หน้า: 1 [2] 3 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปุ๋ยน้ำหมักขี้คน  (อ่าน 22440 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
yangna
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1179


« ตอบ #16 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2012, 06:50:18 PM »

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ  คนส่วนใหญ่ก็จะรังเกียจเรื่องแบบนี้กันทั้งนั้น รวมทั้งเราด้วย  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

แต่คุณเคยคิดมั้ยค่ะว่า   ของที่คุณรังเกียจนั้น ณ ตอนนี้มันก็อยู่ในตัวคุณด้วย เหอ เหอ เหอ  แล้วยิ่งคนที่ไม่ อึทุกวัน คุณลองคิดดู ว่าร่างกายคุณนั้นแหละกำลังทำหน้าที่เป็นถังหมัก  สิ่งเหล่านั้นอยู่ ไม่ว่าจะเป็น อึ เป็นฉี่   แล้วเคยคิดบ้างมั้ยค่ะว่าร่างกายเราสกปรกแค่ไหน ลองคิดดูนะว่าเรามีแต่ขี้เต็มตัวไปหมด  เช่น

ขี้ไคล
ขี้หัว
ขี้มูก
ขี้ตา
ขี้หู
ขี้เล็บ
ขี้ฟัน
น้ำเลือด
น้ำหนอง
เสมหะ เป็นต้น

ลองคิดดูนะ ว่าจริง ๆ แล้วร่างกายเรามีแต่สิ่งสกปรก ไม่สวยงามอย่างที่เราคิดกันหรอก  

อันนี้พระท่านเทศให้ฟังจ้า เลยอยากเอามาเล่าต่อ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม  เผื่อใครจะมองเห็นตามความเป็นจริง และปลงสังขารได้  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

saratull
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 765



« ตอบ #17 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2013, 02:39:34 PM »

หมักอะไรก็ได้ ไม่ผิดศีลธรรม แล้วไม่ประเจิดประเจ้อให้คนแหวะ คงจะอุดมด้วยแร่ธาตุนำโด่งปุ๋ยขี้ค้างคาวไปนะ เพราะคนกินทั้งพืช สัตว์ แมลง กินถนน(ไม่เกี่ยว)  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 24, 2013, 02:42:20 PM โดย saratull » บันทึกการเข้า
ped manaf
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 155


« ตอบ #18 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2013, 07:50:26 PM »

เห็นด้วยกับการใช้ทรัพยากรที่มีให้เกิดมูลค่าสูงสุด แต่คงต้องหาวิธีกำจัดเชื้อโรคทีอาจมี คงมีวิธ๊จัดการได้  ผมเพิ่งเอาไดโว่สูบมาได้ ประมาน 80 ลิตร ตอนนี้ใส่ถังตากแดดไว้สามวันแล้ว กะลังคิดอยู่จะจัดการยัไงต่อ ...หรือจะเพาะจุลินทรีสังเคราะแสงดูปะไร ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
gotohome
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 142


« ตอบ #19 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2013, 08:40:37 AM »

เห็นด้วยกับการใช้ทรัพยากรที่มีให้เกิดมูลค่าสูงสุด แต่คงต้องหาวิธีกำจัดเชื้อโรคทีอาจมี คงมีวิธ๊จัดการได้  ผมเพิ่งเอาไดโว่สูบมาได้ ประมาน 80 ลิตร ตอนนี้ใส่ถังตากแดดไว้สามวันแล้ว กะลังคิดอยู่จะจัดการยัไงต่อ ...หรือจะเพาะจุลินทรีสังเคราะแสงดูปะไร ยิงฟันยิ้ม

อย่าบอกนะครับว่าจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงทำมาจากน้ำหมักอุจาระ


Liked By: 5XXA, uthai61221
บันทึกการเข้า
chamni
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 895


« ตอบ #20 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2013, 07:51:54 PM »

 ยิ้ม  จุ๊ ๆ ๆ อย่าเอ็ดไป ผมก็คิด จะทำแน่ ใส่นา หน้าแล้งที่โล่งแดดจัดใส่เลย เชื้อตายเรียบ ถ้าหน้าฝนไม่ควร ต้องหมักก่อน เคยเจอรายงานวิจัย ว่าหมัก 1 เดือน
   หน้าแล้งนี้พร้อม ลุยแน่ อย่าบอกใครนะครับ  เจ๋ง
บันทึกการเข้า
gotohome
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 142


« ตอบ #21 เมื่อ: กันยายน 03, 2013, 09:53:44 AM »

ยิ้ม  จุ๊ ๆ ๆ อย่าเอ็ดไป ผมก็คิด จะทำแน่ ใส่นา หน้าแล้งที่โล่งแดดจัดใส่เลย เชื้อตายเรียบ ถ้าหน้าฝนไม่ควร ต้องหมักก่อน เคยเจอรายงานวิจัย ว่าหมัก 1 เดือน
   หน้าแล้งนี้พร้อม ลุยแน่ อย่าบอกใครนะครับ  เจ๋ง

ถ้าจะเอาน้ำมาหมักต้องมีสัดส่วนอย่างไรบ้างครับถ้าไม่หมักตักเอาน้ำมาใช้เลยจะมีอันตรายต่อข้าวไหมครับ


Liked By: 5XXA, uthai61221
บันทึกการเข้า
chamni
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 895


« ตอบ #22 เมื่อ: กันยายน 03, 2013, 11:26:35 AM »

ยิ้ม  จุ๊ ๆ ๆ อย่าเอ็ดไป ผมก็คิด จะทำแน่ ใส่นา หน้าแล้งที่โล่งแดดจัดใส่เลย เชื้อตายเรียบ ถ้าหน้าฝนไม่ควร ต้องหมักก่อน เคยเจอรายงานวิจัย ว่าหมัก 1 เดือน
   หน้าแล้งนี้พร้อม ลุยแน่ อย่าบอกใครนะครับ  เจ๋ง

ถ้าจะเอาน้ำมาหมักต้องมีสัดส่วนอย่างไรบ้างครับถ้าไม่หมักตักเอาน้ำมาใช้เลยจะมีอันตรายต่อข้าวไหมครับ
  ผมไม่อิงทฤษฎีมาก กะว่าจะใช้น้ำหมัก 1 แกนลอนผสมน้ำส้วม คือใช้ถัง200ลิตร หรือท่อบ่อ2 ท่อ เติมกากน้ำตาล  ปิดไว้ 1 เดือนถ้าเปลี่ยนสีมาเป็นสีน้ำตาลกลิ่นเหมือนน้ำหมักที่เราทำ น่าจะถูกต้อง (ผมยังไม่ได้ทำนะครับ) แต่ส้วมที่สวนลองเอาน้ำหมักไปเทใส่แล้ว 5 ลิตร หลายเดือนต่อมาไปตักมาผสมปุ๋ยหมัก ไม่มีกลิ่นเหม็นนะครับ
               ถ้าเอามาใส่ข้าวเลยโดยไม่หมัก อันแรกผมว่าน่ารังเกียจ อันที่สองเป็นการแพร่เชื้อโรคนะครับ ส่วนข้าวคงไม่เป็นไร(ถ้ามีน้ำ)
                 


Liked By: 5XXA, uthai61221, gotohome
บันทึกการเข้า
gotohome
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 142


« ตอบ #23 เมื่อ: กันยายน 03, 2013, 11:39:33 AM »

ยิ้ม  จุ๊ ๆ ๆ อย่าเอ็ดไป ผมก็คิด จะทำแน่ ใส่นา หน้าแล้งที่โล่งแดดจัดใส่เลย เชื้อตายเรียบ ถ้าหน้าฝนไม่ควร ต้องหมักก่อน เคยเจอรายงานวิจัย ว่าหมัก 1 เดือน
   หน้าแล้งนี้พร้อม ลุยแน่ อย่าบอกใครนะครับ  เจ๋ง

ถ้าจะเอาน้ำมาหมักต้องมีสัดส่วนอย่างไรบ้างครับถ้าไม่หมักตักเอาน้ำมาใช้เลยจะมีอันตรายต่อข้าวไหมครับ
  ผมไม่อิงทฤษฎีมาก กะว่าจะใช้น้ำหมัก 1 แกนลอนผสมน้ำส้วม คือใช้ถัง200ลิตร หรือท่อบ่อ2 ท่อ เติมกากน้ำตาล  ปิดไว้ 1 เดือนถ้าเปลี่ยนสีมาเป็นสีน้ำตาลกลิ่นเหมือนน้ำหมักที่เราทำ น่าจะถูกต้อง (ผมยังไม่ได้ทำนะครับ) แต่ส้วมที่สวนลองเอาน้ำหมักไปเทใส่แล้ว 5 ลิตร หลายเดือนต่อมาไปตักมาผสมปุ๋ยหมัก ไม่มีกลิ่นเหม็นนะครับ
               ถ้าเอามาใส่ข้าวเลยโดยไม่หมัก อันแรกผมว่าน่ารังเกียจ อันที่สองเป็นการแพร่เชื้อโรคนะครับ ส่วนข้าวคงไม่เป็นไร(ถ้ามีน้ำ)
                 

น้ำหมัก1แกลลอน น้ำหมักสูตรไหนก็ได้ใช่ไหมครับส่วนที่เหลือใช้น้ำส้วมให้เติมถัง 200 ลิตร ส่วนกากน้ำตาลใช้กี่ลิตรครับ


Liked By: uthai61221, 5XXA
บันทึกการเข้า
jew5003
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 258


« ตอบ #24 เมื่อ: กันยายน 03, 2013, 12:18:22 PM »

สมัยเด็กๆ ประมาณเกือบ ๔๐ ปีที่แล้ว ท่ีโรงเรียนมีโครงการปลูกผัก ครูให้ตักน้ำใสๆ ในบ่อพักของส้วม โดยใช้ น้ำท่ีว่านี้ ๑ กระป๋องนมผสมน้ำเปล่า ๑ ปีบ
แล้วนำไปรดพืชผัก พืชผักงามมากๆ ขอให้มีความสุขกับการทำปุ๋ยด้วย....ครับ
บันทึกการเข้า
gotohome
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 142


« ตอบ #25 เมื่อ: กันยายน 03, 2013, 01:42:07 PM »

กำลังจะตักน้ำมาหมักตอนเปิดฝาถังก็ไม่มีกลิ่นทดลองเอาไม้จิ้มดูกลิ่นนี่หึ่งเลยครับเลยพักเรื่องหมักไว้ก่อนกลัวกลิ่นโชยไปข้างบ้านจะยุ่งหรือท่านใดมีวิธีดับกลื่นไหมครับ


Liked By: uthai61221, 5XXA
บันทึกการเข้า
ped manaf
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 155


« ตอบ #26 เมื่อ: กันยายน 04, 2013, 09:20:41 PM »

กำลังจะตักน้ำมาหมักตอนเปิดฝาถังก็ไม่มีกลิ่นทดลองเอาไม้จิ้มดูกลิ่นนี่หึ่งเลยครับเลยพักเรื่องหมักไว้ก่อนกลัวกลิ่นโชยไปข้างบ้านจะยุ่งหรือท่านใดมีวิธีดับกลื่นไหมครับ
ทดลองดูไม่เหม็นนะครับ แต่ต้องเป็นถังพัก  ถัง2 ผมไช้ไดโว่สูบมาได้ประมาน 60 ลิตร สูบไม่ขึ้นแล้ว ต้องมีมุ้งเขียวกรอง พักไว้เกือบอาทิตย์
แล้วใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ(น้ำยาทำความสะอาดสุขภัน แบบที่ไม่ใช่กรดเกลือนะ) ผสมทิ้งไว้หนิ่งคืนตอนเช้าเอาไปฉีดโดยผสมนำเพิ่มอีก 3 ส่วน เพี่งฉีดศุกร์ที่ผ่านมา


ผมเริ่มฉีดจากจุดนี้ โดยแบ่งพื้นที่ด้านหน้าจนถิงต้นยูคาข้างหน้าเป็นสองส่วน ส่วนแรกฉีดน้ำหมักปุ๊  ส่วนพื้นที่อีกคริ่งจนถิงต้นยูคาไม่ฉีดไว้เปรียบเทียบความแตกต่างครับ  เป็นข้าว กข-41 อายุ 67 วันกำลังตั้งท้อง ตรงจุดทีฉีดข้าวแกรนกวา่ตรงต้นยูคาที่เป็นทีลุ่ม




Liked By: uthai61221, 5XXA, gotohome
บันทึกการเข้า
gotohome
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 142


« ตอบ #27 เมื่อ: กันยายน 05, 2013, 09:18:54 AM »

กำลังจะตักน้ำมาหมักตอนเปิดฝาถังก็ไม่มีกลิ่นทดลองเอาไม้จิ้มดูกลิ่นนี่หึ่งเลยครับเลยพักเรื่องหมักไว้ก่อนกลัวกลิ่นโชยไปข้างบ้านจะยุ่งหรือท่านใดมีวิธีดับกลื่นไหมครับ
ทดลองดูไม่เหม็นนะครับ แต่ต้องเป็นถังพัก  ถัง2 ผมไช้ไดโว่สูบมาได้ประมาน 60 ลิตร สูบไม่ขึ้นแล้ว ต้องมีมุ้งเขียวกรอง พักไว้เกือบอาทิตย์
แล้วใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ(น้ำยาทำความสะอาดสุขภัน แบบที่ไม่ใช่กรดเกลือนะ) ผสมทิ้งไว้หนิ่งคืนตอนเช้าเอาไปฉีดโดยผสมนำเพิ่มอีก 3 ส่วน เพี่งฉีดศุกร์ที่ผ่านมา


ผมเริ่มฉีดจากจุดนี้ โดยแบ่งพื้นที่ด้านหน้าจนถิงต้นยูคาข้างหน้าเป็นสองส่วน ส่วนแรกฉีดน้ำหมักปุ๊  ส่วนพื้นที่อีกคริ่งจนถิงต้นยูคาไม่ฉีดไว้เปรียบเทียบความแตกต่างครับ  เป็นข้าว กข-41 อายุ 67 วันกำลังตั้งท้อง ตรงจุดทีฉีดข้าวแกรนกวา่ตรงต้นยูคาที่เป็นทีลุ่ม





ใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงใส่ในถังที่มีน้ำ 0.5 ลิตร ไม่มีกลื่นแล้วครับแต่เฮ่อมันน่า..... เหลือเกินยังไงรายการผลด้วยนะครับ


Liked By: uthai61221, 5XXA
บันทึกการเข้า
ped manaf
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 155


« ตอบ #28 เมื่อ: กันยายน 07, 2013, 08:57:26 PM »

รายงานผลตามภาพเลยละกันครับ 3 รูปแรกคือพื้นที่เว้นการฉีดไว้ 



สามรุปล่างนี่พน่นำ้ปุ๊



ขอcommentด้วยความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ เท่าทีดู ข้าวที่ฉีดจะออกรวงได้เร็วขึ้นและสม่ำเสมอกว่า ข้าวแกรนๆริมคันนาที่ท้องกลวางท้องก้อ ออก
รวงได้ไล่เลี่ยกับข้าวที่สมบูรณ์ กว่า  ส่วนอันที่เว้นฉีดไว้ออกไม่ค่อยเสมออันที่ท้องสุดออกก่อน อันทีเล็กก้อยังกลม ปริๆ ออกไม่ค่อยเสมอ และสังเกตุดุ
คอรวงสั้นกว่า ที่ฉีด อิอิ  น้ำปุ๊นี่น่าจะมีธาตอาหาร วิตามินตั้งแต่ a-z เลยละ ยิ้มกว้างๆ

ผสมกับนำ้ยาถุพื้นก้อไม่มีกลี่นเหลือแล้วครับ กลิ่นน้ำยาถูพื้นกลบหมดแล้ว เหลือแต่กลิ่นมาดาม หอมชื่นใจ ยิงฟันยิ้ม
ผมว่าเป็นการหมุนเวียน ระบบห่วงโซ่อาหารอีกครั้ง  ผู้ผลิต(พืช)--> ผู้บริโภค(มนุษย์ สัตว์)---->ผู้ย่อยสลาย(จุลินทรีย์) -->กลับไปหาพืชอีกครั้ง
แต่ละรอบการผลิตมีธาตอาหารทีติดไปกับผลผลิตมากมาย --->  สูญเสีย 


Liked By: 5XXA, gotohome, supwat, Surakree
บันทึกการเข้า
hs1amm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 358


« ตอบ #29 เมื่อ: กันยายน 07, 2013, 11:44:36 PM »

อย่าเอ็ดไปเดียวฝ่ายค้านเอามาเป็นกะทู้ทำให้ต่างชาติไม่ซื้อข้าวไทย


Liked By: 5XXA, pongpong, gotohome
บันทึกการเข้า
gotohome
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 142


« ตอบ #30 เมื่อ: กันยายน 08, 2013, 01:06:08 AM »

รายงานผลตามภาพเลยละกันครับ 3 รูปแรกคือพื้นที่เว้นการฉีดไว้ 



สามรุปล่างนี่พน่นำ้ปุ๊


ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูลตอนนี้ผมกำลังจะทดลองในกระถางตอนนี้กำลังเพาะกล้ายังไม่งอกดีจะได้เห็นข้อเปรียบเทียบแบบชัดเจนมากขึ้นโดยการนำดินผสมกับปุ๋ยอินทรีย์แล้วแบ่งเป็นสองกระถางได้ผลยังไงจะอับเดทรูปภาพเป็นระยะครับ




ขอcommentด้วยความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ เท่าทีดู ข้าวที่ฉีดจะออกรวงได้เร็วขึ้นและสม่ำเสมอกว่า ข้าวแกรนๆริมคันนาที่ท้องกลวางท้องก้อ ออก
รวงได้ไล่เลี่ยกับข้าวที่สมบูรณ์ กว่า  ส่วนอันที่เว้นฉีดไว้ออกไม่ค่อยเสมออันที่ท้องสุดออกก่อน อันทีเล็กก้อยังกลม ปริๆ ออกไม่ค่อยเสมอ และสังเกตุดุ
คอรวงสั้นกว่า ที่ฉีด อิอิ  น้ำปุ๊นี่น่าจะมีธาตอาหาร วิตามินตั้งแต่ a-z เลยละ ยิ้มกว้างๆ

ผสมกับนำ้ยาถุพื้นก้อไม่มีกลี่นเหลือแล้วครับ กลิ่นน้ำยาถูพื้นกลบหมดแล้ว เหลือแต่กลิ่นมาดาม หอมชื่นใจ ยิงฟันยิ้ม
ผมว่าเป็นการหมุนเวียน ระบบห่วงโซ่อาหารอีกครั้ง  ผู้ผลิต(พืช)--> ผู้บริโภค(มนุษย์ สัตว์)---->ผู้ย่อยสลาย(จุลินทรีย์) -->กลับไปหาพืชอีกครั้ง
แต่ละรอบการผลิตมีธาตอาหารทีติดไปกับผลผลิตมากมาย --->  สูญเสีย 


Liked By: 5XXA
บันทึกการเข้า
chamni
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 895


« ตอบ #31 เมื่อ: กันยายน 08, 2013, 11:14:57 AM »

 ยิ้ม
อย่าเอ็ดไปเดียวฝ่ายค้านเอามาเป็นกะทู้ทำให้ต่างชาติไม่ซื้อข้าวไทย
[/quote :
                  ยิ้ม  ที่ว่าต่างชาติไม่ซื้อไม่จริงครับ ขณะนี้ข้าิวอินทรีย์เป็นที่ต้องการมาก ขอให้ทำจริงเถอะ
                   ฝ่ายค้านที่น่ากลัวมาก ก็คือ ฝ่ายค้านที่บ้าน มือไม่ทำ ปากค้านอย่างเดียว
                   ผมต้อง จะ จะ จะ จนวันนี้ วันนี้เริ่มเสียงอ่อนแล้ว  ยิ้ม


Liked By: 5XXA, gotohome, supwat
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: