ส้ม มีปัญหามาทางนี้ครับ

<< < (2/48) > >>

tera:
- ผมมีประสบการณ์เพียงเล็กน้อยด้านสวนส้ม คือไปมีส่วนเกี่ยวข้องก็ตอนที่สวนส้มที่ฝาง เชียงใหม่ เป็นโรครากเน่า พีเอชดิน 4 เป็นกันทั้งอำเภอ ส้มขาดตลาดมา3-4 ปีแล้วครับ แถมปีที่แล้วตามด้วยกรีนนิ่ง

- เท่าที่สังเกตสวนส้มที่ผมไปสัมผัสมา คนงานหนึ่งคนต้องรับผิดชอบตัดหญ้า 6 ไร่ ทำให้จัดการหญ้าไม่ทัน เลยต้องใช้ยาฆ่าหญ้า

- สวนส้มเร่งปุ๋ยเร่งฮอร์โมนเพื่อให้ได้ส้มนอกฤดูกาล โดยไม่มีการเติมอินทรีย์วัตถุ (ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก) มาเป็น 20-30 ปี สุดท้ายดินเป็นกรด รากส้มอยู่ไม่ได้ ขุดในทรงพุ่มหาไม่เจอ ไปโผล่นู่นครับ ที่ทางเดินแทรคเตอร์ สุดท้ายต้นส้มยอดเหลือง เป็นโรครากเน่าทั้งสวน

- สวนส้มพยายามแก้โดยโรยปูนขาว โดยโรยไปบนหญ้าเพราะตัดหญ้าไม่ทัน ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรดินจะได้รับการปรับสภาพนะครับ แล้วยังทำไตรโคเดอร์มาใส่โคนต้น อีกไม่กี่วันก็ดันไปเร่งปุ๋ยเคมี ไตรโคเดอร์มาที่ไม่ชอบเคมีก็ตายหมด

- สวนส้มเจ้าดังของเชียงใหม่ก็หันไปเปิดพื้นที่ในประเทศเพื่อนบ้านแล้ว สวนส้มเดิมก็ล้มไถทิ้งบางส่วน แล้วปลูกกล้วยไข่ ปรากฏว่ากล้วยไข่ตกเกรด ไม่มีใครรับซื้อครับ เพราะลูกใหญ่เกินไปและไม่อร่อย แสดงว่ามีปุ๋ยเคมีที่ถูกตรึงไว้ในดินเยอะมากแล้วถูกต้นกล้วยดูดเอาไปใช้

- สามสี่ปีมานี้สวนส้มนี้ก็เลยไม่มีส้มออกเลย เท่าที่ทราบเห็นว่ากำลังเร่งทำปุ๋ยหมักกันใหญ่เพื่อนำไปทำให้ดินเป็นกลาง ซึ่งผมเห็นด้วยนะครับ เพราะนอกจากดินจะเป็นกลางแล้ว จุลินทรีย์ดินที่เป็นประโยชน์ในดินจะได้มีอาหารและเพิ่มจำนวนกลับคืนมา ซึ่งจะทำงานเกื้อกูลกันกับรากพืช ช่วยรากพืชในการดูดซับแร่ธาตุที่จำเป็น และแย่งอาหารจากเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคในดินครับ โดยสวนนี้ก็พยายามไม่ใช้ยาฆ่าหญ้าอีก

- ผมคิดว่าหากเรามีสวนส้มที่มีพื้นที่ไม่มากเกินไป สามารถดูแลสวนได้อย่างปราณีต ไม่ทำส้มเคมีอย่างเดียว แต่เดินทางสายกลางที่บำรุงดินร่วมด้วย ผมคิดว่าคงจะไม่มีปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้นนะครับ

- สวนส้มข้างต้นผมก็ยังไม่รู้เลยว่าการเติมปุ๋ยหมักจะต้องใช้เวลากี่ปีกว่าที่ดินและรากจะฟื้น กว่าที่ความเป็นกลางจะแผ่ลึกลงไปในดินได้ลึกพอ ... ก็ต้องใช้เวลาชดใช้กรรมหน่อยนะครับ  :-\

tavid:
เข้ามาเยี่ยมและให้กำลังใจครับพี่ชาย

ชาย ท่ายาง:
อ้างจาก: kai6901 ที่ ตุลาคม 01, 2012, 08:19:58 AM

อย่างนี้ต้องใข้ภูไมท์ซัลเฟตด้วยถึงจะดีครับเพราะช่วยปปรับกรดปรับด่างในดินด้วยช่วยไม่ให้เกิดโรคเน่าต่าง ๆที่โคนต้นเคยมีคนมาปรีกษาเหมือนกันว่าโรครกเน่าแก้ไขยังไงตอนนั้นยังไม่รู้จักภูไมท์ซัลเฟตก็บอกเค้าแต่เพียงว่าให้ปรับสภาพดินก่่อนแต่ว่าเค้าไม่เชื่อ
จ้องแต่จะเอาออกซินไปเร่งรากอย่างเดียวจะไม่ขายก็ไม่ใช่ที่ได้แต่บอกเค้าว่าต้องแก้ที่ต้นเหตุก้อนครับน้ำและดินเค้าเป็นกรดอยู่ที่6ขายแคลเซียมชัวครับเค้ายอกว่าเค้าปรับสภาพดินด้วยโดโลไมปีล่ะ1ครั้งครับ



ภูไมท์ซัลเฟตบอกตามตรงว่าไม่จำเป็นต้องใช้ครับแต่ถ้าอยากใช้หรือมีทุนหนาหน่อยก็ไม่ห้าม พวกนี้จะเป็นประเภทหินภูเขาไฟมีความพรุนอยู่ในตัวเองมีสภาพเหมือนฟองน้ำถ้าตามด้วยซัลเฟตแสดงว่ามีกำมะถันปนอยู่ โรครากเน่าคือปัญหาหลักที่ทำให้ต่างประเทศมีการนำต้นตอที่ที่ต่อโรครากเน่ามาใช้แต่สำหรับบ้านเราเรื่องต้นตอไม่สำคัญ โรครากเน่าปัญหาหลักคือเรื่องการระบายน้ำและเรื่องการระบายน้ำคือปัญหาหลักสำหรับพืชในบ้านเราเพราะมีปริมาณฝนที่ตกชุกมาก ถึงพื้นที่เป็นดินทรายระบายน้ำได้ดีแต่ถ้าฝนตกติดต่อกันจะระบายน้ำไม่ทันเขื้อตัวนี้จะสร้างสปอร์ปะปนไปกับน้ำได้ การป้องการแก้ปัญหาของโรคนี้ง่ายนิดเดียวคือต้องทำตั้งแต่เริ่มปลูกคือยกร่องขึ้นมาอย่างน้อย 50-60 ซ.ม.ถ้าบางแห่งอาจจะถึง 80 ซ.ม.บางแห่งอาจจะผสมเชื้อไตรโคเดอร์มาลงไปด้วยเพื่อป้องกันโรคนี้ก็ได้ผลดีพอสมควรแต่สาเหตุหลักๆคือเรื่องการระบายน้ำครับ ยกลูกฟูกขึ้นน้ำจะไหลจากที่สูงลงที่ต่ำการระบายน้ำจะเร็วรากไม่มีน้ำขังและถ้าเตรียมวัสดุปลูกดีๆการรบกวนของโรคนี้จะน้อยมากครับ โชคดีครับ

ชาย ท่ายาง:
อ้างจาก: tera ที่ ตุลาคม 01, 2012, 10:59:48 AM

- ผมมีประสบการณ์เพียงเล็กน้อยด้านสวนส้ม คือไปมีส่วนเกี่ยวข้องก็ตอนที่สวนส้มที่ฝาง เชียงใหม่ เป็นโรครากเน่า พีเอชดิน 4 เป็นกันทั้งอำเภอ ส้มขาดตลาดมา3-4 ปีแล้วครับ แถมปีที่แล้วตามด้วยกรีนนิ่ง

- เท่าที่สังเกตสวนส้มที่ผมไปสัมผัสมา คนงานหนึ่งคนต้องรับผิดชอบตัดหญ้า 6 ไร่ ทำให้จัดการหญ้าไม่ทัน เลยต้องใช้ยาฆ่าหญ้า

- สวนส้มเร่งปุ๋ยเร่งฮอร์โมนเพื่อให้ได้ส้มนอกฤดูกาล โดยไม่มีการเติมอินทรีย์วัตถุ (ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก) มาเป็น 20-30 ปี สุดท้ายดินเป็นกรด รากส้มอยู่ไม่ได้ ขุดในทรงพุ่มหาไม่เจอ ไปโผล่นู่นครับ ที่ทางเดินแทรคเตอร์ สุดท้ายต้นส้มยอดเหลือง เป็นโรครากเน่าทั้งสวน

- สวนส้มพยายามแก้โดยโรยปูนขาว โดยโรยไปบนหญ้าเพราะตัดหญ้าไม่ทัน ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรดินจะได้รับการปรับสภาพนะครับ แล้วยังทำไตรโคเดอร์มาใส่โคนต้น อีกไม่กี่วันก็ดันไปเร่งปุ๋ยเคมี ไตรโคเดอร์มาที่ไม่ชอบเคมีก็ตายหมด

- สวนส้มเจ้าดังของเชียงใหม่ก็หันไปเปิดพื้นที่ในประเทศเพื่อนบ้านแล้ว สวนส้มเดิมก็ล้มไถทิ้งบางส่วน แล้วปลูกกล้วยไข่ ปรากฏว่ากล้วยไข่ตกเกรด ไม่มีใครรับซื้อครับ เพราะลูกใหญ่เกินไปและไม่อร่อย แสดงว่ามีปุ๋ยเคมีที่ถูกตรึงไว้ในดินเยอะมากแล้วถูกต้นกล้วยดูดเอาไปใช้

- สามสี่ปีมานี้สวนส้มนี้ก็เลยไม่มีส้มออกเลย เท่าที่ทราบเห็นว่ากำลังเร่งทำปุ๋ยหมักกันใหญ่เพื่อนำไปทำให้ดินเป็นกลาง ซึ่งผมเห็นด้วยนะครับ เพราะนอกจากดินจะเป็นกลางแล้ว จุลินทรีย์ดินที่เป็นประโยชน์ในดินจะได้มีอาหารและเพิ่มจำนวนกลับคืนมา ซึ่งจะทำงานเกื้อกูลกันกับรากพืช ช่วยรากพืชในการดูดซับแร่ธาตุที่จำเป็น และแย่งอาหารจากเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคในดินครับ โดยสวนนี้ก็พยายามไม่ใช้ยาฆ่าหญ้าอีก

- ผมคิดว่าหากเรามีสวนส้มที่มีพื้นที่ไม่มากเกินไป สามารถดูแลสวนได้อย่างปราณีต ไม่ทำส้มเคมีอย่างเดียว แต่เดินทางสายกลางที่บำรุงดินร่วมด้วย ผมคิดว่าคงจะไม่มีปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้นนะครับ

- สวนส้มข้างต้นผมก็ยังไม่รู้เลยว่าการเติมปุ๋ยหมักจะต้องใช้เวลากี่ปีกว่าที่ดินและรากจะฟื้น กว่าที่ความเป็นกลางจะแผ่ลึกลงไปในดินได้ลึกพอ ... ก็ต้องใช้เวลาชดใช้กรรมหน่อยนะครับ  :-\



ครับอาจารย์การปลูกพืชแต่ละชนิดควรหาข้อมูลความรู้ให้ครบทุกด้านก่อนที่จะลงมือบางอย่างตามกระแสพอแผ่วปลายก็จบครับ อินทรีย์ควรใช้ร่วมกับเคมีเพื่อให้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพไม่เน้นไปในด้านใดด้าหนึ่งแต่เพียงอย่างเดียว เมื่อวานซืนมีผู้ทรงคุณวุฒิท่านหนึ่งมาที่สวนผมคุยกันนานพอสมควร ก็เคยทำในแนวอินทรีย์ล้วนๆอยู่ครับ ตอนหลังท่านส่งนามบัตรให้ผมจึงทราบว่าเป็นถึงระดับปริญญาเอกผมก็อายนิดๆครับเพราะความรู้ด้อยกว่าที่สูงก็ความตั้งใจครับ สรุปคือเตรียมพื้นที่ด้วยอินทรีย์วัตถุเช่นปุ๋ยหมัก-ปุ๋ยคอก เสริมด้วยปุ๋ยเคมีให้แบบพอเพียงคือต่ำสุดเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายแต่พอดีสำหรับต้นไม้ ส่วนปัญหาต่างๆถ้าระบบการปลูอย่างถูกวิธีแล้วปัญหาไม่มากครับไม่บานปลาย อย่างเรื่องรากเน่าโคนเน่าแค่ยกลูกฟูกขึ้นมาก็ลดปัญหาไปได้มากถ้าปลูกแบบระดับพื้นดิน เดี๋ยวรากก็เน่า สักพักยางก็ไหล โคนแตก ใบและยอดเหี่ยว ใบร่วง ปัญหาตามมาทำให้บานปลายแก้ไม่จบ ซึ่งการแก้ปัญหาง่ายนิดเดียว ต้องขอบคุณสำหรับความเห็นนะครับอาจารย์และต้องขอพระขอบคุณเป็นอย่างสูงสำหรับความรู้เรื่องปุ๋ยหมักแบบไม่กลับกองเป็นประโยชน์กับเกษตรกรมากๆเลยครับ ขอให้อาจารย์โชคดีครับ

การทำปุ๋ยหมักแบบไม่กลับกองของอาจารย์ธีระครับ

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=65928.0

คนเกษตร เมืองแป๊ะ:
ที่บ้านลองปลูกส้มเขียวหวานอยู่ 1 ต้นครับ พันธ์อะไรไม่แน่ใจรสชาดมี 2 รส คือ จืดและเปรี้ยวครับ :'( :'( ลูกโตสวยมากแต่รสชาดไม่ดีแก้ปรับปรุงอย่างไรดีครับ :-\ :-\

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว