หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 [10] 11   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มาคุยกันเรื่องวัวนมนะครับ  (อ่าน 59738 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Plumeria
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 64


« ตอบ #144 เมื่อ: เมษายน 28, 2013, 05:06:23 AM »

ขอบคุณครับ...
เรื่องบ่อหมักเราเอาอิฐบล็อกก่อเป็นอ่างใช่ไหมครับ...ควรสร้างบ่หมักในร่ม หรือกลางแจ้งครับ  หมักแล้วเก็บไว้ได้นานแค่ไหนครับ
แล้วเรื่องกลิ่น ฉุนไหมครับถึงขั้นรบกวนจมูกเราไหม
บันทึกการเข้า

วันคับผม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 202


« ตอบ #145 เมื่อ: เมษายน 28, 2013, 06:16:07 AM »

บ่อหมักที่ผมเคยสัมผัสมามี 2 แบบครับ

แบบแรกที่เดนมาร์กใช้จะมีขอบบ่อสองด้านให้รถขนหญ้าวิ่งผ่านได้ บ่อไม่ได้หมายความว่าต้องลึกลงไปนะครับ เอาระดับพื้นดินที่เราเดินนี่ล่ะครับแต่พื้นบ่อให้ทำเอียงไว้นิดหน่อยเพื่อให้น้ำจากหญ้าไหลระบายออกมาได้ครับ ยิงฟันยิ้ม

แบบที่สองส่วนมากที่นอร์เวย์บ่อมีกำแพงสามด้าน ติดภาพไว้ก่อนครับวันอังคารผมทำงานแล้วจะเก็บมาฝาก

ที่ผมเคยทำมีทั้งแบบในร่มและกางแจ้งครับผมคิดว่าไม่น่าจะมีผลกระทบต่อคุณภาพหญ้าหมักเพราะกว่าจะกินหมดก็ทยอยเปิดไปเรื่อยๆ ใช้เวลาเกือบสี่เดือนจึงหมดบ่อครับ จะมีเสียบ้างเล็กน้อยบริเวณรอยต่อพลาสติกคลุมน่ะครับ

หญ้าหมักที่สมบูรณ์จะมีกลิ่นหอมครับเหมือนกลิ่นมะขามดองและสีน้ำตาลครับ  ยิงฟันยิ้ม


Liked By: NKC
บันทึกการเข้า
วันคับผม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 202


« ตอบ #146 เมื่อ: เมษายน 28, 2013, 06:25:09 AM »





จากภาพเป็นหญ้าหมักถุง จะใช้เครื่องอัดเป็นก้อนกลม(อัดเหมือนพันยาสูบน่ะครับ  ยิงฟันยิ้ม)แล้วห่อด้วยพลาสติก วิธีนี้จะสะดวกเวลาใช้ครับแต่ก้ต้องการเครื่องทุ่นแรงอยู่ดีเพราะแต่ละก้อนหนัก 400-500 กก.ครับ  ยิงฟันยิ้ม


Liked By: NKC
บันทึกการเข้า
j-family
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1442


« ตอบ #147 เมื่อ: เมษายน 28, 2013, 08:52:57 PM »

ม้วนโต ๆ ก้อนใหญ่ ๆ แบบนี้ที่ฟาร์มโชคชัยปากช่องเห็นมีขายอยู่ค่ะ น่าจะ ก้อนละ 800-850 บาท ไม่รู้ขึ้นรึยัง
บันทึกการเข้า
NKC
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 467


« ตอบ #148 เมื่อ: เมษายน 29, 2013, 04:46:44 PM »

ม้วนโต ๆ ก้อนใหญ่ ๆ แบบนี้ที่ฟาร์มโชคชัยปากช่องเห็นมีขายอยู่ค่ะ น่าจะ ก้อนละ 800-850 บาท ไม่รู้ขึ้นรึยัง
เคยซื้อไปให้วัวที่ฟาร์มมันไม่กินครับผมว่ามันเคยกินแต่ฟางนุ่มๆหญ้านี่แข็งย่ำทิ้งซะมากกว่าครับ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 29, 2013, 05:18:42 PM โดย NKC » บันทึกการเข้า
NKC
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 467


« ตอบ #149 เมื่อ: เมษายน 29, 2013, 05:18:15 PM »

ขอบคุณทุกๆความรู้ครับ ตั้งแต่จบ ปวส.ผมก็ทำงานโรงงานได้3 ปีกว่าๆ พร้อมกับพ่อแม่กู้หนี้ยืมสินขายวัวเนื้อขายทรัพย์สิน มาประกอบอาชีพเกษตรกรโคนมเต็มตัว ก็ได้3 ปีกว่าๆเช่นกัน เริ่มจาก0 จนทุกวันนี้ก็ถือว่าดีขึ้นกว่าเดิมครับ แต่ก็ไม่ทิ้ง การทำนา บางทีก็ปลูกมันสลสำปะหลังสลับกับแปลงหญ้าที่ปลูกให้วัว (อยากบอกว่ามันสำปะหลังงามมากๆเลยครับ)สงสัยได้อานิสงจากขี้วัว ที่ฟร์ามเรามี 7 ไร่ครับ...ทั้งไร่มีแค่ต้นมะม่วงต้นเดี่ยวที่เป็นร่มเงา ต้อนเลี้ยงแรกๆต้องบอกว่าสงสารวัวมันมากครับร้อนก็ร้อนๆยิ่งเวลาวัวมันคลอดลูกยิ่งน่ากลัว... ผมเคยเลี้ยงวัวเนื้อเคยทำคลอดวัวเนื้อแต่ไม่ยักรู้ว่าวัวนมมันคลอดลูกน่ากลัวและยากมาก...
...เริ่มเลี้ยงจาก 6 ตัว ซื้อเข้ามาบ้างออกลูกเองบ้าง ทุกวันนี้ก็มีประมาณ 27 ตัวครับ ผมไม่รู้ว่าตัวรีดมีกี่ตัวแต่กลับบ้านมาเมื่อต้นเดือน ได้นมวันละ 2ถัง รายได้หักค่าอาหาร ค่าหนี้ อสค. ก็เหลือใช้ 15,000 บาท ต่อweek แต่พ่อกลับแม่ใช้เรียบครับไม่เหลือเก็บเลย...เอามาบำรุ่งฟร์ามบ้าง ทำโน้นทำนี้ ซื้อนั้นซื้อนี้ หมดครับ ...บางที่ผมก็ งอลแก ว่าไม่รู้จักเก็บ ได้เยอะกว่าเงินเดือนผมอีก แต่แก่ก็บอกว่าไม่รู้มันไปไหนผมเลยงง(แกบอกว่ามันเป็นช่วงตั้งหลัก ช่วงโคกินเรา ดีแล้วที่ไม่ติดลบ ฟร์ามอื่นเค้าติดลบก็มี)  บอกให้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายแกทำแบบเดียวก็เลิก ...แต่กลับบ้านเห็นแก่มีความสุขดีก็ปลื้มใจครับ ถึงจะไม่มีเก็บเยอะก็ช่างเหอะ อยู่อย่า่งพอเพียง มีกินมีเก็บไปตามประสา
...ส่วนตัวผมเป็นคนชอบปลูกต้นไม้และเลี้ยงสัตว์ครับ คือกลับบ้านแต่ละครั้งซื้อปลูกหมดหลายพันครับ คือสงสารวัวครับอยากให้มีร่ม...แต่ติดปัญหาคือ ไม่มีใครรดน้ำให้ กลับมาบ้านอีกทีต้นไม้รอดแค่ 10% เอง บางที่ก็เข้าไปเล่นกะวัวนมในรั่วไฟฟ้า เกลือบตายเพราะโดนวัวขวิดครับ ปกติผมเลี้ยงวัวเนื้อผมขึ้นหกกบสูงขี้หลังมันได้เลยนะครับ
และอีกไม่เกิน 2-3 ปีคงต้องกลับไปบ้านเกิด ไปทำอาชีพที่ตนเองรัก เลยมีคำปรึกษาเล็กๆน้อยๆครับ
1. หญ้าที่เราปลูกเราตัดตากแห้งแล้วอัดก้อนได้ไหมครับ(ที่บ้านผมเค้าฮิตทำฟร์ามกันเยอะเลย นึกว่าจะเป็นหมู่บ้านวัวนมซะแล้ว เรื่องตุลเสบียงเลยสำคัญมาก)
2. จากที่พ่อแม่ผมทำฟร์ามกันมา 3ปี จำนวนน้ำนม จำนวนวัว  อยู่ในเรท ที่OK ไหมครับ
3. พี่ๆพอจะมี File Excel ที่ใช้คำนวน บัญชีฟร์ามไหมครับ เช่น สูตรที่ออกมาให้เรารู้เลยว่าเราขายดุลตรงไหน กราฟที่แสดงผลผลิตแต่ละไตรมาตร  (เอามาเป็นแนวทางครับ จะได้ประยุกต์กับประสบการณ์ในโรงงานด้วย)
4.ต้นไม้ที่ควรปลูกไม่ควรปลูกในฟร์ามโคนมมีไหมครับ? (คือผมชอบปลูกไปทั่ว...เผื่อบางพันธุ์มันอาจจะไม่ดีต่อโค)
5.เรื่องแมลงวันครับ เยอะมากๆพอจะมีวิที่กำจัดแบบถาวรไหมครับ? 
ขอบคุณครับเดี๋ยวมันจะเยอะเกินไป...555

อยู่แถวไหนครับมวกเหล็กหรือเปล่า ยิ้ม :)ไม่ได้เข้ามาแจมหลายวันติดภาระกิจกลุ่มนำวัวบราห์มันไปประกวดที่พัทยามาได้รางวัลชนะเลิศลูกวัวเพศผู้มาครับ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
ขอออกความเห็นเป็นข้อๆไปนะครับไม่รู้ว่าจะพอมีประโยชน์หรือเปล่า
1.หญ้าที่อัดก้อนแนะนำเป็นหญ้าแพงโกล่าจะดีที่สุดปลูกหนเดียวอยู่ได้ทั้งชาติแต่ถ้าอยู่ใกล้แหล่งน้ำจะอัดเก็บไว้ได้ประมาณปีละ2ครั้งคือก่อนหน้าฝนและช่วงหน้าหนาว1ไร่จะได้ประมาณ50ก้อน
2.ผมว่าก็ใช้ได้แต่เจ้าของฟาร์มจะทราบดีที่สุดว่าวัวตัวไหนให้นมดีหรือไม่ดีถ้าวัวมากก็คัดพวกแม่นมน้อยหรือขี้โรคออกไปก่อนเก็บตัวดีๆไว้
3.ไม่เคยทำเป็นหลักการขนาดนั้นไม่ขอออกความเห็น
4.ผมเห็นด้วยกับคุณวันที่ปลูกจามจุรีแต่ถ้าอยากได้เร็วๆให้ซื้อไม้ล้อมขุดต้นใหญ่ๆแพงหน่อยแต่รอดและไม่เสียเวลารอนานแถวแก่งคอยให้เพียบ
5.เรื่องแมลงวันส่วนมากจะเยอะในหน้าร้อนพวกแมลงหรือเหลือบส่วนมากจะมาจากขี้วัวในหรือข้างคอกช่วงหน้าร้อนต้องขยันเก็บขี้วัวให้มากทำให้คอกและบริเวณรอบข้างแห้งและสะอาดอยู่เสมอไม่ให้สัตว์พวกแมลงอาศัยเป็นที่อยู่และขยายพันธุ์ช่วงเย็นหลังจากรีดนมและปล่อยวัวเข้าคอกพักให้เผาหญ้าบริเวณรอบๆคอกเพื่อทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของแมลงศัตรูวัว
เรื่องหญ้าผมคิดว่าควรจะมี2ส่วนคือส่วนแปลงหญ้าแทะเล็มและส่วนหญ้าอวกาศไว้ตัดให้กิน ยิงฟันยิ้ม ;Dหญ้าอวกาศพวกตระกูลเนเปียร์เวลาตัดแนะนำว่าควรจะตัดด้วยเครื่องตัดหญ้าแบบสะพายก็ได้ตัดแล้วให้แต่งกอจนชิดดินแล้วใส่ขี้วัวบำรุงหรือจะผสมปุ๋ยยูเรียลงไปซัก1ช้อนต่อ1กอก็ได้ ยิงฟันยิ้ม ;Dโยนให้กินทั้งต้นไม่ต้องสับแต่ต้องตัดที่อายุประมาณ45วันหลังจากตัดครั้งก่อนถ้าตัดตอนอายุมากลำต้นจะแก่แข็งต้องสับเหนื่อยเพิ่มขึ้นไปอีกพันธุ์ที่แนะนำคือหญ้าจักรพรรดิ์เพราะเป็นหญ้าตระกูลเนเปียร์ที่ผลผลิตมากที่สุดและใบดกมากที่สุดวัวจะชอบกินใบมากกว่าลำต้น ยิงฟันยิ้ม ;Dหญ้าตระกูลเนเปียร์นี้ถ้าจะทำการหมักควรตัดหญ้าที่อายุ60-75วันหลังจากตัดหนก่อนตัดแล้วผึ่งแดดไว้สัก1วันเพื่อให้คายน้ำแล้วเข้าเครื่องสับก่อนนำไปหมักถ้าหญ้าอายุน้อยจะอวบน้ำที่ลำต้นมากนำไปหมักจะเน่าเสียได้ครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
วันคับผม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 202


« ตอบ #150 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2013, 06:02:24 PM »



เปิดหญ้าหมักอีกแล้วครับวันนี้



ใช้ถุงดินแบบนี้ครับในการปิดขอบพลาสติกกันอากาศ



เปิดออกมาก้ได้หน้าตาแบบนี้ครับ



เขี่ยส่วนที่เสียทิ้งไป เป็นบริเวณรอยต่อระหว่างพลาสติกกับขอบบ่อครับ ถือว่าเสียหายน้อยมากครับเมื่อเทียบกับปริมาณหญ้าหมักทั้งหมด


Liked By: NKC
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 01, 2013, 06:29:11 PM โดย วันคับผม » บันทึกการเข้า
piyasak
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 47


« ตอบ #151 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2013, 06:53:03 PM »

ณ ปัจจุบัน การเลี้ยงวัวนมเป็นอาชีพ ยังพอจะสู่ไหวหรือไม่ครับ
ถามหลายๆคนก็บอกว่า ช่วงนี้แย่ อาหารแพง แต่ราคานมไม่ขึ้นสักที
ถามแบบคนไม่รู้จริงๆนะครับ ขอคำแนะนำด้วยครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
j-family
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1442


« ตอบ #152 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2013, 11:18:02 PM »

ณ ปัจจุบัน การเลี้ยงวัวนมเป็นอาชีพ ยังพอจะสู่ไหวหรือไม่ครับ
ถามหลายๆคนก็บอกว่า ช่วงนี้แย่ อาหารแพง แต่ราคานมไม่ขึ้นสักที
ถามแบบคนไม่รู้จริงๆนะครับ ขอคำแนะนำด้วยครับ ขอบคุณครับ


ใช่ค่ะราคานมไม่ขึ้น ทุกท่านที่เลี้ยงวัวนมจะบ่นกันมา ขอแนะนำแบบหางอึ่งน่ะค่ะ คือต้องพยายามเพิ่มน้ำนมให้ได้เยอะคือบำรุงแม่วัวรีดเรืองอาหาร และพยายามหาสูตรอาหารที่สร้างไขมันในน้ำนม เพราะเวลาส่งนมเค้าตรวจเปอร์เซ็นตฺ์ของไขมันในน้ำนม ถ้าเปอร์เซ็นสูงก็จะอีกราคาค่ะ

บันทึกการเข้า
NKC
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 467


« ตอบ #153 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2013, 07:53:25 AM »

ผมว่าแต่ละพื้นที่ให้ราคาค่าน้ำนม/กิโลไม่เท่ากันไม่รู้ว่าเค้าเอาเกณฑ์อะไรมาวัด โกรธ >:(ผมว่าอาชีพเลี้ยงวัวนมอยู่ได้แบบยั่งยืนเลยแหละแต่เราต้องปรับตัวและมีระบบการจัดการฟาร์มที่ดีควบคู่ไปด้วยอยู่ได้แน่นอนอย่างที่พี่j-familyกล่าวมาว่าถ้าไขมันในน้ำนมมากเกรดนมสูงราคาก็จะดีต้องบำรุงพอสมควรส่วนตัวผมเองคิดว่าเรื่องสายพันธุ์ก็มีส่วนเพราะบ้านเราชอบเลี้ยงแต่ขาว-ดำแต่ขาว-ดำนั้นไขมันนมนั้นไม่ค่อยสูงถ้าจะมีพันธุ์ที่ไขมันน้ำนมสูงๆก็ต้องเป็นพันธุ์เจอร์ซี่ครับแต่ก็อย่างว่าเกษตรกรบ้านเราไม่ค่อยเปิดใจยอมรับสายพันธุ์อื่นเข้ามา ลังเล ลังเล ลังเล
บันทึกการเข้า
วันคับผม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 202


« ตอบ #154 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2013, 03:40:52 AM »

ขอแสดงความคิดเห็นด้วยอีกคนนะครับ  ยิงฟันยิ้ม  ปัญหาส่วนใหญ่ที่ทำให้เกษตรกรต้องเลิกเลี้ยงเลยนะครับ

1.การให้อาหารโคนม

การที่โคนมจะให้ผลผลิตกับเราได้เต็มความสามารถของเขานั้นจำเป็นต้องได้รับอาหารที่มีคุณภาพ จากประสปการณ์ที่ผ่านมาผมคิดว่า การเน้นอาหารหยาบที่มีคุณภาพมาก่อนอาหารข้นจะทำให้วัวมีสุขภาพที่ดีกว่าการเน้นอาหารข้นมาก่อนอาหารหยาบ หากวัวมีสุขภาพดี เราสามารถตัดรายจ่ายเรื่องค่ารักษาพยาบาลจากสัตวแพทย์ไปได้    ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

การให้ในปริมาณที่เหมาะสมมีผลต่อการแสดงศักยภาพการให้ผลผลิตของวัวแต่ละตัวครับ วัวบางตัวสามารถให้นมมากน้อยไม่เท่ากัน ให้มากไปวัวก็ใช้ไม่หมดก็ขับถ่ายเป็นของเสียทิ้งแถมปัญหาสุขภาพตามมา  ให้น้อยไปวัวหยุดการให้ผลผลิตหรือผลผลิตลดอย่างรวดเร็ว ซึ่งตัวเกษตรกรจำเป็นต้องเอาใจใส่เรื่องนี้เป็นอย่างมาก แต่บางฟาร์มผมเห็นขนฟู ผอม และเต้านมเล็กๆ สงสารวัวครับ  โกรธ

2. เต้านมอักเสบ เรื้อรังหรือติดต่อไปสู่แม่วัวตัวอื่นๆ ทำให้ไม่สามารถส่งผลผลิตจำหน่ายได้  โกรธ

3. การจัดการฝูง

รอบการผสมพันธุ์ มีผลต่อการให้ผลผลิตที่ต่อเนื่องและนอกจากผลผลิตที่สม่ำเสมอแล้ว ยังเป็นตัวกำหนดปริมาณไขมันในน้ำนม แม่วัวที่คลอดและเริ่มให้ผลผลิตในเดือนแรก ปริมาณโปรตีนและไขมันนมจะสูง แต่ยิ่งรีดนานไปก็จะลดลงครับ  ลังเล

หากเรามีแม่วัวพันธุ์ไม่ดี(ให้นมน้อย)ในฟาร์ม ไม่ควรเก็บไว้ครับ  ลังเล 

ผสมเลือดชิด เกิดผลเสียอย่างรุนแรงกับเกษตรกรเลยครับ เจ้าหน้าที่ผสมพันธุ์บางคนเขาไม่ได้ดูให้เรานะครับว่าแม่วัวตัวนั้นเกิดมาจากพ่อพันธุ์ตัวไหน ฉะนั้นเวลาผสมพันธุ์ทุกครั้งต้องตรวจสอบพ่อพันธุ์ที่เราจะนำมาผสมให้ดีครับ   ลังเล

เท่านี้ก่อนครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


Liked By: NKC
บันทึกการเข้า
Plumeria
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 64


« ตอบ #155 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2013, 03:48:25 AM »

ขอบคุณทุกๆความรู้ครับ ตั้งแต่จบ ปวส.ผมก็ทำงานโรงงานได้3 ปีกว่าๆ พร้อมกับพ่อแม่กู้หนี้ยืมสินขายวัวเนื้อขายทรัพย์สิน มาประกอบอาชีพเกษตรกรโคนมเต็มตัว ก็ได้3 ปีกว่าๆเช่นกัน เริ่มจาก0 จนทุกวันนี้ก็ถือว่าดีขึ้นกว่าเดิมครับ แต่ก็ไม่ทิ้ง การทำนา บางทีก็ปลูกมันสลสำปะหลังสลับกับแปลงหญ้าที่ปลูกให้วัว (อยากบอกว่ามันสำปะหลังงามมากๆเลยครับ)สงสัยได้อานิสงจากขี้วัว ที่ฟร์ามเรามี 7 ไร่ครับ...ทั้งไร่มีแค่ต้นมะม่วงต้นเดี่ยวที่เป็นร่มเงา ต้อนเลี้ยงแรกๆต้องบอกว่าสงสารวัวมันมากครับร้อนก็ร้อนๆยิ่งเวลาวัวมันคลอดลูกยิ่งน่ากลัว... ผมเคยเลี้ยงวัวเนื้อเคยทำคลอดวัวเนื้อแต่ไม่ยักรู้ว่าวัวนมมันคลอดลูกน่ากลัวและยากมาก...
...เริ่มเลี้ยงจาก 6 ตัว ซื้อเข้ามาบ้างออกลูกเองบ้าง ทุกวันนี้ก็มีประมาณ 27 ตัวครับ ผมไม่รู้ว่าตัวรีดมีกี่ตัวแต่กลับบ้านมาเมื่อต้นเดือน ได้นมวันละ 2ถัง รายได้หักค่าอาหาร ค่าหนี้ อสค. ก็เหลือใช้ 15,000 บาท ต่อweek แต่พ่อกลับแม่ใช้เรียบครับไม่เหลือเก็บเลย...เอามาบำรุ่งฟร์ามบ้าง ทำโน้นทำนี้ ซื้อนั้นซื้อนี้ หมดครับ ...บางที่ผมก็ งอลแก ว่าไม่รู้จักเก็บ ได้เยอะกว่าเงินเดือนผมอีก แต่แก่ก็บอกว่าไม่รู้มันไปไหนผมเลยงง(แกบอกว่ามันเป็นช่วงตั้งหลัก ช่วงโคกินเรา ดีแล้วที่ไม่ติดลบ ฟร์ามอื่นเค้าติดลบก็มี)  บอกให้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายแกทำแบบเดียวก็เลิก ...แต่กลับบ้านเห็นแก่มีความสุขดีก็ปลื้มใจครับ ถึงจะไม่มีเก็บเยอะก็ช่างเหอะ อยู่อย่า่งพอเพียง มีกินมีเก็บไปตามประสา
...ส่วนตัวผมเป็นคนชอบปลูกต้นไม้และเลี้ยงสัตว์ครับ คือกลับบ้านแต่ละครั้งซื้อปลูกหมดหลายพันครับ คือสงสารวัวครับอยากให้มีร่ม...แต่ติดปัญหาคือ ไม่มีใครรดน้ำให้ กลับมาบ้านอีกทีต้นไม้รอดแค่ 10% เอง บางที่ก็เข้าไปเล่นกะวัวนมในรั่วไฟฟ้า เกลือบตายเพราะโดนวัวขวิดครับ ปกติผมเลี้ยงวัวเนื้อผมขึ้นหกกบสูงขี้หลังมันได้เลยนะครับ
และอีกไม่เกิน 2-3 ปีคงต้องกลับไปบ้านเกิด ไปทำอาชีพที่ตนเองรัก เลยมีคำปรึกษาเล็กๆน้อยๆครับ
1. หญ้าที่เราปลูกเราตัดตากแห้งแล้วอัดก้อนได้ไหมครับ(ที่บ้านผมเค้าฮิตทำฟร์ามกันเยอะเลย นึกว่าจะเป็นหมู่บ้านวัวนมซะแล้ว เรื่องตุลเสบียงเลยสำคัญมาก)
2. จากที่พ่อแม่ผมทำฟร์ามกันมา 3ปี จำนวนน้ำนม จำนวนวัว  อยู่ในเรท ที่OK ไหมครับ
3. พี่ๆพอจะมี File Excel ที่ใช้คำนวน บัญชีฟร์ามไหมครับ เช่น สูตรที่ออกมาให้เรารู้เลยว่าเราขายดุลตรงไหน กราฟที่แสดงผลผลิตแต่ละไตรมาตร  (เอามาเป็นแนวทางครับ จะได้ประยุกต์กับประสบการณ์ในโรงงานด้วย)
4.ต้นไม้ที่ควรปลูกไม่ควรปลูกในฟร์ามโคนมมีไหมครับ? (คือผมชอบปลูกไปทั่ว...เผื่อบางพันธุ์มันอาจจะไม่ดีต่อโค)
5.เรื่องแมลงวันครับ เยอะมากๆพอจะมีวิที่กำจัดแบบถาวรไหมครับ? 
ขอบคุณครับเดี๋ยวมันจะเยอะเกินไป...555

อยู่แถวไหนครับมวกเหล็กหรือเปล่า ยิ้ม :)ไม่ได้เข้ามาแจมหลายวันติดภาระกิจกลุ่มนำวัวบราห์มันไปประกวดที่พัทยามาได้รางวัลชนะเลิศลูกวัวเพศผู้มาครับ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
ขอออกความเห็นเป็นข้อๆไปนะครับไม่รู้ว่าจะพอมีประโยชน์หรือเปล่า
1.หญ้าที่อัดก้อนแนะนำเป็นหญ้าแพงโกล่าจะดีที่สุดปลูกหนเดียวอยู่ได้ทั้งชาติแต่ถ้าอยู่ใกล้แหล่งน้ำจะอัดเก็บไว้ได้ประมาณปีละ2ครั้งคือก่อนหน้าฝนและช่วงหน้าหนาว1ไร่จะได้ประมาณ50ก้อน
2.ผมว่าก็ใช้ได้แต่เจ้าของฟาร์มจะทราบดีที่สุดว่าวัวตัวไหนให้นมดีหรือไม่ดีถ้าวัวมากก็คัดพวกแม่นมน้อยหรือขี้โรคออกไปก่อนเก็บตัวดีๆไว้
3.ไม่เคยทำเป็นหลักการขนาดนั้นไม่ขอออกความเห็น
4.ผมเห็นด้วยกับคุณวันที่ปลูกจามจุรีแต่ถ้าอยากได้เร็วๆให้ซื้อไม้ล้อมขุดต้นใหญ่ๆแพงหน่อยแต่รอดและไม่เสียเวลารอนานแถวแก่งคอยให้เพียบ
5.เรื่องแมลงวันส่วนมากจะเยอะในหน้าร้อนพวกแมลงหรือเหลือบส่วนมากจะมาจากขี้วัวในหรือข้างคอกช่วงหน้าร้อนต้องขยันเก็บขี้วัวให้มากทำให้คอกและบริเวณรอบข้างแห้งและสะอาดอยู่เสมอไม่ให้สัตว์พวกแมลงอาศัยเป็นที่อยู่และขยายพันธุ์ช่วงเย็นหลังจากรีดนมและปล่อยวัวเข้าคอกพักให้เผาหญ้าบริเวณรอบๆคอกเพื่อทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของแมลงศัตรูวัว
เรื่องหญ้าผมคิดว่าควรจะมี2ส่วนคือส่วนแปลงหญ้าแทะเล็มและส่วนหญ้าอวกาศไว้ตัดให้กิน ยิงฟันยิ้ม ;Dหญ้าอวกาศพวกตระกูลเนเปียร์เวลาตัดแนะนำว่าควรจะตัดด้วยเครื่องตัดหญ้าแบบสะพายก็ได้ตัดแล้วให้แต่งกอจนชิดดินแล้วใส่ขี้วัวบำรุงหรือจะผสมปุ๋ยยูเรียลงไปซัก1ช้อนต่อ1กอก็ได้ ยิงฟันยิ้ม ;Dโยนให้กินทั้งต้นไม่ต้องสับแต่ต้องตัดที่อายุประมาณ45วันหลังจากตัดครั้งก่อนถ้าตัดตอนอายุมากลำต้นจะแก่แข็งต้องสับเหนื่อยเพิ่มขึ้นไปอีกพันธุ์ที่แนะนำคือหญ้าจักรพรรดิ์เพราะเป็นหญ้าตระกูลเนเปียร์ที่ผลผลิตมากที่สุดและใบดกมากที่สุดวัวจะชอบกินใบมากกว่าลำต้น ยิงฟันยิ้ม ;Dหญ้าตระกูลเนเปียร์นี้ถ้าจะทำการหมักควรตัดหญ้าที่อายุ60-75วันหลังจากตัดหนก่อนตัดแล้วผึ่งแดดไว้สัก1วันเพื่อให้คายน้ำแล้วเข้าเครื่องสับก่อนนำไปหมักถ้าหญ้าอายุน้อยจะอวบน้ำที่ลำต้นมากนำไปหมักจะเน่าเสียได้ครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

ผมอยู่น้ำพองครับ...ขอบคุณข้อเสนอแนะ พี่NKC มากครับ


Liked By: NKC
บันทึกการเข้า
NKC
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 467


« ตอบ #156 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2013, 08:01:41 AM »

มีอยู่อีก1ปัญหาครับที่ผมไปตามฟาร์มวัวนมแล้วพบเจอบ่อยๆนั่นก็คือผสมไม่ค่อยติด ขยิบตา ::)ส่วนมากจะเป็นฟาร์มที่มีพื้นที่น้อยวัวจะไม่ค่อยได้เดินออกกำลังหลักๆผมว่ามาจากการสุขาภิบาลและการจัดการไม่ดีและการจับสัดไม่ค่อยแม่นยำเนื่องจากฟาร์มวัวนมบ้านเราเกือบทั้งหมดนั้นจะไม่เลี้ยงวัวตัวผู้เวลาวัวเป็นสัดอาจมีการคลาดเคลื่อนได้พอผสมไม่ติดก็เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายผมอยากจะแนะนำเป็นทางเลือกคือให้ซื้อวัวเนื้อพื้นเมืองหรือวัวไทยใหญ่ตัวผู้แล้วจ้างหมอทำการผ่าตัดเบนลึงค์หรือบางที่ก็ขายวัวเบนลึงค์มาแล้วก็มีเลี้ยงรวมไว้กับแม่วัวนมวัวเบนลึงค์มันจะทำหน้าที่ของมันโดยการดมและเอาจมูกดันอวัยวะเพศของตัวเมียจะกระตุ้นให้วัวตัวเมียเป็นสัดเร็วขึ้นแล้วเวลาวัวเบนลึงค์ขึ้นแม่วัวที่เป็นสัดเราจะเห็นได้ชัดกว่าวัวตัวเมียที่ขึ้นกันเองว่าแม่วัวนั้นนิ่งพร้อมที่จะผสมหรือยังเราเองก็ไม่ต้องมาเหนื่อยคอยสังเกตุการเป็นสัดด้วย ยิงฟันยิ้ม ;Dทีนี้ก็ถึงเวลาของหมอผสมเทียมถ้าเลี้ยงวัวนมควรจะไปอบรมผสมเทียมไว้เพราะหมอที่มีความรับผิดชอบนั้นหายากมากส่วนมากวัวนมที่ผสมไม่ติดอาจจะผสมเร็วเกินไปรังไข่ยังไม่สมบูรณ์แต่หมอที่มาผสมพอล้วงปุ๊บเค้าจะรู้ทันทีว่าวัวพร้อมหรือยังส่วนมากจะผสมให้เลยรับตังค์แล้วกลับถ้าไม่ติดเที่ยวหน้าก็มาใหม่รับตังค์อีกจะสนใจอะไรผมว่าตรงนี้แหละที่สำคัญเพื่อนของเฮียผมเองก็เจอมากับตัวเองผมก็แนะนำหมอผสมที่มีความรับผิดชอบไปให้แม้แต่ฟาร์มเพื่อนกัน2ฟาร์มที่เลี้ยงวัวเนื้อก็เจอทั้งที่บางคล้าและปากช่องวัวเป็นสัดไม่ชัดเจนแต่หมอผสมมีความรับผิดชอบบอกวัวเป็นสัดไม่ชัดเจนขอแค่ค่าน้ำมันรถซื้อใจกันดีกว่าไว้ผสมรอบต่อไปพวกผมก็เลยฉีดAD3Eบำรุงไปก่อน ยิ้มกว้างๆ :Dเรื่องหมอผสมเทียมผมว่าเราต้องหาคนที่มีความรับผิดชอบให้ได้แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องหาทางออกผสมเป็นเองก็ดีที่สุดยิ่งพวกปศุสัตว์อำเภอนี่ไม่ต้องพูดถึงเจอะดีก็ดีไปแต่ส่วนมากที่ผมเจอะจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่เหลือบที่มาในคราบหมอผสมเทียมก็เยอะมากต้องระวัง ยิ้ม :)มีฟาร์มญาติกันเป็นฟาร์มตัวอย่างหมอที่ดูแลเป็นปศุสัตว์ของอำเภอบอกว่าวัวที่เลี้ยงเลือดขาว-ดำมันสูงมากเป็นเลือดร้อยบางตัวก็เกือบร้อยมันจะหอบแล้วเลี้ยงยากรอบหน้าจะต้องผสมวัวเนื้อบราห์มันเข้าไปผมบอกกับตัวผมเองว่าคิดได้ไงเป็นคนของทางราชการเป็นความหวังของเกษตรกรแต่คิดได้แค่นี้คนที่เค้าเลี้ยงและปรับปรุงสายพันธุ์วัวนมมาเป็นเวลายาวนานควรจะหาสายพันธุ์วัวนมที่ทนโรคและทนร้อนให้เค้าอย่างบราวน์สวิสหรือกีร์ก็ได้วัวเหล่านี้เป็นน้ำเชื้อนำเข้าราคาก็ไม่แพงเลยน้ำเชื้อปกติหลอดละ85-150บาทน้ำเชื้อแยกเพศเมียก็มีหลอดละพันกว่าบาทแล้วแต่กำลังทรัพย์ของแต่ละคนที่สำคัญพ่อพันธุ์ของนอกมีค่าEPDที่เค้าทดสอบมาด้วยเราจะเห็นค่าน้ำหนักแรกเกิดและใบเพ็ดดีกรีที่แสดงว่าเป็นลูกเต้าเหล่าไหนได้ชัดเจนกว่าพ่อพันธุืของกรมปศุสัตว์ที่ไม่มีอะไรมาให้ดูเลยเวลาผสมบางทีก็เลือดชิดไม่รู้ว่าตัวไหนเป็นลูกใครบางทีลูกตัวใหญ่มากเวลาแม่วัวคลอดทีดึงไม่ออกต้องตัดคอลูกวัวเพื่อรักษาชีวิตแม่มันไว้ลองดูเอาครับถ้าพอมีทุนลองหาน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ของนอกราคาถูกมาไว้ในถังแล้วผสมเทียมเองได้จะช่วยเพิ่มการผสมติดให้ดีขึ้นและปรับปรุงสายพันธุืให้ดีขึ้นไปด้วยครับ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์


Liked By: avc4000
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 06, 2013, 08:07:02 AM โดย NKC » บันทึกการเข้า
katoy0452
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


« ตอบ #157 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2013, 11:30:51 AM »

 เอาซะเต็มที่เลยน่ะพี่มนตรี ว่างๆ พาผมไปดูวัวนมหน่อยสิครับพี่


Liked By: NKC
บันทึกการเข้า
NKC
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 467


« ตอบ #158 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2013, 01:13:09 PM »

เอาซะเต็มที่เลยน่ะพี่มนตรี ว่างๆ พาผมไปดูวัวนมหน่อยสิครับพี่
ว่างๆวันไหนก็โทรมาได้ครับจะพาไปเบิ่ง :)เข้ามาคุยกับเพื่อนๆพี่ๆคนคอเดียวกันถือว่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์ครับ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
avc4000
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1215



« ตอบ #159 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2013, 06:36:38 PM »

เอาซะเต็มที่เลยน่ะพี่มนตรี ว่างๆ พาผมไปดูวัวนมหน่อยสิครับพี่
ว่างๆวันไหนก็โทรมาได้ครับจะพาไปเบิ่ง :)เข้ามาคุยกับเพื่อนๆพี่ๆคนคอเดียวกันถือว่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์ครับ ยิงฟันยิ้ม

ไปด้วยคน ว่าแต่ว่าอยู่ที่ไหนครับพี่  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

การทำอะไรไม่สำเร็จ หาใช่อยู่ที่ความเสื่อมถอยของร่างกายหรือสติปัญญาไม่ มันอาจเป็นผลจากความถดถอยทางจิตวิญญาณและความฝัน
หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 [10] 11   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: