หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10 11   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ  (อ่าน 63355 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
pc_112
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


« ตอบ #48 เมื่อ: มีนาคม 12, 2011, 11:19:10 PM »

ทำวัวนมอยู่ปากช่อง คับ คอกเล็กๆๆ
บันทึกการเข้า

jukadui
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #49 เมื่อ: มีนาคม 18, 2011, 03:29:16 PM »

ขอพูดหน่อยแล้วกันครับและจะไม่ต่อความยาวสาวความยืดอีกแล้วครับตั้งแต่ผมเลี้ยงวัวนมมาไม่เคยเป็นหนี้เลยครับ นอกจากตอนแรกไม่มีทุนตัวเองต้องไปกู้ ธกส.มาแต่ตอนนี้ใช้หมดไปนานแล้วไม่มีหนี้เลยครอบครับผมสร้างเนื้อตัวมาจากวัวนมจากคนไม่มีอะไรเลย ตอนนี้มีบ้าน มีที่ดิน มีรถขับ โดยมาจากเงินค่านมที่เลี้ยงผมและครอบครับทุกวัน ที่คุณว่าต้องตัดหญ้าทั้งวันผมว่าคุณไม่มีระบบจัดการที่ดีมากกว่า ไม่ตุนอาหารไว้ส่วนตัวผมจะทำการตุนอาหารแห้ง หมักเก็บไว้ในโกดักเก็บอาหารกินได้เป็นปีๆ ไม่มีหมด ทุกวันนี้ค่านมรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วผมหักออกมาแล้วเหลือครึ่งต่อครึ่ง แค่นี้ผมก็ภูมิใจแล้วไม่อดตายดีกว่าไม่มีงานทำอย่างน้อยผมก็สำนึกอยู่ว่า วัวนมทำให้ชีวิตผมมีวันนี้ไงผมก็จะเลี้ยงเขาไปจนตายแหละครับ ที่ฟาร์มผมทำแค่ครอบครัวไม่มีลูกจ้างวัวก็มีไม่มากแต่ผมใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วย ทำให้ไม่ต้องเหนื่อยมากทำงานไว เก็บตุนอาหารไว้ได้ตลอดทั้งปี ที่บ้านผมอาชีพหลักที่นี้ ทำไร่ข้าวโพด และก็นา พอเกี่ยวข้าวผมก็เอารถไปอัดฟางกับเปลือกข้าวโพดแห้งเก็บไว้ แค่นี้ก็ไม่ต้องเหนื่อยทุกวันหรอกครับยอมเหนื่อยแค่ไม่กี่วันก็ตุนอาหารไว้ได้แล้วครับ อีกอย่างหนึ่งอาชีพการเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพพระราชทาน ผมก็ภูมิใจที่มีนายหลวงเป็นคนคิดริเริ่มก่อตั้งในแถบเอเชียใกล้ๆ บ้านเราประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการพัฒนาเรื่องโคนมดีกว่าประเทศอื่นๆ และทำมาก่อนเราน่าจะภูมิใจมากกว่านะครับ ขนาดมาเลียเซียยังมาอบรมที่บ้านเราเลยเรื่องการเลี้ยงโคนมในปีที่ผ่านมา เพื่อจะได้ไปเลี้ยงที่บ้านเขาซึ่งรัฐบาลเขากำลังจะเริ่มสนับสนุนการเลี้ยงโคนม และอีกหลายๆ ประเทศในแถบบ้านเราด้วย ตามความคิดของผมนะครับเรื่องอาหารการกินของโคนมนี้ค่อยข้างจะหายากมากถ้าไม่คิดที่จะเก็บและตุนอาหารไว้ ก็ต้องเหนื่อยมากแน่ครับ ผมวันไหนถ้าไม่ได้ไปอัดหญ้าฟาง หรือตัดหญ้าก็จะอยู่เฉยๆ ตอนกลางวันไม่ได้ทำอะไรเลยครับ ไม่เห็นเหมือนที่บอกไว้เลยว่าไม่มีเวลาพัก ที่ที่ว่านมไม่รีดไม่ได้นมมันอักเสบก็แน่หละซิครับ อันนี้คงต้องเป็นความรับผิดชอบของเราอยู่แล้วต้องทำอยู่แล้วจะปล่อยปะได้ไงครับ ที่บ้านผมราคานม เกรด 1 แค่ 15.80 ตัง เองครับ รับซื้อต่ำสุด 15.00 บาท ผมก็อยู่ได้และทุกวันนี้ผมก็พาครอบครัวไปเที่ยวได้เหมือนปกติ มันอยู่ที่การจัดการของเราเองครับและการแบ่งเวลา ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ข้อความนี้ต้องทำให้ไม่สบายใจสำหรับทุกๆ ท่านครับผมไม่อยากต่อแล้วครับจบแล้วครับอันนี้ก็แล้วแต่ดุลพินิจของคนอื่นๆหละครับที่คิดจะเลี้ยงใหม่นะครับ
อยากจะติดต่อพูดคุยเป็นการส่วนตัวได้ไหมครับ jukadui_abc@hotmail.com
บันทึกการเข้า
phi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 50

พิ


« ตอบ #50 เมื่อ: เมษายน 22, 2011, 07:40:00 PM »

สนใจค่ะเก็บข้อมูลอยู่ค่ะ
ตอนนี้ได้แต่วางแผนขุดมันแล้วจะปลูกหญ้า
แล้วจะสร้างโรงเรือนซื้อวัวรุ่นมาก่อน
แล้วค่อยไปอบรมเรืองการเลี้ยงผสมเทียม
พี่ชายกับน้าเลี้ยงมาหลายปีแล้ว
อยากเลี้ยงบ้าง
ชอบอยู่กับบ้านไม่ชอบไปไหน
สิ้นปีนีเริ่มแน่
อยากได้วัวที่ให้นำ้นมดีแล้วเลี้ยงง่าย
ช่วยชี้แนะ้ด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า

เป้าหมายมีไว้พุ่งชน(ยืมเขามาใช้)
คุคุริน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 85


« ตอบ #51 เมื่อ: เมษายน 23, 2011, 11:36:19 PM »

มิน่าคุณ shama ถึงหันมาเลี้ยงไก่ไข่  รูดซิบปาก รูดซิบปาก
บันทึกการเข้า
phi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 50

พิ


« ตอบ #52 เมื่อ: เมษายน 25, 2011, 08:28:34 PM »

อ้างถึง
ผมแนะนำเลยครับที่ฟาร์มโชคชัย  วัวรุ่นอย่าไปเลี้ยงเลยครับไปซื้อสาวท้องมาดีกว่าครับถ้าเลี้ยงวัวรุ่น เดียวหมดทุนเยอะครับ วัวรีดที่เขาขายออกอย่าไปซื้อนะครับ  ของมือสองยังไงก็ไม่ดีเท่ามือหนึ่งจำแค่นี้เองครับไม่งั้นไม่ขายออกแน่ครับผมเคยเจอมาแล้วครับ เพราะตอนแรกๆ คิดว่าซื้อแต่วัวที่ไม่ให้ผลผลิตเราไม่มีรายได้และไปหาซื้อตามฟาร์มวัวสาวถูกๆ น้ำนมได้ไม่เท่าที่ควรต้องเลาะทิ้งทั้งหมดไม่งั้น รายจ่ายจะมากกว่ารายรับ  ที่โชคชัยแพงหน่อยแต่คุ้ม ถ้าเปรียบเทียบกับวัวตามฟาร์มแล้วครับ เพราะการจัดการที่ดีต้องเริ่มมาจากลูกวัวเลยครับ  ลูกวัวจะต้องกินอาหารตามสูตรนะครับอย่างเอาอาหารวัวรีดไปให้เด็ดขาด เพราะในอาหารวัวรีดมันมียูเรีย  ซึ่งลูกวัวอายุ 1-6 เดือนไม่สามารถขับพิษจากยูเรียได้  วัวก็จะเกิดการแคระแกรน ขนหยิกหยอง  ผสมติดยาก เป็นสัดนาน,ช้า รังไข่ฟ่อรีบเซลที่สร้างน้ำนมจะเริ่มสร้างตั้งแต่วัวอายุได้ 4 เดือนหลังหย่านมถ้าเราเอาอาหารที่มียูเรียให้กินไอ้เซลตัวนี้มันจะไม่ยืดยาวออกมาจะหดสั้น ซึ่งจะทำให้น้ำนมใน แรคแรกไม่เยอะ จำไว้ง่ายๆเลยว่า ถ้าแรคแรกน้ำนมไม่เยอะ แรคต่อไปก็จะไม่เยอะจะขึ้นมาแค่หน่อยเดียวเอง  และที่สำคัญอย่าเอาน้ำนมที่เป็นแมสให้ลูกวัวกิน  เพราะเชื้อแมสจะเข้าไปอยู่ในกระแสเลือดวัวทดแทนที่เราเลี้ยงไว้ก็จะเป็นแมสได้ง่าย  ผมว่าหลายท่านคงเจอปัญหานี้มาแล้ว  ส่วนตัวผมจะไม่ซื้อวัวจากฟาร์มที่ไม่ไว้ใจจะไปที่โชคชัยดีกว่า  จะให้ดีไม่แนะนำให้เลี้ยงลูกวัวเพราะกินเยอะใช้เวลานาน  ซื้อวัวสาวท้องเข้าฟาร์มดีกว่าคุ้มกว่า แต่ก็เก็บเหมือนกันตัวที่แม่มันให้นมเยอะๆ แต่อย่าเก็บมาก
ขอบคุณค่ะ แต่ราคาสูงมากเลยนะคะที่ฟาร์มโชคชัย
บันทึกการเข้า

เป้าหมายมีไว้พุ่งชน(ยืมเขามาใช้)
zolozoung
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 187


« ตอบ #53 เมื่อ: เมษายน 30, 2011, 11:05:23 AM »

ผมขอถามหน่อยครับ ถ้าวัวเพิ่งคลอดลูก เราควรแยกลูกออกจากแม่ตอนกี่วัน และ หลังจากแยกลูกวัวออกจากแม่แล้ว น้ำนมเราสามารถรีดเพื่อจำหน่ายได้เลย หรือเปล่าครับ
บันทึกการเข้า
ไอ้ด่างเกยชัย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1086



« ตอบ #54 เมื่อ: เมษายน 30, 2011, 11:09:07 AM »

ตอบจากประสบการณ์นะครับ
เมื่อตอนที่ครอบครัวผมเลี้ยงอยู่น่ะ เมื่อคลอดปุ๊บ จะแยกทันที เอามาอนุบาลเอาเองไม่ให้แม่มันเจอ เพราะวัวบางตัวมันจจะจำลูกมันครับ เวลารีดนมถ้าไม่เห็น ไม่ได้กลิ่นลูกมัน หล่อนก็จะกลั้นนมไว้ครับ แล้วก็ปัญหาเต้านมอักเสบก็จะตามมา

หลังจากคลอดแล้วประมาณ5-6วัน นมก็จะรีดจำหน่ายได้
บันทึกการเข้า
zolozoung
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 187


« ตอบ #55 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2011, 12:49:34 PM »

ขอบคุณ ด่างเกยชัย และ shama มากเลยนะครับ ผมมือใหม่จริง ๆ คงต้องนั่งอ่านแล้วหาข้อมูลอีกเยอะ ยังไงคงได้ถามอีกนะครับ และขอขอบคุณล่วงหน้าเลยครับ
บันทึกการเข้า
offza
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


« ตอบ #56 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2011, 04:22:20 PM »

ขอบคุณมากครับสำหรับความรู้ทั้งหมด  คือบ้านผมก็เลี้ยงเหมือนกันครับ  ผมเพิ่งจบใหม่  จะไปรับกิจการต่อจากพ่อ แต่ผมยังขาดประสบการณ์อยู่มาก  ก็เลยต้องหาความรู้ใหม่ๆเข้ามา  ผลเลยอยากถามต่อครับเรื่องวัคซีน
-วัคซีนป้องกันเต้านมอักเสบนี้ฉีดยังไงครับ  ทุกๆ6เดือนหรือเปล่า 
-เมื่อเจอเต้านมอักเสบสอดยาใส่ทันทีเลยหรือเปล่าครับ  แล้วหยุดส่งนมกี่วัน  บ้านผมเขาใช้บีสครีมนวดเมื่อเต้าแข็งครับ ถูกต้องหรือเปล่าครับ
-ถ้าผมต้องการซื้อวัคซีนป้องกันเต้านมอักเสบและยาถ่ายพยาธิที่ว่าผมต้องไปซื้อถึงฟาร์มโชคชัยหรือเปล่า  (ฟาร์มผมอยู่ จ.ขอนแก่นครับ) ขอบคุณทุกกระทู้ที่ตอบลับครับ
บันทึกการเข้า
Warrend
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #57 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2011, 10:01:42 PM »

ขอความเห็นกับคำกล่าวที่ว่า อาชีพโคนม เป็นอาชีพไร้ญาติ
ใครเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ขอเหตุผลด้วยครับ  เจ๋ง ฮืม ยิ้มเท่ห์ ฮืม รูดซิบปาก ฮืม
บันทึกการเข้า
ch-gug
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22


« ตอบ #58 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2011, 11:20:43 PM »

เอ๊ะยังไง ...รอฟังด้วยคนครับ
บันทึกการเข้า
Warrend
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #59 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2011, 12:05:11 AM »

     นับเป็นโชคดีของกระผมที่ได้มาพบกับแหล่งรวมความรู้แห่งนี้ ซึ่งกระผมเองเป็นเกษตรกรมือใหม่ไฟแรง แม้จะไม่ได้จบจากคณะเกษตรศาสตร์ แต่ก็มีโอกาสได้ทำงานในฟาร์มโคนมและโคเนื้อมาประมาณ 3 ปี แม้จะเป็นฟาร์มไม่ใหญ่เหมือนโชคชัย แต่ก็ยังถือว่าโชคดีที่เจ้าของฟาร์มมีความรักในอาชีพนี้จริงๆ และร่ำรวยเพราะอาชีพนี้ เขาเริ่มจากเลี้ยงวัวนมตัวแรกด้วยมือ จนบัดนี้มีทั้งฟาร์มโคนมและโคเนื้อ เป็นเจ้าของศูนย์รับซื้อน้ำนมดิบหลายแห่ง ทั้งยังมีโรงงานผลิตนมเป็นของตนเอง แม้จะไม่ยิ่งใหญ่เหมือนแบรนด์อื่นๆ แต่มันมีพลังศรัทธาในอาชีพโคนมที่แรงกล้า ทำให้กระผม ผู้ที่ไม่เคยได้รู้จักอาชีพนี้มาก่อนเลยในชีวิต เมื่อมีโอกาสก้าวเข้ามาเห็นธุรกิจนี้  โอ้พระเจ้า นี่แหละอาชีพที่พระเจ้าประทานให้แก่คนขยันอย่างแท้จริง  ผมจึงเรียกโคนมเสียใหม่ว่า “เครื่องปั๊มเงินชีวภาพ”
เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ฟาร์มที่กระผมทำงานอยู่นี้มีโครีดนมประมาณ 130 แม่รีด โคดรายและสาวท้อง ประมาณ 60 ตัว ลูกโค โครุ่น โคสาว ประมาณ 100 ตัว ระบบการเลี้ยงแบบบูรณาการ มีนวัตกรรมมากมายที่เกิดจากภูมิปัญญา แต่ก็ต้องพึ่งเทคโนโลยีในบางส่วน ได้นมไม่มากมาย วันละประมาณ 2800-3000 กิโลกรัม เลี้ยงมาประมาณ 15 ปี มีการพัฒนาสายพันธุ์มากว่า 10 รุ่น มีการจัดทำคู่มือฟาร์ม  มีนักศึกษาฝึกงานแบบทวิภาคีมาฝึกต่อเนื่องทั้งปี(รุ่นละปี) ไม่ใช้แรงงานต่างด้าว แต่เน้นแรงงานที่มีวุฒิการศึกษา แต่ทว่า สมัยนี้คนมีการศึกษากลับไม่มีเลยที่ขยันอดทน และหาญสู้กับอาชีพนี้สักเท่าไหร่  ยกเว้นตัวกระผม ก็เพราะเห็นชาวบ้านแถวๆนี้ เลี้ยงวัวกันเยอะ รายได้ก็ใช่เล่น บางคนได้เดือนละแสนกว่า สองแสนกว่า (หักค่าอาหารข้นกับยา ที่เบิกจากบริษัท) ทำเอาคนมีวุฒิปริญญาตรีอย่างกระผมอึ้ง แล้วขบคิด ว่าชีวิตนี้ถ้าไม่จบแพทย์มา หรือพ่อไม่มีธุรกิจใหญ่ๆ ให้ จะไปทำงานบริษัทอะไร แล้วอีกกี่ปี ถึงจะมีรายได้หลักแสนเหมือนชาวบ้านแถวนี้ แถมยังเป็นมรดกทางธุรกิจให้ลูกหลานได้อีก  สิ่งนี้เลยจุดประกายให้กระผมหันมาสนใจอาชีพนี้อย่างแท้จริง  แต่ลึกๆ ก็ยังติดอยู่กับคำกล่าวที่ว่า อาชีพโคนมเป็นอาชีพที่ไร้ญาติ กับ อาชีพโคนม ไม่มีสูตรสำเร็จ  อันแรกเห็นชัดๆ เลย ว่าเห็นบางคนเลี้ยงวัวนมจนรวยซื้อรถราคาเป็นล้านมาจอดทิ้งไว้ประดับโรงรถ แทบไม่ได้ขับไปไหน ออกจากบ้านก็ขับรถกระบะเก่าๆ บรรทุกต้นข้าวโพด หรือไม่ก็ไปส่งนม ใส่เสื้อผ้าเก่าๆ  แต่งตัวซอมซ่อ ดูไม่ออกว่าเป็นคนมีเงิน รายได้เดือนละเป็นแสน อีกประการคือสูตรสำเร็จ  บ้านเราน่ะคงยังไม่มี แต่เมืองนอกเค้ามีกันแล้ว ที่ผมเห็นมาจากเมืองนอกนั้นมันสุดแสนจะไฮเทคเหลือประดา รีดนมแบบไม่ต้องใช้คน บางฟาร์มครอบครัวเดียวเลี้ยงวัวถึง 300 แม่รีด พระเจ้าช่วย(รึป่าวเนี่ย)
วันนี้ก็เลยอยากถามผู้รู้ ว่าใครมีสูตรสำเร็จสำหรับตัวเองหรือยัง ในสิ่งต่อไปนี้
1.โรงเรือนที่ดีที่สุดที่เหมาะสมกับเมืองไทย(สะดวก สะอาด มีมาตรฐาน ต้นทุนต่ำ)
2.ระบบรีดนมที่น่าใช้ที่สุดสำหรับเกษตรกรไทย
3.การจัดการด้านอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับวัวสายเลือดไทย
4.สายพันธุ์วัวที่เหมาะสมกับสภาพภูมิศาสตร์เมืองไทย
5.นวัตกรรม(ถ้ามีแล้วพอแบ่งกันได้)
6.สิ่งอื่นๆ ที่ท่านคิดว่าเป็นสูตรสำเร็จ  คือทำแล้วจะสำเร็จจริง เช่น เรื่องการใช้ยาต่างๆ การทำฮอร์โมน วัคซีน การทำ ET. การเลี้ยงลูกวัว  การทำแปลงหญ้า  เป็นต้น
   ที่ตั้งคำถามเหล่านี้ขึ้นมา ก็เพราะว่าผมอยากรู้ว่าถ้าผมจะสร้างฟาร์มโคนมขึ้นมา จะต้องวางแผนไว้อย่างไร บางอย่างคิดเอง ทำเองอาจไม่ได้ผลดีเท่ากับคำแนะนำของคนที่อาจเคยทดลองแล้วไม่ได้ผล และคำตอบของท่านจะเป็นผลดีต่อพี่น้องเกษตรกรไทยในอนาคต ผมเป็นเกษตรกรมือใหม่  แต่มีหลักการ ชอบลองผิดลองถูก ชอบสร้างนวัตกรรม ไม่เคยหยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ค้นหาข้อมูลทุกที่ ทุกเวลาที่มี ทั้งจากอินเตอร์เน็ต  ห้องสมุดออนไลน์ ห้องสมุดมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่หาข้อมูลจากอาจารย์ที่สอนด้านโคนมในมหาวิทยาลัย นักศึกษาสัตวแพทย์  นักศึกษาฝึกงาน สัตวบาล ตัวแทนจำหน่ายอาหารเสริมโคนม หรือตัวแทนจำหน่ายระบบรีดนมชั้นนำ ซึ่งตอนนี้ข้อมูลงานวิจัยเพียบ แต่ยังไม่มีเวลาสรุป  เพราะงานวิจัยหลายชิ้น ผลออกมาไม่เวิร์คก็มี ที่อยากได้จริงๆ คือจากประสบการณ์ของผู้เลี้ยงโดยตรงครับ 
   สิ่งที่เป็นสาระประโยชน์ ผมพร้อมแบ่งปันให้พี่น้องร่วมอาชีพเช่นกัน อยากให้คนไทยที่มีอาชีพนี้ พัฒนาตนเองให้มีศักยภาพขึ้น เพราะในอนาคต ทุกอย่างจะถูกคำว่าคุณภาพ เป็นตัวตัดสิน ของห่วยๆ ด้อยคุณภาพ จะต้องถูกกำจัดด้วยกฏข้อบังคับที่จะตามมา ใครไม่พัฒนาตัวเองระวังจะเสียใจภายหลังนะครับ อย่ายึดติดกับอะไรเก่าๆ  ความเชื่อเก่าๆ มันอาจเคยเป็นจริงในอดีต แต่ในอนาคต อาจไม่ใช่อีกต่อไป ไม่ได้ให้นำสมัย หรือตามกระแส แต่ควรรู้ทันโลกเสียบ้าง เขาไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว  ขนาดเชื้อโรคยังมีวิวัฒนาการ  แล้ว คนหัวโบราน จะเปลี่ยนทรงผมใหม่ไม่ได้เชียวหรือ


Liked By: Sanya_Sr
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 07, 2011, 12:14:19 AM โดย Warrend » บันทึกการเข้า
ch-gug
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22


« ตอบ #60 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2011, 11:10:20 AM »

    ..........   สิ่งที่เป็นสาระประโยชน์ ผมพร้อมแบ่งปันให้พี่น้องร่วมอาชีพเช่นกัน อยากให้คนไทยที่มีอาชีพนี้ พัฒนาตนเองให้มีศักยภาพขึ้น เพราะในอนาคต ทุกอย่างจะถูกคำว่าคุณภาพ เป็นตัวตัดสิน ของห่วยๆ ด้อยคุณภาพ จะต้องถูกกำจัดด้วยกฏข้อบังคับที่จะตามมา ใครไม่พัฒนาตัวเองระวังจะเสียใจภายหลังนะครับ อย่ายึดติดกับอะไรเก่าๆ  ความเชื่อเก่าๆ มันอาจเคยเป็นจริงในอดีต แต่ในอนาคต อาจไม่ใช่อีกต่อไป ไม่ได้ให้นำสมัย หรือตามกระแส แต่ควรรู้ทันโลกเสียบ้าง เขาไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว  ขนาดเชื้อโรคยังมีวิวัฒนาการ  แล้ว คนหัวโบราน จะเปลี่ยนทรงผมใหม่ไม่ได้เชียวหรือ


ชอบครับชอบ  ผมเองก็กำลังเริ่มเลี้ยง ลาออกจากวิศวกรโรงเหล็ก มาทำ เพราะกลิ่นดินกลิ่นหญ้ามันอยู่ในสายเลือด

แต่คนโคนมส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเวลาใช้เน็ตครับพี่ ใจจริงอยากให้มีเวบไซด์ที่เอาไว้แบ่งปันโดยเฉพาะ เหมือนอาชีพอื่นๆเค้า ผมก็จดๆจ้องๆจะทำอยู่แต่ยังไม่รู้จะแบ่งปันอะไร ผมเองก็ใหม่ หาแนวร่วมอยู่ครับ


Liked By: Sanya_Sr
บันทึกการเข้า
rich11
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 363



« ตอบ #61 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2011, 01:35:48 PM »

ในทัศนะของผมนะครับ  ทุกอาชีพมีความเสี่ยงเสมอครับ  ความเสี่ยงในที่นี้คือไม่มีความรู้ที่เพียงพอ ไม่มีประสบการณ์มากพอและอื่นๆ  หากท่านใดสนใจเลี้ยงวัวนมเริ่มต้น เพื่อลดความเสี่ยงลงควรจะต้องมีพี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์เช่น ท่านที่เลี้ยงวัวนมโดยตรงเพื่อคอยให้คำปรึกษาต่างๆ และลงมือทำจริงๆในฟาร์มจริงๆ เพื่อย่นระยะเวลาในการลองผิดลองถูกชึ่งมีค่าใช้จ่ายมาก และเป็นการสร้างสมาชิกเครือข่ายไปด้วยในที่ต่างๆ  ผมก็สนใจเช่นกัน  แต่การหาพี่เลี้ยงยากกว่าการหาวัวนมเลี้ยง  หากท่านเจ้าของฟาร์มท่านใดประสงค์จะเปิดฟาร์มเพื่อที่จะสอนเป็นวิทยาทาน  ก็จะเป็นการเริ่มต้นที่น่าจะเป็นประโยชน์กับมวลสมาชิกนะครับ  (มีพี่เลี้ยงเหมือนมีหมอประจำตัวในยามป่วย)   ท่านใดมีความเห็นอย่างไรช่วยแชร์กันครับ
บันทึกการเข้า

"  ไม่ทำตามที่สอน     อย่ามาอ้อนเรียก อาจารย์  "
PE@MoRTeR
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 107


« ตอบ #62 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2011, 11:56:29 AM »

แม่ผมดูแลมันยิ่งกว่าลูก  แต่ก็ยังมีปัญหา
1. โรค  ไม่รู้ว่าเกิดโรคอะไรขึ้น ทำให้สมาชิกผู้เลี้ยงโคนมเมื่อปีที่แล้ว เลิกเลี้ยงโคนมถึง ร้อยละ 75(พื้นที่ที่ผมอยู่)
2. ต้นทุนในทุกด้าน   สูงขึ้น 

ประสบการณ์แม่ผม 14 ปี  ณ ตอนนี้ เสียงที่ได้ยิน  เลิก ไม่ไหว  เศร้า เศร้า เศร้า เศร้า เศร้า เศร้า
บันทึกการเข้า
ch-gug
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22


« ตอบ #63 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2011, 12:30:40 PM »

แม่ผมดูแลมันยิ่งกว่าลูก  แต่ก็ยังมีปัญหา
1. โรค  ไม่รู้ว่าเกิดโรคอะไรขึ้น ทำให้สมาชิกผู้เลี้ยงโคนมเมื่อปีที่แล้ว เลิกเลี้ยงโคนมถึง ร้อยละ 75(พื้นที่ที่ผมอยู่)
2. ต้นทุนในทุกด้าน   สูงขึ้น 

ประสบการณ์แม่ผม 14 ปี  ณ ตอนนี้ เสียงที่ได้ยิน  เลิก ไม่ไหว  เศร้า เศร้า เศร้า เศร้า เศร้า เศร้า

ได้ผลผลิตกี่กิโลกรัมต่อตัวต่อวัน(305 วัน)ครับ  แล้วสัดส่วนโครีดนมเป็นกี่เปอร์เซ็นของฝูง
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10 11   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: