ลองดูผักนี้บ้าง ยอดอ่อน จิ้มน้ำพริก แกงป่า แกงเลียง ต้ม ผัด

ชื่อวิทยาศาสตร์ Olax scandens Roxb
วงศ์ OLACACEAE
ชื่ออื่น เจาะเทาะ (พัทลุง, สงขลา - ริมทะเลสาปฯ), เสาะเทาะ (สงขลาตอนใน เช่น หาดใหญ่ คลองหอยโข่ง), ส้อท่อ (ทุ่งสง นครศรีธรรมราช),
ค ว ย ถอก (ชุมพร)
กระทอก(ประจวบคีรีขันธ์), กระทอกม้า(ราชบุรี), กะหลันถอก, น้ำใจใคร่(กาญจนบุรี), นางจุม, นางชม(ภาคเหนือ),
ที่มาของชื่อและข้อสังเกตุ :
1.ลักษณะของผลเสาะเทาะ ที่มีรูปกลมรีและมีกลีบเลี้ยงหุ้มผลประมาณ 4/5 ของผลนี้ เป็นที่มาของชื่อ ที่มีคำว่า เทาะ, ถอก, และ กระทอก ต่อท้าย ( ในถิ่นใต้บางแห่งจะมีชื่อ
เล่น อีกชื่อว่า ลูกไข่แลน )
2.ลักษณะของผลเสาะเทาะ นี้ ชาวบ้านจะใช้เป็นตัวตรวจสอบว่า ปริมาณน้ำฝนในแต่ ละปี จะมีมากน้อยแค่ไหน กล่าวคือ ถ้าปีไหนผลเสาะเทาะมีกลีบเลี้ยงหุ้มมากจนเกือบมิด
ปลาย ปีนั้นน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ แต่ถ้ากลีบเลี้ยงมีน้อย ผลโผล่มาก จะแสดงว่า ปีนั้นฝนจะ ตกน้อย
ลักษณะทั่วไป
เสาะเทาะเป็นพันธุ์ไม้เถาเนื้อแข็งที่พึงพิงต้นไม้อื่น สูงถึง 5 เมตร กิ่งอ่อน ค่อนข้างตรง กลม สีเขียว มีขนปกคลุมเล็กน้อย ต้นแก่ มีสีเทา-ดำ ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงตัวแบบสลับ
ผิวใบลื่นเป็นมัน มีสีเขียวเข้มรูปขอบขนานแกมใบหอก ใบอ่อนสีเขียวตองอ่อน ก้านใบ อ่อนมีขนปกคลุมเล็กน้อย ใบยาวประมาณ 5 -10 ซม. กว้างประมาณ 2-4 ซม. ดอก
แตกออกตามข้อของเถา ดอกอ่อนสีเขียวดอกบานสีขาวไม่มีกลิ่น ผล ออกตามลำกิ่ง รูปกลมหรือรี ปลายแหลมเล็กน้อย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางผลประมาณ 1-1.5 ซม.และมี
กลีบเลี้ยงหุ้มผลประมาณ 4/5 ของความยาวผล
ส่วนที่ใช้ประโยชน์
ยอดอ่อน, ใบอ่อน(ใบเพสะลาด) มีรสหวานมันและฝาดเล็กน้อย ใช้เป็นผักแกงเลียง แกงส้ม หรือ กินเป็นผักแนมจิ้มน้ำพริก ( ผักเหนาะ)
สรรพคุณทางยา
ลำต้น ใช้ทำยาต้มแก้โรคไตพิการและโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ เปลือก ใช้เป็นยา แก้ไข้ เนื้อของผล เป็นยารักษาโรคตาแดง