ข่าว
หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เราจะทำอย่างไร ให้สังคมที่เราอยู่ ใช้ชีวิตพอเพียง  (อ่าน 4287 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
sudapat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 56


« เมื่อ: มิถุนายน 27, 2012, 07:09:40 PM »

น่าเป็นห่วง เด็นรุ่นอายุไม่ถึงยี่สิบ ที่พ่อแม่เป็นเกษตรกร (ขอออกความเห็นเฉพาะในหมู่บ้านของดิฉัน)

พ่อแม่ทำเกษตร แต่ลูกไม่เคยไปด้วย แบบไม่เคยไปตั้งแต่เล็ก ไม่อยากให้ลูกลำบาก
เรียนหนังสือเก่ง ก็ดีไป สอบได้นั่นนี่ ไปทำงาน ได้เงินเดือน

พ่อแม่ก็ยังลำบากอยู่นั่น เพราะอยากให้ลูกสบายกว่าตนเอง

หลายครอบครัว ทำเกษตรเชิงเดี่ยว ยิ่งทำยิ่งหนี้สินเยอะ
จะให้เขามาทำเกษตรอินทรีย์ หรือพอเพียง เขาบอกเขาทำไม่ได้

เพราะทั้งคู่เป็นชาวนาชาวสวน ไม่มีรายได้อื่น
ลูกเข้าเรียนหนังสือในเมือง จะเอาเงินไหนให้ลูกไปโรงเรียน

ค่าใช้จ่ายแต่ละวัน ค่าน้ำค่าไฟ หลายบาทต่อวัน ยิ่งลูกเรียนสูงยิ่งต้องใช้เยอะ
เขาต้องไปหยิบยืมนายทุน ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา หนี้ ธกส ต่างหาก

ผลผลิตได้ออกมา ไม่คุ้มที่ทำไปเลย ยกเว้นบางคราว ผลผลิต ที่ทำ ราคาดี

อาจเป็นช่วงนั้น ความต้องการในตลาด สูงกว่า ผลผลิต
เขาก็ได้ใช้หนี้ มากขึ้น เหลือไว้ใช้จ่ายบ้าง

แต่ส่วนมาก เขาจะวนเวียน วงจรชีวิตหนี้ แบบนี้ไปตลอดชีวิต
 เศร้า เศร้า

รุ่นพ่อแม่ จะอยู่ระหว่างอายุ 40 ปีขึ้น

แต่รุ่นลูก ที่ หนังสือก็เรียนไม่เก่ง ทำงานในสวนก็ไม่เป็น เขาจะมีชีวิตอยู่อย่างไร

คนที่ได้เรียนก็เถอะ อีกไม่กี่ปี โครงการอะไรนะ เกี่ยวกับอาเชี่ยน
ที่คนชาติอื่นในอาเซี่ยนสามารถเข้ามาทำงานในไทยได้

ซึ่งเดี๋ยวนี้ ก็มีมากแล้ว โดยเฉพาะ ฟิลิปปินส์ มาทำงานในโรงแรม
เขาเก่งภาษาอังกฤษ เป็นทุนอยู่แล้ว หากทำงานในส่วนท่องเที่ยว

หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต้อง สื่อสารกับ ชาวต่างชาติ แม้จะทำงานโรงงานก็ตาม
เพราะโรงงาน ส่วนใหญ่ เขาเข้ามาลงทุนในไทย เป็นของต่างชาติ

คนที่สื่อสารภาษากลางได้ดีกว่า เขาน่าจะได้เป็นหัวหน้า
ตำแหน่งงานดีกว่า เงินเดือนดีกว่า

ส่วนแรงงาน แรงงานจากเขมร พม่า มีมาก ขยันด้วย

รู้จักผู้รับเหมา เขาเล่าให้ฟังว่า ไม่ชอบแรงงานไทย เพราะไม่ขยันเท่าคนเขมร
เขาทำงาน หนึ่งปี แทบไม่หยุดเลย เว้นแต่จะเจ็บป่วยจริงๆ

เขาอยากเก็บเงินเยอะๆ ส่งไปบ้านเขา

ส่วนแรงงานไทย ไปทำที่โรงงานเกาหลี หรือไต้หวัน
กว่าจะเหลือจากค่าหัวที่ทางสำนักงานสูบเลือด ค่าดอกเบี้ยสูงๆ ที่ยืมไป

ไปอยู่ในห้องแคบๆ แออัด ทำงานแบบแทบไม่ได้พัก เดินไปดื่มน้ำ อู้นิดหน่อย ไม่ได้เลย

 ลังเล ลังเล

วกมาหาวัยรุ่น ที่เรียนไม่จบ ทำงานในสวนไม่เป็นกลัวไม่สวย กลัวผิวดำ

ผู้หญิงก็ไปหา เกาะแกะ สามีชาวบ้าน มีปัญหาสังคม
ผู้ชายก็ เสพยา ขายยา ลักขโมย

อยากปลูกฝังให้เขารักผืนดิน ทำมาหากินแบบพอเพียง เขาจะอยู่รอด ไม่อดตาย
ปัญหาสังคม น่าจะมีน้อย

อยากให้สังคมที่บ้าน เป็นสังคม มีชีวิตที่พอเพียง

แต่เราไปเปลี่ยนเขาไม่ได้

เราต้องทำอย่างไรก่อนดี
บันทึกการเข้า

dkubpom
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 200


« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2012, 07:28:24 PM »

ผมว่า อยู่ที่ตัว บุคคลครับ จะให้ เเต่ละคน ตีกรอบ เอา พิมพ์เดียวกัน นิสัยเดียวกัน เเละชอบเเบบเดียวกันไม่ได้หรอกครับ เเต่ ที่ สำคัย ก้คือ ไม่อยากให้คนรุ่นไหม่ หลงไหล ใน ชื่อเสียงเกียติยศ เงิน ทอง เเละอื่นๆ ควร จะ หันกลับไป ที่ ยงพอกับปัจจัย4บ้าน ท่าน มองย้อนหา สถาบัน ครอบ ครัว  ทำให้ครอบ ครัว ที่เป็นอยุ่ มีความกินดีอยู่ดี เพียงพอเเต่ฐานานุรูป ของตนเอง ไม่เจ็บไม่ป่วย เท่านี้ ผมว่า ก็ น่า จะ มีความ สุขเเล้ว นะครับ เเล้วอย่างอื่น มันก็ จะตามมาเอง
บันทึกการเข้า
mobile
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1137



« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2012, 07:49:45 PM »

ผมว่าเริ่มที่ตัวเราก่อน อย่าไปเผื่อวงจรชีวิตใครครับ ทุกอย่างเป็นวิถีชวิตของตัวมันเอง  ถ้าให้ทุกคนดีไปหมด รักในอาชีพเกษตร เทคโนโลยี ก็ไม่เดิน มันต้องมีทั้งด้านบวกและลบ  ผมว่าเริ่มที่ตัวคุณก่อน
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9626


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2012, 08:10:57 PM »

ทำครอบครัวของเราให้เป็นตัวอย่างให้ได้ก่อนครับ เราไม่สามารถไปเปลี่ยนความคิดและจิตใจใครได้ แต่เราเปลี่ยนที่ตัวเราได้ ถ้าเราทำได้ดีทำสำเร็จและพร้อมจะถ่ายทอดให้คนในชุมชน ถ้ามีคนที่มีดวงตาเห็นเขาก็จะเอาเราเป็นแบบอย่างเองครับ
แต่อย่าคาดหวังมาก อาจารย์ของผมที่ผมไปอบรมกสิกรรมธรรมชาติมา ท่านอบรมเกษตรกรไปปีนึงหลายพันคน มีคนที่เอาด้วยและลงมือทำจนพึ่งพาตนเองได้ ไม่ถึง 10 % จากหลายหมื่นคนที่ไปอบรมมาเลยครับ  ยิงฟันยิ้ม
ช่วงนี้ผมดู Video ทาง youtube เยอะเจออะไรดีๆก็ขอเอามาฝากกันด้วยนะครับ  ยิงฟันยิ้ม





 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
sudapat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 56


« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2012, 08:39:51 PM »

ขอบคุณมากๆค่ะ คุณนพ วิดีโอ ที่โพสมา ดีมากๆเลยค่ะ

โดยส่วนตัวแล้ว ชอบทุกอันที่คุณโพส ติดตามดูทุกอันค่ะ อายจัง

ดิฉันคาดหวังมากไป เพราะสังคมที่บ้านเป็นแบบที่ดิฉันว่าจริงๆ

เด็กนักเรียน ยังไม่จบ ม.3 ท้อง เลี้ยงลูกไม่เป็นอีกต่างหาก
ส่วนมาก ทำเกษตร ก็มีแต่หนี้สิน จากการเกษตร ที่ใช้สารเคมี ค่าปุ๋ย ค่ายา แพงจริงๆ

ที่จริง วิถีพอเพียงมันก็เริ่มมาหลายปี คนที่เอามาใช้ดำรงชีวิตจริง มีเปอร์เซนต์ไม่มาก

ได้แต่หวังว่า สักวัน บ้านเมืองเรา จะมีแต่ความร่มเย็น ที่ยั่งยืน

ดิฉันคาดหวังมากไปหรือเปล่า อย่างน้อย ทำได้ในระดับหมู่บ้านตัวเอง ก็ยังดี
บันทึกการเข้า
psit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1071

กินอยู่แค่พอเพียง


« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2012, 08:48:51 PM »

ครับ เห็นด้วยกับหลาย ๆ ท่าน ที่บอกว่าเริ่มที่ตัวเราก่อน
เพราะถ้าเราลองแล้วได้ผล เราก็ไม่ต้องไปเคี่ยวเข็ญให้ใครทำอย่างเราเลย
เพราะเขาจะมาทำตามเองในที่สุด

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9920


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2012, 05:52:26 AM »

ใครมีเงินก็เตรียมเงินไว้เยอะๆ ครับ  เพราะอีกหน่อยลูกหลานสุดที่รักของใครหลายคน... ที่เจ้าของกระทู้พูดถึง  จะกลับไปขายที่ดินมรดกพ่อแม่ เพื่อเข้ามาใช้ชีวิตในเมืองอยู่ตามตึกตามคอนโด
บันทึกการเข้า
ดวงพร
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4729


คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกทำชีวิตให้ดีได้


« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2012, 09:43:32 AM »

น่าเป็นห่วง เด็นรุ่นอายุไม่ถึงยี่สิบ ที่พ่อแม่เป็นเกษตรกร (ขอออกความเห็นเฉพาะในหมู่บ้านของดิฉัน)

พ่อแม่ทำเกษตร แต่ลูกไม่เคยไปด้วย แบบไม่เคยไปตั้งแต่เล็ก ไม่อยากให้ลูกลำบาก
เรียนหนังสือเก่ง ก็ดีไป สอบได้นั่นนี่ ไปทำงาน ได้เงินเดือน

พ่อแม่ก็ยังลำบากอยู่นั่น เพราะอยากให้ลูกสบายกว่าตนเอง

หลายครอบครัว ทำเกษตรเชิงเดี่ยว ยิ่งทำยิ่งหนี้สินเยอะ
จะให้เขามาทำเกษตรอินทรีย์ หรือพอเพียง เขาบอกเขาทำไม่ได้

เพราะทั้งคู่เป็นชาวนาชาวสวน ไม่มีรายได้อื่น
ลูกเข้าเรียนหนังสือในเมือง จะเอาเงินไหนให้ลูกไปโรงเรียน

ค่าใช้จ่ายแต่ละวัน ค่าน้ำค่าไฟ หลายบาทต่อวัน ยิ่งลูกเรียนสูงยิ่งต้องใช้เยอะ
เขาต้องไปหยิบยืมนายทุน ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา หนี้ ธกส ต่างหาก

ผลผลิตได้ออกมา ไม่คุ้มที่ทำไปเลย ยกเว้นบางคราว ผลผลิต ที่ทำ ราคาดี

อาจเป็นช่วงนั้น ความต้องการในตลาด สูงกว่า ผลผลิต
เขาก็ได้ใช้หนี้ มากขึ้น เหลือไว้ใช้จ่ายบ้าง

แต่ส่วนมาก เขาจะวนเวียน วงจรชีวิตหนี้ แบบนี้ไปตลอดชีวิต
 เศร้า เศร้า

รุ่นพ่อแม่ จะอยู่ระหว่างอายุ 40 ปีขึ้น

แต่รุ่นลูก ที่ หนังสือก็เรียนไม่เก่ง ทำงานในสวนก็ไม่เป็น เขาจะมีชีวิตอยู่อย่างไร

คนที่ได้เรียนก็เถอะ อีกไม่กี่ปี โครงการอะไรนะ เกี่ยวกับอาเชี่ยน
ที่คนชาติอื่นในอาเซี่ยนสามารถเข้ามาทำงานในไทยได้

ซึ่งเดี๋ยวนี้ ก็มีมากแล้ว โดยเฉพาะ ฟิลิปปินส์ มาทำงานในโรงแรม
เขาเก่งภาษาอังกฤษ เป็นทุนอยู่แล้ว หากทำงานในส่วนท่องเที่ยว

หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต้อง สื่อสารกับ ชาวต่างชาติ แม้จะทำงานโรงงานก็ตาม
เพราะโรงงาน ส่วนใหญ่ เขาเข้ามาลงทุนในไทย เป็นของต่างชาติ

คนที่สื่อสารภาษากลางได้ดีกว่า เขาน่าจะได้เป็นหัวหน้า
ตำแหน่งงานดีกว่า เงินเดือนดีกว่า

ส่วนแรงงาน แรงงานจากเขมร พม่า มีมาก ขยันด้วย

รู้จักผู้รับเหมา เขาเล่าให้ฟังว่า ไม่ชอบแรงงานไทย เพราะไม่ขยันเท่าคนเขมร
เขาทำงาน หนึ่งปี แทบไม่หยุดเลย เว้นแต่จะเจ็บป่วยจริงๆ

เขาอยากเก็บเงินเยอะๆ ส่งไปบ้านเขา

ส่วนแรงงานไทย ไปทำที่โรงงานเกาหลี หรือไต้หวัน
กว่าจะเหลือจากค่าหัวที่ทางสำนักงานสูบเลือด ค่าดอกเบี้ยสูงๆ ที่ยืมไป

ไปอยู่ในห้องแคบๆ แออัด ทำงานแบบแทบไม่ได้พัก เดินไปดื่มน้ำ อู้นิดหน่อย ไม่ได้เลย

 ลังเล ลังเล

วกมาหาวัยรุ่น ที่เรียนไม่จบ ทำงานในสวนไม่เป็นกลัวไม่สวย กลัวผิวดำ

ผู้หญิงก็ไปหา เกาะแกะ สามีชาวบ้าน มีปัญหาสังคม
ผู้ชายก็ เสพยา ขายยา ลักขโมย

อยากปลูกฝังให้เขารักผืนดิน ทำมาหากินแบบพอเพียง เขาจะอยู่รอด ไม่อดตาย
ปัญหาสังคม น่าจะมีน้อย

อยากให้สังคมที่บ้าน เป็นสังคม มีชีวิตที่พอเพียง

แต่เราไปเปลี่ยนเขาไม่ได้

เราต้องทำอย่างไรก่อนดี

----------------------------------------------------
อ้างคำพูด จขกท ค่ะ

ทุกคำพูดของ ท่าน จขกท คือสิ่งที่ ดวงพร คิดและวิตกเล็ก.ในใจตัวเอง...จนคิดอยากมีเวทย์มนต์วิเศษ....จะร่ายมนต์ให้เพื่อนมนุษย์ ร่วมประเทศได้กลับไปวิถีเดิมๆ..ก่อนที่จะมี ..ทุนนิยม...มาเปลี่ยนแปลง...ทุกอย่างที่ จขกท ว่ามานั้นที่ชุมชน ของ ดวงพร ก็แบบนี้
ยอมรับว่าสังคมเปลี่ยนแปลงมาก......คนรุ่นใหม่ ทำนาไม่เป็นและ น้อยคนที่จะทำเกษตร..ก็เป็นห่วงสังคมลึกๆในใจ..ตามประสาคนหวังดีต่อเพื่อนมนุษย์ร่วมชาติน่ะค่ะ...

เราคือคนตัวเล็กๆที่ปรารถนาดีต่อคนอื่นๆด้วย...ต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงของสังคมที่เกิดขึ้น...เราก็ทำได้เพียงแต่..

1.ทำให้ครอบครัวเราเป็นสุข..มีลูกดูแลลูกให้เป็นคนดีของสังคม..ไม่สร้างปัญหาให้ ตัวเอง ครอบครัว ให้รู้จักแบ่งปันเห็นอกเห็นใจคนอื่นๆ..สอนให้เขาเห็นคุณค่าของคนอื่นๆ..และสอนให้เขาขยันในทุกเรื่องของตัวเองที่มีหน้าที่ต้องทำ.ค่ะ.สอนให้เขามีคุณธรรม จริยธรรม...เพื่อที่เขาจะได้ นำคำสอนเราไปใช้ในครอบครัวเขาเอง....อนาคตเขาก็จะผลิตประชากรที่มีคุณภาพให้ครอบครัวเขาเอง..ให้สังคม ให้ประเทศชาติ..แม้จะเป็นเพียงอณูเล็กๆของสังคม.....ดวงพร ว่าเราเริ่ม จากตัวเราเองครอบครัวเราคนใกล้ตัว..เพราะเราจะมีปัญญาเปลี่ยนแปลง สังคมได้อย่างไร...สิ่งที่กล่าวมานี่คือ ทำอยู่ ค่ะ....และก็เห็นผลที่ทำไปบ้างเล็กๆ...คือ.คุณครูที่สอนลูก

.รร.ประถม..บอกลูกมีจิตแบ่งปันดีมาก..เลี้ยงยังไง
รร.มัธยม...บอกลูกมีจิตพิสัยดีมาก แบ่งปัน อาสาทุกเรื่องกิจกรรมของ รร.ซึ่งคุณครู บอกหายากมากขึ้นในสังคมตอนนี้และเป็นผลดีต่อการศึกษา ต่อ อุดมศึกษา..ที่ไม่ต้องสอบ..มหาวิทยาลัยให้โควต้า ทันที ไม่ต้องแข่งขัน..
ระดับอุดมศึกษา.....บอกคุณแม่เลี้ยงลูกยังไง..ไม่ติดเกมส์ซึ่งหายากในระดับอุดมศึกษา..และยังเป็นเจ้ากิจกรรมเหมือนเดิมอาสาทุกเรื่อง....และสิ่งดีๆก็เข้ามาหาลูก

นี่คือความสำเร็จในครอบครัวที่เราเริ่มได้ด้วยตัวเองค่ะ..เราทำได้เท่านี้จริงๆ...อย่างน้อยคนรอบๆข้างก็ยังได้มาสอบถาม มาชื่นชม ว่าเราทำยังไง...สังคมตอนนี้เหมือนน้ำไหลเชี่ยวเปลี่ยนแปลงมากมาย..เราต้องเป็นเกราะป้องกันครอบครัวเราค่ะ ทั้งพ่อและแม่

เราคนรุ่นใหม่..มาเริ่มเปลี่ยนแปลงที่ตัวเรากันเถอะค่ะ ...ที่ครอบครัว..ใครที่มีลูก หรือคิดจะมีลูก..ให้คิดให้มากๆเพราะเด็กรุ่นใหม่นี้ที่จะเป็นกำลังของชาติ...มีเมื่อพร้อม..และวัฒนธรรมที่ทำงานในเมืองทั้ง คู่ แล้วมีลูกแล้วส่งไปให้ ปู่ย่าตายายเลี้ยง....ดวงพรดูจากคนรอบข้างญาติ..เด็กเสียคนมากๆ ค่ะ...มีลูกพ่อแม่เราควรเลี้ยงเองเพราะเราจะเห็นพัฒนาการ ทุกย่างก้าวของเขา..เขาคือผ้าขาวที่เราสามารถแต้มสี..แต้มความคิดให้เขาได้รู้ผิด ชอบชั่วดี...ไม่มีประโยชน์ที่เราจะส่งเงินไปเลี้ยง...เราก็จะได้ประชากรที่คิดไม่เป็น อ่อนแอ...หยิบโหย่ง..ถ้าเราไม่ได้เลี้ยงเองเราจะไม่ได้ลูกเลย..อาจจะได้ น้อง..มากกว่า.เพราะเขาจะไม่เชื่อฟัง..ไม่สนใจ..เพราะธรรมชาติของมนุษย์อยู่กับใครตั้งแต่เกิดจิตก็จะผูกพันกับคนนั้น....ทุกอย่างที่ว่ามาคือ..วัดจากคนใกล้ตัว ญาติพี่น้องค่ะ.. ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


สำหรับเรื่องเกษตรนั้น...บอกลูกๆตลอดว่า เรียนจบไม่อยากทำงานจะพาทำนา...ทำสวน...เพราะถ้าเรียนจบถ้างานราชการ รัฐวิสาหกิจ เขาไม่รับที่ความสามารถ..ต้องมีใต้โต๊ะก็คงไม่มีปัญญาจะทำตามวัฒนธรรมนั้นแน่...แม่จะพาทำนา..เราจะเป็นเกษตกร รุ่นใหม่.รุ่นพัฒนา.มีนา มีข้าว ปลา อาหาร......ชีวิตคงจะพอแล้วได้อยู่เป็นครอบครัวที่อบอุ่น..คิดแบบนี้จริงๆค่ะ เขาจะทำตามหรือไม่อีกเรื่อง..แต่เราพร้อมจะรองรับเมื่อเขาอยากเป็น เกษตรกร ค่ะ;D
บันทึกการเข้า
mobile
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1137



« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2012, 10:19:45 AM »

อีกหน่อยผมว่า ประเทศเรา คงมีหุ่นยนต์ เครื่องจักร มาทำแทนงานคน  ผมเห็นบางประเทศ เขาทำกันแล้ว ไม่ว่า สวนกล้วย ของเมืองนอก มีการจัดการ ด้วยเครื่องจักร การลำเรียง ตั้งแต่ จากต้น มาจนถึงบรรจุ ส่งออก เลยครับ อนาคต มีแบบนี้แน่นอน
 อาจเห็น หุ่น ยนต์ ญี่ปุ่น เดินไถนา ก็เป็นไปได้ 555
บันทึกการเข้า
khundong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1677


« ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2012, 10:21:13 AM »

ในการอบรมหรือให้ความรู้คนแค่ละคน จะมีไม่กี่% ที่เอาไปทำตาม โดยเฉพาะการอบรมของภาครัฐ ผมคิดว่าไม่ต้องทำอะไร เพียงเราทำขอเรา แบบนี้และพยายามเปิดให้คนรอบข้างเข้ามาเห็น เข้ามาเห็น เดียวเขาก็ทำตามเราเอง
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 7885


« ตอบ #10 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2012, 03:56:53 PM »

ปล่อยวาง  ดีไหมครับ
ชีวิตของเราเอง ครอบครัวของเราเองก็หนักมากแล้ว
ถ้าทุกคนทำชีวิตของตัวเอง ครอบครัวของตัวเองให้ดี
สังคมนี้ก็จะดีเอง(เหมือนความคิดเห็นของหลายๆท่าน)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 29, 2012, 03:58:48 PM โดย phalikhit » บันทึกการเข้า

บิฑบาตร  ขาด"ร"หลัง  อย่าพลั้งใส่
บาตนั้นไซร้  มี"ร"ตาม  งามภาษา
อนุญาติ  พินทุอิ  อย่าใส่มา
SODA-FEZA
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15


« ตอบ #11 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2012, 04:44:56 PM »

อ่านข้อความของทุกท่านแล้ว อึ้งค่ะ เพราะไม่ใช้ ใครอืนแต่แต่เป็นตัวเองๆค่ะ เรียนจบ ก็มาทำงานที่กรุงเทพฯพบแฟนแต่งงานคลอดลูกแล้วเลี้ยงได้ไม่เกิน 60 วันค่ะ แล้วก็ส่งกลับบ้านที่ต่างจังหวัด นอกนั้งส่งเงินค่ะเดื่อนๆก็ส่งแต่เงิน ค่ะ คำแรกที่ลูกเรียกแม่ก็ไม่ใช้เราค่ะแต่เป็นแม่เราเอง กลับบ้านไปหาลูก ลูกยังวิ่งหนีเลยค่ะ
บันทึกการเข้า
mobile
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1137



« ตอบ #12 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2012, 05:39:47 PM »

อยู่ที่สั่งสอนลูกครับ ไม่ว่าเราอยู่ไหน เราก็ทำให้เขาอบอุ่นได้ ลองใช้ 3G ดิครับ แบบโคนา ...555


Liked By: sudapat, deer art
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9626


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #13 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2012, 05:48:07 PM »

อ่านข้อความของทุกท่านแล้ว อึ้งค่ะ เพราะไม่ใช้ ใครอืนแต่แต่เป็นตัวเองๆค่ะ เรียนจบ ก็มาทำงานที่กรุงเทพฯพบแฟนแต่งงานคลอดลูกแล้วเลี้ยงได้ไม่เกิน 60 วันค่ะ แล้วก็ส่งกลับบ้านที่ต่างจังหวัด นอกนั้งส่งเงินค่ะเดื่อนๆก็ส่งแต่เงิน ค่ะ คำแรกที่ลูกเรียกแม่ก็ไม่ใช้เราค่ะแต่เป็นแม่เราเอง กลับบ้านไปหาลูก ลูกยังวิ่งหนีเลยค่ะ


ชีวิตคนไทยรุ่นใหม่เรา กำลังเดินทางไปสู่รูปแบบอย่างในนิยายภาพนี้กันใช่ไหมครับ

ไปอ่านนิยายภาพฉบับเต็มได้ตามลิ้งค์นะครับ  ยิงฟันยิ้ม
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=31718.msg1550103#msg1550103

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
mobile
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1137



« ตอบ #14 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2012, 06:54:42 PM »

แต่บางทีเวลาท้ายสุดของชีวิต ก็ไม่มีคนดูแล แม้แต่ลูกหลาน.....


Liked By: yudhapol, deer art
บันทึกการเข้า
ดวงพร
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4729


คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกทำชีวิตให้ดีได้


« ตอบ #15 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2012, 08:05:54 PM »

สังคม ตจว ก็จะเหมือนที่คุณนพว่ามา...เมื่อลูกเขาโตขึ้นมาแล้ว พ่อแม่ที่มาทำงานในเมืองได้เวลาจะกลับไปอยู่กับเขาแล้ว..ลูกที่ ปู่ ย่า ตา ยาย เลี้ยงก็โต..

ลูกมักจะไม่รักพ่อแม่ ไม่ผูกพันแต่จะรักปู่ ย่า ตา ยาย ที่เลี้ยงมาก็จะเกิดปัญหากับพ่อแม่จริงๆที่ไม่ได้ใจลูก

เวลาที่ดุเขา...ก็จะโดนลูกว่ากลับ..."อย่ามาด่านะไม่ได้เลี้ยงมานะ"..ความสัมพันธ์พ่อแม่ลูกก็จะไม่ดี.อันนี้เห็นจากครอบครัวเพื่อนๆค่ะเรื่องจริงๆ

เวลาที่จะได้เห็นพัฒนาการลูก 10ปี นี่แป่บเดียว ค่ะแล้วเขาก็จะเริ่มโต...เขาจะมีโลกของเขาแล้ว เช่น เพื่อน

นี่คือปัญหาจริงๆตามชนบทเด็กวัยรุ่นที่เหลือขอ...จะมีทุกที่นั่นคืออนาคตชาติจริงๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: