หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องวาล์วไล่ลม VS. ระบบแอร์แวะ  (อ่าน 14660 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Wp2555
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8


« เมื่อ: สิงหาคม 09, 2012, 04:51:46 PM »

เพราะท่อน้ำทางออกหลังจากผ่านปั้มน้ำหอยโข่งไฟฟ้าออกมา ในระบบสปริงเกลอร์ ของซุปเปอร์โปรดักส์. บอกเป็นไปได้ให้ติดวาล์วไล่ลมเพื่อไล่ลมออกจากในระบบท่อส่ง จะได้น้ำเต็มท่อส่งน้ำไปจ่ายให้สปริงเกลอร์เต็มที่และแรงขึ้น แต่สำหรับหลักการที่บอกให้ติดแอร์แวะ บอกมีระบบแอร์แวะในระบบท่อส่งน้ำห่างปั้ม 1 เมตร หลังจากนั้นทุก50-70เมตรติดแอร์แวะเพิ่มเป็นระยะ ถ้าท่อเมนส่งน้ำไกลเช่นเกือบ100เมตรกว่าจะถึงจุดแยกเมนรองให้ระบบสปริงเกลอร์จะทำให้น้ำในท่อเมนแรงขึ้นเร็วขึ้น. เลยสับสนว่าแล้วหลักการไหนกันแน่ที่ถูกต้องและเหมาะสมสำหรับระบบน้ำสปริงเกลอร์ แล้วถ้าติดมันทั้งวาล์วไล่ลมในจุดหักมุมในท่อเมนส่งน้ำทั้งหักมุมขึ้นและหักมุมลงในบางจุดที่สูงขึ้นหรือหักมุมทิ้งลงนิดนึง รวมผสมกับติดแอร์แวะในระบท่อเมนส่งน้ำตามหลักการของเขา. มันจะเกิดอะไรขึ้น.   ใครที่พอจะให้ความกระจ่างในประเด็นนี้ได้บางครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 09, 2012, 04:59:33 PM โดย Wp2555 » บันทึกการเข้า

chainsaw
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1136


« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2012, 10:10:08 PM »

ผมว่ามีประโยชน์แน่ๆคือ วาวล์ไล่ลม เพราะในท่อถ้ามีลมอยู่ก็จะทำให้น้ำที่ได้น้อยลงครับ

ส่วนแอร์แวะ มันเหมือนกับมีระบบ Pressure Tank ช่วยให้ปั๊มทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

คิดว่าวัตถุประสงค์มันไม่เหมือนกันครับ
บันทึกการเข้า
Wp2555
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8


« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2012, 10:36:51 PM »

ขอบคุณคุณ CHAINSAW แสดงว่าเราสามารถใช้ทั้งระบบแอร์แวะ(เพราะคิดเสมือน เป็น Pressure Tank) ติดทางออกจากปั้มโดยห่างจากปั้ม 1 เมตร (ยังสงสัยเพิ่มเหมือนกันว่าทำไมจุดแรกที่จะติดกระบอกแอร์แวะนี่ต้องไม่เกิน 1 เมตรด้วย). ส่วนเจ้าวาล์วไล่ลมค่อยไปติดหลังจากนั้นในจุดที่จะลงเนินหรือขึ้นเนินใช่ไหมครับ เผื่อว่ายังมีลมหลงเหลืออยู่ในท่อส่งหลังจากน้ำวิ่งผ่านจุดที่ติดตั้งกระบอกแอร์แวะมาแล้ว ถูกต้องไหมครับ
    สรุป คือ. กระบอกแอร์แวะ ก็คือ ถัง Pressure Tank. ฉบับชาวบ้าน แต่ Pressure Tank จริงๆ จะเป็นถังเหล็กสเตนเลสที่เราเห็นติดตั้งในระบบปั้มน้ำใหญ่ๆและเป็นทางการ ถูกต้องไหมครับ
บันทึกการเข้า
chainsaw
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1136


« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2012, 12:18:14 AM »

ขอบคุณคุณ CHAINSAW แสดงว่าเราสามารถใช้ทั้งระบบแอร์แวะ(เพราะคิดเสมือน เป็น Pressure Tank) ติดทางออกจากปั้มโดยห่างจากปั้ม 1 เมตร (ยังสงสัยเพิ่มเหมือนกันว่าทำไมจุดแรกที่จะติดกระบอกแอร์แวะนี่ต้องไม่เกิน 1 เมตรด้วย). ส่วนเจ้าวาล์วไล่ลมค่อยไปติดหลังจากนั้นในจุดที่จะลงเนินหรือขึ้นเนินใช่ไหมครับ เผื่อว่ายังมีลมหลงเหลืออยู่ในท่อส่งหลังจากน้ำวิ่งผ่านจุดที่ติดตั้งกระบอกแอร์แวะมาแล้ว ถูกต้องไหมครับ
    สรุป คือ. กระบอกแอร์แวะ ก็คือ ถัง Pressure Tank. ฉบับชาวบ้าน แต่ Pressure Tank จริงๆ จะเป็นถังเหล็กสเตนเลสที่เราเห็นติดตั้งในระบบปั้มน้ำใหญ่ๆและเป็นทางการ ถูกต้องไหมครับ

ตำแหน่งที่เป็นขึ้นเนิน โดยติด Air Released Valve ที่ขาลงเนินครับ
บันทึกการเข้า
pongpong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 395


« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2012, 08:50:18 AM »

ขออนุญาติเพิ่มเติมข้อมูลนะครับ
 air release valve หรือลิ้นระบายลม ควรติดในจุดที่ท่อมีการเดินในลักษณะโค้งหลังเต่า เนื่องจากถ้ามีฟองอากาศปะปนมาในน้ำ จะมีการสะสมในจุดที่อยู่สูงสุด ยิ่งสะสมมากจะทำให้น้ำใหลยากขึ้น เนื่องจากพื้นที่หน้าตัดถูกอากาศจับจองไปเหลือส่วนที่ยอมให้น้ำใหลผ่านน้อยลง ในลิ้นระบายอากาศจะมีลูกลอยเล็กๆต่อกับลิ้นปิดเปิด ถ้ามีกากาศเข้ามาในระบบลูกลอยที่ถูกน้ำยกตัวอยู่จะลดตัวลงเปิดให้อากาศระบายออก ถึงตอนนี้น้ำจะเข้ามาแทนที่และยกลูกลอยขึ้นปิดทางระบายลม

 ถ้าเราขับรถข้ามสะพานแล้วมีท่อประปาเดินขนานไปกับสพาน ท่อประปาที่ยกตัวสูงขึ้นตามแนวสะพานเราจะเห็นอุปกรณ์หนึ่งหรือสองตัวติดตั้งอยู่หลังท่อ นั่นละครับคือลิ้นระบายลม
บันทึกการเข้า
pongpong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 395


« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2012, 09:34:11 AM »

ส่วนแอร์แวะถ้าจำไม่ผิดเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ปราชญ์ท่านหนึ่งสร้างขึ้น ผมเองยังเข้าใจการทำงาน และรู้จักแค่ผิวเผิน แต่เชื่อว่ามันต้องมีประโยชน์คุ้มค่าต่อการลงทุนสร้างมันขึ้นมาแน่ๆ ประโยชน์จะมีมากน้อยขึ้นกับว่าได้สร้างและติดตั้งได้ตรงตำแหน่งแค่ไหน

  แอร์แวะ ตามความเข้าใจของผมมันคืออุปกรณ์ที่จะคอยดูดซับความฝืดในเส้นท่อ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของปั้มน้ำอย่างที่ท่าน Chainsaw ว่าไว้ละครับ ลองนึกภาพว่าเรากำลังเดินขึ้นเนิน ถ้าอยู่ๆมีใครมากระตุดเสื้อข้างหลังทำให้เราชะงัก การจะออกตัวเดินต่อไปจะต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้น แอร์แวะที่มีอาอาศอยู่ข้างในจะทำหน้าที่ดูดซับคลื่นความฝืดตามเส้นท่อ และปั้มน้ำที่กำลังสูบและส่งน้ำขึ้นมา

  ถ้าเราเข้าใจการทำงานอย่างถ่องแท้แล้วก็สามารถนำมันมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ผมอาจยังรู้จักมันไม่มากพอ ยังต้องศึกษาให้รู้ถึงหัวใจการทำงานของมันให้มากกว่านี้ครับ
บันทึกการเข้า
suteera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2208


« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2012, 09:28:19 PM »

แอร์แวร์, กระบอกลม, Pressure tank  ไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพปั๊ม  แต่เป็นตัวเก็บสะสมพลังงานส่วนเกิน
ซึ่งเป็นพลังงานจลน์(Dynamic)(แรงน้ำไหล)  มาเก็บในภาชนะอากาศอัดเป็นพลังงานศักย์(Static)(แรงดันน้ำนิ่ง)  แล้วปลดปล่อยพลังงานนั้น
ออกมาเป็นแรงน้ำไหลอีกครั้งตามกฎแรงดันของไหลในท่อ(อากาศและน้ำ)  ทำให้ใช้พลังงานได้เกือบเต็มประสิทธิภาพ
ที่เครื่องยนต์ต้นกำลังขับดันออกมา  โดยจะพิจารณาพลังงานที่เกิดในท่อน้ำดังนี้

1.  เมื่อเดินเครื่องยนต์/มอเตอร์  ใบพัดปั๊มน้ำหมุนขับดันน้ำในท่อ(ที่แต่เดิมหยุดนิ่ง)ให้เคลื่อนที่  ซึ่งต้องใช้พลังงานมากเพื่อเอาชนะ
     พลังงานศักย์(Static)ของน้ำทั้งหมดในท่อ  ท่อต้นทางจะเกิดแรงดันมากกว่าปลายทาง
2.  เมื่อน้ำเคลื่อนที่ได้ในระบบท่อ   ก็ใช้พลังงานจลน์(Dynamic) ขับเคลื่อนน้ำน้อยกว่าพลังงานศักย์(Static)  
3.  เมื่อสลับวาล์วน้ำ  เพื่อเปลี่ยนโซนให้น้ำ  จะเกิดแรงกระแทกน้ำในท่อ(Hammer water)
4.  เมื่อหยุดเครื่องยนต์/มอเตอร์  เกิดแรงเฉื่อยน้ำในท่อไหล แต่ปั๊มน้ำหยุดส่งน้ำ  เกิดแรงดันน้ำในท่อต้นทางลดต่ำกว่าปลายทาง
    อย่างรวดเร็ว
การเปลี่ยนแปลงทั้ง 4 กรณีทำให้เกิดพลังงานส่วนเกินและพลังงานส่วนขาด แล้วหักล้างกันหมดไปเป็นพลังงานสูญเสีย

เมื่อติดตั้งแอร์แวร์จะเกิดการเปลี่ยนพลังงานศักย์ และพลังงานจลน์ดังนี้

กรณีที่ 1 เดินเครื่องยนต์ แรงดันต้นทางมากกว่าปลายทาง  อากาศในแอร์แวร์จะถูกแรงดันให้ยุบตัว(อากาศยืดหยุ่นมากกว่าน้ำ)
เป็นการเก็บสะสมพลังงานศักย์(ในรูปของแรงดันอากาศ)   ทำให้แรงต้านจากน้ำลดลง ลดการสึกหรอเครื่องยนต์

กรณีที่ 2 น้ำไหลในท่อ(ใช้แรงดันน้อย)  ทำให้แรงดันอากาศในแอร์แวร์(จากขัอ 1)  ถูกปล่อยเข้าในท่อตามกฎแรงดันของไหล
จะเห็นได้ว่าแอร์แวร์เป็นตัวเก็บพลังงานส่วนเกินจากข้อ 1 แล้วปล่อยพลังงานออกมาในข้อ 2.

กรณี 3  เมื่อเกิดแรงกระแทกของน้ำในท่อ  อากาศในแอร์แวร์จะถูกแรงดันให้ยุบตัว และขยายตัว   ซึ่งเป็นการเก็บและปล่อยพลังงาน
เหมือนกรณี 1  ถ้าไม่มีแอร์แวร์ แรงกระแทกน้ำจะหักล้างหายไป(เป็นพลังงานสูญเสีย) ท่ออาจร้าว หรือข้อต่อหลุด

กรณี 4  เมื่อดับเครื่อง  อากาศในแอร์แวร์ถูกดึงให้ขยายตัว ท่อต้นทางและปลายทางจึงมีแรงดันต่างกันไม่มาก และน้ำนิ่งได้เร็ว
หากไม่ติดตั้งแอร์แวร์  ปั๊มน้ำบางชนิด จะเกิดใบพัดบิด หรือแตกได้  เพลาปั๊มน้ำอาจจะคดได้

ด้วยเหตุนี้ จึงมีการตัดตั้งตัวเก็บอากาศในระบบน้ำ  สำหรับระยะห่างปั๊มน้ำกับแอร์แวร์  เพิ่มลดได้ตามสถานที่ มีตั้งแต่ 1 เมตร
ถึง 3 เมตร  บางแห่งติดตั้ง 2 ท่อ  เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น(เพิ่มปริมาตรอากาศ)

หมายเหตุ  อธิบายด้วยความรู้จากวิชาฟิสิกข์มัธยมปลาย  ไม่ได้เรียนวิศวกร
            ท่านใดจะเพิ่มเติมข้อความก็ยินดีครับ เพื่อประโยชน์ผู้อ่านเวปครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 21, 2013, 08:28:51 PM โดย suteera » บันทึกการเข้า
Wp2555
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8


« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2012, 10:00:20 PM »

คุณSUTEERA อธิบายได้เห็นภาพมาก และมีหลักการเชิงวิศวกรรมได้ดีมาก ขอบคุณครับ

แสดงว่าระบบปั้มน้ำพื้นๆที่ไม่ใช่ระบบใหญ่และต้องใช้แรงดันสูงมากๆหรือในเชิงเกษตรชาวสวนทั่วๆไป เราใช้แอร์แวะก็เพียงพอ
แต่ถ้าระบบใหญ่และต้องการแรงดันสูงมากเช่นใช้ในอาคารสูงหรือสนามกอล์ฟ ก็คงต้องถังเหล็กPRESSURE TANK. ถูกต้อง ไหมครับ

แล้วเห็นในบางกระทู้แนะนำว่า ถ้าทางท่อเมนส่งไกลๆเช่น ยาวระดับเป็น 100 เมตรขึ้นไป ทุกๆ 50-70เมตรให้ติดแอร์แวะเป็นระยะๆ อย่างนี้จะมีผลเพิ่มแรงดันน้ำหรือไม่อย่างไร
บันทึกการเข้า
suteera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2208


« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2012, 10:24:40 PM »



แสดงว่าระบบปั้มน้ำพื้นๆที่ไม่ใช่ระบบใหญ่และต้องใช้แรงดันสูงมากๆหรือในเชิงเกษตรชาวสวนทั่วๆไป เราใช้แอร์แวะก็เพียงพอ
แต่ถ้าระบบใหญ่และต้องการแรงดันสูงมากเช่นใช้ในอาคารสูงหรือสนามกอล์ฟ ก็คงต้องถังเหล็กPRESSURE TANK. ถูกต้อง ไหมครับ

ใช่ครับ  ยังไงก็ต้องมี  ขึ้นอยู่ว่าจะซ่อนถังตัวนี้ไว้ที่ใด



แล้วเห็นในบางกระทู้แนะนำว่า ถ้าทางท่อเมนส่งไกลๆเช่น ยาวระดับเป็น 100 เมตรขึ้นไป ทุกๆ 50-70เมตรให้ติดแอร์แวะเป็นระยะๆ อย่างนี้จะมีผลเพิ่มแรงดันน้ำหรือไม่อย่างไร
ก็อย่างที่ตอบในข้อ 3  ใช้แก้แรงกระแทกน้ำ  ได้แรงดันสูญเสียกลับคืนมา  ในทางฟิสิกข์เราจะไม่พูดว่าเำพิ่มแรงดันน้ำ
เพราะจะเข้าใจผิดเป็น "เพิ่มประสิทธิภาพปั๊ม"  แต่ทั่วไปก็พูดกันว่าเพิ่มแรงดันปั๊มน้ำ ยิ้ม

หมายเหตุ  แอร์แวร์ เป็นคำทับศัพท์จากภาษาอังกฤษ หมายถึงฟองอากาศในน้ำ  แต่เรามาเพี้ยนเป็น"แอร์แวะ" 
            ผมว่าใช้ตามภาษาเดิมน่าจะสื่อความหมายได้ดีกว่าครับ
บันทึกการเข้า
eight
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 147


« ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2012, 06:13:35 AM »

ขอบคุณทุกความรู้ เข้ามาจด.... ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
manoon94
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 518


« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2012, 09:18:19 PM »

  ตามที่พี่ๆทุกคนแนะนำได้ดี  แต่ระยะ  100 เมตรไม่น่าจะมีผลมากนัก ที่สวนผมส่งไกลถึง  500 เมตร อยากจะแนะนำว่าหาปั้มที่มีแรงส่งได้ไกลๆน่าจะดีกว่า โดยเฉพาะปั้มที่มีเฮดส์สูงๆ รับรองแรงส่งตกแน่แต่รับได้



ดูแล้วกันจากจุดที่ยืนถึงชายเขา  ไกลตั้งครึ่งกิโล ขึ้นเนินลงห้วย




ไม่ใช่แอร์แวไม่ทำนะครับ  เคยเอาปั้ม  3 นิ้ว  3  แรงของ vent ดูดส่งน้ำกลับสู้  2 นิ้ว  2 แรงของ มิตรซูไม่ได้ แต่การกินไฟและแอมป์ที่ใช้ มิตรซูใช้มากกว่า
บันทึกการเข้า
supanut007
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 61


« ตอบ #11 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2012, 01:57:02 PM »

  ตามที่พี่ๆทุกคนแนะนำได้ดี  แต่ระยะ  100 เมตรไม่น่าจะมีผลมากนัก ที่สวนผมส่งไกลถึง  500 เมตร อยากจะแนะนำว่าหาปั้มที่มีแรงส่งได้ไกลๆน่าจะดีกว่า โดยเฉพาะปั้มที่มีเฮดส์สูงๆ รับรองแรงส่งตกแน่แต่รับได้



ดูแล้วกันจากจุดที่ยืนถึงชายเขา  ไกลตั้งครึ่งกิโล ขึ้นเนินลงห้วย




ไม่ใช่แอร์แวไม่ทำนะครับ  เคยเอาปั้ม  3 นิ้ว  3  แรงของ vent ดูดส่งน้ำกลับสู้  2 นิ้ว  2 แรงของ มิตรซูไม่ได้ แต่การกินไฟและแอมป์ที่ใช้ มิตรซูใช้มากกว่า
เรียนถามคุณ manoon94 ระยะที่แอร์แวร จากรูประยะประมาณกี่เมตรครับ ผมก็กำลังจะส่งน้ำแบบนี้เหมือนกันใส่สวนปาล์ม ระยะประมาณ 450 เมตร ของผมกะใช้ปั๊มชัก 2 นิ้วครับ
บันทึกการเข้า
suteera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2208


« ตอบ #12 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2012, 10:17:46 PM »

อ่ะ, ระหว่างที่รอคุณมนูญ94  ผมเสนอแนวคิดว่า
สมมุติท่านติดตั้งระบบน้ำเสร็จแล้ว  มีแอร์แวร์อยู่ใกล้ปั๊มน้ำ 1 ตัว  จากนั้นระยะทางแปลงปลูก 450 เมตรยังไม่มีแอร์แวร์
นั่นหมายถึงเมื่อปิดปั๊มน้ำ(ปั๊มน้ำหยุด)  น้ำในท่อมีระยะทางสี่ร้อยกว่าเมตรยังไหลอยู่  แอร์แวร์ตัวเดียวอาจจะมีปริมาตรอากาศไม่พอ
สำหรับน้ำในท่อยาวสี่ร้อยกว่าเมตรก็ได้   และจะมีแรงกระแทกเกิดขึ้นในท่อ ที่ตำแหน่งไกลออกไปจากแอร์แวร์
กรณีนี้ ควรเพิ่มแอร์แวร์ที่ตำแหน่งห่างไกลออกไปอีกซักตัว หรือสองตัว  ขึ้นอยู่กับจำนวนท่อย่อย(sub main)

สำหรับความสูงของแอร์แวร์ ยังไม่มีสูตรแน่นอน  แต่ที่แน่ ๆ ต้องให้อากาศ(แอร์แวร์) มีปริมาตรสอดคล้องกับน้ำในท่อครับ
บันทึกการเข้า
supanut007
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 61


« ตอบ #13 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2012, 06:13:17 AM »

ขอบคุณคุณ Suteera มากครับที่กรุณาให้คำชี้แนะ ผมยังไม่ได้วางระบบน้ำครับ แต่เตรียมอุปกรณ์ไว้แล้ว pump ผม 2 นิ้วประมาณ1.5 แรง เพราะในสวนยังไม่มีไฟไปถึงจึงต้องใช้ โซล่าเซล (180w x2) ถ้า pump ตัวใหญ่หลายแรงก็ต้องเพิ่มระบบให้ใหญ่เข้าไปอีกค่าใช้จ่ายสู้ไม่ไหว  โกรธ โกรธ ไม่รู้จะส่งน้ำไหวหรือเปล่าต้องลองดูก่อน ส่วนระบบแอร์แว ผมมีโอกาสได้ดูclip รายการตามทันเกษตร กะว่าจะทำตามที่เขาทำครับ คือ มีแอร์แวที่อยู่ใกล้ Pump 2 แท่งขนาด 4 นิ้ว สูงแท่งละ 2 เมตร และกะว่า่ห่างออกไป จะเพิ่มสัก 2 ตัวแต่ความสูงอาจจะ สูงแท่งละ 1 หรือ 2 เมตร ยังไม่แน่ใจครับ

บันทึกการเข้า
manoon94
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 518


« ตอบ #14 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2012, 12:47:53 PM »

อ่ะ, ระหว่างที่รอคุณมนูญ94  ผมเสนอแนวคิดว่า
สมมุติท่านติดตั้งระบบน้ำเสร็จแล้ว  มีแอร์แวร์อยู่ใกล้ปั๊มน้ำ 1 ตัว  จากนั้นระยะทางแปลงปลูก 450 เมตรยังไม่มีแอร์แวร์
นั่นหมายถึงเมื่อปิดปั๊มน้ำ(ปั๊มน้ำหยุด)  น้ำในท่อมีระยะทางสี่ร้อยกว่าเมตรยังไหลอยู่  แอร์แวร์ตัวเดียวอาจจะมีปริมาตรอากาศไม่พอ
สำหรับน้ำในท่อยาวสี่ร้อยกว่าเมตรก็ได้   และจะมีแรงกระแทกเกิดขึ้นในท่อ ที่ตำแหน่งไกลออกไปจากแอร์แวร์
กรณีนี้ ควรเพิ่มแอร์แวร์ที่ตำแหน่งห่างไกลออกไปอีกซักตัว หรือสองตัว  ขึ้นอยู่กับจำนวนท่อย่อย(sub main)

สำหรับความสูงของแอร์แวร์ ยังไม่มีสูตรแน่นอน  แต่ที่แน่ ๆ ต้องให้อากาศ(แอร์แวร์) มีปริมาตรสอดคล้องกับน้ำในท่อครับ
ตามที่คุณsuteera ว่าเลยครับ แต่ที่สวนผมใส่ทุกระยะ 60-80 เมตร ส่วนเรื่องหลักกลศาตร์ยังไงผมไม่รู้ ประเภทครูพักลักจำ เห็นแต่ละคนทำมาไม่เหมือนกันสักคน บางคนใช้ถังแก๊สปิกนิกทำแอร์แวก็มีครับ
บันทึกการเข้า
ลุงเติม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 61


« ตอบ #15 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2014, 10:57:54 AM »

ขอขอบคุณท่านผู้รู้ ที่ได้แนะนำสิ่งดี ๆ แก่เรา

ลุงเติมเกษตรกรมือใหม่ ขอขอบคุณมากครับ

จะขอติดตามต่อไปนะครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: