หน้า: 1 ... 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 [15] 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ... 433   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชวนสมาชิกทำปุ๋ยหมักวิธีใหม่ของแม่โจ้ ไม่ต้องพลิกกลับกอง (มีสารบัญ)  (อ่าน 2175352 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
eight
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 147


« ตอบ #224 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2012, 08:31:39 PM »

เรียนถามอาจารย์ธีระ

เพื่อนผมมีโรงเพาะถั่วงอก มีเปลือกถั่วเขียว ปล่อยให้เย็นแล้วเยอะมาก
แบ่งปันมาให้ผมได้บ้าง คราวละ 10 กระสอบปุ๋ย
เพราะเขาก็ชอบทางสวน

นำมาทำวิธีไหนที่เหมาะสมครับ.... ยิ้มเท่ห์





Liked By: AMOL
บันทึกการเข้า

oFFja
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140


« ตอบ #225 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2012, 08:55:13 PM »

ส่งการบ้านครับ อาจารย์  ยิงฟันยิ้ม

-หลังจากดูวิธีการทำของอาจารย์ตั้งแต่วันแรกทีอาจารย์ตั้งกระทู้ ก็ได้ไปขนฟางทีผมโยนไว้ข้างนามาทันที พอดีมีขี้วัวเหลืออยู่กองเล็กพอดี ก็เลยลงมือทำครับ
-ทำไว้ไม่เสร็จครับ 8 ชั้น





-มาทำต่ออีกวันได้ทั้งหมด 15 ชั้นขี้วัวหมดครับ (ต้องไปหาซื้อเพิ่มเติม  ยิงฟันยิ้ม)





*ขั้นตอนตามทีอาจารย์ได้สอนไว้ครับ  
-ฟาง 4 ตะกร้า เรียงเป็นฐานล่าง
-ขี้วัว 1ตะกร้า มาใส่บนฟางเกลี่ยให้ทั่วทีทำเป็นฐานไว้
-ตามด้วยน้ำรดให้เปียกพอประมาณครับ
-ทำซ้ำไปเรื่อยๆครับ  ยิงฟันยิ้ม ( ตะกร้าในรูปผมใส่ไม่เต็มเนื่องจากวัสดุน้อยครับ )

อาจารย์ตรวจการบ้านผมด้วยครับ ขอคำชี้แนะด้วยครับ ^^


-ประวัติผมนิดหน่อยครับ
-เกิด 2530
-อยู่จังหวัดชัยนาท มีทีดินพอสมควร (แต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยสนใจจะทำครับน่าละอายใจยิ่งนัก)
-เอาคราวๆครับก่อนหน้าทีเปิดร้านเกมส์อยู่ กทม. แล้วอ่านเว็บเจอ เว็บเกษตรพอเพียง อ่านไป4-5เดือน ขายร้านเกมส์กลับมาอยู๋ชัยนาท
-กลับมาก็ยัง งงๆ อยู่ โกรธ จะเริ่มไรดี ก็เลยเริ่มจาก ให้คนเช่านา20ไร่ ทำเอง20ไร่ ทำสวน5ไร่
-ทั้งชิวีตไม่เคยทำนา ทั้งทีมีทีดินอยู่ในมือ โกรธ กลับไปทำอย่างอื่น-..-
-ก็เลยเริ่มจากการทำนา ครั้งแรกทีผ่านมา 20ไร่ แบ่งออกมา4ไร่ ทดลองใช้ปุ๋ยหมักกับน้ำหมักชีวภาพทีทำขึ้นเอง ก็ยังไม่เห็นผลเท่าทีควรคงต้องทำไปเรื่อยๆ
-หลังจากเก็บเกี่ยวก็เลยเก็บฟางขึ้นจากนา โดยไม่เผาแต่เก็บไม่หมดครับก็เลยจ้างรถไถ แล้วหมักฟางให้เปื่อยไปครับแล้วจะนำแหนแดงมาปล่อยหยุดทำนา สัก 2-3เดือน คืนชีวิตให้ดินหน่อยครับ
อ่อเรื่องฟางมีผมคนเดียวทีถูกมองว่ามันทำอะไร คนอื่นเผาหมดครับ
-ที่ขนฟางได้น้อยเพราะไม่มีรถไถครับ ตลกไหมครับมีนาไม่มีรถไถ(เพราะพ่อแม่ไม่คิดว่าผมจะกลับมาทำเกษตร)ปีหน้าว่าจะสักคันอิอิ
-เริ่มทำเกษตรได้ 5-6เดือนแล้วครับ เว็บเกษตรพอเพียง คือแรงบันดาลใจและพี่ๆน้าๆ ลุงๆป้าๆ แบบ อาจารย์ ในเว็บนี้คือต้นแบบของผมเลยครับ ขอบคุณมากครับ

ความหวังอยากให้คนทีนี้พ้นจากความยากจน หยุดทำลายทัพยากรธรรมชาติ ครับ
ทุกอย่างทีผมได้อ่านได้ทดลองทำ จะนำไปเผยแพร่ต่อไปครับ

ขอบคุณครับ



บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9910


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #226 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2012, 09:12:35 PM »

ส่งการบ้านครับ อาจารย์  ยิงฟันยิ้ม

-หลังจากดูวิธีการทำของอาจารย์ตั้งแต่วันแรกทีอาจารย์ตั้งกระทู้ ก็ได้ไปขนฟางทีผมโยนไว้ข้างนามาทันที พอดีมีขี้วัวเหลืออยู่กองเล็กพอดี ก็เลยลงมือทำครับ
-ทำไว้ไม่เสร็จครับ 8 ชั้น





-มาทำต่ออีกวันได้ทั้งหมด 15 ชั้นขี้วัวหมดครับ (ต้องไปหาซื้อเพิ่มเติม  ยิงฟันยิ้ม)





*ขั้นตอนตามทีอาจารย์ได้สอนไว้ครับ  
-ฟาง 4 ตะกร้า เรียงเป็นฐานล่าง
-ขี้วัว 1ตะกร้า มาใส่บนฟางเกลี่ยให้ทั่วทีทำเป็นฐานไว้
-ตามด้วยน้ำรดให้เปียกพอประมาณครับ
-ทำซ้ำไปเรื่อยๆครับ  ยิงฟันยิ้ม ( ตะกร้าในรูปผมใส่ไม่เต็มเนื่องจากวัสดุน้อยครับ )

อาจารย์ตรวจการบ้านผมด้วยครับ ขอคำชี้แนะด้วยครับ ^^


-ประวัติผมนิดหน่อยครับ
-เกิด 2530
-อยู่จังหวัดชัยนาท มีทีดินพอสมควร (แต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยสนใจจะทำครับน่าละอายใจยิ่งนัก)
-เอาคราวๆครับก่อนหน้าทีเปิดร้านเกมส์อยู่ กทม. แล้วอ่านเว็บเจอ เว็บเกษตรพอเพียง อ่านไป4-5เดือน ขายร้านเกมส์กลับมาอยู๋ชัยนาท
-กลับมาก็ยัง งงๆ อยู่ โกรธ จะเริ่มไรดี ก็เลยเริ่มจาก ให้คนเช่านา20ไร่ ทำเอง20ไร่ ทำสวน5ไร่
-ทั้งชิวีตไม่เคยทำนา ทั้งทีมีทีดินอยู่ในมือ โกรธ กลับไปทำอย่างอื่น-..-
-ก็เลยเริ่มจากการทำนา ครั้งแรกทีผ่านมา 20ไร่ แบ่งออกมา4ไร่ ทดลองใช้ปุ๋ยหมักกับน้ำหมักชีวภาพทีทำขึ้นเอง ก็ยังไม่เห็นผลเท่าทีควรคงต้องทำไปเรื่อยๆ
-หลังจากเก็บเกี่ยวก็เลยเก็บฟางขึ้นจากนา โดยไม่เผาแต่เก็บไม่หมดครับก็เลยจ้างรถไถ แล้วหมักฟางให้เปื่อยไปครับแล้วจะนำแหนแดงมาปล่อยหยุดทำนา สัก 2-3เดือน คืนชีวิตให้ดินหน่อยครับ
อ่อเรื่องฟางมีผมคนเดียวทีถูกมองว่ามันทำอะไร คนอื่นเผาหมดครับ
-ที่ขนฟางได้น้อยเพราะไม่มีรถไถครับ ตลกไหมครับมีนาไม่มีรถไถ(เพราะพ่อแม่ไม่คิดว่าผมจะกลับมาทำเกษตร)ปีหน้าว่าจะสักคันอิอิ
-เริ่มทำเกษตรได้ 5-6เดือนแล้วครับ เว็บเกษตรพอเพียง คือแรงบันดาลใจและพี่ๆน้าๆ ลุงๆป้าๆ แบบ อาจารย์ ในเว็บนี้คือต้นแบบของผมเลยครับ ขอบคุณมากครับ

ความหวังอยากให้คนทีนี้พ้นจากความยากจน หยุดทำลายทัพยากรธรรมชาติ ครับ
ทุกอย่างทีผมได้อ่านได้ทดลองทำ จะนำไปเผยแพร่ต่อไปครับ

ขอบคุณครับ





นี่สิครับ สิบปากว่า สิบตาเห็น ยังไม่เท่าลงมือทำ เยี่ยมมากๆครับ  คุณ oFFja อายจัง  อายจัง  อายจัง
อยู่ส่วนไหนของชัยนาทครับ ผมมีน้องที่เคยทำงานบริษัทด้วยกัน บ้านเค้าอยู่ที่ท่าชัยครับ
แต่ก่อนไปเที่ยวสวนชะอม สวนมะม่วงและดูแปลงนาน้องเค้าบ่อยๆครับ

 ยิงฟันยิ้ม


Liked By: AMOL, Boonyaporn, o___O
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
รับจ้างล้างรถ และแจกจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

 ยิงฟันยิ้ม
oFFja
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 140


« ตอบ #227 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2012, 09:18:09 PM »

อยู่อำเภอ วัดสิงห์ ต.หนองบัว ครับพี่ konthain(นพ)
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #228 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2012, 09:25:42 PM »

เรียนถามอาจารย์ธีระ

เพื่อนผมมีโรงเพาะถั่วงอก มีเปลือกถั่วเขียว ปล่อยให้เย็นแล้วเยอะมาก
แบ่งปันมาให้ผมได้บ้าง คราวละ 10 กระสอบปุ๋ย
เพราะเขาก็ชอบทางสวน

นำมาทำวิธีไหนที่เหมาะสมครับ.... ยิ้มเท่ห์





- คุณนพครับ เอาทำอะไรดีครับ


Liked By: eight, testcha, AMOL, fajung, o___O
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9910


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #229 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2012, 09:36:16 PM »

เรียนถามอาจารย์ธีระ

เพื่อนผมมีโรงเพาะถั่วงอก มีเปลือกถั่วเขียว ปล่อยให้เย็นแล้วเยอะมาก
แบ่งปันมาให้ผมได้บ้าง คราวละ 10 กระสอบปุ๋ย
เพราะเขาก็ชอบทางสวน

นำมาทำวิธีไหนที่เหมาะสมครับ.... ยิ้มเท่ห์





- คุณนพครับ เอาทำอะไรดีครับ
ยิงฟันยิ้ม มีตำรายาแผนโบราณบอกว่า เปลือกหุ้มเมล็ดถั่วเขียว เอามาต้มเป็นยาขับปัสสาวะได้
แต่ถ้ามีเป็น 10 กระสอบปุ๋ยนี่ ก็คงเอามาเป็นวัสดุผสมทำปุ๋ยตามสูตรของท่านอาจารย์ tera ได้นะครับ
หรือเอาไปเทใส่นาก่อนที่จะไถกลบเป็นแบบปุ๋ยพืชสดน่าจะได้กระมังครับ ผมยังหาข้อมูลปริมาณ ธาตุอาหาร
ของเปลือกหุ้มเมล็ดถั่วเขียวไม่ได้ครับ ขอติดไว้ก่อน เดี๋ยวจะไปหาข้อมูลดู ยิงฟันยิ้ม

 ยิ้มเท่ห์


Liked By: eight, AMOL, Ekachaiyan, o___O
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
รับจ้างล้างรถ และแจกจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

 ยิงฟันยิ้ม
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #230 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2012, 09:42:35 PM »

ส่งการบ้านครับ อาจารย์  ยิงฟันยิ้ม

-หลังจากดูวิธีการทำของอาจารย์ตั้งแต่วันแรกทีอาจารย์ตั้งกระทู้ ก็ได้ไปขนฟางทีผมโยนไว้ข้างนามาทันที พอดีมีขี้วัวเหลืออยู่กองเล็กพอดี ก็เลยลงมือทำครับ
-ทำไว้ไม่เสร็จครับ 8 ชั้น





-มาทำต่ออีกวันได้ทั้งหมด 15 ชั้นขี้วัวหมดครับ (ต้องไปหาซื้อเพิ่มเติม  ยิงฟันยิ้ม)





*ขั้นตอนตามทีอาจารย์ได้สอนไว้ครับ  
-ฟาง 4 ตะกร้า เรียงเป็นฐานล่าง
-ขี้วัว 1ตะกร้า มาใส่บนฟางเกลี่ยให้ทั่วทีทำเป็นฐานไว้
-ตามด้วยน้ำรดให้เปียกพอประมาณครับ
-ทำซ้ำไปเรื่อยๆครับ  ยิงฟันยิ้ม ( ตะกร้าในรูปผมใส่ไม่เต็มเนื่องจากวัสดุน้อยครับ )

อาจารย์ตรวจการบ้านผมด้วยครับ ขอคำชี้แนะด้วยครับ ^^



- อันดับแรก เยี่ยมครับ

- ครูไม่ได้ให้นักเรียนทำแค่ฟาง 4 ตะกร้าต่อชั้นนะครับ แต่อยากให้ต่อความยาวไปเรื่อย ๆ ตามความต้องการที่นักเรียนอยากใช้ โดยทุกความยาว 4 เมตรจะได้ปุ๋ยอินทรีย์เมื่อแห้งแล้ว 1 ตัน (ใช้ในแปลงเพาะปลูกหรือสวนได้ 1 ไร่) แต่ก็เข้าใจดีว่านักเรียนหาวัสดุได้แค่นี้ และอีกอย่างนึง กองต่อไปขอให้มีความกว้าง 2.5 เมตรนะครับ

- ชอบที่เมื่อเศษพืชหมดหรือมูลสัตว์หมด ก็หยุดไว้ก่อน แล้วพอมีวัสดุก็ค่อยทำต่อจนได้ความสูงที่ต้องการ

- อันที่จริง ความสูงน่าจะอยู่ที่ 1.5 เมตรนะครับ จำนวนชั้นอาจจะมากกว่า 15 ชั้น 17 ชั้นก็ได้ครับ

- ถัดจากนี้ ภายในเวลา 48 ชั่วโมง กองปุ๋ยจะเริ่มร้อน ก็อย่าตกใจ ช่างมัน ให้รดน้ำทุกวัน แล้วเมื่อได้อายุ 10 วันก็จะถึงเวลาแทงกองปุ๋ยครั้งแรก ให้เขียนไว้ในปฏิทินเลยนะครับว่าอีก 10 วันเป็นวันที่อะไร จะได้ไม่ลืม

- วันไหนว่างก็ให้เอามือล้วงเช็คจุดต่าง ๆ ของกองปุ๋ย ถ้ามีจุดใดแห้ง ก็ให้หยอดน้ำเข้าไปครับ

- อย่าลืมกวาดเศษวัสดุข้างกองให้สะอาด แต่งกองให้เป็นรูปสามเหลี่ยม ไม่งั้นจะมีคนเอาขยะมาทิ้ง

- จำความรู้สึกตอนเฝ้ารอการเป็นปุ๋ยให้ดี เพราะจะเป็นสิ่งที่บอกกันไม่ได้ครับ
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #231 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2012, 09:47:30 PM »

ส่งการบ้านครับ อาจารย์  ยิงฟันยิ้ม

-หลังจากดูวิธีการทำของอาจารย์ตั้งแต่วันแรกทีอาจารย์ตั้งกระทู้ ก็ได้ไปขนฟางทีผมโยนไว้ข้างนามาทันที พอดีมีขี้วัวเหลืออยู่กองเล็กพอดี ก็เลยลงมือทำครับ
-ทำไว้ไม่เสร็จครับ 8 ชั้น


- คุณครูใหญ่ดวงพรครับผม มีนักเรียนส่งงานครับ คนนี้มาแรงมากครับผม  อายจัง
บันทึกการเข้า
thepunyapat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1750


« ตอบ #232 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2012, 09:50:08 PM »

ผู้ลงชื่อหมักปุ๋ยแบบใหม่ ลงชื่อแล้ว คือ

1.คุณ  ปากแดงดอทคอม
2.พี่ดวงพร  (ขอแข่งหมักและให้รางวัลค่ะไม่ขอรับรางวัล ยิงฟันยิ้ม) กำลังรวบรวมวัตถุดิบคาดว่า 1อาทิตย์เศษผักคงพอ ยิงฟันยิ้ม
3.คุณ ae hatyai
4.คุณ nongparei
5.คุณ deer art
6.คุณไร่ร่มโพธิ์ทอง


    รอเลข 7 ครับ เขาว่าเฮงๆ... ยิ้ม ยิ้ม
ขอสมัคร หมักปุ๋ยแบบใหม่ครับ  ยิงฟันยิ้ม พร้อมรูปกองปุ๋ยที่ต้องแก้ไข คุณครูใหญ่ดวงพรต้องรับผมและเพื่อนๆด้วยนะ ไม่งั้นผมจะอดข้าวประท้วงครับ แลบลิ้น แลบลิ้น แลบลิ้น  แต่จะกินนมและน้ำ  ลังเล ลังเล
    ออลืมไป คุณครูใหญ่ต้องไม่มีการแลกเกรดนะครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


อาจารย์ครับ ของผมกองนี้ทำแบบนี้ครับ
     กองฟางกว้างประมาณ 2 เมตร สูง 30 เซ็นต์ เอาขี้วัวโรยทับ รดด้วย อีเอ็ม ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนได้ความสูงประมาณ 1.50เมตร แล้วคลุมด้วยผ้าใบ  ทำเสร็จได้ 1 คืน ลองจับดูมีความร้อนค่อนข้างสูง แบบนี้มันจะเป็นปุ๋ยไหมครับ ตอนนี้กองก็ยุบลงไม่มากครับ ทำได้ประมาณ 1 เดือนแล้วครับ
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9910


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #233 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2012, 09:51:06 PM »

ไปเจอข้อมูลจากเวปหมอชาวบ้าน มีข้อมูลหน้าสนใจเกี่ยวกับเปลือกหุ้มเมล็ดถั่วเขียว

ถั่วเขียว อาหารสำหรับหน้าร้อน
อากาศร้อนหลังทำงานเหน็ดเหนื่อย กินถั่วเขียวต้มสักชามก็จะรู้สึกชุ่มฉ่ำใจ แก้กระหายน้ำได้เป็นอย่างดี

           ถ้านอนดึกมีอาการร้อนใน หรือตาแดง เจ็บคอ ท้องผูก ถ้าต้มถั่วเขียวกินก็จะทำให้อาการดังกล่าวหายไป เราสามารถเลือกกินได้ทั้งร้อนหรือเย็น หวานหรือจืดก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล

           ชื่อวิทยาศาสตร์ Vigna radiate L. วงศ์ Leguminosae
           หน้าร้อนผิวหนังมักเป็นผดผื่นคัน ใช้ถั่วเขียว ใบบัว และน้ำตาลทราย ต้มกินน้ำ ก็จะทำให้อาการผดผื่นคันบรรเทาและหายไป หรือจะเอาถั่วเขียวที่ต้มแล้วพอกบริเวณผดผื่นคัน ก็จะทำให้หายเร็วขึ้น

           หน้าร้อนต้มถั่วเขียวกิน จะมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก เนื่องจากในหน้าร้อน เมตาโบลิซึมของร่างกายสูง ทำให้เหงื่อออกมาก ร่างกายสูญเสียพลังงานไปมาก ถั่วเขียวนอกจากจะสามารถแก้ร้อน ลดอาการกระหายน้ำ ทำให้ร่างกายสดชื่นและขับปัสสาวะแล้ว ถั่วเขียวยังอุดมไปด้วยโปรตีนกลุ่มวิตามินบี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น

           แป้งที่ทำจากถั่วเขียว แก้ร้อนใน ฝี และแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
           เปลือกหุ้มเมล็ด (สีเขียว) มีสรรพคุณรักษาโรคตาต่างๆ เช่น ตาแดง ตาอักเสบ
           ถั่วงอกจากถั่วเขียว หรือดอกต้นถั่วเขียว แก้อาการเมาเหล้า ใบถั่วเขียวตำให้แหลกคั้นน้ำ เติมน้ำส้มสายชูลงไปเล็กน้อย ทำให้อุ่น แก้กินน้ำ แก้อาการอาเจียนและท้องเดิน

สรรพคุณ
           ถั่วเขียว แก้ร้อนในกระหายน้ำ ขับปัสสาวะ รักษาฝี
           เปลือก (สีเขียว) แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ทำให้ตาสว่าง รักษาตาอักเสบ
           ถั่วงอก แก้พิษเหล้า

ตำรับยา
           1. คางทูม (เป็นใหม่) ต้มถั่วเขียว 70 กรัม จนใกล้สุก ใส่แกนกะหล่ำปลีลงไป 2 หัว ต้มอีก 15 นาที กินเฉพาะน้ำ วันละ 2 ครั้ง อาการคางทูมก็จะหาย
           2. อาเจียน (จากการดื่มเหล้า) ให้ดื่มน้ำถั่วเขียวพอประมาณ
           3. ตาพร่า ตาอักเสบ ต้มถั่วเขียวกินครั้งละ 15-20 กรัม เป็นประจำ

สารเคมีที่พบ
           ในเปลือก (สีเขียว) ของถั่วเขียว มีโปรตีน 79.0 % มีกรด Amino หลายชนิดคือ Aspartic acid 94.42 ม.ก./กรัม Thrconine 24.98 ม.ก./กรัม Serine 41.73 ม.ก./กรัม Glutamic acid 145.77 ม.ก./กรัม Proline 29.84 ม.ก./กรัม Glycine 27.92 ม.ก./กรัม Alanine 32.18 ม.ก./กรัม Valine 40.05 ม.ก./กรัม Cystine 3.78 ม.ก./กรัม Methionine 10.02 ม.ก./กรัม Iso-leucine 33.40 ม.ก./กรัม Leucine 67.02 ม.ก./กรัม Tyrosine 26.42 ม.ก./กรัม Phenylalanine 51.04 ม.ก./กรัม Lysine 52.44 ม.ก./กรัม Histidine 19.26 ม.ก./กรัม Arginine 50.24 ม.ก./กรัม Tryptophan 9.02 ม.ก./กรัม


 

ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของหมอชาวบ้าน กับเว็บไซต์วิชาการดอทคอม
www.doctor.or.th

จากข้อมูล
สารเคมีที่พบ
           ในเปลือก (สีเขียว) ของถั่วเขียว มีโปรตีน 79.0 % มีกรด Amino หลายชนิดคือ Aspartic acid 94.42 ม.ก./กรัม Thrconine 24.98 ม.ก./กรัม Serine 41.73 ม.ก./กรัม Glutamic acid 145.77 ม.ก./กรัม Proline 29.84 ม.ก./กรัม Glycine 27.92 ม.ก./กรัม Alanine 32.18 ม.ก./กรัม Valine 40.05 ม.ก./กรัม Cystine 3.78 ม.ก./กรัม Methionine 10.02 ม.ก./กรัม Iso-leucine 33.40 ม.ก./กรัม Leucine 67.02 ม.ก./กรัม Tyrosine 26.42 ม.ก./กรัม Phenylalanine 51.04 ม.ก./กรัม Lysine 52.44 ม.ก./กรัม Histidine 19.26 ม.ก./กรัม Arginine 50.24 ม.ก./กรัม Tryptophan 9.02 ม.ก./กรัม


ท่านอาจารย์ tera มีความเห็นว่ากระไรครับ  ยิงฟันยิ้ม

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
รับจ้างล้างรถ และแจกจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

 ยิงฟันยิ้ม
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #234 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2012, 10:07:50 PM »

ผู้ลงชื่อหมักปุ๋ยแบบใหม่ ลงชื่อแล้ว คือ

1.คุณ  ปากแดงดอทคอม
2.พี่ดวงพร  (ขอแข่งหมักและให้รางวัลค่ะไม่ขอรับรางวัล ยิงฟันยิ้ม) กำลังรวบรวมวัตถุดิบคาดว่า 1อาทิตย์เศษผักคงพอ ยิงฟันยิ้ม
3.คุณ ae hatyai
4.คุณ nongparei
5.คุณ deer art
6.คุณไร่ร่มโพธิ์ทอง


    รอเลข 7 ครับ เขาว่าเฮงๆ... ยิ้ม ยิ้ม
ขอสมัคร หมักปุ๋ยแบบใหม่ครับ  ยิงฟันยิ้ม พร้อมรูปกองปุ๋ยที่ต้องแก้ไข คุณครูใหญ่ดวงพรต้องรับผมและเพื่อนๆด้วยนะ ไม่งั้นผมจะอดข้าวประท้วงครับ แลบลิ้น แลบลิ้น แลบลิ้น  แต่จะกินนมและน้ำ  ลังเล ลังเล
    ออลืมไป คุณครูใหญ่ต้องไม่มีการแลกเกรดนะครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


อาจารย์ครับ ของผมกองนี้ทำแบบนี้ครับ
     กองฟางกว้างประมาณ 2 เมตร สูง 30 เซ็นต์ เอาขี้วัวโรยทับ รดด้วย อีเอ็ม ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนได้ความสูงประมาณ 1.50เมตร แล้วคลุมด้วยผ้าใบ  ทำเสร็จได้ 1 คืน ลองจับดูมีความร้อนค่อนข้างสูง แบบนี้มันจะเป็นปุ๋ยไหมครับ ตอนนี้กองก็ยุบลงไม่มากครับ ทำได้ประมาณ 1 เดือนแล้วครับ


- พอเอาผ้าคลุมก็เลยไม่ได้ดูแลความชื้น พอวัสดุแห้งจุลินทรีย์เลยหยุดกิจกรรมการย่อยสลาย การยุบเลยไม่ลงมาก

- ตอนวางฟางหนา 30 เซ็นติเมตร ความหนาขนาดนี้จุลินทรีย์ไท่สามารถเดินลงไปกินคาร์บอนแล้วเดินกลับบ้านมากินไนโตรเจนได้ครับ มันไม่มีขาง่ะ การเป็นปุ๋ยเลยค่อนข้างช้า

- กองนี้ลอง "ย้าย" ไปทำเป็นกองใหม่ อย่าทำที่เดิม ย้ายห่างออกไปสัก 1 เมตร กองใหม่ให้เป็นรูปสามเหลี่ยมสูง 1.5 เมตรโดยไม่ต้องทำเป็นชั้น ๆ ระหว่างย้ายก็ให้มีคนคอยรดน้ำให้ชุ่ม แต่ไม่โชก ภายใน 2 วันอาจมีความร้อนกลับมาใหม่ รับประกันได้ครับว่าภายใน 30 วันต้องมีเรื่องแปลกใจให้เห็น แต่ต้องดูแลความชื้นตลอดเวลานะครับ

- คุณครูใหญ่ดวงพรครับผม นักเรียนคนนี้ต้องการที่นั่งหมายเลข 7 ครับ ช่วยดูแลอย่าให้ลอกการบ้านมาส่งนะครับ
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #235 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2012, 10:20:30 PM »

ไปเจอข้อมูลจากเวปหมอชาวบ้าน มีข้อมูลหน้าสนใจเกี่ยวกับเปลือกหุ้มเมล็ดถั่วเขียว

ถั่วเขียว อาหารสำหรับหน้าร้อน
อากาศร้อนหลังทำงานเหน็ดเหนื่อย กินถั่วเขียวต้มสักชามก็จะรู้สึกชุ่มฉ่ำใจ แก้กระหายน้ำได้เป็นอย่างดี

           ถ้านอนดึกมีอาการร้อนใน หรือตาแดง เจ็บคอ ท้องผูก ถ้าต้มถั่วเขียวกินก็จะทำให้อาการดังกล่าวหายไป เราสามารถเลือกกินได้ทั้งร้อนหรือเย็น หวานหรือจืดก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล

           ชื่อวิทยาศาสตร์ Vigna radiate L. วงศ์ Leguminosae
           หน้าร้อนผิวหนังมักเป็นผดผื่นคัน ใช้ถั่วเขียว ใบบัว และน้ำตาลทราย ต้มกินน้ำ ก็จะทำให้อาการผดผื่นคันบรรเทาและหายไป หรือจะเอาถั่วเขียวที่ต้มแล้วพอกบริเวณผดผื่นคัน ก็จะทำให้หายเร็วขึ้น

           หน้าร้อนต้มถั่วเขียวกิน จะมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก เนื่องจากในหน้าร้อน เมตาโบลิซึมของร่างกายสูง ทำให้เหงื่อออกมาก ร่างกายสูญเสียพลังงานไปมาก ถั่วเขียวนอกจากจะสามารถแก้ร้อน ลดอาการกระหายน้ำ ทำให้ร่างกายสดชื่นและขับปัสสาวะแล้ว ถั่วเขียวยังอุดมไปด้วยโปรตีนกลุ่มวิตามินบี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น

           แป้งที่ทำจากถั่วเขียว แก้ร้อนใน ฝี และแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
           เปลือกหุ้มเมล็ด (สีเขียว) มีสรรพคุณรักษาโรคตาต่างๆ เช่น ตาแดง ตาอักเสบ
           ถั่วงอกจากถั่วเขียว หรือดอกต้นถั่วเขียว แก้อาการเมาเหล้า ใบถั่วเขียวตำให้แหลกคั้นน้ำ เติมน้ำส้มสายชูลงไปเล็กน้อย ทำให้อุ่น แก้กินน้ำ แก้อาการอาเจียนและท้องเดิน

สรรพคุณ
           ถั่วเขียว แก้ร้อนในกระหายน้ำ ขับปัสสาวะ รักษาฝี
           เปลือก (สีเขียว) แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ทำให้ตาสว่าง รักษาตาอักเสบ
           ถั่วงอก แก้พิษเหล้า

ตำรับยา
           1. คางทูม (เป็นใหม่) ต้มถั่วเขียว 70 กรัม จนใกล้สุก ใส่แกนกะหล่ำปลีลงไป 2 หัว ต้มอีก 15 นาที กินเฉพาะน้ำ วันละ 2 ครั้ง อาการคางทูมก็จะหาย
           2. อาเจียน (จากการดื่มเหล้า) ให้ดื่มน้ำถั่วเขียวพอประมาณ
           3. ตาพร่า ตาอักเสบ ต้มถั่วเขียวกินครั้งละ 15-20 กรัม เป็นประจำ

สารเคมีที่พบ
           ในเปลือก (สีเขียว) ของถั่วเขียว มีโปรตีน 79.0 % มีกรด Amino หลายชนิดคือ Aspartic acid 94.42 ม.ก./กรัม Thrconine 24.98 ม.ก./กรัม Serine 41.73 ม.ก./กรัม Glutamic acid 145.77 ม.ก./กรัม Proline 29.84 ม.ก./กรัม Glycine 27.92 ม.ก./กรัม Alanine 32.18 ม.ก./กรัม Valine 40.05 ม.ก./กรัม Cystine 3.78 ม.ก./กรัม Methionine 10.02 ม.ก./กรัม Iso-leucine 33.40 ม.ก./กรัม Leucine 67.02 ม.ก./กรัม Tyrosine 26.42 ม.ก./กรัม Phenylalanine 51.04 ม.ก./กรัม Lysine 52.44 ม.ก./กรัม Histidine 19.26 ม.ก./กรัม Arginine 50.24 ม.ก./กรัม Tryptophan 9.02 ม.ก./กรัม


 

ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของหมอชาวบ้าน กับเว็บไซต์วิชาการดอทคอม
www.doctor.or.th

จากข้อมูล
สารเคมีที่พบ
           ในเปลือก (สีเขียว) ของถั่วเขียว มีโปรตีน 79.0 % มีกรด Amino หลายชนิดคือ Aspartic acid 94.42 ม.ก./กรัม Thrconine 24.98 ม.ก./กรัม Serine 41.73 ม.ก./กรัม Glutamic acid 145.77 ม.ก./กรัม Proline 29.84 ม.ก./กรัม Glycine 27.92 ม.ก./กรัม Alanine 32.18 ม.ก./กรัม Valine 40.05 ม.ก./กรัม Cystine 3.78 ม.ก./กรัม Methionine 10.02 ม.ก./กรัม Iso-leucine 33.40 ม.ก./กรัม Leucine 67.02 ม.ก./กรัม Tyrosine 26.42 ม.ก./กรัม Phenylalanine 51.04 ม.ก./กรัม Lysine 52.44 ม.ก./กรัม Histidine 19.26 ม.ก./กรัม Arginine 50.24 ม.ก./กรัม Tryptophan 9.02 ม.ก./กรัม


ท่านอาจารย์ tera มีความเห็นว่ากระไรครับ  ยิงฟันยิ้ม

 ยิ้มเท่ห์

- คุณนพครับ ขอบพระคุณครับ อะไรจะว่องไวปานนั้น

- ถ้าเอาไปทำปุ๋ยอินทรีย์ก็น่าเสียดายคุณค่าของเปลือกถั่วเขียว เอ ... หรือเอาไปเลี้ยงหมูดี (หรือเลี้ยงไก่ ?) แต่เอาไปโรยแปลงแล้วไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสดก็ดีนะครับ ไนโตรเจนสูงดี

- คุณ eight ครับ ถ้าจะทำปุ๋ยอินทรีย์ ก็ต้องมีเศษใบไม้หรือฟางกับมูลสัตว์นะครับ วางเศษพืชเป็นชั้นบาง ๆ ทับด้วยมูลสัตว์ แล้วทับด้วยเปลือกถั่วเขียว รดน้ำ ทำชั้นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนได้ความสูง 1.5 เมตร กองเป็นรูปสามเหลี่ยม ก็จะได้ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีค่าไนโตรเจนประมาณ 3-4% ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานกำหนดสัก 3 เท่าครับ

-
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #236 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2012, 10:45:44 PM »

- วันนี้ผมขึ้นกองปุ๋ยจากฟางข้าวและขี้วัวครับ เป็น 1 ใน 5 กองที่จะมีความสำคัญที่สุดในชีวิตของผมครับ (เรื่องนี้ต้องขยายในโอกาสต่อไปครับ แต่เรื่องไม่ถึงครูดวงพรแน่) กองนี้ถ้าเสร็จแล้วจะมีน้ำหนักปุ๋ย 1 ตันครับ

- ให้สังเกตความสูง 1.5 เมตรนะครับ น้อง 2 คนเป็นวิศวกรที่เพิ่งจบ จำหน้าให้ดีครับ เพราะโพสต่อ ๆ ไปจะมีน้อง 2 คนนี้ไปแก้กองปุ๋ยที่ยาว 1 กิโลเมตรที่ลำพูนครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 24, 2012, 10:47:36 PM โดย tera » บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #237 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2012, 11:25:09 PM »

- อยากให้ดูรูปกองปุ๋ยจากเศษใบไม้ของสวนไม้ไทยพ่อเลี้ยงหมื่น อำเภอเมือง ลำพูน ครับ ไปขึ้นกองปุ๋ยวันที่ 24 กพ. 55 ครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนคือคนสวมเสื้อสีครีมกอดอก



- รูปนี้ไปเยี่ยมดูช่วงปลายเมษายนครับ มีกองปุ๋ยเพิ่มขึ้นอีกหลายกอง ดูแลความชื้นได้ดีครับ ซึ่งวันที่ 25 พค. จังหวัดลำพูนมีนัดเชิญสื่อมวลชนมาเยี่ยมโครงการครับ ผมไม่ได้ไปเพราะติดงาน กทม.งาน Thaifex ที่ไบเทค คงมีแต่น้องวิศวกรไปลำพูนแทน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 19, 2012, 07:36:47 AM โดย tera » บันทึกการเข้า
saree691206
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 290


« ตอบ #238 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2012, 04:26:29 AM »

ขี้วัวแห้งหรืออาจารย์ ใช็ขี้วัวหรือหมูเปียกได้ไหมค่ะ กระสอบปู๋ยหรือค่ะ จะได้สั้งซื้อขี้วัวชาวบ้านไว้ค่ะ แถวโน้นขายกระสอบละเท่าไรค่ะ ใช้ขี้ไก่ปนแกลบได้ไหมค่ะ กระสอบละสามสิบบาท คิดว่าหลังเกี่ยวข้าวแล้วจะไถปลูกปอเทืองก่อน เพราะต้องรอปู๋ยสองเดือน พอปู๋ยเสร์จใส่ปู๋ยหมักอีกรอบแล้วไถกบ เป็นดินเหนียวและเสียมาก เจ้าของเก่าใช้แต่สารเคมี ระหว่างปอเทืองและถั่วเหลืองอย่างไหนให้ประโยชน์ต่อดินกว่ากันค่ะ ใจอยากปลูกถั่วเหลืองค่ะ จะได้เอาไปเป็นอาหารไส้เดือนและทำอาหารปลา ไก่ โปรตีนมากดี  เศร้า อาจารย์ช่วยแนะนำหน่อยค่ะว่าควรจะทำแบบไหนดี  โกรธ
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #239 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2012, 05:16:39 AM »

ขี้วัวแห้งหรืออาจารย์ ใช็ขี้วัวหรือหมูเปียกได้ไหมค่ะ กระสอบปู๋ยหรือค่ะ จะได้สั้งซื้อขี้วัวชาวบ้านไว้ค่ะ แถวโน้นขายกระสอบละเท่าไรค่ะ ใช้ขี้ไก่ปนแกลบได้ไหมค่ะ กระสอบละสามสิบบาท คิดว่าหลังเกี่ยวข้าวแล้วจะไถปลูกปอเทืองก่อน เพราะต้องรอปู๋ยสองเดือน พอปู๋ยเสร์จใส่ปู๋ยหมักอีกรอบแล้วไถกบ เป็นดินเหนียวและเสียมาก เจ้าของเก่าใช้แต่สารเคมี ระหว่างปอเทืองและถั่วเหลืองอย่างไหนให้ประโยชน์ต่อดินกว่ากันค่ะ ใจอยากปลูกถั่วเหลืองค่ะ จะได้เอาไปเป็นอาหารไส้เดือนและทำอาหารปลา ไก่ โปรตีนมากดี  เศร้า อาจารย์ช่วยแนะนำหน่อยค่ะว่าควรจะทำแบบไหนดี  โกรธ

- ขี้วัวแห้งหรือเปียกก็ได้ ขี้หมูก็ใช้ได้ ขี้ไก่แกลบก็ได้ครับ แต่ถ้ามูลสัตว์พวกนี้ออกมาจากบ่อไบโอแก๊สแล้วใช้ไม่ได้นะครับ พวกที่ออกจากไบโอแก๊สนี่ตากให้แห้ง จะเป็นปุ๋ยได้เลย แต่เอามาเข้ากระบวนการย่อยเศษพืชนี่ไม่ได้เพราะจุลินทรีย์ไม่มีแล้ว

- ที่เชียงใหม่ขี้วัวกระสอบละ 25 บาท ขี้ไก่แกลบ 35 บาทครับ ขี้วัวบางที่กระสอบละ 8 บาทแต่ต้องตักเองและเอากระสอบมาแลก

- หลังเกี่ยวข้าวถ้าได้ไถกลบตอซังนี่ จะเยี่ยมมาก เพราะจุลธาตุ ธาตุอาหารรองในตอซังนี่อย่างดี แล้วลงปอเทืองหรือถั่วเหลือง ทั้งสองตัวนี่ดีทั้งคู่ครับ ปลูกสลับคนละปีก็ยังได้ แต่ถ้าต้องการอาหารไส้เดือนกับอาหารปลาไก่ก็ปลูกถั่วเหลืองเถอะครับ จะได้ลดต้นทุนอื่น

- จะลองสมัครทำปุ๋ยหมักไหมครับ จะได้ช่วยแนะไปในตัว รับสมัครถึงปลายมิถุนายน แต่ตรวจการบ้านไปเรื่อย ๆ จนถึงปลายปี ต้นปีก็ประกาศเกรด (แสดงว่านักเรียนคนไหนทำมาก ทำบ่อย ก็มีคะแนนนิยมตุนให้เรื่อย ๆ ใช่ไหมครับคุณครูใหญ่ อ้อ .... แล้วท่านใดเผยแพร่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน หรือขยายผล ถ้าเจ๋งมาก มีรางวัลพิเศษครับผม  อายจัง)


Liked By: AMOL, aun17, Ekachaiyan, lief36
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 [15] 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ... 433   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: