หน้า: 1 ... 280 281 282 283 284 285 286 287 288 289 [290] 291 292 293 294 295 296 297 298 299 300 ... 433   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชวนสมาชิกทำปุ๋ยหมักวิธีใหม่ของแม่โจ้ ไม่ต้องพลิกกลับกอง (มีสารบัญ)  (อ่าน 2175381 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
laddawong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 302


« ตอบ #4624 เมื่อ: เมษายน 26, 2013, 11:38:22 AM »

โอ้ยชมพู่น่ากินมากเลยค่ะ ที่สวนก็เพิ่งลงชมพูทับทิมจันทร์ไป 3 ต้นค่ะ 1 ป๊สูงแค่เข่าเองค่ะ แต่หนอนมันกินใบกินยอดจนเป้รูพรุ่นหมดเลย ของคุณครูเลม่อนต้นสวยงามมาก ขอเคล็ดลับในการปลูกบ้างได้ไหมคะ และพอจะมีกิ่งพันธ์เขียวอำพันจำหน่ายบ้างไหมคะ หลังไมค์ก็ได้ค่ะ กลัวผิดกติกา

ต้น 1 ปี สูงแค่เข่า ถือว่าต้นเล็กมากเลยค่ะ ไม่มีเคล็ดลับอะไรมากมายเลยค่ะ ถ้าเราให้น้ำ ให้ปุ๋ย ดูแลเรื่องใบอ่อนดี ๆ ก็จะได้กินลูกแน่นอนค่ะ ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายค่ะ ยิงฟันยิ้ม ที่ต้นเล็กน่าจะเป็นที่ขาดการบำรุง คงต้องให้เคมีช่วยเสริมด้วยค่ะ เอาง่าย ๆ ตามนี้นะค่ะ

-  ชมพู่เป็นไม้ผลที่ต้องการน้ำมาก ต้องให้น้ำสม่ำเสมอนะค่ะ
-  ตัดแต่งกิ่งที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ออกไป ได้แก่ กิ่งย่อยที่อยู่ในทรงพุ่ม กิ่งที่อยู่ใกล้พื้นดิน หรือกิ่งที่เบียดกันแน่นเกินไป เพื่อลดภาระการเลี้ยงดูของต้นให้น้อยลง และเพื่อกระตุ้นให้เกิดกิ่งใหม่ ใบใหม่ที่สมบูรณ์แตกออกมา

-  ทางดินใส่เคมีสูตร 21-7-14 ของยารา (เป็นสูตรเดียวกับที่ใส่ให้มะนาวเลยค่ะ) หรือถ้าหายากก็ใช้สูตรเสมอได้ค่ะ 15-15-15 ต้นเล็กใส่ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ทุก 1 เดือน ถ้าได้ปุ๋ยแม่โจ้แล้วให้ใส่ต้นละ ประมาณ 1-2 กก.ค่ะ ถ้าได้เห็นรูปก็จะบอกได้แม่น และละเอียดกว่านี้ค่ะ ยิงฟันยิ้ม

-  ปุ๋ยทางใบ ช่วงบำรุงต้น ให้ใช้ที่ต้วหน้าสูงค่ะ เรื่องหนอนกับแมลงที่กัดกินใบเราต้องดูแลตั้งแต่ช่วงเริ่มแตกใบอ่อนเล็ก ๆ เลยค่ะ ใช้พวก อะบาแม็กติน หรือ เซนทารี(บาซิลลัส ทูริงเยนซิส) ในการกำจัดหนอน อีกตัวคือโพรพาไกต์ กำจัดไรค่ะ

ลองดูคร่าว ๆ ตามนี้ก่อนค่ะว่าเห็นการเปลี่ยนแปลงมั้ย แต่ถ้าอยากรู้รายละเอียดแบบเจาะลึก ก็ถามมาได้เลยค่ะ ยินดีตอบให้ทุกอย่างเท่าที่รู้ค่ะ ยิงฟันยิ้ม เรื่องกิ่งพันธุ์เขียวอำพันเพิ่งเริ่มตอนไว้ ถ้าอยากได้ก็ส่งให้ได้ค่ะ


ขอบคุณคุณเลมอนมากนะคะที่เข้ามาแนะนำให้ค่ะ สงสัยที่มันไม่ค่อยโตเพราะมีเวลาเข้าไปที่สวนรดน้ำแค่อาทิตย์ละครั้งเองค่ะ แต่จะพยายามบำรุงต้นตามที่แนะนำมานะคะ ส่วนกิ่งพันธ์สนใจอยากได้ค่ะ เด๊ยวส่งที่อยู่ไปหลังไหมค์นะคะ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ โอนเข้าบัญชีไหน รบกวนแจ้งหน่อยนะคะ ขอทดลองเอามาปลูกสัก 2 กิ่งก่อนค่ะ ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า

laddawong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 302


« ตอบ #4625 เมื่อ: เมษายน 27, 2013, 08:52:34 AM »

เมื่อเช้าแวะเข้าไปรดน้ำ และลองล้วงมือเข้าไปในกองฟอง ด้านในร้อนมากและฟางเริ่มเปื่อยยุ่ยเล็กลง 1 จุดที่เปิดดูมีราขาว ๆ เกิดขึ้นไม่ทราบว่าผิดปกติหรือเปล่าค่ะ ต้องแก้ไขอย่างไรรบกวนแนะนำหน่อยนะคะ แต่เมื่อวันอังคารฝนตกหนักที่สระบุรี กองปุ๋ยหมักยุบตัวลงไปมากเลย ตามภาพค่ะ
รูปใหญ่มากมายขอลดขนาดรูปก่อนะคะ เล้กก็เล้กเกินใหญ่ก็ใหญ่เกินไม่พอดีเลยเรา
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 30, 2013, 10:57:59 AM โดย ไก่โต้ง » บันทึกการเข้า
khondongkha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506


« ตอบ #4626 เมื่อ: เมษายน 27, 2013, 09:06:42 AM »


   เชื้อราสีขาวเป็นพวกธรรมะ เป็นฝ่ายดีไม่มีอะไรเสียหาย ช่วยย่อยเศษพืชให้เราด้วย เพียงแต่ว่ามันจะแสดงตัวตนชัดเจนเวลาที่วัสดุในกองปุ๋ยมีความชื้นต่ำ แก้ได้โดยเพิ่มความชื้นบริเวณนั้น บางครั้งเชื้อราสีขาวก็ประทับรอยไว้ไม่จางหาย (คล้ายรักแรกพบ) แม้เราจะกลับมารักษาความชื้นดีแล้วก็ตาม  (จากหน้า 54) อุ๊ย....คุณลัดดาหล่อจัง...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 27, 2013, 09:08:43 AM โดย khondongkha » บันทึกการเข้า
laddawong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 302


« ตอบ #4627 เมื่อ: เมษายน 27, 2013, 09:20:44 AM »


   เชื้อราสีขาวเป็นพวกธรรมะ เป็นฝ่ายดีไม่มีอะไรเสียหาย ช่วยย่อยเศษพืชให้เราด้วย เพียงแต่ว่ามันจะแสดงตัวตนชัดเจนเวลาที่วัสดุในกองปุ๋ยมีความชื้นต่ำ แก้ได้โดยเพิ่มความชื้นบริเวณนั้น บางครั้งเชื้อราสีขาวก็ประทับรอยไว้ไม่จางหาย (คล้ายรักแรกพบ) แม้เราจะกลับมารักษาความชื้นดีแล้วก็ตาม  (จากหน้า 54) อุ๊ย....คุณลัดดาหล่อจัง...

   ขอบคุณคุณดงขลาที่เข้ามาให้คำตอบอย่างรวดเร็ว คนรดน้ำคือคงใช้ประจำสวนค่ะ อิอิ ส่วนเรามีหน้าที่อออกคำสั่งและถ่ายรูปเท่ารนั้น ล้อเล่นค่ะ พอดีแฟนเขาว่างเลยให้เขารดให้ค่ะ เขาไม่เห็นด้วยที่จะทำแบบนี้หรอกค่ะเขาว่ามันเหนื่อย ลำบาก และจะได้ผลหรือเปล่า ก็เลยไม่ค่อยอยากเถียงรอชมผลงานของเราอีก 3 เดือนข้างหน้าแล้วกัน ฟางกับขี้ไก่ยังมีเหลือว่าจะทำกอง 2 ต่ออีกไปจากกองเดิมอีกสัก 2 เมตรค่ะ  ทำคนเดียวไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็หยุดค่ะ
บันทึกการเข้า
khondongkha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506


« ตอบ #4628 เมื่อ: เมษายน 27, 2013, 09:59:58 AM »



ยินดีครับ...สิ่งใดที่พอจะรู้หรือพอจะจำได้ก็อยากจะช่วยแบ่งเบาภาระของ'จารย์ลุงน่ะครับ
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #4629 เมื่อ: เมษายน 28, 2013, 11:20:33 AM »

- คุณคนดงขา ทำยังไงหาหน้าที่ต้องการได้จ๊ะ สอนจารย์ลุงหน่อย

- แล้ว แล้ว แล้ว แล้ว พอจะรับจ๊อบในโรงเรียนเป็นเลขาส่วนตัวได้มั๊ยจ๊ะ ช่วยตอบแทนเวลาจารย์ลุงไปท่องเฟส  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  นะจ๊ะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

- เย้ .... ได้เลขาแล้ววุ้ย
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #4630 เมื่อ: เมษายน 28, 2013, 06:39:09 PM »

- มาดูกองปุ๋ยจากฟางที่ฐานเรียนรู้การผลิตปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกองแม่โจ้กันครับ รูปแรก ๆ เป็นกองปุ๋ยอายุสัก 1 เดือน ถ่ายเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2556







- ส่วนรูปต่อไปนี้ถ่ายเมื่อวานนี้ครับ ฟางกลายเป็นผงไปแล้ว







- รีบ ๆ ขึ้นกองปุ๋ยกันนะครับ ช้ากว่านี้เดี๋ยวฝนมาจะทำให้แห้งลำบาก เดี๋ยวจะปลูกข้าวนาปีปลูกผักไม่มีปุ๋ยหมักใช้กันเน้อ  ร้องไห้
บันทึกการเข้า
thepunyapat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1750


« ตอบ #4631 เมื่อ: เมษายน 28, 2013, 07:18:31 PM »


   เชื้อราสีขาวเป็นพวกธรรมะ เป็นฝ่ายดีไม่มีอะไรเสียหาย ช่วยย่อยเศษพืชให้เราด้วย เพียงแต่ว่ามันจะแสดงตัวตนชัดเจนเวลาที่วัสดุในกองปุ๋ยมีความชื้นต่ำ แก้ได้โดยเพิ่มความชื้นบริเวณนั้น บางครั้งเชื้อราสีขาวก็ประทับรอยไว้ไม่จางหาย (คล้ายรักแรกพบ) แม้เราจะกลับมารักษาความชื้นดีแล้วก็ตาม  (จากหน้า 54) อุ๊ย....คุณลัดดาหล่อจัง...

   ขอบคุณคุณดงขลาที่เข้ามาให้คำตอบอย่างรวดเร็ว คนรดน้ำคือคงใช้ประจำสวนค่ะ อิอิ ส่วนเรามีหน้าที่อออกคำสั่งและถ่ายรูปเท่ารนั้น ล้อเล่นค่ะ พอดีแฟนเขาว่างเลยให้เขารดให้ค่ะ เขาไม่เห็นด้วยที่จะทำแบบนี้หรอกค่ะเขาว่ามันเหนื่อย ลำบาก และจะได้ผลหรือเปล่า ก็เลยไม่ค่อยอยากเถียงรอชมผลงานของเราอีก 3 เดือนข้างหน้าแล้วกัน ฟางกับขี้ไก่ยังมีเหลือว่าจะทำกอง 2 ต่ออีกไปจากกองเดิมอีกสัก 2 เมตรค่ะ  ทำคนเดียวไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็หยุดค่ะ
ลองหาวิธีให้น้ำแรงกว่านี้ดูนะครับ บางทีคุณพี่เขาอาจจะเบื่อตรงที่ต้องใช้เวลานานในการรดน้ำ และเมื่อต้องการเสร็จเร็วๆน้ำที่รดก็ไม่พอที่จะทำให้กองปุ๋ยชุ่ม รวมถึงขั้นตอนการเจาะรูเติมน้ำด้วย 
 
 ถ้าหากว่าน้ำแรงๆการทำปุ๋ยก็จะไม่น่าเบื่อครับ  อายจัง อายจัง อายจัง
บันทึกการเข้า
jin kitti567
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 475


« ตอบ #4632 เมื่อ: เมษายน 28, 2013, 08:44:06 PM »

ลองหาวิธีให้น้ำแรงกว่านี้ดูนะครับ บางทีคุณพี่เขาอาจจะเบื่อตรงที่ต้องใช้เวลานานในการรดน้ำ และเมื่อต้องการเสร็จเร็วๆน้ำที่รดก็ไม่พอที่จะทำให้กองปุ๋ยชุ่ม รวมถึงขั้นตอนการเจาะรูเติมน้ำด้วย 
 
 ถ้าหากว่าน้ำแรงๆการทำปุ๋ยก็จะไม่น่าเบื่อครับ  อายจัง อายจัง อายจัง

ที่บ้านน้ำ ม่ายยย แรงค่ะ  จริงๆ

ประปาอ่อน เอิ๊ก เอิ๊ก ...

รดทีเป็นนานเลย ... จารย์บอกว่า 1 นาที ไม่เคยเชื่อ ฮ่า

เพราะเวลารดน้ำทีไร ใช้เวลาเป็นเกือบครึ่งชัวโมง


อ่อนจริงๆ คร้าาาาาาาาาาา  โกรธ โกรธ โกรธ
บันทึกการเข้า
chunkung
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2078


« ตอบ #4633 เมื่อ: เมษายน 28, 2013, 10:10:30 PM »

สอบถามครับ ท่านๆที่รู้ครับ กองปุ๋ยผมไม่ร้อนแล้วครับ อายุกองปุ๋ยผมประมาณ 13 วันครับ
รบกวนไขข้อข้องใจ คนปึก(คนฉลาดน้อยครับ) ด้วยนะครับ
บันทึกการเข้า

สวนไผ่เลี้ยงเพาะเมล็ด
น้องรุ่ง
detvor
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


« ตอบ #4634 เมื่อ: เมษายน 28, 2013, 10:40:37 PM »

อาจารย์ครับก้อนเห็ดเก่า ใช้ทำปุ๋ยหมักได้ไหมครับ เป็นก้อนเห็ดนางรม เห็ดนางฟ้าที่เขาเก็บดอกหมดแล้ว  โรงเห็ดเขาจะโล๊ะให้ประมาณ 1000 ก้อน 


Liked By: tera, khondongkha, 2502
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #4635 เมื่อ: เมษายน 28, 2013, 10:55:36 PM »

สอบถามครับ ท่านๆที่รู้ครับ กองปุ๋ยผมไม่ร้อนแล้วครับ อายุกองปุ๋ยผมประมาณ 13 วันครับ
รบกวนไขข้อข้องใจ คนปึก(คนฉลาดน้อยครับ) ด้วยนะครับ

- กองปุ๋ยถูกเจาะเติมน้ำตอนอายุเท่าไรครับ ... มีฝนตกกี่วันครับ ... วัสดุเป็นอะไร มูลสัตว์เป็นอะไร สัดส่วนเท่าไร เป็นมูลสัตว์จากบ่อไบโอแก๊สหรือไม่ ... ขนาดกองเท่าไรครับ ... มีการเหยียบกองปุ๋ยให้แน่นหรือไม่ ... กองสี่เหลี่ยมหรือสามเหลี่ยม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 28, 2013, 10:57:50 PM โดย tera » บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #4636 เมื่อ: เมษายน 28, 2013, 10:58:42 PM »

อาจารย์ครับก้อนเห็ดเก่า ใช้ทำปุ๋ยหมักได้ไหมครับ เป็นก้อนเห็ดนางรม เห็ดนางฟ้าที่เขาเก็บดอกหมดแล้ว  โรงเห็ดเขาจะโล๊ะให้ประมาณ 1000 ก้อน 

- คำถาม .... จะเอาขี้เลื่อยจากการเพาะเห็ดหรือแกลบมาทำปุ๋ยหมักวิธีนี้ได้หรือไม่
คำตอบ .... ไม่ได้ เพราะขี้เลื่อยกับแกลบมีขนาดเล็กเกินไปจนอากาศไม่สามารถไหลเวียนเข้ากองปุ๋ยได้ และขี้เลื่อยกับแกลบก็ยังประกอบไปด้วยลิกนินที่จุลินทรีย์ไม่สามารถย่อยสลายให้เสร็จในเวลา 2 เดือนได้ แต่อย่างไรก็ตาม การนำขี้เลื่อยหรือแกลบเข้าในกระบวนการ เช่น ฟาง 4 ส่วน ขี้เลื่อยหรือแกลบ 1 ส่วน ขี้วัว 1 ส่วน ก็เป็นการใช้ประโยชน์จากขี้เลื่อยหรือแกลบได้ทางหนึ่ง เพราะถึงแม้ขี้เลื่อยหรือแกลบไม่ย่อยสลายดี แต่ดินเพาะปลูกจะมีความร่วนซุยมากขึ้น
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #4637 เมื่อ: เมษายน 28, 2013, 11:05:04 PM »

คำถามที่พบบ่อย ในการทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง "วิศวกรรมแม่โจ้ 1"

คำถาม .... ถ้าไม่สามารถทำกองปุ๋ยวิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1 เสร็จในวันเดียว จะทำค้างไว้ก่อน แล้วค่อยมาทำต่อจนเสร็จในอีก 2 - 3 วัน ได้หรือไม่
คำตอบ .... ทำได้ครับ เมื่อพร้อมเรื่องเวลาหรือวัสดุแล้วก็ค่อยมาทำต่อให้เป็นกองรูปสามเหลี่ยมสูง 1.5 เมตรก็ได้ แล้วค่อยนับเป็นวันที่ 1 เมื่อได้กองปุ๋ยเป็นรูปสามเหลี่ยมแล้ว แต่จำนวนชั้นอาจเพิ่มเป็น 20 - 25 ชั้นก็ได้เพราะกองปุ๋ยจะยุบตัวลงทุกวัน

คำถาม .... จะทำกองปุ๋ยเป็นรูปสี่เหลี่ยมได้หรือไม่
คำตอบ .... ไม่ได้ เพราะการทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมนั้น เมื่ออากาศร้อนในกองปุ๋ยลอยออกจากกองปุ๋ยขึ้นไป อากาศเย็นจะไหลเข้าไปแทนที่ตามหลักการของการพาความร้อน แต่อากาศเย็นอาจจะไม่ไหลเข้าไปข้างในกองปุ๋ย เพราะมีโอกาสที่จะเกิดการลัดวงจรได้ โดยอากาศเย็นจะไหลไปแทนที่อากาศร้อนเฉพาะบริเวณด้านข้างของกองปุ๋ย ส่งผลให้ไม่มีอากาศสำหรับจุลินทรีย์บริเวณกลางกองปุ๋ยใช้ในการย่อยสลาย เมื่อไม่มีอากาศการย่อยสลายจะเปลี่ยนไปเป็นแบบไม่ใช้อากาศที่ส่งกลิ่นเหม็น วัสดุจะมีความเป็นกรด มีน้ำเสียออกมา และกระบวนการใช้เวลานานกว่า ... การทำกองเป็นรูปสามเหลี่ยมจะบังคับให้ทุกส่วนของกองปุ๋ยได้รับอากาศที่ไหลเวียนเข้าไป กระบวนการย่อยสลายจึงเป็นแบบใช้อากาศที่ไม่มีกลิ่น วัสดุมีความเป็นกรดด่างที่เป็นกลาง และใช้เวลาย่อยสลายสั้นกว่า

คำถาม .... จะใช้ไม้ไผ่หรือท่อพีวีซีเจาะรูหลายท่อนเสียบเข้าไปในกองปุ๋ยทิ้งไว้ เพื่อให้อากาศไหลเข้าไปได้หรือไม่
คำตอบ .... ไม่ได้ เพราะการเสียบท่อแบบนั้นจะทำให้อากาศร้อนในกองปุ๋ยหนีหายไป ทำให้กองปุ๋ยเย็นลง กลายเป็นสภาวะที่ไม่เหมาะสมต่อการย่อยสลายของจุลินทรีย์ (จุลินทรีย์จากมูลสัตว์ชอบความร้อนจัด) และทำให้ไม่เกิดการพาความร้อนอีกด้วย ส่งผลให้ไม่มีการไหลเวียนของอากาศในกองปุ๋ย การย่อยสลายจะเกิดได้ไม่สมบูรณ์

คำถาม .... มีคอกหรือซองโรงปุ๋ยเดิมที่เป็นผนังซีเมนต์บล็อกอยู่แล้ว จะทำกองปุ๋ยแบบวิศวกรรมแม่โจ้ 1 ให้เต็มภายในคอกซีเมนต์บล็อกได้หรือไม่
คำตอบ .... ไม่ได้ เพราะหากทำกองปุ๋ยเต็มคอกซีเมนต์บล็อก ผนังซีเมนต์บล็อกจะขัดขวางไม่ให้มีการไหลเข้าไปในกองปุ๋ยของอากาศทางด้านข้าง วิธีแก้ไขจึงควรทำกองปุ๋ยรูปสามเหลี่ยมในคอกซีเมนต์บล็อกจะถูกต้องกว่า

คำถาม .... ทำไมการทำปุ๋ยอินทรีย์วิธีนี้ไม่ต้องเติมกากน้ำตาล ปุ๋ยยูเรีย รำข้าว แกลบ สารเร่งจุลินทรีย์ อีเอ็ม หรือน้ำหมักชีวภาพ
คำตอบ .... สาเหตุที่การทำปุ๋ยอินทรีย์วิธีอื่นต้องเติมกากน้ำตาลหรือปุ๋ยยูเรีย ก็เพื่อให้มีไนโตรเจนสำหรับให้จุลินทรีย์ใช้ในการสร้างเซลล์และเจริญเติบโต การทำปุ๋ยอินทรีย์วิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1 ใช้ไนโตรเจนที่มีในมูลสัตว์อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องเติมกากน้ำตาลหรือปุ๋ยยูเรียอีก .... ส่วนการทำปุ๋ยอินทรีย์บางวิธีต้องเติมรำข้าวหรือแกลบก็เพื่อให้มีคาร์บอนสำหรับให้จุลินทรีย์ใช้ในการสร้างเซลล์และเจริญเติบโต แต่ในเศษพืชก็มีคาร์บอนอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องใช้รำข้าวหรือแกลบแต่อย่างใด .... นอกจากนั้น ในมูลสัตว์ก็อุดมไปด้วยจุลินทรีย์หลากหลายชนิดอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องเติมสารเร่งจุลินทรีย์หรืออีเอ็ม .... ส่วนการเติมน้ำหมักชีวภาพก็ไม่มีความจำเป็นเพราะการเติมน้ำหมักชีวภาพมีแต่จะทำให้กองปุ๋ยมีกลิ่นเหม็นและไม่มีประโยชน์ต่อกระบวนการย่อยสลาย เพราะจุลินทรีย์ในน้ำหมักชีวภาพเป็นกลุ่มไม่ใช้ออกซิเจน แต่ในกองปุ๋ยเป็นกลุ่มใช้ออกซิเจน

คำถาม .... ในชุมชนไม่มีเศษพืชหรือมูลสัตว์จะทำอย่างไรดี
คำตอบ .... การผลิตปุ๋ยอินทรีย์วิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1 ช่วยให้สามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์ได้ปริมาณครั้งละมาก ๆ เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงบำรุงดินหรือการจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการเพื่อให้ได้วัตถุดิบจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น ควรขนเศษพืชจากชุมชนอื่นที่อาจมีค่าขนส่งบ้าง หรือสั่งซื้อมูลสัตว์จากชุมชนอื่นหรือจังหวัดอื่น หรือรับแลกเศษใบไม้หรือฟางกับไข่ หรือปุ๋ยอินทรีย์ เป็นต้น

คำถาม .... ถ้าไม่มีเวลารดน้ำประจำวันหรือแทงกองปุ๋ยทุก 10 วัน จะใช้วิธีติดสปริงเกลอร์และใช้ท่อน้ำเจาะรูติดตั้งไว้ตรงกลางกองปุ๋ยแล้วเปิดวาวล์เป็นครั้งคราวได้หรือไม่
คำตอบ .... การติดตั้งสปริงเกลอร์เพื่อลดปัญหาการรดน้ำกองปุ๋ยประจำวันสามารถทำได้ แต่ต้องระวังอย่ารดนานเพราะจะทำให้มีน้ำนองในบริเวณและมีน้ำมูลสัตว์ที่เป็นไนโตรเจนไหลออกมา แต่อย่างไรก็ตาม น้ำมูลสัตว์นี้ยังสามารถนำไปเป็นประโยชน์ใช้รดต้นไม้ได้เพราะมีคุณค่าเหมือนกับน้ำยูเรียที่ไม่มีความเป็นกรด ส่วนการใช้ท่อน้ำเจาะรูติดตั้งกลางกองปุ๋ยทำไม่ได้เพราะน้ำไม่สามารถฉีดผ่านรูไปยังทุกส่วนของกองปุ๋ยได้เพราะปุ๋ยอินทรีย์มีคุณสมบัติชอบอุ้มน้ำ การใช้เหล็กแหลมแทงกองปุ๋ยแล้วเติมน้ำน่าจะเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัดที่สุด

คำถาม .... ปุ๋ยอินทรีย์ที่ทำด้วยวิธีนี้ให้คุณภาพแตกต่างจากการทำด้วยวิธีอื่นอย่างไร
คำตอบ .... ปุ๋ยอินทรีย์ที่ทำด้วยวิธีนี้มีคุณภาพไม่แตกต่างจากวิธีอื่นและผ่านเกณฑ์มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ของประเทศเหมือนกัน แต่แตกต่างกันตรงที่วิธีการทำ กล่าวคือ วิธีนี้จูงใจให้เกษตรกรหันมาทำปุ๋ยอินทรีย์ได้มากกว่า จากการที่ไม่ต้องพลิกกลับกอง มีความง่าย ไม่ต้องเติมสารพิเศษอื่น ใช้ระยะเวลาในกระบวนการสั้น สามารถทำในนาหรือในสวนผลไม้ก็ได้ และได้ปุ๋ยอินทรีย์ปริมาณครั้งละมาก ๆ

คำถาม .... จะเอาขี้เลื่อยจากการเพาะเห็ดหรือแกลบมาทำปุ๋ยหมักวิธีนี้ได้หรือไม่
คำตอบ .... ไม่ได้ เพราะขี้เลื่อยกับแกลบมีขนาดเล็กเกินไปจนอากาศไม่สามารถไหลเวียนเข้ากองปุ๋ยได้ และขี้เลื่อยกับแกลบก็ยังประกอบไปด้วยลิกนินที่จุลินทรีย์ไม่สามารถย่อยสลายให้เสร็จในเวลา 2 เดือนได้ แต่อย่างไรก็ตาม การนำขี้เลื่อยหรือแกลบเข้าในกระบวนการ เช่น ฟาง 4 ส่วน ขี้เลื่อยหรือแกลบ 1 ส่วน ขี้วัว 1 ส่วน ก็เป็นการใช้ประโยชน์จากขี้เลื่อยหรือแกลบได้ทางหนึ่ง เพราะถึงแม้ขี้เลื่อยหรือแกลบไม่ย่อยสลายดี แต่ดินเพาะปลูกจะมีความร่วนซุยมากขึ้น

คำถาม .... ถ้าไม่ได้รดน้ำเป็นเวลา 10 วัน กองปุ๋ยนั้นจะเสียหายอย่างไรบ้าง
คำตอบ .... เมื่อสามารถกลับมารดน้ำได้ และดูแลความชื้นทั้งการรดประจำวันและการเจาะเติมน้ำทุก 10 วันได้เหมือนเดิม จุลินทรีย์ก็จะสามารถฟื้นตัวและกลับมาทำงานย่อยสลายได้ใหม่ แต่ระยะเวลาการแล้วเสร็จอาจเลื่อนออกไปบ้าง

คำถาม .... ปริมาณการใช้ปุ๋ยหมักในการเพาะปลูกเป็นอย่างไร
คำตอบ .... กรมวิชาการเกษตรแนะนำให้ใช้ปุ๋ยหมักไร่ละ 300 - 3,000 กก. ขึ้นอยู่กับสภาพดิน .... ที่อยากแนะนำช่วงเวลาที่ใช้ในนาก็คือตอนไถพรวนปรับดิน สำหรับแปลงผักก็คือตอนขึ้นแปลงยกร่อง สำหรับพริกหรือมะเขืออาจใส่ 1 กำมือที่ก้นหลุม ... สำหรับการปลูกต้นไม้ใหม่ ควรขุดหลุมให้กว้างอย่างน้อย 50 x 50 x 50 ซม. รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักหนาสัก 2 นิ้ว ดินกลบผสมปุ๋ยหมัก 7 ต่อ 1

คำถาม .... ปุ๋ยหมักจะมีแร่ธาตุสู้ปุ๋ยเคมีได้หรือไม่
คำตอบ .... ในด้าน N P K ปุ๋ยหมักสู้ปุ๋ยเคมีไม่ได้ก็จริง .... แต่ในด้านอินทรีย์วัตถุ โบรอน โมลิบดินัม เหล็ก ทองแดง แมงกานีส สังกะสี คลอรีน แคลเซียม แมกนีเซียม ซัลเฟอร์ ที่มีในปุ๋ยหมักแล้ว ปุ๋ยเคมีสู้ไม่ได้ครับเพราะไม่มีเลย ... ประการหลังเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมเกษตรกรปลูกพืชหรือข้าวอินทรีย์จึงได้ผลดีแม้ไม่ต้องง้อปุ๋ยเคมีเลย ... สำหรับพืชเชิงเดี่ยวที่ต้องการปุ๋ยเคมีอยู่ การใช้ปุ๋ยหมักร่วมด้วยจะช่วยให้ประหยัดปุ๋ยเคมีไปได้มาก เป็นการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างมีประสิทธิภาพ

คำถาม ....   ควรเจาะรูกองปุ๋ยเพื่อระบายความร้อนหรือไม่
คำตอบ .... ไม่ควร เพราะอุณหภูมิที่สูงในกองปุ๋ยจะช่วยให้จุลินทรีย์กลุ่มเทอร์โมฟิลิก (Thermophiles) ที่ชอบความร้อนสูงจะย่อยสลายเศษพืชได้เร็ว ในขณะที่จุลินทรีย์กลุ่มอื่นที่ไม่ชอบความร้อนสูงจะสร้างสปอร์ และรอจนกว่าอุณหภูมิมีความเหมาะสม แล้วจึงออกมาสับเปลี่ยนกันย่อยสลายเศษพืชต่อไป ... นอกจากนี้ เมื่อความร้อนลอยตัวสูงขึ้น อากาศภายนอกที่เย็นกว่าก็จะไหลเข้ากองปุ๋ยทางด้านข้าง เท่ากับเป็นการเติมอากาศให้แก่กองปุ๋ยตามธรรมชาติอยู่เสมอ จุลินทรีย์ก็จะสามารถขยายเซลล์และเพิ่มจำนวนได้มาก ทำให้การย่อยสลายเศษพืชให้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์เสร็จได้เร็วโดยไม่ต้องพลิกกลับกองปุ๋ย

คำถาม ....   ควรใช้ผ้ายางคลุมกองปุ๋ยเพื่อให้เก็บความร้อนหรือไม่
คำตอบ ....   ไม่ควร เพราะผ้ายางจะขัดขวางการระบายอากาศระหว่างกองปุ๋ยกับอากาศภายนอก ทำให้จุลินทรีย์ขาดออกซิเจนในกระบวนการย่อยสลาย การเป็นปุ๋ยหมักจะช้าลงและทำให้ปุ๋ยหมักมีความเป็นกรดและมีกลิ่นเหม็นจากการเปลี่ยนเป็นกระบวนการย่อยสลายแบบไม่ใช้อากาศ

คำถาม ....   ควรขึ้นเหยียบกองปุ๋ยให้แน่นหรือไม่
คำตอบ ....   ไม่ควร เพราะกองปุ๋ยที่แน่นเกินไปจะมีการระบายอากาศที่ไม่ดี มีผลให้จุลินทรีย์ชนิดใช้ออกซิเจนหยุดการทำงาน และจุลินทรีย์ชนิดไม่ใช้ออกซิเจนจะพัฒนาขึ้นมาทำงานแทน ซึ่งจะมีการย่อยสลายที่ช้าและเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นเหม็น

คำถาม ....   ใช้วิธีฉีดฝอยน้ำที่ด้านบนของกองปุ๋ยอย่างเดียวด้วยสปริงเกลอร์เพื่อรักษาความชื้น จะเพียงพอหรือไม่
คำตอบ ....   ไม่เพียงพอ เพราะเนื้อปุ๋ยมีธรรมชาติที่จะอุ้มน้ำและจะไม่ยอมปล่อยให้น้ำซึมลงด้านล่าง การฉีดฝอยที่ด้านบนอย่างเดียวอาจจะทำให้บริเวณกลางกองปุ๋ยยังคงแห้งอยู่ การย่อยสลายของจุลินทรีย์จะยุติลง .... ดังนั้น วิธีการรักษาความชื้นที่ถูกต้องนอกจากจะฉีดฝอยน้ำที่ด้านบนของกองปุ๋ยทุกเช้าแล้ว ควรใช้เหล็กเจาะกองปุ๋ยเป็นรู แล้วกรอกน้ำลงไปในปริมาณที่พอดีทุก 10 วัน (ถึงแม้จะอยู่ในช่วงของฤดูฝนก็ตาม) และเมื่อเติมน้ำเสร็จก็ปิดรูเติมน้ำเสีย เพื่อไม่ให้กองปุ๋ยสูญเสียความร้อน

คำถาม ....   จะเก็บรักษาเศษพืชไว้ใต้ถุนบ้าน หรือใกล้กับยุ้งข้าว ได้หรือไม่
คำตอบ .... ไม่ควร เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ได้ .... แต่สำหรับกองปุ๋ยจะไม่ติดไฟ เพราะมีความชื้นในกองปุ๋ย

คำถาม .... จะวางเศษพืชเป็นชั้นหนาสัก 50 เซนติเมตรได้หรือไม่
คำตอบ .... ไม่ได้ เพราะการวางเศษพืชเป็นชั้นหนาเกินไปจะทำให้จุลินทรีย์ที่มีในมูลสัตว์ไม่สามารถเข้าไปย่อยสลายเศษพืชได้สมบูรณ์ .... ดังนั้น การทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกองจึงกำหนดให้เศษพืชมีความหนาเพียง 10 ซม.เท่านั้น

คำถาม .... ทำกองปุ๋ยใต้ต้นไม้ได้หรือไม่
คำตอบ .... ไม่ได้ เพราะความร้อนของกองปุ๋ยรวมทั้งธาตุอาหารที่อาจไหลซึมลงมาอาจทำให้ต้นไม้ตายได้ จึงควรทำกองปุ๋ยบริเวณนอกทรงพุ่มของต้นไม้

คำถาม .... ทำกองปุ๋ยใต้อาคารได้หรือไม่ หรือทำบนพื้นคอนกรีตได้หรือไม่
คำตอบ .... ทำได้ ถ้ามีอาคารอยู่แล้ว แต่ปกติทำกองปุ๋ยบนดิน ในนา ในสวน ตากแดดตากฝนก็ได้เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องมีโรงปุ๋ยราคาแพง

คำถาม .... ใช้จุลินทรีย์จากจาวปลวกหรือขุยไผ่ได้หรือไม่
คำตอบ .... ได้ แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าจะเอาอะไรมาเป็นแหล่งของไนโตรเจน ... และ ... ถ้าจะทำกองปุ๋ยยาว 20 เมตร เพื่อให้ได้ปุ๋ยหมักรวม 5 ตัน สำหรับใส่นาสัก 15 ไร่ เราจะไปหาจุลินทรีย์จาวปลวกหรือขุยไผ่ปริมาณมากอย่างนั้นได้อย่างไร .... อย่างไรก็ตาม สูตรการทำปุ๋ยหมักของกรมพัฒนาที่ดินที่แจกสารเร่งจุลินทรีย์ พด.1 ก็ยังต้องใช้ขี้วัวเลยครั

- การใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมัก (Compost) ในการเกษตรกรรมอยู่เสมอจะเป็นการเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน ช่วยให้ผืนดินกลับคืนมีชีวิต มีระบบนิเวศในดินที่เหมาะสม จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดินจะมีสารอาหารทำให้เพิ่มจำนวนมากขึ้น รากพืชจะได้รับธาตุอาหารจากจุลินทรีย์ดินที่อาศัยแบบพึ่งพากัน จุลินทรีย์ดินเมื่อเพิ่มมากขึ้นก็จะไปแย่งอาหารจากเชื้อโรค เป็นการแก้ปัญหาโรคทางดินแบบชีววิถี .... ในปุ๋ยหมักมีธาตุอาหารต่าง ๆ ซึ่งเดิมมีอยู่ในซากพืชอยู่แล้ว เป็นการหมุนเวียนกลับคืนธาตุอาหารลงดินเพื่อเป็นประโยชน์ต่อพืช .... ปุ๋ยอินทรีย์ยังช่วยลดความเป็นกรดของดินจากการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างยาวนาน ทำให้เชื้อราหรือโรครากเน่าในดินลดลง และดินที่กลับเป็นกลางจะปลดปล่อยปุ๋ยเคมีที่เคยถูกตรึงเอาไว้ในดิน คายกลับออกมาให้พืชได้ใช้ .... อินทรีย์วัตถุในดินมีคุณสมบัติชอบดูดซับแร่ธาตุและความชื้น การใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์จึงมีประสิทธิภาพ เกษตรกรจึงสามารถลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้มากครั
บันทึกการเข้า
nook_nature
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


« ตอบ #4638 เมื่อ: เมษายน 29, 2013, 01:46:55 AM »

ขอบคุณอาจาร์ยอธีระพงษ์และอาจาร์ยแม่โจ้ที่เป็นคนได้คิดวิธีเรื่องปุ๋ยหมักขึ้นมาและนำความรู้ใหม่บอกครับ กระผมเองก็พึ้งหันมาทำเกษตรด้วยตนเองกำลังหาวิธีแก้ใบไม้ที่บ้านโดยการที่ไม่ต้องเผาด้วยการนำมาใช้ประโยชน์แทนอยู่ครับ คิดว่าจะใช้ใบไม้มาทำเป็นปุ๋ยหมักวิธีใหม่ของแม่โจ้ที่ว่าใช้ได้ใช่ไหม แต่ที่บ้านไม่มีมูลสัตว์มีก็ไม่พอครับ คงต้องไปหาซื้อมาผสมทำปุ๋ย คิดว่าจะเริ่มทำแบบขนาดกรองเล็กๆครับ มีคำถามคร่าวๆคือ
ทำกรองเล็กขั้นต่ำสุดควรใช้ประมาณเท่าใดครับ?
จำเป็นต้องสูงถึง1.5ไหม กรองต่ำกว่านี้ได้ไหม?
ถ้าที่ๆไม่มีสายยางรดน้ำใช้บัวรดน้ำมารดแทนได้ไหม ส่วนที่ต้องเจาะรูใส่กรอกน้ำผมใช่แกนลอนขวด6ลิตรใส่น้ำมากรอกแทนได้ไหมครับ?
ช่วงนี้ฝนเริ่มตกทำได้ไหมครับ? ขอบคุณครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 29, 2013, 01:58:29 AM โดย nook_nature » บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #4639 เมื่อ: เมษายน 29, 2013, 07:00:50 AM »

ขอบคุณอาจาร์ยอธีระพงษ์และอาจาร์ยแม่โจ้ที่เป็นคนได้คิดวิธีเรื่องปุ๋ยหมักขึ้นมาและนำความรู้ใหม่บอกครับ กระผมเองก็พึ้งหันมาทำเกษตรด้วยตนเองกำลังหาวิธีแก้ใบไม้ที่บ้านโดยการที่ไม่ต้องเผาด้วยการนำมาใช้ประโยชน์แทนอยู่ครับ คิดว่าจะใช้ใบไม้มาทำเป็นปุ๋ยหมักวิธีใหม่ของแม่โจ้ที่ว่าใช้ได้ใช่ไหม แต่ที่บ้านไม่มีมูลสัตว์มีก็ไม่พอครับ คงต้องไปหาซื้อมาผสมทำปุ๋ย คิดว่าจะเริ่มทำแบบขนาดกรองเล็กๆครับ มีคำถามคร่าวๆคือ
ทำกรองเล็กขั้นต่ำสุดควรใช้ประมาณเท่าใดครับ?
จำเป็นต้องสูงถึง1.5ไหม กรองต่ำกว่านี้ได้ไหม?
ถ้าที่ๆไม่มีสายยางรดน้ำใช้บัวรดน้ำมารดแทนได้ไหม ส่วนที่ต้องเจาะรูใส่กรอกน้ำผมใช่แกนลอนขวด6ลิตรใส่น้ำมากรอกแทนได้ไหมครับ?
ช่วงนี้ฝนเริ่มตกทำได้ไหมครับ? ขอบคุณครับ

- ใบไม้ใช้ได้ครับ ก็เหมือนที่ฐานเรียนรู้ของผมที่แม่โจ้

- ถ้าไม่อยากพลิกกลับ ก็ทำขนาดกว้าง (ที่เล็กที่สุด) 1 เมตร ทำเป็นชั้นบาง ๆ เศษพืชสลับกับมูลสัตว์ ตามสัดส่วนใบไม้ 3 เข่ง มูลสัตว์ 1 เข่ง รดน้ำทุกชั้น ทำเป็นกองสามเหลี่ยม สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ประมาณ 80 - 90 ซม.) แต่ต้องทำใจนะครับว่าการย่อยสลายจะสู้แบบกองใหญ่ไม่ได้

- บัวรดน้ำได้ครับ แกลลอนน้ำได้ครับ

- ฝนตกทำได้สบายเพราะสามารถงดการรดน้ำวันที่ฝนตกได้ แต่ต้องจำไว้ว่า น้ำฝนไม่มีวันซึมเข้ากองปุ๋ย เพราะฉะนั้นก็ยังต้องมีกิจกรรมเจาะเติมน้ำอยู่ดี ... ข้อเสียของหน้าฝนคือเราทำให้แห้งไม่ค่อยได้ ฝนมันคอยจะตกอยู่เรื่อย
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 280 281 282 283 284 285 286 287 288 289 [290] 291 292 293 294 295 296 297 298 299 300 ... 433   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: