หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 53   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปัญหาอุปสรรค โรคและแมลงของการปลูกอินทผาลัม  (อ่าน 256221 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2012, 08:59:10 PM »

เปิดกระทู้ใหม่ของอินทผาลัม ให้ผู้ที่ชอบและรักการปลูกอินทผาลัมมาแลกเปลี่ยนความรู้กัน กระทู้นี้เน้นด้านความรู้ ประสบการณ์ อุปสรรค ข้อขัดข้องโรคและแมลงของการปลูกอินทผาลัม ใครจะคุยเรื่องส่วนตัวคุยทางเมล์นะครับ ส่วนปัญหาต่างๆของอินทผาลัมถ้าผมตอบได้จะตอบถ้าไม่แน่ใจตอบไม่ได้จะสอบถามผู้รู้ให้ครับ
บันทึกการเข้า

blatand
สวน.....จ.อุทัยธานี
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 416


ตามรอยเท้าพ่อ-->


« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2012, 09:01:15 PM »

เข้ามารอฟังข้อมูลครับ
บันทึกการเข้า

ตามรอยเท้าพ่อ เติมต่อสวนฝัน กินอาหารจากป่า เลี้ยงปลานาอินทรีย์ จิตมีธรรมะ เหลือแจกแลกขาย สมุนไพรพื้นบ้าน สืบสานเกษตรกรรม
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2012, 09:03:08 PM »

อินทผาลัมเป็นใบเลี้ยงเดี่ยวครับไม่มีรากแก้วแต่มีรากหลักและรากฝอยจำนวนมาก ไม่ว่าจะเพาะเมล็ด แยกหน่อ รึเพาะเนื้อเยื่อ ระบบรากจะเหมือนกันครับ ต้นแข็งแรงไม่ล้มง่ายๆ ใครจะปลูกข้างบ้านๆไม่ต้องกลัวโค่นล้มครับ ระบบรากดีกว่ามะพร้าวและต้นตาล มะพร้าวและต้นตาลปลูกข้างบ้านยังไม่โค่นทับบ้านเลยครับ
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2012, 09:04:37 PM »

การเพาะเนื้อเยื่อถ้าได้จากแลปที่ดี ต้นกล้าราคาแพงมากๆครับแต่ได้ต้นตัวเมียแน่ๆ ถ้าจะปลูกแบบใจรักและจำนวนไม่มากผมว่าคุ้มค่าครับลงทุนหมื่นสองหมื่นได้ตัวเมียสักต้นสองต้นแบบชัวร์ๆไม่ต้องรอลุ้น 3ปี แต่ถ้าจะทำแบบธุรกิจปลูกมากๆเป็นร้อยๆต้นผมว่าลงทุนมากและไม่แน่ใจว่าจะคุ้มไหม ขอยืนยันนะครับว่าอินทผาลัมกินสุกเมืองไทยคุณภาพสู้ต่างประเทศไม่ได้จริงๆครับ ตอนนี้แถวๆโคราชมีขายครับ 1กิโลกรัมประมาณ 300 บาท
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2012, 09:07:15 PM »

การตัดรากออกตามความคิดเห็นส่วนตัวไม่มีส่วนให้เปลี่ยนจากต้นตัวผู้เป็นต้นตัวเมียได้หรอกครับ ตัวผู้ตัวเมียเป็นตั้งแต่งอกเป็นต้นแล้ว ผมกำลังทดลองคัดเลือกต้นตัวผู้ตัวเมียครับ สังเกตุจากที่ได้ปลูกมา ต้นตัวผู้จะเจริญเติบโตได้ดีกว่าตัวเมีย ต้นตัวผู้จะออกดอกก่อนต้นตัวเมียประมาณ 1 ปี  ยังไม่ใช่ข้อมูลที่แน่นอนแต่จากการซุ่มปลูกจากต้นกล้าที่อวบใหญ่สูงดีกว่าเพื่อนๆจำนวน 10 ต้นปรากฏว่าเป็นต้นตัวผู้ 9 ต้นครับ ส่วนต้นกล้าขนาดปานกลางจำนวน 10 ต้นได้ต้วเมีย 6 ตัวผู้ 4 ต้นครับ กว่าจะรู้ว่าเป็นตัวผู้หรือตัวเมียรอลุ้น 3 ปีครับ
 


 
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2012, 09:08:54 PM »

ต้นกล้าได้จากเพื่อนที่ไปดูงานประเทศโอมานเมื่อ 5ปีที่แล้ว แบ่งเพื่อนซึ่งเป็นนักวิชาการการเกษตรมา 30ต้น ปรากฎว่าได้ตัวเมียเพียง 9 ต้นเท่านั้น ถ้าทำธุรกิจก็ยับเยินแต่เพราะใจรักและชอบในอินทผาลัม ผลไม้พระเจ้าประทานมาให้เรา เคยคุยกับเพื่อนๆว่าเราจะไม่คุยเรื่องกำไรขาดทุนกัน การปลูกอินทผาลัมปลูกได้ไม่ยากแต่การโค่นต้นตัวผู้ทิ้งลำบากครับ ขนาดอายุแค่ 5ปี ผมต้องใช้แมคโครขุดครับกว่าจะรอแห้งและเผาทิ้งใช้เวลาหลายเดือนครับ
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2012, 09:11:35 PM »

ผมปลูกทดลองทุกอย่างครับเพาะเมล็ด เนื้อเยื่อ แยกหน่อและของบ้านสวนโกหลัก 1ต้นกล้าเพาะเมล็ดรุ่นแรกจากโอมาน รุ่น2 เพาะเมล็ดเองเพื่อนนำเข้าจากตะวันออกกลาง รุ่น 3 เพาะเมล็ดจากอิสลาเอลและเนื้อเยื่อ รุ่น4ของบ้านสวนโกหลัก 22ต้นและหน่อจากโอมาน  รุ่น5ปีนี้เพาะเองจากอเมริกาและอัฟริกา ผมสนใจต้นเนื้อเยื่อครับแต่หาจากแหล่งดีๆยากและราคาแพงอีกทั้งต้องสั่งจำนวนมากๆ ผมว่าถ้าที่มาดีคุ้มค่าคุ้มเวลากว่าการมาลองผิดลองถูกครับ  แต่การเพาะกล้าเองและปลูกแบบลุ้นไปด้วยก็ได้ความสุขใจไปอีกแบบครับ
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2012, 09:13:17 PM »

โพสไม่กี่กระทู้ มีข้อความส่งมาหาผมเพียบเลยครับ ไม่รู้จะไปขัดผลประโยชน์ใครบ้าง ผมตอบและโพสจากประสบการณ์ อินทผาลัมยังไม่มีตำราทางวิชาการนะครับ มีการศึกษาเป็นเรื่องๆแต่ยังไม่มีการรวบรวมพิมพ์เป็นตำรา ส่วนใหญ่ใช้การศึกษาจากการปลูกจริง มีถูกบ้างผิดบ้างก็แก้ไขปรับปรุง ขอให้เปิดใจและยอมรับในความรู้ใหม่ๆ โบราณเขาว่าจิ้งจกทักยังเชื่อกันเลยแต่นี่คนทักไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรแต่ฉุกใจคิดซักนิดครับ
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2012, 09:17:45 PM »

เท่าที่สังเกตุมาในตอนนี้ อินทผลัมบ้านเราปลูกด้วย 3 อย่างนี้

1) . ปลูกด้วยการเพาะเมล็ด
2) . จากต้นเนื้อเยื่อ
3) . จากหน่อพันธุ์

 อยากให้ช่วยกันวิเคราะห์ ข้อดีข้อเสียของการปลูกทั้งสามอย่างนี้ แบบไม่อคติ
อีกทั้งวิเคราะห์ ว่าทำไม่ เรา หรือ เขา ถึงเลือกปลูกแบบนั้น ...
ตอบนะครับ
1.เพาะเมล็ดต้นทุนถูกเลือกได้หลากหลายสายพันธ์ แต่ใช้เวลาพิสูจน์ตัวผู้ตัวเมีย 4,5 ปี
2.ต้นเพาะเนื้อเยื่อราคาแพงแต่ได้ตัวเมียแน่ๆยังมีปัญหาเรื่องการติดผลและการแตกหน่อรึไม่ต้องรอการพิสูจน์ ซึ่งการเจริญเติบโตพอๆกับการเพาะเมล็ดใช้เวลา 4,5ปี  แต่เท่าที่ผมทดลองปลูกจะอ่อนต่อโรคราและและเพลี้ยครับ
3.หน่อพันธ์ราคาแพงมากๆแต่ได้ผลตัวเมียแน่ๆใช้เวลาประมาณ 2ปี ติดดอกออกผล เติบโตช้าในช่วงแรกๆคงจะสร้างระบบรากใหม่ไม่ค่อยมีโรคแมลงรบกวน
การปลูกอินทผาลัมใช้เวลาอย่างน้อย 4 ปีถึงจะเริ่มติดดอก ตัวผู้จะออกดอกก่อนต้นตัวเมียประมาณ 1 ปีครับถ้าเราปลูกแบบดูแลอย่างดีนะครับ แต่ถ้าท่านดูแลไม่ดีพอแค่ต้นกล้าอายุปีกว่ายังไม่มีใบหนามเลยครับ ต้นอินทผาลัมถ้าออกใบหนามแล้วจะแข็งแรงทนมากตายยากโรคแมลงรบกวนน้อยครับ ถ้าระบบรากดีน้ำท่วม(ต้องไม่มิดยอดนะครับ) แช่น้ำขังทนได้เป็นเดือนๆ ไม่ตายแต่จะชงักการเจริญเติบโตเราต้องมาบำรุงใหม่ครับ
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2012, 09:20:31 PM »

ต้นกล้าเนื้อเยื่อดูแลไม่ยากหรอกครับ ได้รับมาใหม่พักไว้ในร่มสัก3-4 วัน ห้ามรดน้ำมากแค่พอดินชื้นๆและปล่อยจนดินแห้งถึงจะรดน้ำครั้งต่อไป ย้ำนะครับห้ามดินแฉะจะเน่าตาย ส่วนเรื่องอากาศ อุณหภูมิไม่มีปัญหาอะไร พักพรางแสงไว้ซัก 10 วันก็เปลี่ยนกระถางได้ครับ ต้นกล้าเนื้อเยื่อจะอ่อนต่อโรคราและเพลี้ยครับต้องหมั่นตรวจดูและสนใจมากกว่าต้นกล้าแบบเพาะเมล็ดหน่อย เลี้ยงจนออกใบหนามก็หมดห่วงแล้วครับ ช่วงปีแรกๆจะเจริญเติบโตช้ากว่าเพาะเมล็ดแต่เข้าปีที่ 2 โตเร็วมากๆแซงเพาะเมล็ดครับ
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2012, 09:21:42 PM »

การคิดจะปลูกอินทผาลัมสิ่งสำคัญที่สุดที่เราคิดคืออะไร....สำหรับผมคือที่ที่จะปลูกครับเพราะอะไรรึ เรื่องอื่นๆไม่ว่าเมล็ดพันธ์ ต้นกล้าหาได้ไม่ยากการปลูกการดูแล การจัดการต่างๆเรียนรู้ได้ครับ แต่ที่ๆจะปลูกและเหมาะสมการจัดการเรื่องน้ำดูแลได้ง่ายหาพื้นที่เหมาะสมได้ยาก ปีที่แล้วใครจะคิดว่าน้ำจะท่วมขนาดนั้น ผมเตรียมการและวางแผนการปลูกมา4-5ปี แต่ไม่ได้วางแผนรับมือน้ำท่วมลึก2เมตรกว่าและท่วมขังนานเกือบ 2เดือน ผลก็คือตายไป 400กว่าต้นครับ อายุ3-4ปีแล้วครับ ดีนะครับที่ไปปลูกไว้ภาคเหนือและอีสานด้วย ไม่เช่นนั้นคงเลิกและถอดใจไปแล้วครับ คิดตัวเลขไม่ถูกกับความสูญเสีย มือใหม่ๆใครจะปลูกคิดให้ดีๆครับ ปัญหามีไว้แก้ไขแต่เราต้องสู้กับปัญหานะครับ ที่ว่า..เส้นทางสู่ความสำเร็จไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ..เป็นเช่นนั้นจริงๆครับ
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2012, 09:23:25 PM »

อินทผาลัมเพาะเมล็ดกลายพันธ์ทุกต้นครับจะกลายมากกลายน้อยก็ขึ้นอยู่กับเมล็ดพันธ์และการดูแล ลักษณภูมิประเทศภูมิอากาศก็มีส่วนครับ การกลายพันธ์มีทั้งดีและด้อยส่วนมากแล้วต้นกล้าเพาะเมล็ดรุ่นลูกมีโอกาสเหมือนต้นพ่อต้นแม่ได้สูงสุดไม่น่าเกิน 85 เปอร์เซนต์ ปลูกแบบเพาะเมล็ดเราได้ลุ้นการกลายพันธ์เด่นๆกว่ารุ่นพ่อแม่ เช่นติดดอกเร็ว เป็นทวายออกดอกหลายครั้ง และที่หวังกันสุดๆคือได้ต้นกระเทยครับคือต้นที่มีสองเพศ มีเกษรตัวผู้ตัวเมียในต้นเดียวกัน การปลูกเพาะเมล็ดโอกาสที่จะได้คุณภาพสินค้าดีกว่าต่างประเทศทำได้ยากครับ ต่างประเทศเขาปลูกแบบแยกหน่อและเพาะเนื้อเยื่อครับยังไม่เคยได้ยินว่าประเทศไหนปลูกแบบเพาะเมล็ดเหมือนไทยเราครับ
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #12 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2012, 09:24:37 PM »

ผมสนใจและปลูกอินทผาลัมด้วยใจรักและอยากพัฒนาพันธ์ อยากได้พันธ์ที่เหมาะสมกับบ้านเราเรื่องธุรกิจยังไม่ได้คิดครับ แต่ถ้าได้ต้นพันธ์ดีๆที่เหมาะสมกับบ้านเราต่อไปก็อาจจะทำธุรกิจ การจะสู้ต่างประเทศได้ของเราต้องแปลกและดีกว่าต่างประเทศ บ้านสวนโกหลักที่เขาโชคดีได้ต้นกลายพันธ์ทานผลสด หวานกรอบไม่เหมือนใครจึงทำตลาดได้ เพาะเมล็ดและปลูกกันต่อนะครับ ผมหวังว่ารุ่นลูกๆอินทผาลัมของพวกเราจะดีกว่ารุ่นพ่อแม่ ถ้าเราได้พันธ์ที่ทานผลดิบได้ไม่ฝาดสักสายพันธ์หนึ่งแบบโกหลักถือว่าสุดยอดแล้วครับ ได้เมล็ดมาก็เพาะและปลูกนะครับแต่อย่าคาดหวังอะไรมากทำใจให้สบายๆ คนเราน่ะพ่อเก่งแม่เก่งลูกออกมายังเอ๋อเลยครับนับประสาอะไรกับอินทผาลัม  ผมไม่แนะนำให้เพาะเมล็ดและปลูกเพื่อทำธุรกิจ ผมว่าไม่คุ้มครับแต่บางทีคนรวยก็ทำอะไรได้ไม่นาเกลียดครับ
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2012, 09:26:50 PM »

ปลูกแบบเพาะเมล็ดไม่ว่าจะซื้อที่ไหนผมว่าใช้ได้ครับ พันธ์เดียวกันต่างประเทศกันราคาก็ไม่เท่ากันครับ พันธ์เดียวกันประเทศเดียวกันแต่ขนาดผลไม่เท่ากันราคาก็ต่างกัน คุณภาพของเมล็ดถ้าเพาะขึ้นถือว่าใช้ได้แสดงว่าการกลายพันธ์มีไม่มากอย่าไปยึดติดเรื่องราคา แต่ขอย้ำนะครับเมล็ดที่ร่วงอยู่โคนต้นรึว่าต้นกล้าที่ขึ้นอยู่ใต้ต้นไม่ควรนำมาทำพันธ์ จะเป็นต้นที่ไม่สมบูรณ์ ผมว่าถ้าเราตั้งใจปลูกและดูแลเอาใจใส่ได้ผลดีแน่ๆ แต่ต้องใช้เวลาและพิสูจน์เพศ การเพาะเมล็ดเป็นอะไรที่ทำแล้วลุ้นดีนะครับ ลุ้นว่าจะงอกไหมลุ้นว่าจะโตไหม ลุ้นว่าจะเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย แล้วก็ลุ้นว่าจะกลายพันธ์ต่างไปมากไหม  ไม่ถึงกับต้องลุ้นว่าจะให้วัว ควายกินหรอกครับ คนก็ทานได้แต่คุณภาพจะดีแค่ไหนต้องรอพิสูจน์ ขอให้มีต้นตัวเมียและออกลูกได้เถอะไม่เกินความสามารถที่คนไทยเราจะบำรุงและปรับปรุงรสชาติให้อร่อย หอมหวานหรอกครับ
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #14 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2012, 09:28:22 PM »

การเพาะเนื้อเยื่อและแยกหน่อทำให้เราได้ต้นกล้าเหมือนกับต้นพ่อต้นแม่ ไม่ต้องรอ3,4ปีเพื่อพิสูจน์เพศและหมดปัญหาเรื่องการกลายพันธ์ แต่ต้องลงทุนสูงครับราคาต้นกล้าแพง สำหรับผมทดลองปลูกทุกอย่างเพื่อดูการเจริญเติบโตและความต้านทานโรคแมลง 
1.เพาะเมล็ดลงทุนเงินน้อย ลงทุนเวลามาก ผมมีเวลามากเลยเลือกใช้วิธีนี้ครับได้ลุ้นการกลายพันธ์ด้วย
2.เพาะเนื้อเยื่อราคาแพง ลดเวลาการพิสูจน์เพศแต่ได้ผลผลิต ออกดอกออกผลใช้เวลาพอๆกับการเพาะเมล็ด เหมาะสำหรับทำการค้าได้ต้นพันธ์เหมือนจากแหล่งกำเนิด
3.แยกหน่อราคาแพงมาก ลดเวลาการพิสูจน์เพศ ลดเวลาการออกดอกออกผล ต้นพันธ์เหมือนจากแหล่งกำเนิด การแยกหน่อที่แพงมากเพราะว่าหลังจากแยกหน่อมาแล้วต้องดูแลเพาะชำใช้เวลาเป็นปีๆนะครับ ไม่ใช่ว่าแยกมาแล้วปลูกได้เลย ต้องบำรุงให้รากเดินและแตกยอดใหม่
ขอให้พวกเราศึกษาและปลูกอินทผาลัมตามกำลังและความสามารถของแต่ละคนนะครับ
บันทึกการเข้า
gaikai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 731


« ตอบ #15 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2012, 09:30:32 PM »

ความเห็นแตกต่างอย่าถือว่าเป็นความแตกแยกนะครับ องค์ความรู้เรื่องอินทผาลัมยังไม่มีเป็นตำราเราต้องศึกษาและเรียนรู้กันอีกมาก ยกตัวอย่างเรื่องการให้ปุ๋ย การให้ยารักษาโรค แต่ละที่แต่ละภาคก็ไม่เหมือนกัน จำได้ว่าเมื่อ 4,5ปีที่แล้วพอมีวันหยุดผมจะขับรถไปเที่ยวสวนอินทผาลัมที่เขาปลูกแล้วได้ผล ถามวิธีการปลูกการบำรุงให้ปุ๋ย ดูแลเรื่องโรค พอมาปลูกเองแล้วนำความรู้ที่ไปหามา มาใช้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ผลนัก แต่ละสวนแต่ละคนเขาบอกเราไม่หมดพอมาปฎิบัติจริงไม่ได้ตามที่คาดหวังไว้ สูตรการให้ปุ๋ยให้ยาแต่ละสวนจะหวงมากครับ เรื่องแบบนี้เราต้องมาเรียนรู้และปรับใช้ให้เหมาะกับสวนเราครับ  ผมปลูกมา5ปีแล้วปลูกมาหลายร้อยต้นหลากหลายสายพันธ์ ขอบอกว่าอินทผาลัมไม่ได้แตกหน่อทุกสายพันธ์นะครับ จากหลายร้อยต้นของผมมีแตกหน่อไม่ถึง 10 ต้นและหน่อแยกแล้วตายเกือบหมดครับ สอบถามจากผู้รู้บอกว่าอินทผาลัมที่เราจะแยกหน่อได้ต้องอายุไม่ต่ำกว่า 8ปี ถึงจะให้หน่อที่สมบูรณ์ครับ ส่วนเรื่องต้นตัวผู้จะขายเป็นไม้ประดับนั้นขายไม่ได้หรอกครับ ต้นไม่สวยและใบเต็มไปด้วยหนามขุดล้อมยาก แต่ต้นตัวเมียที่ออกดอกออกผลแล้วถ้าจะขายมีคนซื้อครับ ถ้าใครเคยไปบ้านสวนโกหลักต้นเล็กๆที่โชว์ตอนทางเข้า มีคนขอซื้อ30,000บาทยังไม่ขายเลยครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 53   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: