หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 [11] 12 13 14 15 16 17 18 19   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สวนยางRRIM3001กับการเลี้ยงวัวบรามันเลือดร้อย  (อ่าน 122630 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
z_bie
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 564


« ตอบ #160 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2013, 08:11:16 PM »

เว็บไซต์นี้ให้ความรู้ แชร์ความรู้ได้ยอดเยี่ยมเลยครับ ขนาดว่าผมอยู่ท่ามกลางสวนยาง อ.โซ่พสัย จ.บึงกาฬแท้ๆ ถามพี่ๆที่มีสวนยาง เขายังพูดไม่เหมือนกัน แหล่งปลูกแท้ๆ ไม่ได้ข้อมูลอะไรที่เป็ฯประโยชน์ เท่าเว็บไซต์นี้เลยครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

z_bie
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 564


« ตอบ #161 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2013, 08:07:47 AM »

ณ อ.โนนสะอาด กลับไปเยี่ยมพ่อมาครับ หลังจากที่ทำนาเสร็จพ่อเข้า รพ. หมอสงสัยติดเชื้อฉี่หนู เพราะเท้าเป็นแผลแล้วลงไถนา
สภาพสวนยางหลังจากฝนตกต่อเนื่อง




สภาพต้นยางอายุ 2 เดือน






ท่านผู้รู้ช่วยดูหน่อยครับว่าตกลงมันพันธุ์อะไร หลังจากที่ไปซื้อมาแล้วคนขายบอกว่า 900 ต้นดำ




เขาบอกลำต้นจะออกเขียวเข้มถึงดำ ใบเล็กเรียวสีเขียวเข้มเป็นมัน




จากการสังเกตุการโตของต้นยาง ยางอายุ 2 เดือนสูงโดยเฉลี่ยประมาณ 80 เซนติเมตร จากยาง 1-2 ฉัตรความสูงของต้น 30 เซนติเมตร ที่นำมาปลูก
จากภาพบางต้นอาจใบใหญ่ แตกกิ่งเยอะเพราะใช้ปุ๋ย 15-15-15 รองก้นหลุม ยางที่ปลูกที่หลังจะมีความสูงโดยเฉลี่ย เกือบเมตร ยาง 2ฉัตร สูงไวมาก
สังเกตุจากทรงพุ่ม การแทงยอดไม่ใช่ 3001 และ PB350 จากลักษณะใบและทรงพุ่มช่วยวิเคราะห์หน่อยนะครับว่ามาจากสายพันธุ์ใด มันข้องใจว่าโดนคนกันเองต้มจนเปื่อยหรือป่าวครับ 5555


Liked By: MSEKA, porpa282, Steve_Jeab
บันทึกการเข้า
porpa282
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 298


« ตอบ #162 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2013, 07:17:28 PM »

สวนดูโล่งเตียนดีนะครับ  ของผมรกเหลือเกิน ดูๆไปยางที่นำมา น่าจะเป็น พวกซีรีย์ 2000 มากกว่า JV 80 ครับ
ถ้ามันทนแล้งได้ น้ำยางดีกว่า ที่ชาวบ้านเคยปลูกกันแน่ครับ อิสาณบ้านเราไม้ต้องหวัง 400 กก.ต่อไร่หรอกครับ
เอาแค่ 300 กว่าๆ กรีดได้ตามกำหนด ไม่ยืนตายนึ่ง มันก็ดอเคแล้วครับ ยังไงรอท่าน สมช.อื่นๆดูเผื่อๆอยากรู้เหมือนกันครับ
เรื่องคนใกล้กันโกหก ผมว่าอย่าเลยครับ ส่วนใหญ่ที่โดน เราโดนมาเลย์ต้มมากกว่าครับ ออเดอร์เยอะจับยัดๆส่งมายังงั้นแหละ


Liked By: Steve_Jeab
บันทึกการเข้า
Nirvana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 970


« ตอบ #163 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2013, 08:20:44 PM »

ผมให้rrim2025ครับ


Liked By: MSEKA, Steve_Jeab
บันทึกการเข้า
z_bie
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 564


« ตอบ #164 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2013, 04:30:54 AM »

คนขายกล้ายางบอกตระกูล900 ก็ลุ้นๆครับ ได้ตระกูล2000 ก็โอเค ส่วนเรื่องน้ำ สวนข้างๆเป็นหินลูกลังปนทรายพื้นแห้งมากเห็นเขากรีดแล้วก็ออกดีอยู่นะครับ


Liked By: Steve_Jeab
บันทึกการเข้า
ชาวไร่99
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


« ตอบ #165 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2013, 06:45:35 AM »

อยากดูภาพค่ะ อยากรู้ว่า 3001 ที่คุณปลูกปีที่แล้วโตที่ไหนค่ะ
ดิฉันอยู่ไกล้ๆ ผ่านบ่อยว่าจะขอเข้าชมหน่อยค่ะ ดิฉันปลูก 3001 เหมือนกันเพิ่งปลูกได้ 2 เดือนกว่าค่ะ

ปล.อยู่ ต.หนองสระปลา อ.หนองหานค่ะ

อ้อ ดิฉันเอา ปุ๋ยหินฟอสเฟตรองหลุมอย่างเดียวค่ะ คนขายเขาแนะนำว่างั้นเขาบอกไม่ต้องรองปุ๋ยอย่างอื่นมันเค็มเดี่ยวมันตาย เราก็ไม่เคยปลูกก็เชื่ออ่ะนะ ยางตายเยอะเหมือนกัน มันคงเค็ม ลืมบอกไปปลูกบัดดิ้งค่ะ
แล้วคุณเอาอะไรรองก้นหลุมบ้างเล่าให้ฟังหน่อยค่ะ พอดีว่าจะปลูกเพิ่มจะได้ทำไหม่ ขอบคุณค่ะ


Liked By: Steve_Jeab
บันทึกการเข้า
porpa282
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 298


« ตอบ #166 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2013, 07:57:35 PM »

ฟอสเฟตรองก้นหลุมถูกแล้วครับ แต่ก่อนเอายางลงโกยดินกลบปุ๋ยนิดหน่อยอย่าให้รากยางสัมผัสกับปุ๋ยโดยตรง
เวลาโดนแดด จะเห็นชัดเลยว่าเฉาแบบผิดปกติ ผมลองดูมันเป็นยังงี้จริงๆ ท่านสมาชิกคนอื่นเห็นเป็นไงกันบ้างเชิญทท้วงติงครับผม


Liked By: Steve_Jeab
บันทึกการเข้า
Nirvana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 970


« ตอบ #167 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2013, 08:23:19 PM »

หินร๊อกฟอสเฟสโดนรากยางไม่มีปัญหาอะไรเพราะมันคือหินเหมือนดินและ แต่พวกปุ๋ยเคมีนี้และมากไปยางต่ายได้ก็ให้ทำตามที่คุณporpa282 แนะนำและ ส่วนปุ๋ยคอกถ้าหมักไม่ดีก็ออกอาการได้พร้อมทังนำโรคราได้ ถ้าหมักดีก็โดนรากได้ก็เหมือนดินไปแล้วนี้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 10, 2013, 08:25:03 PM โดย Nirvana » บันทึกการเข้า
ชาวไร่99
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


« ตอบ #168 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2013, 09:46:26 PM »

คนขายเขาบอกว่า เอาแค่ หนึ่งกระป๋องนม ตายเยอะเลย แต่ว่าไม่ได้โกยดินรองอีกที ให้รากสัมผัสปุ๋ย คิดว่าตายน่าจะปุ๋ยฟอสเฟสโดนแน่ๆ
หรือใส่เยอะเกิน เพราะมีต้นหนึงปุ๋ยเหลือเลยเทใส่โคนต้น ไปดูอาทิตย์หลังปลูกต้นนั้นตายก่อนเพื่อนเลยแบบต้นแห้งเลยแค่ 7 วัน แต่ต้นอื่นๆ แสดงท่าว่าใบไหม้หรือใกล้ตายพอไปอีกที 2 อาทิตย์ก็ตายตามต้นนั้น เป็นบทเรียนมากๆ เลย
บันทึกการเข้า
Nirvana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 970


« ตอบ #169 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2013, 01:08:18 PM »

คนขายเขาบอกว่า เอาแค่ หนึ่งกระป๋องนม ตายเยอะเลย แต่ว่าไม่ได้โกยดินรองอีกที ให้รากสัมผัสปุ๋ย คิดว่าตายน่าจะปุ๋ยฟอสเฟสโดนแน่ๆ
หรือใส่เยอะเกิน เพราะมีต้นหนึงปุ๋ยเหลือเลยเทใส่โคนต้น ไปดูอาทิตย์หลังปลูกต้นนั้นตายก่อนเพื่อนเลยแบบต้นแห้งเลยแค่ 7 วัน แต่ต้นอื่นๆ แสดงท่าว่าใบไหม้หรือใกล้ตายพอไปอีกที 2 อาทิตย์ก็ตายตามต้นนั้น เป็นบทเรียนมากๆ เลย
หลังปลูกเสร็จกี่วันจรึงมีฝนตกครับ


Liked By: Steve_Jeab
บันทึกการเข้า
เจิ้ล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2823


« ตอบ #170 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2013, 10:05:44 PM »


สาเหตุที่ตายคงไม่ใช่เพราะดินฟอสเฟตแน่ๆ ครับ เพราะผมก็รองด้วยดินฟอสเฟสโดยเอายางวางทับเลย
บันทึกการเข้า
ชาวไร่99
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


« ตอบ #171 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2013, 09:22:32 AM »

คนขายเขาบอกว่า เอาแค่ หนึ่งกระป๋องนม ตายเยอะเลย แต่ว่าไม่ได้โกยดินรองอีกที ให้รากสัมผัสปุ๋ย คิดว่าตายน่าจะปุ๋ยฟอสเฟสโดนแน่ๆ
หรือใส่เยอะเกิน เพราะมีต้นหนึงปุ๋ยเหลือเลยเทใส่โคนต้น ไปดูอาทิตย์หลังปลูกต้นนั้นตายก่อนเพื่อนเลยแบบต้นแห้งเลยแค่ 7 วัน แต่ต้นอื่นๆ แสดงท่าว่าใบไหม้หรือใกล้ตายพอไปอีกที 2 อาทิตย์ก็ตายตามต้นนั้น เป็นบทเรียนมากๆ เลย
หลังปลูกเสร็จกี่วันจรึงมีฝนตกครับ


ตอนก่อนปลูกฝนไม่ตกน่าจะ 10 วัน ดินทรายเดินจมเท้าเลย ส่วนหลังปลูกวันนั้นฝนไล่หลังปลูกเสร็จเลย แต่ไม่รู้ว่ามันแค่ผิวๆ หรือตกจริงๆ น่าจะวัน หรือสองสามวันถ้าตกจริง แต่ไปดูหลังเจ็ดวันมันก็มีรอยน้ำไหลท(ไม่ได้ปลูกไกล้บ้าน ไกลออกไป 53 กิโล) รู้แต่ว่าอีกเจ็ดวันไปดูต้นที่เทปุ๋ยฟอสเฟสลงแห้งตายก่อนเพื่อน พวกอื่นๆ ก็ใบใหม้ๆ เฉาๆ ไปดูอีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมาก็ทยอยตายต้นเดิม หรืออาจปลูกกลางวันเปลี้ยงๆ หรือเปล่าไม่รู้ เราปั่นดินด้วยทั้งไร่ พวกปลูกก่อนช่วงกลางวันจะตายเยอะ คนงานออกไปปลูกแทบไม่ได้มาพักสองสามชั่วโมง ส่วนปลูกหลังช่วงบ่ายสามกว่าถึงเกือบหนึ่งทุ่มไม่ยักตาย หรืออีกกรณ๊หนึ่งหลังๆ กลัวปุ่ยไม่พอเลยใส่น้อย  ส่วนมาก เราใส่ฟอสเฟสเองและฟูราดานเองส่วนมาก ก็ใส่พอๆ กัน หรือน้อยกว่านิดหนึง
บันทึกการเข้า
Nirvana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 970


« ตอบ #172 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2013, 02:24:40 PM »

หน้าจะตายจากต้นยางขาดน้ำ ตอนปลูกดูจากข้อมูลแล้วดินไม่ชุมพอก่อนปลูก ไม่งันต่องเล็งฝนหลังปลูกแม่นจริง คือหลังปลูกสองวันถ้าฝนไม่ตกหนักพอเป็นสองสามชั่วโมง ถ้าตกบางๆต้นยางก็ยังไม่ได้น้ำถ้าดินไม่ชุมมันลงไปไม่ถึงรากยาง ส่วนปุ๋ยฟอสเฟน+ฟูราดานที่คุณใส่ผมเขาใจว่ามันไปมีผลตรงยิ่งไปดูดความชุ่มชื้นในดินออกยิ้งทำให้ยางขาดน้ำไปกันใหญ่เร่งให้ยางตายเร็วขึ้นไปอีกเลยเห็นว่าต้นที่ใส่ฟอสเฟสมากตายก่อนเพื่อนงัย ตามที่คุณเจิ้ลบอกฟอสเฟสใส่รองพื้นโดยตรงได้ผมก็ใส่ใครๆก็ใส่ไม่เห็นเป็นอะไร สกย.ก็แนะนำ แต่จากที่คุณเจอปัญหาต่องมี หมายเหตุด้วยละ ปุ๋ยฟอสเฟสใส่รองพื้นได้แต่ต่องดินชุ้มน้ำด้วยไม่งันเร่งให้ยางตายเร็วขึ้นเพราะมันดูดความชื้นในดินด้วยครับ


Liked By: Steve_Jeab, adulsri
บันทึกการเข้า
Rattanan Thumcharoenjinda
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 716


« ตอบ #173 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2013, 03:18:09 PM »

คนขายเขาบอกว่า เอาแค่ หนึ่งกระป๋องนม ตายเยอะเลย แต่ว่าไม่ได้โกยดินรองอีกที ให้รากสัมผัสปุ๋ย คิดว่าตายน่าจะปุ๋ยฟอสเฟสโดนแน่ๆ
หรือใส่เยอะเกิน เพราะมีต้นหนึงปุ๋ยเหลือเลยเทใส่โคนต้น ไปดูอาทิตย์หลังปลูกต้นนั้นตายก่อนเพื่อนเลยแบบต้นแห้งเลยแค่ 7 วัน แต่ต้นอื่นๆ แสดงท่าว่าใบไหม้หรือใกล้ตายพอไปอีกที 2 อาทิตย์ก็ตายตามต้นนั้น เป็นบทเรียนมากๆ เลย
หลังปลูกเสร็จกี่วันจรึงมีฝนตกครับ


ตอนก่อนปลูกฝนไม่ตกน่าจะ 10 วัน ดินทรายเดินจมเท้าเลย ส่วนหลังปลูกวันนั้นฝนไล่หลังปลูกเสร็จเลย แต่ไม่รู้ว่ามันแค่ผิวๆ หรือตกจริงๆ น่าจะวัน หรือสองสามวันถ้าตกจริง แต่ไปดูหลังเจ็ดวันมันก็มีรอยน้ำไหลท(ไม่ได้ปลูกไกล้บ้าน ไกลออกไป 53 กิโล) รู้แต่ว่าอีกเจ็ดวันไปดูต้นที่เทปุ๋ยฟอสเฟสลงแห้งตายก่อนเพื่อน พวกอื่นๆ ก็ใบใหม้ๆ เฉาๆ ไปดูอีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมาก็ทยอยตายต้นเดิม หรืออาจปลูกกลางวันเปลี้ยงๆ หรือเปล่าไม่รู้ เราปั่นดินด้วยทั้งไร่ พวกปลูกก่อนช่วงกลางวันจะตายเยอะ คนงานออกไปปลูกแทบไม่ได้มาพักสองสามชั่วโมง ส่วนปลูกหลังช่วงบ่ายสามกว่าถึงเกือบหนึ่งทุ่มไม่ยักตาย หรืออีกกรณ๊หนึ่งหลังๆ กลัวปุ่ยไม่พอเลยใส่น้อย  ส่วนมาก เราใส่ฟอสเฟสเองและฟูราดานเองส่วนมาก ก็ใส่พอๆ กัน หรือน้อยกว่านิดหนึง

ส่วนผมคิดว่าน่าจะเกิดจากแดดเผาครับบางทีช่วงอาทิตย์ที่ปลูกนั้นแดดแรงเลยเผาต้นยางที่ปลูกไหม่ ลมร้อนจากแสงแดดก็มีผลให้ยางขาดน้ำเช่นกัน และอีกอย่างยางที่นำมาปลูกบางทีเพิ่งเปิดสแลมออกยางยังปรับตัวไม่ได้ แปลงยางสมัยนี้มักจะใช้ปุ๋ยทางใบและฮอร์โมนช่วยให้ยางฉัตรใหญ่ งามเขียวใบใหญ่ มองดูงามตาน่าซื้อ โดยที่ระบบรากไม่เดินเต็มที่เพื่อหาปุ๋ยทางดิน ยางพวกนี้เวลานำมาปลูกจะอ่อนแอมาก สังเกตุจากใบจะงามแต่บางกิ่งไม่แข็ง เส้นใบไม่ชัดเจน ลำต้นเล็กแต่ใบงาม ยางที่ดีลำต้นที่แตกออกมาจากตาต้องใหญ่และไม่ยาวเกินไป ถ้ายางบัดดิ้งให้หาซื้อจากแปลงที่เลี้ยงกลางแดด การเลือกซื้อพันธุ์ยางถ้าเลือกได้ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง


Liked By: Nirvana, Guevara, Steve_Jeab
บันทึกการเข้า
ชาวไร่99
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


« ตอบ #174 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2013, 04:48:58 PM »

คนขายเขาบอกว่า เอาแค่ หนึ่งกระป๋องนม ตายเยอะเลย แต่ว่าไม่ได้โกยดินรองอีกที ให้รากสัมผัสปุ๋ย คิดว่าตายน่าจะปุ๋ยฟอสเฟสโดนแน่ๆ
หรือใส่เยอะเกิน เพราะมีต้นหนึงปุ๋ยเหลือเลยเทใส่โคนต้น ไปดูอาทิตย์หลังปลูกต้นนั้นตายก่อนเพื่อนเลยแบบต้นแห้งเลยแค่ 7 วัน แต่ต้นอื่นๆ แสดงท่าว่าใบไหม้หรือใกล้ตายพอไปอีกที 2 อาทิตย์ก็ตายตามต้นนั้น เป็นบทเรียนมากๆ เลย
หลังปลูกเสร็จกี่วันจรึงมีฝนตกครับ


ตอนก่อนปลูกฝนไม่ตกน่าจะ 10 วัน ดินทรายเดินจมเท้าเลย ส่วนหลังปลูกวันนั้นฝนไล่หลังปลูกเสร็จเลย แต่ไม่รู้ว่ามันแค่ผิวๆ หรือตกจริงๆ น่าจะวัน หรือสองสามวันถ้าตกจริง แต่ไปดูหลังเจ็ดวันมันก็มีรอยน้ำไหลท(ไม่ได้ปลูกไกล้บ้าน ไกลออกไป 53 กิโล) รู้แต่ว่าอีกเจ็ดวันไปดูต้นที่เทปุ๋ยฟอสเฟสลงแห้งตายก่อนเพื่อน พวกอื่นๆ ก็ใบใหม้ๆ เฉาๆ ไปดูอีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมาก็ทยอยตายต้นเดิม หรืออาจปลูกกลางวันเปลี้ยงๆ หรือเปล่าไม่รู้ เราปั่นดินด้วยทั้งไร่ พวกปลูกก่อนช่วงกลางวันจะตายเยอะ คนงานออกไปปลูกแทบไม่ได้มาพักสองสามชั่วโมง ส่วนปลูกหลังช่วงบ่ายสามกว่าถึงเกือบหนึ่งทุ่มไม่ยักตาย หรืออีกกรณ๊หนึ่งหลังๆ กลัวปุ่ยไม่พอเลยใส่น้อย  ส่วนมาก เราใส่ฟอสเฟสเองและฟูราดานเองส่วนมาก ก็ใส่พอๆ กัน หรือน้อยกว่านิดหนึง

ส่วนผมคิดว่าน่าจะเกิดจากแดดเผาครับบางทีช่วงอาทิตย์ที่ปลูกนั้นแดดแรงเลยเผาต้นยางที่ปลูกไหม่ ลมร้อนจากแสงแดดก็มีผลให้ยางขาดน้ำเช่นกัน และอีกอย่างยางที่นำมาปลูกบางทีเพิ่งเปิดสแลมออกยางยังปรับตัวไม่ได้ แปลงยางสมัยนี้มักจะใช้ปุ๋ยทางใบและฮอร์โมนช่วยให้ยางฉัตรใหญ่ งามเขียวใบใหญ่ มองดูงามตาน่าซื้อ โดยที่ระบบรากไม่เดินเต็มที่เพื่อหาปุ๋ยทางดิน ยางพวกนี้เวลานำมาปลูกจะอ่อนแอมาก สังเกตุจากใบจะงามแต่บางกิ่งไม่แข็ง เส้นใบไม่ชัดเจน ลำต้นเล็กแต่ใบงาม ยางที่ดีลำต้นที่แตกออกมาจากตาต้องใหญ่และไม่ยาวเกินไป ถ้ายางบัดดิ้งให้หาซื้อจากแปลงที่เลี้ยงกลางแดด การเลือกซื้อพันธุ์ยางถ้าเลือกได้ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

ดิฉันซื้อยางบัดดิ้งค่ะ รากเต็มถุงและมากด้วยไม่น่าตายเอ้อเสียดายเงิน


Liked By: Steve_Jeab
บันทึกการเข้า
ชาวไร่99
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


« ตอบ #175 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2013, 04:56:44 PM »

หน้าจะตายจากต้นยางขาดน้ำ ตอนปลูกดูจากข้อมูลแล้วดินไม่ชุมพอก่อนปลูก ไม่งันต่องเล็งฝนหลังปลูกแม่นจริง คือหลังปลูกสองวันถ้าฝนไม่ตกหนักพอเป็นสองสามชั่วโมง ถ้าตกบางๆต้นยางก็ยังไม่ได้น้ำถ้าดินไม่ชุมมันลงไปไม่ถึงรากยาง ส่วนปุ๋ยฟอสเฟน+ฟูราดานที่คุณใส่ผมเขาใจว่ามันไปมีผลตรงยิ่งไปดูดความชุ่มชื้นในดินออกยิ้งทำให้ยางขาดน้ำไปกันใหญ่เร่งให้ยางตายเร็วขึ้นไปอีกเลยเห็นว่าต้นที่ใส่ฟอสเฟสมากตายก่อนเพื่อนงัย ตามที่คุณเจิ้ลบอกฟอสเฟสใส่รองพื้นโดยตรงได้ผมก็ใส่ใครๆก็ใส่ไม่เห็นเป็นอะไร สกย.ก็แนะนำ แต่จากที่คุณเจอปัญหาต่องมี หมายเหตุด้วยละ ปุ๋ยฟอสเฟสใส่รองพื้นได้แต่ต่องดินชุ้มน้ำด้วยไม่งันเร่งให้ยางตายเร็วขึ้นเพราะมันดูดความชื้นในดินด้วยครับ

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ วันนั้นคนงานต้องรีบขึ้นมาพักก่อนสี่โมงเช้ามันร้อนจริงๆ เขาไม่ได้ใส่บุ๊ท ไม่คิดว่าร้อนขนาดนี้ ดิฉันลองถอดบุ๊ทเดิน โอ้แม่เจ้านึกว่าเอาเท้าจุ่มน้ำต้มร้อนๆ ร้อนจริงๆ จนคนงานทำงานต่อไม่ได้ มีปั่นดินให้ละเอียดอีกยิ่งร้อนไปใหญ่ ไม่มีหญ้าเลย เดินทีจมเท้าเลย เป็นบทเรียนจริงๆ ยางบัดดิ้งตาย ตาย 50 ต้นจาก 400 ต้น เยอะพอสมควรคิดเป็นเปอร์เซ้นแล้ว


Liked By: Steve_Jeab
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 [11] 12 13 14 15 16 17 18 19   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: