ข่าว
หน้า: 1 ... 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 [36] 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 ... 74   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ก้าวอีกขั้นของการทำนาโยนกล้า สู่การทำนาลดต้นทุนรับมือปี2558  (อ่าน 218377 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 4 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
taey
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 187


« ตอบ #560 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2012, 07:44:39 PM »

ขอบคุณมากค่ะคุณนพ  ที่พยายามช่วยมาโดยตลอด  สำหรับคนที่กำลังปลูกข้าวค่ะ

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ  ถ้ามีโอกาสจะไปเยี่ยมเยียนค่ะ
บันทึกการเข้า

konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9461


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #561 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2012, 08:13:24 PM »

ขอบคุณมากค่ะคุณนพ  ที่พยายามช่วยมาโดยตลอด  สำหรับคนที่กำลังปลูกข้าวค่ะ

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ  ถ้ามีโอกาสจะไปเยี่ยมเยียนค่ะ

ยินดีครับ
มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำนาไปด้วยกัน ถ้าเป็นไปได้อยากชวนให้หันไปทำนาอินทรีย์กันเยอะๆครับ

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9461


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #562 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2012, 08:21:10 PM »

ข้าวกล้องงอกอินทรีย์

มารู้จักการเพิ่มมูลค่า ของข้าวเปลือก โดยการทำข้าวกล้องงอกกันครับ

น้ำข้าวกล้องงอก

แล้วมาต่อยอดไปอีกด้วยการทำน้ำข้าวกล้องงอกครับ
เผื่อเป็นแนวทางออกของการทำนาอินทรีย์ให้ไปได้โดยการพึ่งตนเอง

 ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 11, 2012, 09:04:47 PM โดย konthain(นพ) » บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
SANEA
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 76


« ตอบ #563 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2012, 09:15:36 PM »

อาจารย์นพครับ พอดีผมกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับจุลินทรีย์ ไมคอร์ไรซา, จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง(ของอาจารย์เชาว์วัช) ,SM(ของ ionictuth) ซึ่งจากที่ได้อ่านข้อมูล เป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มาก(จากข้อมูลที่ผู้ใช้งานได้เขียนข้อมูลไว้)หากเรานำมาประยุกต์ปรับใช้ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับการปลูกพืชมาก โดยเฉพาะ ใช้กับการปลูกข้าว แต่จากข้อมูลที่มีเกิดความสงสัยว่าจุลินทรีย์ทั้ง 3 ตัว มันมีคุณสมบัติที่คล้ายกัน(ตามความเข้าใจผมนะครับ) จึงอยากจะรบกวน อาจารย์นพ พอมีข้อมูลทางวิชาการหรืองานวิจัยของจุลินทรีย์ทั้ง 3 ตัวบ้างหรือไม่ ที่สามารถใช้วิเคราะห์ ได้ว่าเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ชนิดใด (หรือเป็นเพราะผู้ที่นำมาใช้งานเรียกต่างกันไป)
บันทึกการเข้า
taey
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 187


« ตอบ #564 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2012, 10:23:40 PM »

แวบตามลิงค์ไปดูคุณอุ้มด้วยค่ะ  แล้วไปแอบอ่านของคุณทิดแคนอีก 22หน้า  เล่นเอาตาลายเลยค่ะ

แต่ก็คุ้มค่ะ  ได้ความรู้เยอะแยะเลย  ทำให้ตัดสินใจอะไรๆได้ง่ายขึ้น

ดึกแล้วค่ะ  ขอตัวก่อน  พรุ่งนี้ยังต้องตื่นมาไปทำหน้าที่เดิมๆอีกแล้ว  (เบื่อนะ)
รอเวลาไปทำนา  ทำสวน  อีกไม่นานหรอก  น่าจะมีความสุขกว่าปัจจุบันนะคะ

ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันสิ่งดีๆอีกครั้งนึง

แต่เน็ตไม่ค่อยเป็นใจเลย  นี่มัน 10 เม็ก หรือ 1 เม็กเนี่ย  คลาน พอกัน (บ่นๆๆๆ)

ไปล่ะค่ะ


Liked By: yudhapol, rosera, nipun
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9461


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #565 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2012, 11:01:43 PM »

แวบตามลิงค์ไปดูคุณอุ้มด้วยค่ะ  แล้วไปแอบอ่านของคุณทิดแคนอีก 22หน้า  เล่นเอาตาลายเลยค่ะ

แต่ก็คุ้มค่ะ  ได้ความรู้เยอะแยะเลย  ทำให้ตัดสินใจอะไรๆได้ง่ายขึ้น

ดึกแล้วค่ะ  ขอตัวก่อน  พรุ่งนี้ยังต้องตื่นมาไปทำหน้าที่เดิมๆอีกแล้ว  (เบื่อนะ)
รอเวลาไปทำนา  ทำสวน  อีกไม่นานหรอก  น่าจะมีความสุขกว่าปัจจุบันนะคะ

ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันสิ่งดีๆอีกครั้งนึง

แต่เน็ตไม่ค่อยเป็นใจเลย  นี่มัน 10 เม็ก หรือ 1 เม็กเนี่ย  คลาน พอกัน (บ่นๆๆๆ)

ไปล่ะค่ะ

ยินดีครับ
ของผมก็เป็นครับ ใช้ลิ้งค์ ADSL ของ TOT วันนี้อืดมากๆยิ่งเข้าเวแเกษตรพอเพียงเข้าไปแต่ละกระทู้
บางทีรออยู่หลายนาทีเลย วันอาทิตย์คนเข้าเวปก็ไม่มากแต่ทำไมอืดจังเลย  โกรธ

 ยิ้มเท่ห์


Liked By: yudhapol, nipun
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9461


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #566 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2012, 12:11:17 AM »

อาจารย์นพครับ พอดีผมกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับจุลินทรีย์ ไมคอร์ไรซา, จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง(ของอาจารย์เชาว์วัช) ,SM(ของ ionictuth) ซึ่งจากที่ได้อ่านข้อมูล เป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มาก(จากข้อมูลที่ผู้ใช้งานได้เขียนข้อมูลไว้)หากเรานำมาประยุกต์ปรับใช้ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับการปลูกพืชมาก โดยเฉพาะ ใช้กับการปลูกข้าว แต่จากข้อมูลที่มีเกิดความสงสัยว่าจุลินทรีย์ทั้ง 3 ตัว มันมีคุณสมบัติที่คล้ายกัน(ตามความเข้าใจผมนะครับ) จึงอยากจะรบกวน อาจารย์นพ พอมีข้อมูลทางวิชาการหรืองานวิจัยของจุลินทรีย์ทั้ง 3 ตัวบ้างหรือไม่ ที่สามารถใช้วิเคราะห์ ได้ว่าเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ชนิดใด (หรือเป็นเพราะผู้ที่นำมาใช้งานเรียกต่างกันไป)

สวัสดีครับ

เรื่องของจุลินทรีย์ต่างๆ ที่ถามมานั้น ที่จริงแล้วมีอยู่ในธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงแต่มีผู้นำมาคัดเลือกสายพันธุ์แล้วนำแยกมาเพาะเลี้ยงเพื่อใช้งานในสภาพแวดล้อมและวัตถุประสงค์ต่างกัน

จุลินทรีย์ไมคอร์ไรซาเป็นจุลินทรีย์กลุ่มเชื้อราที่อาศัยอยู่กับรากพืชโดยการแลกเปลี่ยนพึ่งพิงกันช่วยป้องกันโรคที่มาทางดิน ทำให้ระบบรากพืชแข็งแรงเติบโตได้แม้ในสภาวะที่ไม่ค่อยจะเหมาะสม
และช่วยลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีไปได้มาก

จุลินทรียสังเคราะห์แสง เป็นจุลินทรีย์กลุ่มแบคทีเรียที่มีหลายชนิด นำไปใช้งานด้วยวัตุประสงค์แตกต่างกันไป ทั้งใช้บำบัดน้ำเสีย ใช้กับสัตว์น้ำ ใช้กับพืชต่างๆ ประโยชน์หลักๆคือช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมี
ประโยชน์หลักๆก็คือ
ช่วยลดปริมาณก๊าซไฮโดรซัลไฟด์ (H2S) ในดินช่วยให้รากของพืชขยายได้ดีและทำให้พืชกินปุ๋ยได้ดีขึ้น
ช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยหลักลง 50% เพราะมีคุณสมบัติตรึงไนโตรเจน
มีคุณสมบัติสร้างกรดต่างๆที่เปลี่ยนเป็นฮอร์โมน ทำให้พืชเจริญเติบโตดี
ช่วยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเนื่องจากพืชมีความสามารถในการดูดกินปุ๋ยได้ดี ขึ้น
ช่วยให้พืชมีความแข็งแรงและต้านทานโรคได้ดี ฯลฯ

และในส่วนของ SM(ของ ionictuth) นั่นเท่าที่ไปอ่านข้อมูลที่นำเสนอมา
ในมุมมองของผมก็คือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ชนิดรวมมิตร ที่ทำออกมาในรูปผงแห้งบรรจุซอง
คลายกันกับ พด.ของกรมพัฒนาที่ดิน อันนี้ก็แล้วแต่ผู้จะซื้อหาไปใช้งานผมไม่ขอวิจารณ์ครับ

สรุปก็คือการใช้งานจุลินทรีย์เราต้องรู้ก่อนว่าจะเอาจุลินทรีย์ชนิดไหน ไปใช้งานอะไรในช่วงเวลาไหนนะเพื่ออะไรนะครับ

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
mskh875
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 498


« ตอบ #567 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2012, 03:27:15 AM »

ขอบคุณมากครับพี่...

เป็นกำลังใจให้ข้าวสวยๆ น้ำหนักดีๆ นะครับ
บันทึกการเข้า
chatchana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 303


« ตอบ #568 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2012, 07:19:49 AM »

สวัสดีคับคุณนพ ผมกำลังจะทำนาที่พิจิตรคับ วันที่ 25พฤศจิกานี้ก็จะโยนแล้ว(ปาปลูก) ก็จะทำแบบอินทรีย์คับ เมื่อวันที่ 7 ได้ไปนอนบ้านพี่ชัยพร พรหมพันธ์ ที่สุพรรณมา ได้ความรู้เยอะมากเลยคับ แล้วถ้าติดขัดอะไรในเรื่องทำนาอินทรี ผมคงต้องรบกวนคุณนพด้วยนะคับผม ขอบคุณคับ บ้านชัดเจน พิจิตร
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9461


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #569 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2012, 07:54:29 AM »

สวัสดีคับคุณนพ ผมกำลังจะทำนาที่พิจิตรคับ วันที่ 25พฤศจิกานี้ก็จะโยนแล้ว(ปาปลูก) ก็จะทำแบบอินทรีย์คับ เมื่อวันที่ 7 ได้ไปนอนบ้านพี่ชัยพร พรหมพันธ์ ที่สุพรรณมา ได้ความรู้เยอะมากเลยคับ แล้วถ้าติดขัดอะไรในเรื่องทำนาอินทรี ผมคงต้องรบกวนคุณนพด้วยนะคับผม ขอบคุณคับ บ้านชัดเจน พิจิตร

สวัสดีครับ

ยินดีอย่างยิ่งเลยครับ อย่าลืมถ่ายรูปการทำนาโยนกล้าปาปลูกมาถ่ายทอดให้เพื่อนสมาชิกได้ดู
และเรียนรู้ไปด้วยกันนะครับ

 ยิ้มเท่ห์


Liked By: mskh875, yudhapol, nipun
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
SANEA
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 76


« ตอบ #570 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2012, 10:37:43 AM »

อาจารย์นพครับ พอดีผมกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับจุลินทรีย์ ไมคอร์ไรซา, จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง(ของอาจารย์เชาว์วัช) ,SM(ของ ionictuth) ซึ่งจากที่ได้อ่านข้อมูล เป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มาก(จากข้อมูลที่ผู้ใช้งานได้เขียนข้อมูลไว้)หากเรานำมาประยุกต์ปรับใช้ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับการปลูกพืชมาก โดยเฉพาะ ใช้กับการปลูกข้าว แต่จากข้อมูลที่มีเกิดความสงสัยว่าจุลินทรีย์ทั้ง 3 ตัว มันมีคุณสมบัติที่คล้ายกัน(ตามความเข้าใจผมนะครับ) จึงอยากจะรบกวน อาจารย์นพ พอมีข้อมูลทางวิชาการหรืองานวิจัยของจุลินทรีย์ทั้ง 3 ตัวบ้างหรือไม่ ที่สามารถใช้วิเคราะห์ ได้ว่าเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ชนิดใด (หรือเป็นเพราะผู้ที่นำมาใช้งานเรียกต่างกันไป)

สวัสดีครับ

เรื่องของจุลินทรีย์ต่างๆ ที่ถามมานั้น ที่จริงแล้วมีอยู่ในธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงแต่มีผู้นำมาคัดเลือกสายพันธุ์แล้วนำแยกมาเพาะเลี้ยงเพื่อใช้งานในสภาพแวดล้อมและวัตถุประสงค์ต่างกัน

จุลินทรีย์ไมคอร์ไรซาเป็นจุลินทรีย์กลุ่มเชื้อราที่อาศัยอยู่กับรากพืชโดยการแลกเปลี่ยนพึ่งพิงกันช่วยป้องกันโรคที่มาทางดิน ทำให้ระบบรากพืชแข็งแรงเติบโตได้แม้ในสภาวะที่ไม่ค่อยจะเหมาะสม
และช่วยลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีไปได้มาก

จุลินทรียสังเคราะห์แสง เป็นจุลินทรีย์กลุ่มแบคทีเรียที่มีหลายชนิด นำไปใช้งานด้วยวัตุประสงค์แตกต่างกันไป ทั้งใช้บำบัดน้ำเสีย ใช้กับสัตว์น้ำ ใช้กับพืชต่างๆ ประโยชน์หลักๆคือช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมี
ประโยชน์หลักๆก็คือ
ช่วยลดปริมาณก๊าซไฮโดรซัลไฟด์ (H2S) ในดินช่วยให้รากของพืชขยายได้ดีและทำให้พืชกินปุ๋ยได้ดีขึ้น
ช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยหลักลง 50% เพราะมีคุณสมบัติตรึงไนโตรเจน
มีคุณสมบัติสร้างกรดต่างๆที่เปลี่ยนเป็นฮอร์โมน ทำให้พืชเจริญเติบโตดี
ช่วยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเนื่องจากพืชมีความสามารถในการดูดกินปุ๋ยได้ดี ขึ้น
ช่วยให้พืชมีความแข็งแรงและต้านทานโรคได้ดี ฯลฯ

และในส่วนของ SM(ของ ionictuth) นั่นเท่าที่ไปอ่านข้อมูลที่นำเสนอมา
ในมุมมองของผมก็คือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ชนิดรวมมิตร ที่ทำออกมาในรูปผงแห้งบรรจุซอง
คลายกันกับ พด.ของกรมพัฒนาที่ดิน อันนี้ก็แล้วแต่ผู้จะซื้อหาไปใช้งานผมไม่ขอวิจารณ์ครับ

สรุปก็คือการใช้งานจุลินทรีย์เราต้องรู้ก่อนว่าจะเอาจุลินทรีย์ชนิดไหน ไปใช้งานอะไรในช่วงเวลาไหนนะเพื่ออะไรนะครับ

 ยิ้มเท่ห์

ขอบคุณครับอาจารย์นพ สำหรับข้อมูลทำให้ได้เข้าใจ จุลินทรีย์มากขึ้น คือ ผมมีแผนที่จะปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและลดต้นทุนการผลิตให้มาก ด้วยองค์ความรู้ของอาจารย์หลายๆท่านอาทิ เช่น
-ทฤษฎี ปลูกข้าวต้นเดียว(SRI) ของ อาจารย์เชาว์วัช ผมมั่นใจว่าเป็นเทคนิคการเพิ่มผลผลิตให้กับข้าวได้แน่นอน ภายใต้ข้อจำกัดการทำให้ต้นกล้าบอบช้ำน้อยที่เท่าที่จะทำได้ และเรื่อง ความอุดมสมบูรณ์ของดินด้วยอินทรีย์วัตถุ (ผมได้มีโอกาศได้ไปศึกษาดูงานแปลงปลูกที่ศูนย์ของอาจารย์มาแล้ว ข้าวอะไรไม่มีใบ...มีแต่รวงข้าว)
-การเพิ่ม อินทรีย์วัตถุ ให้กับดิน โดย ทฤษฎี การทำปุ๋ยหมัก ของ อาจารย์ธีระ ผนวกเข้ากับจุลินททรีย์ SM
-ทฤษฎีการให้ธาตุอาหารพืชที่ครบทุกธาตุและพอเหมาะ ของ อาจารย์แดง แห่ง เกษตรไสมล์
-ตามด้วย ลดการใช้ปุ๋ยเคมี โดยการใช้ แหนแดง + น้ำหมักขี้หมูของอาจารย์นพ ประกอบกับทฤษฎี แกล้งข้าว เพิ่มการแตกกอ ลดปัญหาโรคและแมลง
-ประยุคต์ใช้จุลินทรีย์ ไตโครเดอร์มา ไมคอร์ไรซาและแบคทีเรียละลายฟอสเฟต จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง
-การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชด้วย เชื้อบิวเวอเรีย และ เชื้อบีที
-ลดค่าน้ำมันสูบน้ำ โดย ทฤษฎีโซร่าเซลล์ ของอาจารย์อำนาย
 
ด้วยทฤษฎีแล้วมันน่าจะทำได้ เพราะเป็นส่งที่ท่านอาจารย์ทุกท่านได้ปฏิบัติและประสบความสำเร็จมาแล้วทั้งสิ้น เพียงเรานำองค์ความรู้เหล่านั้นมาประยุคต์ใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ และขั้นตอนการผลิต ผมก็ยังหวังลึกๆ ว่าจะประสบผลสำเร็จเหมือนกับอาจารย์ของผม
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9461


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #571 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2012, 10:43:11 AM »

อาจารย์นพครับ พอดีผมกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับจุลินทรีย์ ไมคอร์ไรซา, จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง(ของอาจารย์เชาว์วัช) ,SM(ของ ionictuth) ซึ่งจากที่ได้อ่านข้อมูล เป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มาก(จากข้อมูลที่ผู้ใช้งานได้เขียนข้อมูลไว้)หากเรานำมาประยุกต์ปรับใช้ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับการปลูกพืชมาก โดยเฉพาะ ใช้กับการปลูกข้าว แต่จากข้อมูลที่มีเกิดความสงสัยว่าจุลินทรีย์ทั้ง 3 ตัว มันมีคุณสมบัติที่คล้ายกัน(ตามความเข้าใจผมนะครับ) จึงอยากจะรบกวน อาจารย์นพ พอมีข้อมูลทางวิชาการหรืองานวิจัยของจุลินทรีย์ทั้ง 3 ตัวบ้างหรือไม่ ที่สามารถใช้วิเคราะห์ ได้ว่าเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ชนิดใด (หรือเป็นเพราะผู้ที่นำมาใช้งานเรียกต่างกันไป)

สวัสดีครับ

เรื่องของจุลินทรีย์ต่างๆ ที่ถามมานั้น ที่จริงแล้วมีอยู่ในธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงแต่มีผู้นำมาคัดเลือกสายพันธุ์แล้วนำแยกมาเพาะเลี้ยงเพื่อใช้งานในสภาพแวดล้อมและวัตถุประสงค์ต่างกัน

จุลินทรีย์ไมคอร์ไรซาเป็นจุลินทรีย์กลุ่มเชื้อราที่อาศัยอยู่กับรากพืชโดยการแลกเปลี่ยนพึ่งพิงกันช่วยป้องกันโรคที่มาทางดิน ทำให้ระบบรากพืชแข็งแรงเติบโตได้แม้ในสภาวะที่ไม่ค่อยจะเหมาะสม
และช่วยลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีไปได้มาก

จุลินทรียสังเคราะห์แสง เป็นจุลินทรีย์กลุ่มแบคทีเรียที่มีหลายชนิด นำไปใช้งานด้วยวัตุประสงค์แตกต่างกันไป ทั้งใช้บำบัดน้ำเสีย ใช้กับสัตว์น้ำ ใช้กับพืชต่างๆ ประโยชน์หลักๆคือช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมี
ประโยชน์หลักๆก็คือ
ช่วยลดปริมาณก๊าซไฮโดรซัลไฟด์ (H2S) ในดินช่วยให้รากของพืชขยายได้ดีและทำให้พืชกินปุ๋ยได้ดีขึ้น
ช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยหลักลง 50% เพราะมีคุณสมบัติตรึงไนโตรเจน
มีคุณสมบัติสร้างกรดต่างๆที่เปลี่ยนเป็นฮอร์โมน ทำให้พืชเจริญเติบโตดี
ช่วยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเนื่องจากพืชมีความสามารถในการดูดกินปุ๋ยได้ดี ขึ้น
ช่วยให้พืชมีความแข็งแรงและต้านทานโรคได้ดี ฯลฯ

และในส่วนของ SM(ของ ionictuth) นั่นเท่าที่ไปอ่านข้อมูลที่นำเสนอมา
ในมุมมองของผมก็คือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ชนิดรวมมิตร ที่ทำออกมาในรูปผงแห้งบรรจุซอง
คลายกันกับ พด.ของกรมพัฒนาที่ดิน อันนี้ก็แล้วแต่ผู้จะซื้อหาไปใช้งานผมไม่ขอวิจารณ์ครับ

สรุปก็คือการใช้งานจุลินทรีย์เราต้องรู้ก่อนว่าจะเอาจุลินทรีย์ชนิดไหน ไปใช้งานอะไรในช่วงเวลาไหนนะเพื่ออะไรนะครับ

 ยิ้มเท่ห์

ขอบคุณครับอาจารย์นพ สำหรับข้อมูลทำให้ได้เข้าใจ จุลินทรีย์มากขึ้น คือ ผมมีแผนที่จะปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและลดต้นทุนการผลิตให้มาก ด้วยองค์ความรู้ของอาจารย์หลายๆท่านอาทิ เช่น
-ทฤษฎี ปลูกข้าวต้นเดียว(SRI) ของ อาจารย์เชาว์วัช ผมมั่นใจว่าเป็นเทคนิคการเพิ่มผลผลิตให้กับข้าวได้แน่นอน ภายใต้ข้อจำกัดการทำให้ต้นกล้าบอบช้ำน้อยที่เท่าที่จะทำได้ และเรื่อง ความอุดมสมบูรณ์ของดินด้วยอินทรีย์วัตถุ (ผมได้มีโอกาศได้ไปศึกษาดูงานแปลงปลูกที่ศูนย์ของอาจารย์มาแล้ว ข้าวอะไรไม่มีใบ...มีแต่รวงข้าว)
-การเพิ่ม อินทรีย์วัตถุ ให้กับดิน โดย ทฤษฎี การทำปุ๋ยหมัก ของ อาจารย์ธีระ ผนวกเข้ากับจุลินททรีย์ SM
-ทฤษฎีการให้ธาตุอาหารพืชที่ครบทุกธาตุและพอเหมาะ ของ อาจารย์แดง แห่ง เกษตรไสมล์
-ตามด้วย ลดการใช้ปุ๋ยเคมี โดยการใช้ แหนแดง + น้ำหมักขี้หมูของอาจารย์นพ ประกอบกับทฤษฎี แกล้งข้าว เพิ่มการแตกกอ ลดปัญหาโรคและแมลง
-ประยุคต์ใช้จุลินทรีย์ ไตโครเดอร์มา ไมคอร์ไรซาและแบคทีเรียละลายฟอสเฟต จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง
-การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชด้วย เชื้อบิวเวอเรีย และ เชื้อบีที
-ลดค่าน้ำมันสูบน้ำ โดย ทฤษฎีโซร่าเซลล์ ของอาจารย์อำนาย
 
ด้วยทฤษฎีแล้วมันน่าจะทำได้ เพราะเป็นส่งที่ท่านอาจารย์ทุกท่านได้ปฏิบัติและประสบความสำเร็จมาแล้วทั้งสิ้น เพียงเรานำองค์ความรู้เหล่านั้นมาประยุคต์ใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ และขั้นตอนการผลิต ผมก็ยังหวังลึกๆ ว่าจะประสบผลสำเร็จเหมือนกับอาจารย์ของผม

ยินดีเลยครับ
เริ่มลงมือเมื่อไหร่ ก็เอามาร่วมแลกเปลี่ยนที่กระทู้ของผมได้เลยนะครับ
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นก็ยังไม่สู้ลงมือทำ แล้วนำประสบการณ์มาถ่ายทอดกันครับ

 ยิ้มเท่ห์


Liked By: yudhapol, nipun
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
josave69
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2342



« ตอบ #572 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2012, 05:44:38 PM »

อาจารย์นพครับ พอดีผมกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับจุลินทรีย์ ไมคอร์ไรซา, จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง(ของอาจารย์เชาว์วัช) ,SM(ของ ionictuth) ซึ่งจากที่ได้อ่านข้อมูล เป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มาก(จากข้อมูลที่ผู้ใช้งานได้เขียนข้อมูลไว้)หากเรานำมาประยุกต์ปรับใช้ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับการปลูกพืชมาก โดยเฉพาะ ใช้กับการปลูกข้าว แต่จากข้อมูลที่มีเกิดความสงสัยว่าจุลินทรีย์ทั้ง 3 ตัว มันมีคุณสมบัติที่คล้ายกัน(ตามความเข้าใจผมนะครับ) จึงอยากจะรบกวน อาจารย์นพ พอมีข้อมูลทางวิชาการหรืองานวิจัยของจุลินทรีย์ทั้ง 3 ตัวบ้างหรือไม่ ที่สามารถใช้วิเคราะห์ ได้ว่าเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ชนิดใด (หรือเป็นเพราะผู้ที่นำมาใช้งานเรียกต่างกันไป)

สวัสดีครับ

เรื่องของจุลินทรีย์ต่างๆ ที่ถามมานั้น ที่จริงแล้วมีอยู่ในธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงแต่มีผู้นำมาคัดเลือกสายพันธุ์แล้วนำแยกมาเพาะเลี้ยงเพื่อใช้งานในสภาพแวดล้อมและวัตถุประสงค์ต่างกัน

จุลินทรีย์ไมคอร์ไรซาเป็นจุลินทรีย์กลุ่มเชื้อราที่อาศัยอยู่กับรากพืชโดยการแลกเปลี่ยนพึ่งพิงกันช่วยป้องกันโรคที่มาทางดิน ทำให้ระบบรากพืชแข็งแรงเติบโตได้แม้ในสภาวะที่ไม่ค่อยจะเหมาะสม
และช่วยลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีไปได้มาก

จุลินทรียสังเคราะห์แสง เป็นจุลินทรีย์กลุ่มแบคทีเรียที่มีหลายชนิด นำไปใช้งานด้วยวัตุประสงค์แตกต่างกันไป ทั้งใช้บำบัดน้ำเสีย ใช้กับสัตว์น้ำ ใช้กับพืชต่างๆ ประโยชน์หลักๆคือช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมี
ประโยชน์หลักๆก็คือ
ช่วยลดปริมาณก๊าซไฮโดรซัลไฟด์ (H2S) ในดินช่วยให้รากของพืชขยายได้ดีและทำให้พืชกินปุ๋ยได้ดีขึ้น
ช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยหลักลง 50% เพราะมีคุณสมบัติตรึงไนโตรเจน
มีคุณสมบัติสร้างกรดต่างๆที่เปลี่ยนเป็นฮอร์โมน ทำให้พืชเจริญเติบโตดี
ช่วยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเนื่องจากพืชมีความสามารถในการดูดกินปุ๋ยได้ดี ขึ้น
ช่วยให้พืชมีความแข็งแรงและต้านทานโรคได้ดี ฯลฯ

และในส่วนของ SM(ของ ionictuth) นั่นเท่าที่ไปอ่านข้อมูลที่นำเสนอมา
ในมุมมองของผมก็คือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ชนิดรวมมิตร ที่ทำออกมาในรูปผงแห้งบรรจุซอง
คลายกันกับ พด.ของกรมพัฒนาที่ดิน อันนี้ก็แล้วแต่ผู้จะซื้อหาไปใช้งานผมไม่ขอวิจารณ์ครับ

สรุปก็คือการใช้งานจุลินทรีย์เราต้องรู้ก่อนว่าจะเอาจุลินทรีย์ชนิดไหน ไปใช้งานอะไรในช่วงเวลาไหนนะเพื่ออะไรนะครับ

 ยิ้มเท่ห์

ขอบคุณครับอาจารย์นพ สำหรับข้อมูลทำให้ได้เข้าใจ จุลินทรีย์มากขึ้น คือ ผมมีแผนที่จะปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและลดต้นทุนการผลิตให้มาก ด้วยองค์ความรู้ของอาจารย์หลายๆท่านอาทิ เช่น
-ทฤษฎี ปลูกข้าวต้นเดียว(SRI) ของ อาจารย์เชาว์วัช ผมมั่นใจว่าเป็นเทคนิคการเพิ่มผลผลิตให้กับข้าวได้แน่นอน ภายใต้ข้อจำกัดการทำให้ต้นกล้าบอบช้ำน้อยที่เท่าที่จะทำได้ และเรื่อง ความอุดมสมบูรณ์ของดินด้วยอินทรีย์วัตถุ (ผมได้มีโอกาศได้ไปศึกษาดูงานแปลงปลูกที่ศูนย์ของอาจารย์มาแล้ว ข้าวอะไรไม่มีใบ...มีแต่รวงข้าว)
-การเพิ่ม อินทรีย์วัตถุ ให้กับดิน โดย ทฤษฎี การทำปุ๋ยหมัก ของ อาจารย์ธีระ ผนวกเข้ากับจุลินททรีย์ SM
-ทฤษฎีการให้ธาตุอาหารพืชที่ครบทุกธาตุและพอเหมาะ ของ อาจารย์แดง แห่ง เกษตรไสมล์
-ตามด้วย ลดการใช้ปุ๋ยเคมี โดยการใช้ แหนแดง + น้ำหมักขี้หมูของอาจารย์นพ ประกอบกับทฤษฎี แกล้งข้าว เพิ่มการแตกกอ ลดปัญหาโรคและแมลง
-ประยุคต์ใช้จุลินทรีย์ ไตโครเดอร์มา ไมคอร์ไรซาและแบคทีเรียละลายฟอสเฟต จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง
-การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชด้วย เชื้อบิวเวอเรีย และ เชื้อบีที
-ลดค่าน้ำมันสูบน้ำ โดย ทฤษฎีโซร่าเซลล์ ของอาจารย์อำนาย
 
ด้วยทฤษฎีแล้วมันน่าจะทำได้ เพราะเป็นส่งที่ท่านอาจารย์ทุกท่านได้ปฏิบัติและประสบความสำเร็จมาแล้วทั้งสิ้น เพียงเรานำองค์ความรู้เหล่านั้นมาประยุคต์ใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ และขั้นตอนการผลิต ผมก็ยังหวังลึกๆ ว่าจะประสบผลสำเร็จเหมือนกับอาจารย์ของผม

ยินดีเลยครับ
เริ่มลงมือเมื่อไหร่ ก็เอามาร่วมแลกเปลี่ยนที่กระทู้ของผมได้เลยนะครับ
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นก็ยังไม่สู้ลงมือทำ แล้วนำประสบการณ์มาถ่ายทอดกันครับ

 ยิ้มเท่ห์

ต้องระวังการใช้จุลินทรีย์ด้วยนะคับ บางอย่างก็ใช้ร่วมกันไม่ได้ เช่น ไมโครไรซ่า หรือจุลินทรีย์อื่นๆ เราใส่ลงดิน แล้วใส่ ไตรโครเดอม่าตาม เจ้าไตรโครเดอม่ามันเขมือบหมดคับ อันนี้ลองผิดลองถูกมาแล้ว
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9461


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #573 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2012, 09:48:14 AM »

อ เดชาทางออกชาวนาก่อนถึงปี2558

ไปเจอ Video เรื่องราวแนวคิดดีๆ จากท่านอาจารย์ เดชา ศิริภัทร
ขอเอามาฝากเพื่อนสมาชิกให้ได้ดูด้วยครับ

 ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 13, 2012, 02:46:38 PM โดย konthain(นพ) » บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
SANEA
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 76


« ตอบ #574 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2012, 11:01:10 AM »

อาจารย์นพครับ พอดีผมกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับจุลินทรีย์ ไมคอร์ไรซา, จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง(ของอาจารย์เชาว์วัช) ,SM(ของ ionictuth) ซึ่งจากที่ได้อ่านข้อมูล เป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มาก(จากข้อมูลที่ผู้ใช้งานได้เขียนข้อมูลไว้)หากเรานำมาประยุกต์ปรับใช้ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับการปลูกพืชมาก โดยเฉพาะ ใช้กับการปลูกข้าว แต่จากข้อมูลที่มีเกิดความสงสัยว่าจุลินทรีย์ทั้ง 3 ตัว มันมีคุณสมบัติที่คล้ายกัน(ตามความเข้าใจผมนะครับ) จึงอยากจะรบกวน อาจารย์นพ พอมีข้อมูลทางวิชาการหรืองานวิจัยของจุลินทรีย์ทั้ง 3 ตัวบ้างหรือไม่ ที่สามารถใช้วิเคราะห์ ได้ว่าเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ชนิดใด (หรือเป็นเพราะผู้ที่นำมาใช้งานเรียกต่างกันไป)

สวัสดีครับ

เรื่องของจุลินทรีย์ต่างๆ ที่ถามมานั้น ที่จริงแล้วมีอยู่ในธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงแต่มีผู้นำมาคัดเลือกสายพันธุ์แล้วนำแยกมาเพาะเลี้ยงเพื่อใช้งานในสภาพแวดล้อมและวัตถุประสงค์ต่างกัน

จุลินทรีย์ไมคอร์ไรซาเป็นจุลินทรีย์กลุ่มเชื้อราที่อาศัยอยู่กับรากพืชโดยการแลกเปลี่ยนพึ่งพิงกันช่วยป้องกันโรคที่มาทางดิน ทำให้ระบบรากพืชแข็งแรงเติบโตได้แม้ในสภาวะที่ไม่ค่อยจะเหมาะสม
และช่วยลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีไปได้มาก

จุลินทรียสังเคราะห์แสง เป็นจุลินทรีย์กลุ่มแบคทีเรียที่มีหลายชนิด นำไปใช้งานด้วยวัตุประสงค์แตกต่างกันไป ทั้งใช้บำบัดน้ำเสีย ใช้กับสัตว์น้ำ ใช้กับพืชต่างๆ ประโยชน์หลักๆคือช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมี
ประโยชน์หลักๆก็คือ
ช่วยลดปริมาณก๊าซไฮโดรซัลไฟด์ (H2S) ในดินช่วยให้รากของพืชขยายได้ดีและทำให้พืชกินปุ๋ยได้ดีขึ้น
ช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยหลักลง 50% เพราะมีคุณสมบัติตรึงไนโตรเจน
มีคุณสมบัติสร้างกรดต่างๆที่เปลี่ยนเป็นฮอร์โมน ทำให้พืชเจริญเติบโตดี
ช่วยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเนื่องจากพืชมีความสามารถในการดูดกินปุ๋ยได้ดี ขึ้น
ช่วยให้พืชมีความแข็งแรงและต้านทานโรคได้ดี ฯลฯ

และในส่วนของ SM(ของ ionictuth) นั่นเท่าที่ไปอ่านข้อมูลที่นำเสนอมา
ในมุมมองของผมก็คือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ชนิดรวมมิตร ที่ทำออกมาในรูปผงแห้งบรรจุซอง
คลายกันกับ พด.ของกรมพัฒนาที่ดิน อันนี้ก็แล้วแต่ผู้จะซื้อหาไปใช้งานผมไม่ขอวิจารณ์ครับ

สรุปก็คือการใช้งานจุลินทรีย์เราต้องรู้ก่อนว่าจะเอาจุลินทรีย์ชนิดไหน ไปใช้งานอะไรในช่วงเวลาไหนนะเพื่ออะไรนะครับ

 ยิ้มเท่ห์

ขอบคุณครับอาจารย์นพ สำหรับข้อมูลทำให้ได้เข้าใจ จุลินทรีย์มากขึ้น คือ ผมมีแผนที่จะปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและลดต้นทุนการผลิตให้มาก ด้วยองค์ความรู้ของอาจารย์หลายๆท่านอาทิ เช่น
-ทฤษฎี ปลูกข้าวต้นเดียว(SRI) ของ อาจารย์เชาว์วัช ผมมั่นใจว่าเป็นเทคนิคการเพิ่มผลผลิตให้กับข้าวได้แน่นอน ภายใต้ข้อจำกัดการทำให้ต้นกล้าบอบช้ำน้อยที่เท่าที่จะทำได้ และเรื่อง ความอุดมสมบูรณ์ของดินด้วยอินทรีย์วัตถุ (ผมได้มีโอกาศได้ไปศึกษาดูงานแปลงปลูกที่ศูนย์ของอาจารย์มาแล้ว ข้าวอะไรไม่มีใบ...มีแต่รวงข้าว)
-การเพิ่ม อินทรีย์วัตถุ ให้กับดิน โดย ทฤษฎี การทำปุ๋ยหมัก ของ อาจารย์ธีระ ผนวกเข้ากับจุลินททรีย์ SM -ทฤษฎีการให้ธาตุอาหารพืชที่ครบทุกธาตุและพอเหมาะ ของ อาจารย์แดง แห่ง เกษตรไสมล์
-ตามด้วย ลดการใช้ปุ๋ยเคมี โดยการใช้ แหนแดง + น้ำหมักขี้หมูของอาจารย์นพ ประกอบกับทฤษฎี แกล้งข้าว เพิ่มการแตกกอ ลดปัญหาโรคและแมลง
-ประยุคต์ใช้จุลินทรีย์ ไตโครเดอร์มา ไมคอร์ไรซาและแบคทีเรียละลายฟอสเฟต จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง
-การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชด้วย เชื้อบิวเวอเรีย และ เชื้อบีที
-ลดค่าน้ำมันสูบน้ำ โดย ทฤษฎีโซร่าเซลล์ ของอาจารย์อำนาย
 
ด้วยทฤษฎีแล้วมันน่าจะทำได้ เพราะเป็นส่งที่ท่านอาจารย์ทุกท่านได้ปฏิบัติและประสบความสำเร็จมาแล้วทั้งสิ้น เพียงเรานำองค์ความรู้เหล่านั้นมาประยุคต์ใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ และขั้นตอนการผลิต ผมก็ยังหวังลึกๆ ว่าจะประสบผลสำเร็จเหมือนกับอาจารย์ของผม

ยินดีเลยครับ
เริ่มลงมือเมื่อไหร่ ก็เอามาร่วมแลกเปลี่ยนที่กระทู้ของผมได้เลยนะครับ
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นก็ยังไม่สู้ลงมือทำ แล้วนำประสบการณ์มาถ่ายทอดกันครับ

 ยิ้มเท่ห์

ต้องระวังการใช้จุลินทรีย์ด้วยนะคับ บางอย่างก็ใช้ร่วมกันไม่ได้ เช่น ไมโครไรซ่า หรือจุลินทรีย์อื่นๆ เราใส่ลงดิน แล้วใส่ ไตรโครเดอม่าตาม เจ้าไตรโครเดอม่ามันเขมือบหมดคับ อันนี้ลองผิดลองถูกมาแล้ว

แล้วจากที่คุณ JOSAVE 69 ทดลองใช้มา ผลเป็นอย่างไรบ้าง รบกวนอธิบายขั้นตอนและวิธีการใช้พอให้เห็นภาพสักหน่อยจะได้หรือเปล่ายังงงๆอยู่ครับ คืออย่างที่เราทราบกันว่า จุลินทรีย์บางตัวจะเป็นปฏิปักต่อกัน คือ อยากจะทราบว่าหากเราใช้ "เวลา" เป็นตัวช่วยลดความเป็นปฏิปักต่อกันจะได้หรือไม่  เช่น ผมใช้ไตโครเดอร์มา แช่เมล็ดพันธ์ข้าวตอนเพาะกล้า แล้วผมจะใช้ ไมคอร์ไรซา ช่วงหลังปักดำแล้ว 20-25 วัน(รวมตั้งแต่เริ่มเพาะกล้ามาถึงช่วงที่เราใส่ ไมคอร์ไรซา ก็ประมาณ 30 วัน) คือ ผมคิดว่าจะใช้คุณสมบัติของ ไมคอร์ไรซา เป็นตัวช่วยในการดูดธาตุอาหารให้มากที่สุดเตรียมสะสมธาตุ สำหรับการแตกกอของข้าวช่วงแรก 


Liked By: nipun
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9461


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #575 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2012, 11:23:14 AM »

เท่าที่ผมศึกษาเรื่องของจุลินทรีย์และการใช้งาน จุลินทรีย์ไมครอไรซ่ายังไม่มีใครเอามาใช้ในการทำนานะครับ
เห็นแต่ใช้ในพืชสวนพืชไร่กันนะครับ เป็นไปได้ว่าจุลินทรีย์ไมครอไรซ่าอาจจะไม่เหมาะสมกับสภาวะน้ำขังในแปลงนาก็ได้ครับ คงต้องไปหาข้อมูลที่มีผู้เผยแพร่กันก่อนครับ

ปุ๋ยชีวภาพที่ประกอบด้วยจุลินทรีย์ช่วยเพิ่มศักยภาพในการดูดซึมธาตุอาหารพืช ซึ่งเป็นเชื้อรากลุ่มไมโคไรซ่าที่อาศัยอยู่กับพืชแบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน จะสร้างส่วนของเส้นใยพันกับรากพืชและบางส่วนขอชอนไชไปในดินช่วยดูดธาตุอาหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งฟอสฟอรัสทำให้พืชได้รับฟอสฟอรัสที่ผ่านการดูดของเส้นใยไมโคไรซ่า ช่วยให้พืชมีปริมาณฟอสฟอรัสสำหรับใช้ในการเจริญเติบโตและสร้างผลผลิตอย่างเพียงพอ นอกจากนี้ไมโคไรซ่ายังช่วยป้องกันไม่ให้ฟอสฟอรัสที่ละลายอยู่ในดินถูกตรึง โดยปฏิกิริยาทางเคมีของดิน โดยไมโคไรซ่าจะช่วยดูดซับฟอสเฟตเก็บไว้ในโครงสร้างพิเศษที่เรียกว่า อาบัสกูลและเวสวิเคิลที่อยู่ระหว่างเซลล์พืช ไมโคไรซ่าแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ 1) วี-เอ ไมโคไรซ่า จะพบอยู่ในพืชสวนพืชไร่พืชผักและไม้ดอกไม้ประดับและ 2) เอ็คโตไมโคไรซ่า พบในไม้ยืนต้นและไม้ป่าสกุลสน การใช้ปุ๋ยชีวภาพไมโคไรซ่า ช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้อย่างน้อย 25 เปอร์เซ็นต์ ได้แก่ ปุ๋ยชีวภาพไมโคไรซ่าสำหรับพืชชนิดต่างๆ


 ยิ้มเท่ห์


Liked By: rosera, nipun, Ekachaiyan
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 13, 2012, 11:27:25 AM โดย konthain(นพ) » บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
หน้า: 1 ... 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 [36] 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 ... 74   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: