หน้า: 1 2 3 [4] 5   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ตอนนี้ราคายางตกต่ำจริงๆหรือครับ  (อ่าน 7429 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
sirisak
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 76


« ตอบ #48 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 12:18:47 PM »

มาตอบคำถามของคุณปากแดงกับคุณดวงพรนะครับ
ชาวนา (จากประสบการณ์ผม)
1 ปีทำนา 1 ครั้ง ใช้เวลา รวม 5 เดือน ใช้เวลาลงมือทำจริง ๆ 1 เดือน แถมใช้เครื่องจักร ไม่ได้ลงมือทำเองเหมือนแต่ก่อน
ชาวสวนยาง (สรุปเอาเอง ถ้าไม่ถูกก็แย้งได้นะครับ)
1 ปี ทำสวนยาง 9 เดือน เวลาลงมือทำจริง ๆ 9 เดือน มีเครื่องจักรมาช่วย นิดหน่อยตอน รีดยาง
ถ้าสองคนทำงานแล้วสิ้นปีได้เงินเท่ากัน จะดีไหม
ถ้าผมเป็นชาวสวน ผมก็อยากได้กำไรมากกว่าเป็นธรรมดา
บันทึกการเข้า

ดวงพร
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4729


คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกทำชีวิตให้ดีได้


« ตอบ #49 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 12:23:24 PM »

มาตอบคำถามของคุณปากแดงกับคุณดวงพรนะครับ
ชาวนา (จากประสบการณ์ผม)
1 ปีทำนา 1 ครั้ง ใช้เวลา รวม 5 เดือน ใช้เวลาลงมือทำจริง ๆ 1 เดือน แถมใช้เครื่องจักร ไม่ได้ลงมือทำเองเหมือนแต่ก่อน
ชาวสวนยาง (สรุปเอาเอง ถ้าไม่ถูกก็แย้งได้นะครับ)
1 ปี ทำสวนยาง 9 เดือน เวลาลงมือทำจริง ๆ 9 เดือน มีเครื่องจักรมาช่วย นิดหน่อยตอน รีดยาง
ถ้าสองคนทำงานแล้วสิ้นปีได้เงินเท่ากัน จะดีไหม
ถ้าผมเป็นชาวสวน ผมก็อยากได้กำไรมากกว่าเป็นธรรมดา


ดีค่ะถ้าได้เงินเท่ากัน วานบอกเคล็ดลับทีเถอะ เพราะตอนนี้ ทำนาไว้กินข้าว แต่ทำสวนยางเป็นรายได้ค่ะ เผื่อ ว่า ทำนาแล้ว สิ้นปีรายได้เท่าสวนยางพารา จะได้ ทำรายได้ทั้ง นาและสวนยางพาราค่ะ....อยากทราบๆ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
PONGDITMD
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1797


« ตอบ #50 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 12:26:34 PM »

รัฐบาลเค้ามีหน้าที่จัดผลประโยชน์ให้ลงตัวครับ
ปาล์มขาดแคลน น้ำมันพืชจะขึ้นราคา เค้าห่วงเงินเฟ้อ ของแพง ถูกคนกรุงด่าก็ยอมให้นำเข้าน้ำมันปาล์ม ทำให้ปาล์มในประเทศถูก ก็ถูกชาวบ้านสวดตามเคย จะไม่สวดก็ไม่ได้ เล่นมีมุบมิบกะโรงงานน้ำมันพืชอย่างงี้  บางปีก็มุบมิบกะโรงงานน้ำมันปาล์มเหมือนกัน ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง  ต้องโวยครับ เสียงมากพอเค้าจะได้ไม่กล้าทำออกมาในทางที่เราจะเสียประโยชน์มาก

มะพร้าวนี่น่าเห็นใจที่สุด ทีจริงน่าจะให้กินมะพร้างแพงหน่อยน่าจะดี ไม่ค่อยเห็นใครปลูกกันแล้ว เสียงโวยก็ไม่ดัง ถ้าเค้าต้องเลือกวิธีลำบากหน่อยก็น่าเห็นใจ อย่าไปว่าเค้าเลย เพราะมันถูกผิดปกติจริงๆยังให้นำเข้าอีก จะบ้าหรือเปล่า

ข้าวมีพลังสูงสุด เพราะมีประชากรอยู่ในนี้มากครัวเรือนสุด และเป็นฐานเสียงแต่เป็นภาระสูงสุดเหมือนกัน เพราะดูเหมือนจะอุ้มกันจนเดินไม่เป็นแล้ว ท้ายที่สุดจะไม่มีเงินอุ้ม
ยาางตอนนี้มีปลูกเกือบทุกจังหวัด ครัวเรือนปลูกยางเพิ่มขึ้นน่าตกใจ บางท่านว่ามากกว่าที่ปลูกข้าวอีก  ที่แน่ๆรายได้จากยางนำเงินข้าวแซงหน้าข้าวไปแล้ว แถมมีเงินเชดให้รัฐบาลใช้ปีเป็นหมื่นล้าน  คงมีคนเห็นจุดนี้เลยมีพระเอกหลายคนจะเล่นบทผู้นำทางยางนี่แหละ  มีแววรุ่ง
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9329


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #51 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 12:32:23 PM »

มาตอบคำถามของคุณปากแดงกับคุณดวงพรนะครับ
ชาวนา (จากประสบการณ์ผม)
1 ปีทำนา 1 ครั้ง ใช้เวลา รวม 5 เดือน ใช้เวลาลงมือทำจริง ๆ 1 เดือน แถมใช้เครื่องจักร ไม่ได้ลงมือทำเองเหมือนแต่ก่อน
ชาวสวนยาง (สรุปเอาเอง ถ้าไม่ถูกก็แย้งได้นะครับ)
1 ปี ทำสวนยาง 9 เดือน เวลาลงมือทำจริง ๆ 9 เดือน มีเครื่องจักรมาช่วย นิดหน่อยตอน รีดยาง
ถ้าสองคนทำงานแล้วสิ้นปีได้เงินเท่ากัน จะดีไหม
ถ้าผมเป็นชาวสวน ผมก็อยากได้กำไรมากกว่าเป็นธรรมดา


ดีค่ะถ้าได้เงินเท่ากัน วานบอกเคล็ดลับทีเถอะ เพราะตอนนี้ ทำนาไว้กินข้าว แต่ทำสวนยางเป็นรายได้ค่ะ เผื่อ ว่า ทำนาแล้ว สิ้นปีรายได้เท่าสวนยางพารา จะได้ ทำรายได้ทั้ง นาและสวนยางพาราค่ะ....อยากทราบๆ ยิงฟันยิ้ม

เห็นพ่อบอกว่าพันธุ์ข้าวเปลือกถังละ 600 บาท แถวบ้านมีคนทำแล้ว แต่ยังไม่เก็เกี่ยวเลยยังไม่รู้ผลค่ะ
เป็นพันธุ์ข้าวอะไรครับ ถังละ 600 บาท 1 กังเท่ากับ 10 กิโลข้าวเปลือกคิดแล้วตก กิโลละ 60 บาท ถ้าขายข้าวปลูก ได้กิโลละ 60 บาทก็ดีนะสิครับ
ปกติจะขายกันอยู่ที่ กิโลละ 20-30 บาทแล้วแต่พันธุ์ข้าวครับ

 ยิงฟันยิ้ม

กำลังคุยกันอยู่กระทู้ข้างล่างอยู่เลยครับพี่ดวงพร  ยิงฟันยิ้ม
ถ้าทำนาผลิตข้าวให้ได้เกรดข้าวปลูก เห็นมีเพื่อนสมาชิกบอกว่า ข้าวปลูกถังละ 600 บาท
คิดแล้วตกกิโลละ 60 บาท ทำนาไร่นึงขอให้ได้ข้าวแค่ 500 กิโลกรัม ก็ตกไร่ละ 30,000 บาท
ทำ 10 ไร่ก็ได้(คิดแค่นาปีพอ)  ปีละ 300,000 บาท(ยังไม่หักค่าใช้จ่าย)
คุณพ่อตาของผมทำนาครั้งละ 80 กว่าไร่ยังขายข้าว(จำนำแล้ว)รอบละไม่ถึง 300,000 เลยครับ

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
Service
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 611


« ตอบ #52 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 12:41:05 PM »

มาตอบคำถามของคุณปากแดงกับคุณดวงพรนะครับ
ชาวนา (จากประสบการณ์ผม)
1 ปีทำนา 1 ครั้ง ใช้เวลา รวม 5 เดือน ใช้เวลาลงมือทำจริง ๆ 1 เดือน แถมใช้เครื่องจักร ไม่ได้ลงมือทำเองเหมือนแต่ก่อน
ชาวสวนยาง (สรุปเอาเอง ถ้าไม่ถูกก็แย้งได้นะครับ)
1 ปี ทำสวนยาง 9 เดือน เวลาลงมือทำจริง ๆ 9 เดือน มีเครื่องจักรมาช่วย นิดหน่อยตอน รีดยาง
ถ้าสองคนทำงานแล้วสิ้นปีได้เงินเท่ากัน จะดีไหม
ถ้าผมเป็นชาวสวน ผมก็อยากได้กำไรมากกว่าเป็นธรรมดา


 ก็ทำนาสิครับ จะได้ได้เงินเยอะ ๆ
บันทึกการเข้า
PONGDITMD
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1797


« ตอบ #53 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 12:43:25 PM »

มาตอบคำถามของคุณปากแดงกับคุณดวงพรนะครับ
ชาวนา (จากประสบการณ์ผม)
1 ปีทำนา 1 ครั้ง ใช้เวลา รวม 5 เดือน ใช้เวลาลงมือทำจริง ๆ 1 เดือน แถมใช้เครื่องจักร ไม่ได้ลงมือทำเองเหมือนแต่ก่อน
ชาวสวนยาง (สรุปเอาเอง ถ้าไม่ถูกก็แย้งได้นะครับ)
1 ปี ทำสวนยาง 9 เดือน เวลาลงมือทำจริง ๆ 9 เดือน มีเครื่องจักรมาช่วย นิดหน่อยตอน รีดยาง
ถ้าสองคนทำงานแล้วสิ้นปีได้เงินเท่ากัน จะดีไหม
ถ้าผมเป็นชาวสวน ผมก็อยากได้กำไรมากกว่าเป็นธรรมดา


ดีค่ะถ้าได้เงินเท่ากัน วานบอกเคล็ดลับทีเถอะ เพราะตอนนี้ ทำนาไว้กินข้าว แต่ทำสวนยางเป็นรายได้ค่ะ เผื่อ ว่า ทำนาแล้ว สิ้นปีรายได้เท่าสวนยางพารา จะได้ ทำรายได้ทั้ง นาและสวนยางพาราค่ะ....อยากทราบๆ ยิงฟันยิ้ม

ถ้าประกันหมื่นห้านี่ได้ตลอดผมว่าปลูกข้าวได้เงินมากกว่ายางนะ  สังเกตุหมู่นี้ชาวนามีกำลังซื้อนาไร่ล่ะแสนที่มีชลประทานนะ ก็มีซื้อให้เห็นครับ แสดงว่าได้ดีกว่ายาง555  สวนยางยังสู้ไม่ถึงเลย เพิ่งตัดใจได้ไร่6-7หมื่น  แต่การอยู่ได้ด้วยเงินประกันนี่มันจะยั่งยืนหรือเปล่าอันนี้น่าคิด  ผมก็มีนาร้างอยู่หลายแปลงเหมือนกัน เห็นราคาขึ้นเรื่อยๆเลยตัดใจขายชาวนาไม่ลงแล้ว  ปล่อยไปไร่5หมื่นเสียค่าโง่ไปสองร้อยกว่าไร่แหนะมีชลประทานด้วยนะ ที่เหลือว่าจะเอามาปลูกข้าวเองมั่ง ตอนนี้เข้าเวปคุณนพทุกวันเลย รู้อะไรเรื่องข้าวเพิ่มอีกเยอะ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
ดวงพร
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4729


คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกทำชีวิตให้ดีได้


« ตอบ #54 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 12:49:58 PM »

อ่าว คุณหมอท่าทางสนใจทำนาอีกทางแล้วมังคะ....ถ้าได้ราคาประกันแบบนี้เห็นทีหาที่นาเพิ่มดีกว่าค่ะ
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9329


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #55 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 12:55:27 PM »

อ่าว คุณหมอท่าทางสนใจทำนาอีกทางแล้วมังคะ....ถ้าได้ราคาประกันแบบนี้เห็นทีหาที่นาเพิ่มดีกว่าค่ะ
เดี๋ยวนี้เค้ารับจำนำข้าวปีละ 2 รอบนะครับ  ยิ้มกว้างๆ

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
sirisak
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 76


« ตอบ #56 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 01:10:38 PM »

มาตอบคำถามของคุณปากแดงกับคุณดวงพรนะครับ
ชาวนา (จากประสบการณ์ผม)
1 ปีทำนา 1 ครั้ง ใช้เวลา รวม 5 เดือน ใช้เวลาลงมือทำจริง ๆ 1 เดือน แถมใช้เครื่องจักร ไม่ได้ลงมือทำเองเหมือนแต่ก่อน
ชาวสวนยาง (สรุปเอาเอง ถ้าไม่ถูกก็แย้งได้นะครับ)
1 ปี ทำสวนยาง 9 เดือน เวลาลงมือทำจริง ๆ 9 เดือน มีเครื่องจักรมาช่วย นิดหน่อยตอน รีดยาง
ถ้าสองคนทำงานแล้วสิ้นปีได้เงินเท่ากัน จะดีไหม
ถ้าผมเป็นชาวสวน ผมก็อยากได้กำไรมากกว่าเป็นธรรมดา


ดีค่ะถ้าได้เงินเท่ากัน วานบอกเคล็ดลับทีเถอะ เพราะตอนนี้ ทำนาไว้กินข้าว แต่ทำสวนยางเป็นรายได้ค่ะ เผื่อ ว่า ทำนาแล้ว สิ้นปีรายได้เท่าสวนยางพารา จะได้ ทำรายได้ทั้ง นาและสวนยางพาราค่ะ....อยากทราบๆ ยิงฟันยิ้ม

ทำนา 10 ไร่ ได้ข้าว 4ตัน ตันละ 15000 บาท รวม 60000 บาท ต่อปี
ทำสวนยาง 10 ไร่ 2000 กิโล กิโลละ 80 บาท รวม 160000 บาท ต่อปี
ถ้าอยากทำนาให้มีรายได้เท่ากับทำสวน ก็ไม่ยากครับ
ก็แค่ทำสวนยาง 10 ไร่ 2000 กิโล กิโลละ 40 บาท รวม 80000 บาท ต่อปี
เห็นไหมเกือบเท่ากันแล้ว ถึงเวลานั้นแล้วจะประท้วงกันไหม อิอิ
**เห็นผมแย้งเรื่องราคายาง แต่ผมก็ทำนานะครับ ส่วนยางไม่ได้ปลูกสักต้น


Liked By: psit, prtprtza, maikhami, dkubpom
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 12, 2012, 01:12:31 PM โดย sirisak » บันทึกการเข้า
sirisak
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 76


« ตอบ #57 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 01:14:24 PM »

มาตอบคำถามของคุณปากแดงกับคุณดวงพรนะครับ
ชาวนา (จากประสบการณ์ผม)
1 ปีทำนา 1 ครั้ง ใช้เวลา รวม 5 เดือน ใช้เวลาลงมือทำจริง ๆ 1 เดือน แถมใช้เครื่องจักร ไม่ได้ลงมือทำเองเหมือนแต่ก่อน
ชาวสวนยาง (สรุปเอาเอง ถ้าไม่ถูกก็แย้งได้นะครับ)
1 ปี ทำสวนยาง 9 เดือน เวลาลงมือทำจริง ๆ 9 เดือน มีเครื่องจักรมาช่วย นิดหน่อยตอน รีดยาง
ถ้าสองคนทำงานแล้วสิ้นปีได้เงินเท่ากัน จะดีไหม
ถ้าผมเป็นชาวสวน ผมก็อยากได้กำไรมากกว่าเป็นธรรมดา


 ก็ทำนาสิครับ จะได้ได้เงินเยอะ ๆ
วันหลังมีม๊อบยางพาราก็ลอง เอาไปเสนอนะครับ เผื่อชาวสวนยางจะได้ตาสว่าง
บันทึกการเข้า
Service
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 611


« ตอบ #58 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 01:24:47 PM »

มาตอบคำถามของคุณปากแดงกับคุณดวงพรนะครับ
ชาวนา (จากประสบการณ์ผม)
1 ปีทำนา 1 ครั้ง ใช้เวลา รวม 5 เดือน ใช้เวลาลงมือทำจริง ๆ 1 เดือน แถมใช้เครื่องจักร ไม่ได้ลงมือทำเองเหมือนแต่ก่อน
ชาวสวนยาง (สรุปเอาเอง ถ้าไม่ถูกก็แย้งได้นะครับ)
1 ปี ทำสวนยาง 9 เดือน เวลาลงมือทำจริง ๆ 9 เดือน มีเครื่องจักรมาช่วย นิดหน่อยตอน รีดยาง
ถ้าสองคนทำงานแล้วสิ้นปีได้เงินเท่ากัน จะดีไหม
ถ้าผมเป็นชาวสวน ผมก็อยากได้กำไรมากกว่าเป็นธรรมดา


 ก็ทำนาสิครับ จะได้ได้เงินเยอะ ๆ
วันหลังมีม๊อบยางพาราก็ลอง เอาไปเสนอนะครับ เผื่อชาวสวนยางจะได้ตาสว่าง

ผมก็เคยคิดจะปลูก สัก 100  ไร่เหมือนกัน  แต่ลองดูๆ  แล้ว คนปลูกกันเยอะเหมือนกันครับ  กลัวขัดกันเรื่อง อุปสง  กับ  อุปทาน

เลยหันมาเล่นข้าวโพด  ข้าว   มัน   นี่แหล่ะครับ  ใช้เวลาไม่เยอะ  ตั้งลำใหม่ได้ง่าย  ไม่ขาดดุลพร้อมกันทั้งหมด
บันทึกการเข้า
9_shane
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1027



« ตอบ #59 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 01:57:16 PM »

ยอมรับว่าอะไรที่เป็นกระแสนี่มันมีผลต่อจิตใจคนหมู่มากจริงๆ ผมเองไม่ชอบทำอะไรเหมือนคนอื่นก็ยังเผลอคิดอยากจะปลูกเหมือนกัน คิดอยู่หลายปี สุดท้าย ก็ยังคิดอยู่ (คิดไม่ออก)ว่าจะเอาไงดี มีที่แต่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ โดยส่วนตัวไม่ชอบอะไรที่คนทำมากๆ หรือมีกันเยอะๆ รู้สึกไม่ค่อยได้คิด อะไรถ้ามีมากไปน้อยไปมันไม่ดีหรอก มีขึ้นก็ต้องมีลง เป็นวัฏจักร ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับได้ไหม แต่ถ้าเป็นคนรู้จักพอเพียงอย่างปากพูดก็คงไม่ทุกข์ร้อนกับเรื่องพวกนี้ ทุกวันนี้ถ้าอยากประสบความสำเร็จจริงๆ มันต้องคิดต่าง คิดแบบไหน ก็ต้องคิดเอง จะมีกี่คนที่กล้าล่ะ งานนี้ ยิ้มเท่ห์


Liked By: sirisak, prtprtza, maikhami
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 12, 2012, 02:11:56 PM โดย shanengng » บันทึกการเข้า
prtprtza
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1102



« ตอบ #60 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 02:21:34 PM »

เมื่อครู่ไปนั่งกินข้าวมันไก่ร้านป้...า มา ป้าแกเป็นคนปักษ์ใต้ที่อพยบมาอยู่ที่นี่

ผัวแกมาซื้อที่ปลูกยางที่นี่เหมือนเดิม  แต่แก มาก่อนผม ห้าปี   คอเดียวกัน(เป็นคนต่างถิ่นเหมือนกัน)

: ผมก็คนใต้ครับป้า    

: ทำไมคนใต้ หน้า มัน ตี๋ จัง

: คนใต้ลูกครึ่งจีนเยอะแยะครับ (ใต้กรุงเทพไปหน่อยนึง555)

คุยกันถูกคอ ได้โอกาสเจาะ พร้อมเปลี่ยนเรื่อง ถามเลย ป้าๆดูข่าวม๊อปยางไหมป้า...

ป้าแกเล่าให้ฟังว่า สมัยแกสาวๆ อายุ18 สวย ด้วย (ตอนนี้แก53)

ยางแผ่นกิโลละ4บาท ข้าวสารอย่างดีๆถังละ14บาท ตกกิโลละ0.933บาท ในสมัยนั้น

ยางแผ่นกิโลละ4บาท มีเงินเหลือเฟือ ใช้จ่ายอย่างสบายเพราะอาหารการกินถูกมาก สมัยนี้อะไรๆก็แพง


สมัยนี้ยางแผ่นกิโลละ...บาท ข้าวสารอย่างดีๆถังละ525 ตกกิโลละ35บาท

เวลาผ่านไปจากยายยังเป็นสาว สู่ วัย53 ราคาข้าวเพิ่มขึ้น37.5เท่า

ผมเลยลองเอาเครื่องคิดเลข จิ้มดู 4*37.5=150บาท ครับ
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9329


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #61 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 03:34:51 PM »

เมื่อครู่ไปนั่งกินข้าวมันไก่ร้านป้...า มา ป้าแกเป็นคนปักษ์ใต้ที่อพยบมาอยู่ที่นี่

ผัวแกมาซื้อที่ปลูกยางที่นี่เหมือนเดิม  แต่แก มาก่อนผม ห้าปี   คอเดียวกัน(เป็นคนต่างถิ่นเหมือนกัน)

: ผมก็คนใต้ครับป้า    

: ทำไมคนใต้ หน้า มัน ตี๋ จัง

: คนใต้ลูกครึ่งจีนเยอะแยะครับ (ใต้กรุงเทพไปหน่อยนึง555)

คุยกันถูกคอ ได้โอกาสเจาะ พร้อมเปลี่ยนเรื่อง ถามเลย ป้าๆดูข่าวม๊อปยางไหมป้า...

ป้าแกเล่าให้ฟังว่า สมัยแกสาวๆ อายุ18 สวย ด้วย (ตอนนี้แก53)

ยางแผ่นกิโลละ4บาท ข้าวสารอย่างดีๆถังละ14บาท ตกกิโลละ0.933บาท ในสมัยนั้น

ยางแผ่นกิโลละ4บาท มีเงินเหลือเฟือ ใช้จ่ายอย่างสบายเพราะอาหารการกินถูกมาก สมัยนี้อะไรๆก็แพง


สมัยนี้ยางแผ่นกิโลละ...บาท ข้าวสารอย่างดีๆถังละ525 ตกกิโลละ35บาท

เวลาผ่านไปจากยายยังเป็นสาว สู่ วัย53 ราคาข้าวเพิ่มขึ้น37.5เท่า

ผมเลยลองเอาเครื่องคิดเลข จิ้มดู 4*37.5=150บาท ครับ
หมายความว่า ราคายางควรอยู่ที่กิโลละ 150 บาทเมื่อเทียบกับราคาข้าวสารใช่ไหมครับ  ยิงฟันยิ้ม

 ยิ้มเท่ห์


Liked By: maikhami
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
PONGDITMD
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1797


« ตอบ #62 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 05:28:23 PM »

เอาราคายางเทียบข้าวเมื่อร้อยปีก่อนมาให้ดู  ส่วนใครอยากรู้ประวิติยางลึกๆตามอ่านใด้ในนี้ครับ http://www.live-rubber.com/rubberforum/viewtopic.php?f=2&t=581&start=410

ชาวฮกจิวมารับจ้างอังกฤษทำสวนยางได้ไม่นาน มาเลย์รัฐบาลท้องถิ่นก็มีนโยบายส่งเสริมให้ปลูกยางบ้าง ก็หันมาปลูกยางและชวนพี่น้องที่ยังอยู่ในจีนตามมาปลูกยางด้วย ตอนนั้น4ปีก็กรีดกันแล้วเพราะยางราคาดีมากๆกกล่ะ25เซนต์ น่าจะประมาณ 5บาทสมัยนั้นนะเมื่อร้อยปีก่อน เห็นว่ายาง10กกแลกข้าวสารได้1กระสอบ ถือว่าดีมากๆเลยยิ่งชวนกันมาปลูกยางที่มาเลใหญ่เลย ราคาดีแค่4-5ปีเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่งสินค้าส่งต่างประเทศไม่ได้ต้องยืมเงินรัฐบาลมาเลกันเป็นแถวๆ หลังสงครามยางกลับมาราคาดีอีกดีกว่าเก่าอีกตก กกล่ะ 80เซ็น อุแม่เจ้ากกล่ะ15-17บาท แค่ 10กกแลกข้าวได้3กระสอบ (300กก) ตอนนี้บ้านเรายางกกล่ะร้อยยี่สิบ 10กกก็1200บาท ไม่รู้แลกข้าวได้เท่าไหร่น่าจะได้1กระสอบน๊ะ แสดงว่ายางตอนนั้นเท่ากับกกล่ะ300บาทตอนนี้ ซะใจมั้ยครับท่านผู้อ่าน จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำใมท่านคอซิมปี์ ณ ระนอง ถึงขวนขวายหายางมาปลูกที่ตรังเมื่อร้อยปีก่อนไล่ๆกะช่วงที่ฮกจิวมามาเลนั่นแหละ แล้วมาเลเค้าห่วงยางมาก คอซิมปี้นี่เค้ามีเซื้อฮกเกี้ยนนะ อยู่มณทลเดียวกะฮกจิว และก๋ตอนนั้นฮกจิวปลูกยางกันอยู่ และคุยกันรู้เรื่อง ให้คิดเองว่าใครช่วยให้พันธุ์ยางมาปลูกเมืองไทย.....เล่าต่อตอนนั้นราคายางดีขนาดนั้นที่มาเลเชียก็แห่ปลูกกันใหญ่จนเป็นประเทศปลูกยางอันดับหนึ่งของโลกจนไม่มีทีจะให้ปลูกกันแล้ว พวกฮกจิวก็เริ่มเล็งๆมาที่เมืองไทยประมาณ80-90ปีก่อนนี้ ก็มีหน่วยกล้าตายมาชุดแรกที่นครศรีธรรมราชที่บ้านคลองจัง แล้วไป อ.นาบอน แล้วมาชุดใหญ่ที่เดียว200ครอบครัวที่จันดี จัดล็อคกันเองเป็นล็อคๆตั้งแต่ตลาดจันดีไปถึงทางเข้าวัดสวนขันแหละที่เรียกเป็นป้ายๆอะ มากันแบบไม่รู้อะไรทั้งนั้นพูดไทยก็ไม่ได้เลยเกาะกลุ่มกันเหนียวมากแต่งงานกันเองมั่วไปหมด และรู้จักกันนับญาติกันได้หมด ช่วงแรกลำบากมากเป็นไข้มาเลเรีย ไทยฟอย์ตายกันไปเยอะ ถูกเสือทำร้ายถูกโจรกระทำก็เยอะ ราคายางก็ดันมาอยู่ที่กกล่ะ4-7บาททั้งๆที่ตอนนั้นเงินเริ่มเฟ้อแล้วและที่ปลูกยางบางทีก้มีปัญหาเช่นที่แถวช้างกลาง7000กว่าไร่ที่มีชาวฮกจิวปลูกยางไปแล้วถูกจอมพลป ประกาศไม่ให้จับจองแล้วเอามาเป็นที่องค์การสวนยางนาบอนทุกวันนี้ไง หลายคนเหมือนกะล้มทั้งยืนกลับมาเลก็เยอะที่เหลือส่วนใหญ่ก็มาจันดี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 13, 2012, 08:43:37 AM โดย ดวงพร » บันทึกการเข้า
pukluk15
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 65


« ตอบ #63 เมื่อ: กันยายน 12, 2012, 08:50:14 PM »

โทรไปถามที่บ้านบ่อย ๆ เหมือนกันว่า ตอนนี้ยางเป็นยังไงบ้าง ขายได้กำใรหรือเปล่า
พ่อก็บอกว่า เอาไปขายได้ก็คือกำใรนั่นแหละ เพราะพ่อบอกว่ายางไม่ใ่ช่หนึ่งเดียวในสวน
วันนี้ขายยางไม่ได้ราคา ก็เอาแรงไปจับปลาขาย ไปเก็บไข่ขาย ไปเตรียมต้นมังคุด
ไปดูทุเรียน ปาล์มก็ยังทำเงินเข้าสวนได้เรื่อย ๆ ถามว่าแล้วพ่อมีเงินใช้จ่ายพอหรือเปล่า พ่อก็ว่าสบายมากลูก
อยากได้เงินก็เดินเข้าสวน มันก็ได้หมดอยากได้มากได้น้อย ก็ขยันเอา
ตอนนี้ตะหงิด ตะหงิด อยากกลับไปอยู่กะพ่อจัง
ถ้าปลูกยางแล้วคิดยาว ๆ ว่าอีกซัก 20 ปี ตัดต้นยางขายจะดีกว่าไม๊
แล้วคิดซะว่า น้ำยางเป็นผลพลอยได้...
และในระหว่าง 20 ปีนี้ ก็หาอะไรทำเพื่อให้รายรับ รายจ่ายสมดุลย์กันไปก่อน
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: