หน้า: 1 ... 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 [45] 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 ... 433   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชวนสมาชิกทำปุ๋ยหมักวิธีใหม่ของแม่โจ้ ไม่ต้องพลิกกลับกอง (มีสารบัญ)  (อ่าน 2175371 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
thepunyapat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1750


« ตอบ #704 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 10:39:43 PM »

- วันนี้มีโจทย์มาถามครับ หลังจากที่เรียนมา 20 วัน ว่าสองรูปนี้เป็นวิธีการทำปุ๋ยอินทรีย์ที่ถูกต้องหรือไม่ถูกต้องอย่างไร ขอให้ทุกท่านลองช่วยตอบนะครับ อย่าได้อาย และอย่าลอกกันเด้อ

 



    แงๆ... :'(ไม่มีใครให้ลอกเลย
  ตามสูตรแม่โจ้ ผิดครับ อาจารย์ เพราะทั้งสองวิธี อากาศไม่สามารถหมุนวนได้ อากาศเข้าด้านข้างไม่ได้เพราะถูกกั้น และไม่มีอากาศเข้าเพราะถูกปิด  คราวนี้น่าจะถูกนาาาาาาาา.... ร้องไห้
     
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 02, 2012, 10:43:55 PM โดย thepunyapat » บันทึกการเข้า

konthain(นพ)
Administrators
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9910


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #705 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 02:46:52 AM »

- วันนี้มีโจทย์มาถามครับ หลังจากที่เรียนมา 20 วัน ว่าสองรูปนี้เป็นวิธีการทำปุ๋ยอินทรีย์ที่ถูกต้องหรือไม่ถูกต้องอย่างไร ขอให้ทุกท่านลองช่วยตอบนะครับ อย่าได้อาย และอย่าลอกกันเด้อ

 




มาขอตอบบ้างนะครับจากที่นั่งอ่านและเรียนรู้ จากท่านอาจารย์ tera มาหลายวันแล้ว
กองปุ๋ยทั้ง 2 แบบในรูปเป็นวิธีหมักปุ๋ยที่ไม่ใช่แบบของแม่โจ้ จะต้องใช้เวลานานกว่าจะกลายเป็นปุ๋ย
เพราะขาดปัจจัยไป 2 เรื่องคือ อากาศและความชื้น

รูปแรกนี่ดูว่ากองปุ๋ยไม่มีความชื้นเลย คงไม่มีการรดน้า(อาจจะรดโดยฝนทางด้านบนบ้างแต่ไม่พอเพียงแน่นอน)
และด้านข้างก็ปิดไว้ขาดการหมุนเวียนของอากาศ  ลังเล


รูปที่สองนี่ยิ่งแล้วใหญ่ขาดทั้งอากาศและความชื้นที่ควรจะได้รับ กว่าจะกลายเป็นปุ๋ยได้น่าจะใช้เวลามากกว่า
4-6 เดือนและคงจะย่อยสลายเป็นปุ๋ยได้ไม่หมดทั้งกอง  ยิงฟันยิ้ม

อันนี้ผมเข้าใจถูกต้องหรือเปล่าครับท่านอาจารย์ tera ครับ  ยิงฟันยิ้ม

 ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 03, 2012, 02:49:02 AM โดย konthain(นพ) » บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
รับจ้างล้างรถ และแจกจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

 ยิงฟันยิ้ม
Gnoy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2078


« ตอบ #706 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 05:52:35 AM »

- วันนี้มีโจทย์มาถามครับ หลังจากที่เรียนมา 20 วัน ว่าสองรูปนี้เป็นวิธีการทำปุ๋ยอินทรีย์ที่ถูกต้องหรือไม่ถูกต้องอย่างไร ขอให้ทุกท่านลองช่วยตอบนะครับ อย่าได้อาย และอย่าลอกกันเด้อ

 



คิ คิ ตอบช้าไปซักกะติ๊ด คือ ตอบอาจารย์ถามคงไปเที่ยวแถว ๆ ทไวไลท์โซนแล้ว  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
มาเจอตอนเช้า ขอตอบซักหน่อย ไม่ได้ลอกการบ้านใครน๊าาาาาา

ภาพบนกองปุ๋ยจะระบายอากาศไม่ดี เพราะเอาสังกะสีตีไว้รอบค่ะ อาจารย์





ส่วนภาพนี้ ชัดเจนมากมีผ้าใบคลุมกองปุ๋ยทำให้การระบายอากาศไม่ดี

และทั้ง 2 ภาพคงไม่ใช้สูตรอาจารย์ม๊างงงงง  เพราะอาจารย์จะย้ำมากกกกกก ๆๆๆๆ เรื่อง
การปิดกั้นการระบายอากาศ ไม่ว่าจากด้านข้าง หรือ คลุมกองปุ๋ยค่ะ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 03, 2012, 11:58:07 AM โดย Gnoy » บันทึกการเข้า
Gnoy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2078


« ตอบ #707 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 05:55:08 AM »

- เจ๋งงงงงงงง......นักเรียนจีน้อยเก่งง่ะ ตอบแทนครูได้เลย ขอบคุณคร๊าบบบบบ

   นี่.... :Dนักเรียนจีน้อย... ยิงฟันยิ้ม เธอนะ...มีวัสดุมากเท่าเราอ๊ะป่าว แลบลิ้น จะสู้เราได้ป่าวหะเธอ...นี่ดูของเราสิ...  ยิ้ม
               
     นี่เห็นมั๊ย...แค่ขี้วัวนะเนี่ย ยิงฟันยิ้ม


   
    แล้วๆๆๆ...นี่ๆๆๆเห็นมั้ย... ยิงฟันยิ้ม


       
10 ไร่นิดๆ   ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้

โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ


เรื่องขี้วัว จีน้อยก็ไม่ยั่นนาจะบอกให้ คอกวัีวอยู่ปากซอยเข้าสวน ประมาณ 5 คอก เวลาหมดจะขอคอกโน้นนิด คอกนี้หน่อย
แถมไม่ต้องเก็บไว้เอง หมดเมื่อไหร่ก็ไปเอา คิ คิ

ส่วนเรื่องหญ้า ไม่อยากจะคุยแปลงที่ทำอยู่น่ะมัน 12 ไร่ ส่วนอีกแปลงห่างออกไปนิดมีอีก 24 ไร่ ยังไม่ได้ทำอะไร หญ้าทั้งน้านนนนนน งามด้วย แถมเป็นหญ้าอินทรีย์ ไม่มีสารเคมี  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม แต่มันต้องตัดกะขนน่ะ  โกรธ
จะไปหมักไว้ที่แปลงโน้นเลยก็ไม่มีน้ำให้รด เลยทำแค่แปลงนี้ก่อน 12 ไร่ เหลือเฟือ

ว่าแต่ว่าตัวเองมีเวลาตัดหญ้าเหรอ   ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

หมายเหตุ แต่ไม่ใช่ที่เรากะพ่อนะ ของพี่เค้าน่ะทั้ง 2 แปลงหล่ะ เค้าขอให้พ่อมาดูแลสวนให้ เราเลยต้องตามมาดูพ่ออีกที  ยิงฟันยิ้ม
เค้าบอกว่า ให้มาดูแลพ่อน๊า แต่ไป ๆ มา ๆ ไหงเรากลายเป็นคนงานในสวนไปไม่รู้  ลังเล

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 03, 2012, 05:58:44 AM โดย Gnoy » บันทึกการเข้า
ปากแดงดอทคอม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1657



« ตอบ #708 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 08:07:59 AM »

จากรูปที่ใช้ผ้าคลุมไว้ จะทำให้เกิดการหมักแบบไม่ใช้ออกซิเจน เมื่อนำปุ๋ยไปใช้จะทำให้เกิดกรดในดินด้วยใช่เปล่าครับ จารย์  ฮืม ฮืม
บันทึกการเข้า

ปากแดง@บ้านสวนสันท์ http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=15221.msg562596#msg562596
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #709 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 08:24:52 AM »

- ขอให้นักเรียนและท่านสมาชิกที่อ่านอยู่ ช่วยกันตอบนะครับ ถือว่าฝึกสมองก็แล้วกัน วันนี้ครูน้อย tera จะยังไม่เฉลย ให้นักเรียนทะเลาะ เอ๊ย... แลกเปลี่ยนความคิดกันนะครับ ตอนนี้กำลังเตรียมโจทย์ใหม่อยู่

- ภารโรง thepunyapat กับนักเรียนหนูจีน้อย พูดกันดี ๆ นะวันนี้  ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
nongparei
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 585


« ตอบ #710 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 08:33:24 AM »

ภาพบน
กอง 4 เหลี่ยม อากาศหมุนเวียนเข้าในกองไม่ได้ ไม่น่าถูกตามสูตาอาจารย์

ภาพล่าง
 เขาน่าจะไปเร็วกว่าพวกเรา กองปุ๋ยรูป3เหลี่ยมอาจจะเป็นปุ๋ยเรียบร้อยแล้วรอให้แห้งแต่ฝนจะตกเลยต้องคลุมไว้ก่อน  ก็เป็นได้นะครับ หน้านี้เป็นหน้าฝน อยากจะตกวันไหนก็ตกไม่รอ  กรมอุตุ  บอกก่อน

ผิดถูกอย่างไร รออาจารย์
 
บันทึกการเข้า
patcha.c
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1100


« ตอบ #711 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 11:01:11 AM »

กองปุ๋ยตีกรอบ คล้ายของฝรั่งทำเลยค่ะ composting แบบทำที่บ้าน เขาก็ตีกรอบไม้เอา ได้ปุ๋ยนานเหมือนกัน ขึ้นกับว่าใส่อะไรลงไปบ้าง  เวลาใช้ก็ขุดเอาล่างๆมาใช้ก่อน ข้างบนก็ใส่เรื่อยๆ

พลากสติกดำนี่ แบบ รดด้วย พด เลยค่ะ ที่ต้องคลุมให้มันอับๆชื้นๆ แต่เราต้องเปิดมากลับกองด้วย

สองวิธีข้างต้น ก็เป็นปุ๋ย แต่ไม่เหมือนวิธีของอาจารย์ค่ะ

ปล. ยังเช้าอยู่เลยยังไม่แอบหลับในห้องค่ะ  ยิ้มกว้างๆ

บันทึกการเข้า

Gnoy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2078


« ตอบ #712 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 11:53:12 AM »

......
ปล. ยังเช้าอยู่เลยยังไม่แอบหลับในห้องค่ะ  ยิ้มกว้างๆ




เวลาที่โพสของนักเรียน patcha.c ตอน  11:01:11 AM  เนี่ยเพิ่งรู้ว่ายังเช้าอยู่   ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
แต่จะว่าไปก็ถูกเน๊าะ ยังไม่ถึงเที่ยง  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


Liked By: tera, thepunyapat, AMOL
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 03, 2012, 11:55:49 AM โดย Gnoy » บันทึกการเข้า
Gnoy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2078


« ตอบ #713 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 12:33:59 PM »

อาจารย์ขา จีน้อยส่งการบ้านมะวาน กะ วันนี้ค่ะ  ยิงฟันยิ้ม
ลิงค์ค่ะอาจารย์
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66761.msg1497302#msg1497302


Liked By: tera, AMOL
บันทึกการเข้า
orogaro
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 73


« ตอบ #714 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 12:54:17 PM »

ขอนอกเรื่องนิดนึงนะครับ  คือว่าช่วงนี้เข้าหน้าฝนแล้ว

ขนุนที่ปลูกไว้  ช่วงหน้าแล้งก็ทำคันหลุมรอบๆ  เพื่อเวลารดน้ำแล้วน้ำจะได้ขังไม่กระจายไปไหน
แต่พอหน้าฝนแล้วน้ำมันขังมาก ถ้าผมจะเอาดินไปพอกไว้บริเวณโคนต้นขนุนจะมีผลกระทบต่อต้นมั้ยครับ

ปล.  จริงไม่ได้มีแค่ขนุนอย่างเดียว  เพราะปลูกพริกขี้หนูสวนไว้ด้วย  ตอนนี้โคนแฉะมาก  จนกลัวว่าจะเน่า
เลยไม่รู้ว่าจะแก้วิธีไหนดี  เลยมาถามดูครับ
บันทึกการเข้า
ดวงพร
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4714


คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกทำชีวิตให้ดีได้


« ตอบ #715 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 12:57:49 PM »

ครูใหญ่ดวงพร ขอส่งการบ้าน อาจารย์ค่ะ ขอส่งอาทิตย์ละครั้ง ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66751.0


Liked By: tera, AMOL
บันทึกการเข้า
ดวงพร
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4714


คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกทำชีวิตให้ดีได้


« ตอบ #716 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 01:03:42 PM »

ขอนอกเรื่องนิดนึงนะครับ  คือว่าช่วงนี้เข้าหน้าฝนแล้ว

ขนุนที่ปลูกไว้  ช่วงหน้าแล้งก็ทำคันหลุมรอบๆ  เพื่อเวลารดน้ำแล้วน้ำจะได้ขังไม่กระจายไปไหน
แต่พอหน้าฝนแล้วน้ำมันขังมาก ถ้าผมจะเอาดินไปพอกไว้บริเวณโคนต้นขนุนจะมีผลกระทบต่อต้นมั้ยครับ

ปล.  จริงไม่ได้มีแค่ขนุนอย่างเดียว  เพราะปลูกพริกขี้หนูสวนไว้ด้วย  ตอนนี้โคนแฉะมาก  จนกลัวว่าจะเน่า
เลยไม่รู้ว่าจะแก้วิธีไหนดี  เลยมาถามดูครับ


ถ้าได้ขุดคันระบายน้ำได้ก็ระบายเลยค่ะเพราะน้ำขังนานๆไม่ดีค่ะ ขนุนตายได้นะถ้าต้นยังเล็กๆ สำหรับพริกนั้นน้ำขังนานๆไม่ได้เลยค่ะ มะละกอด้วย ขุดคันระบายก่อนค่ะช่วงหน้าฝน ยิงฟันยิ้ม ;Dตอบจากประสบการณ์ที่ปลูก ขนุนที่สวนค่ะ
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #717 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 04:31:18 PM »

- เฉลยข้อสอบครับ

- ข้อที่ 1 ถูกทุกคนเลยครับ  อายจัง  อายจัง  อายจัง  อายจัง การทำปุ๋ยแบบนี้อากาศเข้าด้านข้างไม่ได้ การทำกองต่ำจะเก็บความร้อนไม่ได้ สูตรนี้ไม่เน้นสอนเรื่องความชื้น ให้พลิกกลับบ้างเมื่อว่าง นานครับถึงจะได้ปุ๋ย และได้ปุ๋ยทีนึงก็ได้น้อยไม่พอกับความต้องการ จากรูปน่าจะได้ปุ๋ยสัก 300 กก.

- ข้อนี้มีผจก.นพ คุณจีน้อย คุณ nongparei คุณปากแดง คุณภารโรง thepunyapat ตอบ โดยมีคุณผัดฉ่าตอบตีกรรเชียง วนไปวนมาไม่ยอมตอบซักที ส่วนคุณนพตาดีถึงกับมองออกว่าความชื้นไม่เพียงพอ

- ข้อที่ 2 ถูกทุกคนเหมือนกัน การคลุมกองปุ๋ยนี่บางสูตรเชื่อว่าจะทำให้ปุ๋ยเน่าและเป็นปุ๋ยได้เร็ว และไม่ต้องดูแลความชื้นบ่อย ต้องพลิกกองเป็นบางครั้ง การแล้วเสร็จช้ากว่ามาก ปุ๋ยมีกลิ่นเหม็นแอมโมเนีย (ยกเว้นการคลุมกองปุ๋ยตามวิธีของคุณ kmsmily ที่มีการเจาะรูด้วยที่สามารถระบายอากาศได้) เกษตรกรส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าปุ๋ยหมักปกติจะต้องเน่า จะต้องมีกลิ่น ต้องมีแก๊ส

- คุณ nongparei ตอบใกล้เคียงกับที่มาที่ไปของภาพได้อย่างน่ากลัวครับ คุณ nongparei ตอบว่า "เขาน่าจะไปเร็วกว่าพวกเรา กองปุ๋ยรูป3เหลี่ยมอาจจะเป็นปุ๋ยเรียบร้อยแล้วรอให้แห้งแต่ฝนจะตกเลยต้องคลุมไว้ก่อน  ก็เป็นได้นะครับ หน้านี้เป็นหน้าฝน" ซึ่งข้อเท็จจริงคือ กองปุ๋ยนี้เป็นแบบวิศวกรรมแม่โจ้ 1 ที่เกษตรกรดูแลได้ถูกต้องกำลังรอให้แห้ง ทีนี้ฝนจะตกแกเลยรีบไปหาผ้ามาคลุมกลัวปุ๋ยที่แห้งจะกลายเป็นไม่แห้ง เอ๊ย... จะเปียก จะเสียเวลาตากแดดอีก พอดีผมไปตรวจงานเลยถ่ายรูปเอาไว้ ไม่คิดว่าจะได้มาสอนออนไลน์และมีเด็กนักเรียนน่ารักอย่างนี้ กองปุ๋ยยาวและสูงเป็นรูปสามเหลี่ยมแบบนี้ในสูตรอื่นไม่มีใครทำครับ วันหลังถ้าเจอก็ให้รู้ว่าเป็นของโรงเรียนเรานะครับ

- อยากให้นักเรียนสังเกตนิดนึงว่า วิธีการทำปุ๋ยหมักแบบอื่น ๆ มีโอกาสที่จะไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ของประเทศ เนื่องจากเป็นการถ่ายทอดและสังเกตตาม ๆ กันมา ไม่ได้วิจัยและส่งเข้าห้องแล็ปวิเคราะห์แบบเรา แต่รู้ไหมครับว่าปุ๋ยหมักพวกนี้เมื่อเอาไปใช้ส่วนใหญ่ก็ส่งผลดีกับพืชทุกที เกษตรกรมากมายทำอินทรีย์ได้ผลก็ด้วยวิธีทำปุ๋ยหมักของเขา....... สรุปว่า พืชไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย ต้องการแค่ความอุดมสมบูรณ์และอินทรีย์วัตถุของดินเท่านั้น ที่เหลือธรรมชาติจัดการให้ วิธีของพวกเราเป็นการลดการพลิกกลับ ลดเวลาแล้วเสร็จ (ควบคุมได้) และได้ปุ๋ยทีละมาก ๆ ที่แตกต่างกันก็มีแค่นี้ครับ ผมหวังว่าความง่ายและข้อดีของมันจะจูงใจให้เกษตรกรและพวกเราหันมานำเศษพืชที่ไร้ประโยชน์มาผลิตเป็นปุ๋ยแล้วนำไปใช้เองเพื่อลดต้นทุนเพิ่มรายได้ครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 03, 2012, 04:44:39 PM โดย tera » บันทึกการเข้า
Gnoy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2078


« ตอบ #718 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 05:15:10 PM »

ขอนอกเรื่องนิดนึงนะครับ  คือว่าช่วงนี้เข้าหน้าฝนแล้ว

ขนุนที่ปลูกไว้  ช่วงหน้าแล้งก็ทำคันหลุมรอบๆ  เพื่อเวลารดน้ำแล้วน้ำจะได้ขังไม่กระจายไปไหน
แต่พอหน้าฝนแล้วน้ำมันขังมาก ถ้าผมจะเอาดินไปพอกไว้บริเวณโคนต้นขนุนจะมีผลกระทบต่อต้นมั้ยครับ

ปล.  จริงไม่ได้มีแค่ขนุนอย่างเดียว  เพราะปลูกพริกขี้หนูสวนไว้ด้วย  ตอนนี้โคนแฉะมาก  จนกลัวว่าจะเน่า
เลยไม่รู้ว่าจะแก้วิธีไหนดี  เลยมาถามดูครับ


ถ้าได้ขุดคันระบายน้ำได้ก็ระบายเลยค่ะเพราะน้ำขังนานๆไม่ดีค่ะ ขนุนตายได้นะถ้าต้นยังเล็กๆ สำหรับพริกนั้นน้ำขังนานๆไม่ได้เลยค่ะ มะละกอด้วย ขุดคันระบายก่อนค่ะช่วงหน้าฝน ยิงฟันยิ้ม ;Dตอบจากประสบการณ์ที่ปลูก ขนุนที่สวนค่ะ

ช่วงหน้าฝน ต้องปรับดินบริเวณต้นไม้ที่ปลูกค่ะ จากเดิมหน้าร้อนที่ต้องปรับเป็นรูปกะทะหงาย เพื่อให้เป็นแอ่งรับน้ำ
พอหน้าฝน ก็ต้องไปพรวนดิน ตรงโคนใหม่ให้เป็นรูปกะทะคว่ำ หรือหลังเต่า เพื่อไม่ไห้มีน้ำขัง เพราะหากท่วมขังนาน ๆ อันตรายค่ะ
และถ้าให้ดี หาจุลินทรีย์ไตรโคเดอร์มาผสมดินที่โคนต้น หรือ ผสมน้ำราดที่โคนก็ดีค่ะ จะได้ช่วยป้องกันโรครากเน่า โคนเน่าได้อีกระดับนึง หรือถ้าจะเอาแบบไม่มีเวลาจริง ๆ ก็เซาะให้เป็นร่องน้ำไหลออกจากโคนต้นไม่ให้ท่วมขังค่ะ
แล้วพอหมดฝน ก็ปรับใหม่อีกทีให้เป็นกะทะหงายเพื่อรับน้ำตามเดิม  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #719 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2012, 05:30:15 PM »

- มีอีกแนวหนึ่งในการทำปุ๋ยอินทรีย์ คือทำในกรงตาข่ายเหล็ก หรือในเสวียนไม้ไผ่ ที่ไม่มีก้น ถ้าต้องการเสร็จใน 1 เดือนจะต้องออกกำลังกาย (แต่ถ้าไม่รีบใช้ ก็ไม่ต้องเสียกำลัง เอ๊.... ยังไง)

- วิธีการ เอาตาข่ายเหล็กหรือเสวียนไม้ไผ่ทำเป็นทรงกระบอก ที่ไม่มีก้น เส้นผ่านศูนย์กลางสัก 70 ซม. สูงสัก 1.2 เมตร เอาใบไม้กับขี้วัว 3 ต่อ 1 ใส่เข้าไป ตอนใส่ก็รดน้ำด้วย ทุก ๆ วันให้ดึงตาข่ายขึ้น วัสดุก็จะร่วงออกมา ตักวัสดุเข้าไปในกรงใหม่ แค่นี้ก็ได้ออกกำลังกายแล้ว ถ้าความชื้นเริ่มหายก็เติมน้ำ

- ถ้าทำได้ทุกวันจะได้ปุ๋ยใน 1 เดือน หลังจากนั้นทำให้แห้ง แล้วค่อยเอาไปใช้

- ถ้าไม่มีแรงก็ให้ทิ้งไว้อย่างนั้น ไม่ต้องยกกรงออก กรงจะมีก้นหรือไม่ก็ได้ แต่ให้รดน้ำทุกวัน คอยเจาะด้านบนกองปุ๋ยเพื่อใส่น้ำเข้าไป ข้อสำคัญว่าจะต้องคอยล้วงเข้าไปเช็คความชื้นด้วย ถ้ามีก้นที่โปร่งจะช่วยไม่ให้มีน้ำขังที่ก้นถัง วิธีนี้จะเสร็จช้าหน่อย คือ ควบคุมเวลาแล้วเสร็จไม่ได้













- อยากให้สมาชิก กพพ.ที่อ่านกระทู้นี้ และนักเรียนโรงเรียน กพพ.วิทยาทุกท่าน (รวมคุณครูใหญ่ ผจก. ภารโรง) ลองวิจารณ์การทำปุ๋ยแบบนี้ ว่าสอดคล้องกับทฤษฎีการทำปุ๋ยอินทรีย์หรือไม่อย่างไร (ห้ามวิจารณ์ในทำนองนี้ ...ว่าจะเหนื่อย หรือไม่มีแรง หรือจะหาซื้อตาข่ายไม่ได้นะครับ)

- ตาข่ายนี้ทำได้ไม่กี่ครั้งก็บุบบี้ไปแล้วครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 03, 2012, 05:32:24 PM โดย tera » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 [45] 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 ... 433   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: