หน้า: 1 [2]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กากถั่วเหลืองที่เหลือจากการทำน้ำเต้าหู้  (อ่าน 22018 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ต้อย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1958



« ตอบ #16 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2012, 05:00:47 PM »

เมื่อวานเอาหว่านให้กินสดๆ ไม่ค่อยกินกันแฮะ เลยลองเอาผสมรำ ปรากฏว่ากินกันไม่มีเหลือ วันนี้ลองเอาตากแดด ส่วนที่แห้งติดสังกะสีเลย ต้องได้เสียตังค์ทำเครื่องอบอีกแล้ว ลังเล ลังเล


ถึงขนาดต้องทำเครื่องอบเลยหรือครับ ผมว่าเกินความจำเป็น

ผมเลี้ยง 30 ตัว ตั้งแต่เป็นลูกไก่ตัวเล็กๆ จนตอนนี้อายุได้ 1ปี 2เดือน

ก็เลี้ยงอาหารสำเร็จ กระสอบ 450 บาท ได้ประมาณ10วัน/1กระสอบ

เก็บเศษผักจากตลาดมาให้กินบ้าง ใช้เศษอาหารที่กินเหลือใส่ตร้ากร้าล้างน้ำให้กินบ้าง

มันก็ให้ไข่ทุกวัน เฉลี่ยวัน 25 ฟอง  เลี้ยงแค่ 30 ตัว อาหารกระสอบไม่ยุ่งยากครับ

ถ้าจะเลี้ยงหลัก 100 หลัก 1000 ตัว ค่อยมาหาทางลดต้นทุนค่าอาหารดีกว่า

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=45519.0 อันนี้ที่ผมเคยลงไว้

ที่พี่บิ๊กคิดก็ถูกครับ ตอนนี้ผมก็ให้อาหารกระสอบ มีรำด้วย ผักก็กินหญ้าในสวนเอา อาหารกระสอบนึงไม่เกิน ๕ วันครับ อาหารกระสอบใช้กับไก่พ่อพันธ์แม่พันธ์ ไก่รุ่น ไก่เล็ก รวมโดยประมาณก็ ๑๐๐กว่าตัว อนาคตก็เพิ่มออกมาเรื่อยๆครับ ซึ่งลองคิดคำนวณแล้ว เทียบทั้งปริมาณ ราคา ปริมาณการกิน ทำเองราคาถูกกว่าครึ่งนึงครับ ก็เลยว่าจะลองทำเองบ้างครับ หากทำไม่สำเร็จก็คงใช้อาหารกระสอบเหมือนเดิมครับ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

PEEBIG
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 637


« ตอบ #17 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2012, 05:10:18 PM »

เมื่อวานเอาหว่านให้กินสดๆ ไม่ค่อยกินกันแฮะ เลยลองเอาผสมรำ ปรากฏว่ากินกันไม่มีเหลือ วันนี้ลองเอาตากแดด ส่วนที่แห้งติดสังกะสีเลย ต้องได้เสียตังค์ทำเครื่องอบอีกแล้ว ลังเล ลังเล


ถึงขนาดต้องทำเครื่องอบเลยหรือครับ ผมว่าเกินความจำเป็น

ผมเลี้ยง 30 ตัว ตั้งแต่เป็นลูกไก่ตัวเล็กๆ จนตอนนี้อายุได้ 1ปี 2เดือน

ก็เลี้ยงอาหารสำเร็จ กระสอบ 450 บาท ได้ประมาณ10วัน/1กระสอบ

เก็บเศษผักจากตลาดมาให้กินบ้าง ใช้เศษอาหารที่กินเหลือใส่ตร้ากร้าล้างน้ำให้กินบ้าง

มันก็ให้ไข่ทุกวัน เฉลี่ยวัน 25 ฟอง  เลี้ยงแค่ 30 ตัว อาหารกระสอบไม่ยุ่งยากครับ

ถ้าจะเลี้ยงหลัก 100 หลัก 1000 ตัว ค่อยมาหาทางลดต้นทุนค่าอาหารดีกว่า

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=45519.0 อันนี้ที่ผมเคยลงไว้

ที่พี่บิ๊กคิดก็ถูกครับ ตอนนี้ผมก็ให้อาหารกระสอบ มีรำด้วย ผักก็กินหญ้าในสวนเอา อาหารกระสอบนึงไม่เกิน ๕ วันครับ อาหารกระสอบใช้กับไก่พ่อพันธ์แม่พันธ์ ไก่รุ่น ไก่เล็ก รวมโดยประมาณก็ ๑๐๐กว่าตัว อนาคตก็เพิ่มออกมาเรื่อยๆครับ ซึ่งลองคิดคำนวณแล้ว เทียบทั้งปริมาณ ราคา ปริมาณการกิน ทำเองราคาถูกกว่าครึ่งนึงครับ ก็เลยว่าจะลองทำเองบ้างครับ หากทำไม่สำเร็จก็คงใช้อาหารกระสอบเหมือนเดิมครับ ยิ้มเท่ห์


ครับพี่ต้อย พี่เลี้ยงเป็นร้อย ถึงหลายร้อยตัว ผสมอาหารลดต้นทุนเองได้มากครับ

ตอนแรกผมดูผิด พอดีอ่านตอนแรกนึกว่า เป็นคนเดียวกันกับเจ้าของกะทู้

เพราะกะทู้แรกบอกเลี้ยงแค่7ตัวแล้วเอามาอีก27ตัว
บันทึกการเข้า
konbangpoon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22


« ตอบ #18 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2012, 05:30:09 PM »

ถ้าเป็นยีสต์ผง ละครับผสมให้สัตว์ปีกกินได้ไหมครับ แล้วตัวยีสต์มันมีโปรตีนประมาณเท่าไหร่ครับ
ขอคำแนะนำจากท่าน lema หน่อยครับ

ไม่ว่ากันนะครับ

กากยีสต์ หรือ ยีสต์เบียร์  (Dried  brewers’  yeast)
     เป็นผลิตผลพลอยได้ ( BY PRODUCT ) จากโรงงานเบียร์ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ด้วยกันหลากหลายรูปแบบ เช่น นำมาทำเป็นอาหารสัตว์  หรือนำมาทำปุ๋ย เป็นต้น ซึ่งจะมีทั้งการนำมาใช้ในรูปแบบของเหลว และรูปแบบแห้ง(ผ่านการอบและอัดเม็ดแล้ว)
     ยีสต์ที่ได้จากโรงเบียร์ เป็นยีสต์ที่มีประโยชน์ และเป็นยีสต์ที่ตายแล้ว คงเหลือแต่ผนังเซลล์ของยีสต์ ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพ ย่อยสลายได้ทันที นอกจากนี้ยีสต์ที่ได้จากโรงงานผลิตเบียร์ ยังมีอย่างอื่นตามมาด้วย นั่นคือกากของข้าวต่างๆ ที่นำมาทำเบียร์นั่นเอง ทำให้คุณค่าทางอาหาร ที่มีในน้ำยีสต์นั้น มีคุณค่าสูง และเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาทำเป็นอาหารสัตว์หรือใช้ทำปุ๋ย

ประโยชน์ของยีสต์เบียร์1.   เป็นตัวช่วยเสริมสุขภาพของสัตว์ (probiotic) ซึ่งจะทำให้สัตว์แข็งแรง และมีภูมิต้านทานโรคสูงขึ้น ลดความเครียด  มีพลังงานและแร่ธาตุสูง ( มีวิตามิน บี รวม สูง )
2.   เป็นยีสต์ชนิด "บริวเวอร์ ยีสต์" (Brewer yeast) ประกอบไปด้วย ธาตุอาหารมากมีกรดอะมิโน16ชนิด เกลือแร่14ชนิด วิตามิน17ชนิด นอกจากนี้ยังมีเกลือแร่สูง คือ โครเมี่ยม สังกะสี เหล็ก ฟอสฟอรัส  ซีลีเนียม

วิธีใช้ประโยชน์จากยีสต์1.   สามารถนำไปใช้โดยให้สัตว์กินโดยตรง
2.   ผสมในอาหารสัตว์ เพื่อเพิ่มโภชนะ หรือลดฝุ่นในอาหารสัตว์
3.   ยีสต์เอง จะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยย่อยได้ดีด้วย ทำให้สัตว์ไม่เกิดอาการท้องอืด สามารถนำอาหารไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ สัตว์โตดี โตเร็ว ป่วยน้อย ในโคนมจะเร่งให้น้ำนมออกมามากขึ้น

โภชนะของยีสต์
โปรตีน                  42.00%     
ไขมัน                     2.20%     
เยื่อใย                     1.10%               
เถ้า                         8.60%       
แคลเซียม              0.50%     
ฟอสฟอรัส             1.20%
ไลซีน                    3.62%       
เมทไธโอนีน         0.70%     
ทริปโตฟาน           0.50%
เมทไทโอนีน+ซีส  1.20%       
ทรีโอนีน                2.45%

อัตราที่แนะนำในการใช้
สุกร   5 – 15 %     
สัตว์ปีก  5 - 12 %     
ปลา กุ้ง  5 %    โคนม
โคเนื้อ  5 - 20%
อ้างอิงจาก
Website  :  www.feedmeal.igetweb.com     


Liked By: I was lucky.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 27, 2012, 05:31:57 PM โดย konbangpoon » บันทึกการเข้า
ต้อย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1958



« ตอบ #19 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2012, 05:37:13 PM »

เมื่อวานเอาหว่านให้กินสดๆ ไม่ค่อยกินกันแฮะ เลยลองเอาผสมรำ ปรากฏว่ากินกันไม่มีเหลือ วันนี้ลองเอาตากแดด ส่วนที่แห้งติดสังกะสีเลย ต้องได้เสียตังค์ทำเครื่องอบอีกแล้ว ลังเล ลังเล


ถึงขนาดต้องทำเครื่องอบเลยหรือครับ ผมว่าเกินความจำเป็น

ผมเลี้ยง 30 ตัว ตั้งแต่เป็นลูกไก่ตัวเล็กๆ จนตอนนี้อายุได้ 1ปี 2เดือน

ก็เลี้ยงอาหารสำเร็จ กระสอบ 450 บาท ได้ประมาณ10วัน/1กระสอบ

เก็บเศษผักจากตลาดมาให้กินบ้าง ใช้เศษอาหารที่กินเหลือใส่ตร้ากร้าล้างน้ำให้กินบ้าง

มันก็ให้ไข่ทุกวัน เฉลี่ยวัน 25 ฟอง  เลี้ยงแค่ 30 ตัว อาหารกระสอบไม่ยุ่งยากครับ

ถ้าจะเลี้ยงหลัก 100 หลัก 1000 ตัว ค่อยมาหาทางลดต้นทุนค่าอาหารดีกว่า

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=45519.0 อันนี้ที่ผมเคยลงไว้

ที่พี่บิ๊กคิดก็ถูกครับ ตอนนี้ผมก็ให้อาหารกระสอบ มีรำด้วย ผักก็กินหญ้าในสวนเอา อาหารกระสอบนึงไม่เกิน ๕ วันครับ อาหารกระสอบใช้กับไก่พ่อพันธ์แม่พันธ์ ไก่รุ่น ไก่เล็ก รวมโดยประมาณก็ ๑๐๐กว่าตัว อนาคตก็เพิ่มออกมาเรื่อยๆครับ ซึ่งลองคิดคำนวณแล้ว เทียบทั้งปริมาณ ราคา ปริมาณการกิน ทำเองราคาถูกกว่าครึ่งนึงครับ ก็เลยว่าจะลองทำเองบ้างครับ หากทำไม่สำเร็จก็คงใช้อาหารกระสอบเหมือนเดิมครับ ยิ้มเท่ห์


ครับพี่ต้อย พี่เลี้ยงเป็นร้อย ถึงหลายร้อยตัว ผสมอาหารลดต้นทุนเองได้มากครับ

ตอนแรกผมดูผิด พอดีอ่านตอนแรกนึกว่า เป็นคนเดียวกันกับเจ้าของกะทู้

เพราะกะทู้แรกบอกเลี้ยงแค่7ตัวแล้วเอามาอีก27ตัว

อ๋อครับ ไม่เป็นไรครับ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
lema
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 424


« ตอบ #20 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2012, 05:52:37 PM »

ถ้าเป็นยีสต์ผง ละครับผสมให้สัตว์ปีกกินได้ไหมครับ แล้วตัวยีสต์มันมีโปรตีนประมาณเท่าไหร่ครับ
ขอคำแนะนำจากท่าน lema หน่อยครับ
  อันนี้ผมยังไม่เคยลองครับถ้าอ่านตามข้อมูลที่มีดูแล้วน่าจะมีประโยชน์มากและมีเพื่อนสมาชิกตอบแทนผมแล้วข้อมูลเหมือนๆกันครับ ผม เสริมพ่วงท้ายอีกนิดหน่อยครับ
   ปัจจุบันได้มีการนำส่วนประกอบของยีสต์ ที่เป็น BY PRODUCT ที่ได้จากโรงเบียร์ หรือที่ได้จากการผลิตเบียร์มาใช้ประโยชน์ด้วยกันหลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น นำมาทำปุ๋ย นำมาทำเป็นอาหารสัตว์ เป็นต้น ซึ่งจะมีทั้งการนำมาใช้ในรูปแบบของเหลว และรูปแบบแห้ง(ผ่านการอบแล้ว)
      ยีสต์ที่ได้จากโรงเบียร์ เป็นยีสต์ที่มีประโยชน์ และเป็นยีสต์ที่ตายแล้ว คงเหลือแต่ผนังเซลล์ของยีสต์ ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพ ย่อยสลายได้ทันที นอกจากนี้ยีสต์ที่ได้จากโรงงานผลิตเบียร์ ยังมีอย่างอื่นตามมาด้วย นั่นคือกากของข้าวต่างๆ ที่นำมาทำเบียร์นั่นเอง ทำให้คุณค่าทางอาหาร ที่มีในน้ำยีสต์นั้น มีคุณค่าสูง และเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาทำเป็นอาหารสัตว์ หรือใช้ทำปุ๋ย
      ในปัจจุบันนี้ได้มีการนำยีสต์มาเป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์ เพื่อประโยชน์ใน 2 ทางด้วยกันคือ เป็นแหล่งโปรตีนที่เราเรียกว่า โปรตีนเซลล์เดียว (single cell protein) และอีกในแง่หนึ่งคือเป็นตัวช่วยเสริมสุขภาพของสัตว์หรือที่เราเรียกว่าเป็น โปรไบโอติค (probiotic) ให้กับสัตว์เลี้ยง ซึ่งจะทำให้สัตว์แข็งแรง และมีภูมิต้านทานโรคสูงขึ้น รูปแบบการนำยีสต์มาใช้ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการใช้ คือ ถ้าต้องการให้ยีสต์เป็นแหล่งโปรตีนก็ไม่ต้องคำนึงว่ายีสต์ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แต่ถ้าต้องให้ยีสต์ทำหน้าที่เป็นโปรไบโอติค จะต้องใช้ในสภาพที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น แต่ไม่ว่ายีสต์จะทำหน้าที่ใดก็ตามในสองข้อดังกล่าว ก็ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อสัตว์เลี้ยงทั้งนั้น ดังนั้นในประเทศไทย เทคโนโลยีการผลิตยีสต์น่าจะได้รับการพัฒนาให้สามารถทำได้ง่ายขึ้น รวมทั้งสามารถใช้วัตถุดิบราคาถูกจากของเหลือใช้ทางเกษตร ที่มีอยู่ในบ้านเรา
ประโยชน์จากยีสต์ต่อการเลี้ยงสัตว์และปุ๋ย
 1. มีระดับโปรตีนสูง และอยู่ในรูปที่นำไปใช้ได้ทันที โปรตีน ประมาณ 50 % สามารถนำไปใช้โดยให้สัตว์กินโดยตรง หรือนำไปผสมในอาหารสัตว์ เพื่อเพิ่มโภชนะ หรือลดฝุ่นในอาหารสัตว์ นอกจากนี้ยีสต์เอง จะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยย่อยได้ดีด้วย ทำให้สัตว์ไม่เกิดอาการท้องอืด สามารถนำอาหารไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ สัตว์โตดี โตเร็ว ป่วยน้อย ในโคนมจะเร่งให้น้ำนมออกมามากขึ้น
 2.นำไปใช้ทำปุ๋ย
  คิดๆไปแล้วน่าอิจฉาคนที่อยู่ใกล้โรงเบียร์จริงๆครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 27, 2012, 05:57:41 PM โดย lema » บันทึกการเข้า
thips
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 215


« ตอบ #21 เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2012, 03:19:18 PM »

กากถั่วเหลืองที่นำไปตากแดด พอแห้งแล้วมันเป็นก้อนใหญ่บ้างเล็กบ้างทำอย่างไรดี ก้อนใหญ่ก็เท่าหัวแม่มือ แข็งโป๊กเลย
บันทึกการเข้า
ต้อย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1958



« ตอบ #22 เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2012, 03:59:12 PM »

กากถั่วเหลืองที่นำไปตากแดด พอแห้งแล้วมันเป็นก้อนใหญ่บ้างเล็กบ้างทำอย่างไรดี ก้อนใหญ่ก็เท่าหัวแม่มือ แข็งโป๊กเลย

ผมก็ลองตากแล้ว แดดไม่ค่อยจัด ไม่ค่อยแห้ง ส่วนที่ก้อนเล็กแห้งแต่แข็งติดสังกะสีแกะไม่ออก ผมเลยเอามาผสมอาหารเลยครับ แล้วอัดเม็ดออกมา (ผสมอย่างอื่นด้วย) แล้วมาตากทีหลัง เมื่อกากถั่วเหลืองแห้งจะทำให้อาหารเป็นเม็ดดีครับ ระวังเม็ดอาหารแข็งจัดเอานะครับ   ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มเท่ห์


บันทึกการเข้า
Naiteetee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 759


« ตอบ #23 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2012, 07:01:05 PM »

กากถั่วเหลืองที่นำไปตากแดด พอแห้งแล้วมันเป็นก้อนใหญ่บ้างเล็กบ้างทำอย่างไรดี ก้อนใหญ่ก็เท่าหัวแม่มือ แข็งโป๊กเลย

ผมก็ลองตากแล้ว แดดไม่ค่อยจัด ไม่ค่อยแห้ง ส่วนที่ก้อนเล็กแห้งแต่แข็งติดสังกะสีแกะไม่ออก ผมเลยเอามาผสมอาหารเลยครับ แล้วอัดเม็ดออกมา (ผสมอย่างอื่นด้วย) แล้วมาตากทีหลัง เมื่อกากถั่วเหลืองแห้งจะทำให้อาหารเป็นเม็ดดีครับ ระวังเม็ดอาหารแข็งจัดเอานะครับ   ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มเท่ห์



ดูดีน่าทานมากเลยครับ
บันทึกการเข้า
กล้า เมือ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 91


« ตอบ #24 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2012, 11:37:48 AM »

ไก่ไข่กินอาหารวันละ 110-120 กรัมต่อวันคูณสามสิบตัว 3.3 kg ส่วนกากถั่วเหลืองเอาไปตากแห้ง(ถ้าแแบบสดจะมีน้ำเป็นส่วนใหญ่และโปรตีนจะน้อย) แล้วเอามาผสมกับอาหารได้แต่ต้องใช้ผสมได้ไม่เกิน 20% ก็จะเท่ากับ 20x100/3.3kg = 600กรัม อย่ามากกว่านี้นะครับเพราะกากเยอะ) เท่ากับว่าหัวอาหารและกากน้ำเต้าหู้ที่ใช้ผสมได้ต่อวันจะได้ 2.7 kgคือหัวอาหาร และ 600 กรัมคือกากถั่วเหลือง ครับ
 ถ้าจะนำมาผสมควรใช้รำและปลาข้าวร่วมด้วย ถ้าใช้แค่หัวอาหารกับกากถั่วเหลืองโปรตีนมันจะมากเกินไปหรือลองผสมตามนี้ครับ
     หัวอาหาร       2 kg
     กากถั่วเหลือง  .6 kg
     ปลายข้าว      .4 kg
     รำอ่อน         .3 kg
  รวมโปรตีนแล้วก็จะได้ 17.7% กำลังพอดีครับ
  หลังไมด์ ครับ พี่ รอทุกวัน ครับ
บันทึกการเข้า
ต้อย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1958



« ตอบ #25 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2012, 12:03:52 PM »

กากถั่วเหลืองที่นำไปตากแดด พอแห้งแล้วมันเป็นก้อนใหญ่บ้างเล็กบ้างทำอย่างไรดี ก้อนใหญ่ก็เท่าหัวแม่มือ แข็งโป๊กเลย

ผมก็ลองตากแล้ว แดดไม่ค่อยจัด ไม่ค่อยแห้ง ส่วนที่ก้อนเล็กแห้งแต่แข็งติดสังกะสีแกะไม่ออก ผมเลยเอามาผสมอาหารเลยครับ แล้วอัดเม็ดออกมา (ผสมอย่างอื่นด้วย) แล้วมาตากทีหลัง เมื่อกากถั่วเหลืองแห้งจะทำให้อาหารเป็นเม็ดดีครับ ระวังเม็ดอาหารแข็งจัดเอานะครับ   ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มเท่ห์



ดูดีน่าทานมากเลยครับ


ขอบคุณครับ ช่วงนี้แดดไม่จัด ควมชื้นสูง ต้องได้เอาไปอบอีครั้งครับ กันเชื้อรา ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
vjplus
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 128


« ตอบ #26 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2015, 10:41:01 PM »

ได้ความรู้เพิ่มเยอะเลย

ขอบคุณทุกท่านครับ
บันทึกการเข้า
Surachet608
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 52


« ตอบ #27 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2015, 10:00:46 AM »

เลี้ยงน้อยลงทุนอุปกรณ์จะไม่คุ้มครับ ถ้าจะเลี้ยงเยอะถึงจะลงทุนอุปกรณ์ เพื่อการลดต้นทุนระยะยาวครับ
บันทึกการเข้า
varisa999
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 345


« ตอบ #28 เมื่อ: มกราคม 15, 2017, 08:43:27 AM »

กากถัวเหลืองดิบต้องทำให้สุกก่อนนำไปเลี้ยงสัตว์หรือป่าว  หรือตากแห้งแล้วนำไปเลี้ยงได้เลย  เป็นกากที่เหลือจากทำน้ำเต้าหู้
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: