หน้า: 1 2 [3] 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปุ๋ยน้ำหมักขี้คน  (อ่าน 24637 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10606



« ตอบ #32 เมื่อ: กันยายน 08, 2013, 01:04:03 PM »

ไม่อ่านกระทู้นี้
แต่คลิกเข้ามาตอบเลยว่า
ใครอยากจะทำ  อยากจะใช้  ก็ทำและใช้ไปเถอะ  ไม่ว่ากัน
ปัจจุบัน พืชผักในตลาด  โดยเฉพาะทีมาจากต่างประเทศ  หรือปลูกโดยคนที่มีสัญชาติต่างหระเทศ ไม่รู้เขาใส่ปุ๋ยอะไร  ไม่อยากคิด
เคยไปทำไร่อยู่ใกล้กับห้วย  กระหายน้ำขนาดหนัก แต่ไม่กล้ากินน้ำในลำห้วย
แต่เพื่อนนำถังไปตักน้ำมาและตั้งไว้ที่กระท่อม ก็ดื่มได้นะ โดยไม่ได้คิดอะไร
บันทึกการเข้า

zuddum
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 996


« ตอบ #33 เมื่อ: กันยายน 08, 2013, 04:12:03 PM »

 ยิ้ม ตอนนี้ยังทำงานอยู่ พี่ที่ทำงานเขาก็คุยให้ฟังเหมือนกันว่าที่บ้านเขา(จว.มุกดาหาร) สมัยก่อนเวลาส้วมเต็มแกก็จะไปบอกให้คนเวียตนาม(ที่อยู่ในบ้านเรา)เขาก็จะมาตักเอาไปรดผัก...ใันคงจะงามน่าดูเรยน่ะ....


Liked By: gotohome, phalikhit, 5XXA
บันทึกการเข้า
gotohome
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 142


« ตอบ #34 เมื่อ: กันยายน 10, 2013, 10:12:19 AM »

เจ้าของกระทู้ทดลองไปถึงไหนแล้วครับ


Liked By: 5XXA, supwat
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 10, 2013, 08:58:05 PM โดย gotohome » บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10606



« ตอบ #35 เมื่อ: กันยายน 10, 2013, 11:22:10 AM »

ยิ้ม ตอนนี้ยังทำงานอยู่ พี่ที่ทำงานเขาก็คุยให้ฟังเหมือนกันว่าที่บ้านเขา(จว.มุกดาหาร) สมัยก่อนเวลาส้วมเต็มแกก็จะไปบอกให้คนเวียตนาม(ที่อยู่ในบ้านเรา)เขาก็จะมาตักเอาไปรดผัก...ใันคงจะงามน่าดูเรยน่ะ....

เราอยู่บ้านเรา เรากลัวผี  เพราะรู้ว่าตรงไหนที่คนเคยเห็นผี
แต่ไปอยู่ต่างถิ่น  เราไม่กลัวผีเลย  เพราะไม่รู้ว่าตรงไหนมีผี

ถ้าเราไปอยู่ต่างประเทศ  เราก็สามารถทำอย่างนั้นได้ ถ้าเราปลูกขาย  ส่วนที่เรากิน เราก็กไม่ทำ


Liked By: gotohome, 5XXA
บันทึกการเข้า
gotohome
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 142


« ตอบ #36 เมื่อ: กันยายน 10, 2013, 08:59:14 PM »

ถ้าจะทำก็ให้มันถูกต้องด้วยครับ


ยิ้ม ตอนนี้ยังทำงานอยู่ พี่ที่ทำงานเขาก็คุยให้ฟังเหมือนกันว่าที่บ้านเขา(จว.มุกดาหาร) สมัยก่อนเวลาส้วมเต็มแกก็จะไปบอกให้คนเวียตนาม(ที่อยู่ในบ้านเรา)เขาก็จะมาตักเอาไปรดผัก...ใันคงจะงามน่าดูเรยน่ะ....

เราอยู่บ้านเรา เรากลัวผี  เพราะรู้ว่าตรงไหนที่คนเคยเห็นผี
แต่ไปอยู่ต่างถิ่น  เราไม่กลัวผีเลย  เพราะไม่รู้ว่าตรงไหนมีผี

ถ้าเราไปอยู่ต่างประเทศ  เราก็สามารถทำอย่างนั้นได้ ถ้าเราปลูกขาย  ส่วนที่เรากิน เราก็กไม่ทำ


Liked By: 5XXA
บันทึกการเข้า
ชาย ท่ายาง
ผจก.สวนมะนาว
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5302


ให้สุขแก่ท่าน สุขนั้นถึงตัว


« ตอบ #37 เมื่อ: กันยายน 11, 2013, 10:34:30 AM »

ชักโครก ผลิตปุ๋ย

หันมาใช้ปุ๋ยชีวภาพจาก “ชักโครก” ที่เราต้องทิ้งไปทุกๆวัน แทนซื้อปุ๋ยเคมีราคาแพงกันดีกว่า

ในปัจจุบัน แนวคิดเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมก็มีความร้อนแรงมากขึ้นตามกระแส “ภาวะวิกฤตโลกร้อน” ทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆ ตัวเราก็มีการนำมาใช้ซ้ำ รีไซเคิล เศษอาหารก็นำมาทำปุ๋ยหมักเพื่อใช้กันในสวนหลังบ้าน แต่ไฉนเลยเราท่าน กลับกดล้างชักโครกพาปุ๋ยที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุอย่าง “อึ” ลงท่อเทศบาลไปหน้าตาเฉย? ท้ายที่สุดปุ๋ยทั้งหลายก็ไปรวมตัวกันที่บ่อบำบัด เพื่อกำจัดแล้วก็ปล่อยกลับลงสู่แม่น้ำหรือทะเล…
ฝรั่งเขาเริ่มเอาจริงเอาจังกันแล้วค่ะ จะให้เก็บ “ปุ๋ยที่ว่า” ไว้ในถัง หรือตัก “ปุ๋ยที่ว่า” ขึ้นมาจากบ่ออย่างที่เห็นนักโทษไทยทำในภาพยนตร์ ก็ดูจะโหดร้ายเกินไปสำหรับชีวิตทันสมัย แถมกลิ่นและความสะอาดก็คงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนส่วนใหญร้อง “แหวะ” หลายๆ บริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสุขภัณฑ์จึงเสนอแนวคิด ชักโครกเพื่อสิ่งแวดล้อม ขึ้นมาในนามชักโครกปุ๋ยหมักค่ะ


ชักโครกปุ๋ยหมัก (Composting toilet) นี้ จะเป็นชักโครกที่ครบวงจรในตัวเองเสร็จสรรพที่สามารถจะนำไปติดตั้งที่ไหนก็ได้ เป็นระบบแห้งที่ไม่ต้องใช้น้ำในการชะล้าง โดยผู้ใช้จะต้องใส่วัสดุที่ใช้ในการทำปุ๋ยหมักอย่าง ขี้เลื่อยแห้ง ฟางข้าวแห้งหรือใบไม้แห้ง ลงไปในชักโครกด้วย ประหนึ่งว่าท่านกำลังทำปุ๋ยหมักประมาณนั้นค่ะ (เพียงแค่อยู่ในส้วมเท่านั้นเอง) แท่นชักโครกที่ผู้ใช้นั่งก็จะเชื่อมต่อกับโพรงปุ๋ยหมักผ่านทางลาด (ที่เอื้อให้ ‘ปุ๋ยส่วนตัวของท่าน’ ตกลงมารวมกันที่โพรงปุ๋ยหมัก!)

ชักโครกปุ๋ยหมักระบบแห้งนี้มีด้วยกัน 2 ประเภทย่อยค่ะ

แบบแรก เรียกว่า Continuous system หรือระบบต่อเนื่อง หมายถึง ชักโครกจะมีโพรงปุ๋ยหมักเพียง 1 โพรงซึ่งมีทางลาดลงมา เมื่อปุ๋ยถูกหมักได้ที่แล้ว ผู้ใช้ก็ต้องดึงถาดปุ๋ยหมักออกเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในสวนต่อไป ระบบต่อเนื่องรุ่นแรกคือ Clivus Multrum ซึ่งออกมาสู่ท้องตลาดตั้งแต่ช่วงปี 1960 โน่นแน่ะค่ะ


ชักโครก Clivus Multrum

แบบที่สองเรียก Batch System จะเป็นระบบที่มีหลายถาด (แล้วแต่รุ่น) ซึ่งใช้ได้นานไม่ว่าจะเป็นแบบ 6 เดือนหรือ 1 ปี ผู้ใช้จะต้องเอาถาดออกมาเมื่อปุ๋ยหมักเต็มแล้ว ระบบนี้ค่อนข้างง่ายเพราะผู้ใช้ไม่จำเป็นจะต้องเทหรือเปลี่ยนถาดปุ๋ยบ่อยๆ ปล่อยให้มันหมักทับถมกันจนได้ที่แล้วค่อยนำออกมาใช้ ตัวอย่างรุ่นนี้ก็เช่น The Australian Rota-loo


ระบบการทำงานของ Rota-loo

ส่วนใหญ่จะมีการติดระบบพัดลมเพื่อดูดอากาศ (และกลิ่น) บริเวณแท่นที่นั่งของชักโครก เพื่อระบายอากาศ (เหม็นๆ) นั้นออกไปนอกตัวอาคารตามท่อระบายอากาศ ส่วนผู้ใช้ที่ไม่ชอบระบบแห้ง ระบบล้างน้ำแบบที่เคยชินก็มีวางขายเช่นเดียวกัน

หากผู้ใช้ปฏิบัติตามคู่มือการใช้อย่างเคร่งครัด ชักโครกปุ๋ยหมักของท่านก็จะผลิตปุ๋ยที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุให้สวนของท่าน โดยไม่มีปัญหามากวนใจ

เรื่องกลิ่น ผู้ผลิตทั้งหลายบอกว่า กลิ่นของมันก็คล้ายๆ กับกลิ่นของป่าใหญ่ ( Wet forest floor)ลองนึกถึงตอนที่ท่านไปเดินป่ามาครั้งสุดท้ายนั่นล่ะค่ะ นอกจากนี้ หลังจากที่ท่านเสร็จธุระก็ไม่ควรลืมที่จะปิดฝาชักโครกด้วยจะเป็นดีค่ะ

ปุ๋ยหมักจากชักโครกใช้กระบวนการทางชีววิทยาตามธรรมชาติ (Biological process) ในการย่อยสลาย จุลชีพทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรีย เห็ด รา กินของเหลือที่ท่านถ่ายลงมาเป็นอาหาร จากนั้น ไส้เดือน หนอน และโปรโตซัว (Protozoa) ก็จะเป็นคนงานที่ทำหน้าที่ผสมคลุกเคล้าปุ๋ยของท่านให้เข้ากันดีกับขี้เลื่อยแห้งหรือใบไม้แห้งที่ท่านได้ใส่ลงไป

เช่นเดียวกับคนเรา แบคทีเรีย ไส้เดือนและโปรโตซัว ซึ่งเป็นคนงานของท่าน ก็ต้องการออกซิเจน อุณหภูมิ ความชื้น และอัตราส่วนระหว่างคาร์บอนกับไนโตรเจนที่เหมาะสม พวกมันจึงจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ ซึ่งปัจจัยที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนี้แก้ไขได้โดย การเพิ่มขี้เลื่อยแห้ง ใบไม้แห้งหรือฟางแห้งลงไปค่ะ

อันตรายและความเสี่ยงของชักโครกประเภทนี้เกิดขึ้นได้ หากผู้ใช้ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำในคู่มือการใช้และไม่ดูแลเรื่องความสะอาด ก็คือ การใช้ปุ๋ยหมักของท่านอาจนำไปสู่การแพร่กระจายเชื้อโรค ซึ่งการหมักที่ยาวนานและอุณหภูมิที่ร้อนพอเหมาะสำหรับการหมักจะทำให้เชื้อโรคตายหรือหยุดชะงัก โดยไม่ต้องใช้สารเคมี นอกจากนี้ ก็เป็นเรื่องของการดูแลความสะอาดส่วนตัว ที่ผู้ใช้จะต้องสวมรองเท้าบูท ถุงมือ เมื่อเคลื่อนย้ายถาดปุ๋ยหมักไปใส่สวนและควรฝังดินที่ความลึกประมาณ 1 ฟุต (แน่นอนว่า คงไม่ใช่ แปลงผักสวนครัวนะคะ!) แล้วก็ต้องล้างมือ ล้างเท้าและชำระร่างกายให้สะอาดหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจค่ะ

อ้างอิง

Vikstrom, Anton. “Composting toilet buyers guide.” Renew (issue 104). July -Sept. 2008: 38-41.

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก
http://vcharkarn.com/vnews/151494
บันทึกการเข้า

ชาย ท่ายาง
ผจก.สวนมะนาว
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5302


ให้สุขแก่ท่าน สุขนั้นถึงตัว


« ตอบ #38 เมื่อ: กันยายน 11, 2013, 10:37:57 AM »

ม.แม่โจ้เจ๋งแปรรูปอุจจาระคนเป็นปุ๋ยมาตรฐาน

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์


อธิการบดี ม.แม่โจ้ ลงนาม5หน่วยงานรัฐ,เอกชน แปรรูปอุจจาระมนุษย์เป็นปุ๋ยมาตรฐานอียู ปลอดเชื้อ"อีโคไล" ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดปุ๋ยเคมีในประเทศ

ที่ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ วันนี้(11 ก.ค.) มีพิธีลงนามความร่วมมือและบันทึกข้อตกลง ระหว่าง ผศ.ดร.จำเนียร ยศราช อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กับตัวแทนจากกองกำกับการตำรวจตระเวน ชายแดนที่ 33 ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ตลาดสดเจดีย์ แม่ครัว และตัวแทนผู้ประกอบการปั้มน้ำมันหลายแห่งในเชียงใหม่ ในโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีต้นแบบการคัดแยกและจัดเก็บปัสสาวะและอุจจาระมนุษย์อย่างถูกสุขลักษณะเพื่อประโยชน์ทางการเกษตรและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

รศ.ดร.อานัฐ ตันโช หัวหน้าโครงการ เปิดเผยโครงการนี้เริ่มจากปี 2545 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้รับทุนสนุบสนุนโครงการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในประเทศไทย-เดนมาร์ก เพื่อศึกษาการทำปุ๋ยหมักจากอุจจาระมนุษย์ และการศึกษาระบบการจัดการสิ่งปฏิกูลจากหมู่บ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อนำมาพัฒนาสุขภัณฑ์คัดแยกปัสสาวะและอุจจาระ ซึ่งการศึกษาข้อมูลพบว่าอุจจาระและปัสสาวะของมนุษย์สามารถนำมาผ่านกระบวนการแปรรูปให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้เป็นอย่างดี เพราะมีธาตุอาหารมากกว่าปุ๋ยผลิตจากเศษอาหารหลายเท่า ที่สำคัญยังช่วยลดการปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อม

ต่อมา พ.ศ.2551 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้รับทุนวิจัยจาก สวทช. เครือข่ายภาคเหนือ ให้ต่อยอดการวิจัยจนทำให้ได้โมเดลสุขภัณฑ์และถังเก็บคัดแยกปัสสาวะออกจากอุจจาระถูกสุขลักษณะ พร้อมวิธีการผลิตและทำลายเชื้อก่อโรคในอุจจาระมนุษย์ตามมาตรฐานอียู รวมทั้งวิธีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากปัสสาวะปราศจากกลิ่นเหม็นของแอมโมเนียและมีความเข้มข้นเหมาะสมใช้ปลูกพืช ล่าสุด จึงถ่ายทอดเทคโนโลยีต้นแบบนี้ให้กับหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ

หัวหน้าโครงการฯ กล่าวอีกว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้จัดเก็บอุจจาระและปัสสาวะมนุษย์จากหน่วยงานรัฐและเอกชนที่ร่วมโครงการ มายังโรงงานสำหรับผลิตปุ๋ยและแปลงทดสอบภายในฟาร์มของมหาวิทยาลัย ซึ่งเมื่อ ผ่านกระบวนการแล้วจะกลายเป็นปุ๋ยชั้นดี ในขั้นแรกจะนำปุ๋ยที่ได้ใช้กับพืชที่ไม่ใช่พืชบริโภคก่อน เพราะต้องยอมรับว่าคนทั่วไปยังมีทัศนคติด้านลบเกี่ยวกับผลผลิตจากอุจจาระและปัสสาวะ

อย่างไรก็ตาม ยืนยันการผลิตปุ๋ยจากอุจจาระและปัสสาวะของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นคนละกระบวนการกับที่ใช้ในประเทศจีนที่ถูกต่อต้านจากนานาประเทศ แต่มีมาตรฐานการฆ่าเชื้อก่อโรคที่อียูยอมรับ ทั้งยืนยันว่าปราศจากเชื้ออีโคไลหรือเชื้ออื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์อย่างแน่นอน

"นอกจากเราจะได้ปุ๋ยคุณภาพดีแล้ว ยังช่วยลดการปลดปล่อยยอุจจาระและปัสสาวะลงสู่พื้นที่สาธารณะและแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อการอนุรักษ์แหล่งน้ำลำคลอง ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน โครงการนี้จะถูกเผยแพร่องค์ความรู้กับทุกหน่วยงานที่ต้องการนำไปใช้"

รศ.ดร.อานัฐ กล่าวด้วยว่า สุขภัณฑ์ใช้คัดแยกของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับบริษัทผลิตเซรามิกรายใหญ่ออกแบบ โดยลองผิดลองถูกมาสองรุ่น กระทั่งปัจจุบันเป็นรุ่นที่สามอยู่ระหว่างเตรียมจดสิทธิบัตร ส่วนเป้าหมายโครงการคือต้นแบบสุขาและสุขภัณฑ์คัดแยก 6 แห่ง, ลดการปล่อยปัสสาวะและอุจจาระลงสู่ แหล่งน้ำธรรมชาติได้ไม่น้อยกว่า 152,376 ลิตรต่อปี 

พ.ต.ท.จักรินทร์ พิ่มแก้ว รองผกก.ตชด.33 ระบุว่า ตชด. 33 มองเห็น ประโยชน์ของโครงการนี้ เนื่องจากมีกำลังพลและครอบครัวในค่ายกว่า 1,000 คน ขณะเดียวกันยังมีพื้นที่ต้องรับผิดชอบอีกกว่า 1,000 ไร่ ซึ่งพื้นที่ป่าดังกล่าวเป็นพื้นที่อนุรักษ์ให้เป็นป่าอุดมสมบูรณ์ การเข้าร่วมโครงการนี้จึงช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมพร้อมกับได้ปุ๋ยไปดูแลต้นไม้ไปพร้อมกัน

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/education/20110712/399812/%E0%B8%A1.%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%82%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%8B%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%8B%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99.html
บันทึกการเข้า

ชาย ท่ายาง
ผจก.สวนมะนาว
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5302


ให้สุขแก่ท่าน สุขนั้นถึงตัว


« ตอบ #39 เมื่อ: กันยายน 11, 2013, 10:41:29 AM »

มูลคนสุดยอดของปุ๋ยทางการเกษตร
เรื่องขี้ขี้เยี่ยวเยี่ยวจากภูมิปัญญาชาวบ้านในทางการเกษตร

            “ขี้และเยี่ยว”เป็นภาษาที่ชาวบ้านหรือคนทั่วไปรู้และเข้าใจความหมายของมันดี มีภาษาทางการใช้คำเรียกขี้ว่า”อุจจาระ”ส่วนเยี่ยวคือ”ปัสสาวะ” ขี้และเยี่ยวเป็นส่วนหนึ่งที่สิ่งมีชีวิตขับออกมาจากร่างกายเมื่อกินหรือบริโภคสิ่งต่างๆเข้าไปเพื่อให้เกิดการเจริญเติบโตหรือเพื่ออยู่รอดอาจมีทั้งเป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์สิ่งที่ย่อยไม่หมดหรือมากเกินไปก็จะขับออกมา ขี้เยี่ยวมีความหมายเรียกชื่อตามคำนำหน้า เช่นขี้คนเยี่ยวคน ขี้เยี่ยววัวควาย ขี้ไก่ ขี้หมู ขี้ค้างคาว มากมายหลายๆขี้หลายๆเยี่ยว ฯลฯ

            คนเรารู้จักการนำเอาขี้เยี่ยวจากตนเองและสิ่งมีชีวิตมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางการเกษตรจากดึกดำบรรพ์ มีตำนานขี้เยี่ยวเป็นสมบัติล้ำค่าของคนจีนนำมารดพืชผักสุดยอดของปุ๋ยธรรมชาติ “กินดีดีขี้ดีดี” ภาคอีสานมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเยี่ยว “บักหูดสามเปา” คนขี้เกียจ ปลูกต้นมะกรูดมะนาวตื่นเช้ามาก็ขี้เยี่ยวใส่ต้นไม้แต่ผลทำให้มะกรูดมะนาวโตดีออกลูกออกผลเต็มต้น จนถึงแม้ในปัจจุบันมีงานวิจัยทดลองของนักวิชาการเช่น การหมักอุจจาระเป็นปุ๋ยตามแนวพระราชดำริจังหวัดนนทบุรี ดร.อาณัฐ ตันโช (หัวหน้าภาควิชาทรัพยากรดินและสิ่งแวดล้อม คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่) ทำวิจัยนำเยี่ยวผสมน้ำรดต้นไม้พืชผักซึ่งได้ผลดีเยี่ยมฯ

ประโยชน์จากขี้เยี่ยวที่มีต่อพืชทางการเกษตร(ธาตุอาหารพืช N P K อื่นๆ)


 

                ขี้เยี่ยวคนปุ๋ยอินทรีย์ที่เยี่ยมที่สุดทางการเกษตร หมักขี้เยี่ยวแบบจุลินทรีย์ชีวภาพไม่น้อยกว่า 28 วัน เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส โรคหนอนพยาธิทุกชนิด และเชื้อโรคชนิดอื่นๆจะตายแบบจุลินทรีย์ดีทำลายเชื้อร้ายตามธรรมชาติ นำไปใช้กับพืชทางการเกษตรตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ “เลี้ยงดินให้ดินเลี้ยงพืช”ได้ดีแล

                                                                   ณัฐพงษ์ พรดอนก่อ

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก
http://www.gotoknow.org/posts/498490
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 11, 2013, 11:02:23 AM โดย ชาย ท่ายาง » บันทึกการเข้า

ชาย ท่ายาง
ผจก.สวนมะนาว
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5302


ให้สุขแก่ท่าน สุขนั้นถึงตัว


« ตอบ #40 เมื่อ: กันยายน 11, 2013, 10:58:25 AM »

                    

                          ห้องน้ำอัจฉริยะ เปลี่ยนอุจจาระเป็นปุ๋ยอัตโนมัติ

โดย ศูนย์ข้อมูลเพื่อสุขภาพ Healthy



การตอบสนองความต้องการของธรรมชาตินั้นไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเราผู้อยู่ในโลกที่(เราคิดว่า)มันสรรสร้างมาเพื่อเรา และไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับการสุขาภิบาลที่เหมาะสม ทุกวันนี้ในบางพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ก็ยังใช้พื้นดินเป็นห้องน้ำสาธารณะ

ด้วยเหตุนี้เองนักออกแบบ ยูน ฮี ,คิม ฮันนี ยู ,อึนจุง ชอย ,มาร์ค ไวทิง และศาสตราจารย์แซงมิน แบ จึงคิดหาแนวทางช่วยแก้ปัญหาด้านสุขาภิบาลนี้ พวกเขาได้ออกแบบห้องน้ำเคลื่อนที่ และให้ชื่อว่า พูช (Poosh)



ลักษณะของพูชคือ เป็นถังที่ติดตั้งโถส้วมไว้ด้านบน ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะสำหรับทุกรูปร่าง อีกทั้งยังไม่ส่งกลิ่นรุนแรง เนื่องจากมันจะเปิดเมื่อต้องการใช้และปิดอัตโนมัติเมื่อเสร็จกิจ นอกจากจะช่วยลดกลิ่นแล้วยังส่งเสริมด้านสุขอนามัยด้วยนอกจากนั้นห้องน้ำเคลื่อนที่นี้ยังออกแบบถุงไบโอครอบไว้ในถังเพิ่อรอบรับสิ่งปฏิกูล และด้วยตัวเร่งปฏิกิริยาและสารเคมีที่เคลือบไว้ภายในถุง มันจะเปลี่ยนสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัสสาวะหรืออุจจาระ ให้กลายเป็นปุ๋ยธรรมชาติอีกด้วย



นับเป็นนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์มนุษย์และสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัวอีกชิ้นหนึ่ง

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก

https://www.facebook.com/healthythailand


Liked By: gotohome, 5XXA, somjit_nong
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 11, 2013, 11:01:00 AM โดย ชาย ท่ายาง » บันทึกการเข้า

ชาย ท่ายาง
ผจก.สวนมะนาว
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5302


ให้สุขแก่ท่าน สุขนั้นถึงตัว


« ตอบ #41 เมื่อ: กันยายน 13, 2013, 05:26:19 PM »

                                

ค้นพบความลับอันยิ่งใหญ่ ในร่างกาย ของตัวเรา หลังจากใช้เวลาค้นคว้ามาตั้ง 7 ปี ว่าน้ำปัสสาวะของเรานั้น ประกอบไปด้วยสารประกอบนานาชนิดจำนวนมโหฬาร ไม่ต่ำกว่าถึง 3,079 อย่างในจำนวนทั้งหมดนี้ แบคทีเรียเป็นคนทำขึ้นมา 72 อย่าง ตัวเราทำขึ้นเอง 1,453 อย่าง นอกนั้นอีก 2,282 อย่างเกิดจากอาหาร ยา เครื่องสำอาง หรือมาจากการสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมศาสตราจารย์เดวิด วิสฮาร์ท อาจารย์วิชาชีววิทยาและวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตาผู้แยกแยะยังออกปากว่า “มันเป็นน้ำยาชีวภาพที่ซับซ้อนอย่างเหลือเชื่อ เราคิดไม่ออกว่า สารประกอบทางเคมีตั้งเยอะแยะมากมายอย่างนี้ มารวมกันอยู่ได้อย่างไรอาจารย์เล่าให้ฟังว่า ถ้าเทียบกับของ เหลวของร่างกายอย่างอื่น เช่น น้ำลายและของเหลวของมันสมองและไขสันหลัง น้ำปัสสาวะมีสารประกอบมากกว่ากัน 5-10 เท่า ซ้ำยังมีความหลากหลายทางเคมีมากกว่ากันมาก สารประกอบต่างๆ ในปัสสาวะ หากจะแบ่งประเภท อาจจะแบ่งออกได้เป็นสารเคมีต่างๆ ได้ไม่ต่ำกว่า 230 ประเภท.

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก
http://www.thaisharefiles.com/forum.php?mod=viewthread&tid=54064
บันทึกการเข้า

hs1amm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 358


« ตอบ #42 เมื่อ: กันยายน 13, 2013, 09:45:47 PM »

 ปี2506 ที่ภูเก็ตยังมีการใช้ส้วมถังอยู่ครับ คือตัวส้วมสร้างสูงกว่าพื่นดินสัก 1 เมตรด้านล่างจะมีถังรอรับ กลางคืนจะมีรถมาเก็บทุกวันครับ คนเก็บสุดยอด เขาดึงถังเก่าออกมาเอาถังใหม่ใส่แทน เอาถังที่ดึงออกมามีอึ เขาเอาฝาปิดแบบฝาชีกรวยแหลมยกเข้าเอว แล้วเอาไปเทใส่ในรถ แล้วเอาถังนั้นไปเปลี่ยนที่ส้วมอื่นอีก เขาเอาไปหมักทำปุ๋ยใส่ผัก ผักโตก็เอามาขายที่ตลาด รู้สึกว่าเป็นของเทศบาลครับ ไม่ทราบว่าเขาเลิกไปปีใหน ที่บ้านในสวยยาง พ่อเขาขุดหลุมลึก1.50ม แล้วสร้างส้วมแบบยกสูงจากพื้นดินปากบ่อสัก 70 ซม พื้นส้วมเป็นร่องกระดานหน้า 8 นิ้วยาว 30 ซม ที่แปลกคือไม่มีกลิ่นนั่งออกกำลังกายลมพัดเย็นสบาย เคยถามพ่อ เขาบอกว่าต้องมีช่องว่าจากปากบ่อกับพื้นส้วมเพื่อให้ลมพัดจะได้ไม่เหม็น แต่จะมีหนอนแมลงวันเป็นตัวช่วยย่อยสลายพอผ่านไปสัก6 เดือน พ่อตักเอาตรงส่วนริมๆที่ย่อยสลายแล้วผสมน้ำไปรดผัก ผัก กรอบหวาน กอใหญ่มากๆ แต่อาแป๊ะข้างบ้านบอกว่าผักใส่ปุ๋ยอึ แมลงไม่ค่อยรบกวนเพราะมันไม่ชอบกลิ่นเขาว่าอย่างนั้น จริงเท็จไม่ทราบ
บันทึกการเข้า
gotohome
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 142


« ตอบ #43 เมื่อ: กันยายน 14, 2013, 03:06:54 PM »

จากตารางธาตุอาหารมูลคนสู้มูลไก่ไม่ได้เลย

มูลคนสุดยอดของปุ๋ยทางการเกษตร
เรื่องขี้ขี้เยี่ยวเยี่ยวจากภูมิปัญญาชาวบ้านในทางการเกษตร

            “ขี้และเยี่ยว”เป็นภาษาที่ชาวบ้านหรือคนทั่วไปรู้และเข้าใจความหมายของมันดี มีภาษาทางการใช้คำเรียกขี้ว่า”อุจจาระ”ส่วนเยี่ยวคือ”ปัสสาวะ” ขี้และเยี่ยวเป็นส่วนหนึ่งที่สิ่งมีชีวิตขับออกมาจากร่างกายเมื่อกินหรือบริโภคสิ่งต่างๆเข้าไปเพื่อให้เกิดการเจริญเติบโตหรือเพื่ออยู่รอดอาจมีทั้งเป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์สิ่งที่ย่อยไม่หมดหรือมากเกินไปก็จะขับออกมา ขี้เยี่ยวมีความหมายเรียกชื่อตามคำนำหน้า เช่นขี้คนเยี่ยวคน ขี้เยี่ยววัวควาย ขี้ไก่ ขี้หมู ขี้ค้างคาว มากมายหลายๆขี้หลายๆเยี่ยว ฯลฯ

            คนเรารู้จักการนำเอาขี้เยี่ยวจากตนเองและสิ่งมีชีวิตมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางการเกษตรจากดึกดำบรรพ์ มีตำนานขี้เยี่ยวเป็นสมบัติล้ำค่าของคนจีนนำมารดพืชผักสุดยอดของปุ๋ยธรรมชาติ “กินดีดีขี้ดีดี” ภาคอีสานมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเยี่ยว “บักหูดสามเปา” คนขี้เกียจ ปลูกต้นมะกรูดมะนาวตื่นเช้ามาก็ขี้เยี่ยวใส่ต้นไม้แต่ผลทำให้มะกรูดมะนาวโตดีออกลูกออกผลเต็มต้น จนถึงแม้ในปัจจุบันมีงานวิจัยทดลองของนักวิชาการเช่น การหมักอุจจาระเป็นปุ๋ยตามแนวพระราชดำริจังหวัดนนทบุรี ดร.อาณัฐ ตันโช (หัวหน้าภาควิชาทรัพยากรดินและสิ่งแวดล้อม คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่) ทำวิจัยนำเยี่ยวผสมน้ำรดต้นไม้พืชผักซึ่งได้ผลดีเยี่ยมฯ

ประโยชน์จากขี้เยี่ยวที่มีต่อพืชทางการเกษตร(ธาตุอาหารพืช N P K อื่นๆ)


 

                ขี้เยี่ยวคนปุ๋ยอินทรีย์ที่เยี่ยมที่สุดทางการเกษตร หมักขี้เยี่ยวแบบจุลินทรีย์ชีวภาพไม่น้อยกว่า 28 วัน เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส โรคหนอนพยาธิทุกชนิด และเชื้อโรคชนิดอื่นๆจะตายแบบจุลินทรีย์ดีทำลายเชื้อร้ายตามธรรมชาติ นำไปใช้กับพืชทางการเกษตรตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ “เลี้ยงดินให้ดินเลี้ยงพืช”ได้ดีแล

                                                                   ณัฐพงษ์ พรดอนก่อ

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก
http://www.gotoknow.org/posts/498490


Liked By: 5XXA, supwat
บันทึกการเข้า
ped manaf
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 155


« ตอบ #44 เมื่อ: มกราคม 19, 2014, 09:30:42 PM »

ขอขุดมาลองทำอีกรอบ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
somjit_nong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 100


« ตอบ #45 เมื่อ: มกราคม 25, 2014, 01:01:21 PM »

 ยิ้ม
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10606



« ตอบ #46 เมื่อ: มีนาคม 26, 2017, 07:20:51 PM »

เจอที่ไหนนะ...

(เท่านี้).....วันหมดกลิ่น
(เท่านี้).....วัน  หมดเชื้อ

แต่นี่ 3 ปีแล้วยังกลิ่นแรงอยู่เลย ถังเดียว(20 ลิตร แต่ไม่เต็ม) เติมกากน้ำตาลและอีเอ็มไปเยอะแล้ว
จะใช้แต่ละทีก็แบ่งมาเติม อีเอ็มและกากน้ำตาลอีก
ใช้บ่อยและใช้มากก็เกรงใจเพื่อนบ้าน
บันทึกการเข้า
Boonyang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 116


« ตอบ #47 เมื่อ: เมษายน 01, 2017, 11:35:15 AM »

ขนลุก น่ากลัวอ่ะ รู้นะว่าดี แต่ถ้ารู้ว่าผักกาดขาวที่ซื้อมากิน ใช้ปุ๊คน คงร้องไห้
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: