หน้า: 1 ... 144 145 146 147 148 149 150 151 152 153 [154] 155 156 157 158 159 160   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สวนป่าเฌองดอย  (อ่าน 627161 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
deemeechai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3754


« ตอบ #2448 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2018, 02:53:19 PM »

หัวใจของเศรษฐกิจพอเพียง

สังคมทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก
เปลี่ยนไปตามความเจริญก้าวหน้าของโลก
หรือการคิดค้นสร้างเทคโนโลยีสมัยใหม่ต่างๆของมนุษย์นะครับ

เทคโนโลยีเป็นตัวสำคัญต่อการชักจูงคน
เพื่อเข้าไปอยู่ในกลุ่มหลักที่เรียกว่า...การแข่งขัน
และการแข่งขันนี่เองทำให้ต่างคนต่างกุลีกุจอกันในทุกรูปแบบ
เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ชื่อว่า...มายา (เงิน)

มีเงินเขานับเป็นน้อง มีทองเขานับเป็นพี่
เป็นเรื่องจริงในสังคมไทยหรือสังคมโลกก็ตามนะครับ
การเคารพนับถือ หลงเชื่อกันมากถ้ามีเงินมาจูงใจ

เงิน...เป็นสิ่งที่จูงใจคนเข้าไปหาและโหยหาไปหาเพื่อให้ได้มา
ให้ได้มาเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง
หรือที่มากกว่านั้นก็ทำให้คนหลงผิดไปได้
ถ้ากิเลสในใจของคนๆนั้นมันมาก

พ่อแม่เราพยายามส่งและตัวเราพยายามไปเรียนหนังสือให้จบสูงๆที่สุด
เพื่อความเป็นอยู่ของครอบครัวให้ดีขึ้นหรือการได้เป็นเจ้าคนนายคน
ด้วยการเอาใบประกาศไปแลกเงิน
จริงไหมครับมันเป็นเช่นนี้จริงๆ

ความเจริญก้าวหน้าของวัตถุนิยมในปัจจุบันนี้
ทำให้วัฒนธรรมของสังคมเราเปลี่ยนไป
แต่จะทำให้สิ่งหนึ่งที่กำลังถดถอยเสื่อมไปคือ...สิ่งแวดล้อม

สภาวะแวดล้อมที่กำลังแย่และอ่อนแลลง
สารพิษ-มลภาวะ-วาตภัย-และโรคภัยจะมากขึ้น
คนก็จะอยู่ยากลำบากขึ้น
ผู้คนจะโหยหาต่อธรรมชาติ
หรืออาจจะต้องมีการซื้อขายอากาศกันด้วยสินะ

ในหลวง ร.๙
พระองค์ท่านบอกว่า
ประเทศไทยเรานั้นมั่งคั่ง
เพราะในน้ำมีปลา ในนามีข้าว หากินอะไรก็ง่าย ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์
ทุกท่านว่าจริงไหม ฮืม
เพียงแต่ว่าผู้ตนผู้นำหรือแม้แต่เรานั้นกำลังหลงทาง
เรากำลังทำลายทรัพยากรเหล่านั้นให้หมดลง เช่น ทำลายป่า ใช้สารเคมี สร้างภาวะเรือนกระจกอย่างมากมาย

...เศรษฐกิจพอเพียง...
หัวใจหลักสำคัญมี ๒ ประการ
...คุณธรรม
...ความรู้

การให้ความรู้ การแบ่งปัน การให้อภัยกัน การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน
เราเพียงสร้างสรรคฺ์จรรโลงสิ่งเหล่านี้ให้คงอยู่
ในการดำรงชีพของวิถีไทยคือ...เกษตรกรรมด้วยทฤษฎีใหม่
ด้วย...โคก หนอง นา
ปลูกป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง
ในพื้นที่ของตนเองจัดการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
ชีวิตความเป็นอยู่ของเราไม่ลำบากยากจน
จะเกิดมั่งคั่งและยั่งยืนในธรรมชาติ
และตนเองอย่างแน่นอนนะครับ

ผมจะไปปฏิบัติสืบสานสวนป่าอย่างแน่นอนครับ
ดีมีชัย ณ.สวนป่าเฌองดอย  ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2018, 07:51:59 AM โดย deemeechai » บันทึกการเข้า

deemeechai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3754


« ตอบ #2449 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2018, 11:44:25 AM »

ศาสตร์พระราชา

จากศาสตร์พระราชา ร.๙... สู่...โคก-หนอง-นา โมเดล

ศาสตร์ที่พระราชาองค์หนึ่งได้คิดค้นและลงมือทำด้วยพระองค์เอง
เป็นตัวอย่างในการดำรงชีวิต
และเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนคนไทยลูกๆของท่านทุกๆคน

เพราะในสภาวะปัจจุบันนี้
ระเบิดหรือกับดักต่างๆในโลกใบนี้กำลังปะทุขึ้นมาเรื่อยๆ เช่น
...เศรษฐกิจ เช่น เงินเฟ้อ โรงงานปิดตัว การแข่งขันสูง
...สังคม เช่น ยาเสพติดมากมาย โจรผู้ร้ายเต็มเมือง
...การเมือง เช่น สร้างความแตกแยกแก่ประชาชน
...สิ่งแวดล้อม เช่น ภัยภิบัติต่างๆทุกชนิด

โคก-หนอง-นา โมเดล
แปลงจากศาสตร์ของพระราชา เพื่อบรรเทา ยับยั้ง และแก้ไขในทุกๆปัญหาของโลก
ใช่ครับเพื่อที่จะพยายามแก้ไขปัญหาต่างๆของโลก

ประเทศไทยมั่งคั่งในทรัยพยากร
ประเทศไทยเราไม่จำเป็นต้องพัฒนาให้ก้าวหน้าอย่างสุดโต่งอย่างยุโรปเขา
เราจะใช้วิถีไทยพื้นฐานที่บรรพบุรุษเราได้ทำไว้เป็นแบบอย่าง
แล้วเรามาปรับใช้สิ่งเหล่านั้นให้ดียิ่งขึ้นไปกับโลกปัจจุบัน

ปัญหาของโลก

ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม นั้นเป็นปัญหาใหญ่
โดยเฉพาะประเทศไทยเราที่พยายามแก้ไขปัญหาของ...สิ่งแวดล้อม
มาเป็นเวลาช้านานแล้ว เช่น น้ำท่วม น้ำแล้งซ้ำซาก
ซึ่งเรามุ่งแต่ใข้วิถีของทุนนิยมหลายๆอย่าง
แต่ลืมไปว่าวิถีทางธรรมชาติ ธรรมดานี่แหละเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน
คำถามคือ...จะมีวิธีแก้ได้อย่างไร ฮืม

ผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญหรือนักวิชาการแต่อย่างใด
เพียงแต่ผมมีจิตวิญญาณและอุดมการณ์
ต่อเรื่องของสิ่งแวดล้อมเท่านั้นครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิ้มเท่ห์

สิ่งที่ต้องรู้สำหรับการออกแบบโคก-หนอง-นา

๑.คน...สัตว์ประเสริฐ ที่คิดเป็น อยู่เป็น รวมกันเป็น...อารยธรรม
แล้วสร้างวัฒนธรรมเป็นของชุมชน สังคม
แต่ถ้าคนมีความโลภ โกรธ หลง ก็จะกลายเป็น...หายนธรรม

๒.ไฟ...ความร้อน ความอุ่น แสงแดดมีความจำเป็นต่อคน
ถ้าร้อนเกิน ทำให้ ไม่สบาย
ถ้าเย็นเกิน ก็ไม่ สบาย

๓.ดิน...เป็นฐานที่ตั้งของสิ่งต่างๆบนโลก

๔.น้ำ...ถ้าไม่มีฝนก็ไม่มีน้ำใน หนอง คลอง บึง

๕.ลม...ลมหนาว ลมฝน

๖.พืช...ส่วนประกอบในธรรมชาติ เป็นทั้งอาหาร และ สร้างบรรยากาศ

๗.สัตว์...ส่วนประกอบในธรรมชาติ เป็นทั้งอาหาร และ ความเกื้อกูลของธรรมชาติ

ทฤษฎีใหม่ของในหลวง ร.๙
การแบ่งสัดส่วนของพื้นที่ของเรา ๓o/๓o/๓o/๑o
๓o...โคก ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์
๓o...หนอง ให้มีน้ำใช้ได้ตลอดปี
๓o...นา ทำนาไม่ต้องซื้อข้าวกิน
๑o...ที่อยู่อาศัย

ท่านพอมองภาพออกแล้วใช่ไหมครับ วิธีแก้ไขปัญหาต่างๆ ธรรมดาพื้นฐานแบบคนจน

ขุดหนองขึ้นมาทำเป็นโคก โดยดูจากพื้นที่ของเรา
โคก... สร้างป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง
รวมทั้งที่อยู่อาศัยของเรา
ป่าเป็นต้นทางทำให้เกิดความชื้นในพื้นที่
ป่าเป็นต้นน้ำ ช่วยดูเก็บน้ำไว้ใต้ดิน
โดยพื้นที่ของเราจะเก็บเอาน้ำฝนไว้ให้ได้ ๑oo เปอร์เซนต์
ช่วยลดปัญหาน้ำท่วมในที่ลุ่ม น้ำแล้งในพื้นที่

หนอง...ทำหนองเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในพื้นที่ของเราได้ตลอดปี ตลอดชาติ  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
คนส่วนใหญ่คิดว่าขุดหนองหรือบ่อน้ำทำให้เสียพื้นที่
แต่กลับกัน เราจะได้ทั้งดินมาถมทำโคก ไม้ปลูกต้นไม้ ได้เลี้ยงปลาพืชน้ำ ได้น้ำไว้ใช้
โดยหนองถ้าขุดกว้างน้ำจะระเหยเร็ว
ถ้าขุดลึกกว้างจะเก็บน้ำไว้ได้นาน
อาจจะทำไว้หลายๆบ่อขึ้นอยู่กับพื้นที่ของเรามากหรือน้อย
โดยทำคลองไส้ไก่เชื่อมหากันทุกบ่อ
จะทำให้เราประหยัดในการทำระบบน้ำ ไม่ต้องต่อท่อให้มากมาย
น้ำจะกระจายอยู่ในคลองไส้ไก่ โดยมีฝายแม้วกั้นไว้เป็นช่วงๆ
น้ำจะค่อยๆซึมให้แก่ต้นไม้ริมคลอง

นา..เราจะปั้นหัวคันนาให้สูงๆเป็นโคก
เพื่อหน้าฝนนาจะได้เก็บน้ำได้ในตัว สามารทำนาได้
โดยไม่ต้องพึ่งน้ำจากภายนอกเราจะพึ่งน้ำในพื้นที่ของเราเองทั้งหมด

โคก...ส่วนที่ปลูกต้นไม้จะอยู่ในทางตะวันตกของพื้นที่
เราจะสร้างบ้านทางทิศตะวันออกของโคก
ลมหนาว...จะพัดมาในทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อพัดผ่านต้นไม้+ความแห้งแล้ง
จะได้ความชื้นความเย็นเข้าบ้าน
ลมฝน...จะพัดผ่านทิศตะวันตกเฉียงใต้เข้ามา และเราจะทำบ่อน้ำไว้ด้านนี้
เมื่อลมพัดผ่านบ่อน้ำจะได้ความเย็นเข้าไปในตัวบ้าน

ดังนั้น...การที่แต่ละคนแต่ละบ้านทำ โคก-หนอง-นา
แม้จะเป็นส่วนเล็กๆ แต่ถ้ารวมกันทุกชุมชน ทุกหมู่บ้านช่วยกันทำจนถึงทั้งประเทศไทย
ปัญหาเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง จะลดน้อยลงและจะไม่เกิดปัญหาที่ซ้ำซากอีก
เพราะเมื่อฝนตกเราสามารถเก็บไว้ในพื้นที่ของตนเองได้ ๑oo เปอร์เซนต์
น้ำจะไม่ออกมาหลากท่วมพื้นที่ที่อยู่ต่ำลงไป
และจะไม่แล้ง จนต้องแย่งน้ำกันทำนา ทำไร่อีกต่อไป
ความอุดมสมบุรณ์ของธรรมชาติก็จะกลับคืนได้มาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน  ยิ้มเท่ห์

สรุป...
เมื่อเรามีถิ่นที่อยู่อันอุดมสมบูรณ์
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ในหนองมีน้ำมีปลามีพืชน้ำ บนท้องฟ้ามีอากาศออกซิเจนมากมายจากป่าของเรา
จะไม่ก่อเกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจ ความขัดแย้งทางสังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม
เพราะเราไม่มุ่งสุดโต่งทางวัตถุนิยมหรือทุนนิยม
เราจะอยู่กินอยู่แบบไทย รวยแบบไทย
เพราะเรามีธรรมเป็นทานที่ยิ่งใหญ่...ขาดทุนคือกำไร ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา
ยกเว้นคนที่ไม่ปล่อยวางในกิเลส ไม่รู้จักพอเพียงเท่านั้น

ขอขอบคุณ
ดีมีชัย ณ.สวนป่าเฌองดอย  ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2018, 07:52:16 AM โดย deemeechai » บันทึกการเข้า
deemeechai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3754


« ตอบ #2450 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2018, 07:51:55 AM »

เมล็ดงอก ๑๕ พ.ค ๖๑

เม็ดผักหวานป่า
เริ่มเพาะ ๑๑ พ.ค ๖๑
รากงอกจากกะลา ๑๕ พ.ค ๖๑

ใช้เวลาประมาณห้าวันที่รากแทงออกมาจากกะลา
เป็นเพียงบางเม็ด-ไม่ทั้งหมดครับ
และคงจะทยอยงอกออกมาเรื่อยจนงอกทั้งหมดในเร็ววัน
บันทึกการเข้า
Sommai S.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #2451 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2018, 09:31:04 AM »

เมษากับ...บ่อน้ำ'๖๑

อีกหนึ่งบรรยากาศของบ่อน้ำ
ของต้นฉ่ำฉาใหญ่ริมขอบทิศตะวันตก
ผมได้ไปยืนหรือนั่งเล่นข้างใต้ร่มฉำฉานั้น
แล้วมองกลับมาอีกฟากฝั่งหนึ่ง
ช่างเหมาะและได้บรรยากาศยิ่งนักครับ
ในอนาคตส่วนนี้ต้องปรับปรุงให้เป็นรูปธรรมดูดีอีกนิด
ไว้ติดตามกันต่อไปครับท่าน  ยิ้มเท่ห์


เสียดาย...ไม่มีภาพให้ผมเห็นครับ

----------------------------------------

สวัสดีครับคุณ sommai S.
ภาพที่ได้ลงไว้นานๆมันหายไปหมดจริงๆครับ
เหลือไว้แค่ตัวหนังสือ
ส่วนภาพการขุดลอกบ่อน้ำแห่งนี้เดี๋ยวผมจะหามาลงอีกครั้งครับ


----------------------------------------

บ่อน้ำ...๒o๑๗

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 17, 2018, 12:51:53 PM โดย deemeechai » บันทึกการเข้า
deemeechai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3754


« ตอบ #2452 เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2018, 07:46:58 AM »

ย้อนรอยสำรวจสวนครั้งแรก

วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕
ท่านพ่อ ท่านผบทบ.และผม
ได้เข้าไปสำรวจสวนอย่างเป็นทางการครั้งแรกครับ

สภาพพื้นที่ตอนนั้นเป็นเช่นไร ฮืม
เริ่มต้นด้วยทางเข้าสวนที่ต้องผ่านพื้นที่ของคนอื่น
ยังไม่มีทางเข้าสวนเป็นส่วนตัว
สวนของผมอยู่ลึกเข้าไปด้านใน
ภาษาชาวบ้านเรียกว่า...ที่ตาบอด

ย้อนรอยวันวานเนื่องจากภาพเก่าๆได้หายไปหมดแล้วครับ ยิ้มเท่ห์






http://
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 17, 2018, 07:45:37 AM โดย deemeechai » บันทึกการเข้า
deemeechai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3754


« ตอบ #2453 เมื่อ: พฤษภาคม 17, 2018, 07:55:40 AM »

๑ ไร่เมื่อวันวาน

พื้นที่ ๑ ไร่ในวันวานถึงวันนี้



บันทึกการเข้า
deemeechai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3754


« ตอบ #2454 เมื่อ: พฤษภาคม 17, 2018, 01:01:27 PM »

เมื่อครั้งเริ่มสร้างสวนป่าเฌองดอย

วันที่  ๔ มิถุนายน ๒๕๕๕
เริ่มน้ำต้นไม้มาปลูกครั้งแรก
ณ.สวนป่าเฌองดอย ครับท่าน  ยิ้มเท่ห์








« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 17, 2018, 01:03:54 PM โดย deemeechai » บันทึกการเข้า
deemeechai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3754


« ตอบ #2455 เมื่อ: พฤษภาคม 17, 2018, 05:08:16 PM »

เมื่อเริ่มปลูก

หลังจากได้เดินสำรวจสวน
ซึ่งสมัยก่อนนั้น
สวนต่างๆจะไม่ได้มีการล้อมรั้วแบ่งเขตกันชัดเจนนัก
เพราะพื้นที่ยังคงเป็นป่าค่อนข้างอุดมสมบูรณ์
สามารถเดินผ่านลัดเลาะ หากินกันได้ง่ายค่อนข้างสะดวกสบาย
และไม่ค่อยจะมีปัญหาอะไรต่อกัน

แต่ยุคนี้สังคมที่พัฒนาก้าวหน้า
สิ่งแวดล้อมความเป็นธรรมชาติก็เปลี่ยนแปลงไป
สิ่งปลูกสร้างต่างๆก็มีเยอะขึ้น
และเป็นธุรกิจกันมากขึ้นตาม
การล้อมรั้วรอบขอบเขตและเส้นทางจึงจำเป็นต้องมีเป็นของตนเอง

เมื่อผมเริ่มเข้าไปปลูกต้นไม้ในสวนช่วงแรกๆ
ต้องจอดรถไว้ด้านหน้าถนน
และเป็นพื้นที่สวนของคนอื่น
ยอมรับว่าช่วงนั้นค่อยข้างลำบากนิดหนึ่ง
ต้นไม้ต้องหิ้วแบกหามเดินกันเข้าไปครับ
คือเลือกเส้นทางที่ใกล้สวนที่สุด  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

...อุปสรรค์คือแรงผลักดัน...





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 17, 2018, 05:10:50 PM โดย deemeechai » บันทึกการเข้า
deemeechai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3754


« ตอบ #2456 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2018, 04:59:58 PM »

จากวันนั้นถึงวันนี้

เปลี่ยนแปลงเพื่อความเหมาะสม




บันทึกการเข้า
deemeechai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3754


« ตอบ #2457 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2018, 08:01:53 AM »

จากกระท่อมสู่ทำเนียบ@สวนป่าเฌองดอย

กว่าจะมาเป็นทำเนียบหลังใหญ่ในปัจจุบัน  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

ภาพเมื่อ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๕



ภาพเมื่อ ๑ กันยายน ๒๕๕๕





ภาพเมื่อ ๙ พฤษภาคม ๒๕๖o


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2018, 08:07:57 AM โดย deemeechai » บันทึกการเข้า
deemeechai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3754


« ตอบ #2458 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2018, 10:39:51 AM »

เส้นทางสายปลาแดก

หนึ่งในเส้นทางแรกๆ
ที่กระผมได้ใช้เป็นทางผ่านเข้าไปในสวนป่าเฌองดอย
ซึ่งก็ผ่านพื้นที่ของคนอื่น
เส้นทางนี้ใกล้สวนกระผมที่สุดและรวดเร็วที่สุด

ที่เจ้าของมีความพยายามหาอะไรมากั้นตรงที่ผมใช้ผ่าน
และพยายามจะมาไถที่อยู่ตลอด
เพื่อกันไม่ให้เราเข้า
แต่ก็ไม่เป็นผล
ด้วยความดันทุรัง ดื้อรั้น
และด้วยความตั้งใจที่จะสร้างป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง
ให้เป็นจริง  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
ต้องขอขอบพระคุณเจ้าของที่ด้านหน้าเป็นอย่างสูงที่ทำให้ผมมีป่าในวันนี้ครับ  ยิ้มเท่ห์

...เส้นทางสายปลาแดก...
ภาพเมื่อ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๕







บันทึกการเข้า
deemeechai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3754


« ตอบ #2459 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2018, 01:42:51 PM »

เมื่อครั้งปลูกไผ่

ช่วงเริ่มต้นสร้างป่า
เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆต้องหิ้วแบกหามกันเข้ามา
เช่นต้นไม้ก็ใส่ก๋วยกล้า(ตะกร้าไม้ไผ่สาน) เพื่อใช้หาบกล้าข้าว
หาบเข้ามา
อย่าท้อแท้ต่ออุปสรรคทั้งปวง  ยิ้มเท่ห์

ปลูกไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งครั้งแรกบนพื้นที่ ๑ ไร่สร้างรายได้ จำนวน ๑๒ ต้น
  ...เมื่อ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๕...






บันทึกการเข้า
deemeechai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3754


« ตอบ #2460 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2018, 02:05:46 PM »

เมื่อครั้งปลูกผักหวานป่า

ผักหวานป่าจากสองแหล่งที่เริ่มปลูก
...กิ่งตอนจากบ้านหมอ ซึ่งผมไปซื้อถึงที่ใช้งบไปสองสามพันได้
...เพาะเมล็ดมีรถมาขายถึงหน้าบ้าน

ณ.ปัจจุบัน...
ผักหวานป่ากิ่งตอนสิ้นชีพไปหมดแล้วครับ  ขยิบตา ขยิบตา
ส่วนผักหวานป่าเพาะเมล็ดสามารถเจริญเติบโตได้เก็บกินในปัจจุบัน  อายจัง อายจัง

เมื่อ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๕








« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2018, 02:08:44 PM โดย deemeechai » บันทึกการเข้า
deemeechai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3754


« ตอบ #2461 เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2018, 03:31:59 PM »

เอามื้อสามัคคี

การแก้ไขปัญหาต้นทาง
...น้ำท่วม-น้ำแล้ง...ภาวะโลกร้อน...
ด้วยวิธีพื้นฐานธรรมดาแบบคนจน
ของท่าน อ.ยักษ์... รมช.เกษตรในปัจจุบัน
คือ...การเอามื้อสามัคคี
หรือการร่วมแรงร่วมใจช่วยกันทำงาน

การเอามื้อ...คือการลงแขกกันทำงาน
ซึ่งบรรพบุรุษเราทำกันมาตั้งแต่โบราณกาล
ท่านอาจารย์ยักษ์ได้นำวิธีแบบบ้านๆนี้
รื้อฟื้นกลับมาเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยเราครับ  อายจัง อายจัง ยิ้มเท่ห์

ภูเขาหัวโล้น ที่รอการกลับมาของป่าไม้ดั้งเดิม





บันทึกการเข้า
deemeechai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3754


« ตอบ #2462 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2018, 11:12:08 AM »

บ้านสวน ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๑

เมื่อคิดถึงบ้าน
ก็ต้องกลับบ้าน
เมื่ออยากปลูกต้นไม้
ก็ต้องไปปลูกต้นไม้  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิ้มเท่ห์

ถนนเข้าสวนห่างมาเพียงหนึ่งเดือน สีเขียวขจีปกคลุมเรียงรายริมทางและบนทาง




บันทึกการเข้า
deemeechai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3754


« ตอบ #2463 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2018, 01:04:40 PM »

ป่ากินได้ ๒๗ พ.ค ๖๑

ฝากรูปไม่ค่อยจะผ่านเลย  ลังเล ลังเล
ป่ากินได้ ที่ได้ยลโฉม
แม้จะเนิ่นนาน ผ่านบรรจง
ได้เก็บลงหม้อแกง...เอย  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

ผักหวานป่าข้างๆน้าลำไย  อายจัง อายจัง


ลำไยออกลูกของต้นนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 30, 2018, 01:06:56 PM โดย deemeechai » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 144 145 146 147 148 149 150 151 152 153 [154] 155 156 157 158 159 160   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: