หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กว่าจะมาเป็นเกษตรพอเพียง แบบของ บ้านสวน มาลีบู เชียงใหม่  (อ่าน 47906 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
SuanSONGPOL
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 155


« ตอบ #96 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 12, 2014, 06:52:33 PM »

ดูสวนนี้แล้วนำมาเป็นฟืนท่อนใหญ่ในการเติมเชื้อไฟในใจผม ฮึ่ยยยย สวนทรงพล ลุยยยยยโลด!!! อายจัง อายจัง


Liked By: penpen, พชร, 5XXA
บันทึกการเข้า

aoy0333
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #97 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2014, 12:52:49 PM »

สวัสดีค่ะพี่น้องชาวพอเพียงทุกคน
ห่างหายไปนานเนื่องจากบ้านสวนมาลีบู โทรศัพท์และเน็ตยังเข้าไม่ถึง

วันนี้ตื่นเช้ามานั่งที่ระเบียง จิบกาแฟ มองดูสวนเห็นตนไม้เจิญเติบโต มองดูความเปลียนแปลงของสวน
ผ่านไปไวเหมือนโกหก (2552-2557) นี่เราลงมือทำมาได้ ๕ ปี แล้วหรือนี่



ช่วงนี้เป็นช่วงที่บ้านสวนมาลีบูของเราคึกคักเป็นพิเศษตั้งแต่ปลายปี มีพี่ๆน้องน้องเข้ามาพักบ้าง จัดงานเลี้ยงบ้างพอได้ใช้จ่ายคนงานในสวน เป็นช่วงที่รอให้ผลผลิตทางการเกษตรออกดอกออกผล


บันทึกการเข้า
aoy0333
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #98 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2014, 12:57:49 PM »

บันทึกการเข้า
aoy0333
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #99 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2014, 01:15:15 PM »

บันทึกการเข้า
aoy0333
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #100 เมื่อ: มีนาคม 28, 2014, 04:23:01 PM »

วันนี้ได้มีโอกาศ สำรวจป่ารอบๆไร่ ป่าไม่ยังโอเคนะ ไม่มีใครไปแผ้วถาง น่าจะทำทางเดินป่า  ศึกษาธรรมชาติ
บันทึกการเข้า
aoy0333
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #101 เมื่อ: เมษายน 09, 2018, 09:40:54 AM »

เริ่มต้นตั้งแต่สมัยที่เรียนอยู่ เนื่องจากจบเกษตรมาจากวิทยาลัยเกษตรเพชรบุรีจบ ปวช.  จากนั้นมาเรียนต่อ ปวส ที่สถาบันเทคโนโรยีทางการเกษตรพระนครศรีอยุธยาเมื่อจบ ก็มุ่งมั่นที่จะมาสอบเข้า แม่โจ ตามความฝันของเด็กเกษตรทุกคนในสมัยนั้นแหละค่ะ ด้วยความที่สมองหนาปัญญาน้อยเลยสอบเข้าไม่ได้  จึงต้องหาที่เรียนอื่น จึงหันไปเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนของเมืองเชียงใหม่ ด้วยความที่ชอบอากาศและผู้คนที่นี่จึงไม่ยอมกลับบ้านที่ประจวบ  และก็ไมได้สนใจด้านเกษตรอีกเลย เพราะไม่ได้เรียนด้านการเกษตรแต่ไปเรียนด้านบริหารงานบุคลแทน  แต่ด้วยความที่พ่อแม่พี่น้องเป็นชาวไร่ชาวสวน ในใจก็ยังตั้งเป้าไว้เสมอว่าวันหนึ่งจะมี ฟร์ามเล็กๆเป็นของตนเอง  วันหนึ่ง โอการก็มาถึง (เมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว)ได้มีโอกาศมาเที่ยวบ้านที่เรียนด้วยกัน มีชาวบ้านแถวนั้นต้องการขายที่ 7 ไร่ 30,000บาท  ที่ ใบสทก สมัยนั้นไม่มีราคา ก็เลยตกลงชื้อไว้แล้วก็ชื้อทิ้งไว้ให้คนอื่นทำจริงๆ ตัวเองก็ต้องเรียนไปด้วยหาเงินใช้หนี้ไปด้วยไม่มีเวลามาเหยียบที่สวนอีกเลยจนเรียนจบ ก็ทำงานที่เชียงใหม่อีกหลายปีก็ยังไม่ได้เดินทางตามฝันสักที(ทุกวันเดินตามหาเงิน)แต่ในเวลาที่ทำงานอยู่ก็ได้ชื้อที่เพิ่มในบริเวณที่ติดๆกันที่ชาวบ้านมาขายให่อีกหลายแปลง ระหว่างที่ทำงานได้มีโอกาศเข้าไปสวนบ้างทดลองจ้างคนมาทำ ปลูก ผลไม้จนเต็มสวน แต่ไม่ได้ผลเลยเพราะเราไม่ได้ทำเองหมดเงินไปกับค่าจ้าง แล้วงานก็ไม่คืบหน้า ไฟป่าบ้าง ขโมยบ้าง ชาวบ้านตัดทิ้งบ้าง  (มาทราบตอนหลังว่าที่ตัดผลไม้ทิ่ง เพราะเกะกะถั่วที่ชาวบ้านมาขอปลูก) แต่ในเวลาที่ทำงานอยู่ก็ได้ชื้อที่เพิ่มในบริเวณที่ติดๆกันที่ชาวบ้านมาขายให่อีกหลายแปลง ในที่สุดก็หมดกำลังใจหมดเงินไปที่ดินก็กลับมารกร้างว่างเปล่าเหมือนเดิม  จนในที่สุดก็ย้ายถินฐานจากเชียงใหม่กลับไปทำงานที่บ้านเกิดจากนั้นก็ไม่ได้กลับมาดูที่ดินแปลงนี้อีกเลย และตั้งใจจะตั้งรกรากที่บ้านเกิดเพราะแต่งงานกับแฟนซึ่งมีบ้านเกิดที่ประจวบด้วย  แล้ววันหนึ่งก็มีคนโทรไปขอซื้อที่แปลงนี้จึงพากันกับแฟนนั่งรถไฟมาเชียงใหม่เพื่อจะมาขายที่ดินแปลงนี้  แต่พอมาถึงแฟนกลับเปลี่ยนใจไม่ยอมขาย  แล้วชวนให้เราย้ายกลับมาอยูเชียงใหม่อีกครั้ง
แล้วก็กลับไปประจวบบอกเซ้งกิจการทัวร์เล็กๆ และอู่ของแฟน แล้วเก็บกระเป๋าเดินทางมาเชียงใหม่อีกครั้ง(ใครห้ามก็ไม่ฟัง)ที่มีคนห้ามเพราะเรา2 คนเป็นลูกคนเล็กของครอบครัวและทำงานมามากมายหลายอย่างแต่ยังไม่ประสบความสำเส็จสักที ทุกคนก็เป็นห่วง แตเราสองคนก็ตัดสินใจแนวแน่เดินหน้ามาตามฝันของตัวเอง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
มาถึงวันนี้ได้ปีนี้เข้าปีที่3 แล้วถึงแม้ชีวิตที่ผ่านมาจะลุ่มๆดอนๆแต่ก็พอมองเห็นเป็นรูปเป็นร่างบ้างแล้ว  จึ่งอยากแบ่งบัน ให้คนอื่นๆที่ฝัน เดินมางต่อไป หากเราไม่หยุดเดินสักวันคงต้องถึงเส้นชัยจนได้  ถึงแม้จะช้ากว่าใครแต่เมื่อเราไม่หยุดมันจะต้องถึงแน่นอน
สวนของเราไม่มีไฟฟ้า  ไม่มีปะปา (เมื่อ15 ปีที่แล้วไม่มียังไงตอนนี้ก็ยังคงไม่มีเหมือนเดิม)เสียดายที่ไม่ค่อยได้เก็บภาพเดิมๆไว้บ้าง

แต่จริงๆหากพูดถึงเกษตรพอเพียง เราก็เหมือนพึ่งเริ่มต้นแหละ

อีกอย่างเราสองคนไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นเกษตรพอเพียงได้เลยเพราะแฟนเราเป็นช่างซอมรถ ส่วนเราถึงแม้จะเคยเรียนเกษตรมาแต่ก็ได้เปลี่ยนไปจนลืมวิชาที่เคยเล่าเรียนงานด้านการเกษตรจนหมดเหมือนเริ่ม หนึ่งใหม่ แต่เราสองคนก็จะพยายามเอาสิ่งที่เราสองคนกับแฟนชอบมาใส่รวมกันไว้ในสวนของเราแฟนบอกว่าหากเราได้ทำในสิ่งที่ตนเองชอบได้อยู่กับสิ่งที่ตนเองรัก เราจะมีความสุขเราต้องทำบ้านและสวนควบคู่ไปกับทำสิ่งที่ตัวเองชอบและรัก เราจะไม่อยากไปใหนเราจะรักบ้านและอยากอยู่กับมัน มันอาจไม่เหมือนใครแต่ แบบนี้จะเรียกว่า สวนพอเพียงในแบบของมาลีบูนะ


รถคันนี้คือรถที่พาเรามาทำตามฝันขับ( เป็นรถที่ไม่เข้ากับงานเกษตรเลยใช่ใหม?)




ช่วงนี้มีเวลาว่างแล้ว เดียวมา  อัพเดรท เรื่องบ้านสวนมาลีบูกันต่อนะค่ะ   


Liked By: กัญจน์
บันทึกการเข้า
กัญจน์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10571


« ตอบ #102 เมื่อ: เมษายน 09, 2018, 10:00:26 AM »

หายไปนานเลยครับ ยังคิดถึงเหมือนเดิมกิจการโฮมสเตย์เป็นอย่างไรบ้างไว้มีโอกาสไปเชียงใหม่อีกจะหาโอกาสไปเยี่ยมเยียนครับ
บันทึกการเข้า
aoy0333
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #103 เมื่อ: เมษายน 17, 2018, 02:51:37 PM »

หายไปนานเลยครับ ยังคิดถึงเหมือนเดิมกิจการโฮมสเตย์เป็นอย่างไรบ้างไว้มีโอกาสไปเชียงใหม่อีกจะหาโอกาสไปเยี่ยมเยียนครับ
ยินดีค่ะ ตอนนี้ กำลังจะมาทำการเกษตร อย่างจริงจังเพิ่มขึ้นค่ะ  เดียวจะเริ่มอัพเดทค่ะ  เดินช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไปค่ะ  แต่ที่สำคัญยังคงทำอย่างต่อ้นืรอง ล้มบ้างลุกบ้างได้รสชาติค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: