หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิกฤตยูโร กับ โครงการยาง 800,000 ไร่  (อ่าน 2670 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
mobile
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1134



« เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2012, 04:27:02 PM »

ไม่ทราบวิกฤตยูโร จะส่งผลกระทบ ถึงไทยไหมด้าน ส่งออก เกษตร และ โครงการ 8แสนไร่  แก้ปัญหาราคายางได้ไหม อ่านข่าว จะประกันราคายาง 100 บาท เป็นไปได้หรือไม่ครับ.............อ่านข่าวช่วงนี้ เสียวจังกับการลงทุน.....จะปลุกยางเพิ่มดีไหม เหลือที่อีก 15 ไร่ หรือจะปลูก ประเภทอื่นแทน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 09, 2012, 08:52:24 PM โดย mobile » บันทึกการเข้า

Taraniramit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 442


« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2012, 04:41:36 PM »

วิกฤติยูโรอีกไม่นานก็จะผ่านพ้นไป
แต่แปดแสนไร่ ที่จะปลูกยาง อย่างน้อย หกถึงเจ็ดปี จึงจะได้กรีด
ถึงเวลานั้นอาจเป็นวิกฤตต้มยำมังกรหรือไม่ก็โรตีเน่าแล้วก็ได้
ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง 
บันทึกการเข้า
hunnyboy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 428


« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2012, 05:21:52 PM »

เอาไปปลูกพืชอย่างอื่นดีกว่าครับ


Liked By: dkubpom
บันทึกการเข้า
MANA1908
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 515


« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2012, 05:47:24 PM »

ไม่ทราบวิกฤตยูโร จะส่งผลกระทบ ถึงไทยไหมด้าน ส่งออก เกษตร และ โครงการ 8  แก้ปัญหาราคายางได้ไหม อ่านข่าว จะประกันราคายาง 100 บาท เป็นไปได้หรือไม่ครับ.............อ่านข่าวช่วงนี้ เสียวจังกับการลงทุน.....จะปลุกยางเพิ่มดีไหม เหลือที่อีก 15 ไร่ หรือจะปลูก ประเภทอื่นแทน
ผมว่าปลูกแบบผสมผสานดีกว่า ถ้ามีวิกฤติขึ้นมาเราจะมีปัญหา เพราะยางพารากินไม่ได้
บันทึกการเข้า
dkubpom
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 200


« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2012, 10:50:59 PM »

ทุเรียน 5  เงาะ  5  มะนาว 5     อยู่ได้เเล้วครับ
บันทึกการเข้า
9_shane
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1461



« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2012, 11:13:46 PM »

ใครมีที่เดี๋ยวนี้ก็มีแต่ปลูกยางกันหมด ยังไงๆคนไทยก็ไม่เคยล้าหลังกับคำว่า กระแส เช่นเคย  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

🐾🐾🐾🌳🌿🌾ความพยายามอยู่ที่ไหน🌱ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล🐜🐜🐜🌴🌵
pornpattra
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 60


« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2012, 11:52:02 AM »

ตอบเฉพาะส่งวิกฤต

วิกฤตแต่ละวิกฤต ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน หรือ 3 วัน 7 วัน เหมือนถั่วงอก

เพราะฉะนั้น คงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู

และถึงเวลานั้นอาจมีวิกฤตอื่นๆเกิดขึ้นอีกเป็นระลอก เหมือนโดมิโน ที่ค่อยๆล้ม...


ทำให้นึกว่า มีประเทศไหนในโลกบ้างที่ไม่ได้รับวิกฤตต่างๆเหล่านี้...

ตอนนี้นึกได้ คือ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ สินค้าหลักๆคือ อาหาร ยา



บันทึกการเข้า
payu
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 228


« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2012, 03:28:56 PM »

ที่บ้านผมปลูกยางมาตั้งแต่รุ่นปู่ เรียกว่าปัจจุบันที่นาก็ยกร่องปลูกยางเกือบ100เปอร์เซ็นต์ มีปลูกผลไม้บ้างในที่ดอนชนิดละ4-5ต้น คือถึงฤดูกาลผลไม้ๆหลักๆไม้ต้องซื้อกิน พอมีเหลือขายนิดๆหน่อยๆ ไม่จนไม่รวย จำความได้ตั้งแต่ยางแผ่น กก ละ10กว่าบาท ตอนนี้ราคาเฉลี่ย100บาท แต่พอมาเจอสภาวะอากาศโลกในปัจจุบันและการแข่งขันกันในระบบทุนนิยม(ราคายางขึ้นลงเร็วมากเพราะอิงราคายางกระดาษ)บอกไ้ด้เลยว่าราคายางไม่แน่นอน เพราะปัจจุบันไปอิงตลาดของญี่ปุ่นเป็นหลักทั้งๆที่เราเป็นผู้ผลิตอันดับหนึึ่งของโลก ทำให้ผมคิดที่จะปลูกพืชร่วมยางที่ทำให้มีรายได้หลายทาง และที่น่าสนใจอันดับต้นๆก็มี ไผ่ เหรียง ผักกูดและผักกินใบปลอดสารผิษที่ขึ้นตามป่า ยังงัยท่านที่ปลูกพืชดั้งเดิมอยู่ก่อนแล้วก็อย่าทิ้งนะครับ ปลูกยางพาราบอกตรงๆว่าไม่ได้สวยหรู แต่ ณ ปัจจุบันรายได้จากการปลูกยางดีกว่าพืชอื่นๆหลายๆตัว บอกได้เลยว่าโครงการยาง800000 ไร่นั่นคือโครงการที่รัฐสนับสนุนแต่ผมว่ายางที่เกษตรกรปลูกโดยใช้ทุนเองผมว่ารวมๆแล้วเกิน800000ไร่แน่นอน
บันทึกการเข้า
mobile
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1134



« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2012, 03:58:45 PM »

ขอบคุณครับ........ตอนนี้ผมว่าถ้าเป็นผลไม้ ก็น่าจะปลูกนะ เช่นระยอง สวนทุเรียน สวนเงาะ หายไปหมด ปลูกยางกันแทน อีกหน่อย ก็ไม่มีทุเรียนกิน แบบทุเรียนเมืองนนท์ หรือส้มบางมด ที่หายไป..........


Liked By: น้าหริ
บันทึกการเข้า
PONGDITMD
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1799


« ตอบ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2012, 04:19:25 PM »

อะไรที่รัฐเชียรให้ปลูกหรือสนับสนุนให้ปลูกนี่ ต้องยอมรับว่ามักจะไปเชียรเอาตอนปลาย พอแห่กันปลุกปัป ราคาก็ร่วงปุปเป็นแถวๆเลย  มีแต่ยางกะปาล์มนี่แหละที่พออยู่ได้ไม่ถึงกะล่มจม  30-40ปีก่อนเชียรตอนอยากให้อิสานเขียว ใครขึ้นรถขบวนนั้นก็สบายไปยังเ็นเจ้าของทีเหมือนเดิม พวกทำเดิมๆน่าจะไม่ได้เป็นเจ้าของที่กว่าครึ่งน๊ะ อาจจะขายที่ส่งพวกเราๆให้เรียนสูงๆแล้วมาถกปัญหาเดิมๆอยู่นี่แหละ  8-9ปีก่อนใครร่วมโครงการยางล้านไร่ของรัฐมลตรีลูกอิสาตอนนี้ได้มีส่วนปลูกไม้ยืนต้นและรับทรัพย์กัน ทั้งจากรายได้ที่ดีขึ้น ราคาที่ดินที่แพงขึ้น ส่วนใครปลูกอย่างอื่น ปลูกพืชสวนกระแสหวังกระแสตีกลับดันไม่ตีกลับก็น่าจะมีเยอะเหมือนกัน  ที่ขาดทุนต้องขายไร่ขายนาไป ถูกๆ  ตอนนี้คงมีมั่งที่นั่งเสียใจและเสียดาย  ตอนนี้ราคายางดี พวกก็ไม่รีรอแล้วล่ะ มีโคลงการมาเลยขอแย่งขึ้นขบวนมั่ง ยังพูดยากว่า ขบวนนี้ยังจะไปโลดหรือเปล่า แต่พอจะพูดได้ว่า แห่ปลูกยางยอะๆ เนื้อที่ปลูกอย่างอื่นก็หายไป อาจจะทำให้พืชดาวร่วงทั้งหลายกลับมารุ่งก็ได้   น่าจะดีกับคนที่ไม่คิดจะปลูกยาง  มีข้อคิดนิดหนึ่งถ้าแรงงานเอง เนื้อที่น้อยๆ5-10ไร่นี่ ถ้าปลูกยางเราก็จะว่างงานแฝงเยอะเลย ขาดโอกาศได้เงินจากแรงงานของเรา เพราะจริงๆแล้วแรงงาน1คนทำงานทุกวันสร้างสวนยางได้ถึง30-50ไร่สบายๆ  อย่าลืมว่าต่อไปแรงงานแพง วัน300บาท  มีที่5-10ไร่ก็ควรปลูกอย่างอื่นที่เราสามารถสร้างงานในที่น้อยๆนั้น จะปลูกกี่ชั้นก็ได้  จะทำนอกเวลายังได้ถ้ามีแรงพอ รับรองพอกินครับ ขั้นต่ำก็เดือนหมื่นห้าจริงมั้ย เพราะถ้าได้น้อยกว่านี้ใครเค้าจะไปปลูกเองกัน ไปรับจ้างทำงานเค้าดีกว่าได้วัน3ร้อยแน่ๆ แถมทำอู้ๆก็ได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2012, 04:23:04 PM โดย PONGDITMD » บันทึกการเข้า
artoon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1276


อยู่อย่างมีความสุข ดีกว่าอยู่เป็นทุกข์จนวันตาย


« ตอบ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2012, 04:38:11 PM »

อะไรที่รัฐเชียรให้ปลูกหรือสนับสนุนให้ปลูกนี่ ต้องยอมรับว่ามักจะไปเชียรเอาตอนปลาย พอแห่กันปลุกปัป ราคาก็ร่วงปุปเป็นแถวๆเลย  มีแต่ยางกะปาล์มนี่แหละที่พออยู่ได้ไม่ถึงกะล่มจม  30-40ปีก่อนเชียรตอนอยากให้อิสานเขียว ใครขึ้นรถขบวนนั้นก็สบายไปยังเ็นเจ้าของทีเหมือนเดิม พวกทำเดิมๆน่าจะไม่ได้เป็นเจ้าของที่กว่าครึ่งน๊ะ อาจจะขายที่ส่งพวกเราๆให้เรียนสูงๆแล้วมาถกปัญหาเดิมๆอยู่นี่แหละ  8-9ปีก่อนใครร่วมโครงการยางล้านไร่ของรัฐมลตรีลูกอิสาตอนนี้ได้มีส่วนปลูกไม้ยืนต้นและรับทรัพย์กัน ทั้งจากรายได้ที่ดีขึ้น ราคาที่ดินที่แพงขึ้น ส่วนใครปลูกอย่างอื่น ปลูกพืชสวนกระแสหวังกระแสตีกลับดันไม่ตีกลับก็น่าจะมีเยอะเหมือนกัน  ที่ขาดทุนต้องขายไร่ขายนาไป ถูกๆ  ตอนนี้คงมีมั่งที่นั่งเสียใจและเสียดาย  ตอนนี้ราคายางดี พวกก็ไม่รีรอแล้วล่ะ มีโคลงการมาเลยขอแย่งขึ้นขบวนมั่ง ยังพูดยากว่า ขบวนนี้ยังจะไปโลดหรือเปล่า แต่พอจะพูดได้ว่า แห่ปลูกยางยอะๆ เนื้อที่ปลูกอย่างอื่นก็หายไป อาจจะทำให้พืชดาวร่วงทั้งหลายกลับมารุ่งก็ได้   น่าจะดีกับคนที่ไม่คิดจะปลูกยาง  มีข้อคิดนิดหนึ่งถ้าแรงงานเอง เนื้อที่น้อยๆ5-10ไร่นี่ ถ้าปลูกยางเราก็จะว่างงานแฝงเยอะเลย ขาดโอกาศได้เงินจากแรงงานของเรา เพราะจริงๆแล้วแรงงาน1คนทำงานทุกวันสร้างสวนยางได้ถึง30-50ไร่สบายๆ  อย่าลืมว่าต่อไปแรงงานแพง วัน300บาท  มีที่5-10ไร่ก็ควรปลูกอย่างอื่นที่เราสามารถสร้างงานในที่น้อยๆนั้น จะปลูกกี่ชั้นก็ได้  จะทำนอกเวลายังได้ถ้ามีแรงพอ รับรองพอกินครับ ขั้นต่ำก็เดือนหมื่นห้าจริงมั้ย เพราะถ้าได้น้อยกว่านี้ใครเค้าจะไปปลูกเองกัน ไปรับจ้างทำงานเค้าดีกว่าได้วัน3ร้อยแน่ๆ แถมทำอู้ๆก็ได้
เห็นด้วยกับความคิดนี้ครับ
บันทึกการเข้า

เพียงพอเมื่อพอเพียง
mobile
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1134



« ตอบ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2012, 05:06:08 PM »

ตอนนี้ผมคิดออกแล้ว ปลุก หมาก ดีกว่าครับ แซมในสวนยาง ไปด้วย อีก 15 ไน่ที่เหลือ ลงอินทผลัม และทำนาข้าวไปด้วย


Liked By: dkubpom
บันทึกการเข้า
pathom
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 200


« ตอบ #12 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2012, 07:53:41 AM »

ปลูกยางไปเลยครับ ผมยังจำราคาตอนยาง ราคา 20 บาท ที่ผมโค่นยางทิ้ง มันก็ยังมีคนที่ปลูกยางกันต่อไปอีก ตอนนี้ยาง 80 กว่า ยังมีกำไรครับ ยางสมัยก่อนเป็นแค่รายได้เสริมครับ สำหรับข้าราชการ แต่พอราคา 100 กว่า มันกลายเป็นรายได้หลัก แต่พอส่อแววราคาร่วงเยอะ มันก็เลยออกอาการแบบนี้แหละครับ
ปล.ปลูกอะไรก็ราคาตกทั้งนั้นแหละครับ แต่ถ้าเป็นไปได้ ปลูกพืชที่ ครอบครัวเรากิน เพื่อนร่วมโลกกิน เก็บได้ นั่นแหละครับ แทบไม่มีความเสี่ยงเลย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: