน 25, 2017, 05:24:11 AM »

ขออภัยเรื่องภาพประกอบเรื่อง จริงๆ ผมถ่ายรูปไว้มากมายเหมือนเดิม แต่เนื่องจากเวลา
และระบบคอมพิวเตอร์ที่ส่งเรื่องนี้ขอยืมเขาใช้จึงไม่สะดวกเรื่องการทำภาพประกอบครับ
หากมีโอกาศจะนำภาพมาประกอบเรื่องในภายหลังนะครับ
ตอนนี้ถ้าขยันและมีเวลาก็อ่านตัวหนังสือไปก่อน
ลุงหมี อยากเล่าครับ
บันทึกการเข้า

ลุงหมี  คนรักต้นกล้วยทุกต้นที่ปลูก ชอบปลูกสาระพัดกล้วย และชอบกินกล้วยสาระพัดรูปแบบทุกชนิดที่ปลูกเองและไม่ได้ปลูกเอง
หน้า: 1 ... 132 133 134 135 136 137 138 139 140 141 [142]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: