หน้า: 1 [2] 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: " ทำนาแบบใหม่ของซีพี ชาวนาจะรวยขึ้น" จริงหรือเปล่า  (อ่าน 6961 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
garden
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 338


เมื่อมองดูหยดน้ำ ก็ขอให้นึกถึงต้นน้ำ


« ตอบ #16 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 09:42:56 AM »

ผมไม่เคยทำนาเองนะ
และไม่เคยทำฟาร์มสัตว์ที่เป็นลูกเล้าของ ซีพี
แต่อย่าเพิ่งเชื่อว่าทำแล้วไม่ได้อะไร ขาดทุน หรือขายแต่ขี้มัน
พวกเราไม่รู้ไปถึงว่า เกษตรกรที่ทำ ทำแบบมีการทำบัญชี รายรับ รายจ่ายหรือไม่
จดทุกอย่างที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต หรือเปล่า
การทำฟาร์ม การทำเกษตร ก็ไม่ต่างจากโรงงานผลิตอะไรสักอย่างแห่งหนึ่ง
ผมเชื่อว่าที่ทำแล้วไปไม่รอด เกิดจากไม่เคยจด ไม่เคยบันทึกข้อมูลรายรับ รายจ่ายเลย
แล้วจะไปรู้ได้ไงว่าเงินมันลอด หายไปตรงไหน ทำเกษตร(หรืออะไรก็แล้วแต่)
แบบตาบอด แล้วมันจะหาทางรวยได้อย่างไร ในเมื่อไม่รู้ว่ามันอยู่ช่องไหน
ผมเชื่อว่าเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นแบบนี้แหละ ชอบอวดกันว่าทำนาไร่นึงได้กี่เกวียน
กี่ถัง แต่ถามว่าลงทุนไปทั้งหมดเลยกี่บาท ร้อยทั้งร้อยตอบไม่ได้หรอก
ยกเว้นชาวนาชื่อ ชัยพร คนนึงแหละ

ความเห็นส่วนตัว ไม่ต้องเชื่อผมหรอกนะครับ
บันทึกการเข้า

konthain(นพ)
Moderator
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9719


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #17 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 10:29:51 AM »

ระวังเรื่องพันธุ์ข้าวให้ดีนะครับ
  ใช้พันธุ์ข้าวของเขา จนของเราไม่มี  เดี๋ยวจะมีข้าวหมั๋นมาแน่
    แล้วเกษตรกร ก็ต้องชื้อพันธุ์ข้าวมาปลูก งั้นไม่มีจะปลูกเพราะมันหมั๋น  ดูข้าวโฟดเป็นตัวอย่าง
 ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ

พูดถึงเรื่องเมล็ดพันธุ์ การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์เอาไว้ใช้เพื่อความมั่นคงทางด้านอาหาร
ก็คิดถึง Video ที่ผมเอามาให้เพื่อนสมาชิกดูบ่อย ขอฉายซ้ำอีกรอบคงยังไม่เบื่อกันนะครับ  ยิงฟันยิ้ม






 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
noona
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 252


« ตอบ #18 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 10:54:03 AM »

เห็นพ่อบอกว่าพันธุ์ข้าวเปลือกถังละ 600 บาท แถวบ้านมีคนทำแล้ว แต่ยังไม่เก็เกี่ยวเลยยังไม่รู้ผลค่ะ
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Moderator
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9719


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #19 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 12:12:02 PM »

เห็นพ่อบอกว่าพันธุ์ข้าวเปลือกถังละ 600 บาท แถวบ้านมีคนทำแล้ว แต่ยังไม่เก็เกี่ยวเลยยังไม่รู้ผลค่ะ
เป็นพันธุ์ข้าวอะไรครับ ถังละ 600 บาท 1 กังเท่ากับ 10 กิโลข้าวเปลือกคิดแล้วตก กิโลละ 60 บาท ถ้าขายข้าวปลูก ได้กิโลละ 60 บาทก็ดีนะสิครับ
ปกติจะขายกันอยู่ที่ กิโลละ 20-30 บาทแล้วแต่พันธุ์ข้าวครับ

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
Bangbai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


« ตอบ #20 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 12:43:51 PM »

" ทำนาแบบใหม่ของซีพี  ชาวนาจะรวยขึ้น"
เจ้าสัวซีพีก็รวยเป็นอันดับ ๑ ของจักวาลแล้ว
บันทึกการเข้า
nipun
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 133


« ตอบ #21 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 01:42:00 PM »

แล้วทุกวันนี้เกษตรกรที่ปลูกพืชอาหารสัตว์ส่งให้ บริษัทของเจ้าสัว ชีวิตดีขึ้น รวยขึ้นกันหรือเปล่าครับ  รูดซิบปาก

 เจ๋ง

พูดได้โดนใจครับ คุณนพ อายจัง อายจัง อายจัง

ได้คำตอบที่กร่ะจ่างเลยครับ
บันทึกการเข้า
chainsaw
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1041


« ตอบ #22 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 01:55:37 PM »

เห็นด้วยต้องรวมแปลงปลูกนาขนาดใหญ่ ถ้าต้องผลิตข้าวระบบอุตสาหกรรม ไม่งั้นต้นทุนไม่มีทางสู้ประทเศอื่นๆได้

ส่วนแรงงานที่เหลือจากภาคการเกษตร ต้องพัฒนาในเข้าไปในระบบงานภาคบริการแทน

แต่ถ้านาแปลงเล็ก ต้องผลิตเองแบบครบวงจร เป็นข้าวสารสำเร็จรูป ขายไปยังผู้บริโภคให้ได้
บันทึกการเข้า

จำหน่ายเลื่อยยนต์ ขนาด 38CC ราคา 2,600 บาท

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=23485.0
Cha ME
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 345


« ตอบ #23 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 02:43:25 PM »

ผมไม่เคยทำนาเองนะ
และไม่เคยทำฟาร์มสัตว์ที่เป็นลูกเล้าของ ซีพี
แต่อย่าเพิ่งเชื่อว่าทำแล้วไม่ได้อะไร ขาดทุน หรือขายแต่ขี้มัน
พวกเราไม่รู้ไปถึงว่า เกษตรกรที่ทำ ทำแบบมีการทำบัญชี รายรับ รายจ่ายหรือไม่
จดทุกอย่างที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต หรือเปล่า
การทำฟาร์ม การทำเกษตร ก็ไม่ต่างจากโรงงานผลิตอะไรสักอย่างแห่งหนึ่ง
ผมเชื่อว่าที่ทำแล้วไปไม่รอด เกิดจากไม่เคยจด ไม่เคยบันทึกข้อมูลรายรับ รายจ่ายเลย
แล้วจะไปรู้ได้ไงว่าเงินมันลอด หายไปตรงไหน ทำเกษตร(หรืออะไรก็แล้วแต่)
แบบตาบอด แล้วมันจะหาทางรวยได้อย่างไร ในเมื่อไม่รู้ว่ามันอยู่ช่องไหน
ผมเชื่อว่าเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นแบบนี้แหละ ชอบอวดกันว่าทำนาไร่นึงได้กี่เกวียน
กี่ถัง แต่ถามว่าลงทุนไปทั้งหมดเลยกี่บาท ร้อยทั้งร้อยตอบไม่ได้หรอก
ยกเว้นชาวนาชื่อ ชัยพร คนนึงแหละ

ความเห็นส่วนตัว ไม่ต้องเชื่อผมหรอกนะครับ

  ที่บอกว่าขายขี้ นั่นคือส่วนทีเป็นกำไรจริงๆของคนทำฟาร์ม  คนทำฟาร์มไก่ขนาด 30000 ตัว หมู 1500 ตัว เงินลงทุน 4-5 ล้าน เค้าต้องทำบัญชีครับท่าน  ก่อนจะมาทำฟาร์มหมูก็ทำงาน ผจก.ในเครือเบทาโกร์ครับ


Liked By: thanakorn@2554
บันทึกการเข้า
chaleamchai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 34


« ตอบ #24 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 03:04:22 PM »

ระวังเรื่องพันธุ์ข้าวให้ดีนะครับ
  ใช้พันธุ์ข้าวของเขา จนของเราไม่มี  เดี๋ยวจะมีข้าวหมั๋นมาแน่
    แล้วเกษตรกร ก็ต้องชื้อพันธุ์ข้าวมาปลูก งั้นไม่มีจะปลูกเพราะมันหมั๋น  ดูข้าวโฟดเป็นตัวอย่าง
 ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ

พูดถึงเรื่องเมล็ดพันธุ์ การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์เอาไว้ใช้เพื่อความมั่นคงทางด้านอาหาร
ก็คิดถึง Video ที่ผมเอามาให้เพื่อนสมาชิกดูบ่อย ขอฉายซ้ำอีกรอบคงยังไม่เบื่อกันนะครับ  ยิงฟันยิ้ม






 ยิ้มเท่ห์

ชอบครับ ดูแล้วน่าคิด

บันทึกการเข้า
bankcnx
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1361


ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก


« ตอบ #25 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 03:38:59 PM »

ผมอ่านวันก่อนแล้วครับ ก็มองได้หลายด้านครับ สำหรับผมมองแนวคิดเรื่องเกษตรอินทรีย์ 100% น่าสนใจ การทำกำแพงรอบนาแล้ว

ก็ปล่อยให้น้ำท่วมเพื่อกำจัดแมลงอันนี้เป็นแนวคิดที่ดีทีเดียว แต่ในทางปฎิบัติคงต้องมีรายละเอียดเยอะพอสมควร เช่น จะต้องทำประตู

ให้เครืองจักรเครื่องมือลงไปแล้วจะต้องซีลน้ำได้ด้วย เป็นต้น ลองทำดูกันซักคนละงานสองงานดูมั้ยละครับ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
putmigthy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 82


« ตอบ #26 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 03:45:32 PM »

ผมว่าแนวคิดเขาดีนะครับ  ถ้าเรารองเอามาปรับใช้กันดู ไม่ต้องพึ่งพาเขา..ก็ได้..ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ครับว่าเขาแนวคิดนี้  ผลออกมาเป็นยังไง   อาจเป็นประโยชน์ ก็ได้นะครับ...
บันทึกการเข้า
chamni
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 895


« ตอบ #27 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 04:27:10 PM »

 :)ผมว่าดีครับ  ในเบื้องต้น การทำอะไรต้องคิดให้หมด รายรับรายจ่าย กำไรขาดทุน ต้องทำจริง ต้องขยัน ตัวเป้นน้อต เป็นเกลียว  แต่สุดท้าย สุขภาพกาย สุขภาพจิต ความรักความสามัคคี ความอบอุ่น มันจะเหลืออยู่สักเท่าไร ผมกลัวว่า................
บันทึกการเข้า
farmer by finger
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2376


« ตอบ #28 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 07:41:06 PM »

ซีพีเขาลองทำเมื่อ 10ปีที่แล้วครับ ต้นทุนออกมาต่ำมาก (กว่าเวียดนามหลายขุม)

ความจริงไม่เป็นลูกไร่ ซีพี ก็เอาแนวคิดมาทำเป็น สหกรณ์ ก็ดีนะครับ
คนไทยเราเสียตรง ร่วมมือกันแล้วทะเลาะกันทุกที นี่ละครับ มันเลยออกมาแนว ตัวใคร ตัวมัน ซะหมด
มันขาดพลัง ครับ (ยกเว้นตอน จัดม๊อบปิดถนน อิอิ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 12, 2012, 07:45:26 PM โดย farmer by finger » บันทึกการเข้า
mohock03
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1248


« ตอบ #29 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 08:52:08 PM »

สำหรับเมืองไทยกลัวว่าตอนที่มีแมลงลงมารบกวนจะหาน้ำมาไล่ไม่ได้อย่างเดียว ลังเล


Liked By: thanakorn@2554
บันทึกการเข้า
chamni
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 895


« ตอบ #30 เมื่อ: กันยายน 13, 2012, 05:49:52 AM »

 ยิ้ม  เป็นแนวคิดที่ดี  แต่คนไทยต้องแก้เรื่องการร่วมมือ การรวมกลุ่ม การนำการตาม แก้การรียกร้องต่อผู้นำสูงเกินไป ซึ่งค่อนข้างยาก จึงเจอแต่ผู้นำแบบเสือ ไม่เป้นแบบช้าง ที่จ่าโขลงและูลูกโขลง ต่างปกป้องซึ่งกันและกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุข ไม่เอาเปรียบกัน ถ้าเป้นสหกรณืก็กลัวจะติดรูปแบบและวาทะ(ฟอร์มแมต เวิร์ดดิ้ง) ของทางราชการ ก็จะเป็นการรวมกลุ่มปลูกไม้ในกระถาง(ไม่โต) ผมหวังว่าชุมชนใด ที่ไว้วางใจกัน เชื่อมั่นกัน จะนำมาใช้ต่อไป


Liked By: tass08, thanakorn@2554
บันทึกการเข้า
ทิดโส โม้ระเบิด
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5589


ณ เบื้องบูรพา มีป่าที่กำลังปลูก


« ตอบ #31 เมื่อ: กันยายน 13, 2012, 08:49:46 AM »

ผมเคยได้ยินนิยายปรัมปราเรื่องหนึ่ง

...ข้าวปลูกกิโลกรัมละ 120 บาทครับ ปลูกข้าวพันธุ์นี้ ใช้ปุ๋ยแบบนี้ ยาแบบนี้ รับรองจะได้ข้าวเท่านั้นเท่านี้
ชาวนาก็ตาโตสิ ซื้อพันธุ์ข้าวเขา ใช้ปุ๋ย ใช้ยาของเขา ข้าวงอกงามดีแท้
คราวนี้มีทางเดินให้ 5 ทางโดยที่ชาวนาไม่สามารถกำหนดได้
1. ข้าวได้ผลผลิตดีตามโฆษณา แต่เก็บไว้ทำพันธุ์ต่อไม่ได้ และเวลาไปขายก็ได้ราคาดี แต่ไม่วายเจอเรื่องความชื้น
2. ฝนทิ้งช่วง พูดแบบบ้าน ๆ ก็คือแล้ง ผู้จำหน่ายไม่รู้ไม่ชี้ ขายของได้เงินแล้ว ความเสี่ยงอยู่ที่ชาวนาและภัยธรรมชาติ
3. น้ำท่วม ผู้จำหน่ายไม่รู้ไม่ชี้ ขายของได้เงินแล้ว ความเสี่ยงอยู่ที่ชาวนาและภัยธรรมชาติ
4. ข้าวมีปลอมปนจากแปลงข้างเคียง ผลผลิตไม่ได้ตามเป้า ราคาตก ก็เรื่องของชาวนาสิ
5. ข้าวได้ผลผลิตดีมาก ราคาดีมาก ปีต่อไปก็เริ่มแห่ปลูกกันมากมายจนลืมสายพันธุ์พื้นเมืองที่มีอยู่ เป็นเช่นนี้จนวันหนึ่ง...
นาทุกแปลงหรือจำนวนมากที่สุดปลูกข้าวพันธุ์นี้กันหมด อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปครับ
ทุกท่านจำแตงโมบางเบิดได้ไหมครับ ลูกใหญ่เปลือกหนา กินสีแดงหมดแล้ว ขูดสีขาวมาแกงส้มหรือตำแตงได้อีก
วันนี้หาพันธุ์ไม่มีแล้ว มันหายสาบสูญไปเพราะการเล่นกลของบริษัทผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์นี่เอง

ทำไมไม่มีกฏหมายควบคุมครับ
เมล็ดพืชในโลกนี้ เป็นสิ่งที่ฟ้าประทานมาให้สัตว์โลกเป็นเจ้าของร่วม เหตุไฉนจึงมีคนเพียงหยิบมือเดียวได้ประโยชน์
ถามดัง ๆ หากวันหนึ่ง น้ำท่วมใหญ่และจำเพาะต้องไปท่วมแห่งเก็บเมล็ดพันธุ์ของเจ้านี้จนเสียหาย เราจะทำอย่างไรกัน
ถึงเวลาที่เกษตรกรต้องเก็บเมล็ดพันธุ์เองแล้วนะครับ
ผมเองและคนตัวเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่ง กำลังคิดการณ์ใหญ่ในการรวบรวมเมล็ดพันธุ์พืชผักพื้นบ้านเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์เปิดแจก
ในนามของศูนย์วิจัยพันธุ์พืชไทบ้าน เราต้องรีบทำแข่งกับเวลาแห่งการเปิดเสรีอาเซียน
ก่อนที่ทรัพยากรที่มีจะถูกใช้ร่วมด้วยจำนวนคนอีกมากมาย ปัจจุบันมอบให้ตุ๊หล่างดูแลศูนย์ฯ
ท่านใดสนใจ หากผ่านไปแถวป่าติ้วก็แวะเวียนไปหากันได้นะครับ เข้าไปที่วัดป่าสวนธรรมนั่นแหละครับ
ศุกร์หน้าผมจะเดินทางไป

ไปละ  อิอิอิ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

วิสฺสาสสปรมา ญาติ ... ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง
หน้า: 1 [2] 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: