ข่าว
หน้า: 1 ... 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 [52] 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 ... 74   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ก้าวอีกขั้นของการทำนาโยนกล้า สู่การทำนาลดต้นทุนรับมือปี2558  (อ่าน 218714 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Wikrit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 178


« ตอบ #816 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2013, 06:14:30 AM »

1.ลดขั้นตอนการสุบน้ำเข้านาเพื่อทำเืทือก (ประหยัดน้ำ,น้ำมัน นา20ไร่ ค่าน้ำมันประมาน 2000 บาท แค่ทำเทือก
2.น้ำมีแต่ต้องสูบเอาครั้งละ 2,000 (ค่าน้ำมัน) ต่อรอบการสูบ
3.กรณีหว่านแห้ง ผมคิดว่าถ้าฝนไม่ตกค่อยสูบน้ำใส่เอา พี่นพ คิดว่าไงคับ
4.แถวบ้านแม่ยายผมเค้าหว่านแห้งกัน (เพชรบูรณ์) ทุกคนบอกระบบราก ต้นข้าวแข็งแรง รากลงลึก ทนแล้งได้ดี ข้าวได้ดีกว่าหว่านน้ำตม ครับ
5.เห็นนาหว่านตมไม่ค่อยแตกกอ แต่นาดำทำไม่ได้แน่ๆ ต้นทุนสูง นาโยนคิดอยู่เหมือนกัน แต่เอาไว้รอมีงบประมาณก่อนคับ
6.ผมทำนา ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตครับ ก็เลยไม่แน่ใจว่าแบบไหนจะเหมาะกับนา และจะทำให้ได้ผลผลิตที่ดีกว่ากัน (ดินเป็นดินเหนียวดำ) ก่อนจะมาทำให้เค้าเช่าตลอด คนเช่าก็ใช้สารเคมีมาตลอดเลยคับ แต่ผมจะทำนาอินทรีย์ผสมเคมีไปก่อน ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนน่ะคับ พี่นพว่ามันจะได้ผลไหมคับ...?? ขอบคุณคับ



ไม่ทราบว่าจะทำนากี่ไร่ครับ ถ้าทำไม่มากลองไปศึกษาการทำนาเยาะดูนะครับ ผมก็คิดจะทำอยู่เหมือนกัน ข้อดีคือไม่ต้องเพาะกล้าในถาดเพาะ(ไม่ต้องซื้อ)แต่การทำนาเยาะ ก็ต้องทำเทือกเหมือนกับนาหว่านน้ำตม เพียงแต่เราไม่หว่านเราลงไปเยาะหรือหยอดให้ได้ระยะเหมือนการดำนา(เดี๋ยวนี้เขามีเครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวกันแล้วนะครับ สะดวกและเร็วเป็นระเบียบกว่าใช้คนลงไปเยาะหรือหยอดข้าว)

เรื่องการทำนาเยาะลองไปดู Video จาก youtube ที่ท่านอาจารย์ทองธรรมดา เคยบรรยายไว้
ทำเกษตรให้รวย ทองธรรมดา ศรีเลอจันทร์ เทคนิคการทำนา ตอนที่1

ปีที่ผ่านมาน้าสาวผมก็ได้ทดลองทำนาเยาะ 6 ไร่(ใช้คนเยาะ)ก็ได้ผลผลิตข้าวออกมาดีครับ
ปีนี้ผมก็ว่าจะทดลองทำบ้างครับ แต่ต้องมีการเตรียมดินหมักดินที่ประณีตและใช้เวลาหน่อย
เพื่อจัดการกับวัชพืชก่อนที่จะเยาะปลูกข้าว(ถ้าจะไม่ใช้สารเคมีในการคุมและฆ่าหญ้า)

 ยิ้มเท่ห์

ขอบคุณมากคับ พี่นพ
บันทึกการเข้า

konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9463


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #817 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2013, 12:32:59 AM »

สวัสดีวันพระใหญ่ วันวิสาขบูชานะครับ

กิน อยู่ คือ - นึ่งข้าวเหนียว หุงข้าวเจ้า 1Apr13

มี Video เรื่องของข้าวและการปลูกข้าว การทำนาลดต้นทุน
มาฝากผู้ที่สนใจกันครับ

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
nuttsou
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1298


« ตอบ #818 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2013, 09:39:40 AM »

พี่ นพ ครับ พี่มีข้าวพันธุ์ ไรซ์เบอรรี้ หรือเปล่าครับ หรือมีแหลงซื้อหรือเปล่าอยากลองปลูกซัก กิโลดูครับ


Liked By: seri, nipun, deer art
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9463


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #819 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2013, 09:58:14 AM »

พี่ นพ ครับ พี่มีข้าวพันธุ์ ไรซ์เบอรรี้ หรือเปล่าครับ หรือมีแหลงซื้อหรือเปล่าอยากลองปลูกซัก กิโลดูครับ

สวัสดีครับ

ถ้าอยากได้ไรซ์เบอรี่กิโลฯเดียว ลอง PM ไปหาพี่เปีย(ไผ่หวาน) ดูนะครับเคยคุยกันได้ความว่า
พี่เปียมีพันธุ์ข้าวไรซ์เบอรี่อยู่ ส่วนของผมมีแต่ข้าวหอมนิลครับ

 ยิ้มเท่ห์


Liked By: nuttsou, seri, deer art, nipun
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9463


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #820 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2013, 07:18:00 PM »

สวัสดีครับ

นั่งดู Video เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจไม่ค่อยตระหนักถึงกัน
ก็ขอเอามาฝากให้สมาชิกได้ดูกันครับ

ปรับ เปลี่ยน ปลูก ตอนที่1


6 ปรับ เปลี่ยน ปลูก ตอนที่2


 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
TuanAu
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49


« ตอบ #821 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2013, 09:08:58 PM »

ผมค้นหาข้อมูลมาหลายวันแล้วเกี่ยวกับการเพาะกล้านาโยน คือด้วยเหตุผลที่ว่านาผมหญ้าเยอะ

1. ข้อสงสัยของผมเท่าที่ค้นหามา มีคนเอาดินโคลนมาเพาะแต่ไม่ค่อยมีลายละเอียดมากนักแต่ผมอยากถามท่านสมาชิคว่ามีใครทำบ้างครับอยากได้ขั้นตอนเป็นแบบวีดีโอ ตั้งแต่ทำจนกล้าขึ้นนะครับ

2. ใครเคยนำเอาไปดำแบบเรียงจัดระเบียบอย่างอะเอียนบ้าง (25x25) อยากทราบว่าใช้กี่ถาดต่อไร่ และผลผลิตประมาณเท่าไร ใช้พันธ์ข้าวเท่าไรต่อไร่ ประมาณใกล้ที่สุดนะครับ

3. เพาะกล้ากี่วันก่อนเอาลงนาครับ  และมีวิธีคุมหญ้าอย่างไรบ้างครับ   

ขอบคุณครับ ....
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9463


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #822 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2013, 10:13:05 PM »

ผมค้นหาข้อมูลมาหลายวันแล้วเกี่ยวกับการเพาะกล้านาโยน คือด้วยเหตุผลที่ว่านาผมหญ้าเยอะ

1. ข้อสงสัยของผมเท่าที่ค้นหามา มีคนเอาดินโคลนมาเพาะแต่ไม่ค่อยมีลายละเอียดมากนักแต่ผมอยากถามท่านสมาชิคว่ามีใครทำบ้างครับอยากได้ขั้นตอนเป็นแบบวีดีโอ ตั้งแต่ทำจนกล้าขึ้นนะครับ

2. ใครเคยนำเอาไปดำแบบเรียงจัดระเบียบอย่างอะเอียนบ้าง (25x25) อยากทราบว่าใช้กี่ถาดต่อไร่ และผลผลิตประมาณเท่าไร ใช้พันธ์ข้าวเท่าไรต่อไร่ ประมาณใกล้ที่สุดนะครับ

3. เพาะกล้ากี่วันก่อนเอาลงนาครับ  และมีวิธีคุมหญ้าอย่างไรบ้างครับ  

ขอบคุณครับ ....


สวัสดีครับ
ยินดีต้อนรับสู่กระทู้การทำนาโยนกล้านะครับ

วิธีการเพาะกล้าข้าว สำหรับการโยนกล้า

ตอบข้อ 1. ถ้าจะใช้โคลนมาเพาะกล้าลองดู Video ใน youtube นะครับ

ตอบข้อ 2. ถ้าเพาะกล้านาโยนแล้วไม่เอาไปโยนแต่จะเอาไปดำนาแทน โดยใช้ระยะห่าง
25X25 เซนติเมตร ต้องมาคำนวณกันเล็กน้อยนะครับ
ถ้าใช้ระยะดำนา 25X25 เซนติเมตร 1 ตารางเมตรจะใช้ตุ้มกล้า 16 ตุ้มกล้า
พื้นที่ 1 ไร่มี 1,600 ตารางเมตร ต้องใช้ตุ้มกล้า 16 X 1,600 เท่ากับ 25,600 ตุ้มกล้า
ถาดเพาะกล้า 1 ถาดมี 434 หลุม
ดังนั้นเอา 25,600 หารด้วย 434 จะได้เท่ากับ 58.9 หรือเอากลมๆก็ 60 ถาดเพาะ
แต่ควรจะเผื่อไว้ที่ 70 ถาดเพาะต่อไร่เพราะเวลาเพาะกล้าจริงๆเราไม่ได้มาทำละเอียด
จนเพาะขึ้นเต็ม 434 หลุมอาจจะได้ 400-430 ตุ้มก็ได้
จำนวนพันธุ์ข้าวในการเพาะกล้า 1 ไร่ใช้ประมาณ 6-7 กิโลกรัม
ส่วนผลผลิตจะได้เท่าไหร่นั้นมีปัจจัยอีกหลายอย่างครับ เช่นพันธุ์ข้าว ธาตุอาหารในดิน
ข้าวไม่เป็นโรคหรือแมลง ไม่ถูกวัชพืชแย่งอาหาร ฯลฯ
แต่ปกติการดำนาควรจะได้ไม่ต่ำกว่า 70-80 ถังนะครับถ้าทำดีๆบำรุงดินดีก็ไม่น้อยกว่า 100 ถังต่อไร่

ตอบข้อ 3. เวลาที่ใช้ในการเพาะกล้า 12-15 วันแต่ไม่ควรเกิน 20 วันเพราะต้นกล้าจะยาวเกินไป
และในส่วนการจัดการหญ้าในแปลงนาผมขอแนะนำให้จัดงานวิ่งแข่งนะครับ วิ่งแข่งระหว่างหญ้ากับข้าวซึ่งเรื่องนี้ผมเคยนำมาเล่าเมื่อการทำนาปีของผมในปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ในหน้าแรกๆของกระทู้นี้
นาคุณนพไม่มีหญ้าเลย ได้ฉีดยาคุมรึปล่าวครับ เห็นว่าพึ่งเอาน้ำเข้านา  แต่ไม่มีหญ้าสักต้น  ของผมทำแบบรอฟ้ารอฝน
หญ้าขึ้นประปราย บางส่วน







ผมใช้หลักการวิ่งแข่งครับ ให้ข้าววิ่งแข่งกับหญ้าแต่ผมเป็นกรรมการที่ไม่ยุติธรรมให้ข้าวออกตัวก่อนหญ้า 2 อาทิตย์(เพาะกล้าไว้ก่อน 2 อาทิตย์) และการเตรียมดินของผมใช้เวลาหมักดินประมาณ 1 เดือนก่อนที่จะปลูกข้าว ล่อให้หญ้าขึ้นแล้วลงไปเดินย่ำให้หญ้ากลายเป็นปุ๋ย(ไปเดินย่ำหญ้าทุกอาทิตย์เกือบ 4 อาทิตย์(จัดการเก็บหอยเชอรี่และไข่หอยกับปูนาออกจากแปลงนาที่เตรียมปลูกไปด้วย หลังจากปาปลูกข้าวไปแล้ว 15 วันเริ่มจะมีหญ้าขึ้นมาบ้างแล้วเพราะหลังจากปลูกข้าวแล้วผมไม่ได้เอาน้ำขังท่วมในแปลงนาเลย ให้มีแค่พอชื้นพอผ่านไป 2 อาทิตย์ก็เริ่มมีต้นอ่อนหญ้าขึ้นมาแล้วแต่ว่า ไม่ทันต้นข้าวข้าวผมแล้วครับ ตอนนี้ใบข้าวเริ่มจะปรกถึงกันแล้ว แต่เดี๋ยวพอครบเดือนแล้วก็จะไปเดินไล่ย่ำหญ้าที่ขึ้นมาใหม่ให้กลายเป็นปุ๋ยให้ข้าวอีกครับ(ไม่เอาหญ้าออกจากนาแต่ให้กลับลงดินไปเป็นปุ๋ยอีกครั้ง)

 ยิ้มเท่ห์

มีข้อสงสัยอีกก็ถามมาได้นะครับ

 ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 25, 2013, 10:44:54 PM โดย konthain(นพ) » บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
TuanAu
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49


« ตอบ #823 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2013, 11:11:39 PM »

ขอบคุณมากคับคุณนพ

นาผมมี 8 ไร่ คงใช้ประมาณ 480 ถาดเพาะ
บันทึกการเข้า
nuttsou
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1298


« ตอบ #824 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2013, 06:13:53 PM »

วันนี้ว่างๆเลยเข้ามาดูคลิบ ได้ความรู้เพิ่งเรื่อยๆ
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9463


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #825 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2013, 07:32:07 AM »

สวัสดีเช้าวันจันทร์ของคนทำงานนะครับ

วันนี้ขอเอา Video การบรรยายการทำนาโยนกล้า ของท่านอาจารย์เชาว์วัช หนูทอง
มาให้ท่านสมาชิกที่สนใจการทำนาแบบโยนกล้าได้ศึกษาดูนะครับ

บรรยายนาโยนกล้า2555


 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
ชัย ชาวนานอกคอก
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 296


« ตอบ #826 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2013, 09:26:49 PM »

ขอถามพี่นพครับ ข้าวนาปีอย่างขาวดอกมะลิ105และหอมมะลิแดง ถ้าเริ่มปลูก 1 ก.ค. กับ 1 ส.ค. ผลิตจะต่างกันไหมครับ
บันทึกการเข้า
jaopna
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 96


« ตอบ #827 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2013, 10:14:18 PM »

ติดตามอ่านทุกหน้าเก็บได้บ้างไม่ได้บ้าง   แต่ที่จับใจความได้ บอกกับตัวเองว่าจะต้องกลับไปทำนา
บ้านเดิมอยู่สุรินทร์  ตอนนี้รับจ้างอยู่ กทม.    ตอนสงกรานต์กลับบ้านไปได้พูดคุยกับพี่น้องที่ทำนาอาชืพ เกี่ยวกับปัญหาต่างๆ
ของการทำนา มันก็มีอยู่หลายอย่าง  
  
   1.เรื่องน้ำไม่มีระบบชลประทาน เป็นที่ราบสูง    (แอบคิดในใจจะเจาะบ่อบาลดาลได้ไหม)  เอาแค่ไว้ทำนาปีเวลาฝนทิ้งช่วง
   2.ชาวบ้านก็ไม่อยากเผานานะครับแต่ที่ต้องเผา เพราะว่าถ้าไถกลบฟางแล้ว เวลาหว่านข้าวเริ่มงอกได้สัก 3-4 สัปดา ข้าวจะเหลืองตาย  อันนี้ผมคิดว่าข้าวน่าจะเมาตอซังนะ ขอวิธีการแก้ปัญหาด้วยครับ  เสริมนิดตอนหว่านข้าวนี่จะเป็นการหว่านแห้งช่วง 3-4สัปดา อาจจะมีฝนตกบ้าง แต่ก็ไม่มีน้ำขังแน่นอน  ผมลูกชาวนาแท้ๆกลับมารู้จักการทำนา จาก คุณ นพ นี้  ขอบคุณครับ

  


สวัสดีครับคุณเพชร

ยินดีต้อนรับสู่เวปเกษตรพอเพียง และชมรมคนทำนาที่กระทู้นาโยนกล้าของผมนะครับ
เรื่องการทำนาแบบหว่านข้าวแห้ง ผมขออกตัวไว้ก่อนนะครับว่าไม่เคยทำเลย เพราะทีบ้านผมไม่มีปัญหาเรื่องน้ำไม่มีทำนาเลย
เพราะที่นาอยู่ในเขตชลประทานพอมีน้ำทำนาโดยปกติ ฝนก็ตกต้องตามฤดูกาลดีพอสมควร

ตอบคำถามของคุณเพชรนะครับ

1. แอบคิดจะเจาะบาดาลได้ไหม ภ้าสามารถทำได้ก็จะดีมากครับ แต่ก็ต้องลงทุนสูงอยู่เอาการเลย(จะคุ้มกันหรือเปล่า)
2. ปัญหาอาการข้าวเมาตอซัง ที่จริงแล้วกรณีทำนาปีนี่ไม่น่าจะมีปัญหาถ้าเรารู้จักการหมักดินก่อน ที่จะเริ่มทำนา
โดยปกติการไถกลบต่อซังแล้วมีน้ำเข้าไปแช่ จะใช้เวลาหมักประมาณ 1 เดือน แต่ถ้ามีจุลินทรีย์ช่วย( EM , จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง)
ก็จะย่นเวลาในการหมักเหลือเพียง 2-3 สัปดาห์แล้วรอจุลินทรีย์สงบตัวอีก 1-2 สัปดาห์ แล้วจึงค่อยปลูกข้าวก็จะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

ผมได้ลองไปค้นดูข้อมูลสถิติปริมาณน่ำฝนที่ตกในเขตจังหวัดสุรินทร์ ก็ได้ความว่า ที่สุรินทร์ควรจะปลูกข้าวช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม
จะเป็นช่วงที่เหมาะกับการปลูกข้าวที่สุดสำหรับการทำข้าวนาปี โปรดทำความเข้าใจว่า ข้าวไม่ใช่พืชน้ำ มีความต้องการน้ำมากในช่วง
ที่ข้าวกำลังอุ้มท้องและออกรวง(ข้าวนาปี) ก็คือช่วงเดือนกันยาถึงกลางตุลาคม ที่ข้าวไม่ควรจะขาดน้ำ นอกจากนั้นตั้งแต่ปลูก
ขอให้มีฝนตกบ้างก็เพียงพอ ปัญหาการกำจัดหญ้าทำได้ที่การเตรียมดินหรือเตรียมแปลงปลูกตั้งแต่แรก แล้วลงช่วยย่ำกำจัดหญ้าบ้าง
ช่วงข้าวกำลังแตกกอครับ



      สถิติปริมาณฝนตกที่จังหวัดสุรินทร์ ปี 2554                                                  ปริมาณฝน
วันที่   เม.ย.      พ.ค.   มิ.ย.     ก.ค.     ส.ค.   ก.ย.    ต.ค.    พ.ย.     ธ.ค. ม.ค.   ก.พ.   มี.ค.                   ปี
                                                              มม.
  
รวม   68.3     114.2   56.7   129.0   93.6   176.6   37.4   60.5   0.0   0.0   0.0   0.0   736.3    มม.
เฉลี่ย   2.3        3.7   1.9   4.2   3.0   5.9   1.2   2.0   0.0   0.0   0.0   0.0   2.0                            มม./ วัน
สูง   32.0        45.4   30.2   62.4   28.5   50.5   28.7   43.1   0.0   0.0   0.0   0.0   62.4                            มม.
วัน   3          4           5       6         8         12      3      3         0   0   0   0          44   วัน

ที่มาข้อมูลปริมาณน้ำฝนจากสำนักงานสถิติสุรินทร์ : http://surin.nso.go.th/surin/oneminute/y1x8.html

มีอะไรก็มาร่วมแลกเปลี่ยนเล่าสู่กันอ่านนะครับ

 ยิ้มเท่ห์
สวัสดีครับ อ่านมาถึงหน้านี้พอดีครับ ผมมีทีนาอยู่2แปลงครับ อยู่ศรีสะเกษครับ ทำนาแบบหว่านข้าวแห้งเหมือนกันครับ แปลงแรกหว่านไปแล้วครับ25มิ.ย.ที่ผ่านมาครับ เท่าที่ดูข้อมูลเป็นประโยชน์มากครับ ใจผมอยากจะหว่านข้าวเดือนก.ค.แต่ปัญหาก็คือนาผมไม่มีทางเข้าครับ ต้องผ่านนาคนอื่นเขา ตอนนี้ข้างเคียงฉีดยาฆ่าหญ้าแล้วครับ อีกไม่เกิน7วันก็หว่านข้าวครับ ผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากเว๊ปนี้มากครับ ตอนนี้มีความคิดใหม่ว่าจะหาซื้อรถพรวนดินขนาดเล็กมือสอง(ในเว็ปเรานี่แหละ)ไปใช้น่าจะดีไหมครับ โดยจะหว่านข้าวก่อนแล้วจึงพรวนดินกลบ ขอคำแนะนำจากผู้รู้ทุกท่านด้วยครับ  ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9463


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #828 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2013, 10:54:49 PM »

ขอถามพี่นพครับ ข้าวนาปีอย่างขาวดอกมะลิ105และหอมมะลิแดง ถ้าเริ่มปลูก 1 ก.ค. กับ 1 ส.ค. ผลิตจะต่างกันไหมครับ


สวัสดีครับ

ถ้าปลูกข้าวไวต่อช่วงแสง(ข้าวนาปี)สามารถปลูกหล้าหรือเลทช้าสุดถึงสิ้นเดือนสิงหาคม
และจะไปออกดอกราวๆกลางเดือนตุลาคม(ไม่ว่าจะปลูกเดือนไหนก่อนหน้านั้น)
และโดยธรรมชาติของพันธุ์ข้าวไวต่อช่วงแสงไม่ได้ตอบสนองต่อปุ๋ยเคมีมากนัก
ไม่เหมือนข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง(ข้าวนาปรัง)ที่จะตอบสนองต่อปุ๋ยเคมีได้มากกว้า
(ภาษาชาวบ้านว่ากินปุ๋ยมากกว่าข้าวนาปี)ดังนั้นอินทรีย์วัตถุในดินนา มีผลต่อผลผลิต
มากกว่าแต่ข้าวขาวดอกมะลิ105และข้าวหอมมะลิแดง ก็จะให้ผลผลิตไม่มากนักนะครับ
ถ้าเอาตัวเลขของกรมวิชาการเกษตร(จากโครงการจำนำข้าว)เค้าจะเฉลี่ยผลผลิตต่อไร่
621 กิโลกรัม ปีทีแล้วผมปลูกแบบอินทรีย์(ในกระทู้นี้)ได้ผลผลิต 700 กิโลต่อไร่
และที่คุณพ่อตาของผมปลูกแบบใช้เคมีได้ผลผลิตเฉลี่ย 800 กิโลกรัมต่อไร่
แต่ถ้าปลูกในภาคอีสานถ้าได้ผลผลิต 500-600 กิโลกรัมต่อไร่ก็ถือว่าสูงมากแล้วนะครับ
( อันนี้ขอคำยืนยันจากชาวนาภาคอีสานที่ปลูกข้าวหอมมะลิด้วยครับ  ยิงฟันยิ้ม )

ในกรณีของคุณ cheyenne ถ้าปลูกได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ไปก่อนก็จะดีนะครับ
เพราะเป็นช่วงที่มีปริมาณฝนเหมาะต่อการปลูกข้าวนาปีครับ( ปีที่แล้วผมเพาะกล้ากลางเดือนกรกฎาคม และไปปลูกวันที่ 4 สิงหาคม )

 ยิ้มเท่ห์


Liked By: nipun, deer art, rosera, seri, amata
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9463


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #829 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2013, 11:02:25 PM »

ติดตามอ่านทุกหน้าเก็บได้บ้างไม่ได้บ้าง   แต่ที่จับใจความได้ บอกกับตัวเองว่าจะต้องกลับไปทำนา
บ้านเดิมอยู่สุรินทร์  ตอนนี้รับจ้างอยู่ กทม.    ตอนสงกรานต์กลับบ้านไปได้พูดคุยกับพี่น้องที่ทำนาอาชืพ เกี่ยวกับปัญหาต่างๆ
ของการทำนา มันก็มีอยู่หลายอย่าง  
  
   1.เรื่องน้ำไม่มีระบบชลประทาน เป็นที่ราบสูง    (แอบคิดในใจจะเจาะบ่อบาลดาลได้ไหม)  เอาแค่ไว้ทำนาปีเวลาฝนทิ้งช่วง
   2.ชาวบ้านก็ไม่อยากเผานานะครับแต่ที่ต้องเผา เพราะว่าถ้าไถกลบฟางแล้ว เวลาหว่านข้าวเริ่มงอกได้สัก 3-4 สัปดา ข้าวจะเหลืองตาย  อันนี้ผมคิดว่าข้าวน่าจะเมาตอซังนะ ขอวิธีการแก้ปัญหาด้วยครับ  เสริมนิดตอนหว่านข้าวนี่จะเป็นการหว่านแห้งช่วง 3-4สัปดา อาจจะมีฝนตกบ้าง แต่ก็ไม่มีน้ำขังแน่นอน  ผมลูกชาวนาแท้ๆกลับมารู้จักการทำนา จาก คุณ นพ นี้  ขอบคุณครับ

  


สวัสดีครับคุณเพชร

ยินดีต้อนรับสู่เวปเกษตรพอเพียง และชมรมคนทำนาที่กระทู้นาโยนกล้าของผมนะครับ
เรื่องการทำนาแบบหว่านข้าวแห้ง ผมขออกตัวไว้ก่อนนะครับว่าไม่เคยทำเลย เพราะทีบ้านผมไม่มีปัญหาเรื่องน้ำไม่มีทำนาเลย
เพราะที่นาอยู่ในเขตชลประทานพอมีน้ำทำนาโดยปกติ ฝนก็ตกต้องตามฤดูกาลดีพอสมควร

ตอบคำถามของคุณเพชรนะครับ

1. แอบคิดจะเจาะบาดาลได้ไหม ภ้าสามารถทำได้ก็จะดีมากครับ แต่ก็ต้องลงทุนสูงอยู่เอาการเลย(จะคุ้มกันหรือเปล่า)
2. ปัญหาอาการข้าวเมาตอซัง ที่จริงแล้วกรณีทำนาปีนี่ไม่น่าจะมีปัญหาถ้าเรารู้จักการหมักดินก่อน ที่จะเริ่มทำนา
โดยปกติการไถกลบต่อซังแล้วมีน้ำเข้าไปแช่ จะใช้เวลาหมักประมาณ 1 เดือน แต่ถ้ามีจุลินทรีย์ช่วย( EM , จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง)
ก็จะย่นเวลาในการหมักเหลือเพียง 2-3 สัปดาห์แล้วรอจุลินทรีย์สงบตัวอีก 1-2 สัปดาห์ แล้วจึงค่อยปลูกข้าวก็จะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

ผมได้ลองไปค้นดูข้อมูลสถิติปริมาณน่ำฝนที่ตกในเขตจังหวัดสุรินทร์ ก็ได้ความว่า ที่สุรินทร์ควรจะปลูกข้าวช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม
จะเป็นช่วงที่เหมาะกับการปลูกข้าวที่สุดสำหรับการทำข้าวนาปี โปรดทำความเข้าใจว่า ข้าวไม่ใช่พืชน้ำ มีความต้องการน้ำมากในช่วง
ที่ข้าวกำลังอุ้มท้องและออกรวง(ข้าวนาปี) ก็คือช่วงเดือนกันยาถึงกลางตุลาคม ที่ข้าวไม่ควรจะขาดน้ำ นอกจากนั้นตั้งแต่ปลูก
ขอให้มีฝนตกบ้างก็เพียงพอ ปัญหาการกำจัดหญ้าทำได้ที่การเตรียมดินหรือเตรียมแปลงปลูกตั้งแต่แรก แล้วลงช่วยย่ำกำจัดหญ้าบ้าง
ช่วงข้าวกำลังแตกกอครับ



      สถิติปริมาณฝนตกที่จังหวัดสุรินทร์ ปี 2554                                                  ปริมาณฝน
วันที่   เม.ย.      พ.ค.   มิ.ย.     ก.ค.     ส.ค.   ก.ย.    ต.ค.    พ.ย.     ธ.ค. ม.ค.   ก.พ.   มี.ค.                   ปี
                                                              มม.
  
รวม   68.3     114.2   56.7   129.0   93.6   176.6   37.4   60.5   0.0   0.0   0.0   0.0   736.3    มม.
เฉลี่ย   2.3        3.7   1.9   4.2   3.0   5.9   1.2   2.0   0.0   0.0   0.0   0.0   2.0                            มม./ วัน
สูง   32.0        45.4   30.2   62.4   28.5   50.5   28.7   43.1   0.0   0.0   0.0   0.0   62.4                            มม.
วัน   3          4           5       6         8         12      3      3         0   0   0   0          44   วัน

ที่มาข้อมูลปริมาณน้ำฝนจากสำนักงานสถิติสุรินทร์ : http://surin.nso.go.th/surin/oneminute/y1x8.html

มีอะไรก็มาร่วมแลกเปลี่ยนเล่าสู่กันอ่านนะครับ

 ยิ้มเท่ห์
สวัสดีครับ อ่านมาถึงหน้านี้พอดีครับ ผมมีทีนาอยู่2แปลงครับ อยู่ศรีสะเกษครับ ทำนาแบบหว่านข้าวแห้งเหมือนกันครับ แปลงแรกหว่านไปแล้วครับ25มิ.ย.ที่ผ่านมาครับ เท่าที่ดูข้อมูลเป็นประโยชน์มากครับ ใจผมอยากจะหว่านข้าวเดือนก.ค.แต่ปัญหาก็คือนาผมไม่มีทางเข้าครับ ต้องผ่านนาคนอื่นเขา ตอนนี้ข้างเคียงฉีดยาฆ่าหญ้าแล้วครับ อีกไม่เกิน7วันก็หว่านข้าวครับ ผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากเว๊ปนี้มากครับ ตอนนี้มีความคิดใหม่ว่าจะหาซื้อรถพรวนดินขนาดเล็กมือสอง(ในเว็ปเรานี่แหละ)ไปใช้น่าจะดีไหมครับ โดยจะหว่านข้าวก่อนแล้วจึงพรวนดินกลบ ขอคำแนะนำจากผู้รู้ทุกท่านด้วยครับ  ขอบคุณครับ


สวัสดีครับ

ถ้าจะปลูกข้าวแบบหว่านข้าวแห้งรอฝน ถ้าสามารถพรวนดินกลบได้ก็จะดีเลยครับ
ช่วยปกกันนกและหนูได้ดีกว่าหว่านแห้งทิ้งไว้เฉยๆ
แต่การปลูกข้าวแบบหว่านแห้ง ปัญหาที่เห็นๆคือหญ้า การจะปลูกโดยไม่ใช้เคมี
กำจัดหญ้าก็เป็นไปได้ยากครับ ยกเว้นจะใช้เครื่องหยอดปลูกเป็นแถวๆแล้ว
ใช้แรงงานทางกลลงไปกำจัดหญ้านะครับ

 ยิ้มเท่ห์


Liked By: nipun, deer art, seri, amata
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
jaopna
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 96


« ตอบ #830 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2013, 12:04:44 AM »

ถ้าจะปลูกข้าวแบบหว่านข้าวแห้งรอฝน ถ้าสามารถพรวนดินกลบได้ก็จะดีเลยครับ
ช่วยปกกันนกและหนูได้ดีกว่าหว่านแห้งทิ้งไว้เฉยๆ
แต่การปลูกข้าวแบบหว่านแห้ง ปัญหาที่เห็นๆคือหญ้า การจะปลูกโดยไม่ใช้เคมี
กำจัดหญ้าก็เป็นไปได้ยากครับ ยกเว้นจะใช้เครื่องหยอดปลูกเป็นแถวๆแล้ว
ใช้แรงงานทางกลลงไปกำจัดหญ้านะครับ
ถูกต้องแล้วครับ ปัญหาอันดับหนึ่งของผมก็คือหญ้าครับ
ที่ผ่านมาฉีดสารเคมีโดยเฉพาะสารกำจัดวัชพืชเป็นว่าเล่นเลยครับ โดยเฉพาะหลังจากที่ข้าวงอกแล้ว มองไปทางไหนก็เห็นครับ ไม่หว่านเ็ป็นเม็ดก็ฉีดเหม็นไปทั่วทุ่งเลยครับ ผมเห็นว่าชาวนา(แถวบ้าน)รีบทำจนเกินไป ตอนนี้เดือนพ.ค.หว่านไปแล้วกว่า80เปอร์เซนต์ครับ รถไถกับคนฉีดยารับจ้างกันทั้งวันทั้งคืนเลยครับ(ไม่รู้รีบอะไรกันนักหนา) กว่าน้ำจะท่วมก็ประมาณกันยา-ตุลา ใส่ปุ๋ยกันครั้งเดียวตอนน้ำมาแล้วก็เกี่ยวพ.ย.ครับ แต่ช่วงพ.ค.-ส.ค.(ไม่น้อยกว่า3เดือน)ผมเห็นว่านาข้าวแห้งแล้งข้าวไม่โตและหญ้าขึ้นแข่ง ต้องใช้ยากำจัดวัชพืชกันเยอะมาก
แปลงแรกนา6ไร่ ขั้นตอนแรกในการทำนาของผมคือ1.จ้างเขาฉีดยาฆ่าหญ้าแบบดูดซึมทิ้งไว้1สัปดาห์ให้หญ้าตาย หลังจากนั้นต้องจองคิวรถไถ(แทรกเตอร์) ได้คิวก็เอาพันธุ์ข้าวหว่านเลยครับ แล้วก็ตามด้วยรถแทรกเตอร์ปั่นรอบเดียวจบเลยครับ อ้อตามด้วยฉีดยาคุมหญ้าอีกรอบ จากนั้นก็รอดูล่ะครับว่าอะไรจะงอกงามกว่ากัน...
บันทึกการเข้า
deer art
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1116


« ตอบ #831 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2013, 06:06:09 AM »

สวัสดีครับอาจาย์
  จากประสบการณ์การหว่านข้าวนาแห้งภาคอิสาน ถ้าเราหว่านล่าช้ากว่าคนอื่นมากๆ
  จะเป็นปัญหาสารพัดโรครุมเพราะข้าวเรางอกทีหลัง ต้นข้าวยังอ่อนแอ

  แต่การหว่านข้าวเร็วไปจะเจอแบบนี้ครับ
 
 

 

นาปีด้วงดำระบาด
http://www.brrd.in.th/rkb/disease%20and%20insect/index.php-file=content.php&id=53.htm





แจ๊กพอตปีนี้เจอหนอนกระทู้ระบาดต้นปี ถ้าฝนทิ้งช่วงอีกหนึ่งอาทิตย์ คงจะไปเป็นหมื่นไร่ละครับ ร้องไห้ ร้องไห้
ถ้าชาวนาไม่ปรับพฤติกรรมทำนาก็จะเจอปัญหาไม่สิ้นสุด
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 [52] 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 ... 74   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: