หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 75   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Re: โครงการผ้าป่าผักหวาน:ปลูกผักหวานป่าสร้างป่าอาหาร ๑ ล้านไร่ ถวายในหลวง  (อ่าน 415551 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
อุฑยานผักหวานป่า'๔๔
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 949


« เมื่อ: สิงหาคม 15, 2012, 11:31:08 PM »

                                            9’9’2011

          เนื่องในวโรกาสแห่งปีมหามงคลเฉลิมพระชนม์พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงครบรอบ 84 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2554   สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงครบรอบ 79 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2554 และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

   “อุฑยานผักหวานป่า’๔๔” ขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยทุกๆท่านร่วมทำความดี เพื่อน้อมเกล้าถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์
(พ่อหลวง-แม่หลวง ) พ่อรักษ์ดิน--แม่รักษ์น้ำ ลูกๆมาช่วยกัน สร้างป่าเพื่อผืนแผ่นดินให้ชุ่มเย็น   และสร้าง (รักษา) สายน้ำให้ใสบริสุทธิ์สืบไป…..
     ด้วยการปลูกผักหวานป่าสร้างป่า“โครงการป่าชาวบ้านในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี”  
(สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ) ในที่ดินของทุกๆท่าน ( สร้างชีวิต คน-พืช-และสัตว์ให้อยู่ร่วมกันด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือเกื้อกูลแบ่งปันซึ่งกัน  และกัน = ความสุขในแผ่นดิน )

     ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ทรงพระเกษมสำราญ มีพระชนม์มายุยิ่งยืนนาน  
             ควรมิควรสุดแล้วแต่จะทรงโปรดฯ กรุณา
                       ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ                            

ข้าพระพุทธเจ้า “อุฑยานผักหวานป่า’๔๔ ”  บ้านหนองอ้อน้อย  ตำบลกุดน้ำใส  อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น
                    
                           อุฑยานผักหวานป่า'๔๔
เจ้าของกิจการและผู้จัดการ: นายโอภาส ไชยจันทร์และนางศศิธร  ไชยจันทร์ดี
บ้านเลขที่:  51 หมู่ 7  บ้านหนองอ้อน้อย  ตำบลกุดน้ำใส    อำน้ำพอง  จังหวัดขอนแก่น  รหัสไปรษณีย์ 40310    เบอร์โทรศัพท์ 081-0618299, 086-0258940  ,093-3898293(เบอร์ไลน์)                              
E-mail: TAKOP44-@HOTMAIL.CO.TH
www.gotoknow.org/bolg/ChaiChanDe
          
ที่ปรึกษา อ.ณัฎฐ์  อุตรวิเชียร
                          
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                     บทความที่ 3:ผักหวานป่า “ ช้างเผือกแห่งพงพนา  ราชินีแห่งพืชผัก” นางเอกตลอดกาล เพราะเธอหวานทุกเวลา (ที่กิน)
 
     ขึ้นชื่อว่าผักหวานป่าที่คู่กับไข่มดแดง ที่จะมียอดให้ชิมตั้งแต่ปีใหม่ไปจนถึงเข้าสู่ฤดูฝนของทุกๆ ปี(ตื่นนอน,ออกยอด,ออกดอก,ติดเมล็ด 6-8เดือน อีก4เดือน(เข้าพรรษา)นอนหลับ พักผ่อน เก็บแรงสะสมอาหาร ผักหวานป่าเป็นพืชในวงศ์ opiliaeae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า melientha suavis Pierre ผักหวานป่านับว่าเป็นพืชป่าอีกชนิดหนึ่ง ที่มีกระจายประปรายอยู่ในเขตร้อนชื้น( แถบ-กลุ่มประเทศอินโดจีนได้แก่ ไทย,ลาว,กัมพูชา,พม่าและเวียดนาม ) มากบ้างน้อยบ้าง ขึ้นอยู่กับลักษณะสภาพป่า(ตัวบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์)
 
           สำหรับประเทศไทยผักหวานป่านับเป็นพืชผักท้องถิ่นอีกชนิดหนึ่งที่อยู่คู่ประเทศไทยมาเป็นระยะเวลาอันยาวนานตั้งแต่บรรพกาล  ซึ่งมีกระจายอยู่ทุกภาคของประเทศไทยส่วนมากจะอยู่ทาง ภาคเหนือ,ภาคอีสาน,ภาคกลาง ส่วนทางภาคใต้ มีเป็นบางพื้นที่เพราะผักหวานป่าจะชอบฤดูแล้งมากกว่าฤดูฝน  ด้วยความที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่น ในเรื่องของรสชาติที่หวาน มัน หอม กรอบนุ่ม ที่สำคัญเป็นต้นพืช-ผัก ที่มีอายุยืนยาวถึง100ปี และปลูกได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี ยิ่งได้เด็ด-เก็บ ยอด ใบ ดอก สดๆจากต้นมาปรุงอาหาร รสชาติความอร่อยนั้นบอกได้เลยค่ะว่า....“สุดยอดและยอดสุด”จริงๆ
 
             แต่ในยุคปัจจุบันผักหวานป่าที่อยู่ตามแหล่งธรรมชาติ-ป่าภูเขามีจำนวน ลดน้อยลง(เนื่องจากฝีมือมนุษย์ ขุดต้น-ขุดรากเพื่อมาปลูกและบริโภคอย่างไม่อนุรักษ์)ทำให้ผักหวานป่าที่ขายอยู่ตามท้องตลาดมีราคาค่อนข้างแพงตามไปด้วย  ซึ่งก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนที่ชอบรับประทานผักหวานป่าหันมาสนใจที่จะปลูกผักหวานป่าไว้เพื่อบริโภคเอง และจำหน่ายผลผลิต  แต่ก็พบอุปสรรคปัญหาตรงที่ ผักหวานป่าเป็นพืชป่า ที่ดูเหมือนจะปลูกง่าย แต่คนส่วนมากกลับปลูกไม่ค่อยได้ผล(ปลูกร้อยต้นตายเป็นร้อยต้นก็เยอะ ปลูกพันต้นตายเป็นพันต้นก็มี)
       ดังนั้นจึงทำให้มีคำถามเกิดขึ้นว่าจะมีวิธีปลูกผักหวานป่าแบบไหน? ทำยังไง?จึงจะปลูกผักหวานป่าให้ได้ผลสำเร็จ ได้เก็บกิน-เก็บขาย(ไม่ตาย และเจริญเติบโต มีอายุยืนยาวเช่นเดียวกันกับต้นที่อยู่ตามธรรมชาติ)

             คำถามดังกล่าวทำให้ คุณโอภาส  ไชยจันทร์ดี  ตั้งใจที่จะหาคำตอบด้วยตัวเอง หลังจากเริ่มแรกที่ทดลองปลูกในสูตร-วิธีปลูก ผักหวานป่าที่มีอยู่ตามหนังสือตำรา ต่าง ๆ(ช่วงประมาณ ปี พ.ศ.2531 )  อาทิเช่นขุดหลุมลึก 50X50 ,30X30 ,กว้างเมตรลึกเมตร ปลวกเดือดร้อนฯลฯโดยเริ่มจาก ซื้อต้นกล้าจากคนที่นำพันธุ์ผักหวานป่ามาขายตามหมู่บ้าน
       ซึ่งสมัยก่อนราคาต้นกล้าผักหวานป่าอยู่ที่ ต้นละ4-5บาท จึงได้สั่งจองต้นพันธุ์เพื่อมาปลูกปีละ10,000-20,000 บาท จัดระเบียบแถวปลูกตามช่องว่างต้นมะขามหวานทุกขั้นตอนการปฏิบัติตามตำรา ทดลองอยู่ 4 ปี  หนุ่มช่างเชื่อม สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานดินแดง กรุงเทพฯ คิดจะปลูกต้นไม้ทำสวน เจอของหวานเข้าแล้ว เพราะการปลูกต้นไม้ให้เจริญเติบโตนั้นมันไม่ง่ายอย่างที่คิด รวมทั้งไม่มีความรู้ด้านการเกษตร มีแต่หัวใจที่ผูกพัน กับธรรมชาติในวัยเด็ก  
 
           จากประสบการณ์ที่ตัวเองปลูกต้นกล้าผักหวานป่าแล้วตายเรียบและจากการได้ไปพบญาติพี่น้องที่เป็นเกษตรกร ผู้สูงอายุใครๆก็เอ่ยปากเกี่ยวกับผักหวานป่าว่า เป็นพืชที่ปลูกยากมากใครๆก็ปลูกไม่ได้ คงไม่มีใครสามารถปลูกได้หรอก  (ดูเหมือนยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ บวกกับสภาพดินภายในสวนของตนเองเป็นดินเหนียวลูกรังไม่สามารถปลูกพืชอย่างอื่นได้ แค่จะปลูกกล้วยพื้นบ้านไว้กินเองยังยาก)
 
            ประมาณปี พ.ศ.2536 หนุ่มช่างเชื่อมออกจากบ้าน-พัก(หยุด)จากภาคปฏิบัติ(ตามตำรา) ไปตามหา วิธีปลูกผักหวานป่าในธรรมชาติ (อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ จังหวัดขอนแก่น) ก็ทำให้ได้พบคำตอบในเบื้องต้นที่พอจะเป็นแนวทางการปลูก สำหรับพืชที่ชื่อผักหวานป่า.  
      ปี พ.ศ.2537  กับภาคการปฏิบัติ ในการค้นหาคำตอบสูตรวิธีปลูกผักหวานป่าตามแนวทางให้ธรรมชาติ เป็นครู( ปลูกแล้วตายคือไม่ใช่ แต่ถ้าปลูกแล้วรอดแปลว่ามาถูกทาง )
(เรื่องราวการเดินทางของชีวิตที่ทุ่มเทเพื่อเรียนรู้และทำความรู้จักกับพืชที่มีชื่อว่าผักหวานป่าของดิฉันกับคุณโอภาส ไชยจันทร์ดี ได้พบเจออะไรมาบ้างจะได้นำมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไปค่ะ  อย่างน้อย เพื่อจะได้เป็นแรงใจให้กับคนที่กำลังปลูกผักหวานป่า และทำให้ทุกคนได้รู้จักกับพันธุ์ไม้ที่ชื่อผักหวานป่าดียิ่งขึ้น เพื่อเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มุมมองประสบการณ์ซึ่งกันและกัน)  
        
         จากวันนั้นมาจนถึงวันนี้ พ.ศ.2531- พ.ศ.2554 ประโยคคำถามเพียงไม่กี่ข้อแต่ต้อง ใช้เวลายี่สิบกว่าปีกับคำตอบที่ได้มาในวันนี้คือ สูตร-วิธีปลูกผักหวานป่าที่ประหยัดที่สุด (จากพื้นที่ๆไม่มีต้นผักหวานป่าจะทำให้มีต้นผักหวานป่าเขียวขจีตามธรรมชาติ1,000-10,000 ต้นได้อย่างไร? จากสภาพพื้นที่ ดินทราย  ดินเหนียว  ดินลูกรัง  พื้นที่แห้งแล้งเช่นภาคอีสานจะปลูกผักหวานป่าได้อย่างไร? ปลูกผักหวานป่ากับต้นไม้อะไร? และให้ปุ๋ยแบบไหน?จึงจะทำให้ผักหวานป่าที่ปลูกโตเร็ว. ปลูกผักหวานป่าอย่างไรจึงจะช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติ และปลูกผักหวานป่าวิธีไหนที่ต้นทุนต่ำที่สุด ประหยัดเวลาที่สุด ให้ผลตอบแทนเร็ว และอายุยืนที่สุด  ทุกแนวทางปฏิบัติกับการปลูกผักหวานป่าให้ประสบผลสำเร็จได้เก็บกิน-เก็บทาน-เก็บขาย ทุกคำตอบอยู่ที่นี่….“ อุฑยานผักหวานป่า’๔๔ ”
 
      เกี่ยวกับบทความที่สามนี้“ อุฑยานผักหวานป่า’๔๔ ” ขอนำความรู้สูตรวิธีปลูกผักหวานป่าที่ประหยัดที่สุด มาเผยแพร่ให้กับพี่น้องเกษตรกร และทุกท่านผู้มีใจรักษ์ผักหวานป่า  รักษ์รักษ์ธรรมชาติ ให้ได้นำไปปฏิบัติ เพื่อผลิตอาหาร(เลี้ยงโลก) สร้างฐานเศรษฐกิจพอเพียงให้กับชีวิต.. "ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับแผ่นดินไทยของเรา"
 
        ในวันนี้ดิฉัน นางศศิธร  ไชยจันทร์ดี (ในฐานะผู้รับไม้ต่อ ) ขออาสาเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้สูตร-วิธีปลูกผักหวานป่าที่ประหยัดที่สุดดังกล่าว จากการทบทวนความรู้ประสบการณ์ที่ได้ปฏิบัติในการปลูกผักหวานป่า ซึ่งทำร่วมกันมากับ คุณโอภาส ไชยจันทร์ดี ในทุกขั้นตอนวิธีการตั้งแต่ ปีพ.ศ.2540-2554  ในปัจจุบัน.
 
      แปลงปลูกต้นแบบสูตร-วิธีปลูกผักหวานป่าคู่กับต้นตะขบ ที่เห็นผลอย่างชัดเจนในสูตร-วิธีปลูกที่ประหยัด  ที่สุด ตั้งอยู่ที่ “ อุฑยานผักหวานป่า’๔๔”  บ้านเลขที่ 51  หมู่ 7 บ้านหนองอ้อน้อย เทศบาลตำบลกุดน้ำใส  อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น 40310   โทร  043-373152,  081-0618299,  086-0258940  ( อยู่ห่างตัวเมืองขอนแก่นไปทางจังหวัดอุดรธานี 31 กิโลเมตร(ทางเลี้ยวหลักกิโลเมตรที่31จากจังหวัดขอนแก่น) จากถนนมิตรภาพขอนแก่น-อุดรธานี เข้ามาที่ อุฑยานผักหวานป่า'๔๔ เพียง 1 กิโลเมตร)

         สูตร-วิธีปลูกผักหวานป่าที่ได้เผยแพร่-ถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้ที่มาศึกษาดูงาน และนำต้นกล้าที่เพาะจาก “ อุฑยานผักหวานป่า’๔๔” ไปปลูกจากการเก็บข้อมูล และติดตามผลจากบันทึกสมุดเยี่ยม (ข้อมูลชื่อบุคคล-สถานที่ปลูก จำนวนต้นที่ปลูก-ในสูตรคู่กับต้นตะขบ ) ผู้ปลูกประสบความสำเร็จ กับการปลูกผักหวานป่าแล้วในหลายพื้นที่ ( เป็นพื้นที่ไหนบ้าง จะได้นำข้อมูลมาเผยแพร่-เล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไปค่ะ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเก็บรวบรวมข้อมูล รูปแบบต่างๆของแปลงปลูก และผลการเจริญเติบโตของต้นผักหวานป่าที่ปลูกตามช่วงอายุ)    
 
       ในการที่จะปลูกผักหวานป่าให้ประสบความสำเร็จ (2 ปีเก็บกิน 3ปีเก็บทาน-เก็บขาย) ตามสูตร-วิธีปลูกของอุฑยานผักหวานป่า”๔๔ หลายท่านคงจะทราบดีว่าพืชพี่เลี้ยงที่ให้ร่มเงา โดยปลูกคู่กันกับต้นผักหวานป่า ซึ่งเป็นสูตรทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้จากการค้นคว้าตามหาสูตร-วิธีปลูกผักหวานป่า ทั้งวิธีหยอด(ปลูก)ด้วยเมล็ด  และวิธีปลูกด้วยต้นกล้าที่เพาะจากเมล็ด  นั่นก็คือ ต้นตะขบ(แม่นมผักหวาน) อยู่ในวงศ์  tiliceae มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า  muntingia  calabural   ชื่อท้องถิ่น มะแกว๋น(ภาคเหนือ) กือคุ(มลายู) ครบ(ปัตตานี)  หมากตากบ,ตะขบบ้าน(ภาคอีสาน)


           สูตรวิธีปลูกผักหวานป่าด้วยเมล็ดและปลูกโดยต้นกล้าในการเจริญเติบโตของผักหวานป่าที่ปลูกนั้นไม่แตกต่างกัน (โตเหมือนกัน) แต่ข้อแตกต่างจะอยู่ที่ เวลาและความพร้อมของผู้ปลูกที่จะเลือกปลูกผักหวานป่าโดยวิธีใดมากกว่าซึ่งพอจะจำแนกออกได้ดังนี้
 
   ข้อสังเกตบางประการในการปลูกผักหวานป่าด้วยวิธีหยอดเมล็ด
      1. ข้อดีของการปลูกผักหวานป่าด้วยวิธีหยอดเมล็ด
         -  ประหยัดต้นทุน ( เมล็ดพันธ์ -- ค่าแรง )
         -  ประหยัดเวลา ใช้เวลาไม่นานในการปลูก
         -  ช่วยอนุรักธรรมชาติเนื่องจากใช้เมล็ดในการปลูก ทำให้ต้นผักหวานที่อยู่ตามธรรมชาติถูกทำลายน้อยลง
         -  ประหยัดแรงงานปลูกได้ 1,000-10,000 ต้น ด้วยคนเพียงคนเดียว
   2. ข้อจำกัดของการปลูกผักหวานป่าด้วยเมล็ด
        - มีระยะเวลาที่จำกัดคือภายใน7-10วัน นับจากที่เก็บเมล็ดสุกของผักหวานป่าลงมาจากต้นจะต้องรีบนำลงปลูก หากเกินกว่าระยะเวลาดังกล่าวมีผลต่ออัตราการงอกที่ลดต่ำลงเรื่อยๆจนไม่งอก
 
   ข้อสังเกตบางประการในการปลูกผักหวานป่าโดยต้นกล้า                        
  1.ข้อดีของการปลูกผักหวานป่าโดยต้นกล้าที่เพาะจากเมล็ด
      - มีระยะเวลาการปลูกที่นานกว่า วิธีหยอด(ปลูก)ด้วยเมล็ด คือปลูกได้นับจากเมล็ดผักหวานป่าที่เพาะเริ่มงอก-ระยะถั่วงอก ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กุมภาพันธ์ ของทุกปี(9-10 เดือน) สามารถหาซื้อเมล็ดพันธ์ผักหวานป่ามาทำการเพาะเอง เพื่อทำการปลูก เพื่อลดต้นทุน
  2.ข้อจำกัดของการปลูกผักหวานป่าโดยต้นกล้าที่เพาะจากเมล็ด
     -  ใช้ระยะเวลานานในขั้นตอนของการปลูก
     -  ยากลำบากเกี่ยวกับการขนย้ายต้นกล้าผักหวาน
 
          ทั้งนี้ไม่ว่าจะปลูกโดยวิธีหยอดด้วยเมล็ดหรือโดยต้นกล้าที่เพาะ ต้นทุนย่อมต่ำกว่าและได้ผลดีกว่า สิ่งสำคัญคืออายุที่ยืนยาวกว่าการปลูกโดยกิ่งตอน  รวมถึงได้ช่วยอนุรักษ์ผักหวานป่าที่อยู่ตามธรรมชาติ-ป่าภูเขา ที่สาธารณะจากการขุดล้อมต้นผักหวานรุ่นพ่อแม่ และขุดต้นผักหวานรุ่นลูกต้นเล็กๆที่เกิดจากราก ขุดรากมาชำ(เพื่อขายและปลูก)


วันนี้กับสิ่งที่สูงสุดในชีวิต(ความดี)ข้าพพระพุทธเจ้านายโอภาส ไชยจันทร์ดี  และ นางศศิธร ไชยจันทร์ดี  " อุฑยานผักหวานป่า”๔๔ " ขอน้อมเกล้าฯถวาย ทรัพย์สินทางปัญญา สูตร-วิธีปลูกผักหวานป่า (สร้างป่า) คู่กันกับต้นตะขบ เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติในวโรกาสแห่งปีมหามงคลเฉลิมพระชนม์พรรษา  แด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงครบรอบ 84พรรษา ในวันที่ 5  ธันวาคม พ.ศ. 2554  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงครบรอบ 79พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม  พ.ศ.2554 และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์
             โดยการเผยแพร่-ถ่ายทอดความรู้สูตรวิธีปลูกผักหวานป่าคู่กับตะขบให้กับคนไทย( เกษตรกรไทยทุกคน) และให้อยู่คู่กับแผ่นดินไทย - ฝากไว้เป็นวิทยาทาน (เพื่อตอแทนบุญคุณแผ่นดิน) ซึ่งเป็นแนวทางตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ    
             ข้าพเจ้าขอเป็น อีก1ในหลายๆล้านความดี ที่ลูกในฐานะพสกนิกรชาวไทยทำเพื่อ ทูลเกล้าถวายพ่อ และแม่ของแผ่นดิน  เพื่อลูกหลานอนุชนคนรุ่นหลังที่จะตามมาได้มีอยู่มีกิน กับอาหารที่ปลอดภัยไร้สารเคมี   สร้างจิตสำนึกรักธรรมชาติจะได้ช่วยกันรักษาและพลิกฟื้นผืนดินไทย ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์เช่นในอดีต“ในน้ำมีปลาในนามีข้าว  อู่ข้าวอู่น้ำ” ช่วยผลิตอาหารสร้างชีวิต (เลี้ยงโลก)

            หลังจากที่ได้รับรู้ ข้อดี ข้อจำกัด ของสูตรปลูกด้วยวิธีหยอดด้วยเมล็ดและปลูกโดยต้นกล้ากันแล้ว ไม่ว่าจะเลือกปลูกกับวิธีไหนสิ่งที่จะต้องปฏิบัติเช่นเดียวกันก่อนที่จะปลูกผักหวานป่า  ที่เป็นหัวใจสำคัญของการปลูกผักหวานป่าให้ประสบความสำเร็จ( 2ปีเก็บกิน 3ปีเก็บทาน-เก็บขาย ) นั่นก็คือ การเตรียมความพร้อม (วางแผน) ในพื้นที่ ที่จะปลูกผักหวานป่า ( ความพร้อมของผู้ปลูกเรื่อง เวลา และหัวใจที่เปิดรับ ) โดยการนำต้นตะขบต้น (แม่นมผักหวาน )ไปปลูกในพื้นที่เพื่อสร้างร่มเงาไว้ให้กับต้นผักหวานที่จะนำมาปลูก ซึ่งต้นผักหวานป่าเมื่อปลูกคู่กัน(ภายใต้ร่มเงา)กับต้นตะขบมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วกว่า ต้นมะม่วง,ขนุน,แค,ลำไย,มะขามเทศ,น้อยหน่า,ต้นยางนา ตะเคียนทอง สัก มะค่า พยุง ต้นไม้ชนิดอื่นๆหลายเท่า คำตอบที่ได้คือต้นผักหวานป่าเลือกต้นตะขบ ให้เป็นแม่นม หลังออกจากอ้อมอกของพ่อแม่  คือการเก็บเมล็ดจากต้นมาเพาะ-ปลูก (การปลูกต้นตะขบพร้อมกันกับต้นกล้าผักหวานป่า และการปลูกต้นตะขบไว้ก่อน6เดือน-1ปีในการเจริญเติบโตของผักหวานที่ปลูกไม่แตกต่างกัน แต่วิธีหลังจะมีเวลาเตรียมความพร้อมมากกว่า และระบบราก-ร่มเงาเหมาะสมกว่า )
 
           ขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อม(วางแผน) และทำการปลูกผักหวานป่าสูตรวิธีหยอดด้วยเมล็ด และปลูกโดยต้นกล้า ตามลำดับนั้นจะแบ่งรูปแบบพื้นที่ออกเป็น 2 ลักษณะ  คือพื้นที่โล่งแจ้ง กับพื้นที่สวนที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว หรือพื้นที่สวนป่า( ป่าไม้ ธรรมชาติ ) มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
 
       1 .การเตรียมความพร้อมสำหรับพื้นที่โล่งแจ้งเช่น  แปลงอ้อย ,แปลงมัน ,ที่นา ,พื้นที่รกร้างว่างเปล่า
         ขั้นตอนแรกนี้คือการนำต้นตะขบ  (ที่เพาะหรืองอกจากเมล็ดขึ้นเองตามธรรมชาติ) ไปปลูกในพื้นที่แปลงปลูกโดยไม่ต้องทำการไถพรวนหรือปรับสภาพพื้นที่แต่อย่างใด (ทำการเปิดเฉพาะบริเวณหลุมปลูกตะขบ :ยกเว้นพื้นที่ๆดิน อม-น้ำในฤดูฝนต้องทำร่องเพื่อระบายน้ำและยกโคนหลุมปลูกให้สูงแบบเนินหลังเต่า ) ระยะห่างของแถวต้นตะขบไม่ควรต่ำกว่า 4X4 เมตร ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับจำนวนเนื้อที่
 ซึ่งต้นตะขบควรนำมาปลูกเตรียมพร้อม ก่อนปลูกผักหวานป่า 6เดือน ถึง1 ปี. อยู่ที่ความสมบูรณ์ของร่มเงาต้นตะขบที่ปลูก ที่จะเป็นคำตอบได้ว่าควรนำต้นกล้าผักหวานป่าลงปลูกในแปลง ( การปลูกผักหวานป่า ในช่วง 1-2 ปีแรก) ขอแนะนำให้ทำการปลูกด้วยต้นกล้าที่เพาะจากเมล็ด เพื่อผู้ปลูกจะได้ทำการศึกษาเรียนรู้ลักษณะนิสัยใจคอช่วงเวลาการนอนหลับ การตื่นนอน ช่วงเวลาให้น้ำ-ปุ๋ยกับผักหวานป่า ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญขั้นที่สองหลังจากนำผักหวานป่าลงปลูกในพื้นที่ เมื่อต้นตะขบที่ปลูกเตรียมพร้อมแล้วต่อมาคือการนำต้นกล้าผักหวานป่ามาปลูกภายใต้ร่มเงาของต้นตะขบ ห่างจากโคนต้นตะขบประมาณ 30 เซนติเมตร  และนต้นกล้าผักหวานป่าลงปลูก   4-10  ต้นต่อหนึ่งหลุมปลูก ไม่ใช่เผื่อตาย  แต่นี่คือคำตอบ...ที่ได้จากผักหวานป่าซึ่งเป็นผู้กำหนดด้วยการเจริญเติบโตที่ตอบสนอง (ในการหยอด-ปลูก ด้วยเมล็ดก็ทำเช่นเดียวกันเพียงแต่เปลี่ยนจากต้นกล้าเป็นเมล็ดเท่านั้น)

 
      2. ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมสำหรับพื้นที่สวน-ปลูกพืชเชิงเดี่ยวเช่น มะม่วง,  ลำไย,ลิ้นจี่,กระท้อน,น้อยหน่า,ยางพารา,สักทอง,ประดู่,ยางนา,ตะกู ฯลฯ
         ขั้นตอนแรกนำต้นกล้าตะขบมาปลูกเสริมบริเวณช่องว่างระหว่างแถวของต้นไม้เดิมที่มีอยู่ในพื้นที่เช่นเดียวกับข้อที่ 1หากเป็นสวนไม้ผลควรตัดแต่งกิ่งทรงพุ่ม(ทำสาว)เพื่อเปิดช่องแสงแดดให้กับต้นตะขบที่ปลูกโดยที่ไม่ต้องไปเรื้อไม้ผลหรือต้นไม้เดิมที่มีอยู่ทิ้ง  (นับหนึ่งใหม่)แต่ให้ได้ประโยชน์ไปพร้อมๆกัน แต่ถ้าหากเป็นสวนไม้ป่าเชิงเดี่ยวหรือพื้นที่ป่าธรรมชาติไม้พื้นถิ่นที่มีอยู่เดิมในพื้นที่ก็ไม่ต้องทำการรื้อ ไถปรับพื้นที่แต่อย่างใด สามารถนำต้นกล้าตะขบเข้าไปปลูกในแปลง โดยการเจาะ-เปิดช่องแสงแดด  เฉพาะบริเวณหลุมที่จะปลูกต้นตะขบเท่านั้น
หากจะให้เหมาะสมได้ประโยชน์สูงสุดในพื้นที่แปลงปลูกได้ทั้งพันธุ์ไม้ผล,ไม้ใช้งาน(ฟืน)และผักหวานป่า ที่เจิญเติบโตอยู่ในพื้นที่เดียวกันไปพร้อมๆกัน อยู่ที่การเริ่มต้นวางแผนปลูกไปพร้อมๆกันตั้งแต่แรก(หรือไม้ผล-ไม้ป่าที่ปลูกไว้ก่อนหน้านี้อายุไม่เกินห้าปี)  อาจจะมีหลายคนสงสัย-ตั้งคำถามว่า  ไม่ปลูกผักหวานป่าร่วมกับต้นตะขบได้ไหม จะปลูกร่วมกับต้นมะม่วง หรือต้นน้อยหน่าเพราะมีประโยชน์กว่าต้นตะขบและมีอยู่แล้ว  ขอตอบว่า ได้ค่ะ แต่ 5 ปีเก็บกิน 7 ปีเก็บขาย (ประโยชน์จากต้นตะขบที่ให้  เมื่อปลูกร่วมกันกับผักหวานป่า เป็นสิ่งที่มีค่าสูงสุดซึ่งก็คือ “เวลา” เป็นคำตอบสุดท้าย)

       หลังจากที่เราได้ทำความเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมและปลูกต้นตะขบกับต้นกล้าผักหวานป่าลงไปในพื้นที่แปลงปลูกเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ลำดับต่อไป ดิฉันขอแนะนำแนวทางขั้นตอนและวิธีการเพิ่มประโยชน์สูงสุดให้กับพื้นที่นอกจากต้นตะขบ-ผักหวานป่าและไม้เดิมที่มีอยู่แล้ว  ซึ่งเป็นคำตอบที่ได้จากการปฏิบัติ-ค้นคว้า(วิจัย)

 
 วิธีปลูกผักหวานป่ากับตะขบมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

      ปีที่ 1 ( ขั้นที่หนึ่ง ) ปลูกต้นตะขบร่วมกับต้นกล้าผักหวานป่าในบริเวณพื้นที่แปลงปลูก = เกษตรศาสตร์  

      ปีที่ 2 ( ขั้นที่สอง ) ภายใต้ร่มเงาต้นตะขบควรนำพืชอาหาร( ระยะสั้น – ระยะกลาง)เข้ามาปลูกเสริมในพื้นที่เช่น  อีลอก,ดอกกระเจียว,บุก,กระชาย,ใบชะพลู,กระเพรา,แมงลัก,พริก,โหระพา,ชีฝรั่ง,ผักเม็ก(เสม็ด) ผักติ้ว ส้มโมง(ชะมวง),ต้นเหลียง,ดอกดาวเรือง,ตะไคร้หอม ฯลฯ เมื่อเข้าสู่ปีที่สองในแปลงปลูกภายใต้ร่มเงาต้นตะขบ หญ้าวัชพืชต่างๆจะถดถอย ลดน้อยลงแทบไม่มี ใบและลูกตะขบที่ร่วงลงมากลายเป็นปุ๋ย  (อาหารปลวก-แมลง-ไส้เดือน) รวมถึงรากของต้นตะขบที่เป็นรากฝอยจำนวนมาก(รากหาอาหารถึงแม้ต้นจะอายุมีมาก) แต่กลับอื้อเฟื้อเกื้อกูลกับพันธุ์พืชชนิดต่างๆที่ปลูกภายใต้ร่มเงา ) = พืชศาสตร์
 
(สำหรับต้นตะขบที่ปลูกในปีที่ 2 หรือปีที่3 ต้องทำการตัด แต่งกิ่ง(ทำสาว)ควบคุมความสูงของต้นอยู่ที่ 3-3.5เมตรจากพื้นดิน เพื่อป้องกันการโค่นล้ม ซึ่งใน1-5 ปีแรกจะต้องรักษาต้นตะขบให้อยู่คู่กันกับต้นผักหวานป่าที่ปลูก เพราะมีผลต่อการหยุดชะงักหรือเจริญเติบโตต่อต้นผักหวานเป็นอย่างมาก )

       ปีที่ 3 (ขั้นที่สาม) นำพืชโครงสร้าง พืชระยะกลาง-พืชระยะยาว  มาปลูกเสริมบริเวณช่องว่างระหว่างแถวของต้นตะขบ ( ด้วยเหตุนี้ การวางแผนปลูกในพื้นที่ตั้งแต่เริ่มแรกจึงมีความสำคัญ )  เช่นมะไฟ,ลองกอง,ขนุน,น้อยหน่า,มังคุด,มะม่วง,ลำไย,ลิ้นจี่,ส้มโอ,มะนาว,กระท้อน,กาแฟ(อาราบิก้า) ,มะค่าโมง,สักทอง,ยางนา,ตะเคียนทอง,เพกา,พะยอม,กฤษณา ฯลฯ
      เข้าสู่ปีที่3 นำเมล็ดสุกของ ผักหวานป่ามาปลูก(หยอด)เพิ่มบริเวณโคนต้นไม้ที่ปลูกไว้ในปีที่สองและสาม ซึ่งต้นผักหวานป่าที่ปลูกจะเจริญเติบโตรวดเร็วเช่นเดียวกันอยู่ภายใต้ร่มเงาตะขบเพราะอิทธิพลความเย็นของร่มเงาตะขบที่แผ่กระจายมาถึง   ( อากาศ air ธรรมชาติ )รวมถึงระบบรากของตะขบที่อยู่ใต้พื้นดินที่แผ่ขยายมาถึงบริเวณโคนต้นไม้ที่หยอดเมล็ดผักหวานเพิ่ม (สัมผัสของการแบ่งปันเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน-ไม่ใช่แก่งแย่ง)
         ในปีที่สามนี้ต้นผักหวานป่าที่ปลูกรุ่นแรกเริ่มมีผลผลิต-ยอด ที่สามารถเก็บจำหน่ายได้บ้างแล้วซึ่งปริมาณของยอดก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามอายุของต้นและความสมบูรณ์ของต้นที่ปลูก รวมถึงปริมาณของต้นผักหวานป่าที่ปลูกต่อหนึ่งหลุม (ปลูก1ต้นให้ปุ๋ย1ลิตร ปลูก10 ต้นก็ให้ปุ๋ย11 ลิตร(ปุ๋ยน้ำ)   เมื่อให้ปุ๋ยจนอิ่ม  แล้วทำไมต้นไม้จะต้องแย่งอาหารกัน ที่สำคัญให้ปุ๋ยไม่พอ  (ถูกชนิด) ดูแลไม่ทั่วถึง แต่ระบุว่าต้นไม้แย่งอาหารกัน เฮ้อ!
  
           สูตร-วิธีปลูกผักหวานป่าคู่กับต้นตะขบ ของ “อุฑยานผักหวานป่า’๔๔” ในหนึ่งหลุม จะหยอดเมล็ด หรือปลูกต้นกล้าผักหวานป่า จำนวน4-10ต้น(ปลูกเป็นกอ) ไม่ใช่เผื่อตาย แต่เป็นผลที่ได้จากการปฏิบัติ ค้นหาตำราสูตรปลูกผักหวานป่า ซึ่งผักหวานป่าเป็นผู้ให้คำตอบ ไม่ใช่กำหนดเอง เพียงแต่วันนี้ดิฉันและคุณโอภาส ไชยจันทร์ดี ทำหน้าที่พูดแทนผักหวานป่าเท่านั้น คือการยอมรับความจริง กับสิ่งที่ผักหวานป่าเลือกที่จะเป็น  ปลูกต้นไม้ต้องตามใจต้นไม้ (ประเด็น!  ใช่อยู่ที่ต้นไม้พูดได้หรือไม่   เพราะเสียงที่ต้นไม้พูดนั้นมนุษย์เรา   ส่วนใหญ่  ไม่ได้สนใจที่จะรับฟังเขาเลยต่างหาก …)

 
        ในการนำพืชโครงสร้างมาปลูกเสริมในพื้นที่สิ่งที่ควรคำนึงถึงอีกอย่างซึ่งก็คือ พืชที่เกื้อกูลในการสร้างวงจรและระบบนิเวศ(เชื้อ)ของเห็ดป่า (โครงสร้างทางชีววิทยา)เพื่อให้เป็นแหล่งอาหาร และเป็นสินค้าที่สามารถสร้างมูลค่าได้ไม่น้อยในแต่ละปี อาทิเช่นต้นกรุง(พลวง)  ต้นหมากก่อหนาม(เกาลัดไทย)ต้นเต็งรัง -พะยอม = เกิดเห็ดเผาะ,เห็ดตระใคร,เห็ดก่อ, เห็ดระโงกฯลฯ ต้นโสน,ต้นทองหลาง -เห็ดผึ้ง, ต้นหว้า- เห็ดถ่าน = วนศาสตร์
 
      ปีที่4 (ขั้นสุดท้าย) เป็นการเสริมสร้าง-เพิ่มเติมสิ่งมีชีวิต ที่เคลื่อนที่ได้เข้าไปในพื้นที่หรือสิ่งที่เรียกว่า จิตวิญญาณของธรรมชาติ  เช่น อึ่ง, กบ โดยการทำบ่อน้ำแก้มลิง(แก้มมด)เล็กๆไว้เป็นจุดๆในพื้นที่ (จิตวิญญาณของธรรมชาติท้องถิ่น ไส้เดือน,ปลวก,จิ้งหรีด,กิ้งก่า,มดแดง(ห่วงโซ่อาหาร ) พอถึงฤดูฝนจะได้พบเห็นกับ ความอัศจรรย์ของธรรมชาติ ( เลี้ยงเป็ดไว้กินไข่ เลี้ยงไก่ไว้เป็นอาหาร  เลี้ยงห่านไว้ช่วยกินหญ้า ) =  ชีววิทยา-สัตวศาสตร์
         มนุษย์เราไม่สามารถอยู่ได้คนเดียวในโลกใบนี้ต้องมีสังคมเพื่อการแบ่งปันคือการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันเช่นไร!   พืชและสัตว์ก็ต้องมีสังคมของการพึ่งพาอาศัย ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกัน    และกัน  นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าระบบนิเวศเชิงวิถีพุทธที่เน้นความสมดุลระหว่างสรรพสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต(ธรรมชาติ)ซึ่งมนุษย์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของธรรมชาติไม่ใช่เป็นนายเหนือธรรมชาติ
     “ หากไม่มีมนุษย์ ธรรมชาติอยู่ได้
        แต่ไม่มีธรรมชาติ มนุษย์อยู่ไม่ได้ ”

       องค์ความรู้ทั้งทางวิทยาศาสตร์และศิลปะศาสตร์ที่เสนอไว้ข้างต้นเป็นการประมวลที่ดิฉัน นางศศิธร ไชยจันทร์ดี ได้เรียนรู้จากต้นไม้ที่มีชื่อว่าผักหวานป่า  จากการลงมือปฏิบัติ(ทำ) ตลอดระยะเวลา14ปี และนี่คือปณิธาน-แนวทางของสูตรทรัพย์สินทางปัญญา (วิทยานิพนธ์ชีวิต)กับ สูตร-วิธีปลูกผักหวานป่าคู่กันกับต้นตะขบ (แม่นมผักหวาน)   เกษตรศาสตร์  พืชศาสตร์  วนศาสตร์และสัตวศาสตร์ (ชีววิทยาและระบบนิเวศวิทยา = ความหลากหลายทางชีวภาพและความปฏิสัมพันธ์ของป่า การพึ่งพาอาศัยและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันของสิ่งมีชีวิตในโลกใบนี้ที่เรียกว่า มนุษย์-พืช-และสัตว์  กับแนวทางปลูกผักหวานป่าสร้างป่า ..ที่ใช้เวลาตามหาเกือบทั้งชีวิต.....
      สำหรับข้อมูลความรู้ที่นำมาเผยแพร่ให้กับทุกๆท่านวันนี้คือ คำตอบสุดท้ายกับวิธีปลูกผักหวานป่าที่ประหยัดที่สุด “ ฝากไว้กับแผ่นดิน” เพื่อประโยชน์ตน  ประโยชน์ท่าน  และประโยชน์อย่างยิ่งในภายภาคหน้า (วิทยาทาน)
                  
                                              .....ใครว่าเรื่องกินมิใช่เรื่องใหญ่ ….
 
         “ใครชอบ  ใครชัง   ชั่งเถิด
           ใครเชิด   ใครแช่ง  ช่างเขา
            ใครเบื่อ   ใครบ่น   ทนเอา
             ใจเรา      ร่มเย็น    เป็นพอ”

               “ เฮ็ดดีแล้วไผสิย่องกะตามซาง  
                  เฮ็ดดีแล้วไผสิย่องกะซางตาม ”
 
                   เกิดมาทั้งทีเอาดีให้ได้ จะตายทั้งทีฝากดีเอาไว้   แฮงให้ แฮงหลาย
 
                             ---------------------------------


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย น้อย น้ำพอง

· คำสำคัญ: ต้นตะขบ แม่นมผักหวานป่า สูตรปลูกผักหวานป่าที่ประหยัดที่สุด อุฑยานผักหวานป่า'๔๔ นายโอภาส ไชยจันทร์ดี ผักหวานป่าอำเภอน้ำพอง ทรัพย์สินทางปัญญาสูตรวิธีปลูกผักหวานป่าร่วมกันกับต้นตะขบ
· หมายเลขบันทึก: 459485 · เขียน:  3 ปีที่แล้ว








(ขอบคุณภาพถ่ายจาก สปท.จุลสารชีวิตมีทุนค่ะ)

...อุฑยานผักหวานป่า'๔๔  ตั้งอยู่ที่ 51  หมู่7  บ้านหนองอ้อน้อย  ต.กุดน้ำใส  อ.น้ำพอง  จ.ขอนแก่น  40310 เบอร์โทรศัพท์ 086-0258940(คุณโอภาส ไชยจันทร์ดี)  081-0618299(น้อย)  (ยินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับผักหวานป่า)

*** ต้นแบบทรัพย์สินทางปัญญาสูตรวิธีปลูกผักหวานป่าร่วมกันกับต้นตะขบ : สูตรปลูกผักหวานป่าที่ประหยัดที่สุด ***



...ปีนี้ 2557 ครบรอบ27ปีรุ่นบุกเบิก รุ่นรับไม้ต่อ17ปี("2540") ของการค้นหาสูตรวิธีปลูกผักหวานป่าของคนที่ไม่มีความรู้ในเรื่องของวิธีทำการเกษตร(ช่างกลโรงงาน+คหกรรมธุรกิจ) แบบภาคบังคับในพื้นที่"ดินไม่ดี น้ำมีน้อย" กรรมเวงเยอะ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ...

...ดินไม่ดี ทำอย่างไรถึงจะทำให้ดินมีชีวิต พืชชนิดไหนที่สามารถทนอยู่ได้ในสภาพดินเช่นนี้ได้?"(ดินเหนียวปนลูกรัง ดินตั้งบนลานหิน...

...แล้วทำไมต้องเป็นผักหวานป่า!...

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ;Dลิงค์:วิธีขยายเพิ่มจำนวนต้นผักหวานป่าจากทางรากของต้นแม่ที่มีอยู่แล้ว...
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=81366.0

...อุฑยานผักหวานป่า'๔๔กับการต่อยอดสูตรปลูกผักหวานป่านอกพื้นที่(3.5-5ปี ออกดอกติดผล)
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=84158.0

ชมรมแม่นมผักหวานป่า...
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=93428.0

http://www.gotoknow.org/dashboard/home#/posts

http://www.gotoknow.org/dashboard/home#/posts

http://www.gotoknow.org/dashboard/home#/posts

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 06, 2015, 09:47:53 AM โดย อุฑยานผักหวานป่า'๔๔ » บันทึกการเข้า

อุฑยานผักหวานป่า'๔๔
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 949


« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2012, 11:41:44 PM »

 


                                    
                                        
                                           ***ศรัทธาและกำลังใจ***
    
...มีหลายคนบอกว่าผักหวานป่าชอบดินปนหิน ดินเหนียว ดินลูกรัง ดินจอมปลวก ปลูกทดลองมาแล้วกับดินทุกสภาพ ขอตอบแทนผักหวานเลยว่าผักหวานไม่ได้ชอบดินหิน ดินลูกรังฯลฯ ถ้าให้เลือกได้ผักหวานคงจะเลือกบริเวณที่ดินดีอย่างที่ปลูกผักผลไม้ทั่วๆไป  แต่ทำไม?...เราถึงเห็นผักหวานป่าเหลืออยู่รอดกับสภาพพื้นที่ดินไม่ค่อยดีเหล่านี้ได้  ก็เพราะผักหวานป่าเป็นพืชในที่ดอนบริเวณที่น้ำท่วมขังนาน20-30วันปลูกผักหวานป่าไม่ได้(รากเน่า กลับบ้านเก่า)  ส่วนบริเวณที่เป็นพื้นที่น้ำไหลผ่านแต่ไม่แช่-ขังก็สามารถปลูกผักหวานป่าได้...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2013, 04:41:58 PM โดย sasithorn2521 » บันทึกการเข้า
อุฑยานผักหวานป่า'๔๔
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 949


« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2012, 11:48:43 PM »

  ...ต้นผักหวานป่าอายุ2ปี ปลูกด้วยต้นกล้าที่เพาะจากเมล็ดภายใต้ร่มเงาของต้นตะขบ(สภาพพื้นที่เดิมของแปลงปลูกเป็นป่ากระถินรกร้าง สภาพดินเป็นดินเหนียว).

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2013, 04:42:53 PM โดย sasithorn2521 » บันทึกการเข้า
อุฑยานผักหวานป่า'๔๔
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 949


« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2012, 12:03:16 AM »


      ...สวัสดีค่ะทุกๆท่าน หลังจากที่ดิฉันติดตามอ่านข้อมูลที่หลากหลายในเว็บเกษตรพอเพียง.คอม ทำให้เห็นถึงบุคคลที่มีใจรักทางด้านอาชีพการเกษตร-เกษตรกรรมไม่น้อย ดิฉันจึงอยากจะขอร่วมนำความรู้ที่มีอยู่เกี่ยวกับผักหวานป่ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับทุกๆท่านในเว็บสีเขียวแห่งนี้เพื่อช่วยกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองไทยของเราค่ะ...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2013, 04:43:33 PM โดย sasithorn2521 » บันทึกการเข้า
อุฑยานผักหวานป่า'๔๔
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 949


« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2012, 12:21:59 AM »

...ในภาพเป็นแปลงปลูกผักหวานป่าอายุ2-4ปี ปลูกร่วมกันกับต้นตะขบ(สภาพพื้นที่เดิมเป็นพื้นที่โล่งแจ้ง สภาพดินเป็นดินเหนียวไม่ระบายน้ำหน้าฝน ไม่ค่อยดูดซับน้ำในหน้าแล้ง)



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2013, 04:44:13 PM โดย sasithorn2521 » บันทึกการเข้า
อุฑยานผักหวานป่า'๔๔
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 949


« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2012, 12:35:31 AM »

...ผักหวานป่าอายุ1ปีปลูกกับต้นตะขบ(สายพันธุ์ใบแหลมหรือผักหวานป่า,ผักหวานดง).

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2013, 04:45:03 PM โดย sasithorn2521 » บันทึกการเข้า
อุฑยานผักหวานป่า'๔๔
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 949


« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2012, 10:54:26 PM »

***เคล็ดลับการปลูกผักหวานป่าให้ได้ผลสำเร็จ***

...ก่อนที่จะปลูกผักหวานป่าควรวางแผนปลูกควรศึกษาวิธีปลูกและเตรียมความพร้อมในพื้นที่ ก่อนการหาซื้อเมล็ดพันธุ์และต้นกล้า...

...ผักหวานป่ามี3สายพันธุ์ ใบมน ใบรี และใบแหลม ก่อนจะคิดว่าพันธุ์ไหนดีควรปลูก ควรตรวจดูสภาพพื้นที่ที่จะปลูกว่าควรนำผักหวานป่าพันธุ์ไหนมาลงได้ก่อนเป็นลำดับแรกเพราะหากปรับปรุงดินให้ดีแล้วก็สามารถปลูกได้ทั้ง3สายพันธุ์...

...ผักหวานป่าสายพันธุ์ใบมน ใบรี (ผักหวานโคก)ลักษณะนิสัย : "อยู่ทน"ได้กับสภาพพื้นที่แห้งแล้ง ดินไม่ค่อยดี น้ำน้อย ตามธรรมชาติพบได้ตามชายเขา ป่าเพะ หรือภูเขาหินป่าดิบแล้งพื้นที่ไม่ลาดชันมาก...

...ผักหวานป่าสายพันธุ์ใบแหลม(ผักหวานดง)ลักษณะนิสัย : อยู่ได้กับพื้นที่ๆมีหน้าดินเป็นทราย ดินร่วน หรือดินทราย ป่าทึบน้ำค่อนข้างสมบูรณ์...

***หากจะปลูกผักหวานป่าขอแนะนำให้ปลูกสายพันธุ์ใบมน ใบรี ส่วนสายพันธุ์ใบแหลม(ผักหวานดง)หากไม่เข้าใจธรรมชาติ(ระบบนิเวศ)ของป่าจริงๆ ขอบอกว่ายากมากค่ะ...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2013, 04:46:28 PM โดย sasithorn2521 » บันทึกการเข้า
อุฑยานผักหวานป่า'๔๔
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 949


« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2012, 10:55:37 PM »



...ทางลัดสูตรปลูกผักหวานป่าแบบง่ายๆแต่ได้ผล...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2013, 04:47:09 PM โดย sasithorn2521 » บันทึกการเข้า
อุฑยานผักหวานป่า'๔๔
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 949


« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2012, 11:06:57 PM »



...สูตรปลูกผักหวานป่าที่ประหยัดที่สุด (2ปีเก็บกิน3ปีเก็บขาย)...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2013, 04:47:44 PM โดย sasithorn2521 » บันทึกการเข้า
อุฑยานผักหวานป่า'๔๔
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 949


« ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2012, 11:23:03 PM »



...สูตรปลูกผักหวานป่าที่ประหยัดที่สุด(ปลูกด้วยเมล็ด) ตะขบกับผักหวานป่าอายุ2ปี...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2013, 04:48:26 PM โดย sasithorn2521 » บันทึกการเข้า
อุฑยานผักหวานป่า'๔๔
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 949


« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2012, 11:35:41 PM »



...ต้นตะขบ -ต้นมะไฟ-และต้นผักหวานป่าสายพันธุ์ใบมน-ใบรี(ผักหวานโคก)ปลูกพร้อมกันในบริเวณหลุมเดียว...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2013, 04:49:13 PM โดย sasithorn2521 » บันทึกการเข้า
Vanich
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 157


« ตอบ #11 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2012, 04:24:35 AM »

แรงบันดาลใจ และก้าวแรกในการปลูกผักหวานป่าของผม มาจากที่แห่งนี้

หวัดดีครับ คุณน้อย ดีใจครับที่ได้เห็นภาพ "อุฑยานผักหวานป่า'๔๔"

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2013, 04:49:47 PM โดย sasithorn2521 » บันทึกการเข้า
chaichomphu
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1750



« ตอบ #12 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2012, 06:12:47 AM »

 รูดซิบปาก รูดซิบปาก... อาจารย์ผมมาเองเลย..พี่น้อย หรือ อ.น้อย..แห่งอุทธยานผักหวานป่าอำเภอน้ำพอง
          .อุทยานผักหวานป่าแห่งนี้ เป็นโรงเรียนแห่งแรกที่ผมกับภรรยาไปศึกษาดูงาน
           และได้เป็นแรงบันดาลใจในการที่จะปลูกและอนุรักษ์ผักหวานป่าให้จงได้..
          โดยได้นำพาและประยุกต์วิธีการมาปรับปรุงให้ เข้ากับบริบทของตัวเอง..
          ..ประสบการณ์เกือบ 20 ปีของท่าน..จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวเกษตรกรทุกท่าน
          ที่รักและชอบผักหวานป่าเป็นชีวิตจิตใจ...
         ..ท่านทั้งหลาย ไม่ต้องเสียเวลา ไปลองผิด มาลองถูกกับอาจารย์น้อยลองดู..
        ..ผมดีใจมากที่ท่านได้มาถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้พี่น้องชาวเกษตรพอเพียงของเรา..
         ..กรุณาติดตามชมท่านไปเรื่อยๆ..ท่านมีสิ่งดีๆมานำเสนอพวกเราแน่ๆ....
         ..ผมหมอชัย แห่งสวนไผ่ ไร่ผักหวานป่า "เพชรนาคำ" ขอคารวะ... รูดซิบปาก รูดซิบปาก


  
 

 รูดซิบปาก รูดซิบปาก แปลงผักหวานป่าจองผมที่นำแนวทางมาจาก พี่น้อยและมาประยุกต์ใช้กับพี้นที่ครับ รูดซิบปาก รูดซิบปาก

  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2013, 04:50:25 PM โดย sasithorn2521 » บันทึกการเข้า

ผักหวานป่า ยางนา ส่วนไผ่ ยางพาราและปลานิล
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=36963.0
กัญจน์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10162


« ตอบ #13 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2012, 08:34:37 AM »

มาศึกษาและติดตามครับอาจารย์ปีนี้ผมสั่งเมล็ดจากอาจารย์มาซ้อมดูก่อนปีหน้าเอาจริงยากมีไว้ในสวนสัก100ต้นครับ ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2013, 04:51:08 PM โดย sasithorn2521 » บันทึกการเข้า
madiew231
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 346


« ตอบ #14 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2012, 08:42:44 AM »

ขอชื่นชมกับองค์ความรู้ที่หลาย ๆ ท่านได้ศึกษาค้นคว้าหาทางปลูกกันมาทำให้ตอนนี้
ผมและเพื่อน ๆ สมาชิกหลาย ๆ คนเริ่มจะมีความหวังที่จะได้เก็บผักหวานมาแกงกินกันเอง โดยไม่ต้องเสียเงิน
ไปซื้อมาจากตลาด ขอบคุณมาก ๆ เลยครับ  อายจัง อายจัง อายจัง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2013, 04:51:44 PM โดย sasithorn2521 » บันทึกการเข้า
อุฑยานผักหวานป่า'๔๔
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 949


« ตอบ #15 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2012, 09:59:30 PM »


แรงบันดาลใจ และก้าวแรกในการปลูกผักหวานป่าของผม มาจากที่แห่งนี้

หวัดดีครับ คุณน้อย ดีใจครับที่ได้เห็นภาพ "อุฑยานผักหวานป่า'๔๔"



     สวัสดีค่ะคุณวนิช ท่านสบายดีนะคะดีใจเช่นกันค่ะที่ได้พบคุณวนิชที่นี่..ผักหวานที่สวนเป็นอย่างไรบ้างคะต้นตะขบงามดีหรือเปล่า(ต้นตะขบงามผักหวานก็จะงาม ยิ้ม

...เมล็ดผักหวานป่าที่หยอดในปีนี้โผล่ให้เห็นบ้างรึยังคะ โดยปกติแล้วเมล็ดผักหวานป่าที่หยอด(ปลูก)ลงดินไว้ในฤดูฝนหากฝนตกชุกเค้าจะไม่ขึ้นยอดค่ะจะฟักตัวในดินจนกว่าจะถึงช่วงปลายฝนจึงค่อยจะทยอยโผล่ยอดขึ้นมาให้เห็น(จากการหยอดเมล็ดเท่าที่พบ บางเมล็ดใช้เวลาถึง9เดือนกว่าจะโผล่ขึ้นมาก็มีค่ะ แต่ต้นจะแข็งแรงมาก) แต่หากฝนทิ้งช่วงนาน15-30วันบางเมล็ดก็ขึ้นยอดมาให้เห็นบ้างค่ะ.

...รูปภาพที่นำมาลง เป็นสวนที่นำสูตรปลูกผักหวานป่ากับตะขบไปใช้ค่ะ(รับปลูก).

...รูปภาพจากสวนของคุณวนิชที่กรุณาส่งมาให้ยังเก็บไว้อยู่นะคะ(กำลังเก็บรวบรวมข้อมูลจากหลายๆท่านค่ะ) หวังว่าคงมีโอกาสได้เห็นภาพสวนของคุณวนิชจากที่นี่นะคะ... อายจัง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2013, 04:52:20 PM โดย sasithorn2521 » บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 75   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: