หน้า: 1 ... 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 [43] 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 ... 433   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชวนสมาชิกทำปุ๋ยหมักวิธีใหม่ของแม่โจ้ ไม่ต้องพลิกกลับกอง (มีสารบัญ)  (อ่าน 2249530 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #672 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 06:59:27 PM »

- เอารูปหญ้าบนกองปุ๋ยมาให้ดูครับ

บันทึกการเข้า

tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #673 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 07:04:32 PM »

- รูปการเจาะรูห่างกัน 40 เซ็นติเมตร (ทุก 10 วัน) เจาะให้ถึงพื้น แล้วกรอกน้ำลงไป เสร็จแล้วปิดรู ว่าง ๆ ก็ล้วงเช็คจุดต่าง ๆ ในกองปุ๋ยอย่าให้มีบริเวณใดที่แห้ง ในหน้าฝนอย่าชล่าใจว่าฝนตกชุกคิดว่าไม่ต้องเจาะก็ได้ เพราะว่าถึงฝนจะตกหนักอย่างไรน้ำก็จะไม่ไหลซึมเข้าไปในกองปุ๋ย ยังไงก็ต้องเจาะครับ



- รูปนี้ไปเจอตอนออกพื้นที่เยี่ยมเกษตรกร เห็นแล้วก็ขำ แต่ก็ดีใจที่เขากลัวกองปุ๋ยแห้ง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 02, 2012, 07:06:55 PM โดย tera » บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #674 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 07:22:05 PM »

- รูปทำปุ๋ยจากเศษใบไม้ในบ้านผมครับ



- ตอนที่ปุ๋ยยังไม่แห้งดียังชื้น ๆ อยู่ ผมลองเอาใบบีโกเนียไปวาง อยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น



- ผ่านไป 7 วัน ลืมไปเช็คดู ปรากฏว่าเป็นอย่างนี้ ต๊กใจเลยครับ



- ซูมดูใกล้ ๆ



- เพื่อความแน่ใจก็เลยวางใบใหม่ ผลปรากฏว่าเป็นเหมือนเดิม



- ดูแล้วก็จะเข้าใจนะครับ ว่าถ้ามีจุลินทรีย์... ถ้ามีความชื้น... พอมีคาร์บอน (ใบไม้) ให้จุลินทรีย์ มันก็จะจัดการย่อยสลายเพื่อเอาคาร์บอนไปสร้างเซลล์ของมัน ทีนี้ธาตุอาหารต่าง ๆ ในใบไม้ที่เป็นสารอนินทรีย์ก็จะเหลือตกค้างอยู่ในปุ๋ย เมื่อเรานำปุ๋ยนี้ไปใช้กับพืช พืชก็จะได้ธาตุอาหารในการเจริญเติบโต ...ทีนี้ ถ้าปุ๋ยยังไม่แห้งดีแล้วเอาไปใส่ต้นพืช พอนึกออกนะครับว่ารากพืชจะเป็นอย่างไร ...บรื๋อออออ !  เศร้า  ร้องไห้
บันทึกการเข้า
kmsmily
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3547


« ตอบ #675 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 07:46:02 PM »

 ดูแล้วก็จะเข้าใจนะครับ ว่าถ้ามีจุลินทรีย์... ถ้ามีความชื้น... พอมีคาร์บอน (ใบไม้) ให้จุลินทรีย์ มันก็จะจัดการย่อยสลายเพื่อเอาคาร์บอนไปสร้างเซลล์ของมัน ทีนี้ธาตุอาหารต่าง ๆ ในใบไม้ที่เป็นสารอนินทรีย์ก็จะเหลือตกค้างอยู่ในปุ๋ย เมื่อเรานำปุ๋ยนี้ไปใช้กับพืช พืชก็จะได้ธาตุอาหารในการเจริญเติบโต ...ทีนี้ ถ้าปุ๋ยยังไม่แห้งดีแล้วเอาไปใส่ต้นพืช พอนึกออกนะครับว่ารากพืชจะเป็นอย่างไร ...บรื๋อออออ !   
อาจารย์กำลังบอกเพื่อนๆสมาชิกว่า "การใช้มูลสัตว์หรือเศษพืชที่ยังย่อยสลายไม่ดี  ใส่ให้พืชแล้วมีผลเสียมากกว่าผลดีใช่ไหมครับ"
เกษตรกรไม่เคยฟังเวลาผมพูดเรื่องนี้  สุดท้ายต้นไม้เค้าไม่โตให้ผลผลิตไม่ดี  แต่ก็ยังไม่รู้สาเหตุ  กรรมใครกรรมมัน(ได้แต่นึกในใจ)
บันทึกการเข้า
Nine.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1918


« ตอบ #676 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 08:00:30 PM »

ดูแล้วก็จะเข้าใจนะครับ ว่าถ้ามีจุลินทรีย์... ถ้ามีความชื้น... พอมีคาร์บอน (ใบไม้) ให้จุลินทรีย์ มันก็จะจัดการย่อยสลายเพื่อเอาคาร์บอนไปสร้างเซลล์ของมัน ทีนี้ธาตุอาหารต่าง ๆ ในใบไม้ที่เป็นสารอนินทรีย์ก็จะเหลือตกค้างอยู่ในปุ๋ย เมื่อเรานำปุ๋ยนี้ไปใช้กับพืช พืชก็จะได้ธาตุอาหารในการเจริญเติบโต ...ทีนี้ ถ้าปุ๋ยยังไม่แห้งดีแล้วเอาไปใส่ต้นพืช พอนึกออกนะครับว่ารากพืชจะเป็นอย่างไร ...บรื๋อออออ !   
อาจารย์กำลังบอกเพื่อนๆสมาชิกว่า "การใช้มูลสัตว์หรือเศษพืชที่ยังย่อยสลายไม่ดี  ใส่ให้พืชแล้วมีผลเสียมากกว่าผลดีใช่ไหมครับ"
เกษตรกรไม่เคยฟังเวลาผมพูดเรื่องนี้  สุดท้ายต้นไม้เค้าไม่โตให้ผลผลิตไม่ดี  แต่ก็ยังไม่รู้สาเหตุ  กรรมใครกรรมมัน(ได้แต่นึกในใจ)

จุรินทรีย์ที่เหลือ ไปย่อยรากต่อหรือครับ.?


Liked By: AMOL
บันทึกการเข้า

.....ศรัทธา คือ เหตุผล.....
patcha.c
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1100


« ตอบ #677 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 08:01:04 PM »

อาจารย์คะ หญ้าสด เอาขึ้นกองปุ๋ย จะใช้เวลา มากกว่า หญ้าแห้งไหมคะ
หญ้าแห้วหมู  หญ้าคา หญ้าขน มันจะขึ้นใหม่บนกองไหมคะ...ก่ะว่าจะเอาหญ้าพวกนี้มาทำค่ะ เยอะมากก..เป็นไร่ๆ

อาจารย์เคยบอกว่าหญ้าสด  จะย่อยดีกว่าหญ้าแห้งครับ  ผมจำมาผิไหมไม่รู้นะอาจารย์  เพราะผมก็จะใช้ทั้งหญ้าสด  และหญ้าแห้งเลย  กำลังเก็บรวบรวมหญ้าอยู่เหมือนกันครับ 

- ว้าว .... นักเรียนเก่งมากครับ ช่วยครูตอบด้วย ถูกต้องแล้วคร๊าบบบบบบบบบบบบ

- ของสดจะเป็นปุ๋ยได้เร็วกว่าแห้งครับ หญ้าอาจจะงอกบนกองปุ๋ยบ้างสัก 1% เฉพาะที่อยู่บนผิวกอง ปกติกองปุ๋ยจากวัสดุอื่นที่ไม่ใช้หญ้าก็มักมีหญ้าปลิวมางอกได้ คล้ายกับในแปลงเพาะปลูกของเราที่ถึงแม้ไม่ใช้ปุ๋ยหมักเลยหญ้าก็จะงอกเองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น เอาหญ้ามาเป็นวัตถุดิบทำปุ๋ยซะเลย แร่ธาตุที่หญ้าไปดูดซับมาสะสมในตัวหญ้าเมื่อเป็นปุ๋ยก็จะกลับไปมีประโยชน์ต่อการเพาะปลูกของเราครับ มันอาจจะมีเมล็ดหญ้าไปงอกในแปลงจากการใช้ปุ๋ยหมักที่ทำจากหญ้าบ้าง ก็ถือว่าคุ้มอยู่ครับ อย่าลืมว่าถ้าดินเราดี หญ้าก็จะงอกงามดี (เอาทำปุ๋ยโลด)

-ขอบคุณมากๆค่ะ ..สงสัยอ่านข้าม อยากอ่านรวดเดียวจบ
ผัดฉ่านั่งอยู่ขอบๆด้านข้างซ้ายนะคะ (ที่ประจำเลยค่ะ)..แอบหลับบางช่วง ...เดี๋ยวกลับบ้านขอไปทบทวนบทเรียนอีกรอบค่ะ
พรุ่งนี้ไม่แอบงีบแล้วค่ะ... ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

วันนี้ทำ pretest เสร็จแล้ว พรุ่งนี้จะเอารูปมาส่งค่ะ  ยิ้ม เจ๋ง
บันทึกการเข้า

ปากแดงดอทคอม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1657



« ตอบ #678 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 08:01:31 PM »

จารย์ครับ แล้วพอเราทำปุ๋ยหมักเสร็จแล้ว ทำให้มันแห้งแล้ว พอเอาไปใส่เป็นต้นไม้ พอปุ๋ยเราโดนน้ำ แล้วจุลินทรีย์จะไม่ฟื้นตัวกลับมาย่อยรากต้นไม้เราเหรอครับ (คือ สงสัยว่าพอโดนน้ำมันก็จะเหมือนกับเอาปุ๋ยไปใช้ทั้งยังเปียก ๆ น่ะครับ)
บันทึกการเข้า

ปากแดง@บ้านสวนสันท์ http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=15221.msg562596#msg562596
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #679 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 08:03:54 PM »

ดูแล้วก็จะเข้าใจนะครับ ว่าถ้ามีจุลินทรีย์... ถ้ามีความชื้น... พอมีคาร์บอน (ใบไม้) ให้จุลินทรีย์ มันก็จะจัดการย่อยสลายเพื่อเอาคาร์บอนไปสร้างเซลล์ของมัน ทีนี้ธาตุอาหารต่าง ๆ ในใบไม้ที่เป็นสารอนินทรีย์ก็จะเหลือตกค้างอยู่ในปุ๋ย เมื่อเรานำปุ๋ยนี้ไปใช้กับพืช พืชก็จะได้ธาตุอาหารในการเจริญเติบโต ...ทีนี้ ถ้าปุ๋ยยังไม่แห้งดีแล้วเอาไปใส่ต้นพืช พอนึกออกนะครับว่ารากพืชจะเป็นอย่างไร ...บรื๋อออออ !   
อาจารย์กำลังบอกเพื่อนๆสมาชิกว่า "การใช้มูลสัตว์หรือเศษพืชที่ยังย่อยสลายไม่ดี  ใส่ให้พืชแล้วมีผลเสียมากกว่าผลดีใช่ไหมครับ"
เกษตรกรไม่เคยฟังเวลาผมพูดเรื่องนี้  สุดท้ายต้นไม้เค้าไม่โตให้ผลผลิตไม่ดี  แต่ก็ยังไม่รู้สาเหตุ  กรรมใครกรรมมัน(ได้แต่นึกในใจ)

- แม่นเลยครับคุณ kmsmily อาการที่พืชแสดงออก (โดยเฉพาะไม้ต้นเล็ก หรือพืชผักล้มลุก) คือ "เฉา" ครับ

- ตกลงรับเป็นครูพหูสูตร (ครูวิชาการ) ให้โรงเรียนนี้นะครับ ไชโย้.............  อายจัง  อายจัง
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #680 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 08:10:40 PM »

ดูแล้วก็จะเข้าใจนะครับ ว่าถ้ามีจุลินทรีย์... ถ้ามีความชื้น... พอมีคาร์บอน (ใบไม้) ให้จุลินทรีย์ มันก็จะจัดการย่อยสลายเพื่อเอาคาร์บอนไปสร้างเซลล์ของมัน ทีนี้ธาตุอาหารต่าง ๆ ในใบไม้ที่เป็นสารอนินทรีย์ก็จะเหลือตกค้างอยู่ในปุ๋ย เมื่อเรานำปุ๋ยนี้ไปใช้กับพืช พืชก็จะได้ธาตุอาหารในการเจริญเติบโต ...ทีนี้ ถ้าปุ๋ยยังไม่แห้งดีแล้วเอาไปใส่ต้นพืช พอนึกออกนะครับว่ารากพืชจะเป็นอย่างไร ...บรื๋อออออ !   
อาจารย์กำลังบอกเพื่อนๆสมาชิกว่า "การใช้มูลสัตว์หรือเศษพืชที่ยังย่อยสลายไม่ดี  ใส่ให้พืชแล้วมีผลเสียมากกว่าผลดีใช่ไหมครับ"
เกษตรกรไม่เคยฟังเวลาผมพูดเรื่องนี้  สุดท้ายต้นไม้เค้าไม่โตให้ผลผลิตไม่ดี  แต่ก็ยังไม่รู้สาเหตุ  กรรมใครกรรมมัน(ได้แต่นึกในใจ)

จุรินทรีย์ที่เหลือ ไปย่อยรากต่อหรือครับ.?

- ถ้าปุ๋ยอินทรีย์ไม่แห้ง จุลินทรีย์ในกองปุ๋ยมีโอกาสไปย่อยรากพืชได้ครับ และอาจส่งผลให้เกิดการย่อยสลายต่อในดินแบบไม่ใช้อากาศที่ทำให้เกิดสภาพกรดในดิน ซึ่งคราวนี้ก็จะยุ่งเลย เพราะดินที่เป็นกรด อเนียมมิลู เอ๊ย ..อลูมิเนียมในดินจะละลายออกมาแล้วซึมเข้าต้นพืช ทำให้พืชแคระแกร็นและเป็นโรคง่ายครับ ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลหนึงที่การใช้น้ำหมักชีวภาพรดดินจำเป็นต้องเจือจางน้ำ 100-200 เท่าเพื่อไม่ให้ความเป็นกรดส่งผลเสียต่อพืชครับ
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #681 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 08:31:30 PM »

จารย์ครับ แล้วพอเราทำปุ๋ยหมักเสร็จแล้ว ทำให้มันแห้งแล้ว พอเอาไปใส่เป็นต้นไม้ พอปุ๋ยเราโดนน้ำ แล้วจุลินทรีย์จะไม่ฟื้นตัวกลับมาย่อยรากต้นไม้เราเหรอครับ (คือ สงสัยว่าพอโดนน้ำมันก็จะเหมือนกับเอาปุ๋ยไปใช้ทั้งยังเปียก ๆ น่ะครับ)

- การทำให้ปุ๋ยแห้งจุลินทรีย์จะสงบตัว ... เมื่อนำไปใช้ พออยู่ในดินที่ชื้นจุลินทรีย์ที่สงบตัวและอินทรีย์วัตถุในปุ๋ยก็จะเป็นอาหารของจุลินทรีย์ในดินครับ ต่างจากการนำปุ๋ยหมักที่ยังไม่แห้งไปใช้ จุลินทรีย์ยัง "อิน" หรือแฮปปี้กับการย่อยสลายอยู่ มันก็เลยย่อยต่อไม่หยุดครับ ต่างกันนะครับ

- การนำปุ๋ยหมักที่กระบวนการยังไม่เสร็จสิ้น เช่น ทำแค่ 15 วันก็ทำให้แห้ง แล้วนำไปใช้ ปุ๋ยอย่างนี้เมื่อนำไปใช้ มันจะไปเน่าในดินหรือย่อยสลายในดินต่อแบบไม่ใช้ออกซิเจนที่สร้างความเป็นกรด การทำปุ๋ยอินทรีย์วิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1 วิจัยออกมาแล้วว่า 2 เดือนจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ และระบบกองเติมอากาศจะใช้เวลา 1 เดือน (แต่ต้องมีอุปกรณ์พัดลม ท่อ ไฟฟ้า)
บันทึกการเข้า
Gnoy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2078


« ตอบ #682 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 08:34:35 PM »









เห็นในรูปมาช่วยกันทำเยอะ ๆ แล้วอิจฉาจัง คงไม่ค่อยเหนื่อยเพราะช่วยกันหลายคน
แต่เราทำกันเอง 2 คน คนนึงก็สูงวัย อีกคนก็แรงน้อย เฮ้ออออ แต่ก็สู้ สู้ ค่ะ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม



แต่อาจารย์ขา จีน้อยเริ่มมีปัญหาในการทำกองปุ๋ยแล้วค่ะ คือว่า เอื้อมไม่ค่อยจะถึงตรงกลาง ๆ กองแล้วค่ะ  โกรธ
ประมาณว่าแขนสั้น ตัวก็สูงน้อย  ตอนนี้ตรงกลางต้องให้พ่อทำ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม



- นักเรียนจีน้อยห้ามถามว่าแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นปุ๋ยแล้ว !!!!!  ยิ้มกว้างๆ  ยิ้มกว้างๆ


สงกะสัย ถ้าจีน้อยถามเนี่ย คงโดนทำโทษ ให้ไปเป็นปุ๋ยแน่ ๆ เลย  ลังเล  ร้องไห้
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #683 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 08:39:40 PM »

- นักเรียนจีน้อย... เขามีหลายคนเขาต้องแบ่งปุ๋ยกัน ได้กันไม่เท่าไร แต่ของหนูทำสองคนเป็นของหนูทั้งหมดเลย อย่างไหนจะดีกว่าครับ ?
บันทึกการเข้า
thepunyapat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1750


« ตอบ #684 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 08:41:24 PM »

ขอสมัครเป็นนักเรียนด้วยคนค่ะอาจารย์คะ...
พี่ดวงพรขา...รับลูกศิษย์คนนี้ไว้อุปการะด้วยคนะคะ...ขอบคุณค่ะ...  จุมพิต จุมพิต จุมพิต  : )

เย้ ๆๆๆๆ คุณนกมาเป็นนักเรียนเพิ่มอีกคนแว้ววววว  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม 

ว่าแต่ว่าคุณภารโรง thepunyapat เตรียมโต๊ะนักเรียนให้ครบคนอะยังคะ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม



เอ....ชื่อนี้ในใบประกาศผลสอบ  ไม่มีชื่ออ่ะครับ... ลังเล  สงสัยจะใช้เส้นนนนน....   ครูใหญ่ดวงพร... แลบลิ้น แลบลิ้น แต่ถึงจะได้เข้าเรียน
 แต่....ใช่ว่าจะชนะการแข่งนะครับ....  ยิงฟันยิ้ม เพราะตอนนั้นไม่สามารถใช้เส้นใครได้เลย ร้องไห้ ร้องไห้  อิอิ..
บันทึกการเข้า
ปากแดงดอทคอม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1657



« ตอบ #685 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 08:45:08 PM »

จารย์ครับ ผมเอาการบ้านสำหรับวันนี้มาส่งแล้วนะครับ พรุ่งนี้ต้องทำต่อครับ


Liked By: tera, ดวงพร, AMOL
บันทึกการเข้า

ปากแดง@บ้านสวนสันท์ http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=15221.msg562596#msg562596
Gnoy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2078


« ตอบ #686 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 08:56:40 PM »



     1. นำเศษข้าวโพดหรือฟางข้าว 4 ส่วนกับมูลสัตว์ 1 ส่วนโดยปริมาตร (ถ้าเป็นเศษใบไม้ให้ใช้อัตราส่วน 3 ต่อ 1 โดยปริมาตร) วางเป็นชั้นบาง ๆ สูงไม่เกิน 10 เซนติเมตร จำนวน 15 - 17 ชั้น รดน้ำแต่ละชั้นให้มีความชื้น ขึ้นกองเป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีความสูงไม่ต่ำกว่า 1.50 เมตร ฐานกว้าง 2.5 เมตร ส่วนความยาวของกองจะยาวเท่าไรก็ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณเศษพืชและมูลสัตว์ที่มี ความสำคัญของการที่ต้องทำเป็นชั้นบาง ๆ 15 - 17 ชั้นก็เพื่อให้จุลินทรีย์ที่มีอยู่ในมูลสัตว์ได้ใช้ทั้งธาตุคาร์บอน (มีอยู่ในเศษพืช) และธาตุไนโตรเจน (มีในมูลสัตว์) ในการเจริญเติบโตและสร้างเซลล์ของจุลินทรีย์ ซึ่งจะทำให้การย่อยสลายวัตถุดิบเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว
  




จากข้อ 1 นักเรียนมีข้อเรียนถามนะคะ ว่าถ้าเราเป็นชั้นบางไม่เกิน 10 เซน แต่เราค่อย ๆ ทำไปโดยไม่เสร็จในวันเดียว แล้วฝนตกหนักลงมาทำให้กองปุ๋ยยุบตัวลงไป ( เพราะใช้หญ้าสด มีฟางสลับบ้างบางชั้น ) พอเรามาทำต่อจำนวนชั้นอาจจะต้องเกิน 17 ชั้น เช่น อาจจะเป็น 20 ชั้น เพื่อให้ได้ความสูงที่ 1.50 เมตร จะมีผลต่อกองปุ๋ยหรือไม่คะ

จาก นักเรียนช่างถามค่ะ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
avage1111
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


« ตอบ #687 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 09:09:43 PM »

เราสามารถใช้ก้อนที่เหลือจากการทำเห็ดมาใช้แทนฟางข้าวได้ไหมครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 [43] 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 ... 433   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: