หน้า: 1 ... 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 [22] 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 ... 433   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชวนสมาชิกทำปุ๋ยหมักวิธีใหม่ของแม่โจ้ ไม่ต้องพลิกกลับกอง (มีสารบัญ)  (อ่าน 2294503 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
NoWhere_Man
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 189


« ตอบ #336 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2012, 01:17:38 PM »

อ.Teera ครับ กรณีหมักแบบไม่ใช้มูลสัตว์ แล้ว Nitrogen มาจากไหนครับ หากไม่มีมูลสัตว์จะใช้อะไรแทนได้บ้างครับ


Liked By: AMOL
บันทึกการเข้า

tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #337 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2012, 02:07:18 PM »

- วิธีของ พด ใช้ปุ๋ยยูเรียเป็นแหล่งไนโตรเจนครับ แต่ก็ยังต้องใช้มูลสัตว์ด้วย

- บางวิธีใช้กากน้ำตาล หรือน้ำหมักชีวภาพ

- บางวิธี (โดยเฉพาะของฝรั่ง) ใช้จากพืชสดครับ สำหรับผมการหาพืชสดสีเขียวนี่ยากมาก หากจะต้องทำปุ๋ยสัก 10 ตันนี่จะไปแอบตัดใบต้นไม้ของสวนใครดี ? พอทิ้งไว้มันก็แห้งซะนี่
บันทึกการเข้า
Tommy_LA
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3287


« ตอบ #338 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2012, 02:43:10 PM »

โครงการทำปุ๋ยของ ม.แม่โจ้ แบบนี้ผมว่าเหมาะมากที่ทำเป็นกุศโลบายช่วยลดหมอกควัน ในภาคเหนือ
และจะคุ้มค่ามาก เพราะได้ประโยชน์ 4 เด้ง คือลดการเผา ลดควัน ลดดินเสีย และได้ปุ๋ย
และจะเป็นการลดต้นทุนอย่างแท้จริง เมื่อเป็นการใช้ฟางข้าวจากในนาของตนเอง

ประเด็นจึงตกมาอยู่ที่ว่า การทำปุ๋ยนั้นมีประโยชน์จริง ลดต้นทุนได้จริง ในขอบเขตไหน
โดยเป็นที่น่าสังเกตุว่า การซื้อฟางข้าวมาเพื่อทำปุ๋ยของกลุ่มเกษตรกร ตัวอย่าง
แล้วใช้ทรัพยากรต่างๆ ของหลวงบ้าง ของเอกชนบ้าง แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย

การคำนวนจุดคุ้มทุนของนโยบายแบบนี้ จะคำนวนให้ได้อย่างแม่นยำ โดยใช้ดัชนีชี้วัดอย่างไรครับ
หรือคำนวนได้จากผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ ผู้ทำสำเร็จ จำนวนปุ๋ยที่ได้ หรือหมอกควันที่ลดลง

ป.ล. ไม่ถูกใจหรือขัดกับบรรยากาศ ลบได้นะครับ  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #339 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2012, 03:20:59 PM »

- ดีจังเลยที่มีคนคิดแบบนี้ หมอกควันพิษในภาคเหนือเกิดเพราะการเผาป่าเพื่อปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เผาป่าเพื่อเอาไข่มดแดง เพื่อได้ผักหวาน เพื่อได้เห็ดเผาะ เผาที่ดินรกร้าง เผาเศษพืชเช่นฟางและใบไม้ เผาแปลงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อปลูกรอบต่อไป และท้ายสุดเผาเศษข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่โม่เสร็จครับ

- แม่โจ้ได้เดินสายเพื่อส่งเสริมให้มีการนำเศษพืชที่เป็นฟางและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มาทำเป็นปุ๋ย แทนที่จะเผาทิ้งไป ช่วงแรกโมเดลของเราคือหาทุนที่สนับสนุนชุมชนหรือกลุ่มที่จะทำปุ๋ยด้านมูลสัตว์ บางทุนได้กลุ่มละ 300 กระสอบ บางทุนได้กลุ่มละ 1,200 กระสอบ (ให้แต่มูลสัตว์เท่านั้น อย่างอื่นไม่ให้ เพื่อกระตุ้นการรวมกลุ่มและเป็นกองทุนเริ่มแรก) แต่ที่เหมือนกันคือพยายามบูรณาการให้ใช้ทรัพยากรของ อปท. เช่นงบประมาณ หรือเครื่องย่อย หรือโรงปุ๋ยที่มีอยู่ เพราะมันตอบยุทธศาสตร์ของ อปท.ได้เรื่องหมอกควัน เรื่องปุ๋ยเคมี เรื่องอินทรีย์

- เท่าที่รวบรวมข้อมูล ก็ไม่มี อปท.ใดที่ให้ความร่วมมือกับเลุ่มเกษตรกร มีแต่เกษตรกรที่บริหารจัดการกันเอง ด้วยภูมิปัญญาและการร่วมกลุ่มของเขาเอง จัดหาฟางเองโดยไม่ซื้อ

- ภายในปี 2555 แม่โจ้ได้สร้างกลุ่มเกษตรกรที่ทำปุ๋ยแบบนี้ใน 8 จังหวัดภาตเหนือตอนบน ได้รวม 37 แห่งครับ แล้วให้เป็นฐานเรียนรู้ของชุมชน ให้พวกเขาเป็นวิทยากรถ่ายทอดไปเรื่อย ๆ สักวันอีก 10 ปีข้างหน้า ถ้าพวกเราทุกคนสนับสนุนเรื่องแบบนี้ทุกโอกาส ผมคิดว่าหมอกควันพิษก็จะหมดไป เศษพืชก็จะถูกนำมาใช้ประโยชน์ ดินดี ได้ปุ๋ย ลดต้นทุน อย่างที่ท่าน Tommy_La บอกครับ

- อาจารย์แม่โจ้กลุ่มเราทำงานหนักมากเพื่อเดินสายเยี่ยม 37 กลุ่มใน 8 จังหวัด

- เสียดายที่แม่โจ้ทำโครงการนี้ก่อนจะได้มีโอกาสเป็นสมาชิก กพพ. ไม่อย่างนั้นอาจจะมีคุณนพ ครูซอส เป็นฐานเรียนรู้ของแม่โจ้ก็ได้

- ก็จะมีแต่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการครับที่จะเห็นประโยชน์ของปุ๋ยว่ามีมากน้อยอย่างไร แต่อันที่จริง โพสของผมก็มีตัวอย่างของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จที่การันตีได้ มีความพอเพียง มีความยั่งยืน หลุดพ้นจากโอกาสที่จะขาดทุน และมีความสุขที่ได้แบ่งปันครับผม

- จุดคุ้มทุนใช้กับโครงการนี้ไม่ได้ สมมติกลุ่มเกษตรกรเข้ากลุ่มกันทำปุ๋ยวิธีนี้เพื่อลดหมอกควัน พวกเขาไปขนฟางขนเศษข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จัดหามูลสัตว์กันเอง ออมทรัพย์กันเอง ใช้แรงงานทำปุ๋ยกัน ได้ปุ๋ยอินทรีย์ต้นทุนต่ำแบ่งไปใช้ บำรุงดิน ลดปุ๋ยเคมี แค่คิดว่าถูกกว่าต้องซื้อปุ๋ยอินทรีย์ของบริษัทกระสอบละ 350 บาท ผมก็ว่าสุดคุ้มแล้วครับ

- ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นที่ลึกซึ้งและเป็นห่วง ช่วยกันครับผมเพื่อคนไทยด้วยกัน
บันทึกการเข้า
ดวงพร
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4714


คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกทำชีวิตให้ดีได้


« ตอบ #340 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2012, 03:27:23 PM »

ส่งการบ้านอาจารย์ค่ะ
จุดประสงค์ของการหมัก


ต้องการเรียนรู้การหมักปุ๋ยแบบใหม่และต้องการใช้ในครัวเรือนแบบเล็กๆเพราะ อาศัยในเมือง มีพื้นที่ปลูกผักเล็กๆน้อยในกล่องโฟมประมาณพื้นที่ไม่ให้แต่ใจมันรัก น่ะค่ะ

วัตถุดิบ ...ผักบุ้งร้านก๋วยเตี๋ยวข้างบ้าน


ขี้วัวกระสอบละ 25 บาท จำนวน4ถุง 100 บาท



กล่ององุ่น ได้มาฟรีๆจากแม่ค้าผลไม้ตัดฝาแล้วต่อให้ยาวค่ะ แปะด้วยเทปกาว ดูเหมือนจะไม่แข็งแรงแต่แข็งแรงนะคะกล่องหมักนี้ ยิงฟันยิ้ม






วางเรียงจนเต็มชั้นกล่องโฟมค่ะและทุกชั้นระหว่างผักบุ้งกับขี้วัว รดน้ำทุกชั้นจนเปียก


Liked By: tera, AMOL, wee, Ekachaiyan, lief36
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 30, 2012, 06:45:25 PM โดย ดวงพร » บันทึกการเข้า
ดวงพร
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4714


คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกทำชีวิตให้ดีได้


« ตอบ #341 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2012, 03:32:51 PM »

ปุ๋ยหมักที่ได้ จะใช้กับผักเล็กๆน้อยที่ปลูกไว้ค่ะ





Liked By: AMOL, aun17, wee, Ekachaiyan
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 30, 2012, 06:46:42 PM โดย ดวงพร » บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #342 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2012, 03:34:54 PM »

- ทำโครงการนี้ แม่โจ้ไม่หวังว่าหมอกควันจะลดครับ มันจะลดได้ยังไงในเมื่อสาเหตุของการเผามีมากมายอย่างที่พูดมาแล้ว แม่โจ้ช่วยได้เฉพาะการบริการวิชาการ เอาความรู้ไปช่วยให้เกษตรกรนำเศษพืชมาใช้ประโยชน์แทนการเผา สอนให้เกษตรกรเอาวิกฤติเป็นโอกาส แม่โจ้ไม่มีงบประมาณครับ พวกผมมีหน้าที่สอนอย่างเดียว จะไปบังคับไปสั่งให้ผู้ว่าราชการหรือรัฐมนตรีจัดงบประมาณมาช่วยหมอกควันได้อย่างไร ทำแค่นี้ก็ผิดปกติของจานทั่วไปแล่ว

- เท่าที่ทราบ แต่ละจังหวัดไม่มีงบช่วยหมอกควันครับผม มีบ้างก็ในระดับล้านบาท

- ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจจริงเกี่ยวกับหมอกควันพิษ ไม่อยากให้พี่น้องไทยเจ็บป่วยจากหมอกควัน เอกชนได้รับผลกระทบ นักท่องเที่ยวหนี ก็น่าจะจัดงบด่วนให้จังหวัดละสัก 1 พันล้าน แปดจังหวัดก็แปดพันล้าน เอาไปแก้ปัญหาในทุกตำบลทุกหมู่บ้าน เศษพืชทุกเส้นถูกนำไปใช้เป็นพลังงาน เป็นปุ๋ยให้หมด เงินนี้เอาไปจ้างคนเฝ้าป่า เอาไปจ่ายชดเชยให้กับเกษตรกรที่ต้องการเผาป่าเพื่อปลูกข้าวโพด แปดพันล้านบาทเปรียบเทียบกับแสนล้านบาทแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพนี่ ผมว่าเทียบกันไม่ได้เลยครับ (ผมไม่ได้ว่ารัฐบาลใดครับ ผมว่าทุกรัฐบาลใส่ใจไม่เพียงพอเหมือน ๆ กัน)

- ทำอย่างนี้สัก 10 ปี การเผาก็น่าจะหายไปครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 27, 2012, 03:46:24 PM โดย tera » บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #343 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2012, 03:43:47 PM »

ส่งการบ้านอาจารย์ค่ะ
จุดประสงค์ของการหมัก


ต้องการเรียนรู้การหมักปุ๋ยแบบใหม่และต้องการใช้ในครัวเรือนแบบเล็กๆเพราะ อาศัยในเมือง มีพื้นที่ปลูกผักเล็กๆน้อยในกล่องโฟมประมาณพื้นที่ไม่ให้แต่ใจมันรัก น่ะค่ะ



- คุณครูใหญ่ดวงพรครับ ปริมาณผักบุ้งขนาดนี้ถือว่าเป็นกรณีคล้ายกับทำในกะละมังครับ เพราะปริมาณและความสูงไม่มากพอที่จะเก็บความร้อนไว้ได้ การพาความร้อนก็เลยไม่เกิดครับ เพราะฉะนั้นเราต้องพลิกกลับทุกวันเพื่อเอาอากาศให้กับจุลินทรีย์นะครับ

- จะพลิกวันเว้นวันก็ได้ แต่เวลาแล้วเสร็จจะขยายเวลาออกไปบ้าง

- ตอนพลิกก็ให้สังเกตความชื้นว่าพอใจหรือไม่ ถ้ารู้สึกว่าแห้งไปก็พรมน้ำ

- ตอนพลิกอาจสังเกตว่ามีอุ่น ๆ ข้างใต้ อาจสวมถุงมือดำตอนพลิกหรือจะใช้เหล็กงอปลายพลิกก็ได้ครับ ถ้าใส่ถุงมือ ตอนพลิกก็ให้ขยำ ๆ ไปด้วยเพื่อลดพื้นที่ผิวของวัสดุ จุลินทรีย์จะได้โจมตีได้ง่าย แล้วก็อย่าไปอัดให้แน่นนะครับ ฝาไม่ต้องปิด
บันทึกการเข้า
kmsmily
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3547


« ตอบ #344 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2012, 03:48:59 PM »

ถ้ามีงบแก้ไขหมอกควัน 8,000 ล้าน จะได้เงินลงมาแก้ไขจริงๆสักกี่เปอร์เซ็นต์ครับ
แต่ก่อนยังเหลือประมาณ 70-80 % ล่าสุดที่ผมได้ยินมางบ 100 ล้าน ถึงมือผู้รับเหมา 40 ล้าน วิ่งแก้แบบกันสุดๆ  นี่แหละสยามเมืองยิ้ม
เหนื่อยใจต่อไปประชาชนคนไทย โกรธ โกรธ โกรธ
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #345 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2012, 03:51:57 PM »

- นักเรียนคุณครูใหญ่ครับ ไม่ทราบว่าปุ๋ยคอกที่ใช้นี่ เขาเอาขี้วัวไปทำให้สงบตัวเป็นปุ๋ยคอกหรือไม่ (เอาไปกอง รดน้ำ รอให้หายร้อน 2 เดือน แห้งเสร็จใส่กระสอบ) หรือว่าเป็นขี้วัวแห้ง ถ้าเป็นอย่างแรกจุลินทรีย์จะเหลือน้อย แต่ไม่เป็นไรครับ สักพักมันจะปรับจำนวนของมันได้เองในกองปุ๋ย
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #346 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2012, 03:55:48 PM »

ถ้ามีงบแก้ไขหมอกควัน 8,000 ล้าน จะได้เงินลงมาแก้ไขจริงๆสักกี่เปอร์เซ็นต์ครับ
แต่ก่อนยังเหลือประมาณ 70-80 % ล่าสุดที่ผมได้ยินมางบ 100 ล้าน ถึงมือผู้รับเหมา 40 ล้าน วิ่งแก้แบบกันสุดๆ  นี่แหละสยามเมืองยิ้ม
เหนื่อยใจต่อไปประชาชนคนไทย โกรธ โกรธ โกรธ

- ไม่เป็นไรครับขอให้พวกเขามีวิสัยทัศน์มากพอที่จะจัดงบมา มีงบเหลือ ๆ มาบ้าง ดีกว่าไม่มา อีกอย่างนึงตอนพวกเราไปสวรรค์ก็ขอให้ปลงนะครับ อย่าได้ไปสงสารพวกนู้นในนรกให้มาก ฮิฮิ   ยิงฟันยิ้ม  ยิ้มกว้างๆ  ยิ้ม  เจ๋ง
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #347 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2012, 04:04:34 PM »

- มีวิดีโอมาฝากครับ การสูบน้ำเข้านาแบบพอเพียง ลดพลังงาน ลดการจ้าง









« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 06, 2012, 10:09:15 AM โดย ไก่โต้ง » บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #348 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2012, 04:14:26 PM »

แล้วธาตุอาหารที่ใด้จากปุ๋ยหมักกลับปุ๋ย เคมีแตกต่างกันมากน้อยใหมครับ...
กำลังจะกลับไปทดลองทำครับ แถวบ้านผมไม่มีใครทำเลยซักบ้านครับ


- แฮ่ะ ๆ ลืมตอบครับผม ต้องขอโทษด้วยครับ  ขยิบตา

- ธาตุอาหารจากปุ๋ยหมักกับปุ๋ยเคมีต่างกันมหาศาลครับผม

- อย่างปุ๋ยยูเรียมีไนโตรเจน 46% แต่ปุ๋ยหมักมาตรฐานกำหนดที่ 1% ครับผม

- อย่างปุ๋ยสูตรเสมอ 16-16-16 มีไนโตรเจน 16% ฟอสฟอรัส 16% โพแทสเซียม 16% แต่ปุ๋ยหมักมีไนโตรเจน 1% ฟอสฟอรัส 0.5% โพแทสเซียม 0.5% เทียบกันไม่ได้ครับผม (ทำปุ๋ยวิธีของแม่โจ้ การันตีที่ไนโตรเจน 2-3% ฟอสฟอรัส 1-2% โพแทสเซียม 1-2%)

- แต่ในปุ๋ยหมักมีหลายอย่างที่ปุ๋ยเคมีไม่มีครับ ได้แก่ อินทรีย์วัตถุ 20% คาร์บอน 30% มีแคลเซียม แมกนีเซียม ซัลเฟอร์ โบรอน โบลิบดินั่ม เหล็ก สังกะสี

- สิ่งที่ปุ๋ยหมักมี นับว่ามีมากเพียงพอที่พืชจะนำไปใช้ มากจนพวกเกษตรอินทรีย์ไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีง่ะ

- ก่อนนี้โลกเราก็ไม่มีปุ๋ยเคมี แต่บรรพบุรุษเราก็ปลูกข้าวเป็นที่ 1 ของโลกมาตลอดครับ

- ทำปุ๋ยหมักใช้เถอะครับ ยอมเหนื่อยหน่อย แล้วใช้ควบคู่กับปุ๋ยเคมี แล้วจะประหลาดใจครับ นับเป็นโอกาสของเราที่จะลดต้นทุน แถมปรับปรุงดินเพาะปลูกไปด้วย (ประหยัดเงินที่จะไปซื้อปุ๋ยหมักของคนอื่นอีกต่างหาก) ทำเองกระสอบละ 25 บาท คุณภาพดีกว่าที่ไปซื้อของเขา 350 บาทครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 27, 2012, 04:43:28 PM โดย tera » บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #349 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2012, 06:33:43 PM »

- มีรูปมาแชร์ครับ รูปแรกนี่เป็นภาพปกติใน 8 จังหวัด เป็นการทำลายป่าเพื่อปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกร นับวันจะเห็นภาพอย่างนี้มากขึ้น ๆ



- การเผาฟางของเกษตรกรเป็นเรื่องปกติไปแล้ว



- เผาแค่หนึ่งกองยังเป็นอย่างนี้ ถ้าทุกคนช่วยเผาก็เลยเป็นหมอกควันพิษไปในช่วงเดือนกุมภาถึงเมษาทุกปี



- เศษพืชอีกอย่างที่เริ่มมีมากขึ้น คือเศษข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ครับ เริ่มเผากันตั้งแต่ต้นพฤศจิกา ช่วงนั้นอากาศภาคเหนือจะเย็นและมีความกดอากาศสูงปกคลุม อนุภาคจากการเผาเลยไม่ลอยไปไหน ปกคลุมพื้นที่ 8 จังหวัดเหมือนกันหมด พอมีการเผาป่า เผาฟาง เผาพื้นที่รกร้าง ก็เลยไปกันใหญ่









บันทึกการเข้า
ดวงพร
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4714


คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกทำชีวิตให้ดีได้


« ตอบ #350 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2012, 07:40:28 PM »

- นักเรียนคุณครูใหญ่ครับ ไม่ทราบว่าปุ๋ยคอกที่ใช้นี่ เขาเอาขี้วัวไปทำให้สงบตัวเป็นปุ๋ยคอกหรือไม่ (เอาไปกอง รดน้ำ รอให้หายร้อน 2 เดือน แห้งเสร็จใส่กระสอบ) หรือว่าเป็นขี้วัวแห้ง ถ้าเป็นอย่างแรกจุลินทรีย์จะเหลือน้อย แต่ไม่เป็นไรครับ สักพักมันจะปรับจำนวนของมันได้เองในกองปุ๋ย

ไม่ทราบว่าเป็นอย่างใหนนะคะอาจารย์เพราะ ซื้อมากระสอบ 25 บาทแต่ดูแล้วน่าจะเป็นอย่างแรกค่ะ ยิงฟันยิ้ม


Liked By: AMOL, wee
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #351 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2012, 07:51:43 PM »

- ไม่เป็นไรครับ ลองทำดูได้เลย

- คงต้องแบ่งทำหลายกล่องหรือกะละมังน่าจะดี เวลาพลิกจะได้ง่ายหน่อย


Liked By: AMOL, wee
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 [22] 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 ... 433   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: