หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อยากปลูกดอกมะลิขาย  (อ่าน 16528 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
mmu_ok
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7


« เมื่อ: มิถุนายน 01, 2012, 11:51:15 AM »

อยากปลูกดอกมะลิขาย ใครพอจะมีคำแนะนำบ้างค่ะ


Liked By: MANA1908, V i c k y
บันทึกการเข้า

pon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 896


« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2012, 12:53:08 PM »

อยากปลูกก็ปลูกสิครับ อยากกินก็กิน อยากนอนก็นอน  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


Liked By: MANA1908, V i c k y
บันทึกการเข้า
saeree
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 98


« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2012, 01:10:34 PM »

แถวบ้านผมปลูกกันเยอะ ที่นครสวรรค์
ส่วนมาก ก็จะได้ราคาช่วงหน้าหนาวที่มะลิ
ไม่ออกดอก บางช่วงก็ไม่ค่อยได้ราคา
เห็นใช้สารเคมีกำจัดแมลงกันมาก
มากจริง ๆ คนทำบางคนก็ เด๊ท 
เพราะยาฆ่าแมลงก็มีให้เห็น

น้ำท่วมใหญ่ปี54 ต้นมะลิก็ตายไปมาก ตอนนี้ที่ปลูกใหม่ก็ต้นเล็ก ๆ
ก็เริ่มเก็บดอกได้
ส่วนมากก็ทำกันคนละ1-3 ไร่
งานก็ไม่หนักมาก
แต่ก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร อาจเพราะทำกันไม่มาก มีที่ดินจำกัด
งานหลัก คงมี รดน้ำ ฉีดยาฆ่าแมลง  เก็บดอกทุกเช้า ตัดแต่ง ให้ปุ๋ย พรวนดิน
เห็นต่อท่อน้ำ เพื่อรดน้ำก็สะดวกดีครับ
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7634


« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2012, 01:13:36 PM »

อยากปลูกก็ปลูกสิครับ อยากกินก็กิน อยากนอนก็นอน  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

แล้ว  พอจะมีคำแนะนำบ้า่งไหมล่ะ

ส่วนคนตั้งกระทู้ก็ต้องบอกให้ละเอียดว่า
มีพื้นที่เท่าไร อยู่ที่ไหน ใกล่ตลาดหรือไม่ ระบบน้ำเป็นยังไง
มีทุนมีรอนอยู่เท่าไร มีแรงงานหรืือไม่
จะตัดดอกขาย เก็บดอกขาย จะร้อยพวงมาลัยขาย หรือจะขายส่ง

ถ้าบอกละเอียดก็จะได้รับคำตอบอย่างละอียด
ไม่ต้องย้อนถามกันกลับไปกลับมา (เหมือนที่เขาเล่นตลก)

ผมชอบกระทู้แนวนี้แหละครับ
เข้ามาอ่านแล้วได้ความรู้ดี


Liked By: MANA1908, V i c k y
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 01, 2012, 01:15:25 PM โดย phalikhit » บันทึกการเข้า

บิฑบาตร  ขาด"ร"หลัง  อย่าพลั้งใส่
บาตนั้นไซร้  มี"ร"ตาม  งามภาษา
อนุญาติ  พินทุอิ  อย่าใส่มา
Khem Farm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1017

คนขยันไม่มีวันอดตาย


« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2012, 11:55:27 PM »

เคยอ่านหนังสืออยู่เล่มคุณลุงแกเขียนว่าดอกมะลิให้เอาผงชูรสผสมนำ้ รดต้นมะลิดอกจะดกมาก.


Liked By: spyrogira, paooy, V i c k y
บันทึกการเข้า

.
konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9285


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 01:27:41 AM »

เอามาฝากครับ  ยิงฟันยิ้ม


สวนดอกมะลิ



“พวงมาลัยไหมคะ? พวงมาลัยค่ะ”

               “วันนี้วันพระ พวงมาลัยไหมครับ”

               คุณคงคุ้นหูกับซุ่มเสียงเชื้อเชิญให้ซื้อพวงมาลัยตามสี่แยกไฟแดง พร้อมกับไม่ลืมที่จะนำเสนอกลยุทธ์ทางการตลาดในการจูงใจลูกค้าด้วยราคา 3 พวง 20 บาท มีให้เลือกทั้งแบบร้อยปลายด้วยดอกดาวเรือง บ้างก็ดอกกุหลาบ แต่ที่จะขาดไม่ได้สำหรับพวงมาลัยทุกพวงคือ “ดอกมะลิ”

               ไม่รู้ว่าคุณเข้าใจ(ผิด) เหมือนกับเราหรือเปล่าว่า ดอกมะลิที่เราๆ ท่านๆ เห็นกันอยู่ทุกวันนี้มาจากจังหวัดอื่น ซึ่งมันไม่ใช่...เพราะความจริงแล้วเป็นดอกมะลิฝีมือการปลูกของเกษตรกรชาวอุบลฯ ของเรานี่เอง ถ้าอย่างนั้นจะช้าอยู่ใย...เดินทางไปยังสวนมะลิที่ อ.เดชอุดมด้วยกันเลย...

               เราเดินทางมาถึงสวนดอกมะลิ ต.ท่าโพธิ์ศรี อ.เดชอุดม จ.อุบลฯ ช่วงสายๆ ซึ่งชาวบ้านกำลังขะมักเขม้นเก็บดอกมะลิกันเป็นการใหญ่ เหตุที่เลือกมาที่นี่เพราะได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสวนมะลิที่ใหญ่และเป็นแหล่งส่งดอกมะลิรายใหญ่ในอุบลฯ นั่นไง...คุณนิคม พิมพ์หล่อ เจ้าของสวนมะลิ กำลังเดินออกมาต้อนรับพวกเราด้วยรอยยิ้มพร้อมกับบอกเล่าที่มาของการทำสวนมะลิให้ฟังว่า...

               “ผมทำสวนมะลิมาตั้งแต่ปี 2536 แล้วครับ มันเริ่มจากตอนที่ผมบวชเพื่อศึกษาธรรมะอยู่ที่กรุงเทพฯ แล้วมีโยมคนหนึ่งแนะนำให้ปลูก เขาบอกว่ารายได้มันดี เพราะอย่างวันปกติถ้าทำมาลัยขายก็จะได้วันละประมาณ 800-1,000 บาท แต่ถ้าเป็นวันพระก็จะขายได้ประมาณ 1,500 บาท

               ครั้งแรกเลยผมเริ่มปลูกประมาณ 1,000 ต้น ใช้พื้นที่ประมาณ1 ไร่ ปลูกแบบลองผิดลองถูก แต่ช่วงหลังนี่ก็เริ่มขยายพื้นที่ เริ่มเรียนรู้และปลูกอย่างถูกต้องขึ้น “

เราต้องปลูกมะลิอย่างไรจึงจะได้ผลดี

               “พันธุ์ ต้องได้พันธุ์ดี ผมสั่งแม่พันธุ์ (พันธุ์เพชร) มาจากนครปฐม เมื่อก่อนเพาะพันธุ์เองมันช้ามาก มะลิเนี่ยถ้าจะให้ออกดอกเยอะๆ เราต้องไปเอาพันธุ์บ้าน เขาเองก็จะต้องมาเอาพันธุ์บ้านเราไปปลูกมัน ในการปลูกก็ต้องปลูกให้มันเป็นแถว และควรเหลือร่องทางเดินระหว่างต้นมะลิประมาณ 1.50 เมตรด้วยเผื่อเวลาจะฉีดยาจะได้สะดวกและไม่มาโดนเราด้วย

               “ส่วนดินที่มะลิชอบคือดินทรายแบบอีสานบ้านเรานี่แหละ เพราะเวลาที่ฝนตกดินมันจะได้ไม่มาโดนดอกมะลิ ถ้าเป็นดินแดงหรือดินเหนียวค่อนข้างจะแย่หน่อย ฝนตกทีดินจะกระเด็นมาโดนดอกเสียหมด ส่วนเรื่องของการดูแลก็สำคัญ ต้องรดน้ำเกือบทุกวัน สวนผมนี่สวนมันใหญ่ก็เลยเปิดน้ำสปริงเกิลเกือบทั้งวันเลย ใส่ปุ๋ยเป็นช่วงๆ ทั้งปุ๋ยคอกปุ๋ยวิทยาศาสตร์แล้วแต่สภาพดิน ถ้าเป็นดินที่เราบุกเบิกใหม่ๆ ก็ไม่ต้องบำรุงมาก เพราะมันมีสารจุลินทรีย์ในตัวอยู่แล้ว ปลูกมะลินี่ดีอย่าง...เราไม่ต้องไปบำรุงอะไรมากมาย ปลูกแล้วเราก็รอมันโต เราปลูกครั้งแรกใช้เวลาประมาณ 6-8 เดือนเราก็เก็บดอกได้แล้ว ต้นหนึ่งก็จะมีอายุประมาณ 5-6 ปีถึงจะได้ปลูกใหม่ แค่ตัดแต่งกิ่งก็พอ”


เห็นมีคนเก็บดอกมะลิเยอะมาก

               “อึ้ม! อันนี้สำคัญ บางคนปลูกได้ผลผลิตเยอะ แต่ว่าเก็บไปขายไม่ได้ การหาคนมาเก็บดอกมะลิให้เราเป็นเรื่องที่สำคัญโดยเฉพาะสวนมะลิขนาดใหญ่ ถ้าช่วงไหนที่ราคามะลิสูงกิโลกรัมละ 200 บาทขึ้นไปเราก็จะจ้างเขาเก็บกิโลกรัมละ 50 บาท แต่ถ้าช่วงไหนที่ราคามะลิมันลดลงก็จะจ้างเก็บกิโลกรัมละ 30-40 บาท คิดเฉลี่ยก็เก็บได้ชั่วโมงละ 1 กิโลกรัม ถ้าใครเก็บเก่งๆ วันหนึ่งได้ 10 กิโลกรัมก็มี อย่างสวนผมก็ต้องใช้คนเก็บประมาณ 40-50 คนไม่อย่างนั้นมันจะไม่ทัน”

ไปเอาข้อมูลการปลูกมะลิมาจากไหน

               “อันที่จริงผมลองทำมาหลายอย่างแล้ว ทั้งเลี้ยงไก่ ปลูกต้นไม้ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ พอมาปลูกมะลิก็เลยต้องศึกษาข้อมูลให้มากขึ้น ศึกษาเอง วิจัยเอง ปรึกษากับเพื่อนเกษตรกรด้วยกัน อ่านหนังสือและวิเคราะห์ช่วยกัน ใช้ยาแบบนี้ได้ไหม ต้องดูแลรักษาแบบไหนถึงจะได้ผล ทุกวันนี้เกษตรกรต้องมีความรู้ เพราะเทคนิคบางอย่างเราต้องรู้และต้องทำให้เป็น ทุกวันนี้ผมยังต้องค้นคว้า และต้องศึกษาทั้งเรื่องการเกษตรและการตลาดอีกเรื่อยๆ ไม่มีวันสิ้นสุด เพราะไม่อย่างนั้นเราก็จะอยู่ไม่ได้”

พูดถึงรายได้ให้ฟังหน่อยสิคะ

“ถ้าคิดรายได้เฉลี่ยผมขายได้กิโลกรัมละ 150 บาทก็จะได้ประมาณเดือนละ 50,000 บาท แต่ถ้าราคามันสูงกว่านี้ ก็จะได้เยอะขึ้นตาม วันที่ขายได้ดีคือช่วงวันพระ วันสงกรานต์และก็วันแม่ ราคาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 300-400 บาท”

มะลิบ้านเราส่งไปขายที่ไหนบ้าง

               “ส่งไปขายที่กรุงเทพฯ ยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจฯ เพราะที่อื่นเขาปลูกไม่เยอะเหมือนบ้านเรา อาจจะด้วยเพราะสภาพดินไม่ได้บ้าง คนเก็บไม่มีบ้าง หรืออาจจะท้อแท้กับหลายๆ อย่าง”

เห็นบอกว่าธรรมะมีส่วนทำให้การปลูกมะลิประสบความสำเร็จ

               “ใช่ เพราะธรรมะสอนให้ผมรู้จักขยัน อดทน ถ้าเราเรียนหนังสือมามีความรู้แต่ไม่ลงมือทำแล้วมันจะสำเร็จได้ไหม หรือเรียนมาแล้วลงมือทำ ทำไปสักพักแล้วถอดใจ ท้อแล้วก็ทิ้งก็ไม่สำเร็จ การจะปลูกมะลิให้ประสบความสำเร็จมันต้องมีความขยัน อดทน และสิ่งที่ผมได้จากการเป็นเกษตรกรสวนมะลินอกจากเงินรายได้แล้ว ผมยังมีจิตใจที่เบ่งบาน เพราะผมมีความสุขทุกครั้งที่ทำ ความเครียดนี่ไม่มีเลย และมันยังเป็นการช่วยให้คนอื่นมีรายได้อีกด้วย”


มีหลายคนมาดูงาน มาปรึกษา พี่ก็ยินดีที่จะแนะนำ

               “มีนักศึกษาจาก ม.อุบลฯ มาดูงานเรื่อยๆและก็มีนักข่าวจากช่อง 7 ช่อง 11 มาถ่ายทำเพื่อไปเผยแพร่ ผมก็ยินดีที่จะบอก บางคนก็ถามว่า ไม่กลัวว่าบอกเขาแล้วเขาจะไปปลูกและแย่งลูกค้าเราเหรอ สำหรับผมไม่กลัวนะ ผมเชื่อว่าคนเรามันทำได้ไม่เท่ากันหรอก พระเจ้าให้ความขยันและอดทนไม่เท่ากัน ถ้างั้นทุกคนก็รวยเท่ากันหมดแล้วสิ มันต้องมีคนชั้นสูง คนชั้นกลาง คนชั้นต่ำ เหมือนกันบัว 4 เหล่าในคำสอนพระพุทธเจ้าก็เปรียบเหมือนการทำสวนให้ประสบความสำเร็จนี่แหละ ชีวิตทุกคนมีสิทธิ์ที่จะประสบความสำเร็จได้ แต่คนส่วนมากจะเดินไปไม่ถึง เพราะขาดความรู้ ไม่มีประสบการณ์ และก็เบื่อหน่ายท้อแท้เร็ว ไม่ขยันและไม่อดทน

               “ผมอยากจะฝากบอกสำหรับผู้ที่สนใจอยากจะปลูกมะลิ ถ้าอยากทำก็ทำเลย ถ้าใครมีที่ดินอยู่แล้ว มีเงินทุนอยู่ประมาณ 5,000-10,000 บาทก็ทำได้แล้วนะ เริ่มจากน้อยไปหามากตามกำลังที่จะทำไหว ที่เหลือคือหัวใจ ความอดทนและความขยันครับ”

               กับเงินก้อนหนึ่งบวกกับแรงกายแรงใจแห่งความทุ่มเทที่จะทำ ใส่ความขยันและอดทนเข้าไปซะหน่อย แล้วคุณก็จะมองเห็นความสำเร็จอยู่รำไรๆ ตรงหน้า

อ.นิคม  พิมพ์หล่อ โทร.0895325715


เทคนิคปลูกมะลิให้งามอย่างไร้สารพิษ

ใครที่เคยมีความคิดผิด ๆ ที่ว่า จะปลูกมะลิให้ดกให้งามต้องใช้ทั้งปุ๋ยและสารเคมี เห็นทีจะต้องล้มเลิกความคิดนี้ เพราะมีเกษตรกรท่านหนึ่งประสบความสำเร็จจากการผลิตมะลิในเชิงการค้าโดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยและสารเคมีเข้ามายุ่งเกี่ยวแม้แต่น้อย แต่มะลิก็ดกและงอกงามดีเป็นที่ต้องการของตลาด เกษตรคนนั้น คือ ลุงเก็ม ดีเลิศ อยู่บ้านเลขที่ 86 หมู่ 5 ต.วังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ลุงเก็มบอกว่า ปลูกมะลิ 1 ไร่ มีอยู่ประมาณ 500-600 ต้น มีประสบการณ์การปลูกมะลิมานานกว่า 10 ปี ที่ปลูกน้อยเพราะพื้นที่อีก 10 ไร่ ทำไร่นาสวนผสม แต่ทำในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ทั้งหมด ดังนั้นการปลูกมะลิของลุงเก็มก็เป็นมะลิอินทรีย์ ปลอดทั้งปุ๋ยและสารเคมี จากการเดินชมสวนมะลิของลุงเก็ม จะพบว่าต้นมะลิทุกต้นงอกงามดี ลักษณะแข็งแรง ดอกงามและดก ภายในสวนหอมอบอวล ไม่มีกลิ่นของสารเคมีแม้แต่น้อย

ลุงเก็มบอกว่า มะลิเป็นไม้ดอกเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ดี ถึงแม้จะปลูกเพียง 1 ไร่ ก็สามารถทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ มีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่ ช่วงหน้าร้อนมะลิจะออกดอกเยอะ เก็บไม่ทันขาย ราคาที่ขายได้ในช่วงนี้ประมาณกิโลกรัมละ 100 บาท ถ้าเป็นหน้าหนาวดอกจะออกน้อยแต่ขายได้ราคาดี ตกกิโลกรัมละ 400-500 บาท ข้อดีของการปลูกมะลิอยู่ที่สามารถเก็บดอกขายได้ตลอดทั้งปี ลงปลูก 1 ครั้ง เก็บผลผลิตได้ต่อเนื่องนานนับ 10 ปี แต่ทั้งนี้ต้องมีการตัดแต่งกิ่งให้ดี และดูแลต้นให้แข็งแรงสมบูรณ์
สมัยก่อนลุงเก็มปลูกมะลิเคยใช้สารเคมีมาก บางครั้งต้องใช้ชนิดแรง ๆ ฉีดกันทุก 7 วัน ยิ่งฉีดก็ยิ่งดื้อยา ปราบไม่ค่อยอยู่ ต้องเพิ่มปริมาณยาที่ฉีดกันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้สึกว่าถ้าเป็นเช่นนี้มีหวังคนปลูกต้องตายก่อนหนอนเป็นแน่ ลุงเก็มจึงพยายามหาวิธีอื่น ๆ ที่ไม่ใช้สารเคมี ใช้ทั้งสารสกัดสมุนไพรแบบชีวภาพซึ่งผลิตขึ้นเอง แต่บางครั้งก็ปราบไม่อยู่ จังหวะดีมีเจ้าหน้าที่เกษตรมาแนะนำให้ลองใช้ “ตัวแตนเบียน” ซึ่งไปเอาไข่ตัวแตนเบียนมาจากศูนย์วิจัยอ้อยฯ โดยเอามาปล่อยไว้ตามแปลงมะลิ เมื่อตัวแตนเบียนออกจากไข่ ก็จะเข้ากินหนอนเจาะดอกซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของมะลิ จากนั้นตัวแตนเบียนจะเข้าไปวางไข่ไว้ตามต้นมะลิ เมื่อออกจากไข่ก็จะหากินศัตรูพืชในแปลงต่อไป ซึ่งเป็นวงจรชีวิตทางธรรมชาติ วิธีการนี้ได้ผลดีเกินคาด ปริมาณหนอนเจาะดอกลดน้อยลงเรื่อย ๆ แต่ต้องไปเอาไข่แตนเบียนมาปล่อยสม่ำเสมอ เพื่อให้มีปริมาณที่สามารถควบคุมการระบาดของหนอนเจาะดอกได้

ลุงเก็มบอกว่า ตัวแตนเบียนมีประโยชน์มาก ไม่เป็นภัยกับพืชที่ปลูก ไม่เพียงแต่ใช้ได้ผลดีในไม้ดอกอย่างมะลิเท่านั้น แต่ยังใช้ได้ดีกับไม้ดอกอื่น ๆ และพืชผักจำพวก พริก มะเขือ อีกด้วย ปัจจุบันลุงเก็มจึงปลูกมะลิแบบไร้สารพิษ ดินที่เคยแข็งกระด้างเพราะใช้ปุ๋ยและยาเคมีมาก ก็เริ่มกลับมาอุดมสมบูรณ์เพราะหันมาใช้ปุ๋ยน้ำและปุ๋ยเม็ดชีวภาพที่ผลิตขึ้นเอง และยังเตรียมแผนให้เพื่อนเกษตรกรในหมู่บ้านรวมตัวกันตั้งเป็นชมรมเพื่อการทำเกษตรอย่างยั่งยืนโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม แล้วทำการเพาะเลี้ยงตัวแตนเบียนไว้สำหรับแจกจ่ายให้กับสมาชิกเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

นอกจากนี้ลุงเก็มยังคิดค้นวิธีเร่งดอกมะลิให้ดกและงามได้อีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ผ่านการทดลองใช้มาแล้วได้ผลดีจริง ซึ่งวิธีเร่งดอกมะลิให้ดกและงามนั้น ลุงเก็มใช้สูตรปุ๋ยน้ำหมักจากปลา ซึ่งมีส่วนผสมดังนี้ เศษปลาทะเล,หัวปลา,กระดูกปลา รวมจำนวน 3 ส่วน ใช้หมักกับกากน้ำตาล 2 ส่วน,น้ำสะอาด และสารเร่ง พ.ด.2 จำนวน 1 ซอง โดยหมักทิ้งไว้ 21-90 วัน วิธีใช้ประโยชน์ ให้ผสมน้ำในอัตรา 1:1,000 ฉีดพ่นทุก 5-7 วัน สูตรนี้ช่วยทำให้มะลิและไม้ดอกไม้ประดับเจริญเติบโตดี มีลำต้นแข็งแรง ออกดอกดกและงาม โดยไม่ต้องใช้สารเคมีช่วยแต่อย่างใด ซึ่งถ้าใครสนใจจะมาดูงาน ติดต่อผ่านมาได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โทร. 0-3261-1235.

 
เดลินิวส์
11/06/46

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7634


« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 07:59:06 AM »

เอามาฝากครับ  ยิงฟันยิ้ม

สวนดอกมะลิ



ได้ของฝากจากคุณนพแล้ว  เห็นจะไม่ต้องถามใครอีกแล้วนะครับ คุณ mmu_ok
บันทึกการเข้า

บิฑบาตร  ขาด"ร"หลัง  อย่าพลั้งใส่
บาตนั้นไซร้  มี"ร"ตาม  งามภาษา
อนุญาติ  พินทุอิ  อย่าใส่มา
pured
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 08, 2012, 08:59:20 PM »

น่าสนุกจังเวลาเก็บดอก
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9285


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 08, 2012, 10:03:45 PM »

น่าสนุกจังเวลาเก็บดอก
ยินดีต้อนรับสู่เวป เกษตรพอเพียงครับ  ยิงฟันยิ้ม

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
farmer by finger
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2349


« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 08, 2012, 10:35:20 PM »

เลือกแต่ที่เหนื่อยๆ เนอะ ใจสู้กันจริงๆ
บันทึกการเข้า
kamisama
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1762

Virus Alert!!!!!!!


« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 08, 2012, 10:53:06 PM »

ปลูกมะลิ ต้องคนใจเย็นครับเวลาเก็บดอกที หง่าวเลยกว่าจะเสร็จ ที่สำคัญหนอนมันชอบดอกมะลิมาก ๆ ยาต้องถึงด้วย
บันทึกการเข้า
pured
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 09, 2012, 11:08:30 AM »

น่าสนุกจังเวลาเก็บดอก
ยินดีต้อนรับสู่เวป เกษตรพอเพียงครับ  ยิงฟันยิ้ม

 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
chauat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 442



« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 10, 2012, 08:08:31 AM »

อยากปลูกดูสัก งาน ดูเหมือนกัน

ขอบคุณพี่นพ ด้วยนะครับ
บันทึกการเข้า
oper
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 70


« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 10, 2012, 09:06:29 AM »

จากประสบการณ์ตรงเคยได้ยินเค้าบอกมามะลิโลละเป็นพัน แต่เมื่อปลูกจริงประมาณ300ต้น เห็นว่าไม่ได้เหมือนที่เค้าบอกมาทั้งเรื่องราคาและความหวังที่ตั้งไว้ เหนือยคับกับมะลิอีกอย่างต้องฉีดยาฆ่าแมลงเยอะมากๆฉีดเช้าบ่ายเก็บดอกขาย ราคาก็ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางอีก สรุปง่ายๆผมว่าไม่คุ้มเลยกับเวลาที่เสียไปเอาที่ดินและเวลาดูพืชชนิดอีกปลูกดีกว่า ตอนนี้จากสวนมะลิกลายมาเป็นสวนปาล์มแล้ว
บันทึกการเข้า
salad
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 247


« ตอบ #14 เมื่อ: กันยายน 10, 2012, 09:28:08 AM »

ปลูกมะลิ 1งาน 200ต้น ต้องใช้แรงงาน2คนต่อวัน ในการเก็บเกี่ยว และร้อยเป็นพวงมาลัย
และต้องมีอุปกรณ์อื่นๆประกอบ เช่น ดาวเรือง บานไม่รู้โรย จำปี ดอกรัก... สวนต้องอยู่ใกล้ๆบ้านไปมาได้สะดวก มีตลาดรองรับ ทั้งพวงมาลัย และดอกมะลิสด เพราะต้องเก็บทุกวัน แต่ถ้าปลูกมากกว่านี้ก็เพิ่มแรงงานขึ้นอีก มะลิมีศัตรูพืชหลายชนิด ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ระบบน้ำต้องสมบูรณ์


Liked By: paooy, V i c k y
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: