หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7] 8   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชมรมผู้สนใจอีเลคโทรนิคส์และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุนอาชีพชาวเกษตร..  (อ่าน 79367 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1892


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #96 เมื่อ: กันยายน 17, 2012, 03:25:56 PM »

รบกวนครับ
ถ้าใช้แบต 100 A ต่อพ่วงกับ Inverter 500 W เพื่อถ้าใช้แบต 100 A  เพื่อใช้หลอดตะเกียบขนาด 14 W 3 หลอด 220 V.

อยากทราบว่าจะสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสักกี่ ชม.

ขอบคุณครับ




 คัดลอกมาให้อ่าน เป็นความรู้ที่ผู้ใช้โซล่าเซลล์ ต้องรู้


  การใช้งานโซล่าเซลล์ ผู้ที่ต้องการใช้งานจะต้องมีความรู้ทางไฟฟ้าไว้บ้าง เพราะถ้าไม่มีความรู้เลย สนใจเพียงแต่ซื้อชุดสำเร็จมาใช้ เมื่อใช้ไปซักระยะแล้วเกิดปัญหา คงต้องเสียเงินเรียกช่างมาดูให้ แบบนี้คงไม่อยู่ในแนวทางแบบพอเพียงแน่ๆ เพราะเราไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ การที่เรามีความรู้ไว้บ้างยังทำให้เราสามารถ ประยุกต์ แบบการใช้งานให้เหมาะสมไปได้เรื่อยๆ ไม่มีสิ้นสุด หากแต่ความรู้ที่ผมพูดถึงไม่ใช่แค่เพียง เรื่องของ แผงโซล่าฯ คอนโทลชาร์จ แบตฯ อินเวอร์เตอร์ การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า การต่อทั้งระบบ ยังต้องรู้ถึง เครื่องมือวัดต่างๆ วิธีวัดที่ถูกต้อง สุดท้ายทุกคนที่ไม่มีอุปกรณ์เครื่องมือ จึงพยายามหาที่ฝึกอบรม เพื่อเรียนรู้จากของจริง แต่จริงๆแล้ว เครื่องมือวัดที่ใช้วัดในงานโซล่าเซลล์ ขั้นทดลองพื้นฐานก็ใช้เพียงชิ้นเดียว คือ มัลติมิเตอร์ ราคาไม่เกิน 300 บาท ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ก็แทบจะไม่ต้องสอนกันแล้วเพราะทุกคนก็รู้วิธีการใช้งานอยู่แล้ว

มีหลายๆเคล็ดลับจาก คลิปวีดีโอที่ทางอาจารย์นันท์ทำการสอนติดตั้งและซ่อมโซล่าร์เซลล์
1. ควรตั้งแผงเฉียงทางไหนดี ?
คำตอบคือ แกนโลกเราเอียงซึ่งเป็นที่รู้กันและนั่นทำให้ประเทศไทยเราอยู่ในระดับแนวเหนือศูนย์สูตร ดังนั้นเราจึงต้องหันแผงไปทางทิศใต้ครับ ทีนี้เราจะหันไปกี่องศายังไงกันดี ? คำตอบก็คือ ถ้ามี GPS ก็สามารถรู้ว่าเราอยู่ละติจูดที่เท่าไหร่ ก็ตั้งองศาตามนั้นเลยครับ คนขายก็มักจะบอกกันว่าตั้งเฉียง 15 องศา แต่คำตอบนี้เฉพาะแถวเขตกรุงเทพครับ ถ้าท่านตอบคำถามได้ว่าระหว่างภาคใต้และภาคเหนือ แผงไหนควรตั้งมุมมากกว่ากันครับ ลองคิดดู หลักสุดท้ายประเด็นสำคัญของการตั้งแผงที่อาจารย์สอนคือ โซล่าร์จะทำงานได้ดีเมื่อแผงตั้งฉากกับแสงครับ (เส้นละติจูดที่พาดเป็นวงกลมจากทิศตะวันออกไปตะวันตก ส่วนเส้นลองติจูดพาดจากขั้วโลกเหนือมาขั้วโลกใต้)
  2. การคำนวณกำลังไฟฟ้าที่ทำได้ กำลังไฟฟ้าที่ต้องเก็บ กำลังไฟฟ้าที่ต้องใช้
บางคนก็ชอบที่จะคำนวณโหลดหากำลังไฟฟ้าที่ต้องใช้ เพื่อย้อนมาดูว่าต้องเก็บพลังงานเท่าไหร่และต้องผลิตไฟฟ้าให้ได้จากแผงเท่าไหร่ แต่บางคนก็ชอบที่จะซื้อแผงมาทดลองก่อนแล้วก็คำนวณว่าแผงนั้นผลิตไฟได้เท่าไหร่ ต้องเก็บกำลังไฟอย่างไรและจะใช้โหลดได้ประมาณไหน ผมเป็นพวกหลัง ผมคิดว่ามันเหมาะกว่าในแง่ที่ว่า เราควรจะใช้เท่าที่เราจะผลิตได้ตามกำลังทรัพย์เรา ณ. ขณะนั้น
ผมซื้อแผงขนาด 140 watt มาวางบนหลังคาจำนวน 1 แผง แน่นอนมันบอกชัดว่ามันให้กำลังไฟฟ้า 140 watt และตัวแผงจะมีแรงดันสูงสุดและกระแสสูงสุดที่จะทำให้ได้กำลังสูงสุด ซึ่งตามเสปคมันบอกว่าแรงดัน 18.4 volt และกระแส 7.61 Amp (ดูบนเนมเพลทบนแผ่นซึ่งจะบอกเสปคครับ)ให้ดิ้นตาย พอเอาแรงดันและกระแสคูณกันเพื่อให้ได้กำลังวัตต์ (P=V*I) มันได้ 140 watt พอดิบพอดี เราแค่หาแบต 18.4 โวลท์แล้วให้กระแสไหลเข้าแบต 7.61 แอมป์ เราก็จะได้กำลังไฟ 140 watt แล้วเย้ๆๆๆ อ่ะให้ตายสิ แบต 18.4 โวลท์จะหาจากไหนดีหว่า ผมเดินเข้าไปถามหลายร้าน หาจากเน็ต หาจากนิตยสาร FHM ไม่มีที่ไหนให้คำตอบได้เลย โอ้ว สุดท้ายก็ต้องจบที่แบต 12 volt ที่มีขายกันทั่วไป จากนั้นก็ลองวัดกระแสที่ไหลเข้าแบตขณะชาร์จ โดยวันที่มีแดดจัดและช่วงเวลาแดดดี ผมวัดกระแสได้ 8 amp. จากนั้นผมวัดแรงดันที่ขั้วแบตขณะชาร์จมันวัดได้ประมาณ 13 โวลท์ ดังนั้นเมื่อกำลังไฟฟ้าเท่ากับแรงดันคูณกระแส ผมลองเอา 13x8 จะได้เท่ากับ 104 watt ห่ะ แล้วไอ 140 watt ของโผ้มมันหายไปไหนอ่ะ แงๆๆๆๆ ความจริงก็ต้องเป็นความจริง ถ้าแผงยังรักษาแรงดันได้ 13 volt และกระแสไหล 8 amp ตลอดก็ดี แต่บางทีกระแสก็ตกมา 7.8 บ้าง 7.5 บ้าง แสดงว่ากำลังไฟที่ชาร์จเข้าแบตเปลี่ยนไปตลอดเวลาเชียว ก็คงต้องประมาณเอา ผมก็ประมาณเอาว่าวันนึงคงมีแดดสัก 5 ชม.ที่พอได้กระแสเต็มเม็ดเต็มหน่วย ชม.แรกอาจจะได้สัก 95 watt ชม.สามชั่วโมงต่อมาคงได้สัก 100 วัตต์ต่อชั่วโมง อีก ชม.หลังก็คงได้อีกสัก 95 watt คิดเข้าข้างตัวเองไว้ก็คงรวมๆกัน 95+100+100+100+95 ได้ประมาณ 490 วัตต์ทั้งวันล่ะนะ อย่าเผลอคิดเอาเองว่าแผง 140 watt มีแดด 5 ชม. ได้กำลังไฟฟ้าทั้งวัน 700 watt นะครับ ไม่มีใครหลอกใคร มีแต่เรานี่แหล่ะ หลอกตัวเอง ต้องทำจริงวัดจริง ถึงจะรู้คร้าบบบ

คำนวณคร่าวๆเพื่อหาว่า พลังงานที่เราทำได้ต่อวันเป็นเท่าไหร่ จากนั้น ต่อไปก็คือ เราจะมาหาตัวเก็บพลังงานและตัวใช้พลังงานกันต่อครับ มาว่าด้วยคราวที่แล้ว เราผลิตไฟฟ้าได้กำลังไฟฟ้าต่อวันคือ 490 วัตต์ต่อวันนะครับ ดังนั้นตัวเก็บพลังงานหรือแบตเตอรี่ ก็ไม่น่าต้องคิดมาก มันก็ต้องเก็บได้ไม่น้อยกว่า 490 วัตต์ต่อวันน่ะซี้ถามมาได้ แต่โลกนี้มันไม่ง่ายครับ ตอนนี้เราทราบกันแล้วว่ากำลังไฟได้มาจาก V*I หรือแรงดันโวลท์ คูณกับกระแส แอมป์ ตอนนี้รีบเดินไปหาแบตครับ ที่ตัวแบตจะมีเลขทั้งสองตัวนี้ระบุไว้ คือแรงดัน 12 โวลท์ ส่วนกระแส ดูตัวที่มันบอก Ah หรือแอมป์อาวน์ครับ Ah จริงๆมันคือกระแสต่อชั่วโมง ถ้าแบตระบุว่า 100Ah มันหมายถึงว่า แบตลูกนี้จ่ายกระแส 100 Amp ที่แรงดัน 12 โวลท์ ได้นานถึง 1 ชั่วโมงต่อเนื่องครับ ซึ่งตามสภาพความเป็นจริงมันทำไม่ได้หรอก เพียงแต่ความหมายจริงๆคือ มันสามารถจ่ายกระแสต่อเนื่องได้นานกว่าแบตที่มีพิกัด Ah ต่ำกว่าครับ ดังนั้นการหากำลังไฟของแบตก็คือ นำแรงดัน 12 คูณกับกระแส 100 จะได้กำลังเท่ากับ 1200 W โอ้ว กำลังไฟเราผลิตได้แค่วันละ 490 วัตต์แต่แบตเรามีกำลังตั้ง 1,200 วัตต์ ลูกเดียวก็พอแล่ะ สบายชิวๆ แต่ๆๆๆ แบตที่เรานำมาใช้ถ้าไม่ใช่เป็นแบตสำหรับโซล่าร์เซลที่เรียกกันว่าดีฟไซเคิล เราไม่สามารถใช้ตัวเลขนี้ได้ครับ หรือเป็นดีฟไซเคิลเองก็ใช้ตัวเลขนี้ไม่ได้เหมือนกัน อ่ะ มาจากไหนตอนแรกไม่เห็นบอก จะว่าไปแบตที่เรารู้จักก็มีแบตเปียก , แบตแห้ง แต่เจ้าดีฟไซเคิลนี่คืออะไร เดี๋ยวมาว่ากันต่อ เริ่มกันที่แบตเปียกและแบตแห้งกันก่อน อัตราการจ่ายและเก็บใหม่ของมัน มันให้แค่ประมาณ 20-30% เท่านั้นครับ ฟังไม่ผิดครับ เท่านี้จริงๆ แต่ถ้าเป็น ดีฟไซเคิลมันจ่ายออกให้เราได้ถึง 80% ครับ ความแตกต่างมันมากขนาดไหน มาดูกันต่อ ตอนแรกเราคำนวณตัวเก็บพลังงานเราได้ 1,200 วัตต์นะครับ ถ้าใช้แบตเปียกหรือแห้งเราสามารถดึงและชาร์จใหม่ได้ในพิกัดที่ 1,200 *20% ถึง 1,200*30% = 240 - 360 watt ครับ พอมั้ยครับทีนี้กับการผลิตไฟของเราที่ 490 วัตต์ต่อวัน จะเห็นแล้วว่ามันไม่พอครับ... แต่ถ้าเป็นดีฟไซเคิลที่พิกัดแบตเท่ากันคือ 12 โวลท์ 100 Ah จะได้เท่ากับ 1,200*80% = 980 watt ครับ ถ้าจะถามต่อว่าทำไมแบตเปียกและแห้งจ่ายไฟน้อย ก็เป็นเพราะมันไม่ได้ออกแบบมาให้เราเก็บพลังงานแล้วนำไปใช้จากโซล่าเซลล์ครับ แต่เป็นเพราะมันหาง่าย เราเอามาทำสาวได้ ราคามือสองย่อมเยาว์ดังนั้น่ไม่แปลกครับ ที่เราจะได้ผลตอบแทนจากมันน้อยกว่า (ถ้าคำนวณเทียบราคาแล้วดีฟไซเคิลเหมาะกว่าครับ) สรุปว่าถ้าเราจะใช้แบตเก็บพลังงานเราก็ควรจะหาแบต 100 Ah นี้จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ลูกครับ ซึ่งรวมแล้วจะเก็บพลังงานได้ 480-720 วัตต์ต่อวัน ทีนี้คาดว่าทุกท่านน่าจะพอหาพิกัดแบตที่เหมาะสมให้กับไฟฟ้าที่เราผลิตได้ต่อวันแล้วนะครับ ต่อไปจะมาว่ากันต่อเรื่องโหลดซึ่งจะมีผลกระทบต่อแบตนะเช่นกันครับ

     เรื่อง แบตเตอร์รี่ ถ้าเป็นแบตที่มีมาตรฐานและอยู่ในสภาพดี ค่า Spec ที่ระบุไว้ค่อนข้างเชื่อถือได้และใกล้เคียงครับ ผิดพลาดก็ไม่มาก เช่นที่บอกว่า 1Ah ถ้าประจุเต็ม และจ่ายกระแสให้โหลดที่กินกระแส 1Amp จริงก็จะใช้ได้ประมาณร่วมๆชั่วโมง แต่ถ้าโหลดกินกระแสน้อยลง เช่น 500mA ก็จะใช้งานได้นานขึ้น แต่ถ้าแบตเริ่มเสื่อมสภาพ และเก็บประจุไม่อยู่ หรือ ค่า spec ที่ระบุไม่ได้มาตรฐานค่าการใช้งานก็จะผิดเพี้ยนไปมากครับ ส่วนสาเหตุหลักๆที่ทำให้แบตเสื่อมสภาพเร็ว นอกเหนือกจากการดูแลรักษาตามปรกติแล้ว ที่เห็นบ่อยๆก็มาจากการช๊าตที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีการควบคุมการช๊าต อัดไฟได้เป็นอัดบางแห่งเล่นกันจนน้ำกลั่นเดือด เอาเร็วเข้าว่า พอเต็มแล้วก็ไม่ตัดไฟช๊าตอีก แบบนี้ก็เสื่อมเร็ว และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือการใช้งานโดยไม่มีการตรวจสอบแรงดัน คือปล่อยจนกระแสและแรงดันหมดต่ำกว่าค่ามาตรฐาน ซึ่งถ้าเป็นระบบที่ได้มาตรฐานจะมีวงจรตรวจสอบพิกัดแรงดันของแบตเตอร์รี่ด้วย เมื่อจ่ายกระแสจนใกล้หมดจนแรงดันเริ่มตกถึงค่าวิกฤติวงจรจะตัดไฟ เืพื่อให้เหลือแรงดันและประจุค้างไว้ในแบตเตอร์รี่ด้วย เช่นถ้าเป็นแบตเตอร์รี่ 12V ก็ไม่ควรปล่อยให้จ่ายไฟจนแรงดันต่ำกว่า 9.6V ถ้าต่ำกว่านี้หรือปล่อยให้หมดไปเลย จะทำให้แบตเสืิ่อมช๊าตไม่เข้า โดยเฉพาะแบตแห้งต้องระวังจุดนี้มากๆ

        การใช้พลังงานครับ คิดเอาง่ายๆ เราเก็บได้แค่ไหน เราก็ใช้ได้เท่านั้น ง่ายดีมั้ยครับ เราจะมาสร้างความสัมพันธ์ระหว่างการเก็บและการใช้ให้สมดุลกัน ในการใช้เราก็ต้องคำนวณโหลดครับ โดยโหลดของเราก็เป็นตัวที่กินพลังงานไฟฟ้าอาจจะเป็นไฟตรงเลย เช่นพวกหลอดไฟ LED, ปั๊มน้ำ DC หรือโหลดที่ต้องใช้ไฟฟ้ากระแสสลับเหมือนไฟบ้านคือหลอดไฟทั่วไป หลอดตะเกียบ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีผู้ช่วยแปลงจากไฟตรงเป็นไฟสลับ เราเรียกเค้าว่าอินเวอร์เตอร์ครับ ในส่วนนี้ผมจะยังไม่พูดถึง HVDC ซึ่งเป็นการนำระบบไฟตรง 100-240VDC เข้ามาใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านได้โดยตรงนะครับ เดี๋ยวจะงงกันเสียก่อน เอาแบบง่ายๆก่อน ทีนี้การหา LED หาปั๊มน้ำ DC บางพื้นที่หาง่าย หายาก ลำบากแตกต่างกันครับ ราคาบางแห่งก็ถูกแพงแตกต่างกัน แต่บางทีก็หาอินเวอร์เตอร์ดีๆ บางทีชำรุดก็หาซ่อมลำบาก แตกต่างกัน คงต้องเลือกครับ แยกเป็นข้อดีข้อด้อยแต่ละอย่าง ถ้าคุณเลือกใช้ไฟ DC จากแบตจ่ายไปยังโหลด DC โดยตรง ข้อดีคือ การสูญเสียพลังงานน้อย ใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ข้อด้อย คุณต้องไปหาโหลด DC พวกหลอด พวกปั๊มน้ำ ถ้าจะใช้พวกโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์คุณต้องต่อระบบไฟ DC ให้เป็น HVDC เดี๋ยวว่างๆจะมาโม้ให้ฟัง แต่ถ้าคุณเลือกใช้ไฟฟ้า DC จากแบตจ่ายไปยังโหลด AC ในบ้าน ข้อดีคือ โหลดพวกนี้คุณมีอยู่ในบ้านอยู่แล้ว ไม่ต้องหามาใหม่ ไม่ต้องซื้อเพิ่ม ข้อด้อย คุณต้องหาซื้ออินเวอร์เตอร์แปลงไฟฟ้า, คุณต้องต่อระบบสายไฟฟ้าใหม่ย้ายโหลดไฟฟ้าจากระบบไฟฟ้าพื้นฐานที่รับจากการไฟฟ้ามาต่อพ่วงออกจากอินเวอร์เตอร์แทนในจุดที่ต้องการ, เมื่อต้องการใช้กับพิกัดโหลดเยอะอย่าง โทรทัศน์ ตู้เย็น คุณต้องมีอินเวอร์เตอร์ที่รองรับพิกัดกำลังไฟขนาดตามพิกัดโหลด ..... แค่เลือกก็จะเลือกไม่ถูกแล้วเยอะจริง 555 แต่เป็นสิ่งที่คุณต้องเลือกครับ สำหรับผมเองขอเลือกแบบใช้อินเวอร์เตอร์ต่อเข้าโหลด AC คงไม่มีเหตุผลมากเพียงเพราะว่าผมมีอินเวอร์เตอร์อยู่แล้ว 1 ตัว จากการซื้อกังหันลมผลิตไฟฟ้ามาทดลองติดตั้งที่บ้าน แต่พลังงานที่ได้จากกังหันลมน้อยมั่กๆ จากคราวที่แล้วแบตเราเก็บพลังงานได้อยู่ที่ 480 - 720 วัตต์ต่อวัน เราจะใช้เลขนี้เลยได้มั้ย คำตอบคือได้ถ้าเราใช้โหลด DC แต่คำตอบจะเปลี่ยนเป็นไม่ได้ถ้าเราใช้โหลด AC เพราะอย่าลืมอินเวอร์เตอร์ ตัวที่เราใช้เค้ามาแปลงไฟให้เค้าเก็บหัวคิวครับ ค่าหัวคิวก็ประมาณ 30% ดังนั้นเอาเข้าจริงไฟที่ใช้ได้คือ 480*30% ถึง 720*30% = 144 - 216 watt (น้อยจัง) ดังนั้นโหลดที่เราสามารถใช้ได้ก็คือตัวเลขนี้แหล่ะครับ ถ้าคุณจะใช้แสงสว่างอย่างเดียวด้วยหลอดตะเกียบ 11 watt เปิดใช้ ตลอดคืนที่ 10 ชม. วิธีคำนวณว่าคุณจะใช้หลอดได้กี่หลอดคือ เอาวัตต์ที่ใช้ได้หารด้วยวัตต์ที่เป็นโหลด 144/(11*10) ถึง 216/(11*10) = 1.3 - 1.9 ประมาณ 2 หลอดครับ.... ถ้าค่าหัวคิวน้อยก็จะสามารถใช้ได้เยอะกว่านี้ครับ มาถึงจุดนี้ท้อยังครับ ลงทุนมากมาย ใช้หลอดไฟได้ 2 หลอด 11 วัตต์แต่อย่าลืมเวลาครับ เราเปิดตลอดคืนที่ 10 ชม. คำนวณแล้วจะเห็นข้อด้อยของการใช้อินเวอร์เตอร์เลยทีเดียว ทีนี้ถ้าเปิดกระปริบกระปรอย เราก็ต้องคำนวณให้มันได้ประมาณ 144-216 วัตต์นี้ล่ะครับ ถึงจะเรียกว่าสมดุล จะเห็นว่าผมไม่ได้พูดถึงการใช้คอนโทรลชาร์จเนื่องจาก ถ้ามันมีความสมดุลในการผลิต การเก็บและการใช้โหลด คอนโทรลชาร์จไม่จำเป็นครับ แต่การผลิตเราควบคุมได้ยาก (จากปริมาณแสงและวัตต์ที่จะทำได้) การเก็บพลังงานเรายึดแค่ว่าเก็บได้ในหนึ่งวัน การใช้โหลดถ้าไม่นิ่งไม่มีการใช้โหลด วันต่อมาแดดดีก็จะทำให้แบตเสื่อมเร็ว จากข้อมูลที่ศึกษาจากอาจารย์นันท์ ขนาดพิกัดแบตจึงควรใหญ่กว่าพิกัดที่เราผลิต 5 เท่าครับ อันนี้จะแก้ปัญหาได้ครับ

ที่มา:http://www.facebook.com


Liked By: kraikrai, paulchank
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 18, 2012, 05:28:36 PM โดย สุนนท์กุล » บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965

ฟาร์มเห็ดบ้านสวน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 673



« ตอบ #97 เมื่อ: กันยายน 18, 2012, 08:31:21 AM »

รบกวนครับ
ถ้าใช้แบต 100 A ต่อพ่วงกับ Inverter 500 W เพื่อถ้าใช้แบต 100 A  เพื่อใช้หลอดตะเกียบขนาด 14 W 3 หลอด 220 V.

อยากทราบว่าจะสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสักกี่ ชม.

ขอบคุณครับ

ถ้าใช้แบต 100 A ต่อพ่วงกับ Inverter 500 W เพื่อใช้หลอดตะเกียบขนาด 14 W 3 หลอด 220 V.
ถ้าใช้แบต 100Amp(ของใหม่ๆ) แบบตะกั่วกรดที่ใช้ในรถทั่วไป ต้องคาดถึงประสิทธิภาพการจ่ายกระแสได้แค่ ไม่เกิน 70%ของความจุ คิดเป็นกำลังวัตต์ = 12 x 70= 840W (แต่บางแหล่งข้อมูลบอกว่าคิดได้แค่ 35% ความจุเท่านั้น = 420W)
ต่อพ่วงกับ Inverter 500 W ตัวอินเวอร์เตอร์เองก็กินไฟขณะทำงาน อย่างน้อยสุดก็ 400-500mA(DC)
=  Inverter 500 W กินไฟอย่างน้อย 6W ไปฟรีๆ ในขณะต่อ Inverter กับแบตฯ ถ้าต่ออุปกรณ์ใช้งานพ่วงจะกินไฟเพิ่มอีกมาก

ถ้าใช้หลอดตะเกียบขนาด 14 W 220 V. 3หลอด รวมแล้ว = 42W

ดังนั้น เอาวัตต์รวมของหลอดไฟ 3หลอด รวมกับ 6W ของอินเวอร์ = 42W+ 6W = 48W  แล้วนำไป หาร กำลังวัตต์จากแบตฯ
=  840 หารด้วย 48 = 17.5ชั่วโมง  (หากคิดที่ 35% ความจุแบตฯ = 420W จะได้ชั่วโมงการทำงานแค่ 8ชั่วโมง)


เมื่อคืนลองใช้จริงแล้ว เปิดได้แค่ 2 ชม.เอง ดับซะแล้ว อย่างนี้ต้องกลับมาใช้ LED 5 W 3 หลอด ตามที่วางไว้ทีแรกดีกว่า
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูล


Liked By: kraikrai
บันทึกการเข้า

ยิ้ม มองไปข้างหน้า.....อย่างมุ่งมั่น<<<http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=31503.0
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1892


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #98 เมื่อ: กันยายน 18, 2012, 08:12:15 PM »

รบกวนครับ
ถ้าใช้แบต 100 A ต่อพ่วงกับ Inverter 500 W เพื่อถ้าใช้แบต 100 A  เพื่อใช้หลอดตะเกียบขนาด 14 W 3 หลอด 220 V.

อยากทราบว่าจะสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสักกี่ ชม.

ขอบคุณครับ

คัดลอกมาให้อ่าน เป็นความรู้ที่ผู้ใช้โซล่าเซลล์ ต้องรู้


  การใช้งานโซล่าเซลล์ ผู้ที่ต้องการใช้งานจะต้องมีความรู้ทางไฟฟ้าไว้บ้าง เพราะถ้าไม่มีความรู้เลย สนใจเพียงแต่ซื้อชุดสำเร็จมาใช้ เมื่อใช้ไปซักระยะแล้วเกิดปัญหา คงต้องเสียเงินเรียกช่างมาดูให้ แบบนี้คงไม่อยู่ในแนวทางแบบพอเพียงแน่ๆ เพราะเราไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ การที่เรามีความรู้ไว้บ้างยังทำให้เราสามารถ ประยุกต์ แบบการใช้งานให้เหมาะสมไปได้เรื่อยๆ ไม่มีสิ้นสุด หากแต่ความรู้ที่ผมพูดถึงไม่ใช่แค่เพียง เรื่องของ แผงโซล่าฯ คอนโทลชาร์จ แบตฯ อินเวอร์เตอร์ การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า การต่อทั้งระบบ ยังต้องรู้ถึง เครื่องมือวัดต่างๆ วิธีวัดที่ถูกต้อง สุดท้ายทุกคนที่ไม่มีอุปกรณ์เครื่องมือ จึงพยายามหาที่ฝึกอบรม เพื่อเรียนรู้จากของจริง แต่จริงๆแล้ว เครื่องมือวัดที่ใช้วัดในงานโซล่าเซลล์ ขั้นทดลองพื้นฐานก็ใช้เพียงชิ้นเดียว คือ มัลติมิเตอร์ ราคาไม่เกิน 300 บาท ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ก็แทบจะไม่ต้องสอนกันแล้วเพราะทุกคนก็รู้วิธีการใช้งานอยู่แล้ว

มีหลายๆเคล็ดลับจาก คลิปวีดีโอที่ทางอาจารย์นันท์ทำการสอนติดตั้งและซ่อมโซล่าร์เซลล์
1. ควรตั้งแผงเฉียงทางไหนดี ?
คำตอบคือ แกนโลกเราเอียงซึ่งเป็นที่รู้กันและนั่นทำให้ประเทศไทยเราอยู่ในระดับแนวเหนือศูนย์สูตร ดังนั้นเราจึงต้องหันแผงไปทางทิศใต้ครับ ทีนี้เราจะหันไปกี่องศายังไงกันดี ? คำตอบก็คือ ถ้ามี GPS ก็สามารถรู้ว่าเราอยู่ละติจูดที่เท่าไหร่ ก็ตั้งองศาตามนั้นเลยครับ คนขายก็มักจะบอกกันว่าตั้งเฉียง 15 องศา แต่คำตอบนี้เฉพาะแถวเขตกรุงเทพครับ ถ้าท่านตอบคำถามได้ว่าระหว่างภาคใต้และภาคเหนือ แผงไหนควรตั้งมุมมากกว่ากันครับ ลองคิดดู หลักสุดท้ายประเด็นสำคัญของการตั้งแผงที่อาจารย์สอนคือ โซล่าร์จะทำงานได้ดีเมื่อแผงตั้งฉากกับแสงครับ (เส้นละติจูดที่พาดเป็นวงกลมจากทิศตะวันออกไปตะวันตก ส่วนเส้นลองติจูดพาดจากขั้วโลกเหนือมาขั้วโลกใต้)
  2. การคำนวณกำลังไฟฟ้าที่ทำได้ กำลังไฟฟ้าที่ต้องเก็บ กำลังไฟฟ้าที่ต้องใช้
บางคนก็ชอบที่จะคำนวณโหลดหากำลังไฟฟ้าที่ต้องใช้ เพื่อย้อนมาดูว่าต้องเก็บพลังงานเท่าไหร่และต้องผลิตไฟฟ้าให้ได้จากแผงเท่าไหร่ แต่บางคนก็ชอบที่จะซื้อแผงมาทดลองก่อนแล้วก็คำนวณว่าแผงนั้นผลิตไฟได้เท่าไหร่ ต้องเก็บกำลังไฟอย่างไรและจะใช้โหลดได้ประมาณไหน ผมเป็นพวกหลัง ผมคิดว่ามันเหมาะกว่าในแง่ที่ว่า เราควรจะใช้เท่าที่เราจะผลิตได้ตามกำลังทรัพย์เรา ณ. ขณะนั้น
ผมซื้อแผงขนาด 140 watt มาวางบนหลังคาจำนวน 1 แผง แน่นอนมันบอกชัดว่ามันให้กำลังไฟฟ้า 140 watt และตัวแผงจะมีแรงดันสูงสุดและกระแสสูงสุดที่จะทำให้ได้กำลังสูงสุด ซึ่งตามเสปคมันบอกว่าแรงดัน 18.4 volt และกระแส 7.61 Amp (ดูบนเนมเพลทบนแผ่นซึ่งจะบอกเสปคครับ)ให้ดิ้นตาย พอเอาแรงดันและกระแสคูณกันเพื่อให้ได้กำลังวัตต์ (P=V*I) มันได้ 140 watt พอดิบพอดี เราแค่หาแบต 18.4 โวลท์แล้วให้กระแสไหลเข้าแบต 7.61 แอมป์ เราก็จะได้กำลังไฟ 140 watt แล้วเย้ๆๆๆ อ่ะให้ตายสิ แบต 18.4 โวลท์จะหาจากไหนดีหว่า ผมเดินเข้าไปถามหลายร้าน หาจากเน็ต หาจากนิตยสาร FHM ไม่มีที่ไหนให้คำตอบได้เลย โอ้ว สุดท้ายก็ต้องจบที่แบต 12 volt ที่มีขายกันทั่วไป จากนั้นก็ลองวัดกระแสที่ไหลเข้าแบตขณะชาร์จ โดยวันที่มีแดดจัดและช่วงเวลาแดดดี ผมวัดกระแสได้ 8 amp. จากนั้นผมวัดแรงดันที่ขั้วแบตขณะชาร์จมันวัดได้ประมาณ 13 โวลท์ ดังนั้นเมื่อกำลังไฟฟ้าเท่ากับแรงดันคูณกระแส ผมลองเอา 13x8 จะได้เท่ากับ 104 watt ห่ะ แล้วไอ 140 watt ของโผ้มมันหายไปไหนอ่ะ แงๆๆๆๆ ความจริงก็ต้องเป็นความจริง ถ้าแผงยังรักษาแรงดันได้ 13 volt และกระแสไหล 8 amp ตลอดก็ดี แต่บางทีกระแสก็ตกมา 7.8 บ้าง 7.5 บ้าง แสดงว่ากำลังไฟที่ชาร์จเข้าแบตเปลี่ยนไปตลอดเวลาเชียว ก็คงต้องประมาณเอา ผมก็ประมาณเอาว่าวันนึงคงมีแดดสัก 5 ชม.ที่พอได้กระแสเต็มเม็ดเต็มหน่วย ชม.แรกอาจจะได้สัก 95 watt ชม.สามชั่วโมงต่อมาคงได้สัก 100 วัตต์ต่อชั่วโมง อีก ชม.หลังก็คงได้อีกสัก 95 watt คิดเข้าข้างตัวเองไว้ก็คงรวมๆกัน 95+100+100+100+95 ได้ประมาณ 490 วัตต์ทั้งวันล่ะนะ อย่าเผลอคิดเอาเองว่าแผง 140 watt มีแดด 5 ชม. ได้กำลังไฟฟ้าทั้งวัน 700 watt นะครับ ไม่มีใครหลอกใคร มีแต่เรานี่แหล่ะ หลอกตัวเอง ต้องทำจริงวัดจริง ถึงจะรู้คร้าบบบ

คำนวณคร่าวๆเพื่อหาว่า พลังงานที่เราทำได้ต่อวันเป็นเท่าไหร่ จากนั้น ต่อไปก็คือ เราจะมาหาตัวเก็บพลังงานและตัวใช้พลังงานกันต่อครับ มาว่าด้วยคราวที่แล้ว เราผลิตไฟฟ้าได้กำลังไฟฟ้าต่อวันคือ 490 วัตต์ต่อวันนะครับ ดังนั้นตัวเก็บพลังงานหรือแบตเตอรี่ ก็ไม่น่าต้องคิดมาก มันก็ต้องเก็บได้ไม่น้อยกว่า 490 วัตต์ต่อวันน่ะซี้ถามมาได้ แต่โลกนี้มันไม่ง่ายครับ ตอนนี้เราทราบกันแล้วว่ากำลังไฟได้มาจาก V*I หรือแรงดันโวลท์ คูณกับกระแส แอมป์ ตอนนี้รีบเดินไปหาแบตครับ ที่ตัวแบตจะมีเลขทั้งสองตัวนี้ระบุไว้ คือแรงดัน 12 โวลท์ ส่วนกระแส ดูตัวที่มันบอก Ah หรือแอมป์อาวน์ครับ Ah จริงๆมันคือกระแสต่อชั่วโมง ถ้าแบตระบุว่า 100Ah มันหมายถึงว่า แบตลูกนี้จ่ายกระแส 100 Amp ที่แรงดัน 12 โวลท์ ได้นานถึง 1 ชั่วโมงต่อเนื่องครับ ซึ่งตามสภาพความเป็นจริงมันทำไม่ได้หรอก เพียงแต่ความหมายจริงๆคือ มันสามารถจ่ายกระแสต่อเนื่องได้นานกว่าแบตที่มีพิกัด Ah ต่ำกว่าครับ ดังนั้นการหากำลังไฟของแบตก็คือ นำแรงดัน 12 คูณกับกระแส 100 จะได้กำลังเท่ากับ 1200 W โอ้ว กำลังไฟเราผลิตได้แค่วันละ 490 วัตต์แต่แบตเรามีกำลังตั้ง 1,200 วัตต์ ลูกเดียวก็พอแล่ะ สบายชิวๆ แต่ๆๆๆ แบตที่เรานำมาใช้ถ้าไม่ใช่เป็นแบตสำหรับโซล่าร์เซลที่เรียกกันว่าดีฟไซเคิล เราไม่สามารถใช้ตัวเลขนี้ได้ครับ หรือเป็นดีฟไซเคิลเองก็ใช้ตัวเลขนี้ไม่ได้เหมือนกัน อ่ะ มาจากไหนตอนแรกไม่เห็นบอก จะว่าไปแบตที่เรารู้จักก็มีแบตเปียก , แบตแห้ง แต่เจ้าดีฟไซเคิลนี่คืออะไร เดี๋ยวมาว่ากันต่อ เริ่มกันที่แบตเปียกและแบตแห้งกันก่อน อัตราการจ่ายและเก็บใหม่ของมัน มันให้แค่ประมาณ 20-30% เท่านั้นครับ ฟังไม่ผิดครับ เท่านี้จริงๆ แต่ถ้าเป็น ดีฟไซเคิลมันจ่ายออกให้เราได้ถึง 80% ครับ ความแตกต่างมันมากขนาดไหน มาดูกันต่อ ตอนแรกเราคำนวณตัวเก็บพลังงานเราได้ 1,200 วัตต์นะครับ ถ้าใช้แบตเปียกหรือแห้งเราสามารถดึงและชาร์จใหม่ได้ในพิกัดที่ 1,200 *20% ถึง 1,200*30% = 240 - 360 watt ครับ พอมั้ยครับทีนี้กับการผลิตไฟของเราที่ 490 วัตต์ต่อวัน จะเห็นแล้วว่ามันไม่พอครับ... แต่ถ้าเป็นดีฟไซเคิลที่พิกัดแบตเท่ากันคือ 12 โวลท์ 100 Ah จะได้เท่ากับ 1,200*80% = 980 watt ครับ ถ้าจะถามต่อว่าทำไมแบตเปียกและแห้งจ่ายไฟน้อย ก็เป็นเพราะมันไม่ได้ออกแบบมาให้เราเก็บพลังงานแล้วนำไปใช้จากโซล่าเซลล์ครับ แต่เป็นเพราะมันหาง่าย เราเอามาทำสาวได้ ราคามือสองย่อมเยาว์ดังนั้น่ไม่แปลกครับ ที่เราจะได้ผลตอบแทนจากมันน้อยกว่า (ถ้าคำนวณเทียบราคาแล้วดีฟไซเคิลเหมาะกว่าครับ) สรุปว่าถ้าเราจะใช้แบตเก็บพลังงานเราก็ควรจะหาแบต 100 Ah นี้จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ลูกครับ ซึ่งรวมแล้วจะเก็บพลังงานได้ 480-720 วัตต์ต่อวัน ทีนี้คาดว่าทุกท่านน่าจะพอหาพิกัดแบตที่เหมาะสมให้กับไฟฟ้าที่เราผลิตได้ต่อวันแล้วนะครับ ต่อไปจะมาว่ากันต่อเรื่องโหลดซึ่งจะมีผลกระทบต่อแบตนะเช่นกันครับ

     เรื่อง แบตเตอร์รี่ ถ้าเป็นแบตที่มีมาตรฐานและอยู่ในสภาพดี ค่า Spec ที่ระบุไว้ค่อนข้างเชื่อถือได้และใกล้เคียงครับ ผิดพลาดก็ไม่มาก เช่นที่บอกว่า 1Ah ถ้าประจุเต็ม และจ่ายกระแสให้โหลดที่กินกระแส 1Amp จริงก็จะใช้ได้ประมาณร่วมๆชั่วโมง แต่ถ้าโหลดกินกระแสน้อยลง เช่น 500mA ก็จะใช้งานได้นานขึ้น แต่ถ้าแบตเริ่มเสื่อมสภาพ และเก็บประจุไม่อยู่ หรือ ค่า spec ที่ระบุไม่ได้มาตรฐานค่าการใช้งานก็จะผิดเพี้ยนไปมากครับ ส่วนสาเหตุหลักๆที่ทำให้แบตเสื่อมสภาพเร็ว นอกเหนือกจากการดูแลรักษาตามปรกติแล้ว ที่เห็นบ่อยๆก็มาจากการช๊าตที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีการควบคุมการช๊าต อัดไฟได้เป็นอัดบางแห่งเล่นกันจนน้ำกลั่นเดือด เอาเร็วเข้าว่า พอเต็มแล้วก็ไม่ตัดไฟช๊าตอีก แบบนี้ก็เสื่อมเร็ว และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือการใช้งานโดยไม่มีการตรวจสอบแรงดัน คือปล่อยจนกระแสและแรงดันหมดต่ำกว่าค่ามาตรฐาน ซึ่งถ้าเป็นระบบที่ได้มาตรฐานจะมีวงจรตรวจสอบพิกัดแรงดันของแบตเตอร์รี่ด้วย เมื่อจ่ายกระแสจนใกล้หมดจนแรงดันเริ่มตกถึงค่าวิกฤติวงจรจะตัดไฟ เืพื่อให้เหลือแรงดันและประจุค้างไว้ในแบตเตอร์รี่ด้วย เช่นถ้าเป็นแบตเตอร์รี่ 12V ก็ไม่ควรปล่อยให้จ่ายไฟจนแรงดันต่ำกว่า 9.6V ถ้าต่ำกว่านี้หรือปล่อยให้หมดไปเลย จะทำให้แบตเสืิ่อมช๊าตไม่เข้า โดยเฉพาะแบตแห้งต้องระวังจุดนี้มากๆ

        การใช้พลังงานครับ คิดเอาง่ายๆ เราเก็บได้แค่ไหน เราก็ใช้ได้เท่านั้น ง่ายดีมั้ยครับ เราจะมาสร้างความสัมพันธ์ระหว่างการเก็บและการใช้ให้สมดุลกัน ในการใช้เราก็ต้องคำนวณโหลดครับ โดยโหลดของเราก็เป็นตัวที่กินพลังงานไฟฟ้าอาจจะเป็นไฟตรงเลย เช่นพวกหลอดไฟ LED, ปั๊มน้ำ DC หรือโหลดที่ต้องใช้ไฟฟ้ากระแสสลับเหมือนไฟบ้านคือหลอดไฟทั่วไป หลอดตะเกียบ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีผู้ช่วยแปลงจากไฟตรงเป็นไฟสลับ เราเรียกเค้าว่าอินเวอร์เตอร์ครับ ในส่วนนี้ผมจะยังไม่พูดถึง HVDC ซึ่งเป็นการนำระบบไฟตรง 100-240VDC เข้ามาใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านได้โดยตรงนะครับ เดี๋ยวจะงงกันเสียก่อน เอาแบบง่ายๆก่อน ทีนี้การหา LED หาปั๊มน้ำ DC บางพื้นที่หาง่าย หายาก ลำบากแตกต่างกันครับ ราคาบางแห่งก็ถูกแพงแตกต่างกัน แต่บางทีก็หาอินเวอร์เตอร์ดีๆ บางทีชำรุดก็หาซ่อมลำบาก แตกต่างกัน คงต้องเลือกครับ แยกเป็นข้อดีข้อด้อยแต่ละอย่าง ถ้าคุณเลือกใช้ไฟ DC จากแบตจ่ายไปยังโหลด DC โดยตรง ข้อดีคือ การสูญเสียพลังงานน้อย ใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ข้อด้อย คุณต้องไปหาโหลด DC พวกหลอด พวกปั๊มน้ำ ถ้าจะใช้พวกโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์คุณต้องต่อระบบไฟ DC ให้เป็น HVDC เดี๋ยวว่างๆจะมาโม้ให้ฟัง แต่ถ้าคุณเลือกใช้ไฟฟ้า DC จากแบตจ่ายไปยังโหลด AC ในบ้าน ข้อดีคือ โหลดพวกนี้คุณมีอยู่ในบ้านอยู่แล้ว ไม่ต้องหามาใหม่ ไม่ต้องซื้อเพิ่ม ข้อด้อย คุณต้องหาซื้ออินเวอร์เตอร์แปลงไฟฟ้า, คุณต้องต่อระบบสายไฟฟ้าใหม่ย้ายโหลดไฟฟ้าจากระบบไฟฟ้าพื้นฐานที่รับจากการไฟฟ้ามาต่อพ่วงออกจากอินเวอร์เตอร์แทนในจุดที่ต้องการ, เมื่อต้องการใช้กับพิกัดโหลดเยอะอย่าง โทรทัศน์ ตู้เย็น คุณต้องมีอินเวอร์เตอร์ที่รองรับพิกัดกำลังไฟขนาดตามพิกัดโหลด ..... แค่เลือกก็จะเลือกไม่ถูกแล้วเยอะจริง 555 แต่เป็นสิ่งที่คุณต้องเลือกครับ สำหรับผมเองขอเลือกแบบใช้อินเวอร์เตอร์ต่อเข้าโหลด AC คงไม่มีเหตุผลมากเพียงเพราะว่าผมมีอินเวอร์เตอร์อยู่แล้ว 1 ตัว จากการซื้อกังหันลมผลิตไฟฟ้ามาทดลองติดตั้งที่บ้าน แต่พลังงานที่ได้จากกังหันลมน้อยมั่กๆ จากคราวที่แล้วแบตเราเก็บพลังงานได้อยู่ที่ 480 - 720 วัตต์ต่อวัน เราจะใช้เลขนี้เลยได้มั้ย คำตอบคือได้ถ้าเราใช้โหลด DC แต่คำตอบจะเปลี่ยนเป็นไม่ได้ถ้าเราใช้โหลด AC เพราะอย่าลืมอินเวอร์เตอร์ ตัวที่เราใช้เค้ามาแปลงไฟให้เค้าเก็บหัวคิวครับ ค่าหัวคิวก็ประมาณ 30% ดังนั้นเอาเข้าจริงไฟที่ใช้ได้คือ 480*30% ถึง 720*30% = 144 - 216 watt (น้อยจัง) ดังนั้นโหลดที่เราสามารถใช้ได้ก็คือตัวเลขนี้แหล่ะครับ ถ้าคุณจะใช้แสงสว่างอย่างเดียวด้วยหลอดตะเกียบ 11 watt เปิดใช้ ตลอดคืนที่ 10 ชม. วิธีคำนวณว่าคุณจะใช้หลอดได้กี่หลอดคือ เอาวัตต์ที่ใช้ได้หารด้วยวัตต์ที่เป็นโหลด 144/(11*10) ถึง 216/(11*10) = 1.3 - 1.9 ประมาณ 2 หลอดครับ.... ถ้าค่าหัวคิวน้อยก็จะสามารถใช้ได้เยอะกว่านี้ครับ มาถึงจุดนี้ท้อยังครับ ลงทุนมากมาย ใช้หลอดไฟได้ 2 หลอด 11 วัตต์แต่อย่าลืมเวลาครับ เราเปิดตลอดคืนที่ 10 ชม. คำนวณแล้วจะเห็นข้อด้อยของการใช้อินเวอร์เตอร์เลยทีเดียว ทีนี้ถ้าเปิดกระปริบกระปรอย เราก็ต้องคำนวณให้มันได้ประมาณ 144-216 วัตต์นี้ล่ะครับ ถึงจะเรียกว่าสมดุล จะเห็นว่าผมไม่ได้พูดถึงการใช้คอนโทรลชาร์จเนื่องจาก ถ้ามันมีความสมดุลในการผลิต การเก็บและการใช้โหลด คอนโทรลชาร์จไม่จำเป็นครับ แต่การผลิตเราควบคุมได้ยาก (จากปริมาณแสงและวัตต์ที่จะทำได้) การเก็บพลังงานเรายึดแค่ว่าเก็บได้ในหนึ่งวัน การใช้โหลดถ้าไม่นิ่งไม่มีการใช้โหลด วันต่อมาแดดดีก็จะทำให้แบตเสื่อมเร็ว จากข้อมูลที่ศึกษาจากอาจารย์นันท์ ขนาดพิกัดแบตจึงควรใหญ่กว่าพิกัดที่เราผลิต 5 เท่าครับ อันนี้จะแก้ปัญหาได้ครับ

ที่มา:http://www.facebook.com




เมื่อคืนลองใช้จริงแล้ว เปิดได้แค่ 2 ชม.เอง ดับซะแล้ว อย่างนี้ต้องกลับมาใช้ LED 5 W 3 หลอด ตามที่วางไว้ทีแรกดีกว่า
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูล

แบตฯใหม่ หรือแบตฯเก่าทำสาวเอา คาดหวังความจุแบตฯได้กี่%


Liked By: kraikrai
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 18, 2012, 05:30:07 PM โดย สุนนท์กุล » บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1892


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #99 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2012, 05:27:05 PM »


ใครมี อุปกรณ์พร้อม ลองทำดูครับ












Liked By: KENETIC_E®, vatada
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 14, 2012, 05:52:12 PM โดย สุนนท์กุล » บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1892


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #100 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2012, 07:10:02 PM »

ไม่ได้เกี่ยวกับการเกษตรกรรมแต่อย่างได(ยกเว้นใครจะผลิตไว้ไปยิงหนูนา ยิงปลา  ยิ้มกว้างๆ
แค่เอามาให้ชม อาวุธปืนไฮเทค ณ ปัจจุนันและอนาคต

ปืนพลังงานไฟฟ้า หลักการทำงานคล้าย โซลินอย ที่ใช้ล็อคประตูระบบไฟฟ้า
 เพียงแต่ใช้แรงดันไฟฟ้า กระแสและความถี่ที่สูงขึ้น ทำให้เกิดศักยภาพที่ร้ายกาจ




Liked By: KENETIC_E®, vatada
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 26, 2013, 01:33:56 PM โดย สุนนท์กุล » บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1892


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #101 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2012, 12:29:16 PM »

คนเพื่อแผ่นดินกาลักน้ำคุณผ่าเมฆ เติมปุ๋ยระบบปะปา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕


แบบสร้างปั๊มน้ำสูบชัก


ปั๊มน้ำ พลังน้ำ


ส่งน้ำขึ้นที่สูงด้วย ตะบันน้ำ




เร่งประกอบปั้มน้ำอีกตัวเพื่อทดสอบก่อนส่งไปต่างจังหวัด ผลการทดสอบ น่าแปลกใจมาก เมื่อเทียบกับปั้มชุดก่อนหน้านี้
คือ  อัตราการกินกระแสของมอเตอร์ในช่วงสตาร์ท กินน้อยมาก แค่ 3-5A(ตัว 350W เกียร์ทด 400rpm กระแสสตาร์ท 16A) ช่วงเดินฟรีกินไฟแค่ 0.5A-0.7A กินไฟน้อยมากๆอย่างไม่น่าเชื่อ


specification
 แบตฯแบบแห้ง  12V  26A/hr x2 = 24V  26A/hr
ปั้มชักขนาด 1นิ้ว ลูกสูบ 49mm
มอเตอร์ 24V 600W 2500rpm  (ต้นทุนระหว่างประกอบ เพิ่มเนื่องจากต้องกลึงเหล็กแก้ไขแกน มอเตอร์ใหม่)
 มู้เล่ย์ร่องB เส้นรอบวงมูเล่ย์ใหญ่ด้านปั้มชัก 65cm เส้นรอบวงมูเล่ย์ด้านมอเตอร์ 15mm อัตราการทด= 4.33  ใช้สายพานเบอร์ #32
ดังนั้น รอบหมุนที่แกนปั้มจะได้เท่ากับ 577รอบ/นาที(เมื่อใช้งานจริง รอบน่าจะลดลงเนื่องจากภาระโหลด)
เท่าที่ทดสอบเดินเครื่อง เป็นเวลาสั้นๆ ไม่มีปัญหาเรื่องอุณหภูมิเลย มอเตอร์เย็นเหมือนเดิม 



ปั้มชักกับมอเตอร์ 24VDC 600W 2500rpm ทดรอบ 4.33:1


ทดสอบปั้มชักกับมอเตอร์DC 600W 2500rpm

ทดสอบปั้มชักกับมอเตอร์ 24VDC 600W 2500rpm กับ12V




(ผลการทดลองสูบน้ำ)
ปั้มชัก1"กับมอเตอร์ 24VDC 600W 2500rpm ทดรอบ 4.33:1(2)


ปั้มชัก 1"กับมอเตอร์ 24VDC 600W 2500rpm ทดรอบ 4.33:1(1)



ปั้มชักกับมอเตอร์ 24VDC 600W 2500rpm ทดรอบ 4.33:1(2) (Embedding disabled, limit reached)
ผลการทดสอบชั้มชักกับมอเตอร์ 24VDC 600W 2500rpm ทดรอบ 4.33:1

 อัตราการกินกระแสของมอเตอร์ในช่วงสตาร์ท กินไม่น้อย 17-22A
ช่วงปั้มเดินสูบน้ำ ที่ท่อดูดยาว 2เมตร ทางออกปล่อย กินไฟแค่ 6.5A-7A
อัตราการกินกระแสของมอเตอร์ในช่วง ปิดทางน้ำออก 15-17A

specification
แบตฯแบบแห้ง  12V  26A/hr x2 = 24V  26A/hr
ปั้มชักขนาด 1นิ้ว ลูกสูบ 49mm ใช้สายพานเบอร์ #32  มู้เล่ย์ร่องB
มอเตอร์ 24V 600W 2500rpm  (ต้นทุนระหว่างประกอบ เพิ่มเนื่องจากต้องกลึงเหล็กแก้ไขแกน มอเตอร์ใหม่)
 เส้นรอบวงมูเล่ย์ใหญ่ด้านปั้มชัก 65cm เส้นรอบวงมูเล่ย์ด้าน มอเตอร์ 15mm อัตราการทด= 4.33
ดังนั้น รอบหมุนที่แกนปั้มจะได้เท่ากับ 577รอบ/นาที(เมื่อใช้งานจริง รอบน่าจะลดลงเนื่องจากภาระโหลด)
เท่าที่ทดสอบเดินเครื่อง เป็นเวลาสั้นๆ ไม่มีปัญหาเรื่องอุณหภูมิเลย มอเตอร์เย็นเหมือนเดิม

ต้นทุนการค่ารถ TAXI(ไปกลับคลองถม-รังสิต500)+ค่าจัดซื้อจิปาถะระหว่างดำเนินการ(100)+มอเตอร์(ซื้อช่วงค่าเงินบาทตก3500)+ค่ากลึงแกนหรือทำบูทรองแกน(400)+ปั้ม(คุณภาพกลางๆ2200)+สายพาน(40)+ค่าเหล็กทำฐาน(250)+น๊อตยึด(20)+สี(40)+ค่าแรงช่างเชื่อมเหล็ก(100)+แบตฯแห้ง 26Ahr x2(1900) 8600บาท นี่คือราคาต้นทุนจริงๆ
(ต้นทุนเฉพาะประกอบปั้มกับมอเตอร์ ไม่รวมค่าฐาน+TAXI +แบตฯ ทุนเกิน 6500บาทแล้ว)


  งบประมาณนี้ ยังไม่รวมค่าแรง แบก ค่ายก หาม ของตัวเอง+ค่าจัดส่งไปต่างจังหวัด ที่ทำเพราะอยากรู้ และศึกษารายละเอียด เก็บข้อมูล และเพื่อเป็นแนวทางให้คนที่คิดจะทำ จะได้ใช้เป็นแนวทาง  เพราะนึกถึงตัวเองหลายปีก่อน คาดหวังอยากทำอะไรสักอย่างต้องควักกระเป๋าเอง หากตัดสินใจซื้อของมาผิดเป็นเรื่องใหญ่มาก ตอนนี้พอมีแนวร่วม และได้ศึกษา รวบรวมข้อมูลมาบ้าง เก็บข้อมูลไว้ให้ได้ศึกษา เพื่อการพัฒนาต่อๆไป

หากใครอยากประกอบอยากให้เลือกหาปั้มเอง ผมจะทำแกนและหามอเตอร์ให้ได้ จะได้ไม่ผิดใจภายหลัง เช่น เคยมีกรณีประกอบปั้มกับมอเตอร์กำลังมีเพียงพอหมุนปั้มได้ปกติ ให้เพื่อนนำไปใช้งาน แต่พอไปใช้งานจริงในพื้นที่น้ำไม่ขึ้นปั้ม ซึ่งปัจจัยแวดล้อมมีหลายอย่างมากที่เกิดจากความไม่รู้ของผู้ใช้เอง ยกตัวอย่าง  เช่น
1.  ใช้ดูดบาดาล หรือ แหล่งน้ำลึก เกินกว่าระยะดูดที่ปั้มจะทำงานได้
2.  ใช้ส่งน้ำไกลเกิน หรือ ส่งสูง ชัน มากเกินเกณฑ์ที่ปั้มจะมีกำลังดันเอาชนะน้ำหนักของน้ำเพื่อส่งให้ถึงเป้าหมายได้
3.  ที่ด้านดูดมีการรั่วซึมของอากาศ(รั่ว ซึม เล็กน้อยก็ไม่ได้)
4.  ไม่ได้กรอกน้ำเข้าปั้มก่อน
5.  ไม่ได้เติม หรือตรวจเช็คน้ำมันหล่อลื่นปั้ม
ุ6.  ในกรณีดูดลึก และส่งไกลๆ ควรลดขนาดที่ให้เล็กลงเล็กน้อย เพื่อลดภาระน้ำหนักของมวลน้ำในท่อ
7.  วาล์วกันน้ำกลับปลายที่ด้านดูด ควรใช้เป็นแบบลูกบอล์ล ดีกว่าแบบสปริง ไม่ทำให้ปั้มสูญเสียแรงดูด
8.  ใส้ที่ดูด จะใส่ยาวสุดความลึกของบ่อก็ได้ บาดาลจะเจาะลึกเท่าไดก็ตาม แต่ระดับน้ำในบ่อวัดจากตัวปั้มถึงผิวน้ำ จะต้องห่างกันไม่เกินกว่า 10เมตร มากกว่านี้ ต่อให้ลดขนาดท่อดูดก็สูบขึ้นได้ลำบาก
(สูบขึ้นได้ แต่เปลืองพลังงาน ไม่คุ้มปริมาณน้ำที่ได้)


Liked By: kraikrai
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 26, 2013, 02:07:37 PM โดย สุนนท์กุล » บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1892


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #102 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2012, 05:29:05 PM »

รบกวนครับ
ถ้าใช้แบต 100 A ต่อพ่วงกับ Inverter 500 W เพื่อถ้าใช้แบต 100 A  เพื่อใช้หลอดตะเกียบขนาด 14 W 3 หลอด 220 V.

อยากทราบว่าจะสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสักกี่ ชม.

ขอบคุณครับ

คัดลอกมาให้อ่าน เป็นความรู้ที่ผู้ใช้โซล่าเซลล์ ต้องรู้


  การใช้งานโซล่าเซลล์ ผู้ที่ต้องการใช้งานจะต้องมีความรู้ทางไฟฟ้าไว้บ้าง เพราะถ้าไม่มีความรู้เลย สนใจเพียงแต่ซื้อชุดสำเร็จมาใช้ เมื่อใช้ไปซักระยะแล้วเกิดปัญหา คงต้องเสียเงินเรียกช่างมาดูให้ แบบนี้คงไม่อยู่ในแนวทางแบบพอเพียงแน่ๆ เพราะเราไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ การที่เรามีความรู้ไว้บ้างยังทำให้เราสามารถ ประยุกต์ แบบการใช้งานให้เหมาะสมไปได้เรื่อยๆ ไม่มีสิ้นสุด หากแต่ความรู้ที่ผมพูดถึงไม่ใช่แค่เพียง เรื่องของ แผงโซล่าฯ คอนโทลชาร์จ แบตฯ อินเวอร์เตอร์ การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า การต่อทั้งระบบ ยังต้องรู้ถึง เครื่องมือวัดต่างๆ วิธีวัดที่ถูกต้อง สุดท้ายทุกคนที่ไม่มีอุปกรณ์เครื่องมือ จึงพยายามหาที่ฝึกอบรม เพื่อเรียนรู้จากของจริง แต่จริงๆแล้ว เครื่องมือวัดที่ใช้วัดในงานโซล่าเซลล์ ขั้นทดลองพื้นฐานก็ใช้เพียงชิ้นเดียว คือ มัลติมิเตอร์ ราคาไม่เกิน 300 บาท ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ก็แทบจะไม่ต้องสอนกันแล้วเพราะทุกคนก็รู้วิธีการใช้งานอยู่แล้ว

มีหลายๆเคล็ดลับจาก คลิปวีดีโอที่ทางอาจารย์นันท์ทำการสอนติดตั้งและซ่อมโซล่าร์เซลล์
1. ควรตั้งแผงเฉียงทางไหนดี ?
คำตอบคือ แกนโลกเราเอียงซึ่งเป็นที่รู้กันและนั่นทำให้ประเทศไทยเราอยู่ในระดับแนวเหนือศูนย์สูตร ดังนั้นเราจึงต้องหันแผงไปทางทิศใต้ครับ ทีนี้เราจะหันไปกี่องศายังไงกันดี ? คำตอบก็คือ ถ้ามี GPS ก็สามารถรู้ว่าเราอยู่ละติจูดที่เท่าไหร่ ก็ตั้งองศาตามนั้นเลยครับ คนขายก็มักจะบอกกันว่าตั้งเฉียง 15 องศา แต่คำตอบนี้เฉพาะแถวเขตกรุงเทพครับ ถ้าท่านตอบคำถามได้ว่าระหว่างภาคใต้และภาคเหนือ แผงไหนควรตั้งมุมมากกว่ากันครับ ลองคิดดู หลักสุดท้ายประเด็นสำคัญของการตั้งแผงที่อาจารย์สอนคือ โซล่าร์จะทำงานได้ดีเมื่อแผงตั้งฉากกับแสงครับ (เส้นละติจูดที่พาดเป็นวงกลมจากทิศตะวันออกไปตะวันตก ส่วนเส้นลองติจูดพาดจากขั้วโลกเหนือมาขั้วโลกใต้)
  2. การคำนวณกำลังไฟฟ้าที่ทำได้ กำลังไฟฟ้าที่ต้องเก็บ กำลังไฟฟ้าที่ต้องใช้
บางคนก็ชอบที่จะคำนวณโหลดหากำลังไฟฟ้าที่ต้องใช้ เพื่อย้อนมาดูว่าต้องเก็บพลังงานเท่าไหร่และต้องผลิตไฟฟ้าให้ได้จากแผงเท่าไหร่ แต่บางคนก็ชอบที่จะซื้อแผงมาทดลองก่อนแล้วก็คำนวณว่าแผงนั้นผลิตไฟได้เท่าไหร่ ต้องเก็บกำลังไฟอย่างไรและจะใช้โหลดได้ประมาณไหน ผมเป็นพวกหลัง ผมคิดว่ามันเหมาะกว่าในแง่ที่ว่า เราควรจะใช้เท่าที่เราจะผลิตได้ตามกำลังทรัพย์เรา ณ. ขณะนั้น
ผมซื้อแผงขนาด 140 watt มาวางบนหลังคาจำนวน 1 แผง แน่นอนมันบอกชัดว่ามันให้กำลังไฟฟ้า 140 watt และตัวแผงจะมีแรงดันสูงสุดและกระแสสูงสุดที่จะทำให้ได้กำลังสูงสุด ซึ่งตามเสปคมันบอกว่าแรงดัน 18.4 volt และกระแส 7.61 Amp (ดูบนเนมเพลทบนแผ่นซึ่งจะบอกเสปคครับ)ให้ดิ้นตาย พอเอาแรงดันและกระแสคูณกันเพื่อให้ได้กำลังวัตต์ (P=V*I) มันได้ 140 watt พอดิบพอดี เราแค่หาแบต 18.4 โวลท์แล้วให้กระแสไหลเข้าแบต 7.61 แอมป์ เราก็จะได้กำลังไฟ 140 watt แล้วเย้ๆๆๆ อ่ะให้ตายสิ แบต 18.4 โวลท์จะหาจากไหนดีหว่า ผมเดินเข้าไปถามหลายร้าน หาจากเน็ต หาจากนิตยสาร FHM ไม่มีที่ไหนให้คำตอบได้เลย โอ้ว สุดท้ายก็ต้องจบที่แบต 12 volt ที่มีขายกันทั่วไป จากนั้นก็ลองวัดกระแสที่ไหลเข้าแบตขณะชาร์จ โดยวันที่มีแดดจัดและช่วงเวลาแดดดี ผมวัดกระแสได้ 8 amp. จากนั้นผมวัดแรงดันที่ขั้วแบตขณะชาร์จมันวัดได้ประมาณ 13 โวลท์ ดังนั้นเมื่อกำลังไฟฟ้าเท่ากับแรงดันคูณกระแส ผมลองเอา 13x8 จะได้เท่ากับ 104 watt ห่ะ แล้วไอ 140 watt ของโผ้มมันหายไปไหนอ่ะ แงๆๆๆๆ ความจริงก็ต้องเป็นความจริง ถ้าแผงยังรักษาแรงดันได้ 13 volt และกระแสไหล 8 amp ตลอดก็ดี แต่บางทีกระแสก็ตกมา 7.8 บ้าง 7.5 บ้าง แสดงว่ากำลังไฟที่ชาร์จเข้าแบตเปลี่ยนไปตลอดเวลาเชียว ก็คงต้องประมาณเอา ผมก็ประมาณเอาว่าวันนึงคงมีแดดสัก 5 ชม.ที่พอได้กระแสเต็มเม็ดเต็มหน่วย ชม.แรกอาจจะได้สัก 95 watt ชม.สามชั่วโมงต่อมาคงได้สัก 100 วัตต์ต่อชั่วโมง อีก ชม.หลังก็คงได้อีกสัก 95 watt คิดเข้าข้างตัวเองไว้ก็คงรวมๆกัน 95+100+100+100+95 ได้ประมาณ 490 วัตต์ทั้งวันล่ะนะ อย่าเผลอคิดเอาเองว่าแผง 140 watt มีแดด 5 ชม. ได้กำลังไฟฟ้าทั้งวัน 700 watt นะครับ ไม่มีใครหลอกใคร มีแต่เรานี่แหล่ะ หลอกตัวเอง ต้องทำจริงวัดจริง ถึงจะรู้คร้าบบบ

คำนวณคร่าวๆเพื่อหาว่า พลังงานที่เราทำได้ต่อวันเป็นเท่าไหร่ จากนั้น ต่อไปก็คือ เราจะมาหาตัวเก็บพลังงานและตัวใช้พลังงานกันต่อครับ มาว่าด้วยคราวที่แล้ว เราผลิตไฟฟ้าได้กำลังไฟฟ้าต่อวันคือ 490 วัตต์ต่อวันนะครับ ดังนั้นตัวเก็บพลังงานหรือแบตเตอรี่ ก็ไม่น่าต้องคิดมาก มันก็ต้องเก็บได้ไม่น้อยกว่า 490 วัตต์ต่อวันน่ะซี้ถามมาได้ แต่โลกนี้มันไม่ง่ายครับ ตอนนี้เราทราบกันแล้วว่ากำลังไฟได้มาจาก V*I หรือแรงดันโวลท์ คูณกับกระแส แอมป์ ตอนนี้รีบเดินไปหาแบตครับ ที่ตัวแบตจะมีเลขทั้งสองตัวนี้ระบุไว้ คือแรงดัน 12 โวลท์ ส่วนกระแส ดูตัวที่มันบอก Ah หรือแอมป์อาวน์ครับ Ah จริงๆมันคือกระแสต่อชั่วโมง ถ้าแบตระบุว่า 100Ah มันหมายถึงว่า แบตลูกนี้จ่ายกระแส 100 Amp ที่แรงดัน 12 โวลท์ ได้นานถึง 1 ชั่วโมงต่อเนื่องครับ ซึ่งตามสภาพความเป็นจริงมันทำไม่ได้หรอก เพียงแต่ความหมายจริงๆคือ มันสามารถจ่ายกระแสต่อเนื่องได้นานกว่าแบตที่มีพิกัด Ah ต่ำกว่าครับ ดังนั้นการหากำลังไฟของแบตก็คือ นำแรงดัน 12 คูณกับกระแส 100 จะได้กำลังเท่ากับ 1200 W โอ้ว กำลังไฟเราผลิตได้แค่วันละ 490 วัตต์แต่แบตเรามีกำลังตั้ง 1,200 วัตต์ ลูกเดียวก็พอแล่ะ สบายชิวๆ แต่ๆๆๆ แบตที่เรานำมาใช้ถ้าไม่ใช่เป็นแบตสำหรับโซล่าร์เซลที่เรียกกันว่าดีฟไซเคิล เราไม่สามารถใช้ตัวเลขนี้ได้ครับ หรือเป็นดีฟไซเคิลเองก็ใช้ตัวเลขนี้ไม่ได้เหมือนกัน อ่ะ มาจากไหนตอนแรกไม่เห็นบอก จะว่าไปแบตที่เรารู้จักก็มีแบตเปียก , แบตแห้ง แต่เจ้าดีฟไซเคิลนี่คืออะไร เดี๋ยวมาว่ากันต่อ เริ่มกันที่แบตเปียกและแบตแห้งกันก่อน อัตราการจ่ายและเก็บใหม่ของมัน มันให้แค่ประมาณ 20-30% เท่านั้นครับ ฟังไม่ผิดครับ เท่านี้จริงๆ แต่ถ้าเป็น ดีฟไซเคิลมันจ่ายออกให้เราได้ถึง 80% ครับ ความแตกต่างมันมากขนาดไหน มาดูกันต่อ ตอนแรกเราคำนวณตัวเก็บพลังงานเราได้ 1,200 วัตต์นะครับ ถ้าใช้แบตเปียกหรือแห้งเราสามารถดึงและชาร์จใหม่ได้ในพิกัดที่ 1,200 *20% ถึง 1,200*30% = 240 - 360 watt ครับ พอมั้ยครับทีนี้กับการผลิตไฟของเราที่ 490 วัตต์ต่อวัน จะเห็นแล้วว่ามันไม่พอครับ... แต่ถ้าเป็นดีฟไซเคิลที่พิกัดแบตเท่ากันคือ 12 โวลท์ 100 Ah จะได้เท่ากับ 1,200*80% = 980 watt ครับ ถ้าจะถามต่อว่าทำไมแบตเปียกและแห้งจ่ายไฟน้อย ก็เป็นเพราะมันไม่ได้ออกแบบมาให้เราเก็บพลังงานแล้วนำไปใช้จากโซล่าเซลล์ครับ แต่เป็นเพราะมันหาง่าย เราเอามาทำสาวได้ ราคามือสองย่อมเยาว์ดังนั้น่ไม่แปลกครับ ที่เราจะได้ผลตอบแทนจากมันน้อยกว่า (ถ้าคำนวณเทียบราคาแล้วดีฟไซเคิลเหมาะกว่าครับ) สรุปว่าถ้าเราจะใช้แบตเก็บพลังงานเราก็ควรจะหาแบต 100 Ah นี้จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ลูกครับ ซึ่งรวมแล้วจะเก็บพลังงานได้ 480-720 วัตต์ต่อวัน ทีนี้คาดว่าทุกท่านน่าจะพอหาพิกัดแบตที่เหมาะสมให้กับไฟฟ้าที่เราผลิตได้ต่อวันแล้วนะครับ ต่อไปจะมาว่ากันต่อเรื่องโหลดซึ่งจะมีผลกระทบต่อแบตนะเช่นกันครับ

     เรื่อง แบตเตอร์รี่ ถ้าเป็นแบตที่มีมาตรฐานและอยู่ในสภาพดี ค่า Spec ที่ระบุไว้ค่อนข้างเชื่อถือได้และใกล้เคียงครับ ผิดพลาดก็ไม่มาก เช่นที่บอกว่า 1Ah ถ้าประจุเต็ม และจ่ายกระแสให้โหลดที่กินกระแส 1Amp จริงก็จะใช้ได้ประมาณร่วมๆชั่วโมง แต่ถ้าโหลดกินกระแสน้อยลง เช่น 500mA ก็จะใช้งานได้นานขึ้น แต่ถ้าแบตเริ่มเสื่อมสภาพ และเก็บประจุไม่อยู่ หรือ ค่า spec ที่ระบุไม่ได้มาตรฐานค่าการใช้งานก็จะผิดเพี้ยนไปมากครับ ส่วนสาเหตุหลักๆที่ทำให้แบตเสื่อมสภาพเร็ว นอกเหนือกจากการดูแลรักษาตามปรกติแล้ว ที่เห็นบ่อยๆก็มาจากการช๊าตที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีการควบคุมการช๊าต อัดไฟได้เป็นอัดบางแห่งเล่นกันจนน้ำกลั่นเดือด เอาเร็วเข้าว่า พอเต็มแล้วก็ไม่ตัดไฟช๊าตอีก แบบนี้ก็เสื่อมเร็ว และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือการใช้งานโดยไม่มีการตรวจสอบแรงดัน คือปล่อยจนกระแสและแรงดันหมดต่ำกว่าค่ามาตรฐาน ซึ่งถ้าเป็นระบบที่ได้มาตรฐานจะมีวงจรตรวจสอบพิกัดแรงดันของแบตเตอร์รี่ด้วย เมื่อจ่ายกระแสจนใกล้หมดจนแรงดันเริ่มตกถึงค่าวิกฤติวงจรจะตัดไฟ เืพื่อให้เหลือแรงดันและประจุค้างไว้ในแบตเตอร์รี่ด้วย เช่นถ้าเป็นแบตเตอร์รี่ 12V ก็ไม่ควรปล่อยให้จ่ายไฟจนแรงดันต่ำกว่า 9.6V ถ้าต่ำกว่านี้หรือปล่อยให้หมดไปเลย จะทำให้แบตเสืิ่อมช๊าตไม่เข้า โดยเฉพาะแบตแห้งต้องระวังจุดนี้มากๆ

        การใช้พลังงานครับ คิดเอาง่ายๆ เราเก็บได้แค่ไหน เราก็ใช้ได้เท่านั้น ง่ายดีมั้ยครับ เราจะมาสร้างความสัมพันธ์ระหว่างการเก็บและการใช้ให้สมดุลกัน ในการใช้เราก็ต้องคำนวณโหลดครับ โดยโหลดของเราก็เป็นตัวที่กินพลังงานไฟฟ้าอาจจะเป็นไฟตรงเลย เช่นพวกหลอดไฟ LED, ปั๊มน้ำ DC หรือโหลดที่ต้องใช้ไฟฟ้ากระแสสลับเหมือนไฟบ้านคือหลอดไฟทั่วไป หลอดตะเกียบ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีผู้ช่วยแปลงจากไฟตรงเป็นไฟสลับ เราเรียกเค้าว่าอินเวอร์เตอร์ครับ ในส่วนนี้ผมจะยังไม่พูดถึง HVDC ซึ่งเป็นการนำระบบไฟตรง 100-240VDC เข้ามาใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านได้โดยตรงนะครับ เดี๋ยวจะงงกันเสียก่อน เอาแบบง่ายๆก่อน ทีนี้การหา LED หาปั๊มน้ำ DC บางพื้นที่หาง่าย หายาก ลำบากแตกต่างกันครับ ราคาบางแห่งก็ถูกแพงแตกต่างกัน แต่บางทีก็หาอินเวอร์เตอร์ดีๆ บางทีชำรุดก็หาซ่อมลำบาก แตกต่างกัน คงต้องเลือกครับ แยกเป็นข้อดีข้อด้อยแต่ละอย่าง ถ้าคุณเลือกใช้ไฟ DC จากแบตจ่ายไปยังโหลด DC โดยตรง ข้อดีคือ การสูญเสียพลังงานน้อย ใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ข้อด้อย คุณต้องไปหาโหลด DC พวกหลอด พวกปั๊มน้ำ ถ้าจะใช้พวกโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์คุณต้องต่อระบบไฟ DC ให้เป็น HVDC เดี๋ยวว่างๆจะมาโม้ให้ฟัง แต่ถ้าคุณเลือกใช้ไฟฟ้า DC จากแบตจ่ายไปยังโหลด AC ในบ้าน ข้อดีคือ โหลดพวกนี้คุณมีอยู่ในบ้านอยู่แล้ว ไม่ต้องหามาใหม่ ไม่ต้องซื้อเพิ่ม ข้อด้อย คุณต้องหาซื้ออินเวอร์เตอร์แปลงไฟฟ้า, คุณต้องต่อระบบสายไฟฟ้าใหม่ย้ายโหลดไฟฟ้าจากระบบไฟฟ้าพื้นฐานที่รับจากการไฟฟ้ามาต่อพ่วงออกจากอินเวอร์เตอร์แทนในจุดที่ต้องการ, เมื่อต้องการใช้กับพิกัดโหลดเยอะอย่าง โทรทัศน์ ตู้เย็น คุณต้องมีอินเวอร์เตอร์ที่รองรับพิกัดกำลังไฟขนาดตามพิกัดโหลด ..... แค่เลือกก็จะเลือกไม่ถูกแล้วเยอะจริง 555 แต่เป็นสิ่งที่คุณต้องเลือกครับ สำหรับผมเองขอเลือกแบบใช้อินเวอร์เตอร์ต่อเข้าโหลด AC คงไม่มีเหตุผลมากเพียงเพราะว่าผมมีอินเวอร์เตอร์อยู่แล้ว 1 ตัว จากการซื้อกังหันลมผลิตไฟฟ้ามาทดลองติดตั้งที่บ้าน แต่พลังงานที่ได้จากกังหันลมน้อยมั่กๆ จากคราวที่แล้วแบตเราเก็บพลังงานได้อยู่ที่ 480 - 720 วัตต์ต่อวัน เราจะใช้เลขนี้เลยได้มั้ย คำตอบคือได้ถ้าเราใช้โหลด DC แต่คำตอบจะเปลี่ยนเป็นไม่ได้ถ้าเราใช้โหลด AC เพราะอย่าลืมอินเวอร์เตอร์ ตัวที่เราใช้เค้ามาแปลงไฟให้เค้าเก็บหัวคิวครับ ค่าหัวคิวก็ประมาณ 30% ดังนั้นเอาเข้าจริงไฟที่ใช้ได้คือ 480*30% ถึง 720*30% = 144 - 216 watt (น้อยจัง) ดังนั้นโหลดที่เราสามารถใช้ได้ก็คือตัวเลขนี้แหล่ะครับ ถ้าคุณจะใช้แสงสว่างอย่างเดียวด้วยหลอดตะเกียบ 11 watt เปิดใช้ ตลอดคืนที่ 10 ชม. วิธีคำนวณว่าคุณจะใช้หลอดได้กี่หลอดคือ เอาวัตต์ที่ใช้ได้หารด้วยวัตต์ที่เป็นโหลด 144/(11*10) ถึง 216/(11*10) = 1.3 - 1.9 ประมาณ 2 หลอดครับ.... ถ้าค่าหัวคิวน้อยก็จะสามารถใช้ได้เยอะกว่านี้ครับ มาถึงจุดนี้ท้อยังครับ ลงทุนมากมาย ใช้หลอดไฟได้ 2 หลอด 11 วัตต์แต่อย่าลืมเวลาครับ เราเปิดตลอดคืนที่ 10 ชม. คำนวณแล้วจะเห็นข้อด้อยของการใช้อินเวอร์เตอร์เลยทีเดียว ทีนี้ถ้าเปิดกระปริบกระปรอย เราก็ต้องคำนวณให้มันได้ประมาณ 144-216 วัตต์นี้ล่ะครับ ถึงจะเรียกว่าสมดุล จะเห็นว่าผมไม่ได้พูดถึงการใช้คอนโทรลชาร์จเนื่องจาก ถ้ามันมีความสมดุลในการผลิต การเก็บและการใช้โหลด คอนโทรลชาร์จไม่จำเป็นครับ แต่การผลิตเราควบคุมได้ยาก (จากปริมาณแสงและวัตต์ที่จะทำได้) การเก็บพลังงานเรายึดแค่ว่าเก็บได้ในหนึ่งวัน การใช้โหลดถ้าไม่นิ่งไม่มีการใช้โหลด วันต่อมาแดดดีก็จะทำให้แบตเสื่อมเร็ว จากข้อมูลที่ศึกษาจากอาจารย์นันท์ ขนาดพิกัดแบตจึงควรใหญ่กว่าพิกัดที่เราผลิต 5 เท่าครับ อันนี้จะแก้ปัญหาได้ครับ

ที่มา:http://www.facebook.com



เมื่อคืนลองใช้จริงแล้ว เปิดได้แค่ 2 ชม.เอง ดับซะแล้ว อย่างนี้ต้องกลับมาใช้ LED 5 W 3 หลอด ตามที่วางไว้ทีแรกดีกว่า
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูล

บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
ppeungtin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 436


รู้จักให้ ใจก็เป็นสุข...


« ตอบ #103 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2012, 10:16:34 PM »

มาเก็บความรู้ครับ จะลองทำเองมั้่ง....
บันทึกการเข้า

พงศ์ธร   พึ่งถิ่น
12/12 ม.1 ต.เกาะยาวน้อย อ.เกาะยาว จ.พังงา 82160

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=41210.0
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1892


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #104 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2013, 12:22:57 PM »

http://www.hikarithai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=426249&Ntype=7
ยิ้มเท่ห์   เศร้า  เก็บเอามาฝาก  ยิ้ม











http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=84892.msg1992780#msg1992780


Liked By: kraikrai
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 24, 2013, 12:26:05 PM โดย สุนนท์กุล » บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1892


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #105 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2013, 12:19:13 AM »

หลักการทำงานของเครื่องกำเินิดไฟฟ้า
DC MOTORS AND GENERATORS (Embedding disabled, limit reached)

AC MOTORS AND GENERATORS (Embedding disabled, limit reached)



TROUBLESHOOTING ELECTRIC CIRCUITS (Embedding disabled, limit reached)

PLANETARY GEARS, PRINCIPLES OF OPERATION - PART II - MULTIPLE SETS (Embedding disabled, limit reached)

PRINCIPLES OF THE STARTING MOTOR (Embedding disabled, limit reached)


Liked By: kraikrai
บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1892


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #106 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2013, 01:18:15 PM »

ตอนนี้พอหามอเตอร์ 300W  24V  2650rpm(มือสองสภาพ100% โมแปรงถ่านภายใน) ได้มาในราคา 1200บาท แต่ได้มาไม่กี่ตัว
คาดว่าในไม่เกินสองอาทิตย์นี้ จะมีของมาเพิ่ม ผมแกะดูข้างในแล้ว มีการดัดแปรงใส่แปรงถ่านเพิ่ม จากสอง เป็นสี่ น่าจะส่งผลดีต่อกำลัง และสปีดของมอเตอร์ 
 

ทดสอบที่แรงดัน 12VDC
กินกระแสไฟช่วงสตาร์ต(ไม่มีโหลด) 5A
กินกระแสไฟช่วงหมุนฟรี(ไม่มีโหลด)  0.65A
กระแสสูงสุดเมื่อมีภาระโหลดหนัก300W ดึงกระแสสูงสุดที่ 14A

ผมคิดว่า หลายท่านที่อยากประกอบปั้มชักกับมอเตอร์ DC  คงจะติดปัญหาเรื่องการดัดแปรงขนาดและความยาวของแกนมอเตอร์ให้พอดีกับรูมูเล่ย์เล็กที่แถมมากับตัวปั้ม

ผมจึงคิดว่าหากกลึงตัวแปรงแกน จัดเป็นชุดขายพร้อมกับมอเตอร์และสายพาน ให้ครบในราคาไม่เกิน 1900บาท น่าจะสะดวกต่อการจัดส่ง แต่ ติดตรงที่หากทำในปริมาณน้อย จะทำให้ต้นทุนต่อชุดสูงเกินไป(ไม่มีกำไร) จึงอยากขอเสียงสนับสนุนจากท่านที่ต้องการก่อน

 ส่วนตัวปั้ม ผู้ใช้สามารถหาซื้อในพื้นที่ได้จะดีมาก ได้เลือกเอง ไม่ต้องเสียค่าส่งแพง น้ำหนักมาก เสียหาอะไหล่ซ่อมในพื้นที่ได้สะดวก


motor 24VDC 300W ตัวนี้ ให้กำลังขับได้มากพอกับปั้มชัก 1นิ้ว แรงขับน้ำ 1500LTR ยี่ห้อดีๆหน่อย ที่ภาระโหลดในลักษณะใช้งานดูดลึกไม่เกิน 8-9เมตร  แล้วลดท่อส่งลงเป็น 3/4 (6หุล) ส่งสูงไม่เกิน 6เมตร  หรือในระยะส่งแนวระนาบที่ความลาดชันไม่เกิน 2เมตร ที่ระยะความยาวที่ 100เมตร มอเตอร์ ตัวนี้รับได้สบายๆ





เทียบแกน กับความหนาของมูเลย์เบอร์เล็กที่สุดแล้ว แกนยังสั้นกว่ามูเล่ย์อยู่ดี นี่คือเหตุผลที่ต้องพึ่ง โรงกลึง  ยิงฟันยิ้ม





ผลงานหลังแก้ไข ออกมาสวย น่าพอใจครับ








หากใครอยากประกอบอยากให้เลือกหาปั้มเอง ผมจะทำแกนและหามอเตอร์ให้ได้ จะได้ไม่ผิดใจภายหลัง เช่น เคยมีกรณีประกอบปั้มกับมอเตอร์กำลังมีเพียงพอหมุนปั้มได้ปกติ ให้เพื่อนนำไปใช้งาน แต่พอไปใช้งานจริงในพื้นที่น้ำไม่ขึ้นปั้ม ซึ่งปัจจัยแวดล้อมมีหลายอย่างมากที่เกิดจากความไม่รู้ของผู้ใช้เอง ยกตัวอย่าง  เช่น
1.  ใช้ดูดบาดาล หรือ แหล่งน้ำลึก เกินกว่าระยะดูดที่ปั้มจะทำงานได้
2.  ใช้ส่งน้ำไกลเกิน หรือ ส่งสูง ชัน มากเกินเกณฑ์ที่ปั้มจะมีกำลังดันเอาชนะน้ำหนักของน้ำเพื่อส่งให้ถึงเป้าหมายได้
3.  ที่ด้านดูดมีการรั่วซึมของอากาศ(รั่ว ซึม เล็กน้อยก็ไม่ได้)
4.  ไม่ได้กรอกน้ำเข้าปั้มก่อน
5.  ไม่ได้เติม หรือตรวจเช็คน้ำมันหล่อลื่นปั้ม
ุ6.  ในกรณีดูดลึก และส่งไกลๆ ควรลดขนาดที่ให้เล็กลงเล็กน้อย เพื่อลดภาระน้ำหนักของมวลน้ำในท่อ
7.  วาล์วกันน้ำกลับปลายที่ด้านดูด ควรใช้เป็นแบบลูกบอล์ล ดีกว่าแบบสปริง ไม่ทำให้ปั้มสูญเสียแรงดูด
8.  ใส้ที่ดูด จะใส่ยาวสุดความลึกของบ่อก็ได้ บาดาลจะเจาะลึกเท่าไดก็ตาม แต่ระดับน้ำในบ่อวัดจากตัวปั้มถึงผิวน้ำ จะต้องห่างกันไม่เกินกว่า 10เมตร มากกว่านี้ ต่อให้ลดขนาดท่อดูดก็สูบขึ้นได้ลำบาก(สูบขึ้นได้ แต่เปลืองพลังงาน ไม่คุ้มปริมาณน้ำที่ได้)





Liked By: kraikrai, peakpin8
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 26, 2013, 02:25:56 PM โดย สุนนท์กุล » บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
moh
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 40


« ตอบ #107 เมื่อ: เมษายน 09, 2013, 07:51:13 PM »

นี่ก็เป็นอีกแนวทาง ที่จะช่วยยืนยันว่า ระบบโซล่าขนาดเล็ก แบบบ้านๆ ใช้งานจริงๆ
คัดลอกมาจากเวบอาจารย์นัน โคราช
โซลาร์เซลล์ จากที่ได้เรียนมาจาก ศ. ดร ชิมาดะ โตเกียวแล็บ และได้เดินสายนำพาทำระบบ ดีซี 240 โวลท์ จากโซลาร์ชาร์จตรงลงแบตเตอรี่ โดยที่ไม่ต้องมีอินเวอร์ทเตอร์ หรือเครื่องมืออีเลคโทรนิคส์ใด ๆ ที่จะเป็นปัญหาเรื่องการซ่อมในอนาคต ไฟดีซีจากโซลาร์ สามารถใช้กับอุปกรณ์อีเลคโทรนิคส์ได้ เช่น หลอดตะเกียบ หลอดฟลูออเรสเซ้นส์แบบบัลลาตต์อีเลคโทรนิคส์ หรือ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ ทั้ง โน้ตบุ๊ค และตั้งโต๊ะ ทั้งหลายเหล่านี้ล้วนมีภาคจ่ายไฟที่เป็นสวิทชิ่ง ที่สามารถรองรับไฟฟ้า กระแสตรง กระแสสลับ ตั้งแต่ 100 ถึง 240 โวลท์ ได้มา 20 ปีแล้ว ทั้งนี้ระบบนี้อยู่ในแนวทางที่ทีมงานอาสาสมัครได้ทำไฟแสงสว่างบูชาพระบรมธาตุเจดีย์ ที่ทำไปแล้ว 4 แห่ง และอธิษฐานที่จะทำให้ได้ครบ 100 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อถวายเป็นพุทธบุชา เส้นทางสายโซลาร์หากเดินผิดทางจะมีขยะประเภท อินเวอร์ทเตอร์ และชาร์จเจอร์เกลื่อนเมือง ระบบดีซี 240 โวลท์


= Pet100tips= (หลอดสว่างไม่ต้องใช้ไฟฟ้า)

นำขวดน้ำมาใส่น้ำใส ๆ ผสมไฮเตอร์ลงไปสักช้อน (กันขึ้นตะไคร่) ปิดฝา
เจาะรูหลังคา อุดรอยต่อด้วยกาวซิลิโคนให้แน่น ตอนกลางวันจะให้แสงสว่างเท่ากับหลอดไฟ 60 แรงเทียน โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า วิธีนี้นิยมกันมากในประเทศฟิลิปปินส์

ขยันทำสิ่งเล็กๆ จนเป็นนิสัย เรื่องใหญ่ๆ จะเกิดอานิสงส์

คนเล็กหัวใจใหญ่ มีศรัทธา กล้าคิด แล้วลงมือทํา


อ่านเเล้วได้ความรู้มาก  ขอบคุณมากครับ
 อายจัง


Liked By: lief36
บันทึกการเข้า
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1892


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #108 เมื่อ: เมษายน 09, 2013, 08:14:41 PM »


ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=27875.msg2083464#msg2083464
TM39 TM52A 1 (Embedding disabled, limit reached)

 ผมมีแนวคิดทำระบบ ไฟกระแสตรง300V (ไฮโวลต์) แล้วใช้ร่วมกับโมดูลอินเวอร์เตอร์
เพื่อใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในมี่พักอาศัยทั่วไป และจ่ายให้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นมอเตอร์ได้
TM39 TM52A 2 (Embedding disabled, limit reached)




 ระบบควบคุมจ่ายไฟให้ปั้ม ที่ใช้มอเตอร์ไฟกระแสตรง 12&24V หรือใช้กับอินเวอเตอร์ 24VDC to 220VAC
(ควบคุม เปิด-ปิด ด้วยเครื่องตั้งเวลาดิจิตอล)



ลองนึกเล่นๆว่า ถ้าเปลี่ยนจากมอเตอร์ปั้มไฟกระแสตรง(DC) มาเป็น อินเวอร์เตอร์ 24โวลต์เพื่อแปรงแรงดันเป็น 220VAC จะลดการสูญเสียพลังงานได้มาก ทีเดียวทำให้ได้ชั่วโมงการใช้งานที่ยาวขึ้น

น่าจะเหมาะใช้งานร่วมกับ ชุดโมดุลอินเวอร์เตอร์ โดยใช้แผง 280W ขนานกันเพียง 2แผง ก็เพียงพอสำหรับการเก็บสำรองกระแสไฟได้วันล่ะไม่น้อยกว่า 60A/วัน และควบคุม ปิด-เปิด ด้วยดิจตอลไทม์เมอร์ ทำให้สะดวก ระบุวัน และเวลา ใช้งานได้ ไม่ต้องรอแดดจัด
สามารถใช้แบตฯที่ค่าความจุไม่เท่ากัน มาต่อใช้ร่วมกันได้ ทำให้ผู้ใช้สะดวก โดยเฉพาะท่านที่มีแบตฯเก่า ใช้งานอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้แบตฯที่มีค่าความจุกระแสเท่ากันก็ได้(แต่..ถ้าเลือกได้ ควรเลือกแบตฯทั้งสอง ให้มีค่าความจุเท่ากันจะดีกว่า)

หลักการทำงาน
ระบบจะสลับขั้วแบตฯเป็นลักษณะต่อขนานแบตฯ (12V) ในภาวะชาร์จปกติ เพื่อให้แบตฯทั้งสองลูกเก็บสะสมกระแสไฟฟ้าได้เต็มที่
เมื่อถึงเวลาที่ตั้งไว้ เครื่องตั้งเวลาจะสั่งวงจรสลับการต่อแบตฯเป็นแบบอนุกรม เพื่อให้ได้แรงดัน 24V และจ่ายออกเป็นไฟ 24VDC

1. ทำไมต้องเป็  24VDC   เพราะหากใช้อินเวอเตอร์ 24V จะลดอัตราการสูญเสียพลังงานได้มาก
เมื่อเปรียบเทียบกับ อินเวอเตอร์ 12V จะต้องใช้กระแสสูงขึ้นอีกเกือบเท่าตัว ทำให้แบตฯหมดไว ทำให้ผู้ใช้ต้องเพิ่มแหล่งผลิตกระแสไฟให้มากจึงต้องสะสมกระแสไฟไว้ให้มากพอด้วย จึงทำให้ต้องเปลืองต้นทุนค่าแผงและค่าแบตฯเพิ่มอีกไม่น้อย


อุปกรณ์ไฟฟ้าจะดึงกระแสมาใช้งานต่างกันเมื่อแหล่งจ่ายมีแรงดันที่ต่างกัน p(พลังงาน)=E(แรงดัน) x I(กระแส)
ตัวอย่างเช่น
12V ให้ได้กำลังงาน 300W จะต้องใช้กระแสไฟฟ้าสูง= 300W / 12Vdc =25A
24V ให้ได้กำลังงาน 300W จะต้องใช้กระแสไฟฟ้าสูง= 300W / 24Vdc =12.5A

2. ทำไมต้องต่อระบบชาร์จแผงฯ กับแบตฯเป็นระบบ 12Vdc ในเมื่อมีแผงฯ21V 2แผง หรือ 280 1แผงอยู่แล้ว
ช่วยแก้ปัญหาการประจุแบตฯ และคายประจุไม่เท่ากัน
(การชาร์จแบบอนุกรมแบตฯ มีโอกาสเกิดการชาร์จ ประจุแบตฯแต่ล่ะลูกไม่เท่ากัน ทำให้ได้กระแสไม่เต็มที่ พอใช้งานกระแสไฟไม่พอ)
ข้อเด่นอีกอย่าง สามารถใช้แบตฯที่ค่าความจุไม่เท่ากัน หริอสามารถชาร์จแบตฯที่มีประสิทธิภาพความจุต่างกัน(แบตฯเสื่อมไม่เท่ากัน)ร่วมกันได้


การต่อ รวมแผง ต่อใช้ ขนาน(กระแสรวมเพิ่ม) จะได้แรงดันในวงจรจะออกเท่ากับแผงที่จ่ายแรงดันได้มากสุด ส่วนกระแส จะเท่ากับ กระแสที่สองแผงผลิตได้รวมกัน

การต่อ รวมแผง ต่อใช้ อนุกรม(แรงดันเพิ่ม) จะได้แรงดันรวมในวงจรเท่ากับแรงดันสองแผงผลิตได้รวมกัน ส่วนกระแส ที่ไหลในวงจรจะเท่ากับ กระแสของแผงที่ผลิตกระแสได้น้อยสุด เช่น หากเอาแผงอะมอลฟัส 60W 60V 1.2A ต่ออนุกรมกับแผงโพลี่ 60W 21V 3A กระแสไหลในวงจรจะเท่ากับกระแสของอะมอลฟัส 60W 1.2A แต่แรงดันจะเท่ากับ 60+21=81VDC
(นี่แค่ตัวอย่างให้เห็นภาพ การต่อใช้งานจริงหากเอาแผงต่างขนาดกระแส(A) มาอนุกรมกันแผงที่ผลิตกระแสน้อยกว่า เสี่ยงที่จะเสีย)

การชาร์จไฟแบตเตอรี่แบบถูกต้อง เพื่อถนอมอายุการใช้งานของแบตฯไม่ควรใช้แบตฯจนหมดเกลี้ยง จะทำให้แรงดันในแบตฯต่ำเกินไป(10V) หากแรงดันที่เหลือในแบตฯต่ำกว่าแหล่งจ่ายชาร์ทมาก ก็จะทำให้กระแสชาร์ทไหลมากเช่นกัน การปรับควบคุมแรงดันจากแหล่่งจ่ายไม่ให้มีแรงดันสูงกว่าแรงดันในแบตฯมากไป จะเป็นการควบคุมกระแสไฟชาร์ทที่ไหลเข้าแบตฯเช่นกัน เพื่อเป็นการถนอมแบตฯ ไม่ควรชาร์จกระแสเกินเกิน 10% ของ ขนาดความจุกระแสสูงสุดของแบตฯ(ชาร์จน้อยๆ เป็นผลดีต่อแบตฯ แต่ไม่ทันการณ์ใช้งาน)
เช่น แบต 75 แอมป์ กระแสไฟชาร์ท น่าจะ ไม่เกิน 7.5 แอมแปร์ หรือ แบต 100 แอมป์ กระแสไฟชาร์ท น่าจะ ไม่เกิน 10 แอมแปร์

การชาร์จแบตฯด้วยแรงดันไฟสูง เช่น ชาร์จแบตฯ 12V 100A ด้วยแผงอะมอลฟัส 60W 1A สามารถต่อตรงได้(ต่อแบบขนาน ไม่เกิน 3แผง) แรงดันชาร์จจากแผงจะลดลงเหลือ 14-15V ได้เองโดยไม่เป็นอันตรายต่อแบตฯ แต่จะส่งผลให้น้ำกลั่นในแบตฯแห้งเร็วกว่าปกติ ทำให้ต้องหมั่นตรวจดูน้ำกลั่นบ่อยขึ้นเท่านั้นเอง






บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1892


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #109 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2013, 11:48:56 PM »

วิดีโอ0051 (Embedding disabled, limit reached)
บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
witran
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 196


« ตอบ #110 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2013, 09:40:03 AM »

ตามเก็บความรู้ครับ สักวันหนึ่งก็ต้องทำต้องมีครับ ขอบคุณที่แบ่งปันครับ
บันทึกการเข้า
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1892


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #111 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2013, 11:23:08 AM »

หยิบยกมาฝาก เผื่อใครกำลังเจอปัญหาเดียวกัน

ึจากวันนีี้ไป 7วัน ผมจะปิดร้านไปต่างจังหวัด  หากต้องการสินค้าตัวได ฝากข้อความไว้ได้ครับ หรือโทรหาได้ในช่วงเวลาปกติ


ไปเที่ยวไหนกันครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม  
มีเรื่องปรึกษาครับ  ยิงฟันยิ้ม   คือว่าสวิทลูกลอยสีส้มใช้ไฟแบตต์ได้ไหมครับ  ยิงฟันยิ้ม  
ปัญหาของผมคือ ปั้มน้ำกับถังเก็บน้ำอยู่หากกันประมาณ 50 เมตร หาไม่เจอว่าสวิทลูกลอยใช้ไฟแบตต์ได้หรือเปล่า และจะเดินสายไฟยังไงเพราะระยะห่างเยอะแรงดันไฟ 12โวลล์ ไม่ถึงแน่ ๆ   มีผู้รู้แนะนำเรื่องรีเลย์  ยิงฟันยิ้ม ลังเล  (รู้จักแต่มันฝรั่งเลย์  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม)
ถ้าใช้เฟรชเซอร์ิสวิตซ์คอยตรวจจับแรงดันติดที่ปั้มอยู่แล้ว น้าอัตแค่ใช้ลูกลอยวาล์วที่ปลายท่อออกก็พอ ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าหหรือติดตั้งอะไรเพิม


เมือน้ำเต็มลูกลอยปิดวาวล์วทางออก แรงดันในท่อสูงขึ้นเฟรชเซอร์ิสวิตซ์จะตัดได้เอง

ทดลองแล้วครับ น้ำกระเผื่อม สวิตซ์แรงดันไหม้ไปสองตัวแล้ว ยิงฟันยิ้ม  มันต้องเป็นลูกลอยต่างระดับครับจึงจะเหมาะ


ผมไปอาบแดดท้องทุ่ง ทำผิวสีแทน(เข้ม) 
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=41789.msg2224889#msg2224889

เกิดอาการกระเผื่อม ทำให้สวิตซ์แรงดันเดี๋ยวติด เดี๋ยวปิด หน้าสัมผัสทำงานไม่สนิททำให้เกิดการอาร์คจนร้อน
ถ้าเป็นอย่างนี้ เลือกใช้รีเลย์เป็นสวิตซ์ดีทีสุดครับ เดี๋ยวเขียนผังให้



ขอบคุณครับ  ยิ้มเท่ห์    แต่ว่า...  ยิงฟันยิ้ม   สวิตซ์ลูกลอย มันใช้กับไฟแบตต์ได้ใช่ไหมครับ หรือว่าต้องไปหาเอาตามร้านค้า  ยิงฟันยิ้ม   
สวิตซ์ลูกลอย สวิตซ์แรงดัน มันเป็นแค่สวิตซ์ ทำหน้าที่คล้ายสะพานไฟ ใช้กับไฟกี่โวลต์ก็ได้ แต่อย่าใช้จนกระแสไหลเกินกว่าค่ากระแสไหลผ่านที่มันรับได้ก็พอ แต่สำหรับการต่อแบบที่วาดให้นี้ เลือกใช้สวิตซ์ลูกลอยแบบใหนก็ได้ ขอให้ถูกและหาง่ายเป็นพอเพราะกระแสไหลผ่านใช้แค่ 100-150mAเท่านั้น(1A=1000mA) ยกเว้นรีเลย์จะไหม้หากโดนน้ำ รีเลย์บกพร่องหรือเสียเท่านั้นจึงจะกินกระแสเกินกว่าที่ว่าไป

บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7] 8   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: