บันทึกไร่พุทธรักษา

<< < (4/12) > >>

SuraWee:
         บันทึกย่อยของไร่พุทธรักษาเรื่องการปลูกข้าวโพด

เราเลือกปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามเหตุผลที่ให้ไปแล้ว โดยมีพันธ์ต่างๆ ที่ปลูกถึง 7 สายพันธุ์ เพราะต้องการทดสอบและเลือกพันธุ์ที่ดีและให้ผลผลิตสูงไว้ปลูกในปีต่อๆไป มีตั้งแต่ราคาเมล็ดพันธุ์กิโลละ 30 บาท จนถึง 145 บาท แต่เมื่อผลผลิตออกมาขายจะได้กิโลกรัมละ 8 บาทโดยประมาณ ตอนไปซื้อ คนขายแนะนำข้อดีต่างๆของแต่ละพันธุ์ จนอยากได้ไปหมด ตอนแรกจะเอาพันธุ์ที่ให้ผลผลิตต่อไร่มากที่สุด แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจเอามาหลายพันธุ์ หากเอาพันธุ์นั้นพันธุ์เดียวคงตายไปแล้ว เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง
         
ซื้อที่ได้ ก็จะลงมือทำทันทีเวลาไม่คอยท่า เพราะก่อนที่จะซื้อไร่ได้ทำแผนการปลูกพืชไว้แล้ว หากล่าช้าก็จะกระทบไปหมด นัดรถไถเพื่อปรับพื้นที่เตรียมปลูกข้าวโพดในวันที่ 1 พฤษภาคม 2555 แต่รถไถไม่มาตามนัดเพราะเป็นวันแรงงาน เราก็งง นี่มันงานเกษตรกรรม ไม่ใช่กรรมกร เลยต้องช้าออกไปเป็นวันที่ 5 เพราะหลังจากนั้นอีก 3 วัน คนขับรถไถและลูกน้องยังเมาไม่เลิกจากวันแรงงาน ที่ปลูกพืชประมาณ 70 ไร่ ใช้รถไถ 2 คัน ตั้งใจไว้ว่าไม่เกิน 3 วันเสร็จ เอาเข้าจริง 5 วันกว่า แถมยังต้องจ้างรถอีแต๊กมาเสร็มตะหากเพราะมีรากต้นยูคาเยอะมาก รถไถติดตอตลอด บ้างก็ยางแตก ผานไถหลุด สุดยอดเลย

รูปสภาพที่ดินก่อนและกำลังไถเพื่อปลูกข้าวโพด


ในรูปจะเห็นรถไถและรถอีแต๊ก(ภาษาท้องถิ่น) ร่วมงานกันอย่างเต็มที่ แต่ค่าใช้จ่ายบานปลาย


ผลที่ได้รากไม้ยูคากองเท่าภูเขา



เมื่อไถเสร็จกะว่าจะปลูกทันที แต่ช่วยด้วยพายุเข้า ไม่สามารถปลูกได้เพราะดินติดรถหยอดข้าวโพด กว่าจะได้หยอดจริงๆ ก็ล่วงเลยเข้าไปวันที่ 12 13 พฤษภาคม ช้ากว่ากำหนดไปเกือบ 7 วัน

รูปรถหยอดข้าวโพดทั้งปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ได้พร้อมกัน


เตรียมตัวเสร็จฝนตกมาอย่างแรงต้องหยุดก่อน อย่างเซ็ง


เหตุผลจากการล่าช้าทำให้ผมและผู้จัดการไร่(ผจก. ลี่) ต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ ก่อนหยอดข้าวโพดเสร็จ งานที่ฝากไว้ให้ทำต่อได้ผลเพียงแค่ 60% เป็นบทเรียนสำคัญที่ว่าทำอะไร หากไม่อยู่ดูเอง เอาแต่พึ่งคนอื่นก็จะไม่ประสบความสำเร็จ ผลที่เกิดขึ้น คือ ข้าวโพดทั้ง 7 พันธุ์ หว่านไม่ตรงกับพื้นที่ที่ต้องการ ข้าวโพดที่ปลูกได้ดีบนที่ดอนกลับไปปลูกบนที่ลุ่ม ส่วนข้าวโพดซึ่งต้องการน้ำมากกลับไปปลูกอยู่บนเนิน ยาคลุมหญ้าที่ใช้ฉีดหลังหยอดเมล็ดกลับถูกใช้เพียงครึ่งเดียวจากที่คำนวณ เพราะคนฉีดหวังดี กลัวจะเปลือง ผลจากการใช้ข้าวโพดหลายพันธุ์ ทำให้ขนาดเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน เวลาใส่ในรถหยอด จึงไม่เสมอ ที่ใช้หยอดตอนแรกเป็นพันธุ์ที่เมล็ดใหญ่ เลยตั้งรูเครื่องหยอดไว้กว้าง พอเอาข้าวโพดพันธุ์ที่เม็ดเล็กมาใส่ทำให้เมล็ดพันธุ์ไหลลงมามาก ข้าวโพดในไร่จึงขึ้นติดกันเป็นพรืด มีการแย่งอาหารกันเอง อาจได้ผลผลิตไม่ดีเท่าที่ควร ผมหวังว่า เพื่อนๆ ที่ได้อ่าน คงได้แชร์ประสปการณ์กันบ้าง

SuraWee:
 บันทึกย่อยของไร่พุทธรักษาเรื่องการปลูกข้าวโพด (ต่อ)

อย่างไรก็ตาม ข้าวโพดที่ปลูกไว้ก็ขึ้นอย่างสวยงาม ถึงแม้จะมีหญ้าขึ้นรกไปบ้างเพราะคลุมหญ้าไม่อยู่ เนื่องจากฉีดยาคลุมหญ้าน้อยเกินไป   25 วันหลังปลูก ขึ้นนำมาด้วยพันธุ์ 339 ราคาเมล็ดพันธุ์กิโลกรัมละ 145 บาท แพงที่สุด ตามคำโฆษณาให้ผลผลิตถึง 1,600 กก. ต่อไร่ และตามมาด้วยพันธุ์อื่นๆ พันธุ์สุวรรณ 5 เมล็ดพันธุ์ราคา กก. ละ 30 บาท โตช้าที่สุด ตามคำโฆษณาให้ผลผลิต 900-1,000 กก. ต่อไร่ 339 สูงแค่เข่า พันธุ์อื่นๆ สูงขนาดแข้ง ส่วนพันธ์สุวรรณเลยตาตุ่มมานิดเดียว

รูปไร่ข้าวโพดงอกประมาณ 25 วันหลังปลูก ครบกำหนดหว่านปุ๋ย



จากผืนดินที่แห้งแล้ง กลายเป็นทุ่งข้าวโพดอันเขียวฉอุ่ม ภาพแห่งความภูมิใจของไร่พุทธรักษา

Before
After


รีบลงมือหว่านปุ๋ยเต็มที่ หลังจากตรวจสอบอากาศจากเว็บไซต์กรมอุตุฯ ว่าอีก 3 วันข้างหน้าจะมีร่องความกดอากาศสูงผ่านจะมีฝนตกมาก และนี่คือประมาณวันที่ 10 มิ.ย 2555 ซึ่งเป็นหน้าฝน เรามั่นใจมากว่าฝนจะตกเมื่อหว่านปุ๋ยเสร็จ หากฝนตกภายใน 3 วันข้าวโพดได้กินปุ๋ยเต็มที่ รวยแน่เรา 8) ก่อนวันใส่ปุ๋ย ฝนก็ตกโดยสม่ำเสมอมาตลอด ข้อสังเกตุคือ กลุ่มต้นข้าวโพดที่อยู่บริเวณน้ำขังหรือทางน้ำไหลจะมีขนาดเล็กและแคระแกลน ฉะนั้นหากเป็นไปได้ควรทำร่องน้ำในไร่ เพื่อให้น้ำไหลเป็นทิศเป็นทางจะทำให้ได้ผลผลิตข้าวโพดอย่างสม่ำเสมอ เจ้าของไร่จึงควรเดินสำรวจไร่ให้ทั่วเพื่อให้รู้จักสภาพพื้นที่ไร่ของตัวเองให้ดีที่สุด

ข้าวโพดซึ่งอยู่บริเวณทางน้ำไหลจะไม่เติบโตเท่าที่ควร



พระเจ้าช่วย! นับแต่วันที่ใส่ปุ๋ยไปอีกประมาณ 18 วัน ฝนไม่ตกเลย ดินที่ไร่ซึ่งเป็นดินทรายอยู่แล้วแห้งสนิท ต้นข้าวโพดที่ได้ปุ๋ยแต่ไม่มีน้ำเหมือนดาบสองคม ยอดเริ่มไห้ม ใบเริ่มตก มีสภาพแคระแกลนอย่างเห็นได้ชัด ข้าวโพดพันธุ์ 339 พระเอกในตอนแรกหยุดการเติบโตทันที เจ้าของไร่กับ ผจก. ถึงกับต้องบนบานสารกล่าว หากฝนไม่ตกภายในอีก 5 วัน ไร่ข้าวโพดทั้งหมดคงจบกัน อาจถึงกับต้องไถทิ้งปลูกใหม่ทั้งหมด ทั่วอำเภอคอนสารมีแต่คนพูดเรื่องฝนแล้ง กลุ้มใจกันทั้งอำเภอ ชาวบ้านที่เป็นเจ้าของไร่เอาแต่กินเหล้าขาวดับความกลุ้มเพราะไปไร่ก็เจอแต่สภาพข้าวโพดแห้งตาย ไม่สามารถช่วยอะไรได้ น้ำก็ไม่มี จากการพูดคุย จึงได้ทราบว่า 3 ปีมาแล้วฝนพึ่งจะมาทิ้งช่วงครั้งแรก บางคนก็ว่าเพราะปีนี้มีเดือน 8 สองครั้ง นี่คงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเกษตรกรไทยจึงยากจน เพราะต้องพึ่งพาธรรมชาติเพียงอย่างเดียว ฝนดีมา 3 ปี แล้งปีเดียว ติดหนี้บาน ไม่มีน้ำ ผืนไร่ผืนนาก็ทำประโยชน์ได้เพียงไม่เกิน 6 เดิอนในหนึ่งปี ส่วนเวลาที่เหลือทิ้งไปอย่างไม่มีคุณค่า เรื่องนี้ให้ข้อคิดว่า จะทำไร่ น้ำเป็นเรื่องสำคัญ ต้องเตรียมตัวให้ดี เราจึงอาจจะต้องรีบขยายแหล่งน้ำและทำระบบน้ำก่อนลงพืชหลักของไร่ ทุกอย่างเป็นบทเรียนที่สำคัญ อย่างเชื่อฤดูกาลและกรมอุตุฯ

ความเสียหายที่เกิดจากภัยแล้ง ข้าวโพดแห้งยืนต้นตายที่เหลือต้นก็ไม่สมบูรณ์ประมาณ 40% ของพื้นที่ปลูก

ใบเหลืองเพราะขาดน้ำ

ยืนต้นตาย



โปรดติดตามต่อต่อไปวันหลังครับ ;)

supertouch:
แวะเข้ามาเยี่ยมชมครับ ไร่ผมก็ติดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืชเหมือนกัน เขาเพิ่งมาประกาศเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
แต่ก่อนหน้านี้ตอนผมเรียนประถม เขาสัมปทานป่า ต้นไม้มันหายเกลี้ยงไปหมดแล้ว

SuraWee:
บันทึกไร่พุทธรักษาเรื่องการปลูกข้าวโพด (ต่อ)

ในที่สุดฝนก็ตกลงมาหลังจากใส่ปุ๋ยไป 19 วัน ไม่รู้ตกเองตามธรรมชาติ หรือสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่บนบานสารกล่าว ข้าวโพดเริ่มเจริญเติบโตขึ้น แต่ก็มีบางพันธ์ แกลนแล้วแกลนเลยไม่ยอมโต

45 วันหลังวันหยอดเมล็ดปลูก ข้าวโพดเริ่มทยอยกันออกดอก ทั้งที่จริงๆ แล้ว ควรจะออกดอกช่วงประมาณ 55 วันหลังการปลูกซึ่งเป็นระยะเวลาตามสายพันธ์ที่ปลุก สรุป ข้าวโพดเราออกดอกเร็วไปประมาณ 10 วัน ทั้งที่ต้นยังสูงไม่ได้ขนาด คงเกิดจากความแห้งแล้วที่ได้รับ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้าวโพดติดฝักบ้างก็ทำให้เราอุ่นใจ จากที่คิดว่า จะได้กำไร ตอนนี้ได้ทุนคืนก็ดีแล้ว เรื่องการปลูกข้าวโพดครั้งนี้ให้บทเรียนที่สำคัญกับเรา

มาดูรูปข้าวโพดตอน 60 วันเทียบกับความสูงของ ผจก. ลี่ซึ่งสูงประมาณ 167 ชม. (เตี้ยไปนิดแต่ออกดอกหมดแล้ว)


เปรียบเทียบข้าวโพดพันธ์สุวรรณ 5 กับข้าวโพดพันธ์ 339 จะเห็นได้ว่า พันธ์สุวรรณทางซ้ายมือต้นโตกว่ามากเนื่องจากทนแล้งได้ดีกว่าพันธ์ 339ที่ขึ้นดีในตอนแรกหยุดการเจริญเติบโต


ข้าวโพดบางพันธุ์ถึงแม้จะทนแล้งได้ดี แต่กลับติดฝักต้นละ 3 ฝักและมีบางฝักขึ้นซ้อนกันทำให้ฝักเล็กและได้ผลผลิตไม่ดี



พันธุ์ที่ดีที่เราชอบหากปลูกในสภาพแห้งแล้งคือ 888 new และสุวรรณ 5

ฝักข้าวโพดพันธุ์สุวรรณ 5


ฝักข้าวโพดพันธุ์ 888 new เพิ่งติกฝักจึงยังดูเล็กอยู่ ส่วนใหญ่ใน 1 ต้นจะให้ผลผลิต 2 ฝัก ทนแล้งและปลูกบนภูเขาได้ดี
[img][/img]

นอกจากภัยแล้ง เรายังต้องเผชิญกับกองทัพหนูและอาจมีหมูป่ากับลิงมาเสริมไม่รู้จะรอดถึงวันเก็บเกี่ยวหรือเปล่า :'(



เรื่องข้าวโพดเรามีกำหนดเก็บเกี่ยวในต้นเดือนกันยายน 2555 แล้วจะสรุปผลทั้งหมดให้ฟังอีกที มาชมบรรยากาศของไร่ ณ วันที่ 15 กรกฎาคม 2555 กันดีกว่า

รูปสิ่งปลูกสร้างแรกของไร่ (รูปกระท่อมหลบแดด)



รูปบรรยากาศและดอกข้าวโพด

[img][/img]

ทะเลข้าวโพดสุดสายตา(มุมมองจากกระท่อมหลบแดด)


กระท่อม ภูเขา และข้าวโพด



ท้องฟ้าสวยๆ ที่ไร่พุทธรักษา




madiew231:
บรรยากาศอย่างนี้ กลางคืนคงเย็นสบายสุด ๆ ตื้นเช้ารับอากาศบริสุทธิ์ น่าอิจฉาดีแท้

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว