หน้า: 1 2 3 4 5 [6] 7 8 9 10 11   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ  (อ่าน 64579 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
วันคับผม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 202


« ตอบ #80 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2011, 08:59:52 PM »

 เริ่มเลี้ยงวัวนม อย่างน้อยต้องมีวัวรีด 10 ตัว เพื่อมีวัวรีดหมุนเวียนภายในฟาร์ม ส่วนอื่น ๆ ไม่มีสูตรตายตัวอย่างที่ท่าน Warrend กล่าวไว้

โรงเรือนเราสร้างแบบประหยัดพื้นที่ที่สุด อย่างข้างบน( อิอิ..)
แหล่งอาหารหยาบ หากไม่มีพื้นที่ปลูกหญ้าใช้ฟางหรือเปลือกข้าวโพดได้ครับ
อาหารข้น ใช้ กากมัน กากเบียร์ กากเต้าหู้ กากอื่นๆซึ่งเป็นของสดราคาถูก มาทดแทนอาหารสำเร็จรูปตามท้องตลาดให้ได้มากที่สุดเพราะพวกนี้ราคาแพงแต่ส่วนผสมก็มาจากกากทั้งสิ้น
อุปกรณ์อื่นๆ เช่น เครื่องรีด ปั๊มลม ถังนม รถขนหญ้า ลองสำรวจราคาดูก่อนครับหากมีของมือสองที่ยังใช้ได้จะลดค่าใช้จ่ายไปอีก

ค่าพันธุ์สัตว์ วัวสาวท้อง 10 ตัว 350,000-400,000 บาท
หากเรามีเวลาหรือทุนน้อย อีกทางเลือก ซื้อวัวสาวมาผสมเอง ราคาตัวละ 10,000-15,000 บาทต่อตัว วัวสาวดูแลไม่ยาก เรายังพอมีเวลาหารายได้จากแหล่งอื่นระหว่างที่รอวัวของเราคลอด ใช้หลักเกษตรพอเพียงเข้ามาช่วยแล้วเราจะอยู่ได้ครับ

เป็นกำลังใจสำหรับคนที่สนใจและใจรัก เลี้ยงวัวนมไม่ยากถ้าเราตั้งใจจริงๆ ทุกปัญหามีทางออกครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


Liked By: tid_anihus
บันทึกการเข้า

วันคับผม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 202


« ตอบ #81 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2011, 09:02:47 PM »

วัวที่บ้านดูดนมตัวเอง   เอาเหล็กอ๊อกใส่ตรงช่วงคอแล้วเพื่อไม่ให้เค้าหันมาดูดนมได้    สงสารเค้าเหมือนกัน
 มีวิธีหรือใส่อุปกรณ์แบบอื่นๆๆไหม๊คราบบบ

แก้ไข

ถามที่ร้านขายอุปกรณ์รีดนมนะครับ มันจะเรียกว่าที่ล็อคจมูกกันดูดนม สีเหลืองๆ ถ้ามีเวลาจะถ่ายรูปมาให้ดูครับ  ยิงฟันยิ้ม

ขอบคุณคับผม  ใช่อันที่เป็นห่วง หนาม  ใช่ป่าวคับ  ผมเคยเห็นเหมือนกัน 

ใช่ครับ เป็นพลาสติกแข็งมาก เป็นหนามครึ่งวงเหมือนผาน้ำอัดลม หนามไม่คมมากแต่ป้องกันได้ดีครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
veelopburi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 41


« ตอบ #82 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2011, 09:13:10 PM »

สวัสดีคับคุณวัน     ผมเก่งคับ  ยินดีที่ได้รู้จัก   คุณวันอยู่แถวไหนคับ  อำเภอสูงเนินใช่ไหม

ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์    หวังว่าคงมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการเลี้ยงโคนมคับ 

บันทึกการเข้า
veelopburi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 41


« ตอบ #83 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2011, 09:30:13 PM »

สอบถามคับผม

วัวนมที่บ้านเป็นเนื้องอก(สีแดง)ที่ลูกตาของวัวขนาดประมาณนิ้วก้อย   บริเวณหัวตา 
หมอ อสค.บอกว่าต้องตัดเนื้องอกออก แต่ตอนนี้ต้องรอยาสลบ  ตอนนี้ยังไม่มียาสลบหาไม่ได้  หมอบอกว่าบางทีรักษาก็ไม่หาย       ให้ขาย  ที่บ้านหมอยังขายเลย    ตอนนี้ ดรายนม  อายุครรภ์ได้เจ็ดเดือนแล้ว  จะขายก็เสียดาย  แถมคงไม่ได้ราคา 
และก็สงสารวัวด้วย   มีทางรักษาอย่างอื่นไหมคับ
ผมจึงอยากถามว่ายาสลบ หายาก?  ราคาแพง?  ซื้อได้ที่ไหน  รอเป็นเดือนแล้วยังไม่ได้ยาเลยคับ

บันทึกการเข้า
วันคับผม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 202


« ตอบ #84 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2011, 09:32:15 PM »

ยินดีที่ได้รู้จักคุณเก่ง เช่นกันครับ บ้านและฟาร์มผมอยู่สูงเนินครับ แต่ตอนนี้ผมทำงานที่นอร์เวย์เป็นฟาร์มโคนมครับ ที่ผมทำมีทั้งระบบเก่าและใหม่ มีอะไรหลายอย่างที่แตกต่างจากบ้านเรา จะพยายามหาสิ่งที่น่าจะประยุกต์ใช้ได้มาลองพิจรณาดูครับ ผมไม่ได้รู้ทุกอย่างแต่ทำได้หลายอย่าง และหลายอย่างผมก็ได้จากเว็ปนี้ครับ เป็นเวปที่ดีมาก ก็เลยอยากเอาความรู้ที่พอมี มาแบ่งเพื่อนๆ คนอื่นบ้าง แลกเปลี่ยนกันครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
วันคับผม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 202


« ตอบ #85 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2011, 09:46:53 PM »

ของผมเคยเป็นตัวนึง แต่ยังไม่โตเท่านิ้วก้อย มันแทงออกมาตรงริมตาด้านใน ทำใจหน่อยนะครับ ใช้เล็บหยิกแรงๆให้ขาดแล้วเด็ดออก มันไม่เหนียวอย่างที่คิดหรอกครับ ซีดเยื่อบุตาอย่างนี้รักษาไม่หายครับมันจะงอกออกมาอีกแต่อีกนาน เสร็จแล้วใช้ ออกซี่เตตร้าไซคลิน ล้างตาเลยครับ ครั้งเดียวหาย  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
วันคับผม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 202


« ตอบ #86 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2011, 09:51:51 PM »

ในยาสีม่วงที่เราฉีดสเปรย์ก็จะมีตัวยา อ๊อกซี่เตตร้าไซคลิน ด้วยนะครับ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
veelopburi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 41


« ตอบ #87 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2011, 10:10:16 PM »

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำคับ ยิ้มเท่ห์
อยากดูบรรยากาศฟาร์มที่ต่างประเทศหวังว่าจะนำมาเพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงฟาร์มด้านอื่นๆ ด้วยจะเป็นประโยชน์อย่างสูงคับ
บันทึกการเข้า
วันคับผม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 202


« ตอบ #88 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2011, 08:26:31 PM »

กันวัวดูดนม อย่างที่ว่าน่ะครับ

บันทึกการเข้า
วันคับผม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 202


« ตอบ #89 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2011, 08:36:34 PM »

สร้างบ้านให้ลูกวัวตัวใหม่กันครับ





ไม่ทราบว่าท่านใดเคยทำบ้านให้ลูกวัวตัวใหม่อย่างนี้บ้าง ให้อยู่จนกว่าจะหย่านมครับ
ลูกวัวจะมีสุขภาพดี โดยเฉพาะปัญหาท้องร่วง  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 16, 2011, 08:38:47 PM โดย วันคับผม » บันทึกการเข้า
วันคับผม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 202


« ตอบ #90 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2011, 08:44:18 PM »



 หลังหย่านม ก็เอามาไว้รวมกัน ภายในคอกทำพื้นต่างระดับด้วยครับ ไว้ปูยางรองพื้นแล้วทำความสะอาด
บริเวณที่นอนทุกวัน ลูกวัวก็จะดูสะอาดน่ารักขึ้นคร้าบ ที่สำคัญเขาจะชอบที่นอนนี้มากกก... ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
veelopburi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 41


« ตอบ #91 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2011, 09:11:50 PM »

 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ;)ขอบคุณสำหรับรูปภาพนะคับบบบ 
บันทึกการเข้า
piyasak
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 47


« ตอบ #92 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2011, 06:00:11 PM »

อาหารวัวนม 18 % ถุงละเท่าไรครับ ถุงละกี่กิโล วัวกินเยอะหรือเปล่าครับต่อตัวต่อวัน
บันทึกการเข้า
วันคับผม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 202


« ตอบ #93 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2011, 09:00:05 PM »

อาหารวัวนม 18 % ถุงละเท่าไรครับ ถุงละกี่กิโล วัวกินเยอะหรือเปล่าครับต่อตัวต่อวัน

จากประสปการณ์นะครับ จะดูคะแนนร่างกายของวัวก่อนว่าอ้วนหรือผอม เริ่มจากก่อนวัวคลอดเราต้องพัฒนาร่างกายของโคให้ได้ตามเกณฑ์ โดยปรกติจะให้ 0.5 กกต่อครั้ง. ให้สี่ครั้งต่อวัน แบ่งเป็นเช้า เที่ยง เย็น ดึก เป็นการให้น้อยๆแต่บ่อยครั้ง ทำให้วัวใช้ประโยชน์จากอาหารได้ดีที่สุด ตรงกันข้ามถ้าเราให้เยอะแต่น้อยครั้ง โปรตีนและพลังงานที่มากเกินจะถูกขับถ่ายเป็นของเสียไป เราจะเสียผลประโยชน์และอาจเกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมา และอีกอย่างต้องมีอาหารหยาบให้วัวตลอดเวลา นั่นหมายถึงวัวเราได้เคี้ยวหญ้าอยู่ตลอดซึ่งผลที่ได้คือน้ำลายจะช่วยปรับสภาพกรด-ด่างในกระเพาะของโคได้ เหตุผลนี้ทำให้มีการพัฒนาการสร้างอาหารทีเอ็มอาขึ้น คือการให้โคได้กินอาหารข้นและอาหารหยาบพร้อมๆ กัน   จากนั้นเราจะกำหนดได้ว่าเราจะให้อาหารได้เท่าไหร่ ทั้งนี้ทั้งนั้น แหล่งอาหารหยาบที่ดีที่สุดคือหญ้าสดหรือหญ้าหมัก

หลังจากวัวคลอด จะไม่ให้อาหารเยอะเลยทีเดียว ค่อยๆ ปรับเพิ่มทีละน้อยจนครบ หนึ่งสัปดาห์ซึ่งเราจะรู้ว่าวัวเรามีความสามารถให้ผลผลิตเท่าไหร่ จากนั้นถ้าอาหารหยาบที่เราให้มีคุณภาพดี ยึดหลัก 3 ต่อ 1 ในต่างประเทศ เดนมาร์ค นอร์เวย์ มีญ้าหมักให้ตลอดเวลา อาหารข้นให้ 3 ต่อ 1 แต่ฟาร์มที่มีเครื่องให้อาหารอัตโนมัติจะแบ่งการให้อาหารออกเป็น 6 ครั้งต่อวัน แต่ฟาร์มที่ยังให้อาหารด้วยตัวเอง จะให้ 4 ครั้งต่อวัน

แต่ถ้าเป็นฟางหรือซังข้าวโพด ให้ 1 ต่อ 1


อาหารวัวนม 18 % ถุงละเท่าไหร่แล้วแต่ยี่ห้อด้วยครับราคาไม่แน่ใจว่าตอนนี้เท่าไหร่รอท่านอื่นมาตอบนะครับ  ยิงฟันยิ้ม ส่วนมากถุงละ  30 กิโล 

รอฟังสูตรการให้อาหารจากท่านอื่นเช่นกันครับ  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
mindhead
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 169


« ตอบ #94 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2011, 11:02:16 PM »

สวัสดีครับคุณวัน ตามมาเก็บข้อมูลครับ ยิงฟันยิ้ม ตอนนี้กำลังทำโรงรีดอยู่  ถ้ามาเห็นแบบโรงเรือนของคุณวันก่อนหน้านี้ก็ดีครับ เผื่อได้นำมาประยุกต์ใช้ แต่ทุนน้อยคงยังทำระบบไพท์ไลน์ไม่ไหว อยากถามว่าการใช้ยางรองพื้นมีผลต่อสุขภาพและการให้นมของวัวเป็นอย่างไรบ้างครับ (พอดีเห็นว่าราคาค่อนข้างสูง) การทำความสะอาดง่ายหรือเปล่า แต่ดูแล้วถ้าเป็นระบบโรงเรือนของคุณวัน คงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการทำความสะอาด ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

วิทวัส (Mindhaed)
36/22 ซอยรามอินทรา 127 แยก 1 แขวงมีนบุรี เขตมีนบรี กทม 10510
วันคับผม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 202


« ตอบ #95 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2011, 02:53:03 AM »

คุณ mindhead โรงเรือนที่เห็นไม่ใช่ของผมหรอกครับ  ยิงฟันยิ้ม แต่เป็นฟาร์มที่ผมทำงานอยู่ครับที่นอร์เวย์ เป็นระบบที่อาจจะร้อยเปอร์เซนต์ของที่นี่เค้าใช้กัน ถ้านับย้อนกลับไปก่อนที่ระบบก้างปลาและโรบ็อตจะเข้ามาเมื่อในช่วงประมาณสิบปีที่ผ่านมานี้เอง ด้วยเหตุที่นอร์เวย์เป็นประเทศที่มีพื้นที่เพาะปลูกน้อยเพราะส่วนใหญ่แล้วจะเป็นภูเขาจึงเป็นข้อจำกัดในการขยายฟาร์ม ดังนั้นฟาร์มโดยทั่วไปจะมีวัวรีดนมอยู่ที่ 20-30 ตัว ระบบนี้จึงเหมาะสมที่สุด แต่ฟาร์มที่มีพื้นที่เยอะก็จะใช้ระบบอื่นที่เหมาะสมเช่น ก้างปลาหรือโรบ็อต

ที่ผมสนใจก็เพราะ
ก. รางอาหารตรงกลาง ทั้งอาหารข้นและหยาบที่เดียวกันได้ไม่จำเป็นต้องลงทุนทำรางอาหารเพิ่ม
ข. วัวไม่เปื้อนหรือแฉะไม่ว่าฝนจะตกแรงแค่ไหน เว้นแต่น้ำท่วม
ค. ไม่เปลืองพื้นที่

ระบบไพป์ไลน์ที่เราจะประยุกต์นี้ แค่เดินท่อลมอย่างเดียวครับ
ยางรองพื้นถ้าไม่มีวัวก็อยู่ได้ครับ เพราะบางครั้งบางฟาร์มก็มีหลุดไปบ้างแต่วัวก็ไม่แสดงอาการป่วยให้เห็น แต่ที่เห็นก็คืออาการที่ขณะจะลุกขึ้นหรือนอนลงลำบาก และอยู่นานๆ พื้นปูนจะกัดทำให้ขนร่วงเป็นหย่อมๆ บริเวณที่สัมผัสกับปูนแรงๆ เช่น เข่าหน้าและหลัง เหมือนเราใส่นองเท้านุ่มๆ ก็จะไม่เจ็บข้อเท้าและเท่าที่เห็นถ้ามียางรองพื้นวัวจะไม่เครียดแน่นอนครับ อารมณ์ก็มีผลต่อการให้นมเหมือนกันนะครับ  ยิงฟันยิ้ม บางฟาร์มยังต้องเปิดเพลงให้วัวฟังเวลารีดนมด้วย  ยิงฟันยิ้ม

ทำความสะอาดที่นี่แค่กวาดลงตะแกรงข้างหลัง แต่ก็เฉพาะบางตัวที่ถอยไม่ทัน(บนหลังจะมีไฟฟ้าอ่อนๆ ไว้บังคับให้ถอยครับ) เรื่องความสะอาด ต้องดีกว่าที่บ้านเราแน่นอนครับ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 5 [6] 7 8 9 10 11   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: