หน้า: 1 ... 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 [26] 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 ... 46   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปัญหาอุปสรรค โรคและแมลงของการปลูกอินทผาลัม  (อ่าน 87508 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 637


« ตอบ #400 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2012, 02:13:37 PM »

ปลูกพันธ์อะไรดี ผมว่าเราปลูกตามที่เราชอบก่อนอันดับหนึ่งเลย ส่วนเรื่องถ้าจะทำธุรกิจทำเพื่อการค้าในอนาคตผมแนะนำพันธ์ที่ทานผลสดได้ครับ คนไทยไม่ชอบทานหวานมาก ปลูกเพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งของผลไม้เมืองไทยครับ 
               โดยส่วนตัวผมไม่กลัวสินค้าล้นตลาดครับ เราจะแข่งขันกันที่คุณภาพสินค้าและต้นทุนสินค้าครับ ปี 56 ปีหน้านี้เชื่อว่าคงจะมีผู้ปลูกบาฮีหลายหมื่นต้นแต่ใครจะปลูกแล้วอร่อย กรอบหวานก็จะขายได้ราคาดีครับ
            ปีนี้ได้มีโอกาสชิมรสชาดของบาฮีหลากหลายครับ มีของอินเดีย จอร์แดน อิสลาเอล คูเวต ฯลฯ และบาฮีที่ปลูกในเมืองไทยจากภาคเหนือ อีสานและที่สวนของผมเอง และก็ที่ขาดไม่ได้ kl1(แม่โจ้ 36) ผมสรุปเลยครับว่าแม่โจ้36 อร่อยกรอบหวานที่สุดๆไม่มีปนฝาดครับ รองมาก็บาฮีอีสาน บาฮีภาคเหนือ อิสลาเอล จอร์แดน คูเวต อินเดีย  ใครที่ได้ลองชิมแล้วคงจะพอทราบ รสฝาดนี่ละครับจะทำให้ขายไม่ได้ ฝาดจนคันคอเลยบางคนชิมนิดเดียวไม่เอาแล้ว
                          โดยส่วนตัวผมว่าเมืองไทยเราขายอินทผาลัมสดแพงไปครับ ราคาในต่างประเทศบาฮีกิโลกรัมละ 100 กว่าบาทถ้าคัดเกรดพิเศษลูกใหญ่แพงหน่อย 200-300 กว่าๆ เมืองไทยเราขาย 500-600 บาท ด้วยเพราะราคาแพงนี่เองที่ทำให้คนส่วนใหญ่ยังไม่เคยซื้อกิน ถ้าเราปลูกกันมากๆโอกาสที่จะขายได้มีมากครับแต่ราคาต้องพอประมาณ สำหรับผมแล้ว 200-300 บาทเป็นราคาที่สมเหตุสมผลคนจะลองซื้อทานกันครับ
บันทึกการเข้า

kaa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 579


« ตอบ #401 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2012, 02:47:54 PM »

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66287.0
มีใครสนใจน้องอินเนื้อเยื่อไหมครับ ห้องแลปไทยรับจ้างทำครับ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 637


« ตอบ #402 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2012, 08:35:58 PM »

                                                การเพาะเนื้อเยื่ออินทผาลัมในเมืองไทยมีผู้ทดลองกันมานานแล้วครับ ส่วนใหญ่จะประสบความสำเร็จช่วงแรกๆคือการปั่นเนื้อเยื่อครับ ที่ล้มเหลวคือการเลี้ยงเนื้อเยื่อให้เจริญเติบโตเป็นต้นครับ สูตรอาหารที่ใช้เลี้ยงเนื้อเยื่อและต้นเล็กๆเรายังหาสูตรได้ยากครับฝรั่งเขาหวงมากๆ การเลี้ยงเนื้อเยื่อจนเป็นต้นที่นำออกขายใช้เวลาอย่างต่ำ 8เดือนถึงปีครึ่งครับ
            ถ้าเมืองไทยทำได้ผมว่าน่าจะเป็นประโยชน์มากๆกับเกษตรกร เราจะหาต้นกล้าราคาที่ไม่แพงมาปลูก แต่ใครจะทำขายบ้างครับ
1.ต้องลงทุนทำโรงเรือนเลี้ยงต้นกลัา
2.หาสูตรอาหารที่เหมาะสมกับอินทผาลัมให้ได้
3.ต้องหาอินทผาลัมพันธุ์ดีๆ คงจะต้นตัวเมีย ขนาดเหมาะสมมาผ่าเอาเนื้อเยื่อ
4.ราคาที่จะขายเท่าไรครับ ขายแพงความน่าเชื่อถือมีไหม ถ้าไม่มีเจ๊งครับ


Liked By: mobile, kaa, tid-ko, piangdin
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 637


« ตอบ #403 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2012, 08:45:34 PM »

บาฮีภาคอีสานจะออกดอกออกผลเร็วกว่าทางภาคเหนือครับ อากาศร้อนกว่าผลจะแก่เร็ว ทางภาคเหนือตอนนี้กำลังเริ่มแก่ เช่นเดียวกับ kl1 (แม่โจ้ 36)กว่าจะแก่หมดสวนคงจะต้นเดือนตุลาครับ ถ้าอากาศเย็นๆจะเป็นปัญหาครับ เรื่องรสชาดที่กรอบ อร่อยฝาดน้อยก็มาจากการเก็บเกี่ยวเมื่อผลแก่จัด ถ้าเราตัดผลเมื่อแก่ยังไม่เต็มที่ฝาดแน่ๆครับ


Liked By: kaa, tid-ko, phoraksat
บันทึกการเข้า
mobile
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1149



« ตอบ #404 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2012, 09:11:21 PM »

                                                  ถ้ามีเวลาดูแลผมปลูกลงดินเลยครับ ประหยัดค่ากระถางใหม่ ค่าดิน ค่าปุ๋ยและค่ารถไปซื้อของ อินทผาลัมมาจากทะเลทรายการจะให้เขาปรับตัวได้เร็วผมก็ใช้ทรายผสมในดินที่ปลูกด้วยครับ

ลงดินแล้วอาการเป็นไงบ้างครับ......


Liked By: kaa, tid-ko
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 637


« ตอบ #405 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2012, 09:24:27 PM »

                                             ปลูกวันแม่ เริ่มปรับตัวได้บางต้นแตกยอดใหม่แล้วครับ


Liked By: kaa, tid-ko, phoraksat
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 637


« ตอบ #406 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2012, 09:28:02 PM »

                                                  ถ้ามีเวลาดูแลผมปลูกลงดินเลยครับ ประหยัดค่ากระถางใหม่ ค่าดิน ค่าปุ๋ยและค่ารถไปซื้อของ อินทผาลัมมาจากทะเลทรายการจะให้เขาปรับตัวได้เร็วผมก็ใช้ทรายผสมในดินที่ปลูกด้วยครับ

ลงดินแล้วอาการเป็นไงบ้างครับ......
                 ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรครับ กลัวเรื่องเชื้อราอย่างเดียวฝนตกแบบนี้ต้องระบายน้ำให้ดี ถ้าน้ำขังแฉะมากกลัวจะไม่ยอมแตกยอด


Liked By: kaa
บันทึกการเข้า
mobile
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1149



« ตอบ #407 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2012, 09:33:22 PM »

มีแนวแก้ไข ไงดีครับ ถ้าน้ำขัง ของผม น่าจะลองลงดินปลุก ต้นฝนปีหน้าครับ........
บันทึกการเข้า
piangdin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 54


วนเกษตรในบริบทคนโทรคม


« ตอบ #408 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2012, 10:12:23 AM »

                                                  ถ้ามีเวลาดูแลผมปลูกลงดินเลยครับ ประหยัดค่ากระถางใหม่ ค่าดิน ค่าปุ๋ยและค่ารถไปซื้อของ อินทผาลัมมาจากทะเลทรายการจะให้เขาปรับตัวได้เร็วผมก็ใช้ทรายผสมในดินที่ปลูกด้วยครับ

ลงดินแล้วอาการเป็นไงบ้างครับ......
                 ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรครับ กลัวเรื่องเชื้อราอย่างเดียวฝนตกแบบนี้ต้องระบายน้ำให้ดี ถ้าน้ำขังแฉะมากกลัวจะไม่ยอมแตกยอด
ผมลงเเบบเดียวกัน ได้ปุ๊ปลงปั๊บ 10 ต้นเเถวเเม่ทะ ลำปาง เมื่อตอนวันเเม่ยังโอเคอยู่เช่นกันครับ


Liked By: kaa, tid-ko
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 637


« ตอบ #409 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2012, 12:12:55 PM »

ถ้าน้ำท่วมขังหรือแฉะมากแนะนำให้ยกร่องครับ หน้าสวนของผมเป็นดินเหนียวผมใช้ทรายแม่น้ำปรับถมครับทรายจะช่วยให้ดินร่วนขึ้นและช่วยซับน้ำทำให้ดินไม่แฉะมาก ปลูกหน้าฝนไม่ควรใช้ปุ๋ยคอกรองก้นหลุมผมใช้ปุ๋ยอินทรีย์ธาตุพืชรอง รองก้นหลุม ไม่ขุดหลุมลึกมากแต่ให้กว้างน้ำจะได้ไม่ขังก้นหลุม ที่ขาดไม่ได้โรยยากันเชื้อยาก้นหลุมด้วยครับ ผมเน้นการป้องกันโรคมากกว่าการแก้ไขโรคครับ


Liked By: kaa, tid-ko
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 637


« ตอบ #410 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2012, 12:19:15 PM »

                                                การเพาะเนื้อเยื่ออินทผาลัมในเมืองไทยมีผู้ทดลองกันมานานแล้วครับ ส่วนใหญ่จะประสบความสำเร็จช่วงแรกๆคือการปั่นเนื้อเยื่อครับ ที่ล้มเหลวคือการเลี้ยงเนื้อเยื่อให้เจริญเติบโตเป็นต้นครับ สูตรอาหารที่ใช้เลี้ยงเนื้อเยื่อและต้นเล็กๆเรายังหาสูตรได้ยากครับฝรั่งเขาหวงมากๆ การเลี้ยงเนื้อเยื่อจนเป็นต้นที่นำออกขายใช้เวลาอย่างต่ำ 8เดือนถึงปีครึ่งครับ
            ถ้าเมืองไทยทำได้ผมว่าน่าจะเป็นประโยชน์มากๆกับเกษตรกร เราจะหาต้นกล้าราคาที่ไม่แพงมาปลูก แต่ใครจะทำขายบ้างครับ
1.ต้องลงทุนทำโรงเรือนเลี้ยงต้นกลัา
2.หาสูตรอาหารที่เหมาะสมกับอินทผาลัมให้ได้
3.ต้องหาอินทผาลัมพันธุ์ดีๆ คงจะต้นตัวเมีย ขนาดเหมาะสมมาผ่าเอาเนื้อเยื่อ
4.ราคาที่จะขายเท่าไรครับ ขายแพงความน่าเชื่อถือมีไหม ถ้าไม่มีเจ๊งครับ
           แลปทางต่างประเทศยังเชื่อถือได้ไม่กี่แห่งเลยครับ ผมว่าถ้าเราจะปลูกโชว์หน้าบ้าน โชว์หน้าสวนหรือมีที่น้อยได้ทานแน่ๆ ต้นละพันกว่าบาทคุ้มค่าครับ ต้นเพาะเมล็ดบางสวนยังขายกัน 500-800 บาทต้องลุ้นตัวผู้ตัวเมียอีกครับ


Liked By: kaa, tid-ko
บันทึกการเข้า
chemin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 248


« ตอบ #411 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2012, 10:59:15 AM »

ดันๆ ช่วงนี้เงียบครับ เตรียมพื้นที่ปลูก เสร็จแล้วจะอัพให้ดูครับ


Liked By: kaa
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 637


« ตอบ #412 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2012, 07:08:12 PM »

                                              ผมเพาะเมล็ดแบบง่ายๆครับ
1.เลือกเมล็ดที่สมบูรณ์แช่น้ำไว้ 1 คืน
2.เพาะในกระถางต้นไม้อย่ากลบดินให้ลึกมากนัก รดน้ำพอชุ่ม
3.ประมาณ 1 เดือนจะเริ่มงอก
4.รอจนใบแหลม 1 ใบแยกลงถุงชำครับ


Liked By: kaa
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 637


« ตอบ #413 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2012, 08:56:43 PM »

                                                    เพาะเนื้อเยื่อต้นแรกของสวนครับ
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 637


« ตอบ #414 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2012, 08:59:43 PM »

                                                     เพาะเนื้อเยื่อต้นนี้อายุยังไม่ถึงสองปีแตกหน่อแล้วครับ


Liked By: kaa, tid-ko, amata
บันทึกการเข้า
mobile
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1149



« ตอบ #415 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2012, 09:01:14 PM »

                                                    เพาะเนื้อเยื่อต้นแรกของสวนครับ

ต้นนี้ท่านพี่ได้อย่างไรมาวานบอก
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 [26] 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 ... 46   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: